จารึกอักษรบนกระดองเต่ านับตั้งแต่วิชาการโบราณคดียคปัจจุบนแพร่ จากตะวันตกเข้าสู่จีนเมื่อศตวรรษที่ 20 เป็ นต้นมา            ...
นับตั้งแต่ได้ดาเนินการขุดค้นครั้งแรกในปี 1928 เป็ นต้นมา ที่อินซี ได้ขดพบ วัตถุโบราณ                                      ...
วิทยานิพนธ์เรื่ องการวิจยศึกษาอักษรบนกระดองเต่าเมื่อปี 1929 ปัจจุบน ฉิ วซี กุยศาสตราจารย์                           ั     ...
ก่อนจะนาไปใช้ กระดองเต่าและกระดูกสัตว์ตองเอาไปแปรสภาพ ก่อนอื่น ต้อง ขูดล้างเลือด                                          ...
ลาดับการเขียนขีดของตัวอักษรแต่ละตัวก็จะกาหนดไว้ พันกว่าปี มานี้ รู ปแบบข่ายซูเป็ นรู ปแบบ                ที่เป็ นมาตรฐานขอ...
เอกสารอ้ างอิง- ชมัยพร ตังตน "โบราณวัตถุ,อักษรบนกระดองเต่า". 4 มิถนายน 2552           ้                                   ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

จารึกอักษรบนกระดองเต่า

8,499 views

Published on

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
8,499
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
79
Actions
Shares
0
Downloads
36
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

