100202 : Curriculum & Instruction                                  การเรียนรูกับการแบงปน                               ...
2                                                                              100202 : Curriculum & Instruction          ...
3                                                                           100202 : Curriculum & Instruction             ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

การเรียนรู้กับการแบ่งปัน

727 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
727
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
4
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การเรียนรู้กับการแบ่งปัน

  1. 1. 100202 : Curriculum & Instruction การเรียนรูกับการแบงปน :::::: โดย ดร.อุทัย ดุลยเกษม ::::: ผมเขาใจวาสิ่งมีชีวิตทุกประเภทตองมีการเรียนรู เพราะการเรียนรูจะชวยสิ่งมีชีวิตใหสามารถปรับตัวสอดคลองกับสภาวะแวดลอมที่มการเปลี่ยนแปลงอยูเสมอ ในกรณีที่สภาวะแวดลอมเกิดการ ีเปลี่ยนแปลงอยางขนานใหญและฉับพลัน ถาสิ่งมีชีวิตไมมีความรูหรือเรียนรูไมทนกับเวลา ก็ยอมจะไดรับผลกระทบมาก และในหลายๆ  ักรณีอาจทําใหสูญเสียชีวิตได การเรียนรูของสิ่งมีชีวิตในขั้นต่ําสุดก็เปนไปเพื่อความอยูรอดและปฏิบัติหนาที่ของตนไดในระบบนิเวศหรือระบบธรรมชาติที่ตวเองเปนสวนหนึงของระบบนั้น ั ่ การเรียนรูที่พดถึงนีมิใชสิ่งเดียวกับสัญชาตญาณ แมวาสัญชาตญาณจะเปนอีกสวนหนึงทีชวย  ู ้  ่ ่ใหสิ่งมีชวิตปรับตัวใหสอดคลองกับสภาวะแวดลอมไดเชนเดียวกัน แตสัญชาตญาณอยางเดียวไมเพียง ีพอที่จะชวยใหสิ่งแวดลอมอยูรอดได ทั้งที่ไมจําเปนตองเอยวา จะมีชวิตอยูเพื่อที่จะปฏิบัติหนาที่ของตน ีในระบบนิเวศที่ตนเองเปนสวนหนึง ่ สิ่งมีชีวิตชันต่า เชน พืชและสัตว อาศัยการปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดลอมดวย ้ ํสัญชาตญาณเปนหลัก แมวาในหมูสัตวจะมีการเรียนรูชวยอยูบาง แตไมมากนัก    สําหรับมนุษยนั้น การปรับตัวใหเขากับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดลอมและการปฏิบัติหนาที่ของตนในระบบนิเวศ ตองอาศัยการเรียนรูมากกวาสัญชาตญาณ ดวยเหตุนน มนุษยจึงตองมีการ ั้เรียนรูอยูอยางตอเนื่องและสม่ําเสมอ เพราะสภาวะแวดลอมมีการเปลียนแปลงตลอดเวลานั่นเอง ่ แตการเรียนรูที่มนุษยจะนําไปใชเพื่อปรบตัวใหสอดคลองกับการเปลียนแปลงของสภาวะ  ่แวดลอม และเพื่อใหสามารถปฏิบัติหนาที่ของตนไดอยางมีความสมดุลกับระบบนิเวศ จําเปนตองเปนการเรียนรูที่มความหลากหลาย เพราะในธรรมชาตินนมีความหลากหลาย และการเปลี่ยนแปลงของ  ี ั้สภาวะแวดลอมก็มีความหลากหาย การเรียนรูที่ปราศจากความหลากหลายแมจะเปนการเรียนรูทมี