คำสั่งควบคุมโปรแกรม

450 views

Published on

  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

คำสั่งควบคุมโปรแกรม

  1. 1. คําสังควบคุมโปรแกรม
  2. 2. คําสังควบคุม ( Control Statement) ทําหน้ าทีสังให้ คอมพิวเตอร์ ทํางานตามเงือนไข หรื อรูปแบบทีผู้พฒนาโปรแกรมต้ องการ ซึงคําสังควบคุมแบ่งออกได้ เป็ น 2 กลุมคือ ั ่ 1.คําสังเพือการวนรอบ ( Loop Statement) 2.คําสังเพือการกําหนดเงือนไข (Conditional Statement)
  3. 3. ตัวดําเนินการทางตรรกะ ตัวดําเนินการแบบสั มพันธ์ ( Relatoonal Operators )
  4. 4. ตัวดําเนินการระดับบิต ตัวดําเนิ นการประเภทนี จะกระทํากับข้อมูลแบบบิตต่อบิต เช่น การกระทําลอจิก AND, OR, NOT หรื อเลื&อนบิตแบบบิตต่อบิต เป็ นต้น ตัวดําเนินการประเภทนีแสดงได้ดงนี ั ตัวดําเนินการ & | ~ ^ >> >>> ชือ AND OR NOT Exclusive-OR เลือนบิตไปทางขวา เลือนบิตแบบไม่คิดเครื องหมาย ตัวอย่าง 4&7 4|7 ~4 4^7 7 >> 1 -3 >>> 1 ผลลัพธ์ 4 7 -5 3 3 -2 << เลือนบิตไปทางซ้ าย 7 << 1 14
  5. 5. ตัวดําเนินการทางตรรกศาสตร์ ตัวดําเนินการประเภทนีจะใช้กระทํากับตัวถูกดําเนินการที&เป็ นนิพจน์ทางตรรกศาสตร์ หรื อข้อมูลที&เป็ นบูลีน ตัวดําเนินการประเภทนี ได้แก่ AND , OR , Exclusive-OR และ NOT โดยตัวดําเนินการ แบบ NOT จะกระทํากับตัวถูกตัวดําเนินการตัวเดียว ส่ วนตัวดําเนินการตัวอื&นๆ จะกระทํากับตัวถูก ดําเนินการสองตัว ตัวดําเนินการ ชือ ตัวอย่าง ผลลัทธ์ && AND (8>3)&&(6<9) true || OR (5<6) | | (7>6) true ! NOT !(3>2) false ^ Exclusive-OR (8>3) ^ (4<2) true
  6. 6. ลําดับการทํางานของตัวดําเนินการ ในนิพจน์ตางๆ อาจมีตวดําเนินการประกอบอยู่มากว่าหนึงตัว การหาผลลัพธ์ ่ ั ของนิพจน์คอมไพเลอร์ จะต้ องพิจารณาว่าจะทําตัวดําเนินการใดก่อนหลัง ในภาษาวาจามีการ จัดลําดับความสําคัญของตัวดําเนินการดังตัวอย่างที3.4 โดเยเรี ยงลําดับความสําคัญจากบน ลงล่าง ลําดับ 1 2 3 4 5 6 ตัวดําเนินการ ( ) , ( data type ) ! , ~ , - , + , - - , ++ *, / , % , + , - , << , >> , >>> < , > , <= , >= , == , != & , ^ , | , && , | | != , ^= , &= , >>>= , >>= , <<= ,%= , /= , *= , -= , += , = เรี ยงจาก ซ้ ายไปขวา ซ้ ายไปขวา ซ้ ายไปขวา ซ้ ายไปขวา ซ้ ายไปขวา ซ้ ายไปขวา
  7. 7. คําสังเลือกทําอย่างใดอย่างหนึ&ง ( if-else ) & จะทํางานในส่ วนของ if เมื&อเงื&อนไขเป็ นจริ ง และทํางานในส่ วนของ else เมื&อเงื&อนไข เป็ นเท็จ Syntax: if (condition) { statement; statement; } else { statement; statement; }
  8. 8. การเลือกทําแบบทางเดียว (if statement) ในภาษาจาวาจะใช้คาสั&ง if เลือก ทําแบบทางเดียวเพื&อจะตรวจสอบว่าชุดคําสั&งที&ตามมาจะทํา ํ หรื อไม่ ในการทํางานของคําสั&งคอมพิวเตอร์ จะตรวจสอบเงื&อนไขก่อน ถ้าเงื&อนไขเป็ นจริ งจะ ่ ทําคําสั&งหรื อสเตตเมนต์ที&ตามหลังหรื อเป็ นสเตตเมนต์รวม ที&อยูในเครื& องหมาย { } แต่ถา ้ เงื&อนไขเป็ นเท็จคอมพิวเตอร์ จะกระโดดข้ามคําสั&งหรื อสเตตเมนต์ตามมาและไปทําคําสั&ง หรื อสเตตเมนต์ต่อไป รู ปแบบคําสั&งเป็ นดังต่อไปนี
  9. 9. การเลือกทําแบบทางเดียว (if statement) รู ปแบบ If(condition) {action statement} โดย การตรวจสอบเงื&อนไขจะเป็ นการกระทําแบบบูลีน ผลลัพธ์ที&ได้จะเป็ นจริ งหรื อเท็จเท่านัน ถ้าหากมีการใช้ตวดําเนิ นการจะใช้ ตัวดําเนินการที&ให้ผลลัพธ์เป็ นแบบบูลีน สําหรับการทํางาน ั ของคําสั&ง if สารถเขียนเป็ นผังงานได้ดงนี ั
