วิจัย

10,540 views

Published on

ความรู้วิจัย

Published in: Education

วิจัย

  1. 1. การเขียนรายงานการวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย <ul><li>ความหมาย ความสำคัญ และหลักการเขียนรายงานการวิจัย </li></ul><ul><li>รูปแบบของรายงานการวิจัยและเทคนิคการเขียน </li></ul><ul><li>ลักษณะของงานวิจัยที่มีคุณภาพและวิธีการเผยแพร่ผลงานวิจัย </li></ul>12
  2. 2. ความหมายของรายงานการวิจัย <ul><li>เป็นเอกสาร แสดงความสำเร็จที่สมบูรณ์ของการวิจัย ที่นำเสนอรายละเอียดของการวิจัย อย่างครบถ้วนตรงไปตรงมา ถึงเหตุผลและที่มาของปัญหาวิจัย กรอบแนวคิด วิธีดำเนินการ ข้อค้นพบ ตลอดถึงข้อเสนอแนะจากการวิจัย สำหรับ เผยแพร่ให้ผู้สนใจได้ใช้เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าและอ้างอิง เพื่อ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ นำไปวางแผน กำหนดนโยบาย แก้ปัญหาในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ทำให้องค์ความรู้ในศาสตร์สาขาต่างๆ ขยายไปในวงวิชาการกว้างขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพที่มีมาตรฐานสูงขึ้นต่อไป </li></ul>
  3. 3. ความสำคัญ / คุณค่าของรายงานวิจัย <ul><li>หลักฐานแสดงข้อค้นพบจากการวิจัยที่มีคุณค่าในเชิงวิชาการ </li></ul><ul><li>เป็นเอกสารเพื่อการเรียนรู้ของผู้สนใจ </li></ul><ul><li>เป็นจุดเริ่มต้นของการขยายความรู้ให้กระจ่างและลึกซึ้งมากขึ้น </li></ul><ul><li>ก่อให้เกิดการยกระดับวิชาชีพสาขาต่างๆให้มีมาตรฐานสูงขึ้น </li></ul><ul><li>ป้องกันความซ้ำซ้อน </li></ul>
  4. 4. <ul><li>ลักษณะทั่วไป </li></ul><ul><li>มีรูปแบบที่เป็นมาตรฐาน </li></ul><ul><li>ภาษาถูกต้องตามหลักวิชา </li></ul><ul><li>ใช้ประโยคอดีตกาลในการเขียน </li></ul><ul><li>มีความเป็นเอกภาพ แต่สัมพันธ์เชื่อมโยง </li></ul><ul><li>มีระบบในการใช้คำ วลี หรือประโยค </li></ul><ul><li>ใช้สรรพนามว่า “ผู้วิจัย” หรือ “คณะผู้วิจัย” </li></ul><ul><li>หลักการ / ข้อควรคำนึงถึงในการเขียน </li></ul><ul><li>ความเป็นระบบ </li></ul><ul><li>ความถูกต้อง ครบถ้วน ชัดเจน ตรงประเด็น </li></ul><ul><li>ความเป็นเอกภาพ แต่สัมพันธ์เชื่อมโยง </li></ul><ul><li>ความมีเหตุผล </li></ul>
  5. 5. ส่วนประกอบของรายงาน <ul><li> ส่วนนำ </li></ul><ul><li>ปกหน้า / ปกใน / บทคัดย่อไทย / บทคัดย่ออังกฤษ / กิตติกรรมประกาศ / สารบัญ / สารบัญตาราง / สารบัญภาพ / </li></ul><ul><li> ส่วนท้าย ( ส่วนอ้างอิง ) </li></ul><ul><li> บรรณานุกรม </li></ul><ul><li> ภาคผนวก </li></ul><ul><li> ประวัติผู้วิจัย </li></ul><ul><li> ส่วนเนื้อหา </li></ul><ul><li>บทที่ 1 บทนำ </li></ul><ul><li>บทที่ 2 เอกสารและงาน </li></ul><ul><li>วิจัยที่เกี่ยวข้อง </li></ul><ul><li>บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย </li></ul><ul><li>บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ </li></ul><ul><li>ข้อมูล </li></ul><ul><li>บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล </li></ul><ul><li>และข้อเสนอแนะ </li></ul>
  6. 6. ชื่อเรื่อง ชื่อผู้วิจัย / คณะผู้วิจัย ( ไม่มีคำนำหน้านาม ยกเว้นยศ บรรดาศักดิ์ สมณศักดิ์ ) สถาบันที่ทำวิจัย / ที่ทำงานของผู้วิจัย / แหล่งทุน / ปีที่พิมพ์วิจัย ตอน บน ตอน กลาง ตอน ล่าง ลักษณะปกนอกและปกใน
