อาชีพ   แพทย์               นาย สหรัฐ ทิ้งโคตร ม.5/3 เลขที่ 91
อาชีพแพทย์ลักษณะงานแพทย์ คือ ผู้ตรวจค้นโรคและความผิดปกติของร่างกาย จิตใจ สั่งยา ให้การรักษา มีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ...
ผู้สมัคร การสอบข้อเขียน การสอบสัมภาษณ์ การตรวจร่างกาย ตรวจสุขภาพจิตที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดสถาบันที่เปิดสอนแพทย์1.ว...
4. ทางานนอกเวลาในโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป หลังจากเลิกงานประจาแล้ว5. ศึกษาเพิ่มเติมเป็นแพทย์เฉพาะทาง สาขาต่างๆ หรือศึกษาในระดับ...
คนพิการ หูหนวก หูตึง เป็นใบ้ ปากแหว่งเพดานโหว่ ลิ้นไก่สั้นเป็นต้น รู้มั้ยว่าพวกเขาเหล่านี้ต้องการให้มีใครสักคนที่จะมาช่วยพ...
สาหรับหลักสูตรปริญญาตรีที่เพิ่งเปิดขึ้นมาเนี่ยก็มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มจานวนบุคคลากรให้มีจานวนเพียงพอต่อผู้ป่วยทั่วประเทศอ่...
นั่นคือวิชา ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคนพิการซึ่งน้องจะได้รู้จักกับความพิการชนิดต่างๆกฏหมายคุ้มครองคนพิการ ซึ่งวิชานี้น้องจ...
เนื่องจากวิชาชีพของเรานั้นเองก็เป็นวิชาชีพที่ทางานกับมนุษย์ดังนั้นเมื่อเราเรียนจบเราก็ต้องไปสอบเพื่อรับใบประกอบโรคศิลป์ด้ว...
แพทย์ (อังกฤษ: physician, doctor) หรือเรียกเป็นภาษาพูดว่า "หมอ" ในบางพื้นที่ตามชนบทแพทย์อาจถูกเรียกเป็น "หมอใหญ่" เพื่อเลี...
ชั้นคลินิก (Clinic) และปีสุดท้ายเน้นฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยจริงภายใต้การดูแลของแพทย์รุ่นพี่และอาจารย์เรียกระยะนี้ว่า เอกซ์เทอ...
แพทย์โสตศอนาสิก - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสตศอนาสิกวิทยาพยาธิแพทย์ - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพยาธิวิทยารังสีแพทย์ - แพทย์ผู้เชี...
บรรณานุกรม              การแพทย์เฉพาะทางในประเทศไทย "อาชีพแพทย์ ," อาชีพ . วันที่ 26 กรกฎาคม 2554 เวลา 18:50 น http://th.w...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

อาชีพแพทย์

9,385 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
9,385
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1
Actions
Shares
0
Downloads
9
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

อาชีพแพทย์

  1. 1. อาชีพ แพทย์ นาย สหรัฐ ทิ้งโคตร ม.5/3 เลขที่ 91
  2. 2. อาชีพแพทย์ลักษณะงานแพทย์ คือ ผู้ตรวจค้นโรคและความผิดปกติของร่างกาย จิตใจ สั่งยา ให้การรักษา มีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสุขภาพของประชาชน ทั้งในด้านการส่งเสริม สนับสนุน ป้องกันรักษาโรค และฟื้นฟูสมรรถภาพคุณลักษณะของผู้ประกอบอาชีพ1. เป็นผู้ที่สนและเสียสละต่อเพื่อนมนุษย์ มีมารยาทดี และปรับตัวเข้ากับทุกคนได้2. มีความสนใจวิทยาการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ นอกจากนี้ยังต้องสนใจทางด้านประวัติศาสตร์ วรรณคดี จิตวิทยา ภาษาอังกฤษ สังคมศาสตร์ และมนุษย์ศาสตร์3. มีความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจ ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ อดทน4. ซื่อสัตย์ในวิชาชีพของตน ไม่ใช้ความรู้ทางวิชาการหลอกลวงผู้อื่น5. มีจิตใจเป็นนักวิทยาศาสตร์ คิดด้วยเหตุผล6. ช่างสังเกตและละเอียดถี่ถ้วน แต่ต้องฉับไว เพราะช้าอาจหมายถึงชีวิตของผู้ป่วย7. ต้องไม่รังเกียจต่อสิ่งปฏิกูล เช่น อุจจาระ ปัสสาวะ นามูก นาเหลือง อาเจียน เพราะต้องนาสิ่งเหล่านี้ไปตรวจการศึกษาและการฝึกอบรมศึกษาหลักสูตรแพทย์ศาสตร์บัณฑิต จากคณะแพทย์ศาสตร์ของมหาวิทยาลัยของรัฐ โดยผ่านการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ตามระเบียบการการของทบวงมหาวิทยาลัยหรือคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆ สอบคัดเลือกเอง โดยมีรายละเอียดของคุณสมบัติของ2
  3. 3. ผู้สมัคร การสอบข้อเขียน การสอบสัมภาษณ์ การตรวจร่างกาย ตรวจสุขภาพจิตที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดสถาบันที่เปิดสอนแพทย์1.วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์พระมงกุฎเกล้า2.วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์กรุงเทพมหานครแล้วชิโรงพยาบาล3.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์4.มหาวิทยาลัยขอนแก่น5.มหาวิทยาลัยมหิดล6.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่7.มหาวิทยาลัยนเรศวร8.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์9.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโร10.มหาวิทยาลัยรังสิต11.มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ1. รับราการในโรงพยาบาลของรัฐหรือกระทรวงสาธารณสุข2. ทางานในโรงพยาบาลเอกชน3. เปิดคลีนิกส่วนตัวรักษาโรค หรือตั้งโรงพยาบาลเอกชนของตนเอง3
  4. 4. 4. ทางานนอกเวลาในโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป หลังจากเลิกงานประจาแล้ว5. ศึกษาเพิ่มเติมเป็นแพทย์เฉพาะทาง สาขาต่างๆ หรือศึกษาในระดับปริญญาโท-เอกคณะแพทย์ศาสตร์รามาสาหรับคณะนี้เนี่ยจริงๆแล้วชื่อเต็มๆก็คือ "คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีสาขาวิชาความผิดปรกติของการสื่อความหมาย" นะครับผมอ๊ะ อ๊ะ !!.....อย่าเพิ่งเข้าใจผิดที่เห็นว่าเป็นคณะแพทยศาสตร์แล้วจบมาจะเป็นคุณหมอนะคร้าบ...เพราะจริงๆแล้วคณะเราเนี่ยจบมาจะไม่ได้แพทยศาสตรบัณฑิต(พบ.)นะครับแต่จะได้เป็นวิทยาศาสตรบัณฑิต(วทบ.)สาขาวิชาความผิดปรกติของการสื่อความหมายนั่นคือน้องๆจะจบมาด้วยคุณวุฒิความถนัดเฉพาะทางนั่นเองถึงแม้จะไม่ใช่คุณหมอแต่คณะนี้เนี่ยมีความสาคัญมากนะครับ เพราะว่าในปัจจุบันนี้การสื่อสารให้เข้าใจเป็นสิ่งที่จาเป็นมากๆหากการสื่อสารเกิดความบกพร่องเนี่ยเราก้อจะไม่เข้าใจกันหรืออาจเกิดความขัดแย้งเนื่องจากความเข้าใจผิดได้ซึ่งบนโลกนี้ยังมีอีกหลายๆคนนักที่มีความบกพร่องทางการสื่อสารจนทาให้คนบางคนหมดโอกาสที่ดีบางอย่างในชีวิตเลยก็ว่าได้ซึ่งเขาเหล่านั้นต้องการการบาบัดและพัฒนาทักษะ เช่นคนพิการทางสมอง คนที่เป็นโรคออทิสติก4