จารึกอักษรบนกระดองเต่า

  1. 1. จารึกอักษรบนกระดองเต่ านับตั้งแต่วิชาการโบราณคดียคปัจจุบนแพร่ จากตะวันตกเข้าสู่จีนเมื่อศตวรรษที่ 20 เป็ นต้นมา ุ ัจีนได้พบสิ่ งสาคัญทางโบราณคดีจานวนมาก ที่เมืองอันหยางมณฑลเหอหนานทางภาคกลางของจีน มีซากเมืองแห่งหนึ่งที่มี พื้นที่กว้างประมาณ 24 ตารางกิโลเมตร คืออินซี หรื อซากเมืองหลวงสมัยราชวงศ์ อินที่มีชื่อโด่งดัง ตาราประวัติศาสตร์ บนทึกไว้ว่า เมื่อปี 1400 ก่อนคริ สต์ศกราช พระเจ้าฝันเกิง จักรพรรดิ ราชวงศ์ซาง ั ัได้ยายเมืองหลวงจากเมืองฉี ฝสู่เมืองอันหยางในปัจจุบน เมื่อ ปี 1046 ก่อนคริ สต์ศกราช ราชวงศ์ ้ ู่ ั ัซางถูกจักรพรรดิราชวงศ์โจวตะวันออกล้มล้าง เมืองหลวงแห่งนี้จึงกลายเป็ นซากไป เนื่องจากราชวงศ์ซางมีอีกชื่อหนึ่งว่าราชวงศ์อิน ฉนั้น ซากเมืองแห่งนี้ จึงมีชื่อว่า อินซี หรื อซากเมืองราชวงศ์อิน
  2. 2. นับตั้งแต่ได้ดาเนินการขุดค้นครั้งแรกในปี 1928 เป็ นต้นมา ที่อินซี ได้ขดพบ วัตถุโบราณ ุจานวนมาก ซึ่ งรวมทั้งอักษรบนกระดองเต่าและเครื่ องทองสัมฤทธิ์ดวย ้ อักษรบนกระดองเต่าเป็ นอักษรเก่าแก่โบราณที่แกะสลักบนกระดองเต่าหรื อกระดูกสัตว์ เป็ นเครื่ องมือเสี่ยงทายของจักรพรรดิสมัยราชวงศ์ซาง เวลาเสี่ยงทาย พ่อมดจะแกะสลักขื่อของตน วันเวลาในการเสี่ ยงทายและเรื่ องที่จะ เสี่ ยงทายบนกระดองเต่า แล้วใช้ไฟเผาจนทาให้กระดองเต่าแตกก็จะรู้ผลเสี่ ยงทายตาม รอยแตก ปัจจุบนที่อินซี ได้พบกระดองเต่ารวม 160000 แผ่น อักษรชนิดต่าง ๆ รวมกว่า 4000 คา ที่ ัผ่านการวิจยศึกษาจากนักวิชาการแล้วมีประมาณ 3000 คา ในจานวนนี้ ที่นกวิชาการทั้งหลาย ั ัแปลความหมายตรงกันมีกว่า 1000 คา นอกนั้น มีที่แปลความหมาย ไม่ออกบ้าง และที่นักวิชาการทั้งหลายแปลความหมายขัดแย้งกันอย่างมากบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม จากอักษรกว่า1000 คานี้ ผูคนก็สามารถรับรู้สภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และด้านอื่น ๆ ของสมัย ้ราชวงศ์ซางได้โดยสังเขปแล้ว นายหลิวเอ้อเป็ นนักวิชาการคนแรกของจีนที่ศึกษาวิจยอักษรบนกระดองเต่า เคย เขียน ัวิทยานิพนธ์เล่มหนึ่งเกี่ยวกับอักษรบนกระดองเต่าเมื่อปี 1913 นายกัวโมะโระ นักประวัติศาสตร์และนักเขียนที่มีชื่อดังของจีนเป็ นผูเ้ ชี่ยวชาญอีกคนหนึ่งเกี่ยวกับอักษรบนกระดองเต่า เคยเขียน