ี่คุณภาพแตจะไมสามารถนําไปแกปญหาหรือชวยใหคนเราปรับตัวไดในสภาวะของการเปลี่ยนแปลงที่มีความหลากหลาย ดังที่เราเห็นกันอยางชัดเจนทัวไปวา ในทามกลางการเปลียนแปลงที่เกิดขึ้นอยาง ่ ่รวดเร็วผูคนจํานวนไมนอยตองสูญเสียชีวิตเพราะไมสามารถเรียนรูไดทัน โดยธรรมชาติแลว ทั้งความหลากหลายทางพันธุกรรมและความหลากหลายทางวัฒนธรรมถือวาเปนคลังทางปญญาของมนุษยเลยทีเดียว เพราะความหลากหลายทางพันธุกรรมและความหลากหลายทางวัฒนธรรมนี้เอง ที่ชวยใหมนุษยสามารถปรับตัวไดกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ แวดลอมในธรรมชาติ อุทัย ดุลยเกษม ( 2545 ) ศึกษาเรียนรู ภาค 2 กรุงเทพฯ : มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ . หนา123-128
  2. 2. 2 100202 : Curriculum & Instruction เมื่อเราศึกษาธรรมชาติ เราก็จะเห็นไดอยางชัดเจนวา สิ่งมีชีวิตทั้งหลายมีความปรารถนาที่จะเรียนรูเพื่อสรางสรรคสิ่งใหม และที่สาคัญก็คือ การแบงปนความรูที่เรียนรูมาใหกับสังคมที่ตวเองเปน ํ ัสมาชิกอยู ในธรรมชาติไมมการเรียนรูที่จะนําความรูมาทําลายผูอื่น แตเปนการเรียนรูที่จะชวยใหมวล ี สมาชิกและสภาวะแวดลอมดํารงอยูไดในภาวะสมดุล และปฏิบัติหนาที่ไดตามที่ระบบธรรมชาติหรือระบบนิเวศตองการ ตัวความรูจึงเปนสิ่งทีนํามาแบงปน มิใชเปนทรัพยสมบัติเฉพาะตัว และนํามาใช ่เพื่อผลประโยชนเฉพาะตน มนุษยเองก็มธรรมชาติเชนวานี้ กลาวคือ มนุษยมีแรงผลักดันที่จะเรียนรูเพื่อสรางสรรคสิ่งใหม ีและเพื่อแบงปนความรูใหเกิดประโยชนแกผูอื่นและแกสงคมที่ตนเองเปนสมาชิกอยู จากหลักฐานใน ัประวัติศาสตร เราเห็นเปนทีประจักษวา นักวิทยาศาสตรผูชาญฉลาดจํานวนมาก หรือนักประดิษฐกรรม ่ หลายคนหรือแมแตคนที่เปนครู-อาจารยซึ่งไดมีการคนควาและเรียนรูสิ่งตาง ๆ มากมาย บุคคลเหลานี้มิไดคนควาหรือศึกษาเรียนรู เพราะมีแรงผลักดันจากการที่ไดรับรางวัลหรือเบี้ยหวัดเงินทอง แตเกิดจากแรงขับดันภายในทีจะเรียนรูและเพื่อนําความรูนั้นมาแบงปนใหกับผูอื่นและใหแกสังคมที่ตนเปนสมาชิก ่  อยู แตเมื่อพิจารณาดูถึงสภาพการณที่เปนอยูในปจจุบน เราจะเห็นสิงที่เกิดขึ้นเกือบจะเปนตรงขาม ั ่กับสิ่งที่เคยเปนมาในอดีต นั่นคือ แรงผลักดันในการแสวงหาความรู มิไดมาจากฉันทะภายในตัว แตกลับมาจากสิงลอใจภายนอก ซึงอาจจะเปนเงินตรา เกียรติยศ ชื่อเสียง หรือยศถาบรรดาศักดิ์ ่ ่ เมื่อเปนเชนนี้ สิ่งที่เรียนรูก็ไมคํานึงถึงความหลากหลาย แตจะคํานึงวาความรูประเภทใดที่จะ กอใหเกิดผลตอบแทนสวนตัวสูงสุด และการแบงปนความรูก็ลดนอยลงไป หรือถาจะมีการแบงปนความรูใหผูอื่น หรือใหแกสังคม ก็จะอยูในรูปของการซื้อขาย หรือตีคาเปนตัวเงิน เราจึงไดเห็นสิงตาง ๆ ที่แปลก ่ใหม เชน ทรัพยสินทางปญญา เปนตน เกิดขึ้นในยุคนี้ การศึกษาหาความรูก็ดี การเก็บความรูโดยไมแบงปนใหผูอื่น หรือใหแกสังคมเพื่อประโยชนของสวนรวมก็ดี