Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

องค์กรการปฏิรูปของจีน : บทเรียนสำหรับประเทศไทย

1,075 views

Published on

โดย ดร.หลี่ เหรินเหลียง
อาจารย์ประจำคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
ภายใต้การสนับสนุนของโครงการคลังปัญญาเพื่ออภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต

ถอดความและเรียบเรียงโดย นางสาว อนันญลักษณ์ อุทัยพิพัฒนากุล

สนใจติดตามคลิปวีดีได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=H1wv9FjIYWo&feature=youtu.be

สนใจรายละเอียดโครงการฯเพิ่มเติมได้ที่
Wepsite : http://www.rsu-brain.com
Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/thinktankrsu?ref=hl

Published in: Education
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

องค์กรการปฏิรูปของจีน : บทเรียนสำหรับประเทศไทย

  1. 1. 1 ดร.หลี่ เหรินเหลียง อาจารย์ประจาคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ฉบับที่ 3 / 2557 POLICY BRIEF วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต จีนองค์กรปฏิรูป บทเรยนสำหรับประเทศไทย องค์กรปฏิรูปของจีนในที่นี้ หมายถึง คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชน จีน (National Development and Reform Commission : NDRC) มีบทบาทและความรับผิดชอบหลักในการ ปฏิรูปประเทศ ในบทความชิ้นนี้จะแบ่งการอธิบายออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนแรกจะอธิบายถึงโครงสร้างการ ปกครองและการบริหารราชการของสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยภาพรวม และในส่วนที่สองจะเป็นการอธิบาย ถึงองค์กรปฏิรูปของจีน ส่วนแรก : โครงสร้างการปกครองและการบริหารราชการของสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยภาพรวม 1. พรรคคอมมิวนิสต์ (The Communist Party of China : CPC) โครงสร้างการปกครองและการบริหารราชการของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีพรรคคอมมิวนิสต์ (The Communist Party of China : CPC) เป็นพรรคเดียวที่มีอานาจสูงสุดในรัฐและอานาจที่ว่านี้ได้มีการระบุไว้ ในรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ถอดความจากการนาเสนอในที่ประชุมเวที Think Tank เรื่อง "องค์กรปฏิรูปของจีน : บทเรียนสาหรับประเทศไทย"จัดโดยโครงการคลังปัญญาเพื่อ อภิวัฒน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อวันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา 16.00-19.30 ณ ห้องประชุม ชั้น 4 อาคาร พร้อมพันธุ์ 1 ลาดพร้าว กรุงเทพมหานครฯ ภายใต้การสนับสนุนของสานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิสถาบันสร้างสรรค์ปัญญา สาธารณะ (สปส.) โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ฯ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  2. 2. ในส่วนของบทบาทและหน้าที่ของพรรคคอมมิวนิสต์ คือ รับผิดชอบ ควบคุม ดูแลการบริหารงานในระดับ ต่างๆของทุกหน่วยงาน มีลักษณะเป็นหน่วยงานคู่ขนานกับหน่วยงานอื่นๆ โดยมีเลขาธิการพรรคประจา อยู่ในแต่ละหน่วยงาน ตั้งแต่หน่วยบริหารงานราชการส่วนท้องถิ่น จนไปถึงหน่วยงานในระดับมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ในการกากับ ควบคุมการบริหารและตรวจสอบวินัย เพื่อให้การทางานของแต่ละ หน่วยงานสอดคล้องไปกับนโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งแตกต่างจากระบบของไทยที่จะไม่เข้าไป