จังหวัดพังงา

3,461 views

Published on

นางสาวอมร สุขฉกรรณ์
ม.5/3 เลขที่ 38

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
3,461
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
10
Actions
Shares
0
Downloads
11
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

จังหวัดพังงา

  1. 1. จังหวัดพังงา
  2. 2. ตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดพังงา
  3. 3. สัญลักษณ์ประจำจังหวัด <ul><li>ดอกไม้ประจำจังหวัด : ดอกจำปูน ( Anaxagorea javanica ) </li></ul><ul><li>ต้นไม้ประจำจังหวัด : เทพทาโร ( Cinnamomum porrectum ) </li></ul><ul><li>คำขวัญ ประจำจังหวัด : แร่หมื่นล้าน บ้านกลางน้ำ ถ้ำงามตา ภูผาแปลก แมกไม้จำปูน บริบูรณ์ด้วยทรัพยากร </li></ul>
  4. 4. ประวัติจังหวัดพังงา <ul><li>จังหวัดพังงามีเนื้อที่ประมาณ 4 , 171 ตารางกิโลเมตร และมีพื้นที่ที่เป็นป่าชายเลนและป่าดงดิบคิดเป็นร้อยละ 57 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยทางด้านทิศเหนือมีพื้นที่ติดกับจังหวัดระนอง ทางด้านทิศใต้มีพื้นที่ติดกับจังหวัดภูเก็ตและทะเลอันดามัน ทางด้านทิศตะวันออกมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดกระบี่ ส่วนทางด้านทิศตะวันตกจะมีพื้นที่ติดต่อกับมหาสมุทรอินเดีย </li></ul>
  5. 5. ขนาดและที่ตั้ง <ul><li>พังงาตั้งอยู่ในภาคใต้ชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก อยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 8 องศา 27 ลิบดา 52.3 ฟิลิบดาเหนือกับเส้นลองติจูด ที่ 98 องศา 32 ลิบดาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 788 กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด ประมาณ 4 , 170.885 ตารางกิโลเมตร (2 , 606 , 803.125 ไร่ ) พื้นที่เกษตร 1 , 425.931 ตารางกิโลเมตร (891 , 206.875 ไร่ ) พื้นที่ป่าไม้ 1 , 142.50 ตารางกิโลเมตร (714 , 062.25 ไร่ ) เนื้อที่อื่น ๆ 1 , 602.454 ตารางกิโลเมตร (1 , 001 , 534 ไร่ ) </li></ul>
  6. 6. สภาพทางภูมิศาสตร์ <ul><li>จังหวัดพังงามีเนื้อที่ประมาณ 4 , 171 ตารางกิโลเมตร และมีพื้นที่ที่เป็นป่าชายเลนและป่าดงดิบคิดเป็นร้อยละ 57 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยทางด้านทิศเหนือมีพื้นที่ติดกับจังหวัดระนองทางด้านทิศใต้มีพื้นที่ติดกับจังหวัด ภูเก็ต และทะเลอันดามัน ทางด้านทิศตะวันออกมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดกระบี่ส่วนทางด้านทิศตะวันตกจะมีพื้นที่ติดต่อกับมหาสมุทรอินเดีย </li></ul>
  7. 7. ภูมิประเทศ <ul><li> สภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดพังงาเป็นภูเขาสลับซับซ้อนทอดเป็นแนวยาวจากทิศเหนือไปทิศใต้มีชายฝั่งทะเลยาวประมาณกิโลเมตรมีพื้นที่ป่าไม้เป็นป่าไม้ประเภทไม้ผลัดใบมีชนิดป่าที่สำคัญได้แก่ป่าดิบเขาป่าดิบชื้นและป่าชายเลนสำหรับบริเวณที่เป็นที่ราบจะลาดลงจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกลงสู่ทะเลอันดามันตามชายฝั่งทะเลจะมีป่าชายเลนเกือบตลอดพื้นที่ประกอบด้วยเกาะประมาณเกาะและมีเกาะอยู่ในทะเลอันดามันจำนวนมากเช่นเกาะยาวหมู่เกาะสุรินทร์และหมู่เกาะสิมิลัน </li></ul>
