Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก

2,146 views

Published on

ประวัติศาสตร์เอเชีย

Published in: Education
  • Be the first to comment

ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก

  1. 1. ประวัติศาสตร์เอเชีย ตะวันออก (History of East Asia)
  2. 2. เอเชียตะวันออก คืออะไร ภูมิภาคที่ตั้งอยู่บริเวณซีกตะวันออก ของทวีปเอเชีย วิชานี้จะจำากัดขอบเขตเนื้อหาไว้เพียงแค่ ๓ ประเทศ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ทำาไมเรียนแค่ ๓ ประเทศ ? -เป็นลักษณะเด่นเฉพาะของอารยธรรม เอเชียตะวันออก -มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ร่วมกัน
  3. 3. บทที่ ๑ ความสำาคัญของเอเชีย ตะวันออก
  4. 4. ในอดีตเอเชียตะวันออกถูกเรียกว่า “เอเชียตะวันออกไกล” (Far East Asia) ปัจจุบันโฉมหน้าของเอเชียตะวันออกได้ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ประเทศจีน -เป็นดินแดนแห่งอารยธรรมโบราณที่ มีหน้าที่ถ่ายทอด -เป็นประเทศคอมมิวนิสต์ที่ใหญ่ที่สุดใน โลก -มีความท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลง
  5. 5. ประเทศเกาหลี -พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจ แยกจากจีน -ความอ่อนแอ ทำาให้ต้องเผชิญหน้ากับ การคุกคาม -“สงครามเย็น” คือตัวการในการแบ่ง เป็นเหนือและใต้ -“เสือเศรษฐกิจของเอเชีย”
  6. 6. ประเทศญี่ปุ่น -หยิบยืมวัฒนธรรมบางอย่างไปจาก จีน -ความต้องการเป็นมหาอำานาจนำาเข้า สู่สงครามโลก -ความพ่ายแพ้ความบอบซำ้าเป็นแค่ เพียงบทเรียน -ปัจจุบันคือประเทศเจ้าหนี้รายใหญ่
  7. 7. บทที่ ๒ ลักษณะทางกายภาพของ เอเชียตะวันออก
  8. 8. ลักษณะทางกายภาพของจีน -ลักษณะโดยรวมถูกปกคลุมด้วย ภูเขาและที่ราบสูง -ที่ราบลุ่มแม่นำ้าฮวงโห/แม่นำ้า เหลือง -ที่ราบลุ่มแม่นำ้าแยงซี/แยงซี เกียง -ที่ราบลุ่มแม่นำ้าซีเกียง
  9. 9. ลักษณะทางกายภาพของเกาหลี -ตั้งอยู่บริเวณคาบสมุทรเกาหลี -แนวพรมแดน ทะเลติดกับญี่ปุ่น บนบก ติดกับจีน -พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาทั้งหมด (ไม่มี ที่ราบ) -จุดเด่น คือ ทรัพยากรแร่ธาตุ -แร่ธาตุ ทำาให้ต้องตกอยู่ในภาวะการ
  10. 10. ลักษณะทางกายภาพของญี่ปุ่น -ญี่ปุ่นมีความแตกต่างจากจีนและเกาหลี (ประเทศเป็นเกาะ) -ลักษณะส่วนใหญ่เป็นภูเขา (ภูเขาไฟ) -กระแสนำ้าเย็น+กระแสนำ้าอุ่น มาเจอกัน ที่ญี่ปุ่น(จุดเด่น)
  11. 11. ข้อสังเกต แม้ลักษณะภูมิประเทศจะแตกต่างกัน บ้างในรายละเอียด แต่สภาพโดยรวมแล้วค่อนข้างมีลักษณะ ใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะทางด้านภูมิ อากาศ ซึ่งส่งผลต่อการดำารงชีวิต -ความขยันอดทนที่อยู่ในสาย เลือด -แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์
