Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

รัฐธรรมนูญจะนำชาติไปสู่สันติสุขได้อย่างไร

284 views

Published on

โดย ศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์
คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ถอดความและเรียบเรียงโดย อนันญลักษณ์ อุทัยพิพัฒนากุล

ภายใต้การสนับสนุนของโครงการคลังปัญญาเพื่ออภิวัตน์ประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน์ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต

สนใจติดตามคลิปวีดีได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=vz3-7rzCKeQ&feature=youtu.be

สนใจรายละเอียดโครงการฯเพิ่มเติมได้ที่
Wepsite : http://www.rsu-brain.com
Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/thinktankrsu?ref=hl

Published in: News & Politics
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

รัฐธรรมนูญจะนำชาติไปสู่สันติสุขได้อย่างไร

  1. 1. รัฐธรรมนูญจะนําชาติไปสูสันติสุขไดอยางไร ศาสตราจารย ดร.เอนก เหลาธรรมทัศน คณะกรรมาธิการยกรางรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาปฏิรูปแหงชาติ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่มาภาพ : http://www.tv5.co.th/web56/show_news.php?id=16832
  2. 2. v 1 โครงการคลังปญญาเพื่อการอภิวัตนประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน สถาบันคลังปญญาดานยุทธศาสตรฯ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ÃÑ°¸ÃÃÁ¹ÙިйํÒªÒµÔä»ÊÙ‹ÊѹµÔÊآ䴌Í‹ҧäà ศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ รัฐธรรมนูญจะนําชาติไปสู่สันติสุขได้อย่างไร สิ่งนี้จะเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ที่สําคัญ เพราะ รัฐธรรมนูญส่วนมากมักจะพูดถึงว่าเราจะสร้างประชาธิปไตยอย่างไร และจะทําให้มันดีขึ้นได้อย่างไร แต่ ในรัฐธรรมนูญฉบับที่เราจะร่วมสร้างด้วยกันนี้ จะต้องเป็นการสร้างสันติสุขและประชาธิปไตยให้แก่ ประเทศชาติ ทําให้เกิดการปรองดอง ทําให้เกิดการทํางานร่วมกันได้ รวมถึงได้รู้รักสามัคคี ของ 3 พรรค ฝ่าย ทั้งฝ่ายแดง ฝ่ายเหลือง และฝ่ายที่สาม ให้ได้ปรองดองร่วมกัน ดังนั้น สิ่งที่รัฐธรรมนูญออกแบบไว้ จึงมีหลายประการ ดังที่จะสรุปต่อไปนี้ ประการแรก อยากให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นรัฐธรรมนูญที่ทําให้เกิดรัฐบาลผสม และจะให้ กลับไปเกิดเหตุการณ์แบบเดิมไม่ได้ เหมือนตอนคุณสมัคร สุนทรเวช คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ที่เกิด เหตุการณ์ความวุ่นวายและนองเลือดขึ้นในปี 2551 ตอนคุณอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ ที่เกิดเหตุการณ์ความ วุ่นวายและนองเลือดขึ้นในปี 2552 และ 2553 ตอนคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวาย และนองเลือดขึ้นในปี 2556 และ 2557 ดังนั้น เราจะไม่มีวันที่จะถอยกลับไปเป็นแบบนั้นแล้ว การเป็น รัฐบาลพรรคเดียวร่วมกันกับพรรคเล็กๆที่ไม่มีความหมาย และให้พรรคใดพรรคหนึ่งไปเป็นฝ่ายค้าน แบบนั้นจะต้องทําได้ยากมาก แต่ที่ต้องทําได้ง่ายคือ รัฐบาลผสม