  8. 8. หน่วยการปกครอง <ul><li>การปกครองแบ่งออกเป็น 8 อำเภอ 48 ตำบล  314 หมู่บ้าน </li></ul><ul><li>อำเภอเมืองพังงา </li></ul><ul><li>อำเภอเกาะยาว </li></ul><ul><li>อำเภอปะกง </li></ul><ul><li>อำเภอ ตะกั่วทุ่ง </li></ul><ul><li>อำเภอ ตะกั่วป่า  อำเภอ ตะกั่วทุ่งกุระบุรี </li></ul><ul><li> อำเภอทับกุด อำเภอท้ายเมือง </li></ul>
  9. 9. ความหมายและที่มาของชื่อจังหวัดพังงา <ul><li>จังหวัดพังงานั้น เดิมน่าเรียกกันว่า &quot; เมืองภูงา &quot; </li></ul><ul><li>ตามชื่อเขางาหรือเขาพังงา ซึ่งตั้งอยู่ในตัวจังหวัดปัจจุบัน </li></ul><ul><li>ในสมัยก่อนเมืองภูงาขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราช ในสมัยรัชกาลที่ 2 ชื่อ &quot; เมืองภูงา &quot; ได้ปรากฏอยู่ในทำเนียบข้าราชการเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งน่าจะเป็นเมืองขึ้นฝ่ายกรมพระสุรัสวดีฝ่ายซ้าย เมืองภูงานี้อาจจะตั้งชื่อให้คล้องจองกับเมืองภูเก็ต และเหตุที่เมืองภูงากลายเป็นเมืองพังงานั้น สันนิษฐานกันว่าน่าจะเนื่องมาจากเมืองภูงาเป็นเมืองที่มีแร่อุดมสมบูรณ์ มีฝรั่งมาติดต่อซื้อขายแร่ดีบุกกันมาก และฝรั่งเหล่านี้คงจะออกเสียงเมืองภูงาเป็นเมือง &quot; พังงา &quot; ไป เพราะแต่เดิมฝรั่งเขียนชื่อเมืองภูงาว่า PHUNGA หรือ PUNGA ซึ่งอาจอ่านว่า ภูงา หรือพังงา หรือพังกาก็ได้ </li></ul>
  10. 10. ตำนานท้องถิ่น
  11. 11. เขาช้าง
  12. 12. <ul><li>ตายมดึงผู้ร่อนเร่พเนจร ได้ไปอาศัยอยู่กับตาโจงโดงผู้มีลูกสายสวยตายมดึงเป็นคนขยันงานบ้านทุกอย่าง ต่อมาตาโจงโดงจึงยกลูกสาว ชื่อนางทองตึงให้เป็นภรรยา สองสามีภรรยาจึงออกมาตั้งครอบครัว สร้างเนื้อสร้างตัวโดยทำสวนทำไร่ แต่ขณะที่ไร่นาออกผลงอกงาม ใกล้เก็บเกี่ยวกลับมีช้างป่าโขลงหนึ่งมาเหยีบย่ำทำลายหมด ตายมดึงเสียใจและโกรธมาก จึงถือหอกตามช้างโขลงนั้น แต่กลับไปเจอช้างของตางุ้ม ตายมดึงจึงเข้าใจว่าเป็นช้างป่า จึงฆ่าช้างเชือกนั้นตาย </li></ul><ul><li>เขาช้าง เป็นภูเขาหินที่โดดเด่นของจังหวัดพังงา และเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดพังงา ตามตำนานเล่าว่า </li></ul>
  13. 13. <ul><li>โดยทะลวงแทงที่ท้อง ลากตับไตไส้พุงออกมาทำอาหารกินแล้วตัดงาออกด้วย ช้างที่ไร้ความผิดนั้นตายแล้วกลายเป็น &quot; เขาช้าง &quot; ส่วนตางุ้มเจ้าของช้างเห็นช้างที่ไร้ความผิดต้องตายลงก็เสียใจ นั่งร้องให้จนกลายเป็น &quot; เขาตางุ้ม &quot; ใกล้ ๆ กับเขาช้างนั้นเอง ปัจจุบันมีทางหลวงแผ่นดิน คือถนนเพชรเกษมตัดผ่านตัวเมืองพังงา เขาตางุ้มจึงอยู่คนละฟากถนนกับเขาช้างและถ้ำพุงช้าง </li></ul>
  14. 14. เขานางหงส์ <ul><li>นางหงส์เป็นสาวสวยที่เลิศล้ำในท้องถิ่นพังงา นางใฝ่ฝันที่จะมีคู่ครองซึ่งงามล้ำเลิศปานกัน จึงปฏิเสธรักของเหล่าชายที่รุมเร้าหมายปองอยู่รอบข้าง ลี้หลบแม้แต่เจ้าบ่าวที่พ่อจัดหาให้ก็ไม่ยอมพบหน้า ต่อมาครั้นได้พบและรู้ว่าเจ้าบ่าวนั้น คือชายที่เธอใฝ่ฝัน จึงดั้นด้นไปขอโทษขอขมาเขาถึงบ้าน แต่ชายที่ถูกหยามหยันนั้นหรือจะให้อภัย หัวในนางหงส์จึงแตกแหลกสลายสุดที่จะทานทน กระเสือกกระสนมาล้มตายอยู่ที่กลางป่า นอกตะแคงเป็นภูผาฉายา &quot; เขานางหงส์ </li></ul>
  15. 15. แยกตามยุคสมัย
  16. 16. สมัยก่อนประวัติศาสตร์ <ul><li>จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่เก่าแก่จังหวัดหนึ่งในประเทศไทย จากการขุดค้นของนักโบราณคดี พบเครื่องมือและภาพเขียนสีแบบต่าง ๆ ตามถ้ำในละแวกอ่าวพังงา ซึ่งอยู่ในเขต อ . เมือง และ อ . ทับปุด และยังพบเครื่องมือขวานหินขัด อาวุธที่ทำด้วยกระดูกสัตว์ และภาชนะที่ทำจากดินเผาที่บริเวณ อ . ตะกั่วป่า ทำให้เชื่อว่าบริเวณดังกล่าว เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์โบราณเมื่อราว ๆ หลายพันปีมาแล้ว </li></ul>