  12. 12. บทที่ ๓ พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ประเทศจีน (สมัยโบราณสมัยโบราณ)
  13. 13. อาณาจักรจีนในสมัยโบราณ ประวัติศาสตร์จีนแบ่งออกเป็น ๓ สมัย ๑.สมัยวัฒนธรรมเครื่องปั้นดินเผา (ใช้ เครื่องปั้นดินเผาเป็นหลักฐาน) -ประวัติศาสตร์จีนยุคโบราณ เต็มไปด้วย นิยาย+ตำานาน -เชื่อว่าจีนเกิดในยุคนำ้าแข็ง ๓๕๐,๐๐๐ ปีมาแล้ว (มนุษย์ปักกิ่ง) ก. วัฒนธรรมหยางเชา-
  14. 14. ๒.สมัยยุคต้นราชวงศ์ (เซี่ย,ซัง,โจว) ราชวงศ์เซี่ย -กษัตริย์พัฒนามาจากตำาแหน่งหัวหน้า หมู่บ้าน -เปลี่ยนจากสังคมหมู่บ้าน/เผ่า มาเป็น สังคมนคร -นักประวัติศาสตร์ยังสับสนกับราชวงศ์ แรกของจีน ราชวงศ์ซัง -การปกครองยังคงเหมือนเดิม แต่เริ่มยิ่ง
  15. 15. ราชวงศ์โจว (ระยะเวลาประมาณ ๘๐๐ ปี) -ราชวงศ์ซังเริ่มเสื่อมอำานาจ -ใช้การปกครองแบบศักดินาสวามิภักดิ์ (เอาใจพวกขุนนาง) ๑.สมัยโจวตะวันตก เมืองหลวงคือ “ซีอาน” ๒.สมัยโจวตะวันออก เมืองหลวง คือ “ลั่วยาง” -ใช้แนวคิดสร้างอำานาจในการ ปกครองใหม่
  16. 16. ๓.สมัยยุคอาณาจักร (จิ๋น,ฮั่น) เป็นยุคที่จีนสามารถรวบรวมแผ่นดิน และสามารถขยายอาณาจักรไปได้อย่าง กว้างขว้าง โดยความสามารถของ “จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ ” สมัยราชวงศ์จิ๋น -จิ๋นซีฮ่องเต้ ได้รวบรวมอาณาจักร แบ่งเป็นมณฑล -ใช้การรวมอำานาจไว้ที่ศูนย์กลาง
  17. 17. สมัยราชวงศ์ฮั่น (ชาวนาชื่อ “หลิวปิง”) ชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อน รวบกลุ่ม ทำาการเปลี่ยนแปลงสถาปนาตัวเองเป็น จักรพรรดิ “จักรพรรดิฮั่นเกาตี้” ราชวงศ์ฮั่นตอนต้น -กลับไปใช้ศักดินาสวามิภักดิ์ (เอาใจขุนนางเหมือนเดิม) -มีการคัดเลือกคนเข้ารับราชการ (สอบโจวงวน) -ขุนนางเริ่มสะสมอำานาจ และก่อ
  18. 18. ราชวงศ์ฮั่นตอนปลาย -กลับมาอีกครั้ง หลังจากปราบกบฏได้ -จักรพรรดิมิได้มีความเข้มแข็งเหมือนดั่ง เดิม -กลุ่มโจรโพกผ้าเหลือง -กลุ่ม “ขุนศึก” (เหล่าบรรดาทหาร คำ้าบัลลังก์) จุดจบของราชวงศ์ฮั่น = จุดแตกสลาย ของอาณาจักรจีน
  19. 19. ขาดฉันแล้วเธอจะรู้สึก ? (จีน เกาหลี ญี่ปุ่น)
  20. 20. บทที่ ๔ พัฒนาการทาง ประวัติศาสตร์ประเทศ จีน (สมัยกลางสมัยกลาง)
  21. 21. อาณาจักรจีนในสมัยกลาง สมัยกลางเป็นสมัยที่เต็มไปด้วยการทำา สงครามแย่งชิงอำานาจ ผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนราชวงศ์ต่างๆ มากมาย ๑.สมัยสามก๊ก (ค.ศ.๒๒๑-๒๖๕) -ราชวงศ์ฮั่นสลายตัวลง เกิด สงครามแย่งชิงอำานาจ -อาณาจักรจีนแบ่งออกเป็น ๓ ก๊ก ๑. ก๊กโจโฉ = ราชวงศ์
  22. 22. “สุมาเยน”“สุมาเอี๋ยน” ผู้รวบรวมจีน ให้พ้นจากยุคสามก๊ก พร้อมกับตั้ง ราชวงศ์สินขึ้น (อยู่ได้ไม่นาน) ๒.ราชวงศ์สุย (ค.ศ.๕๘๑ - ๖๑๘) -จักรพรรดิซิวั่งตี่ -นำาระบบการปกครองแบบรวมศูนย์ อำานาจมาใช้ -สร้างเมืองใหม่ “เมือง จักรพรรดิ”(Imperia City) -การเกณฑ์แรงงานทำาให้ประชาชน