  7. 7. <ul><li>บทคัดย่อ </li></ul><ul><li>- เป็นการสรุปสาระงานวิจัยทั้งเล่ม ความยาวที่เหมาะสมคือ 1 หน้า ครอบคลุมวัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการ ( กลุ่มตัวอย่างและวิธีได้มา เครื่องมือ ) สถิติวิเคราะห์ และสรุปผล - มีทั้งบทคัดย่อไทยและอังกฤษ </li></ul><ul><li>กิตติกรรมประกาศ </li></ul><ul><li>- เขียนขอบคุณผู้ช่วยเหลือ เช่นแหล่งทุน ผู้ให้คำปรึกษา ผู้ช่วยเหลือในการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น </li></ul>
  8. 8. สารบัญ สารบัญ แสดงหัวข้อเรื่องทั้งหมด แยกเป็นบท เรียงลำดับ มีเลขหน้ากำกับ เพื่อให้เห็นโครงสร้างทั้งหมด สะดวกในการค้น สารบัญตาราง แสดงรายการตารางทั้งหมดจะต้องระบุ - เลขที่ตาราง - ชื่อตาราง - เลขหน้าที่ตาราง ปรากฎอยู่ สารบัญภาพ แสดงรายการภาพทั้งหมด เช่นกราฟ แผนภูมิ ภาพเขียน แผนที่ แผนผัง ภาพถ่าย โดยระบุ - เลขที่ภาพ - ชื่อภาพ - เลขหน้าที่ภาพ ปรากฎอยู่
  9. 9. ลักษณะบทคัดย่องานวิจัย เรื่องการพัฒนากิจกรรมในหลักสูตรเสริมเพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ของนักเรียน <ul><li>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ........................... และ ..................... กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ......................... ซึ่งได้มาจาก .............................. สำหรับเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ...................................................... การวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานใช้ค่าเฉลี่ย และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการเปรียบเทียบทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์ 5 ด้านได้แก่ ด้าน ....................... และด้าน ................. ก่อนและหลังการทดลองกิจกรรมใช้ t-Test </li></ul><ul><li>ผลการวิจัยพบว่า ........................................... </li></ul>
  10. 10. ส่วนเนื้อหา <ul><li>เป็นส่วนที่แสดงสาระสำคัญของการวิจัยเป็นบทๆ </li></ul><ul><li> ลักษณะการเขียน </li></ul><ul><li> บทที่ ..... </li></ul><ul><li> หัวข้อสำคัญ </li></ul><ul><li>หัวข้อหลัก </li></ul><ul><li>หัวข้อรอง หรือ รายละเอียดของหัวข้อหลัก ................... </li></ul><ul><li>หัวข้อย่อย หรือ รายละเอียดของหัวข้อรอง ........ </li></ul>
  11. 11. บทที่ 1 บทนำ <ul><li>เป็นการนำเข้าสู่เรื่องวิจัยให้ผู้อ่านเข้าใจปัญหา มีหัวข้อคล้ายเค้าโครงวิจัย ซึ่งเป็นการวางแผนวิจัยยังไม่ได้ทำ แต่รายงานวิจัยเป็นรายงานหลังทำวิจัยแล้ว และบางหัวข้ออาจจะเพิ่มเติมรายละเอียด หัวข้อสำคัญ ได้แก่ </li></ul><ul><li>ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา / วัตถุประสงค์ของการวิจัย / กรอบแนวคิดในการวิจัย ( ถ้ามี ) / สมมติฐานการวิจัย / ขอบเขตของการวิจัย / ข้อตกลงเบื้องต้น ( ถ้ามี ) / ข้อจำกัดในการวิจัย ( ถ้ามี ) / นิยามศัพท์เฉพาะ และ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ </li></ul>