กากับการทางาน แต่จะเน้นในเรื่องของการตรวจสอบมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้น พรรคคอมมิวนิสต์มีหน้าที่หลักในการวางนโยบายหลักของประเทศ ให้สอดคล้องกับ นโยบายของพรรค โดยมีหน่วยงานวิจัย ที่ทาหน้าที่ในการศึกษานโยบายให้กับพรรคในด้านต่างๆโดยตรง ยกตัวอย่าง Policy Research Office of CPC Central Committee ที่ทาหน้าที่วิจัยด้านวิทยาศาสตร์ ด้าน สังคมศาสตร์ และด้านวิศวกรรมศาสตร์ นอกเหนือจากนี้ยังมีหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของพรรค คอมมิวนิสต์ ทาหน้าที่เป็นเป็นกระบอกเสียงในด้านสื่อต่างๆให้กับพรรคฯ อย่าง People daily อีกด้วย (ดู ภาพที่ 1) ที่มา : http://news.bbc.co.uk/2/shared/spl/hi/in_depth/china_politics/government/html/1.stm 2. State council State council คือ ฝ่ายบริหารงานและปฏิบัติงานทางราชการของจีน มีหน้าที่คล้ายกับกระทรวง ต่างๆของไทย มีแนวทางปฏิบัติงานที่ต้องสอดคล้องกับนโยบายของพรรคคอมมิวนิสต์ และแผนนโยบาย หลักของประเทศ โดยสามารถแบ่งเป็น 25 หน่วยงานภายใต้ความรับผิดชอบของ State council ได้ดังนี้ (ดู ภาพที่ 2) 3. การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น การกาหนดยุทธศาสตร์ของจีน แบ่งออกเป็นแนวดิ่งและแนวราบ แนวดิ่ง คือ ยุทธศาสตร์ที่ถูกกาหนด ออกจากส่วนกลาง คือ กระทรวง กรม ฯลฯ ส่วนแนวราบ คือ ยุทธศาสตร์ที่หน่วยบริหารงานราชการส่วน ท้องถิ่นของแต่ละเมือง-มณฑล เป็นผู้กาหนดเอง ทั้งนี้ยุทธศาสตร์ของท้องถิ่นจะต้องสอดคล้องไปกับ ยุทธศาสตร์หลักของส่วนกลางด้วย โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ฯ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 2
  3. 3. หน่วยบริหารงานราชการส่วนท้องถิ่นของจีน มีอิสระสูงมากในการบริหารงานภายใน สามารถกาหนดทิศทางของเมือง-มณทลด้วยตนเอง และสามารถจัดสรรงบประมาณได้ตามที่ ตนเองต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ความสามารถในการแข่งขันกันทางด้านเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรม ระหว่างเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง กับมณฑลยูนนาน โดยการตั้งนิคมเศรษฐกิจพิเศษและพัฒนา อุตสาหกรรมแข่งกัน นอกจากนี้ ส่วนท้องถิ่นยังสามารถดาเนินการในการจัดจ้างข้าราชการและกาหนดอัตรา เงินเดือนของข้าราชการด้วยตนเองอีกด้วย ตลอดจนสามารถจัดเก็บภาษีในส่วนของท้องถิ่นตามที่ได้มี การกาหนดไว้ ส่วนที่สอง : องค์กรปฏิรูปของจีน คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน (National Development and Reform Commission : NDRC) เป็นหนึ่งในหน่วยงาน จากทั้งหมด 25 หน่วยงานภายใต้ความ รับผิดชอบของ State council ที่มีความสาคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจาก NDRC เป็นหน่วยงานที่มีบทบาท และหน้าที่ในการกาหนดยุทธศาสตร์ ควบคุม และวางแผนทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในมิติต่างๆ เพื่อให้ แต่ละกระทรวงรับเอาแนวทางไปปฏิบัติ 1. ประวัติความเป็นมา คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน (National Develop- ment and Reform Commission : NDRC) คือ องค์กรปฏิรูปของจีน เดิมทีคือ คณะกรรมการการ วางแผนแห่งชาติ ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1952 เริ่มมีการกาหนดยุทธศาสตร์ และจัดทาแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ในขณะนี้ได้จัดทามาถึงแผนฯที่ 12 และกาลังจัดทาแผนฯที่ 13) ใน เดือนมีนาคมปี ค.