Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

สุขศึกษา

385 views

Published on

  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

สุขศึกษา

  1. 1. จินตนาการรัก<br />
  2. 2. ภาพที่ 1 – อยากมีแฟน<br />ในส่วนใหญ่ความรู้สึกว่าเราอยากมีแฟนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกช่วงวัยอายุ ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของแต่ละบุคคล แต่โดยส่วนมากนั้นเราจะเริ่มมีความรู้สึกว่า“เราอยากมีแฟน”ในช่วงประมาณตั้งแต่ประถมศึกษาชั้นที่ 6 และเริ่มจะสนใจมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยอายุชั้นมัธยมศึกษาประมาณตั้งแต่ชั้นม.1 – ม.3 เมื่อเข้าสู่ชั้นมัธยมศึกษาก็สามารถจะบ่งบอกได้ในระดับหนึ่งแล้วว่าเราโตขึ้น ผู้หญิงก็จะเริ่มเป็นสาว ผู้ชายก็จะหนุ่ม มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายอย่างรวดเร็ว ฮอร์โมนในร่างกายจะเริ่มทำงาน ฮอร์โมนนั้นมีผลต่อด้านความรู้สึกของวัยรุ่นเป็นอย่างมาก อารมณ์จะแปรปรวนบ่อย หงุดหงิดง่าย และเริ่มติดเพื่อน สิ่งเหล่านั้นจะเริ่มปรากฏขึ้นเมื่อย่างเข้าสู่วัยที่เรียกว่า”วัยรู่น” <br />วัยรุ่นนั้นจะเริ่มมีความรู้สึกสนอกสนใจต่อเพศตรงข้ามอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย อยากรู้อยากเห็นในเรื่องเพศมากขึ้น ความรักที่เกิดในวัยรุ่นนั้นพ่อแม่ส่วนมากอาจจะคิดว่ามันเป็นความรู้สึกที่ฉาบฉวย เป็นความรู้สึกที่เรียกว่าป๊อปปี้เลิฟ พ่อแม่บางคนอาจไม่เห็นด้วยกับการที่ลูกตนจะมีแฟนโดยเฉพาะลูกผู้หญิง พ่อแม่จะยิ่งหวงเป็นพิเศษ แต่การที่ห้ามเช่นนั้นอาจจะทำให้เด็กเก็บกด การบอกอย่างดีที่สุดคือให้เหตุผลบอกเขาด้วยว่าทำไมถึงยังไม่อยากให้มี<br />
  3. 3. ถึงคำถามที่ว่า.. “วัยรุ่น อยากมีแฟนแบบไหน?”<br />คำถามนี้ไม่มีที่แน่นอนที่สุด ถ้าจะให้บอกเหตุผลอย่างจริงจังคือ.. สเป็กของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนก็ไม่มีสเป็กที่ฝันเอาไว้เลยด้วยซ้ำ วัยรุ่นส่วนมากที่รักกันได้เพราะมีแรงจูงใจบางอย่างที่สามารถจูงใจเราไปยังคนๆนั้นได้ หรืออาจจะเป็นความรู้สึกที่เราเห็นว่าเขามีนิสัยที่ดี เล่นกีฬาเก่ง ฉลาดหล่อ/สวย ร่าเริงยิ้มแย้มตลอดเวลา มีนิสัยที่น่าค้นหา หรืออีกหลายๆอย่างที่ไม่สามารถจะยกตัวอย่างมาได้หมด สรุปคำตอบของคำถามนี้ก็คือ.. ขึ้นอยู่กับวัยรุ่นแต่ละคนว่าชอบหรือมีสเป็กแบบไหนที่เคยคิดฝันเอาไว้<br />