  12. 12. ตัวอย่าง <ul><li>บทที่ 1 </li></ul><ul><li>บทนำ </li></ul><ul><li>ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา </li></ul><ul><li>................................................................... ........................................................................ </li></ul><ul><li>.................................................................... ........................................................................ </li></ul><ul><li>วัตถุประสงค์ </li></ul><ul><li>1. </li></ul><ul><li>2. </li></ul><ul><li>กรอบแนวคิดในการวิจัย ( ถ้ามี ) </li></ul><ul><li>สมมติฐานการวิจัย </li></ul><ul><li>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ </li></ul>
  13. 13. หัวข้อสำคัญในบทที่ 1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา <ul><li>เขียนถึงที่มาของปัญหา ระบุปัญหา มีความจำเป็นอย่างไรถึงทำเรื่องนี้ คาดว่าจะได้ประโยชน์อะไร </li></ul><ul><li>การเขียนให้ใช้ความคิดตัวเอง ถ้าจะอ้างอิงงานวิจัย / คำพูด เลือกเฉพาะที่เด่นๆ </li></ul><ul><li>เขียนให้ผู้อ่านเห็นด้วยกับเหตุผลที่ต้องทำวิจัยนี้ </li></ul><ul><li>ใช้ภาษากะทัดรัด ตรงประเด็น ร้อยรัดกัน ไม่วกวน </li></ul><ul><li>ใน 1 หน้าควรมี 3-5 ย่อหน้า ๆ ละ 1 ประเด็น </li></ul><ul><li>ย่อหน้าสุดท้ายเขียนสรุปเหตุผลทั้งหมด โยงไปที่ผู้วิจัยต้องทำเรื่องนี้ เพื่อ ......( สรุปวัตถุประสงค์ทั้งหมด )..... โยงไปที่ ......( ผลที่คาดว่าจะได้รับโดยสรุป )....................... ต่อไป </li></ul>
  14. 14. การเขียนความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา <ul><li>เขียนโดยใช้สำนวนของผู้วิจัยที่ได้จากการอ่าน และสังเคราะห์แนวคิดแล้ว โดยเขียนลักษณะความเรียง มีการอ้างอิงที่มาของประเด็นหรือประโยคสำคัญ เขียนให้ผู้อ่านมีความรู้สึกคล้อยตามว่างานวิจัยเรื่องนี้มีความสำคัญ ถ้าทำแล้วจะเกิดประโยชน์ </li></ul>
  15. 15. การเขียนความเป็นมาไม่ควรให้ยาวหรือยืดเยื้อ ( ประมาณ 3-5 หน้า ) ฉะนั้นก่อนเขียนผู้วิจัยต้องวางโครงก่อนว่าจะเขียนประเด็นใดบ้าง โดยแต่ละประเด็นต้องเชื่อมโยงให้เห็น โดยทั่วไปควรเขียนให้ครอบคลุมประเด็นตามลำดับต่อไปนี้
  16. 16. <ul><li> ความสำคัญ ความคาดหวัง หรือสิ่งที่ควรจะเป็นในเรื่องที่ผู้วิจัยสนใจ ซึ่งอาจต้องมีการอ้างอิง พ . ร . บ . หรือเกณฑ์มาตรฐานต่าง ๆ </li></ul><ul><li> สภาพที่กำลังเป็นอยู่ หรือกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้โดยจากการศึกษางานวิจัย หรือรายงานจากหน่วยงาน เช่นผลสอบ NT ผลการประเมิน สมศ . </li></ul><ul><li>เขียนให้เห็นความสำคัญของความขัดแย้งระหว่างประเด็นความสำคัญ ความคาดหวัง กับ สภาพที่กำลังเป็นอยู่ ว่าจะส่งผลอย่างไร อาจต้องอ้างอิงทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกันทั้งสองประเด็น เช่นทฤษฎีการเรียนรู้ </li></ul>
  17. 17. <ul><li>เขียนแนวทางการแก้ปัญหา / พัฒนา เพื่อให้สภาพตามประเด็น สภาพที่กำลังเป็นอยู่ หมดไป อาจกล่าวถึงวิธีการหลาย ๆ วิธี และตอนท้ายของประเด็นนี้ ผู้วิจัยต้องขมวดให้ได้ว่าจะเลือกใช้วิธีไหน เพราะเหตุผลอะไร ( ตรงนี้ควรจะมีการอ้างอิง ) เพื่อให้เห็นถึงความสามารถของวิธีการที่เลือกใช้ว่าเหมาะสมอย่างไร เช่น เลือกใช้วิธีสอนแบบ A เมื่อฝึกทักษะการคิด ซึ่งผู้วิจัยต้องอ้างจุดดีของวิธีสอนแบบ A ว่าจะฝึกทักษะการคิดได้อย่างไร </li></ul>