ศ.1998 สมัยนายกรัฐมนตรี Zhu Rongji มีการเปลี่ยนชื่อจากคณะกรรมการการ วางแผนเป็น คณะกรรมการการพัฒนาและการวางแผนแห่งชาติ ซึ่งได้มีการกาหนดยุทธศาสตร์เพื่อ การพัฒนา ดังต่อไปนี้ · บริหารเศรษฐกิจมหาภาค · ลดการแทรกแซงเศรษฐกิจจุลภาค · สร้างบรรยากาศของการแข่งขันที่เป็นธรรม และลดขั้นตอนของการขออนุญาตจากหน่วยงาน รัฐ ต่อมาในเดือนมีนาคมปี ค.ศ.2003 สมัยนายกรัฐมนตรี Wen Jiabao มีการปฏิรูปองค์กรโดย เอาบทบาทหน้าที่บางส่วนของคณะกรรมการการเศรษฐกิจและการค้า และ สานักงานปฏิรูประบบ เศรษฐกิจเข้ามารวมอยู่ในคณะกรรมการฯ และเปลี่ยนชื่อเป็น คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูป แห่งชาติของสาธารณรัฐประชาชนจีน (NDRC) ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และได้มีการริเริ่มประชุมโดย โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ฯ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 3
  4. 4. มีการจัดประชุมในทุกเดือนมีนาคมของทุกปี ประมาณวันที่ 1-15 เป็นการประชุมร่วมของสมัชชาผู้แทน ประชาชนจีนทั่วประเทศ และสภาที่ปรึกษาการเมือง ในเดือนมีนาคมปี ค.ศ. 2008 คณะกรรมการได้สละบทบาทหน้าที่ในการบริหารงานในสาขา อุตสาหกรรมและการบริหารงานด้านการควบคุมการจาหน่ายใบยาสูบ โดยเอาสองบทบาทหน้าที่นี้ไปรวม กับ กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ในขณะนั้น ในขณะเดียวกันก็ ได้รับมอบหมายให้ดูแลสานักงานพลังงานแห่งชาติที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่ 2. คณะกรรมการบริหารงานภายใต้ NDRC เนื่องจากบทบาท ภาระหน้าที่ของ NDRC ที่ต้องรับผิดชอบในการวางแผนและพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมมหภาค จึงทาให้ NDRC เป็นหน่วยงานที่มีความสาคัญเป็นอย่างยิ่งต่อประเทศ จนได้รับสมญานามว่า “คณะรัฐมนตรีน้อย” ยิ่งไปกว่านั้น การทางานภายใต้ NDRC จะต้องอาศัยประสบการณ์ค่อนข้างมาก จึง ทาให้ NDRC เป็นหน่วยงานที่ผลิตผู้นาระดับสูงของจีนได้มากที่สุดแห่งหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น นาย Zeng Peiyan,นาย Hao Jianxiu,นาย Wang Yang และนายMa Kai เป็นต้น โดยประธานคณะกรรมการ NDRC คือ นาย Xu Shaoshi มีตาแหน่งเทียบเท่ากับรองนายกรัฐมนตรี และรองประธานคณะกรรมการ NDRC มี ทั้งหมด 5 คน คือ นาย Xie Zhenhua,นาย Hu Zhixin,นาย Liu He,นาย He Lifeng และนาย Wu Xinxiong ซึ่งทั้งหมดนี้ มีตาแหน่งเทียบเท่ากับรัฐมนตรี 3. โครงสร้างหน่วยงานภายใน NDRC NDRC มีหน่วยงานภายในที่รับผิดชอบครอบคลุมในหลากหลายภาคส่วน ทั้งมิติทางเศรษฐกิจและ สังคม โดยแบ่งออกเป็น 35 หน่วยงาน ดังนี้ 1. General Office 2. Department of Policy Studies 3. Department of Climate Change 4. Audit Office of PRC. 5. State Grain Administration 6. Department of Economic System Reform 7. Department of Fixed Asset Investment 8. Department of Foreign Capital and Overseas Investment 9. Department of Regional Economy โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ฯ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 4