  17. 17. สมัยประวัติศาสตร์ <ul><li>ได้มีการขุดค้นพบเทวรูปพระวิษณุ หรือพระนารายณ์ และชิ้นส่วนเทว </li></ul><ul><li>รูปบนเขาเวียง ที่บริเวณ อ . กะปง ทำให้เชื่อว่ามีบรรดานักเดินเรือ พ่อค้า พราหมณ์ และช่างฝีมือจากอินเดีย ซึ่งอยู่ในเขตการปกครองของราชวงศ์ปัลลวะ ซึ่งนับถือศาสนาฮินดู ได้มาขึ้นบก ณ ชุมชนโบราณในเขตเมืองตะกั่วป่าแห่งนี้ นอกจากนี้ในตำนานเมืองนครศรีธรรมราชได้กล่าวถึงเมือง &quot; ตะกั่วถลาง &quot; ซึ่งเป็นชุมชนที่มีการขุดแร่ดีบุก ชาวพื้นเมืองสมัยนั้นเรียกดีบุกว่า &quot; ตะกั่วดำ &quot; ดังนั้นเมืองตะกั่วถลางจึงน่าจะหมายถึงบริเวณ อ . ตะกั่วป่า และ อ . ตะกั่วทุ่งในเขต จ . พังงา และ อ . ถลางในเขต จ . ภูเก็ต </li></ul>
  18. 18. สมัยกรุงศรีอยุธยา <ul><li>ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตะกั่วป่ามีฐานะเป็นหัวเมืองทางใต้ ส่วนเมืองพังงาเป็นเมืองแขวง ขึ้นอยู่กับเมืองตะกั่วป่า สมัยนั้น เมืองนครศรีธรรมราชเป็นหัวเมืองเอก และมีหัวเมืองต่าง ๆ ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราชหลายเมือง รวมถึงเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และเมืองถลางด้วย ตะกั่วป่ามาปรากฏชื่ออีกครั้งเมื่อเกิดสงครามเก้าทัพ ในช่วงปี พ . ศ . 2352 </li></ul>
  19. 19. สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ - ปัจจุบัน <ul><li>ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ . ศ . 2328 ครั้งนั้นกองทัพพม่าปล้นสะดมทรัพย์สินไปมากมาย ในช่วงปี พ . ศ . 2352 เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 เสด็จสู่สวรรคต มีการเปลี่ยนรัชกาลใหม่ พม่าได้ทีจึงเข้ามาตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง และเมืองถลาง จนแตก พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 โปรดฯ ให้ยกทัพไปช่วยแต่ไม่ทันการณ์ ทรงเห็นว่ากำลังที่จะรักษาเมืองอ่อนแอลง จึงโปรดให้รวบรวมพังงาที่ &quot; กราภูงา &quot; ( ภาษามลายู แปลว่า ป่าน้ำภูงา ) </li></ul>
  20. 20. <ul><li>ซึ่งตั้งอยู่ปากแม่น้ำพังงา แขวงเมืองตะกั่วทุ่ง และจัดการปกครองขึ้นเป็นเมือง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดฯ ให้พระยาบริรักษ์ ภูธร ( แสง ณ นคร ) เป็นเจ้าเมืองพังงาคนแรก ยุบเมืองตะกั่วทุ่งมาขึ้นกับเมืองพังงา และให้ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ </li></ul><ul><li>ตั้งแต่นั้นมา เมืองพังงา เมืองตะกั่วป่า เมืองถลาง และเมืองระนอง ก็เริ่มรุ่งเรืองขึ้นมาด้วยการค้าแร่ดีบุก ต่อมาใน พ . ศ . 2437 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นมณฑลเมืองพังงา และเมืองตะกั่วป่า ขึ้นอยู่กับมณฑลภูเก็ต จนถึงสมัยรัชกาลที่ 7 เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วประเทศ จึงยุบเมืองตะกั่วป่ามาขึ้นกับเมืองพังงา ตั้งแต่ปี พ . ศ . 2471 เป็นต้นมา </li></ul>