  18. 18. <ul><li>ย่อหน้าสุดท้ายของการเขียนความเป็นมาให้ผู้วิจัย </li></ul><ul><li>ขมวดออกมาให้ได้เป็นปัญหาวิจัย และประโยชน์ของการ </li></ul><ul><li>วิจัย เช่น </li></ul><ul><li>จากความสำคัญที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่า .....( ปัญหา ) มีความสำคัญควรได้รับการแก้ / พัฒนาด้วย .....( วิธีการ )..... ซึ่งการวิจัยครั้งนี้จะศึกษาว่า .....( ปัญหาวิจัย )..... และจากการวิจัยครั้งนี้จะทำให้ .....( ประโยชน์การวิจัย ) </li></ul>
  19. 19. หัวข้อสำคัญในบทที่ 1: วัตถุประสงค์ของการวิจัย <ul><li> เขียนสิ่งที่ต้องการทำเพื่อตอบปัญหาวิจัย ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ได้รับ เช่น </li></ul><ul><li>เพื่อเปรียบเทียบความรู้ของครูก่อนและหลังรับการอบรม (  ) </li></ul><ul><li>เพื่อให้ครูมีความรู้เพิ่มขึ้น (  ) </li></ul><ul><li>เพื่อให้ครูนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนางาน (  ) </li></ul><ul><li> เขียนข้อแรกๆ ให้สอดคล้องกับชื่อเรื่อง </li></ul><ul><li> ความเป็นไปได้ หาข้อมูลเพื่อตอบคำถามหรือทดสอบได้ </li></ul><ul><li> คำที่ควรใช้ เช่น เพื่อบรรยาย เพื่อศึกษา เพื่อสำรวจ เพื่อเปรียบเทียบ เพื่อประเมิน เพื่อวิเคราะห์ เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ </li></ul>
  20. 20. วัตถุประสงค์ <ul><li>เพื่อสร้างและพัฒนาชุดฝึกอบรมด้วยตนเองเรื่องการประเมินโครงการ </li></ul><ul><li>เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดฝึกอบรมด้วยตนเองเรื่องการประเมินโครงการ </li></ul><ul><li>เพื่อเปรียบเทียบความรู้ ทักษะ และเจตคติของครูก่อนและหลังการใช้ชุดฝึกด้วยตนเองเรื่องการประเมินโครงการ </li></ul><ul><li>เพื่อศึกษาความคิดเห็นของครูต่อชุดฝึกอบรมด้วยตนเองเรื่องการประเมินโครงการ </li></ul>
  21. 21. หัวข้อสำคัญในบทที่ 1 : กรอบแนวคิดในการวิจัย <ul><li>เป็นแนวความคิดของผู้วิจัยเกี่ยวกับตัวแปรและความสัมพันธ์ของตัวแปรต่างๆ </li></ul><ul><li>ได้จากการทบทวนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แนวคิดและทฤษฎี + ความคิดของผู้วิจัย = กรอบแนวคิด </li></ul><ul><li>นำเสนอเป็นข้อความ ภาพ ( แผนภูมิ ) หรือฟังก์ชั่นทางคณิตศาสตร์ แสดงความสัมพันธ์ของตัวแปร และทิศทางของความสัมพันธ์ </li></ul><ul><li>ประโยชน์ของการเขียนกรอบแนวคิด คือเป็นการยืนยันว่าการวิจัยมีทฤษฎีรองรับและเป็นแนวทางในการตั้งสมมติฐาน </li></ul>
  22. 22. ตัวอย่างการเขียนกรอบแนวคิดในการวิจัย <ul><li>ตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับทักษะชีวิตของนักเรียนม . 3 โรงเรียนขนาดเล็ก </li></ul>ตัวแปรอิสระ ตัวแปรตาม 1 ตัวแปรด้านส่วนตัว 1.1 เพศ 1.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2 ตัวแปรด้านครอบครัว 2.1 ฐานะทางเศรษฐกิจ 2.2 อาชีพผู้ปกครอง 3 ตัวแปรด้านสิ่งแวดล้อม 3.1 บรรยากาศการเรียน 3.2 สัมพันธภาพของนร . กับครู 3.3 สัมพันธภาพของนร . กับนร . ทักษะ ชีวิต 9 ด้าน