  4. 4. ภาพที่ 2 – ปิ๊งกัน !<br />๑.เวลา “ปิ๊งกัน” จะแสดงอย่างไรให้อีกฝ่ายรู้ตัว มีวิธีการอย่างไร?<br />-เวลาที่ปิ๊งใครสักคน การที่เราจะทำให้อีกฝ่ายรู้นั้นไม่ยากเลย เราสามารถจะบอกเขาผ่านการกระทำหรือผ่านทางสายตาเวลาที่เรามองเขา แต่ถ้าเขายังไม่รู้อีกเราก็ต้องบอกเขาผ่านทางวาจานี่แหละเป๊ะที่สุด! <br />๒.เวลา “ปิ๊ง” ใครสักคนเราเล่าให้ใครฟัง หรือปรึกษาใครบ้าง?<br />-ส่วนมากในวัยรุ่นจะปรึกษาเพื่อนสนิทของตนเอง เพื่อนในก๊วนในกลุ่มที่ตนไว้ใจได้ <br />-อีกส่วนหนึ่งจะปรึกษาพ่อแม่ของตน ซึ่งในส่วนนี้มีส่วนน้อยมากนักที่ในวัยรุ่นจะกล้าปรึกษาเพราะต่างก็กลัวและเขินเกินกว่าที่จะเล่าให้ฟังว่าเรานั้นกำลังสนใจผู้หญิง/ผู้ชายคนนี้อยู่<br />
  5. 5. ภาพที่ 3 – จีบกันโดยวิธีใด..<br />วิธีจีบกันเดี๋ยวนี้มีหลายรูปแบบ เยอะแยะมากมายไปหมดทั้ง โทรศัพท์คุยกัน<br />เดินด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน กินข้าว ดูหนัง เล่นดนตรีให้เพศตรงข้ามฟัง ให้ดอกไม้เป็นช่อเป็นดอก แชท หรือในที่ๆไม่ส่วนตัวเช่นในโรงเรียน ห้างฯในที่ต่างๆ <br />
  6. 6. ๓. รู้ได้อย่างไรว่าตกลงเป็นแฟนกันแล้ว? ใครเป็นคนจีบใครก่อน? เวลาจีบกันทำอย่างไร?<br /><ul><li>เรารู้ได้จากการกระทำของตัวเราเองและของเขาเอง เมื่อใจเราสองคนยอมรับกันและกันถึงแม้ไม่พูดเราก็สื่อถึงกันได้ว่า เราสองคนเป็นแฟนกันแล้วนะ
  7. 7. ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายไหนสนใจฝ่ายไหนก่อน อาจจะเป็นฝ่ายหญิงสนใจฝ่ายชายก่อนก็ฝ่ายหญิงจีบ ถ้าฝ่ายชายสนใจฝ่ายหญิงก่อนฝ่ายชายก็จีบ
  8. 8. เราก็ทำตัวปกติอย่างเช่นทุกวัน แต่แค่มีกิจวัตรประจำวันเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างคือ การจีบฝ่ายตรงข้ามที่เราสนใจ ทำให้เขารู้ว่าเออเรารู้สึกดีนะที่มีเขาอยู่ข้างๆเราแบบนี้ ทำให้เขารับรู้ถึงความรู้สึกจากใจเราจริงๆไม่ใช่ที่เราปั้นขึ้นมาเพื่อลวงเขา </li></ul>๔.เวลาเป็นแฟนกันแสดงออกต่อกันได้แค่ไหน? เช่น จับมือ โอบกอด หอมแก้ม ฯลฯ<br />เวลาที่เราเป็นแฟนกันเราสามารถแสดงออกว่าเรารักเขาได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการจับมือ การโอบกอด การหอมแก้ม การบอกรัก ฯลฯ <br />
  9. 9. เป็นแฟนกันช่วงแรกๆเลิฟเลิฟ<br />
  10. 10. การบอกรักกัน<br />
  11. 11. ๕.จะบอก/ไม่บอก ผู้ใหญ่ไหม เช่น พ่อแม่ พี่ หรือญาติคนอื่นเพราะเหตุใด?<br />-ในวัยรุ่นบางคนอาจจะเลือกที่ไม่บอก เพราะกลัวการขัดขวางจากทางพ่อแม่<br />กลัวจะถูกมองว่าเป็นลูกที่ไม่รักดี อาจจะถูกสั่งให้ห้ามคบกันเพื่อผลในอนาคต<br />-ส่วนใหญ่เมื่อมีแฟนแล้วก็จะแนะนำให้พ่อแม่รู้จัก เพื่อเป็นการให้เกียรติคนที่เราคบและเป็นการดูด้วยว่าคนที่เราคบอยู่ด้วยนั้นเป็นคนประเภทไหน จากที่เราคิดว่ายังไม่รู้จักเขาได้ดีพอ ถ้าพามาพบพ่อแม่ อาจจะทำให้เราได้เห็นอีกด้านมุมหนึ่งจากเขาที่เราไม่เคยได้เห็น<br />