  21. 21. <ul><li>จากนั้นเมืองพังงาก็ดำรงความเป็นเมืองท่าและเมืองแห่งเหมืองแร่ดีบุก ควบคู่ไปกับจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดระนอง เรื่อยมา จนกระทั่งประมาณปี พ . ศ . 2524 ราคาแร่ดีบุกในตลาดโลกตกต่ำลง ภูเก็ตเริ่มเปลี่ยนเป็นเมืองท่องเที่ยว ธุรกิจการท่องเที่ยวได้ขยายตัวไปยังจังหวัดใกล้เคียว ทั้ง จังหวัดตรัง กระบี่ รวมถึงพังงาด้วย ส่งผลให้การท่องเที่ยวและสภาพเศรษฐกิจของพังงาดีขึ้น ปัจจุบันนักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดพังงาโดยตรง และเพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุก ๆ ปี </li></ul>
  22. 22. ประวัติศาสตร์จังหวัดพังงา
  23. 23. <ul><li>จากพงศาวดารปรากฏว่า ก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั้นเมืองพังงาเป็นเมืองแขวงขึ้นกับเมืองตะกั่วป่า จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงได้ยกฐานะขึ้นเป็นเมืองเทียบเท่าเมืองตะกั่วป่า เมืองตะกั่วทุ่ง และโอนเมืองจากฝ่ายกรมท่ามาขึ้นเป็น ฝ่ายกลาโหมตั้งแต่นั้นมา โดยจาก ประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ และสืบค้นได้แน่ชัด ปรากฏว่าเมืองพังงาได้รับการจัดตั้งเป็นทางการในสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ . ศ .2352 </li></ul>
  24. 24. <ul><li>ซึ่งในปีนั้นเจ้าปะดุง กษัตริย์พม่าได้มอบหมายให้ อะเติงหวุ่น เป็นแม่ทัพ นำกองทัพเรือของพม่าได้เข้าตีเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง เมืองถลาง และได้กวาดต้อนผู้คนไปรวมไว้ที่ค่าย ของตน และเผาเมืองถลางเสีย ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเสนานุรักษ์กรมพระราชวังบวร ยกทัพหลวงจากกรุงเทพฯ มาช่วย และได้มาทันขับไล่ทหารพม่าหลบหนี </li></ul>
  25. 25. <ul><li>ระหว่างศึกได้มีราษฎรบางส่วนอพยพไปหลบภัยอยู่ที่ “ กราภูงา ” ( ภาษามลายู แปลว่า ป่าน้ำภูงา ) ที่มีภูเขาล้อมรอบ ครั้งเสร็จศึกแล้วกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ทรงพระราชดำริว่า พม่าได้เผาเมืองถลาง ทำให้บ้านเมืองอ่อนแอลงยากที่จะสร้างขึ้นใหม่ จึงโปรดให้รวบรวมพลเมืองจากถลางข้ามฝากมาตั้งภูมิลำเนาอยู่ “ กราภูงา ” และจัดการปกครองเป็นเมืองขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช ดังปรากฏว่ามีหมู่บ้านชื่อ “ ถลาง ” ซึ่งเป็นผู้คนที่อพยพจากอำเภอถลาง มาอยู่ในเขตท้องที่อำเภอตะกั่วทุ่งในปัจจุบัน </li></ul>
  26. 26. <ul><li>ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 3 ทรงพระราชดำริที่จะปรับปรุงบูรณะหัวเมืองชายฝั่งตะวันตกที่ถูกพม่าตีให้เข้มแข็ง จึงได้แต่งตั้งข้าราชการมาเป็นเจ้าเมืองดังกล่าว โดยให้ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ และได้ทรงแต่งตั้งให้พระยาบริรักษ์ภูธร ( แสง ณ นคร ) เป็นเจ้าเมืองพังงาคนแรกในปี พ . ศ .2383 รวมทั้งได้ยุบเมืองตะกั่วทุ่ง เป็นอำเภอขึ้นกับเมืองพังงา ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 7 เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ที่ประชุมเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ตจึงมีมติให้ยุบเมืองตะกั่วป่าให้ขึ้นกับจังหวัดพังงา ตั้งแต่ พ . ศ .2474 เป็นต้นมา แรกเริ่มที่ตั้งเป็นเมืองนั้นที่ทำการของรัฐบาล อยู่ที่บ้านชายค่าย ต่อมา พ . ศ . 2473 จึงได้มาสร้างศาลากลางจังหวัดขึ้นที่บ้านท้ายช้าง ครั้น พ . ศ .2515 จึงได้สร้างศาลากลางหลังใหม่ขึ้นบริเวณถ้ำพุงช้างจนถึงปัจจุบัน </li></ul>