ผมจึงอยากร้องขอไปที่พรรคการเมืองฝ่ายต่างๆด้วย ว่าของอย่างนี้ไม่ได้อยู่กันที่โครงสร้างอย่าง เดียว แต่ต้องอยู่ที่จิตใจ ความมุ่งมั่น ของพรรคฝ่ายทั้งหลายที่จะสร้างประเทศไทยใหม่ให้สันติสุข ดังนั้น จึงต้องขอวิงวอน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ให้เกิดรัฐบาลผสม เพื่อให้มีการปรองดองระหว่าง พรรค ระหว่างสี ประการที่สอง รัฐบาลผสมที่สําคัญ คือ การไม่ทําให้ภาคใต้เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมด ไม่ทําให้กรุงเทพมหานครฯเป็นของพรรคประชาธิปัตย์เกือบทั้งหมด ไม่ทําให้ภาคอีสานเป็นของพรรค เพื่อไทยทั้งหมด และไม่ทําให้ภาคเหนือเป็นของพรรคเพื่อไทยทั้งหมด เนื่องจากในระบบบัญชีรายชื่อมี สัดส่วนอยู่เท่าไหร่ ก็จะต้องมีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) อยู่เท่านั้น ถ้าไม่ได้รับจากการแบ่ง เขตเลย ก็จะต้องมี Party List มาเติม จนได้ตามสัดส่วนของระบบพรรค ดังนั้น นานเหลือเกินแล้วที่เรา ถูกมายาคติทําให้คิดว่าภาคหรือพื้นที่ต่างๆ ถูกผูกขาดโดยพรรคใดพรรคหนึ่ง ซึ่งความเป็นจริงเสียงของ ประชาชนไม่ได้เป็นเช่นนั้น ดังนั้น นี่จะเป็นการปรองดองระหว่างภาค และระบบรัฐบาลผสมก็จะทําให้ เห็นว่าเสียงของประชาชนมันเป็นสัดส่วนกับอํานาจของการเมือง ประการที่สาม ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) จะมาจากคนละฐานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถอดความจากการนําเสนอในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ 25 โดย ศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ วันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2558
  3. 3. v 2 โครงการคลังปญญาเพื่อการอภิวัตนประเทศไทยในยุคบูรพาภิวัตน สถาบันคลังปญญาดานยุทธศาสตรฯ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต (ส.ส.) และจะมีบทบาทมากขึ้น โดย ส.ว. ในที่นี้จะสามารถเสนอกฎหมายได้ด้วย นี่คือการปรองดอง อย่างหนึ่งระหว่างประชาชนผู้ลงคะแนนเสียงแบบเลือกตั้งทั่วไป กับอีกส่วนหนึ่งที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มา จากประชาชนที่เป็นตัวแทนอาชีพ ประชาชนที่เป็นตัวแทนวิชาชีพ ประชาชนที่เป็นอดีตข้าราชการ ประชาชนที่เป็นผู้ใช้แรงงาน และประชาชนที่เป็นเกษตรกร รวมทั้งระบอบของเรา ทั้งนี้นานเหลือเกิน แล้วที่เราใช้คนจนไปเลือกคนรวยเข้ามานั่งในสภา แต่คนจนที่สําคัญ หมายถึง แรงงานและเกษตรกร กลับไม่เคยได้เข้ามานั่งในสภาเลย ซึ่งในระบบการเลือกตั้งของเรา เขาจะได้เข้ามานั่งในสภาแน่นอน ดังนั้น นี่จะเป็นระบบที่มีการเลือกตั้งแบบ 2 ส่วน คือ ประชาชนที่เป็น voter หรือ ผู้หย่อนบัตร กับอีก ส่วนหนึ่ง คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นตัวแทนจากวิชาชีพ ชุมชนท้องถิ่น แรงงานเกษตร และชุมชนวิชาการ ก็จะได้เข้ามาอยู่ในนี้ ประการที่สี่ การเพิ่มบทบาทและอํานาจของประชาชนมากขึ้นในแบบที่ประชาชนไม่ได้เป็น เจ้าของประชาธิปไตยเพียงแค่ 4 นาที และโอนอํานาจทั้งหมดให้กับนักการเมืองและพรรคการเมืองไป อีก 4 ปีเหมือนเดิม แต่เราจะเปลี่ยนแปลงประชาธิปไตยที่เลือกผู้นําเป็นหลักหรือเกือบจะอย่างเดียว