  5. 5. คนพิการ หูหนวก หูตึง เป็นใบ้ ปากแหว่งเพดานโหว่ ลิ้นไก่สั้นเป็นต้น รู้มั้ยว่าพวกเขาเหล่านี้ต้องการให้มีใครสักคนที่จะมาช่วยพัฒนาให้เขาสามารถสื่อสารได้ดีขึ้น และสามารถดาเนินชีวิตได้อย่างเทียบเท่ากับคนปกติอยู่นะละก็งานของเรานั้นถือว่าเป็นงานคนละส่วนกันกับงานของพวกคุณหมอหรือพยาบาลนะครับ เพราะว่าเมื่อผู้ป่วยย่างก้าวเข้ามาในโรงพยาบาลเนี่ย คุณหมอจะทาหน้าที่รักษาตามความรู้ของคุณหมอ พยาบาลจะช่วยดูแลใส่ใจในสุขภาพ ส่วนพวกเราจะทาการบาบัดรักษาตามความรู้ทางวิชาชีพของเราล่ะ ดังนั้นจึงถือได้ว่าวิชาชีพของเรามีความสาคัญเทียบเท่ากับวิชาชีพอื่นเลยนะครับ เพียงแต่สาคัญคนละมุมเท่านั้นเองจะว่าไปแล้วคณะนี้เพิ่งเปิดหลักสูตรปริญญาตรีมาได้รุ่นนึงแล้ว(ปีการศึกษา2547)นั่นก้อคือพวกพี่ และตอนนี้ก็กาลังจะเปิดรับรุ่นที่2อยู่ (ปีการศึกษา2548)ซึ่งคนเหล่านั้นก้อคือพวกน้องๆยังงัยหล่ะ!!!อ๊ะๆ แต่อย่าตกใจไปว่า โอ้โห...คณะเรามีกันเพียงแค่เรา2รุ่นเองเหรอ?(-_-") เพราะจริงๆแล้วเนี่ยสาขาวิชาความผิดปรกติของการสื่อความหมายเนี่ยมีในประเทศไทยตั้งนานแล้วเป็น10ๆปีแน่ะ ซึ่งก่อนหน้าเนี้ยเค้าเปิดมาเป็นหลักสูตรอนุปริญญา กับปริญญาโทครับผม แต่ว่าเพิ่งมาเริ่มเปิดหลักสูตรปริญญาตรีก้อปีพวกพี่เนี่ยหล่ะ5
  6. 6. สาหรับหลักสูตรปริญญาตรีที่เพิ่งเปิดขึ้นมาเนี่ยก็มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มจานวนบุคคลากรให้มีจานวนเพียงพอต่อผู้ป่วยทั่วประเทศอ่ะครับเพราะจานวนบุคคลากรที่จบมาจากปริญาโทหรืออนุปริญญาที่มีอยู่ในตอนนี้คิดเทียบกับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเนี่ยถือว่าอยู่ในสภาวะขาดแคลนมากนะครับจริงๆแล้วเนี่ยสาขาวิชาความผิดปรกติของการสื่อความหมายนั้นเป็นสาขาวิชาที่ต่างประเทศฝั่งอเมริกา-ยุโรปให้ความสาคัญกันมาเลยรู้มั้ยมีหลักสูตรการศึกษาจนถึงระดับปริญญาเอกมานานแล้วล่ะแต่สาหรับในแถบเอเชียนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนักซึ่งคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีได้เล็งเห็นถึงความสาคัญตรงนี้จึงเริ่มบุกเบิกในการเปิดหลักสูตรนี้ขึ้นมาซึ่งนับว่าเป็นคณะแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์เลยนะครับเรื่องของหลักสูตรการเรียนการสอนเนี่ย ในปีที่1เราจะได้เรียนกับเพื่อนๆทุกคณะในมหิดลที่ศาลายานะครับซึ่งก้อจะได้เรียนวิทยาศาสตร์พื้นฐานทั่วๆไปอย่าง เลข(แคลคูลัสกับสถิติ) ฟิสิกส์ เคมีชีววิทยา ภาษาอังกฤษ ซึ่งจะเหมือนๆม.ปลายแต่ว่าเรียนในระดับที่ลึกขึ้นและจะได้เรียนวิชามนุษยศาสตร์บูรณาการที่เนื้อหาวิชาจะสอนให้เราได้เข้าใจเกี่ยวกับมนุษย์ทั้งความต้องการทางด้านร่างกาย จิตใจการอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นต้น และในเทอม2น้องๆก้อจะได้เริ่มเข้าใกล้ความเป็นคณะเรามากขึ้น เพราะน้องๆจะได้เรียนวิชาคณะ6