  27. 27. <ul><li>พังงาคือจังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ทั้งบนบกและใต้น้ำ โดยเฉพาะกลุ่มเกาะสวยงามที่วางตัวเรียงรายอยู่ในทะเลอันดามัน จนพังงาได้รับสมญานามว่าเป็นดินแดนแห่งป่าเกาะ รวมทั้งยังมีผืนป่าชายเลนหนาแน่นและอุดมสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย </li></ul><ul><li>พังงาเต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องราวของผู้คนหลากเชื้อชาติ ทั้งไทย จีน มุสลิม และชาวไทยใหม่ ( ชาวเล ) ที่อาศัยอยู่ในชุมชนเก่าแก่ที่น่าสนใจ เช่น เกาะปันหยี เกาะยาว หมู่บ้านชาวมอแกนในบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ ชุมชนชาวเหมืองแร่ที่ตะกั่วป่า ฯลฯ </li></ul>
  28. 28. <ul><li>นอกจากนั้น พังงายังเต็มไปด้วยแหล่งธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์ เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เช่น โลกใต้น้ำของหมู่เกาะสิมิลัน ดงปะการังหลากหลายและฝูงปลาน้อยใหญ่ใต้ทะเลหมู่เกาะสุรินทร์ เขาตาปู เขาพิงกัน เกาะพระทอง ฯลฯ </li></ul><ul><li>ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทรัพยากรล้ำค่า ที่ทำให้พังงาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเสมอมา </li></ul>
  29. 29. <ul><li>ต่อมาเมื่อแร่ดีบุกมีปริมาณลดลงประกอบกับราคาต่ำ ทำให้ชาวพังงาเปลี่ยนไปทำการเกษตร การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ภูมิปัญญาชาวบ้านและเทคโนโลยีท้องถิ่นในเรื่องการทำมาหากินแยกออกเป็นด้านต่างๆ ดังนี้ </li></ul><ul><li>การทำอุตสาหกรรม แร่ดีบุกเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดพังงาในอดีต ซึ่งตามลักษณะภูมิประเทศแล้วจะพบแร่ดีบุกอยู่ใต้ดินและใต้ทะเลของพังงา เกือบทุกอำเภอยกเว้นอำเภอทับปุด จึงเป็นเหตุให้ในสมัยหนึ่ง แร่ดีบุกได้ก่อให้เกิดอาชีพการทำเหมืองแร่ ซึ่งทำรายได้ให้แก่จังหวัดอย่างมหาศาล อีกทั้งยังเป็นที่มาของคำขวัญ แร่หมื่นล้าน ของจังหวัดพังงาในปัจจุบัน </li></ul>
  30. 30. การละเล่นของเด็ก <ul><li>เด็กชาวพังงานิยมเล่นการละเล่นแบบพื้นบ้านหลายอย่าง ได้แก่ </li></ul><ul><li>กระโดดเชือก เป็นการละเล่นที่หัดให้ผู้เล่นใช้กำลังแขน กำลังขาเป็นคนตาไวและคล่องแคล่ว เครื่องใช้ในการเล่น คือเชือกเส้นหนึ่งขนาดโตเท่าปลายนิ้วก้อย ยาวศอก ถ้ากระโดดมากคนด้วยกันต้องยาวประมาณ 4-5 วา </li></ul><ul><li>มอญซ่อนผ้า ผู้เล่น ไม่จำกัดจำนวน ยิ่งมากเท่าใดก็ยิ่งเพิ่มความครึกครื้นเล่นได้ทั้งหญิงและชายอุปกรณ์ หาผ้าเช็ดหน้าขนาดใหญ่หนึ่งผืน ไม่ต้องขมวดหรือพันให้เป็นเกลียวเพราะถ้าฟาดถูกผู้ใดเข้าแล้วจะเจ็บ </li></ul><ul><li>ชักเย่อ ต้องเตรียมเชือกเส้นใหญ่ 1 เส้น สำหรับจับดึงกันจัดคนเล่นออกเป็น 2 พวก ให้มีกำลังพอ ๆ กัน </li></ul>
  31. 31. การละเล่นของผู้ใหญ่ <ul><li>การละเล่นพื้นบ้านของชาวพังงาที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน ได้แก่ </li></ul><ul><li>เพลงพื้นบ้าน </li></ul><ul><li>เพลง หมายถึงสำเนียงขับร้อง ทำนองดนตรี กระบวนวิธีการรำ เช่น รำดาบ รำทวน เป็นต้น </li></ul><ul><li>พื้นบ้าน หมายถึง เฉพาะถิ่น มักใช้คู่กับคำว่าพื้นเมือง โดยเฉพาะคำว่าพื้นบ้านนอก นอกจากจะมีความหมายตามพจนานุกรมแล้ว ยังมีลักษณะเฉพาะอีกหลายประการ เช่น หมายถึงสิ่งที่ชาวบ้านมีและใช้หรือปฏิบัติอยู่เป็นสามัญ หรือหมายถึงความเป็นชนบทเป็นพื้นเพดั้งเดิม เป็นท้องไร่ท้องนา </li></ul>
