Successfully reported this slideshow.

ดนตรีกับวิชาชีพครู

5,714 views

Published on

ดนตรีกับวิชาชีพครู

  1. 1. โดยนางสาวพิมพ์ผกา อินทะรส ดนตรีกบวิชาชี พครู ั 1. ดนตรีกับวิชาชีพครู มีความเหมือนกันอย่างไร ดนตรีกับวิชาชีพครูมีความเหมือนกันอย่างยิ่งในแง่ที่เป็นอาชีพที่ต้องใช้จิตวิญญาณในการปฏิบัติงาน กล่าวคือ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นครู หากสอนโดยปราศจากจิตวิญญาณของความเป็นครู จะถือว่าเป็นเพียงผู้ที่มีอาชีพครู แต่ไม่ใช่ครูมืออาชีพ หากว่าสอนด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครูอย่างแท้จริงครูจะต้องฝึกฝนตนเองในด้านทักษะการสอน ตลอดจนพยายามแสวงหาความรู้ใหม่ๆ เพื่อพัฒนาการสอนของตนเองอยู่เสมอ รวมถึงการเอาใจใส่นักเรียนอย่างสม่่าเสมอด้วย ในท่านองเดียวกัน นักดนตรีที่ดีต้องอาศัยจิตวิญญาณที่จะใส่ลงไปในระหว่างที่เล่นดนตรีหรือร้องเพลง จึงจะสามารถเข้าถึงจังหวะและอารมณ์ของดนตรีในท่วงท่านองนั้นๆ ได้ ทั้งนี้นักดนตรีก็เช่นเดียวกับครูที่จะต้องฝึกฝนตนเองอยู่เสมอ โดยการหมั่นฝึกซ้อมอย่างสม่่าเสมอ พร้อมกับเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ในการพัฒนาทักษะทางด้านดนตรีของตนเอง เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้กับคนฟังให้มีทางเลือกด้านดนตรีที่หลากหลาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการแสดงออกถึงความเอาใจใส่ต่อคนฟังด้วย อนึ่ง ในขณะที่ครูสอนหน้าห้อง กับ ขณะที่นักดนตรีแสดงอยู่บนเวที ก็มีลักษณะที่คล้ายกัน โดยครูจะต้องตั้งใจสอนและดูว่านักเรียนเข้าใจที่ตนเองสอนหรือไม่ หากนักเรียนไม่เข้าใจครูจะต้องหาวิธีอธิบายให้นักเรียนเข้าใจในที่สุด เช่นเดียวกับนักดนตรีที่จะต้องตั้งใจเล่นและแสดงอย่างสุดความสามารถ และคอยดูว่าผู้ฟังสนุกกับเสียงดนตรีของตนเองหรือไม่ หากผู้ฟังไม่มีอารมณ์ร่วมกับเสียงดนตรี นักดนตรีก็ต้องหาวิธีการที่จะท่าให้ผู้ฟังมีความรู้สนุกกับเสียงดนตรีให้ได้ในที่สุดจึงจะกล่าวได้ว่าเป็นนักดนตรีมืออาชีพและครูมืออาชีพ 2. ดนตรีกับวิชาชีพครู มีความต่างกันอย่างไร ดนตรีกับวิชาชีพครู โดยทั่วไปแล้วมีความต่างกันตรงที่ลักษณะการท่างาน ที่ครูจะท่างานในโรงเรียน ห้องเรียน ในขณะที่นักดนตรีจะท่างานในสตูดิโอ เวทีคอนเสิร์ต หรืออาจกล่าวได้ว่าเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการท่างานก็แตกต่างกันด้วย โดยเครื่องมือที่ครูใช้ในการสอน เช่น แผนการจัดการเรียนรู้ สื่อการสอน เป็นต้น