  23. 23. ๓.ราชวงศ์ถัง (ค.ศ.๖๑๘ - ๙๐๗) -“จักรพรรดิถังไท่จง” -เป็นสมัยที่จีนมีความเจริญสูงสุด -อาณาเขตกว้างใหญ่มากขึ้น -เริ่มมีระบบบริหารงานแผ่นดิน - “กระทรวง”/“มณฑล”/“จังหวัด” -มีการก่อตั้งราชบัณฑิตสถาน “ฮันหลิน หยวน” -พระถัง ซัม จั๋ง “หลวงจีนเหี้ยนจัง”
  24. 24. -พุทธศาสนาเริ่มขยายตัว วัดกว่า ๔,๐๐๐ แห่ง -ปลายราชวงศ์ เข้าสู่ยุคฟื้นฟู วัฒนธรรมจีน ต่อต้านวัฒนธรรมที่มาจาก ภายนอก (ศาสนาพุทธออกไป ขงจื๊อกลับ มา) -ราชวงศ์ถังเสื่อมลงใน ค.ศ.๗๕๑ -พวกเตอร์กโจมตี -พวกเตอร์กเข้ามามีบทบาทใน
  25. 25. ๔.ราชวงศ์ซ้อง (ซุ้ง) (ค.ศ.๙๖๐ - ๑๒๗๐) -“เจากวนหยิน” ได้รวบรวมจีนขึ้นอีก ครั้ง -จัดการปกครองแบบรวมศูนย์อำานาจ อีกครั้ง -ราชวงศ์ซ้องไม่เข้มแข็งพอ -ใช้วิธีจ่ายสินบนให้กับพวกเต อร์ก พวกมองโกล
  26. 26. ๕.ราชวงศ์หยวนหรือมองโกล (ค.ศ.1260-1368) ((ต่างชาติต่างชาติ)) -“ครั้งแรกที่จีนตกอยู่ภายใต้การ ปกครองของต่างชาติ” -“จักรพรรดิกุบไลข่าน” -พวกมองโกลใช้วิธีแบ่งแยกและ ปกครอง -ปลายราชวงศ์หยวน ผู้นำาเริ่มอ่อนแอ
  27. 27. ๖.ราชวงศ์เหม็ง (ค.ศ.1368-1644) -“ลู หยวน จัง” ชาวนาคนที่สองต่อ จากหลิวปิง -มีความเจริญด้านการเดินเรือ (เริ่ม ค้าขายกับไทย) -ศาสนาคริสต์เริ่มเข้ามา (มาร์โค โปโล) -ความเสื่อมของราชวงศ์มาจาก ปัญหาด้านเศรษฐกิจ
  28. 28. ๗.ราชวงศ์แมนจู (ค.ศ.๑๖๔๔-๑๙๑๑) ((ต่างชาติต่างชาติ)) - “จักรพรรดิชุนชือ” -พวกแมนจูพยายามโจมตีจีนมาโดย ตลอด -ยังคงใช้การรวมศูนย์อำานาจไว้ที่ ศูนย์กลาง (องค์จักรพรรดิ) -ใช้นโยบายผสมกลมกลืนวัฒนธรรม ๑.บังคับให้ชาวจีนได้ผมเปีย โกนหัวช่วงหน้า
  29. 29. บทที่ ๕ พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ประเทศเกาหลี ((สมัยโบราณสมัยโบราณ))
  30. 30. อาณาจักรเกาหลีในสมัยโบราณ -อาณาจักรเกาหลีกำาเนิดเมื่อประมาณ ๓,๐๐๐ ปีก่อนคริสตกาล(สมมุติฐาน) -จากการขุดพบซากโครงกระดูก (คุล โป-รี และ ปูโบ-รี) -นิยาย+นิทานปรัมปรา คือส่วนหนึ่งของ ประวัติศาสตร์เกาหลี - “หนังสือโคกุน” ตำานานการเกิดเกาหลี -หวั่นอิน ให้หลานชื่อ “โคกุน” มาสร้างเกาหลี
  31. 31. ยุคสามอาณาจักร (๓๗ ปีก่อน คริสตกาล-ค.ศ.๙๓๕) (อาณาจักรโคกูเรียว , อาณาจักรแพ็ค เจ , อาณาจักรซิลลา) -ประวัติศาสตร์เกาหลีเริ่มมาจาก อาณาจักรทั้งสาม ๑.โคกูเรียว (Koguryo) เป็นอาณาจักรแรก อยู่ทาง ทิศเหนือ ๒.แพ็คเจ (Paekje) เป็นอาณาจักรถัดมา ทางตก
  32. 32. -อารยธรรมจีนเริ่มแผ่ขยายสู่ดินแดนเกาหล ในช่วงนี้ “ศาสนาพุทธคือสิ่งแรกที่เข้า มา” -ราชวงศ์ซ้อง (จีน) เข้ามามีบทบาทกับ สงคราม ๓ อาณาจักร “ราชวงศ์ซ้องสนับสนุนอาณา จักรซิลลา ” “สุดท้ายอาณาจักรซิลลา มีชัย
