Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ธันยพร นกศิริ ม409 เลขที่2

195 views

Published on

  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

ธันยพร นกศิริ ม409 เลขที่2

  1. 1. ข้อ มูล (DATA) คือ สิ่งทีใช้อธิบาย ่คุณลักษณะของวัตถุ เหตุการณ์ กิจกรรมโดยบันทึกจากการสังเกต การทดลอง หรือการสำารวจด้วยการแทนรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เช่น บันทึกไว้เป็นตัวเลข ข้อความรูปภาพ และสัญลักษณ์ตัวอย่างของข้อมูลต่าง ๆ ทีนกเรียน ่ ัสามารถพบเห็นในชีวิตประจำา เช่น เกรดที่นักเรียนได้รับในแต่ละวิชา ราคาสินค้าชนิดต่าง ๆ ในห้างสรรพสินค้า รูปภาพและข้อความต่าง ๆ ทีปรากฏในเว็บไซต์ ่
  2. 2. สารสนเทศ (Information) หมายถึงผลลัพธ์ที่เกิดจากการนำาข้อมูลมาประมวลผล เพือให้ได้สิ่งทีเป็นประโยชน์ในการนำา ่ ่ไปใช้งานมากขึ้น เช่น ส่วนสูงของนักเรียนหญิงและนักเรียนชายแต่ละคนในชั้นเรียนเป็นข้อมูล จะสามารถสร้างสารสนเทศจากข้อมูลเหล่านีได้หลายรูป ้แบบ เพื่อนำาไปใช้ในจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น การนำาข้อมูลเหล่านีมา ้เรียงตามลำาดับจากมากไปน้อย หรือการหาค่าเฉลี่ยของส่วนสูงของนักเรียน
  3. 3. ความรู้ (Knowledge) คือ สิ่งทีประกอบด้วยข้อมูล ่และสารสนเทศทีถกจัดรูปแบบและประมวลผลเพื่อนำา ่ ูไปประยุกต์ใช้ในปัญหาทีต้องการนำาข้อมูลและ ่สารสนเทศเหล่านีไปแก้ไข ้นิยามความรู้ทเกี่ยวข้องกับเรื่องของข้อมูลและ ี่สารสนเทศ คือ ความรู้ทแฝงอยู่ในข้อมูล เป็นสิ่งที่ ี่สามารถสกัดจากสารสนเทศทีมรูปแบบน่าสนใจ เป็น ่ ีจริงสำาหรับข้อมูลใหม่หรือข้อมูลทีไม่เคยเห็นมาก่อน ่เป็นรูปแบบใหม่ที่มนุษย์ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายจากการวิเคราะห์สารสนเทศจะได้เป็นความรู้ทีเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ได้ ่
  4. 4. ระบบสารสนเทศเพือการจัดการความรู้ สามารถช่วยองค์ ่กรนการจัดการความรู้เหล่านี้ได้ โดยระบบนี้ จะทำางานแตกต่างกันไปตามจุดมุงหมายขององค์กร ผู้ใช้ในองค์กร ่ประกอบด้วย พนักงานทัวไป ผู้บริหาร หรือบุคคล ่ภายนอก เป็นผู้สร้างสารสนเทศเพือเก็บไว้ในระบบ โดย ่ระบบจะต้องสามารถจัดหมวดหมู่ ค้นหา รวมถึงกระจายสารสนเทศให้กบผู้ใช้คนอื่น เพือให้ผู้ใช้แต่ละคน ั ่สามารถนำาสารสนเทศไปใช้ได้ตามสิทธิ์ของตนเองความฉลาดร่วม (collective intelligence) เป็นการสร้างความฉลาดหรือสร้างความรู้ร่วมกันระหว่างผู้ใช้ตัวอย่างของการสร้างความรู้ในลักษณะนี้ เช่น วิกพีเดีย ิ(Wikipedia) ผู้ใช้แต่ละคนสามารถเพิมเติม แก้ไข ่ข้อมูลร่วมกันได้ โดยผู้ใช้คนอื่น ๆ ทีไม่ได้มส่วนร่วมใน ่ ีการเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูล ก็สามารถเข้าถึงและใช้ข้อมูลหรือความรู้เหล่านันได้ เป็นต้น ้
  5. 5. ข้อมูลทีดีควรมีลักษณะดังนี้ ่1)ความถูกต้องของข้อมูล 2) ความสมบูรณ์ครบถ้วนในการนำาไปใช้งาน3) ความถูกต้องตามเวลา 4) ความสอดคล้องกันของข้อมูล
  6. 6. ประเภทของข้อมูล จำาแนกข้อมูลออกเป็นประเภท จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1. ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) หมายถึง ข้อมูลทีได้จากการรวบรวม หรือบันทึกจากแหล่งข้อมูลโดยตรง ่ซึ่งอาจจะได้จากการสอบถาม การสัมภาษณ์ การสำารวจและการจดบันทึก ตลอดจนการจัดหามาด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติ เช่น เครื่องอ่านรหัสแท่ง เครื่องอ่านแถบแม่เหล็ก 2. ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) หมายถึงข้อมูลที่มผู้อื่นรวบรวมไว้ให้แล้ว บางครั้งอาจมีการประมวล ีผลเพือเป็นสารสนเทศ เช่น สถิติจำานวนประชากรแต่ละ ่จังหวัด สถิติการนำาสินค้าเข้า และการส่งสินค้าออก เป็นต้น