  23. 23. หัวข้อสำคัญในบทที่ 1 <ul><li>สมมติฐานการวิจัย </li></ul><ul><li>เขียนเป็นข้อๆ มีที่มา มีเหตุผลอธิบายได้ </li></ul><ul><li>ขอบเขตการวิจัย </li></ul><ul><li>เป็นการกำหนดกรอบของการวิจัยตามวัตถุประสงค์ ช่วยให้การทำวิจัยและใช้ผลวิจัยอยู่ในขอบเขต โดยทั่วไปจะกำหนดขอบเขตในเรื่อง </li></ul><ul><li>- ประชากร / กลุ่มตัวอย่าง / ตัวแปร / เวลา / พื้นที่ / เนื้อหา </li></ul><ul><li>- โดยเขียนสรุปสั้นๆและไปขยายความในบทที่ 2 และบทที่ 3 </li></ul>
  24. 24. ตัวอย่างขอบเขตการวิจัย <ul><li>การวิจัยครั้งนี้มีขอบเขตการวิจัยดังนี้ </li></ul><ul><li>1. ประชากร ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ครูผู้สอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสงขลาเขต 1 ที่ไม่เคยเข้ารับการอบรมเรื่องการประเมินตามสภาพจริง </li></ul><ul><li>2. ระยะเวลา ที่ใช้ในการวิจัยคือ ปีการศึกษา 2552 </li></ul><ul><li>3. ตัวแปรต้น คือการฝึกอบรมที่ใช้ชุดฝึกอบรมด้วยตนเองเรื่องการประเมินตามสภาพจริง </li></ul><ul><li> </li></ul>
  25. 25. ตัวอย่างขอบเขตการวิจัย <ul><li>การวิจัยในครั้งนี้ มีขอบเขตการวิจัยดังต่อไปนี้ </li></ul><ul><li> พื้นที่ที่เลือกศึกษา คือ อำเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร ซึ่งประกอบด้วยตำบล 5 ตำบล และมีหมู่บ้าน 57 หมู่บ้าน สำหรับหมู่บ้านในเขตพื้นที่เป้าหมายตามโครงการเร่งรัดการปลูกยางพาราเพื่อกระจายรายได้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือปี 2533 มี 8 หมู่บ้าน คือ ................................... ส่วนหมู่บ้านอื่นๆ เป็นหมู่บ้านนอกเขตพื้นที่เป้าหมาย </li></ul><ul><li>ประเภทของการวิจัยที่ใช้ คือการวิจัยเชิงคุณภาพโดยเลือกหมู่บ้านแบบเจาะจง ที่มีลักษณะเหมาะสมกับปัญหาการวิจัย 2 หมู่บ้าน คือหมู่บ้านดอนส้มโฮงซึ่งเป็นหมู่บ้านในเขตพื้นที่เป้าหมาย และหมู่บ้านจำปา ซึ่งเป็นหมู่บ้านนอกเขตพื้นที่เป้าหมาย </li></ul>
  26. 26. หัวข้อสำคัญในบทที่ 1 : ข้อตกลงเบื้องต้น ( ถ้ามี ) <ul><li>เป็นการกำหนดความเชื่อพื้นฐานหรือเงื่อนไขในการวิจัยและผลวิจัยโดยมีหลักเหตุผล ข้อเท็จจริงสนับสนุน เชื่อถือได้ให้ผู้วิจัยและผู้อ่านเข้าใจตรงกัน และยอมรับโดยไม่ต้องพิสูจน์ </li></ul><ul><li>ข้อตกลงเบื้องต้นอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ </li></ul><ul><li>หากข้อตกลงเบื้องต้นที่เขียนไม่เป็นที่ยอมรับจะมีผลให้งานวิจัยด้อยคุณค่า เช่น </li></ul><ul><li>เครื่องมือที่ใช้มีคุณภาพเชื่อถือได้ (  ) </li></ul><ul><li>ผู้ตอบแบบสอบถามตอบด้วยความจริงใจ (  ) </li></ul>
  27. 27. ตัวอย่างการเขียนข้อตกลงเบื้องต้น <ul><li>ผู้วิจัยไม่สามารถสังเกตการสอนเพื่อประเมินค่าระดับทักษะการสอนของครูก่อนเข้ารับการฝึกอบรมในเรื่องดังกล่าวได้ ดังนั้นการให้ครูประเมินตนเองเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแบบประเมิน จึงถือว่าเป็นทักษะการสอนที่ครูมี ก่อนเข้ารับการฝึกอบรม </li></ul><ul><li>การประเมินสมรรถภาพการสอนของครูโดยศึกษานิเทศก์ ถือว่าเป็นมาตรฐานเดียวกัน เนื่องจากศึกษานิเทศก์ทุกคนได้เข้าร่วมประชุมชี้แจงเกี่ยวกับแนวทางการสังเกตการสอน และถือว่าศึกษานิเทศก์เป็นผู้ที่มีความชำนาญในการนิเทศการสอนซึ่งเป็นภารกิจหลัก </li></ul>