  7. 7. นั่นคือวิชา ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคนพิการซึ่งน้องจะได้รู้จักกับความพิการชนิดต่างๆกฏหมายคุ้มครองคนพิการ ซึ่งวิชานี้น้องจะได้รู้จักคนพิการและเห็นใจเข้าใจคนพิการมากขึ้นนอกจากนี้จะได้รู้จักกับระบบร่างกายพื้นฐานในวิชากายวิภาคศาสตร์หรือANATOMYที่เราจะได้ศึกษาจริงจากอาจารย์ใหญ่ที่เป็นผู้มีพระคุณยอมสละร่างกายเพื่อเป็นวิทยาทานให้เราได้เรียนรู้นอกจากนี้จะมีเรียนวิชาอิเลคโทรนิคส์ด้วยนะครับเพราะสาขาวิชาของเรามีบ้างที่จะต้องเรียนรู้จักอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จาเป็นเช่นเครื่องช่วยฟัง หรือเครื่องวัดระดับการได้ยินอะไรพวกเนี้ยส่วนวิชาปี2เนี่ยพี่ก้อยังไม่ค่อยรู้นะครับ เพราะพี่เองก้อกาลังขึ้นชั้นปีที่2อยู่หง่ะแต่ที่รู้คร่าวๆก้อคือ เราจะได้เรียนลึกขึ้นเกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์สรีระวิทยาของระบบที่เราใช้ในการสื่อสาร นอกจากนี้ยังเรียนรู้จักการฟังการออกเสียงที่ถูกต้องด้วยและในชั้นปีที่สูงขึ้นน้องจะได้เรียนวิชาภาษามือเบื้องต้นด้วยล่ะเอาไว้สาหรับการสื่อสารกับคนหูหนวก ซึ่งเป็นวิชาที่น่าสนใจมากๆเลยจนถึงตอนนั้นน้องจะเริ่มเห็นความถนัดของตนเองแล้วว่าเราเหมาะจะเลือกเรียนวิชาหลักด้านไหนระหว่างแก้ไขการพูด กับ แก้ไขการฟังแล้วน้องก็จะได้เรียนมุ่งเน้นไปทางนั้นควบคู่กับการฝึกปฎิบัติการจริงกับผู้ป่วยเลยครับ7
  8. 8. เนื่องจากวิชาชีพของเรานั้นเองก็เป็นวิชาชีพที่ทางานกับมนุษย์ดังนั้นเมื่อเราเรียนจบเราก็ต้องไปสอบเพื่อรับใบประกอบโรคศิลป์ด้วยนะหลังจากนั้นก็เป็นทางเลือกของน้องแล้วหล่ะว่าจะเอางัยกะชีวิตต่อไปดีระหว่างทางานเลย,เรียนต่อ,ทางานไปก่อนค่อยเรียนต่อปริญญาโท-ปริญญาเอกทางสาขาวิชานี้เพื่อจบมาเป็นอาจารย์หรือไปเรียนต่อสาขาวิชาอื่น เป็นต้นแต่สิ่งนึงที่อยากจะฝากไว้กับน้องๆนะครับว่าหลักสูตรวิชาความผิดปรกติของการสื่อความหมายของเราเนี่ยถูกเปิดขึ้นมาเพราะว่ามีคนมากมายที่ต้องการการบาบัดช่วยเหลือจากพวกเราจริงๆดังนั้นไม่ต้องกลัวเลยว่าเมื่อน้องจบมาจะไม่มีงานให้น้องทาดังนั้นหากน้องคิดว่าน้องเป็นคนนึงที่มีปณิธานกับชีวิตว่าอยากช่วยเหลือผู้คนแล้วเนี่ยคณะนี้เป็นทางเลือกที่ดีนะครับน้องที่น้องจะได้ทางานเพื่อผู้อื่นและมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าเพราะอย่างน้อยน้องก้อได้ยกระดับโอกาสให้แก่ผู้ที่ผิดปกติของการสื่อความหมายได้มีโอกาสทัดเทียมกับคนทั่วไปไม่มากก็น้อยก็อย่างที่บอกนะครับ การที่มีความผิดปกติของการสื่อความหมายเนี่ยอาจจะทาให้คนบางคนหมดโอกาสที่ดีบางอย่างเลยนะครับเพราะฉะนั้นพี่หวังว่าคณะนี้จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของน้องๆนะครับผม8
  9. 9. แพทย์ (อังกฤษ: physician, doctor) หรือเรียกเป็นภาษาพูดว่า "หมอ" ในบางพื้นที่ตามชนบทแพทย์อาจถูกเรียกเป็น "หมอใหญ่" เพื่อเลี่ยงความสับสนกับการเรียกพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ทางด้านสาธารณสุขต่างๆ แพทย์มีหน้าที่ ซักถามประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เพื่อสั่งการรักษาหรือให้การรักษาโรค ส่งเสริมฟื้นฟูสุขภาพ ให้กับผู้ป่วย ร่วมกับบุคลากรด้านสุขภาพอื่นๆเนื้อหา1 การเข้าศึกษาแพทยศาสตร์ในประเทศไทย2 การเรียนแพทยศาสตร์ในประเทศไทย3 แพทย์จบใหม่ในประเทศไทย4 แพทย์เฉพาะทาง4.1 สาขาของแพทย์เฉพาะทาง5 ดูเพิ่ม6 อ้างอิงการเข้าศึกษาแพทยศาสตร์ในประเทศไทยปัจจุบันมีหน่วยงานชื่อว่า กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ทาหน้าที่จัดสอบคัดเลือกและประกาศผลนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกเพื่อเข้ารับการศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ต่างๆ ทั่วประเทศ และมีการรับนักเรียนตามโครงการต่างๆ อีกหลายโครงการการเรียนแพทยศาสตร์ในประเทศไทยการเรียนแพทยศาสตร์ในประเทศไทยใช้เวลาเรียน 6 ปี ปีแรกเรียนวิทยาศาสตร์ทั่วไปเน้นเกี่ยวข้องทางชีววิทยา ปีที่ 2-3 เรียนวิชาที่เกี่ยวข้องทางการแพทย์ เรียกระยะนี้ว่า ปรีคลินิก(Preclinic) ปีที่ 4-5 เรียนและฝึกงานผู้ป่วยจริงร่วมกับแพทย์รุ่นพี่และอาจารย์ เรียกระยะนี้ว่า9
  10. 10. ชั้นคลินิก (Clinic) และปีสุดท้ายเน้นฝึกปฏิบัติกับผู้ป่วยจริงภายใต้การดูแลของแพทย์รุ่นพี่และอาจารย์เรียกระยะนี้ว่า เอกซ์เทอร์น (Extern)แพทย์จบใหม่ในประเทศไทยเมื่อนักเรียนแพทย์ในประเทศไทยศึกษาจบแพทยศาสตรบัณฑิต บัณฑิตแพทย์ต้องมีการทางานหรือการชดใช้ทุนของแพทย์เป็นเวลา 3 ปี โดยกาหนดให้ทางานให้รัฐบาล ซึ่งหากผิดสัญญาต้องจ่ายค่าชดเชยให้รัฐตามแต่สัญญาซึ่งทาไว้ตั้งแต่ก่อนเข้ารับการศึกษากาหนด ในปีแรกแพทยสภากาหนดให้มีการฝึกปฏิบัติงานเพิ่มเติมในโรงพยาบาลใหญ่ๆ ภายใต้การดูแลของแพทย์รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งเรียกระยะนี้ว่า อินเทอร์น (Intern)แพทย์เฉพาะทางหลังจากที่บัณฑิตแพทย์สาเร็จการศึกษาออกมาและได้เพิ่มพูนทักษะตามจานวนปีที่แพทยสภา(Medical concils of Thailand) เป็นผู้กาหนดแล้ว สามารถสมัครเพื่ออบรมเป็นแพทย์ประจาบ้าน (Medical Resident) และเมื่อจบหลักสูตรการอบรมและสามารถสอบใบรับรองจากราชวิทยาลัยแพทย์ต่างๆได้แล้ว จึงจะได้เป็นแพทย์เฉพาะทางได้ต่อไปสาขาของแพทย์เฉพาะทางอายุรแพทย์ - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์สูตินรีแพทย์ - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวชวิทยาศัลยแพทย์ - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ (ศัลยกรรมกระดูกและข้อ)จักษุแพทย์ - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยาจิตแพทย์ - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์10
  11. 11. แพทย์โสตศอนาสิก - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสตศอนาสิกวิทยาพยาธิแพทย์ - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพยาธิวิทยารังสีแพทย์ - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวิทยาวิสัญญีแพทย์ - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิสัญญีวิทยากุมารแพทย์ - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์แพทย์เวชปฏิบัติครอบครัว - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชปฏิบัติครอบครัวแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน - แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน11
  12. 12. บรรณานุกรม การแพทย์เฉพาะทางในประเทศไทย "อาชีพแพทย์ ," อาชีพ . วันที่ 26 กรกฎาคม 2554 เวลา 18:50 น http://th.wikipedia.org/wiki/แพทย์ 24/08/255412

×