  32. 32. <ul><li>เพลงพื้นบ้านที่เล่นกันอยู่ที่จังหวัดพังงา คือเพลงร็องเง็ง เป็นเพลงพื้นบ้านที่เล่นกันในหมู่ชาวไทยมุสลิม ในจังหวัดภาคใต้ เดิมทีร้องเป็นภาษามาลายูซึ่งเป็นภาษาพื้นเมือง ต่อมาได้มีการแต่งเนื้อร้องเป็นภาษาไทยแถบจังหวัดพังงา ภูเก็ต เรียกว่าเพลงตันหยง หรือตันโย้ง เพลงที่นิยมเล่นในจังหวัดพังงาได้แก่เพลง บุหงา ตันหยง ซีนาโดง ฯลฯ </li></ul><ul><li>ลิเกป่า เป็นศิลปะการแสดงที่แพร่หลายในภาคใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศไทย แถบจังหวัดตรัง พังงาและกระบี่ ลักษณะการเล่นคล้าย - กับลิเกฮูลูของไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่างกันที่ลิเกป่า มีผู้เล่นประมาณ 10 คน เครื่องดนตรีที่ใช้ได้แก่ รำมะนา กลอง โหม่ง ปี หรือซอและฉิ่ง </li></ul>
  33. 33. <ul><li>หนังตะลุงฝั่งตะวันตก เป็นภูมิปัญญาไทยและวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยที่สำคัญอย่างหนึ่งของกลุ่มชนแถบฝั่งทะเลอันดามัน หนังตะลุงในจังหวัดพังงาและภูเก็ต มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากหนังตะลุงฝั่งตะวันออก ทั้งในด้านการขับร้องบท การเจรจา รูปหนังและธรรมเนียมการเล่น จนมีศัพท์เรียนหนังจะตุงในภาคใต้ฝั่งตะวันตกว่า หนังปละตก </li></ul><ul><li>นาฏศิลป์ เป็นศิลปะแห่งการละครหรือการฟ้อนรำที่เป็นแบบแผนแสดงเอกลักษณ์ ของท้องถิ่น โดยการนำเอาวิถีชีวิต สังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมนำมาประดิษฐ์เป็นท่ารำต่าง ๆ เช่น </li></ul>
  34. 34. <ul><li>ระบำร่อนแร่ เป็นการแสดงนาฏลีลาที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่น ถ่ายทอดการทำมาหากินที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น คือการร่อนแร่ดีบุก ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิม และสร้างรายได้ให้แก่จังหวัดอย่างมหาศาลในอดีต การแต่งกายในการแสดงใช้ชุดย่าหยา ซึ่งเป็นชุดพื้นเมืองของท้องถิ่น </li></ul><ul><li>ระบำรีดยาง เกิดจากากรประยุกต์ท่าทางเพื่อแสดงถึงการประกอบอาชีพการทำสวนยางซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวพังงา </li></ul><ul><li>ระบำกะลา เป็นนาฏลีลาที่ประยุกต์เยาวัสดุเหลือใช้จากการประกอบอาชีพการทำสวนมะพร้าว มาดัดแปลงท่าทางเพื่อถ่ายทอดถึงขั้นตอนของการประกอบอาชีพ </li></ul>
  35. 35. ภูมิปัญญาชาวบ้านและเทคโนโลยีท้องถิ่น <ul><li>ภูมิปัญญาชาวบ้านนับเป็นองค์ความรู้ความสามารถของชาวบ้าน ที่สั่งสมสืบทอดกันมา เป็นแบบแผนการดำเนินชีวิตที่ปฏิบัติกันมาโดยมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับกาลสมัยส่วนเทคโนโลยีท้องถิ่น เป็นการประดิษฐ์ คิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุง ประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ หรือการดำรงชีพที่สืบทอดกันมา ตามความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ </li></ul><ul><li>ภูมิปัญญาชาวบ้านและเทคโนโลยีท้องถิ่น จึงเป็นการนำความรู้ความสามารถมาประดิษฐ์ คิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุง ประยุกต์ เพื่อใช้ในการแก้ปัญหา การจัดการ การเรียนรู้ การปรับตัว โดยมีการสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน </li></ul>