  28. 28. หัวข้อสำคัญในบทที่ 1 : ข้อจำกัดของการวิจัย <ul><li>เป็นการระบุถึงความคลาดเคลื่อนหรือสิ่งที่ทำให้การวิจัยไม่สมบูรณ์ที่ผู้วิจัยไม่สามารถควบคุมได้ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ เพื่อให้ผู้อ่านทราบ หรือผู้จะวิจัยต่อไปหาทางแก้ไข / หลีกเลี่ยงได้ เช่น </li></ul><ul><li>- การวิจัยครั้งนี้มีการประเมินผลภายในสถานศึกษาเพียง 1 ภาคเรียน ทำให้ผลการประเมินพฤติกรรมนักเรียนไม่ถูกต้องเท่าที่ควรเนื่องจากอาจจะสังเกตได้ไม่ชัดในช่วง 1-2 เดือนแรกที่ประเมิน </li></ul><ul><li> - ช่วงเวลาในการสังเกตการสอนของศึกษานิเทศก์ทั้ง 10 อำเภอ อาจจะไม่ใช่ช่วงเวลาเดียวกัน เนื่องจากภารกิจทั้งของศึกษานิเทศก์และของครู </li></ul>
  29. 29. หัวข้อสำคัญในบทที่ 1 : นิยามศัพท์เฉพาะ <ul><li>เป็นการอธิบาย / ให้ความหมายศัพท์ที่ใช้ในการวิจัยให้ผู้อ่านเข้าใจตรงกับผู้วิจัย </li></ul><ul><li>ศัพท์ที่นิยาม เช่น ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย ศัพท์เทคนิค ศัพท์วิชาการ คำย่อ ศัพท์ที่เป็นนามธรรม </li></ul><ul><li>มีนิยามตามทฤษฎี / นิยามทั่วไป และนิยามเชิงปฏิบัติการ </li></ul>
  30. 30. หัวข้อสำคัญในบทที่ 1 : นิยามศัพท์เฉพาะ ( ต่อ ) <ul><ul><ul><li>นิยามศัพท์เฉพาะ </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>เป็นการให้ความหมายของคำหรือตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยเพื่อให้เข้าใจตรงกัน </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>นิยามเชิงปฏิบัติการ </li></ul></ul></ul><ul><ul><ul><li>เป็นการให้ความหมายของตัวแปรที่บ่งบอกถึงลักษณะของตัวแปรวิธีการวัดและ / หรือเกณฑ์การวัด </li></ul></ul></ul>
  31. 31. <ul><li>ตัวอย่าง นิยามศัพท์เฉพาะ </li></ul><ul><li>นิยามศัพท์เฉพาะ </li></ul><ul><li>ชุดฝึกอบรม หมายถึง ชุดฝึกอบรมด้วยตนเองเรื่องการประเมินโครงการสำหรับครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น </li></ul><ul><li>นิยามเชิงปฏิบัติการ </li></ul><ul><li>ความคิดเห็นของครู หมายถึง ท่าทีความรู้สึกของครูต่อชุดฝึกอบรมด้วยตนเองเรื่องการประเมินโครงการสำหรับครู ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น วัดได้จาก แบบสอบถามความคิดเห็นแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยใช้เกณฑ์ ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 3.50 ขึ้นไปหมายถึงมีความคิดเห็นที่ดีต่อชุดฝึกอบรม นอกนั้นถือว่าไม่ดี </li></ul>
  32. 32. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ <ul><li>เป็นการคาดคะเนว่าเมื่อวิจัยเสร็จแล้วจะมีประโยชน์อย่างไร </li></ul><ul><li>ประโยชน์ในแง่ความรู้ และการนำไปใช้ </li></ul><ul><li>เขียนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ โดยพิจารณาว่าวัตถุประสงค์แต่ละข้อก่อให้เกิดความรู้อะไร เป็นประโยชน์ต่อใคร หน่วยงานใด และเอาไปใช้ประโยชน์อย่างไร </li></ul><ul><li>อย่าเขียนให้เกินความจริง </li></ul>