  33. 33. -การแย่งชิงอำานาจ การลอบปลง พระชนม์ การเกิดกบฏ นำาไปสู่จุดแตก สลายของอาณาจักรซิลลา และเกาหลี ยุคอาณาจักรโคเรียว (ค.ศ.๙๑๘ - ๑๓๙๗) -หลังจากการสลายตัวของยุคสาม อาณาจักร ค.ศ.๙๑๘ -“วังกอน” ได้รวบรวมผู้คน สถาปนา อาณาจักรโคเรียว (Koryo) -สมัยนี้กล่าวได้ว่าเป็นสมัยแห่งการลอก
  34. 34. -อาณาจักรโคเรียวในช่วงปลายค่อนข้าง วุ่นวาย -ความเหลื่อมลำ้าทางสังคม -โจรสลัดอาละวาดแถบชายฝั่ง -การเมืองจีนเปลี่ยนแปลง “ราชวงศ์มองโกล ราชวงศ์เหม็ง ” -“ขุนพล ยี ซองเกีย” ถือโอกาสยึดอำานาจ มี ฐานะเป็นคนเชิดหุ่น
  35. 35. บทที่ ๖ พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ประเทศเกาหลี ((สมัยกลางสมัยกลาง))
  36. 36. อาณาจักรเกาหลีในสมัยกลาง เกาหลีในสมัยกลางมีช่วงยาวนานถึง ๕๑๘ ปี (ค.ศ.๑๓๙๒-๑๙๑๐) และมีเพียงราชวงศ์ ยี (ราชวงศ์เดียว) ที่ ครองอำานาจ - ยี ซองเกีย สวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ เหม็ง(จีน) +ระบบศักดินาสวามิภักดิ์ (ยึด ที่ดินทั้งหมด)
  37. 37. โครงสร้างทางสังคมเกาหลีสมัยกลาง เปรียบเป็นรูปปิรามิด -ชนชั้นส่วนยอด “ยางบัน(Yang ban)” เชื้อพระวงศ์ -ชนชั้นที่สอง “จุลอิง(Chung-in)” ข้าราชการ -ชนชั้นที่สาม “ยางมิน(Yangmin)” สามัญชน -ชนชั้นสุดท้าย “ชอน
  38. 38. บทที่ ๗ พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ประเทศญี่ปุ่น(สมัยโบราณสมัยโบราณ))
  39. 39. อาณาจักรญี่ปุ่นในสมัยโบราณ ประวัติความเป็นมาของญี่ปุ่นในยุค โบราณ ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ส่วนใหญ่ เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น วิวัฒนาการประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น แบ่งออกเป็น ๓ วัฒนธรรม ๑.วัฒนธรรมโจมอน (๘,๐๐๐-๓๐๐ ก่อน ค.ศ.) -เริ่มออกจากถำ้า สร้างที่พักง่าย ๆ
  40. 40. ๒.วัฒนธรรมยายอย (๓๐๐ ก่อนค.ศ.) วัฒนธรรมโจมอนสิ้นสุด เมื่อมี วัฒนธรรมที่สูงกว่าเข้ามาแทนที่ นั่นคือ วัฒนธรรมการปลูกข้าวในที่ลุ่ม หรือ วัฒนธรรมยายอย ลักษณะวัฒนธรรมยายอย -มีการปลูกข้าวในที่ลุ่ม (เป็นวิทยาการที่มา จากจีน) -เริ่มรวมกลุ่ม เริ่มมีการปกครอง เริ่มมี พิธีกรรม
  41. 41. ๓.วัฒนธรรมโคะฟุน หรือ วัฒนธรรมแบบที่มี หลุมฝังศพ -โคะฟุน คือ สุสานฝังศพ -เป็นสมัยที่ปรากฏสุสานต่างๆ ขนาด ใหญ่จำานวนมาก -สุสานรูปกุญแจ,รูปวงกลม,รูป สี่เหลี่ยม -คั่นฉ่องสัมฤทธิ์ -ตุ๊กตาดินเผา “ฮานิ นินโตะก
  42. 42. สมัยวัฒนธรรมโคะฟุน = สมัยแห่งการหลั่ง ไหลของวัฒนธรรมจีน -ช่วงเวลาเดียวกับ ราชวงศ์สุย ราชวงศ์ถัง +ศาสนาพุทธคือตัวนำาแห่งวัฒนธรรม ทั้งหมดจากจีน -การเมืองการปกครอง -ระบบสอบคัดเลือกข้าราชการ -ลัทธิขงจื๊อ ลัทธิเต๋า โทรี