  36. 36. <ul><li>ภูมิปัญญาชาวบ้านและเทคโนโลยีท้องถิ่น ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติ ศาสนาวัฒนธรรม และความเชื่อต่างๆ ที่เป็นแบบแผนการดำเนินชีวิตที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาซึ่งมีความแตกต่างในแต่ละท้องถิ่น สำหรับจังหวัดพังงา ชาวพังงามีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีประเพณีและวัฒนธรรมแบบคนไทยในภาคใต้ตอนกลางโดยทั่วไป และเนื่องจากมีชาวจีนและชาวมลายูอพยพเข้ามาทำมาหากินในจังหวัดพังงามาก ทำให้มีภาษา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตทั้งแบบชาวจีนและมุสลิม ปะปนกัน </li></ul>
  37. 37. 1. ภูมิปัญญาด้านการทำมาหากินและการดำรงชีพ
  38. 38. <ul><li>ที่ใดมีต้นไม้เขียวชอุ่ม หมายถึง ดินอุดมสมบูรณ์ ปักหลักตั้งบ้านเรือนย่อมจะไม่อดตาย เป็นคำกล่าวของชาวจีนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดพังงา นอกจากดินอุดมสมบูรณ์แล้ว ใต้ดินและใต้ทะเลยังเต็มไปด้วยแร่ดีบุกอีกด้วย จนเกิดเป็นคำขวัญจังหวัดว่า แร่หมื่นล้าน บ้านกลางน้ำ ถ้ำงามตา ภูผาแปลก แมกไม้จำปูน บริบูรณ์ด้วยทรัพยากร ในอดีตนั้นแผ่นดินของจังหวัดพังงา เต็มไปด้วยแร่ดีบุก ยกเว้นอำเภอทับปุด จึงมีการทำเหมืองแร่ดีบุกมาก ผลผลิตจากแร่ดีบุกทำรายได้ให้จังหวัดพังงามากที่สุด </li></ul>
  39. 39. <ul><li>การนำแร่ดีบุกไปใช้ประโยชน์นั้น ตามหลักฐานที่ปรากฏ คือ ในสมัยก่อนจะนำไปผสมกับทองแดงกลายเป็นสำริด สำหรับใช้ทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้หรือผลิตงานประติมากรรมทางศาสนา ต่อมามีการนำไปใช้เป็นส่วนผสมในการทำอาวุธสงครามตลอดจนใช้อาบสังกะสีมุงหลังคา หรือทำเงินตรา การทำเหมืองแร่ดีบุกในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 10 วิธี คือ </li></ul>
  40. 40. <ul><li>1. เหมืองครา 2. เหมืองปล่องหรือเหมืองรู </li></ul><ul><li>3. เหมืองหาบ 4. เหมืองแล่น </li></ul><ul><li>5. เหมืองสูบ 6. เหมืองฉีด </li></ul><ul><li>7. เหมืองเจาะงัน 8. เหมืองเรือขุด </li></ul><ul><li>9. เหมืองเรือสูบ 10. เหมืองอุโมงค์ </li></ul>
  41. 41. การทำเกษตรกรรม <ul><li>การทำสวนยางพารา อาชีพการทำสวนยางของชาวจังหวัดพังงา ทำควบคู่กันมากับอาชีพการทำเหมืองแร่ แต่ในอดีตไม่เป็นที่แพร่หลายนัก เพราะรายได้จากการทำเหมืองแร่ดีกว่า แต่เมื่อแร่ลดน้อยลงประกอบกับราคาตกต่ำจึงทำให้ชาวพังงาหันมาประกอบอาชีพทำสวนยางพารา ด้วยความสมบูรณ์ของดินทำให้มีการปลูกยางพารากันทุกอำเภอ </li></ul>
  42. 42. การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
  43. 43. การเลี้ยงกุ้งกุลาดำ <ul><li>อาชีพการเลี้ยงกุ้งกุลาดำเป็นอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทะเลส่วนใหญ่ นิยมเลี้ยงกันแถบชายฝั่งทะเลของอำเภอทับปุด อำเภอเมืองพังงา อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอท้ายเหมือง อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี การเลี้ยงกุ้งกุลาดำในจังหวัดพังงานิยมเลี้ยงกันในบ่อขนาด 2-5 ไร่ โดยสูบน้ำทะเลเข้ามา และเมื่อจะจับกุ้งก็ปล่อยน้ำทะเล ออกไป ต้องใช้ต้นทุนในการเลี้ยงที่สูงมากต้องนำเครื่องจักร เครื่องกล และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ อย่างไรก็ตามการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในปัจจุบันมีผลกระทบกับสภาวะในอนาคตอาชีพนี้อาจจะหมดไปหรือพัฒนาไปในรูปแบบอื่น การเลี้ยงหอยนางรมหอยนางรมเป็นสัตว์น้ำตามธรรมชาติที่มีมากในอ่าวพังงา </li></ul>