  5. 5. ในที่นี้ จะขอยกตัวอย่างเฉพาะหน่วยงานที่สาคัญและได้รับความสนใจ ดังนี้ · Department of Economic System Reform รับผิดชอบในภาคส่วนของการปฏิรูประบบเศรษฐกิจ จากเดิมที่เป็นระบอบสังคมนิยมแบบ เข้มข้นให้มีความผ่อนคลายลง ยกตัวอย่าง การปฏิรูปที่ดิน จากที่ดินส่วนรวมมาเป็นที่ดินส่วนบุคคล และเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนในการดาเนินธุรกิจ เป็นต้น · Department of Western Region Development ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ที่ห่างไกลจากทะเล ทาให้พื้นที่บริเวณภาคตะวันตกของจีนมีการ พัฒนาที่ล่าช้ากว่าบริเวณพื้นที่ทางภาคตะวันออก ดังนั้น จึงได้จัดตั้งหน่วยงานนี้ขึ้น เพื่อทาหน้าที่ รับผิดชอบในการพัฒนาพื้นที่บริเวณภาคตะวันตก ตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 เป็นต้นมา โดยมีเป้าหมายให้ พื้นที่บริเวณนี้เป็นป้อมปราการหลักแห่งเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยหนึ่งโครงการที่มี ความสาคัญเป็นอย่างมาก คือ งานแสดงสินค้า China-ASEAN Expo ที่นครหนานหนิง ซึ่งจะจัดขึ้น เป็นประทุกปี · Department of Northeastern Region Revitalization รับผิดชอบในส่วนของการกระตุ้นและพัฒนาพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนที่ ประสบกับภาวะการชะลอตัว จากการมุ่งความสนใจหันไปพัฒนาพื้นที่บริเวณอื่น จึงได้มีการกาหนด โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ฯ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 5 10. Department of Western Region Development 11. Department of Northeastern Region Revitalization 12. Department of Resource Conservation and Environmental Protection 13. Department of Industry 14. Department of Basic Industries 15. The NDRC Party Committee 16. Department of Price 17. Department of Rural Economy 18. Department of Social Development 19. Department of Employment and Income Distribution 20. Department of International Cooperation 21. Department of Fiscal and Financial Affairs 22. Department of High-Tech Industry 23. Bureau of Price Supervision and Anti-Monopoly 24. Department of Laws and Regulations 25. Department of Trade 26. Department of Personnel 27. Bureau of Retired Officials 28. Office of Key Project Inspectors 29. Department of National Economy 30. Department of Development Planning 31. State Bureau of Material Reserve 32. Department of discipline inspection and supervision 33. Bureau of Economic Operations Adjustment 34. Office of National Economic Mobilization 35. National Energy Administration (NEA)
  6. 6. แผนพัฒนานโยบายเศรษฐกิจและสังคม โดยให้พื้นที่บริเวณนี้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ ท่ามกลางการรายล้อมด้วยประเทศต่างๆ อาทิ เกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ ญี่ปุ่น รัสเซีย เป็นต้น ทั้งนี้ หนึ่งในโครงการที่มีความน่าสนใจ คือ งานแสดงสินค้า The China-Northeast Asia Ex- po ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจาทุกปีเช่นเดียวกับทางภาคตะวันตก · Office of Key Project Inspectors ดูแลและรับผิดชอบในด้านการลงทุนและการอนุมัติการจัดทาโครงการใหญ่ๆ อาทิ อนุมัติโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 ล้านล้านหยวน ในช่วงปีค.