  43. 43. บทที่ ๘ พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ ประเทศญี่ปุ่น(สมัยกลางสมัยกลาง))
  44. 44. อาณาจักรญี่ปุ่นในสมัยกลาง เป็นช่วง เวลาที่เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการเมือง การปกครองภายในญี่ปุ่น -จักรพรรดิเริ่มหมดอำานาจลง -สถาบันทหาร(นักรบ)เข้ามา แทนที่ ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ ๑๓ – ยุคสมัยใหม่ (ค.ศ.๑๒๐๑-๑๓๐๐) สมัยกลางแบ่งออกเป็น ๓ ยุคสมัย ดังนี้
  45. 45. ๑. สมัยคามากูระ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการ เปลี่ยนแปลง เป็นสมัยแห่งการทำาสงครามระหว่าง ตระกูล -อำานาจเริ่มกระจายไปสู่แค้วน ต่างๆ -กำาเนิดพุทธศาสนานิกายใหม่ -เกิดระบบการปกครองตนเอง
  46. 46. การเมืองการปกครอง (สมัยคามากูระ) สมัยคามากูระ ได้ตั้งสภาขึ้นมา ๓ สภ ๑. สภานักรบ(Samurai dokoro) ทำาหน้าที่เป็นฝ่ายปกป้องคุ้มครองให แก่ “โชกุน” ๒. สภาบริหาร(Mandokoro) หน้าที่เกี่ยวกับทรัพย์สิน การใช้เงิน และดูแลที่ดินต่างๆ ๓. สภาตุลาการ(Monchujo)
  47. 47. ศาสนาและวัฒนธรรม (สมัยคามากูระ) เป็นสมัยที่พุทธศาสนาแพร่หลายสู่ ประชาชนมากที่สุด ๑. นิกายสุขาวดี ๒. นิกายนิชิเร็น ๓. นิกายเซ็น + นิกายทั้ง ๓ เป็นนิกายที่ไม่เน้น ปรัชญาคำาสอนที่ลึกซึ้ง ไม่เน้นพิธีกรรมที่ซับซ้อน เน้นความ
  48. 48. ลัทธิบูชิโด (Bushio) “กฎเกณฑ์ของกลุ่มนักรบ” เกิดขึ้นจาก การเมืองการปกครองที่เปลี่ยนแปลงไป จริยธรรมลัทธิบูชิโดประกอบด้วย ๑. ความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อ นาย(ขงจื๊อ) ๒. นักรบทุกคนต้องไม่กลัวตาย(การทำา ฮาราคีรี) ๓. สามารถบังคับจิตใจตนเองได้(พุทธ) ๔. ต้องรักษาความสะอาด(ชินโต)
  49. 49. ๒. สมัยอาชิคางะ สภาพการเมืองการปกครอง -เป็นสมัยที่พวกมองโกลเริ่มเข้ามา รุกราน (หยวนจีน) -ปัญหาการแย่งชิงราชบัลลังก์ของ ราชสำานักยังคงอยู่ -ความมั่นคงทางการเมือง ถึงจุด วิกฤต +ลักษณะสำาคัญของการปกครองในยุค นี้ คือ
  50. 50. วัฒนธรรม (สมัยอาชิคางะ) -ลักษณะวัฒนธรรมสมัยนี้รับมาจาก นิกายเซ็น -ละครโน (No) -ประเพณีดื่มนำ้าชา หรือ พิธีชงชา (chado)
  51. 51. ๓. สมัยโตกูกาวะ (ค.ศ.๑๖๐๐-๑๘๖๗) -เป็นสมัยที่ญี่ปุ่นพยายามยกทัพบุกจีน ถึง ๒ ครั้ง (เหม็ง) -การเมืองการปกครองได้รับอิทธิพล จากลัทธิขงจื๊อ -เริ่มใช้นโยบายปิดประเทศ (ห้ามต่าง ชาติเข้ามาค้าขาย) สภาพสังคมสมัยโตกูกาวะ ประกอบด้วย ๒ ชนชั้น
  52. 52. สรุป ยุคสมัยโตกูกาวะ เป็นช่วงสุดท้ายของสังคม ศักดินาสวามิภักดิ์ที่มีความสันติสุข ๒๖๐ ปีกับนโยบายปิดประเทศ ลัทธิ จักรวรรดินิยม ทำาให้ญี่ปุ่นไม่อาจ หลีกเลี่ยงได้ จำาเป็นต้องเปิดประเทศ เข้าสู่ยุคสมัยใหม่ในเวลาต่อ มา..........

×