  10. 10. การใช้ คําสัง if-else-if การเขียนคําสังแบบเลือกทําสองทางทีใช้ if-else นันจะพบว่าชุดคําสังทีอยู่ 5 หลัง else จะถูกทํางาน ถ้ าหากประโยคเงือนไขของ if เป็ นเท็จ แต่ถ้าต้ องการให้ ตรวจสอบเงือนไขอืนๆ ก่อนทีจะทําชุดคําสังหลัง if-else-if แทน ตัวอย่างเช่น ถ้ าหาก ต้ องการเขียนโปรแกรมในการคิดผลสอบของนักเรี ยน โดยมีเงือนไขเป็ นถ้ าคะแนนมากกว่า 50 ให้ ผาน แต่ถ้าคะแนนไม่มากกว่า 50 ให้ ตก สามารถนําคําสัง if-else มาใช้ ได้ โดย ่ เขียนดังนี 5
  11. 11. การเลือกทําแบบ switch การเขียนโปรแกรมที&ตองมีการเลือกทําหลายทางเลือก เราสามารถนํา ้ ประโยคคําสั&ง if-else มาซ้อนกันได้ แต่ถาเงื&อนไขที&ตองตัดสิ นใจขึนกับตัวแปรเดียว ้ ้ เราสามารถใช้คาสั&ง switch..case แทนได้ คําสั&ง switch นีมีความซับซ้อน ํ น้อยกว่าการนํา if-else มาเขียนซ้อนกัน และสามารถเปลี&ยนเงื&อนไขได้ง่ายอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าเขียนโปรแกรมเป็ นลักษณะเมนูดงต่อไปนี ั
  12. 12. การใช้ for
  13. 13. การใช้ while
  14. 14. การใช้ do..while
  15. 15. การใช้ do..while ในการเขียนโปรแกรมสามารถนําคําสั&งลูปแบบต่างๆ ให้มาทํางานซ้อนกันได้เรี ยกว่าลูป แบบซ้อนลูป ดังตัวอย่างต่อไปนี
  16. 16. การใช้ do..while จากตัวอย่างโปรแกรมลูปแรกจะเป็ นลูปของตัวแปร I โดยภายในลูปจะทําลูปของ ตัวแปร j จํานวน 3 ครัง ทําให้การทํางานSystem.out.print (j+ “ “) มีการ ทํางานทังหมด 9 ครัง
  17. 17. คําสัง Break และ Continue คําสัง Break คือคําสังทีใช้ ในการออกจากวนลูป เช่น คําสัง for, while, do .. while หรื อคําสัง Switch ตัวอย่ างโปรแกรม int i = 0; while( i < 10){ i++; if(i == 5) break; System.out.println(i); }
  18. 18. ผลลัพธ์ ของโปรแกรม 1234 คําธิบายของโปรแกรม หลักการทํางานของตัวอย่างนี 5ต้ องการวนลูปเพียง 4 ครังโดยกําหนดให้ เมือค่า 5 ของตัวแปร i มีคาเท่ากับ 5 ให้ ออกจากลูป ถึงแม้ จะกําหนดจํานวนรอบไว้ ที 10 ครังก็ ่ 5 ตาม และคําสังแสดงผล System.out.println(i) ทีต่อจากคําสัง break จะไป ถูกทํางานเพราะได้ ออกจากการวนลูปแล้ ว ทําให้ แสดงผลลัพธ์ทางจอภาพเป็ น 1234
  19. 19. คําสัง Continue คือคําสังทีกลับไปตรวจสอบเงือนไขของลูปอีกครัง ถ้ าเงือนไข 5 เป็ นจริ งก็ดําเนินการทําคําสังในลูปต่อไป ตัวอย่ างโปรแกรม int i = 0; while( i < 10){ i++; if(i == 5) continue; System.out.println(i); }
  20. 20. ผลลัพธ์ ของโปรแกรม 1234678910 คําธิบายของโปรแกรม ตัวอย่างนี 5เขียนการวนลูปไว้ ที 10 รอบ แต่ถ้าค่าของตัวแปร i มีคาเท่ากับ 5 ่ จะมีผลทําให้ กลับไปตรวจสอบเงือไขอีกครังว่า i < 10 หรื อไม่ ซึงมีผลทําให้ ไม่แสดง 5 คําสัง System.out.println(i) และดําเนินการต่อไปเมือเงือนไขเป็ นจริ งทําให้ แสดงผลลัพธ์ทางจอภาพเป็ น 1234678910 ซึงไม่แสดงเลข 5 ออกจากจอภาพ
  21. 21. อ้ างอิง http://www.tice.ac.th/division/website_c/about/page5. htm https://sites.google.com/site/nganklum622phasajava/ home http://elearning.snru.ac.th/els/program1/lesson4/page4_1. html http://www.tice.ac.th/division/website_c/about/pag e5.htm
  22. 22. คําสังควบคุมโปรแกรม จัดทําโดย นาย ณัฐพล ทองแท้ เลขที 6 นาย ภูริพนธ์ พัดชืน เลขที 7 ั นาย กิตติพงษ์ ศรี ทอง เลขที 15 นาย บุรพล ชนประเสริฐ เลขที 17 นาย สนธยา หงษ์ โต เลขที 21 นาย ทศพล ตังวิริยะ เลขที 23 5 เสนอ อ.ทรงศักดิA โพธิAเอียม โรงเรี ยนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรี นคริ นทร์ กาญจนบุรี

×