ศ.2008 ที่ผ่านมา และโครงการ รถไฟความเร็วสูงรางคู่ ทั้งนี้เจ้าภาพหลักคือ คณะกรรมการฯ ร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจ การค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ · State Grain Administration คณะกรรมการข้าว ทาหน้าที่ในการควบคุม ดูแล และจัดสรรโควต้าการนาเข้าข้าวและ ธัญพืชทางการเกษตร ยกตัวอย่างเช่น การจัดสรรโควต้าในการสั่งซื้อข้าวจากภายนอก ให้กับ บริษัทในประเทศจีน ฉะนั้น ในกรณีที่มีโควต้าจะเสียภาษีเพียงแค่ 1% แต่ถ้าไม่มีจะเสียภาษี สูงถึง 62% ยกตัวอย่าง กรณีสัญญาซื้อขายข้าวจีทูจี ระหว่างจีนกับไทย บริษัทคอฟโก ประเทศจีน ได้รับโควต้าที่ว่านี้ ในการซื้อข้าวจากไทย ซึ่งนโยบายนี้เป็นผลมาจากเป้าหมาย ของจีนในการพึ่งตนเอง โดยมีเป้าหมายว่าต้องผลิตข้าวให้ได้ 95% และการนาเข้าข้าวต้องไม่ เกิน 5% บทสรุป จากที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า องค์กรปฏิรูปของจีนเป็นหน่วยงานที่มีความสาคัญเป็นอย่างมาก เป็นองค์กรที่มีแนวทางนโยบายและเป้าหมายในการทางานที่ชัดเจน มีการจัดสรรหน้าที่ความรับผิดชอบที่ ชัดเจนโดยการระบุ“เจ้าภาพ”ที่ทาหน้าที่หลักในการดูแลเรื่องต่างๆ และเป็นองค์กรที่มีการปรับบทบาทหน้าที่ อย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้รับต่อสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นในขณะนั้นได้ ยิ่งไปกว่านั้น เราจะเห็นได้ว่า ผู้นาระดับประเทศที่สาคัญๆของจีนจานวนมาก มาจากการทางานภายใต้ NDRC มาก่อน สิ่งนี้จึงยิ่งเป็นการตอกย้าให้เห็นถึงความสาคัญของ NDRC มากยิ่งขึ้นว่าเป็นหน่วยงานที่ สามารถสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพและความพร้อมที่จะเป็นผู้นาต่อไปได้ ในท้ายที่สุด ประเทศไทยในฐานะประเทศที่กาลังตื่นตัวต่อกระแสการปฏิรูปในปัจจุบัน จึงควรที่ศึกษา ประสบการณ์การทางานขององค์กรปฏิรูปจีน เพื่อนามาปรับใช้และเป็นแนวทางในการปฏิรูปสังคมไทยต่อไป ******************************************** 6โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ฯ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
  7. 7. ผู้ข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยน: ศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, อาจารย์ บุญส่ง ชเลธร, นาวาอากาศเอก ภูมิใจ เลขสุนทรากร อาจารย์ วันวิชิต บุญโปร่ง, พันเอก เวชยันต์ ชูดวง, ท่าน สมปอง สงวนบรรพ์ อาจารย์ สุริยะใส กตะศิลา, นางสุจิรัตน์ ชูดวง โครงการคลังปัญญาเพื่อการอภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ฯ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 7 ผู้อานวยการสถาบันคลังปัญญาฯ : ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ บรรณาธิการ : น.ส.ยุวดี คาดการณ์ไกล ถอดความและเรียบเรียง : น.ส.อนันญลักษณ์ อุทัยพิพัฒนากุล บันทึกเทปการประชุม : นาย ฮากีม ผูหาดา ผู้ประสานงาน : อ.อารณีย์ วิวัฒนาภรณ์ นางพัชร์พิชา เคียงธนสมบัติ ปีที่พิมพ์ : กุมภาพันธ์ 2558 สานักพิมพ์: มูลนิธิสร้างสรรค์ปัญญาสาธารณะ เพิ่มเติมได้ที่ www.rsu-brain.com ที่อยู่ติดต่อ วิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์ 52/347 พหลโยธิน 87 ตาบลหลักหก อาเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี 12000 โทรศัพท์ 02-997-2200 ต่อ 1283 โทรสาร 02-997-2200 ต่อ 1216 สถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ฯ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4/2 637/1 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-930-0026 โทรสาร 02-930-0064

×