โดยให้เป็นประชาธิปไตยที่ให้ประชาชนเป็นเจ้าของอํานาจ มีอํานาจโดยตรงมากขึ้น และสามารถเข้าไป มีส่วนในการบริหารบ้านเมือง ตรวจสอบ และถอดถอนได้ นั่นก็คือ สมัชชาพลเมือง เป็นสภาที่ทําหน้าที่ ตรวจสอบภาคพลเมือง เป็นสมัชชาคุณธรรม โดยสมัชชาพลเมืองนั้น สามารถลงประชามติถอดถอนผู้ ดํารงตําแหน่งทางการเมือง พร้อมๆไปกับที่เราหย่อนบัตรลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไป ที่เรีกยว่า Impeachment ได้อีกด้วย นอกจากนั้น พลเมืองยังสามารถเปลี่ยนลําดับบัญชีรายชื่อได้ด้วย ที่เราเรียกว่า open list หรือ บัญชีระบบเปิด การที่เราให้ประชาชนมีบทบาทและอํานาจมากขึ้น ก็เป็นการปรองดองระหว่างประชาชน กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาเมื่อประชาชนไม่พอใจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็มีหนทาง เดียว คือต้องลงสู่ท้องถนน แต่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ได้ออกแบบให้ประชาชนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วม เข้าไปมีการตรวจสอบต่างๆ ในระบอบการเมืองของเราได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งถือว่าเป็นการปรองดองอีก แบบหนึ่ง ประการสุดท้าย ก็เป็นเรื่องการปฏิรูป ที่คุณหมอชูชัยได้พูดไปแล้ว การปฏิรูปก็เหมือนกับการ พัฒนา การทําอะไรให้ดีขึ้นอย่างขนานใหญ่ แต่สําหรับผมแล้วการปฏฺิรูป ก็คือการปรองดอง เพราะ สําหรับผม นานเหลือเกินแล้ว ที่เรามีความขัดแย้งกันระหว่างชนชั้น ระหว่างกลุ่ม ขัดแย้งกันระหว่าง เมืองกับชนบท ขัดแย้งกันระหว่างข้าราชการกับภาคประชาชน ที่เป็นเช่นนั้น เพราะความเป็นธรรม ความเท่าเทียม ความเสมอภาค มันยังมีน้อยอยู่ ดังนั้น การปฏิรูปจะนํามาซึ่งความปรองดองด้านต่างๆ ที่มีคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ ทําหน้าที่ต่างๆ ในระยะเวลา 5 ปีแรก ไม่ว่าจะ เป็นการเยียวยา การดูแลผู้ที่ได้รับความเสียหายจากผลกระทบ มีหน้าที่อํานวยความยุติธรรม มีหน้าที่ เสนอพระราชกฤษฎีกาให้อภัยโทษ มีหน้าที่ให้ความเห็นต่างๆ แก่รัฐบาล ที่จะทําให้บ้านเมืองเกิดสันติ สุข มีหน้าที่ให้การศึกษาแก่ประชาชนอย่างกว้างขวาง และให้ประชาชนได้เห็นความจําเป็นต่อการที่ต้อง ดํารงอยู่บนความแตกต่าง นอกเหนือจากนี้ ให้เห็นถึงความจําเป็นที่ต้องแก้ไขความแตกต่างด้วยสันติวิธี ในระบบประชาธิปไตยอีกด้วย
  4. 4. เพิ่มเติมได้ที่ www.rsu-brain.com ผู้อํานวยการสถาบันคลังปัญญาฯ : ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ บรรณาธิการ: น.ส.ยุวดี คาดการณ์ไกล ถอดความและเรียบเรียง: น.ส.อนันญลักษณ์ อุทัยพิพัฒนากุล ปีที่พิมพ์: มิถุนายน 2558 สํานักพิมพ์: มูลนิธิสร้างสรรค์ปัญญาสาธารณะ ที่อยู่ติดต่อ วิทยาลัยรัฐกิจ 52/347 พหลโยธิน 87 ตําบลหลักหก อําเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี 12000 โทรศัพท์ 02-997-2200 ต่อ 1283 โทรสาร 02-997-2200 ต่อ 1216 สถาบันคลังปัญญาฯ อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4/2 637/1 ถนนลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. 10900 โทรศัพท์ 02-930-0026 โทรสาร 02-930-0064

×