ยอมถือไดวาเปนเรื่องผิดธรรมชาติ และเปนสัญญาณอันตรายที่บงบอกวา การปฏิบัติหนาที่ของระบบทังหลายจะขาดประสิทธิภาพ และจะกอใหเกิดวิกฤตการณกับมนุษยมากขึ้น ทั้งนี้เพราะเหตุวา ้ ในยุคปจจุบนนี้มนุษยกําลังเผชิญกับเรื่องการปรับตัวอยางขนานใหญ เพื่อใหสอดคลองและสมดุลกับ ัขีดจํากัดของระบบนิเวศทังโลก ในยุคนี้คงจะยิงกวาในยุคอื่นกอนหนานีที่มนุษยตองมีการเรียนรูมากขึ้น ้ ่ ้ ตองเรียนรูอยางหลากหลาย เพื่อที่จะสรางสรรคสิ่งใหมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยางรวดเร็ว การปรับตัวในทุกระดับจะตองเกิดขึ้นอยางทันกาล และตองมีความหลากหลายซึงเราจะปลอยให่กลุมใดกลุมหนึ่งเขามาจัดการในทุกเรื่องและทุกพื้นที่ไมได แตจําตองแบงความรับผิดชอบไปยังทุกสวนทุกพืนที่ใหจัดการในเรื่องเหลานี้ ้ อุทัย ดุลยเกษม ( 2545 ) ศึกษาเรียนรู ภาค 2 กรุงเทพฯ : มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ . หนา123-128
  3. 3. 3 100202 : Curriculum & Instruction ความคิดเดิม ๆ ที่วาจะตองใหมืออาชีพเขามาจัดการเพื่อแกไขสิ่งตาง ๆ ใหสอดคลองกับสภาวะ การเปลี่ยนแปลงนัน คงใชไมไดผลแลวในยุคนี้ เพราะมืออาชีพสวนมากไดรับการอบรมสั่งสอนใหเรียนรู ้แบบเชิงเดี่ยว ขาดความหลากหลาย และถูกธรรมชาติสั่งสอนใหไมคอยแบงปนความรูใหกับผูอน อีกทัง ื่ ้ยังใหคานิยามหรือความหมายของสิงที่เรียกวา ความรูชนิดที่ความรูจากธรรมชาติกลายเปนสิงทีไมใช ํ ่   ่ ่ความรูไปและยอมรับเฉพาะวาสิ่งที่เปนความรูคือสิ่งทีเ่ รียนมาจากระบบโรงเรียนเทานัน ้ ในชวงที่บานเมืองของเรากําลังคิดจะปฏิรูปการศึกษา ดังที่มการประกาศใชกฎหมายหรือ  ีพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พวกเราก็เปนคนธรรมดาสามัญ (ที่มิใชมืออาชีพ) และเปนพอแม(มืออาชีพ) นาจะตองใหความสําคัญกับเรืองนี้ใหมากขึ้น โดยเฉพาะเรืองใกลตัวเราเอง คนทีมีลูกยังอยู ่ ่ ่ในวัยเรียน ควรจะตองไตรตรองใหรอบคอบวา เรากําลังผลักดัน (หลายกรณีตองใชคําวากดดัน) ใหลูกหลานเราเรียนรูอยางปราศจากความหลากหลายใชหรือไม เรากําลังใหลูกหลานเราคิดวาความรูเปนทรัพยสนทีเ่ ราเปนเจาของใชหรือไม เรากําลังบอกลูกหลานโดยออม ๆ ใชหรือไมวา เมื่อความรูเปน ิทรัพยสน เราตองตีคาเปนเงินตรา และไมควรแบงปนใหผูอื่นโดยไมคิดมูลคา ถาเปนอยางนี้ทานทั้งหลาย ิ ควรรูดวยวา เรากําลังมุงดําเนินชีวิตที่สวนทางกับความเปนธรรมชาติ ซึ่งจะนําไปสูจดที่จะกอใหเกิดภาวะ ุวิกฤติในสังคมมนุษยมากกวาที่เรากําลังเผชิญอยูในปจจุบัน ถึงตอนนั้นความรูที่ลูกหลานเรามีก็ไมอาจจะชวยใหลูกหลานเรามีชวตอยูในสังคมไดอยางผาสุก ีิดังที่เราเคยคาดหวัง ลองพิจารณาไตรตรองดูเถิดครับ อุทัย ดุลยเกษม ( 2545 ) ศึกษาเรียนรู ภาค 2 กรุงเทพฯ : มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ . หนา123-128

×