วัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนิดฉีด (ไอพีวี)                                                                         สิ่งที่ทาน...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

Vis ipv

266 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
266
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
1
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Vis ipv

  1. 1. วัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนิดฉีด (ไอพีวี) สิ่งที่ทานควรทราบ1. โรคโปลิโอ คืออะไร และปองกันไดอยางไร โรคโปลิโอ คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโปลิโอ เชื้อเขาสูรางกายโดยการ กรณีเปนหวัดเล็กนอย ไมมีไข สามารถรับวัคซีนไดรับประทานอาหารหรือน้ําดื่มที่ปนเปอนเชื้อ สวนใหญของเด็กที่ติดเชื้อจะไมแสดงอาการ บางรายอาจมีอาการไขต่ําๆ เจ็บคอ แขนขาออนแรง ถาเปนรุนแรงอาจ 5. อาการขางเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังรับวัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนิดฉีดเสียชีวิตไดจากกลามเนื้อที่ชวยในการหายใจเปนอัมพาต โรคโปลิโอสามารถปองกัน อาจมีอาการเจ็บปวดเฉพาะที่เล็กนอยไมมีปฏิกิริยารุนแรงตอรางกายไดโดยการสงเสริมสุขอนามัยที่ดีในการเลี้ยงดูเด็ก และปองกันไดดวยวัคซีน อาการสามารถทุเลาเองได อาการขางเคียงสวนใหญมักเกิดจากวัคซีนปองกันโรค ประเทศไทยไมมีโรคโปลิโอมากวา 10 ปแลว เพราะมีการใหวัคซีนอยาง คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน ที่ฉีดรวมกันทั่วถึง แตในประเทศใกลเคียง เชน อินเดีย ปากีสถาน อินโดนีเซีย ยังมีผูปวยอยู จึง การดูแลรักษาอาการขางเคียง หากปวด บวมบริเวณที่ฉีดใหประคบดวยจําเปนตองใหวัคซีนตอไปอีก จนกวาจะสามารถกวาดลางโรคนี้ไดหมดไปจากภูมิภาค ผาเย็น หากมีไขใหรับประทานยาลดไขในขนาดที่เหมาะสม หากอาการขางเคียง โรคโปลิโอสามารถปองกันไดดวยวัคซีน เปนรุนแรง หรือเปนมาก ควรรีบปรึกษาแพทยทันที และบอกอาการใหแพทย ทราบโดยละเอียด2. วัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนิดฉีด คืออะไร โดยทั่วไป วัคซีนที่ใชปองกันโรคโปลิโอมี 2 ชนิด คือ ชนิดรับประทาน (โอพีวี) 6. วัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนิดฉีดอยูในแผนสรางเสริมภูมิคุมกันโรคและ ชนิดฉีด(ไอพีวี) โดยวัคซีนที่มีใชอยูเดิมมานานแลวคือวัคซีนปองกันโรค ของกระทรวงสาธารณสุขหรือไม และใครเปนผูรับผิดชอบคาวัคซีนโปลิโอชนิดรับประทาน ซึ่งมีประสิทธิภาพดีมาก ใชในการกวาดลางโปลิโอไดและ วัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนิดฉีดที่มีในประเทศไทยจะอยูในรูปของวัคซีนปลอดภัย วัคซีนชนิดรับประทานอาจเกิดผลแทรกซอน คือเปนโรคโปลิโอจากวัคซีน รวม และอยู นอกแผนสร างเสริ มภู มิ คุ มกั นโรคของกระทรวงสาธารณสุ ข ซึ่ งไดในอัตรา 1 ใน 5-10 ลานครั้งของการใหวัคซีน เพราะวัคซีนชนิดรับประทาน ผูปกครองตองเสียคาใชจายเอง โดยสวนใหญจะรวมอยูกับวัคซีนปองกันโรค คอประกอบดวยเชื้อไวรัสมีชีวิตที่ทําใหออนฤทธิ์ จึงไมควรใชกับผูที่มีภูมิคุมกันต่ํา ตีบ-บาดทะยัก- ไอกรนวัคซีนปองกันโปลิโอชนิดฉีด (ไอพีวี) นี้ เปนวัคซีนชนิดเชื้อตาย มีประสิทธิภาพดีพอๆ กับชนิดรับประทาน และมีความปลอดภัยสูง สามารถใชกับเด็กทั่วไปและผูที่ 7. เด็กจําเปนตองไดรับวัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนิดฉีดหรือไมมีภูมิคุมกันบกพรองได เด็กทุกคนจะตองไดรับวัคซีนปองกันโปลิโอชนิดรับประทานหรือฉีดอยาง ใดอยางหนึ่ง เพราะเปนโรคติดตอที่กออาการรุนแรงได ในผูที่มีขอบงชี้ตามขอ 33. ใครควรไดรับวัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนิดฉีด และจะตองใหกี่ครั้ง อยางไร ควรไดรับวัคซีนชนิดฉีดเทานั้น ผู ที่ มี ภู มิ คุ ม กั น บกพร อ งซึ่ ง ไม ส ามารถใช วั ค ซี น ป อ งกั น โรคโปลิ โ อชนิ ด กรณีที่มีการรณรงคหยอดโปลิโอ หากมิไดเปนผูที่มีภูมิคุมกันบกพรองรับประทาน ควรใชวัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนิดฉีด รวมทั้งผูที่มีสมาชิกในบานเปน หรืออาศัยอยูในบานเดียวกับผูที่มีภูมิคุมกันบกพรอง ควรไปรับการหยอดโปลิโอผูปวยภูมิคุมกันบกพรอง วัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนิดฉีด ใหโดยการฉีดเขากลาม ดวยเสมอ แมวาจะเคยไดรับวัคซีน ไมวาจะเปนชนิดฉีดหรือชนิดรับประทานมาอายุที่ใหจะเหมือนชนิดรับประทานคือ เมื่ออายุ 2, 4, 6, 18 เดือน และกระตุนเมื่อ ครบถวนแลวก็ตามอายุ 4-6 ป โดยทั่วไปจะใหพรอมวัคซีนปองกันโรคคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน เด็กทั่วไปจะใชวัคซีนชนิดรับประทานหรือฉีดก็ได วัคซีนทั้งสองสามารถใชแทนกันได 8. มีสิ่งที่ตองปฏิบัติอื่นๆ หรือไม ผูปกครองควรดูแลสุขอนามัยของเด็กใหถูกตอง โดยเฉพาะความสะอาด โดยวัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนิดฉีด มักผสมมารวมกับวัคซีนปองกันโรค ของอาหารและน้ํา เชนการลางมือบอยๆ การขับถายที่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งจะชวยใหคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน ใหเปนเข็มเดียวกัน ลดโอกาสที่จะติดเชื้อโปลิโอได4. ใครไมควรรับวัคซีนปองกันโรคโปลิโอชนิดฉีด หรือควรเลื่อนการรับ ผูปกครองควรพาเด็กมารับวัคซีนตามกําหนดเวลาที่แพทยแนะนําเสมอ ใน กรณีที่ไมสามารถมารับวัคซีนไดตามที่กําหนด ควรรีบมารับทันทีที่ทําได วัคซีนนี้ ผูปกครองควรเฝาสังเกตอาการของเด็กในสถานพยาบาลที่ไดรับวัคซีน เนื่องจากวัคซีนชนิดฉีดที่มีจําหนายขณะนี้ อยูในรูปวัคซีนรวมกับ วัคซีน อยางนอย 30 นาที จึงพาเด็กกลับบาน และควรสังเกตอาการตอที่บานดวย หากปองกันโรค คอตีบ-บาดทะยัก -ไอกรนดังนั้นขอหามใชจึงเหมือนกับขอหามของการ เด็กมีอาการขางเคียงภายหลังจากการไดรับวัคซีน ผูปกครองควรรายงานใหแพทยฉีด วัคซีนปองกันโรค คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน อยางไรก็ตามสําหรับวัคซีนชนิดนี้ ทราบทุกครั้งกอนการรับวัคซีนครั้งตอไปมีขอหามใชจําเพาะคือ ผู ป กครองควรเก็ บ บั น ทึ ก การรั บ วั คซี น ของเด็ ก ไว ต ลอดไป เพื่ อ เป น • เคยมีอาการแพแบบรุนแรงจากการใหวัคซีนชนิดนี้ในครั้งกอน หลักฐานวาเด็กมีการสรางเสริมภูมิคุมกันโรคใดบางแลว • ผูที่แพยาปฏิชีวนะที่มีสวนผสมในวัคซีน ไดแก สเตรปโตมัยซิน โพลีมิกซิน-บี และนีโอมัยซิน นอกจากนี้ควรตองระวังในหญิงตั้งครรภดวย • หากมีไขไมสบายควรเลื่อนการรับวัคซีนไปกอน ควรรอใหหายปวยกอน หากมีขอสงสัยควรปรึกษาแพทยจึงมารับวัคซีน เอกสารแนะนําความรูเกี่ยวกับวัคซีนสําหรับประชาชนขอมูล ณ 25 กรกฎาคม 2551 โดย สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแหงประเทศไทย รวมกับ กระทรวงสาธารณสุข

×