  33. 33. ตัวอย่างการเขียนประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ <ul><li>วัตถุประสงค์ </li></ul><ul><li>1. เพื่อสร้างรูปแบบการฝึกอบรมสำหรับเพิ่มสมรรถนะการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา </li></ul><ul><li>2. เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการฝึกอบรมสำหรับเพิ่มสมรรถนะการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานีเขต 2 </li></ul><ul><li>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ </li></ul><ul><li>1. ได้รูปแบบการฝึกอบรมสำหรับเพิ่มสมรรถนะการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานีเขต 2 ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสามรถนำไปพัฒนาตนเองได้ได้อย่างต่อเนื่อง </li></ul><ul><li>2. เป็นแนวทางให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอื่นๆในการพัฒนาสมรรถนะการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา </li></ul>
  34. 34. บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง <ul><li>เป็นการเขียนให้เห็นว่างานวิจัยที่ทำนั้นมีแนวคิด ทฤษฎี หลักการอะไร ที่เกี่ยวข้อง และผลงานวิจัยที่ผ่านมาเป็นอย่างไร </li></ul><ul><li>เลือกเนื้อหาที่จำเป็นมาเขียนโดยสังเคราะห์ เรียบเรียงให้เป็นลำดับต่อเนื่องกันระหว่างตอน ระหว่างหัวข้อ และสรุปแต่ละตอน สรุปแต่ละหัวข้อและสรุปรวมทั้งหมดตามความคิดผู้วิจัย </li></ul><ul><li>ใช้ภาษาเชิงวิชาการ ต้องอ้างอิงหากคัดลอก สรุปความหรือแปลมาจากแหล่งอ้างอิงต่างๆ </li></ul><ul><li>ควรมีการกล่าวนำเพื่อระบุขอบเขตการนำเสนอ </li></ul>
  35. 35. ตัวอย่างการเขียนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง <ul><li>งานวิจัยเรื่องการศึกษาความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษาในเขตการศึกษา 6 ที่มีต่อความพร้อมในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปีของโรงเรียนในเขตการศึกษา 6 </li></ul><ul><li> ในการวิจัยในครั้งนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในหัวข้อต่างๆดังนี้ </li></ul><ul><li>1. ประวัติความเป็นมาของการขยายการศึกษา </li></ul><ul><li>2. ความคิดเห็นต่อการขยายการศึกษาขั้นพื้นฐาน </li></ul><ul><li>3. การจัดการศึกษาของโรงเรียนในเขต 6 </li></ul><ul><li>4. ความพร้อมในการจัดการศึกษา </li></ul><ul><li>5. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง </li></ul><ul><li>5.1 งานวิจัยในประเทศ </li></ul><ul><li>5.2 งานวิจัยต่างประเทศ </li></ul>
  36. 36. บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย <ul><li>เป็นการนำเสนอวิธีดำเนินการโดยระบุ </li></ul><ul><li>รูปแบบการวิจัย เช่นวิจัยเชิงบรรยาย วิจัยเชิงทดลอง ฯลฯถ้าเป็น วิจัยเชิงทดลอง ให้ระบุ แบบแผนการทดลอง </li></ul><ul><li>ประชากร เป็นใคร / อะไร อยู่ไหน เมื่อไร จำนวนเท่าไร คุณลักษณะเป็นอย่างไร </li></ul><ul><li>กลุ่มตัวอย่างและวิธีได้มา จำนวนเท่าไร ได้มาอย่างไร เขียนให้เห็นขั้นตอนการได้มา และเสนอรายละเอียด </li></ul>
  37. 37. บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย ( ต่อ ) <ul><li>เครื่องมือ มีอะไรบ้าง สร้างเอง สร้างอย่างไรเขียนเป็นข้อๆ หาคุณภาพอะไรบ้าง / อย่างไร และแสดงค่าสถิติคุณภาพเครื่องมือ </li></ul><ul><li>การเก็บรวบรวมข้อมูล มีขั้นตอนอย่างไรตามลำดับ เป็นข้อๆ </li></ul><ul><li>การวิเคราะห์ข้อมูล มีขั้นตอนอย่างไร เป็นข้อๆ ใช้สถิติอะไรบ้างทั้งสถิติวิเคราะห์ข้อมูล สถิติทดสอบสมมติฐาน และสถิติหาคุณภาพเครื่องมือ </li></ul>