ในขณะที่นักดนตรีจะใช้อุปกรณ์เครื่องดนตรีเป็นหลัก เช่น กีตารืเปียโน โน้ตเพลง เป็นต้น ในเรื่องของศาสตร์ที่ใช้ในการท่างาน ก็ถือว่ามีความแตกต่างระหว่างครูกับนักดนตรี ซึ่งครูจะใช้ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการสอน แต่นักดนตรีจะใช้ศาสตร์ที่เกี่ยวกับดนตรี การแสดง(performance) และความบันเทิง (entertainment) นอกจากนี้ พฤติกรรมการแสดงออกของนักดนตรีกับครูนั้นค่อนข้างแตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักดนตรีที่จะแตกต่างกันไปตามลักษณะแนวดนตรีนั้นๆเช่น ร็อค แจ๊ส ป๊อบ เป็นต้น โดยอาจแสดงออกด้วยการแต่งกายและการแสดงอารมณ์ในระหว่างที่แสดงดนตรี เช่น นักดนตรีร็อคอาจแสดงอารมณ์ที่รุนแรงกว่านักดนตรีแจ๊ส เป็นต้น ซึ่งต่างกับครูที่ 1
  2. 2. โดยนางสาวพิมพ์ผกา อินทะรสจะมีรูปแบบการแสดงออกที่เป็นไปแบบเรียบๆ อาจมีบ้างที่ครูบางท่านใช้เทคนิคการสอนที่หลากหลายเช่น การให้นักเรียนท่ากิจกรรมด้วยตนเอง การสาธิตโดยใช้สถานการณ์จ่าลอง เป็นต้น แต่ในด้านของการแสดงอารมณ์ยังถือว่าน้อยกว่านักดนตรี 3. สุนทรียภาพทางดนตรีจะสอดประสานกับการจัดการเรียนการสอนอย่างไร ในการจัดการเรียนการสอนหากสามารถน่ากิจกรรมเข้ามาสอดแทรกในระหว่างการสอนได้ จะท่าให้บรรยากาศของการเรียนการสอนเป็นไปอย่างสนุกสนาน ทางหนึ่งก็โดยการน่าดนตรีหรือเสียงเพลงเข้ามาเป็นตัวน่าให้ครูและนักเรียนเกิดความรู้สึกอยากเรียนรู้ร่วมกันมากขึ้น เช่น การสอนภาษาอังกฤษ ก็อาจให้นักเรียนฟังเพลง แล้วเติมค่าในช่องว่างที่เว้นไว้ของเนื้อเพลง ซึ่งนอกจากนักเรียนจะได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ รูปประโยคจากเนื้อเพลงแล้ว นักเรียนยังได้สัมผัสกับความไพเราะของเสียงดนตรี แทนที่จะสอนโครงสร้างประโยคโดยตรง ครูสามารถหยิบประโยคในเนื้อเพลงมาขยายต่อได้ เป็นต้น นอกจากนี้ ในทุกๆ วิชา ระหว่างที่ให้นักเรียนท่างานอย่างอื่น ที่ไม่ใช่ขณะที่ครูอธิบายอยู่นั้น ครูอาจเปิดเพลงเบาๆ เป็นการกล่อมให้นักเรียนรู้สึกเพลิดเพลินและท่างานชิ้นนั้นด้วยอารมณ์สุนทรี อนึ่ง ดนตรีสามารถสอดประสานเข้าไปทุกๆ ช่วงของการจัดการเรียนการสอน เพียงแค่นักเรียนและครูมีดนตรีในหัวใจ เพราะเมื่อใดก็ตามที่ไม่ว่าจะเป็นครูหรือนักเรียนต้องการให้เสียงดนตรีเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เกิดความเครียดในระหว่างการเรียนการสอน ก็เพียงแค่ ‘นึกถึง ’เสียงดนตรีที่ชอบหรือหยุดพักเพียงนิดแล้วฮัมเพลง ก็ท่าให้บรรยากาศในห้องเรียนที่เครียด ดูผ่อนคลายมากขึ้น  2

×