  3. 3. วิทยานิพนธ์เรื่ องการวิจยศึกษาอักษรบนกระดองเต่าเมื่อปี 1929 ปัจจุบน ฉิ วซี กุยศาสตราจารย์ ั ัของมหาวิทยาลัยปักกิ่งและหลี่เสฉิ น ศาสตราจารย์ของสถาบันวิจยประวัติศาสตร์ จีนเป็ น ัผูเ้ ชี่ยวชาญที่มีผชื่อถืออย่างมากในด้านวิจยศึกษาอักษรบนกระดองเต่า ู้ ั ่นอกจากนี้ ในช่วงกว่า 70 ปี ที่ผานมา ที่อินซี นักโบราณคดีจีนยังได้พบ พระราชวังและวัดวาอารามกว่า 50 แห่ง สุสานจักรพรรดิ 12 แห่ง สุสานผูดีหลายพันแห่ง ตลอดจนเครื่ องทอง ้สัมฤทธิ์ เครื่ องหยก เครื่ องดินเผาและเครื่ องกระดูกสัตว์จานวนมาก ซึ่ งแสดงให้เห็นภาพสังคมสมัยโบราณของจีนอย่างรอบด้าน ั ตัวอักษรจีนเป็ นตัวอักษรที่มีการใช้มาเป็ นเวลานานที่สุด ใช้กนใน พื้นที่กว้างขวางที่สุดและมีจานวนคนที่ใช้ก็มากที่สุดในโลก การ สร้างและการใช้ตวอักษรจีนไม่เพียงแต่ได้ทาให้วฒนธรรมจีน ั ั พัฒนาไปเท่านั้น หากยังได้ส่งอิทธิพลอย่างลึกซึ้ งต่อการพัฒนาวัฒนธรรมโลกด้วย ในเขตพื้นที่โบราณที่มีประวัติยาวนานห่างจากปัจจุบนกว่าหกพันปี เช่น ซากสถานที่โบราณ ัปั้นโพเป็ นต้น ก็ได้คนพบเครื่ องหมายขีดเขียนมาก กว่า50ชนิด และมีการเรี ยบเรี ยงอย่างเป็ น ้ระเบียบ และมีกฎเกณฑ์ที่แน่นอน เครื่ องหมายเหล่านี้มีลกษณะเป็ นตัวอักษรแบบง่ายๆ ันักวิชาการเห็นว่า นี่อาจจะเป็ นรู ปแบบขั้นต้นของตัวอักษรจีน ตัวอักษรจีนเริ่ มกลายเป็ นตัวอักษรที่มีระบบในสมัยราชวงศ์ซาง ศตวรรษที่16ก่อนคริ สต์กาลนักโบราณคดีได้พิสูจน์ว่า ระยะต้นของราชวงศ์ซาง อารยธรรมจีนได้พฒนาไปถึงระดับที่ ัค่อนข้างสูงแล้ว ลักษณะพิเศษที่สาคัญประการหนึ่ งก็คือ การปรากฎตัวอักษรเจี่ยกู่เหวินตัวอักษรแบบเจี่ยกู่เหวินเป็ นตัวอักษรโบราณชนิดหนึ่งที่แกะสลักบนกระดองเต่าและกระดูกสัตว์ ในสมัยราชวงศ์ซาง กษัตริ ยตองทาพิธีเสี่ ยงทายก่อนจะทรง ์ ้ทาพระราชภารกิจใดๆ กระดองเต่าและกระดูกสัตว์ก็คืออุปกรณ์การเสี่ ยงทายในสมัยนั้น
  4. 4. ก่อนจะนาไปใช้ กระดองเต่าและกระดูกสัตว์ตองเอาไปแปรสภาพ ก่อนอื่น ต้อง ขูดล้างเลือด ้ ่และเนื้อที่เหลืออยูบนกระดองเต่าและกระดูกสัตว์ให้สะอาด แล้วเลื่อยและขัดให้เรี ยบต่อจากนั้นใช้มีดหรื ออุปกรณ์อื่นๆเจาะลึกเข้าไปด้านในของกระดองเต่าหรื อกระดูกสัตว์ รอยเว้าเหล่านี้เรี ยงตัวอย่างมีระเบียบ คนเสี่ ยงทาย คือพ่อมดจะแกะสลักชื่อของตน วันเวลาในการเสี่ ยงทายและปัญหาที่ตองการถามลงบนกระดองเต่าหรื อกระดูกสัตว์ แล้วใช้ไฟเผารอยลึกบน ้กระดองหรื อกระดูก เมื่อได้รับความร้อนก็จะเกิดรอยร้าว ซึ่ งเรี ยกว่า“เจ้า” พ่อมดก็อาศัยการวิเคราะห์ตามรอยแตกร้าวเหล่านี้ ในการเสี่ ยงทาย พร้อมกับแกะสลักไว้บนกระดองหรื อกระดูกว่าผลการเสี่ ยงทายแม่นยาหรื อไม่ เมื่อการเสี่ ยงทายเกิดผลเรี ยบร้อยแล้ว กระดองหรื อกระดูกที่มีรอยแกะสลักเหล่านี้ก็จะถูกเก็บไว้เป็ นหลักฐานทางการ ปัจจุบน นักโบราณคดีได้ขดพบกระดองหรื อกระดูกทั้งหมดกว่า1แสน6หมื่นชิ้น ในจานวน ั ุนั้น มีบางชิ้นยังมีความสมบูรณ์อยู่ บางชิ้นก็เป็ น เพียงชิ้นส่วนที่ไม่ได้บนทึกตัวอักษรใดๆ ตาม ัสถิติ ตัวอักษรชนิดต่างๆบนกระดองและกระดูกเหล่านี้มีถึงสี่ พนกว่าตัว ในจานวนนั้น มี ัการศึกษาวิจยและพิสูจน์จากนักวิชาการแล้วประมาณสามพันตัว ในบรรดากว่า3000ตัวนี้ มีรับ ัการตีความ หมายที่เป็ นเอกภาพจากนักวิชาการแล้วนั้นมีกว่าพันตัว ที่เหลือยังไม่สามารถแปลได้หรื อไม่นกวิชาการต่างๆก็ แปลออกมาแล้วแต่ความหมายไม่ตรง อย่างไรก็ตาม เมื่อศึกษา ัตัวอักษรพันกว่าตัวนี้ เราก็สามารถเข้าใจสภาพการณ์เกี่ยวกับด้านต่างๆของราชวงศ์ซาง เช่นทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม เป็ นต้น ตัวอักษรเจี่ยกู่เหวินเป็ นตัวอักษรที่คอนข้าง ่สมบูรณ์และมีระบบของตนเอง ซึ่ งได้ปพ้ืนฐานให้การพัฒนาตัวอักษรจีนในเวลาต่อมา ู ่ต่อจากนั้น ตัวอักษรจีนก็ได้ผานการเปลี่ยนแปลงเป็ นหลายรู ปแบบ เช่น จินเหวิน(แปลว่าคา ัจารึ กบนเครื่ องทองเหลือง) เสี่ ยวจ้วน ลวี่ซู ข่ายซู เป็ นต้น และได้ใช้กนมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบนั กระบวนการเปลี่ยนแปลงของตัวอักษรจีนเป็ นกระบวนการที่รูปแบบของตัวอักษรจีนเริ่ มปรับให้มีระเบียบและมีความแน่นอนขึ้นเรื่ อยๆ รู ปแบบเสี่ ยวจ้วนได้กาหนดจานวนขีดของตัวอักษร ็แต่ละตัวให้ชดเจน ส่วนลวี่ซูกได้สร้างระบบรู ปแบบการเขียนตัวอักษรจีนใหม่ รู ปร่ างค่อยๆเป็ น ัสี่ เหลี่ยมแบนๆ พอถึงยุคข่ายซู รู ปร่ างของตัวอักษรจีนก็ มีทรงมาตรฐานแน่นอน และได้กาหนดขีดพื้นฐานต่างๆขึ้น ได้แก่ ขีดแนวนอน ขีดแนวยืน ขีดเบี่ยงซ้าย ขีดแต้ม ขีดลากลงขวา ขีดตวัดขึ้น และขีดโค้ง รู ปร่ างของแต่ละขีดก็ได้รับการปรับปรุ งให้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น จานวนขีดและ
  5. 5. ลาดับการเขียนขีดของตัวอักษรแต่ละตัวก็จะกาหนดไว้ พันกว่าปี มานี้ รู ปแบบข่ายซูเป็ นรู ปแบบ ที่เป็ นมาตรฐานของตัวอักษรจีนมาโดยตลอด ตัวอักษรจีนเป็ นรู ปแบบตัวอักษรภาพโดยพื้นฐานแสดงความหมายโดยถือ ตัวอักษรที่เขียนตามรู ปของสิ่ งของต่างๆเป็ นพื้นฐาน มีจานวนตัวอักษร ทั้งหมดประมาณหนึ่งหมื่นตัว ที่ใช้บ่อยๆมีประมาณสามพันตัว ตัวอักษรกว่า สามพันตัวนี้สามารถประกอบเป็ นคาและสานวนมากมาย คาและสานวน ต่างๆก็จะประกอบเป็ นประโยคต่างๆ ภายหลังเกิดตัวอักษรจีน ได้ส่งอิทธิพลอย่างลึกซึ้ งต่อประเทศรอบข้างตัวอักษรของภาษาญี่ปุ่น เวียดนาม เกาหลีเป็ นต้นก็เกิดขึ้นจากพื้นฐานของตัวอักษรจีน
  6. 6. เอกสารอ้ างอิง- ชมัยพร ตังตน "โบราณวัตถุ,อักษรบนกระดองเต่า". 4 มิถนายน 2552 ้ ุ<http://thai.cri.cn/chinaabc/chapter20/chapter200304.htm> 20 กันยายน 2554.

×