  7. 7. การจัดเก็บข้อมูลการจัดเก็บอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดภาระการเก็บเอกสารทีเป็นกระดาษได้ รวมถึงการทำาซำ้าเพื่อ ่สำารองข้อมูล สามารถทำาได้สะดวกและรวดเร็วการตอบสนองต่อความต้องการได้อย่ารวดเร็ว เช่นข้อมูลประวัติการบำารุงรักษารถยนต์และข้อมูลประวัติคนไข้ ผู้ใช้ทต้องการนำาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้งาน ี่สามารถเข้าถึงระบบฐานข้อมูลนำาข้อมูลที่ต้องการไปใช้ได้การจำากัดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลให้แก่ผู้ใช้ในแต่ละระดับขององค์กร เช่น ผู้บริหารสามารถเข้าถึงข้อมูลของทุกหน่วยงานได้ แต่ผู้ใช้ทวไปในแผนกการเงิน ไม่ ั่
  8. 8. ลำา ดับ ขั้น ของข้อ มูล ในฐานข้อ มูล ลำาดับชั้นล่างสุดของการแทนข้อมูล นั่นคือ การแทนข้อมูลด้วยตัวเลขฐานสองซึ่งประกอบด้วยตัวเลขสองตัว คือ ‘0’ และ ‘1’ ในทางคอมพิวเตอร์ จะเรียกตัวเลขฐานสองหนึ่งหลักนี้ว่า 1 บิต(บิต) ซึงถือว่าเป็นหน่วยเล็กทีสุดของข้อมูล และหากนำาบิต ่ ่มาต่อกันจำานวน 8 บิต จะเรียกว่า 1 ไบต์ (byte)
  9. 9. เขตข้อ มูล (field) ข้อมูลระดับบิตมาเรียงต่อกันเพื่อแทนข้อมูลใด ๆ ที่ต้องการเก็บในฐานข้อมูล ต้องจัดข้อมูลที่เป็นบิตมารวมกันเพื่อแทนความหมายบางอย่าง โดยเขตข้อมูลอาจแทนข้อมูลดังต่อไปนี้จำา นวนเต็ม (integer) คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะเก็บตัวเลขขนาด 32 บิต ซึ่งขนาดของตัวเลขอาจเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีของเครื่องคอมพิวเตอร์ ตัวเลขฐานสองขนาด 32บิต สามารถแทนตัวเลขจำานวนเต็มได้ตั้งแต่ -2,147,483,648 ถึง 2,147,483,647 (-231 ถึง 231 -1)จำา นวนทศนิย ม (decimal number) ในคอมพิวเตอร์จะเก็บตัวเลขทศนิยม โดยใช้ระบบโฟลททิงพอยต์ (floatingpoint) การเก็บในลักษณะนี้ไม่มีการกำาหนดตำาแหน่งตายตัวสำาหรับตำาแหน่งของจุด โดยทั่วไปการเก็บข้อมูลตัวเลขจะมีสองขนาด คือ 32 บิต และ 64 บิต
  10. 10. ข้อ ความ (text) ในการแทนข้อความ ต้องเปลี่ยน ข้อความให้เป็นรหัสซึ่งใช้แทนตัวอักขระแต่ละตัว ตาม มาตรฐานทัวไปจะใช้เป็นรหัสแอสกี (ASCII code) ต่อมา ่ มีการใช้รหัสแบบยูนโคด (Unicode) ซึ่งสามารถแทน ิ ภาษาได้หลายภาษามากกว่ารหัสแอสกี ความยาวของเขตวัน เวลา (date / time) ข้อมูลทีเป็นวันเวลา เช่น วันที่ ่ ข้อมูลประเภทนี้ ขึ้นอยูกับจำานวนตัวอักขระในข้อความ ่เริ่มใช้งาน วันลงทะเบียน และเวลาที่ซอสินค้า มีความแตก ื้ต่างจากข้อมูลประเภทอื่น ดังนันจึงต้องมีชนิดของข้อมูลเป็น ้วันเวลา เพื่อรองรับเขตข้อมูลทีต้องการเก็บข้อมูลเป็นวัน ่เวลาไฟล์ (file) เขตข้อมูลบางประเภทใช้เก็บไฟล์รูปภาพหรือไฟล์อื่น ๆ ซึ่งเขตข้อมูลประเภทหนึงเป็นเขตข้อมูลขนาด ่ใหญ่ โดยปกติจะมีความยาวมากกว่าเขตข้อมูลประเภทอื่นๆ โดยเขตข้อมูลนี้จะเก็บข้อมูลในลักษณะเป็นบิตเรียงต่อกัน
  11. 11. ระเบีย น (record) คือ กลุ่มของเขตข้อมูลทีมความ ่ ีสัมพันธ์กัน โดยเขตข้อมูลแต่ละส่วนอาจเป็นข้อมูลต่างชนิดกัน ระเบียนแต่ละระเบียนจะประกอบด้วยโครงสร้างเขตข้อมูลทีเหมือนกัน ่