  12. 12.
  13. 13. ภาพที่ 4 - พยายามหาโอกาสอยู่กันสองต่อสอง<br />พอเริ่มคบกันได้นานขึ้นตามระยะเวลา สิ่งที่คิดตามมาคือเรื่องเพศสัมพันธ์ การยิ่งได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองยิ่งเป็นการเปิดโอกาสในเรื่อง Sex มากขึ้น<br />ถ้าอายุเหมาะสมควรแก่เวลาแล้วก็คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ถ้าอายุยังไม่บรรลุนิติภาวะนั้น การมีเพศสัมพันธ์กับคนรักก็อาจะดูเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ขึ้นมาได้ทันที การยิ่งคบกันได้นานความเชื่อใจและความไว้ใจก็มีมากขึ้นตามลำดับ ขึ้นอยู่กับแต่ละคู่ว่ายิ่งเวลาผ่านไปยิ่งทะเลาะกัน หรือยิ่งทำให้รักหวงแหนกันมากขึ้น<br />
  14. 14. ..Kiss..<br />
  15. 15. ๖. ชาย หญิง จะรู้สึกหรือแสดงออกเหมือนกัน หรือต่างกันอย่างไร?<br />-ความรู้สึกอาจจะเหมือนกัน แต่การแสดงออกอาจจะแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ถ้าฝ่ายหญิงแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าต้องการโดยไม่เก็บอาการจะทำให้ตัวเองดูกร้านโลกเกินไป ฝ่ายหญิงจึงดูเก็บอาการได้เก่งกว่าฝ่ายชาย เมื่อถึงเวลาฝ่ายชายก็จะเอาแต่คิดฟุ้งซ่านไปต่างๆนาๆ และน่าตาของฝ่ายชายในตอนนั้นจะดูหื่นขึ้นมาทันที<br />๗. ในช่วงนี้เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีเรื่องขัดแย้ง ทะเลาะกันถ้ามีส่วนใหญ่เป็นเรื่องอะไร?<br />-เรื่องทางฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงจะแอบไปมีใครต่อใคร หรือแอบเก็บเล็กเก็บน้อยไว้ในขณะที่กำลังคบกันอยู่<br />
  16. 16. ๘.ในระยะนี้ความรักของทั้งสองคนจะเป็นแฟนกันตลอดไปหรือไม่ เพราะเหตุใด?<br />-ในบางกรณีที่บางคู่รักกันจริงจะไม่มีการเลิกราใดๆทั้งสิ้น เขาจะรักกันยิ่งกว่าคู่แต่งงานใหม่ หวานจนมดขึ้นยิ่งกว่าคนสองคนที่เริ่มคบกันเสียอีก<br />-แต่ถ้าเกิดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ซื้อสัตย์ต่อคนรักจริงๆก็จะมีการหย่าร้างห่างเหินกันไปในที่สุด<br />
  17. 17. สมาชิกกลุ่มที่ ๓<br />ด.ญ.ภิรญา สิริกนกไชย ม.๒/๔ เลขที่ 37 (หัวหน้ากลุ่ม) <br />ด.ญ.พิสชา ยินดี ม.๒/๔ เลขที่ 35 (รองหัวหน้ากลุ่ม)<br />ด.ญ.นวรัตน์ เชื้อทอง ม.๒/๔ เลขที่ 25 <br />ด.ญ.พิมลพร ฐิติปัญญา ม.๒/๔ เลขที่ 34<br />ด.ญ. ณัตภร โตเฟื่อง ม.๒/๔ เลขที่ 14 <br />ด.ญ. สินนภา ดีเลิศพัฒนา ม.๒/๔ เลขที่ 47<br />

×