  38. 38. บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลวิจัย <ul><li>เป็นการนำเสนอข้อค้นพบอย่างละเอียดพร้อมทั้งแปลความหมายว่าผลเป็นไปตามสมมติฐานหรือไม่ </li></ul><ul><li>เริ่มด้วยการกล่าวนำในแต่ละตอน ตามด้วยผลวิเคราะห์ในแบบต่างๆ เช่นบรรยาย ตาราง กราฟ แผนภูมิ ฯลฯ </li></ul>
  39. 39. บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ <ul><li>สรุปผล วัตถุประสงค์ สมมติฐาน วิธีดำเนินการ สรุปข้อค้นพบตามลำดับของวัตถุประสงค์ </li></ul><ul><li>อภิปรายผล เขียนวิพากษ์วิจารณ์ผลวิจัยว่าสอดคล้อง / ขัดแย้งกับสมมติฐาน เพราะเหตุใด และเชื่อมโยงกับผลวิจัยที่ผ่านมาและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ว่าสอดคล้อง / ขัดแย้งอย่างไร และแสดงความคิดเห็นถึงเหตุผล / สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น </li></ul><ul><li>ข้อเสนอแนะ เขียนชี้แนะแนวการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงาน และเพื่อการวิจัยต่อไป </li></ul>
  40. 46. ลักษณะของงานวิจัยที่มีคุณภาพ <ul><li>วิธีดำเนินการ อธิบายขอบเขตด้านต่างๆ ชัดเจน จำนวนและการได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่างเหมาะสม เครื่องมือเหมาะสม มีคุณภาพ แสดงรายละเอียดการสร้าง การหาคุณภาพชัดเจน ระบุวิธีเก็บรวบรวมข้อมูลได้อย่างน่าเชื่อถือ เลือกสถิติได้เหมาะสม ระบุสูตรถูกต้อง </li></ul><ul><li>การวิเคราะห์ข้อมูล ถูกต้อง มีตาราง / แผนภูมิ / แผนภาพ เหมาะสม แปลผลได้ถูกต้อง สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ </li></ul><ul><li>สรุปผลการวิจัย กระชับ ตรงตามความจริงที่พบ อยู่ภายในขอบเขตที่กำหนด </li></ul>
  41. 47. ลักษณะของงานวิจัยที่มีคุณภาพ <ul><li>การอภิปรายและข้อเสนอแนะ สมเหตุสมผล แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของข้อค้นพบ สมมติฐาน ทฤษฎีและผลงานวิจัยผู้อื่นที่เกี่ยวข้อง </li></ul><ul><li>บรรณานุกรม และภาคผนวก มีความเหมาะสม ถูกต้องทั้งรูปแบบและเนื้อหา จัดประเภทของเรื่องในภาคผนวกเป็นหมวดหมู่ </li></ul><ul><li>รูปแบบและการเขียนรายงาน ส่วนประกอบครบถ้วน รูปแบบถูกต้อง การพิมพ์ถูกต้องสมบูรณ์ ภาษากะทัดรัดชัดเจน </li></ul><ul><li>ประโยชน์ของการวิจัย ไม่เขียนเกินความจริง สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ </li></ul><ul><li>บทคัดย่อ ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ใช้ภาษากระชับ และชัดเจน </li></ul>
  42. 48. การเผยแพร่ผลงานวิจัย <ul><li>เป็นภารกิจสำคัญของนักวิจัยหลังเสร็จสิ้นการเขียนรายงานวิจัย </li></ul><ul><li>มีวิธีการหลากหลายดังนี้ </li></ul><ul><ul><li>บทความวิจัยในวารสารวิชาการ </li></ul></ul><ul><ul><li>รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ </li></ul></ul><ul><ul><li>บทความประชุมวิชาการและบทคัดย่อ </li></ul></ul><ul><ul><li>วิทยานิพนธ์ </li></ul></ul><ul><ul><li>บทความหนังสือพิมพ์ </li></ul></ul><ul><ul><li>สื่อสนเทศผ่านคอมพิวเตอร์ </li></ul></ul><ul><ul><li>การนำเสนอด้วยวาจา </li></ul></ul><ul><ul><li>การนำเสนอด้วยโปสเตอร์ </li></ul></ul><ul><ul><li>การอภิปรายทางวิชาการ </li></ul></ul>
  43. 49. การวิจัยเป็นการเปลี่ยนปัญหา ให้เป็นปัญญา

×