  12. 12. ตาราง (table) คือ กลุ่มของระเบียน ซึ่งเขตข้อมูลในแต่ละระเบียนจะเก็บข้อมูลทีมความสัมพันธ์กัน ในตรา ่ ีรางจะเก็บข้อมูลหลาย ๆ ระเบียน แต่ละระเบียนจะมีโครงสร้างเหมือนกันในตาราง นอกจากจะเก็บข้อมูลหลายระเบียนแล้ว ยังสามารถอ้างถึงระเบียนแต่ละละเบียนได้อีกด้วย
  13. 13. ฐานข้อ มูล (database) เป็นทีรวมของตารางหลาย ่ๆ ตารางเข้าไว้ดวยกัน ตารางแต่ละตาราง จะมีความ ้สัมพันธ์กันโดยใช้เขตข้อมูลทีเก็บข้อมูลซึ่งเหมือนกัน ่เป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างกัน บางตารางอาจเป็นตารางทีเก็บข้อมูลไว้เฉพาะของตนเอง โดยไม่เกี่ยวข้องกับ ่ตารางอื่น ในขณะเดียวกันบางตาราง อาจต้องเชื่อมโยงกับ เขตข้อมูลของตารางอื่น ๆ
  14. 14. ความเป็น ส่ว นตัว เมือข้อมูลปรากฏอยูในโลกออนไลน์ ่ ่มากขึ้น ทำาให้การรวบรวมข้อมูล การเข้าถึง การค้นหาและการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องทีสามารถทำาได้ ่ง่ายและเร็วขึ้น ทำาให้ข้อมูลบางประเภทที่มความเป็นส่วน ีตัวสูง เช่น เลขบัตรประจำาตัวประชาชน วันเดือนปีเกิดหมายเลขโทรศัพท์มอถือ อาจรั่วไหลไปสู่สาธารณะได้ ืบางครั้งข้อมูลส่วนตัวอาจถูกนำาไปใช้โดยผิดวัตถุประสงค์ของเจ้าของข้อมูล
  15. 15. สิท ธิ์ใ นการเข้า ถึง ข้อ มูล เพือเป็นการรักษาความ ่ปลอดภัยให้กับข้อมูล ในการเก็บข้อมูลในฐานข้อมูล จะมีการกำาหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้แต่ละกลุ่มโดยระบบจะอนุญาตให้ผู้ใช้คนหนึงเข้าถึงข้อมูลต้องมี ่การตรวจสอบว่า จะให้เข้าถึงข้อมูลใดได้บ้าง โดยปกติแล้วการเข้าถึงระบบใด ๆนัน ผู้ใช้จะต้องได้รับอนุญาต ้จากผู้ดูแลระบบ (system administrator) ซึ่งมีหน้าที่ดูแล บำารุงรักษาระบบให้สามารถทำางานได้เป็นปกติ การเข้าถึง โดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ. 2550 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2550 มีความผิดเกี่ยวข้องกับเรื่องของสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลหลายข้อ
  16. 16. เช่นมาตรา 5 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ทมการ ี่ ีป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนันมิได้มไว้สำาหรับ ้ ีตน ต้องระวางโทษจำาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมืนบาท หรือทังจำาทังปรับ ่ ้ ้มาตรา 7 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ทมการ ี่ ีป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนันมิได้มไว้สำาหรับ ้ ีตน ต้องระวางโทษจำาคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสีหมืน ่ ่บาท หรือทังจำาทังปรับ ้ ้มาตรา 8 ผู้ใดกระทำาด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพือดักรับไว้ ซึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่ ่ ่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นันมิได้มไว้ เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทัวไป ้ ี ่
  17. 17. ทรัพ ย์ส ิน ทางปัญ ญา ในกระบวนการผลิตโปรแกรมระบบปฏิบัติการ รูปภาพ เพลง หรือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จำาเป็นต้องใช้ต้นทุนสูง และใช้เวลาในการผลิตยาวนาน แต่เมือข้อมูลเหล่านีปรากฏอยูในรูป ่ ้ ่แบบข้อมูลดิจิทล ผู้ใช้คนอื่น ๆ สามารถทำาซำ้าและนำาไป ัใช้โดยไม่ได้จ่ายเงินให้กับผู้ผลิต ก่อให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจกับเจ้าของข้อมูล

×