  44. 44. <ul><li>ปัจจุบันมีการเลี้ยงหอยนางรม กันมากแถบชายฝั่งทะเลอำเภอทับปุด อำเภอเมืองพังงา อำเภอตะกั่วทุ่งชาวประมงจะใช้ยางรถจักรยานยนต์ที่ใช้ไม่ได้แล้วนำมาผ่าซีกแล้วนำไปแขวนไว้บริเวณชายฝั่งทะเล ลูกหอยนางรมซึ่งมีปะปนอยู่ในน้ำทะเลก็จะมาเกาะเมื่อลูกหอยตัวโตขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ก็จะแกะออกแล้วนำไปติดกับเชือกโดยใช้ปูนซีเมนต์เป็นตัวเชื่อมให้ติดกับเชือก นำไปผูกโยงไว้กับไม้ที่ผูกเป็นทุ่นห้อยไว้ในน้ำ เลี้ยงโดยวิธีธรรมชาติโดยให้หอยจับอาหารเอง ประมาณ 6 เดือนก็นำไปขายได้ ปัจจุบันการเลี้ยงหอยนางรมเป็นที่แพร่หลายและไม่มีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมชายฝั่งทะเลมากนัก </li></ul>
  45. 45. การเลี้ยงปลาในกระชัง <ul><li>การเลี้ยงปลาในกระชังเป็นอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทะเลอีกอาชีพหนึ่ง จะเลี้ยงแถบชายฝั่งทะเลอำเภอทับปุด อำเภอตะกั่วทุ่ง อำเภอตะกั่วป่า อำเมืองพังงาและอำเภอคุระบุรี ชาวประมงจะผูกแพบนทุ่นให้ลอยอยู่บนผิวน้ำและผูกกระชังซึ่งทำด้วยตาข่ายเป็นห้องๆ กระชังทุกลูกจะถูกผูกไว้กับหลักเพื่อป้องกันไม่ให้ลอยไปกับน้ำเวลาที่น้ำขึ้นน้ำลง ชาวประมงจะเลือกทำเลในการลี้ยงปลาในกระชัง โดยหาสถานที่ที่เป็นลำคลองหรือปากอ่าวที่สามารถป้องกันลมได้ และเวลาน้ำลงต่ำสุดน้ำจะต้องไม่แห้ง อาหารสำหรับเลี้ยงปลาในกระชังใช้ปลาป่นบดรวมกับอาหารสำเร็จรูป ปลาที่เลี้ยงส่วนใหญ่ ได้แก่ ปลากะพง ปลาเก๋า </li></ul>
  46. 46. การทำหัตกรรม <ul><li>การทำหัตกรรมของชาวพังงาส่วนใหญ่เป็นงานจักสาน ชาวพังงานำวัสดุในท้องถิ่นมาทำเป็นสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวันและเพื่อจำหน่าย </li></ul>
  47. 47. เครื่องใช้ในครัวเรือน <ul><li>เครื่องใช้ในครัวเรือน ชาวพังงาประดิษฐ์เครื่องใช้ในครัวเรือนหลายชนิดจากวัสดุธรรมชาติต่างๆ ที่หาได้ในท้องถิ่น เพื่อใช้ในครัวเรือนและจำหน่าย เช่น ไม้ไผ่ หวาย ใบมะพร้าว ใบจาก ใบสาคู ก้านมะพร้าว ดอกอ้อ ตัวย่างเช่น ดอกอ้อ เป็นพืชที่มีอยู่ทั่วไปในจังหวัดพังงา อยู่ในตระกูลเดียวกับดอกยง ดอกเลา จะออกดอกปีละ 1 ครั้ง ชาวบ้านจะนำดอกอ้อมาผึ่งแดดให้แห้งแล้วทุบให้เกสรออกเหลือเฉพาะเรียวเล็ก นำมาผูกเป็นแผ่นบางๆ ทำด้ามถือเป็นไม้กวาดพื้น ทำมากในอำเภอทับปุด อำเภอกะปง และอำเภอท้ายเหมือง </li></ul>
  48. 48. ดอกไม้ประดิษฐ์ <ul><li>นอกจากชาวพังงาจะประดิษฐ์เครื่องใช้ในครัวเรือนไว้ใช้เอง และจำหน่ายแล้ว ชาวพังงายังประดิษฐ์ดอกไม้จากเกล็ดปลา ซังข้าวโพดและใบยางพารา จำหน่ายเป็นสินค้าอีกด้วย ที่ทำกันมากคือ ดอกไม้จากใบยางพารา </li></ul>
  49. 49. เครื่องมือดักสัตว์ <ul><li>การทำเครื่องมือดักสัตว์ เป็นเครื่องมือยังชีพในสมัยโบราณ ส่วนใหญ่จะทำด้วยไม้ที่มีชื่อแตกต่างกันไปแล้วแต่ท้องถิ่น เครื่องมือดักสัตว์ที่ชาวพังงานิยมใช้ได้แก่ ครอบ จั่น หยองปู นางคัน เรือเครียด หลุมพราง ครืน ฯลฯ </li></ul>
  50. 50. การแปรรูปสัตว์น้ำเป็นสินค้า <ul><li>เนื่องจาก พื้นที่สามในสี่ส่วนอยู่ติดกับชายฝั่งทะเล ทำให้วิถีชีวิตของชาวพังงาส่วนหนึ่งดำรงชีพอยู่กับการจับสัตว์ซึ่งมีอยู่ชุกชุม กุ้ง หอย ปู ปลา ส่วนที่เหลือจากการจำหน่ายสด มาแปรรูปเก็บไว้จำหน่ายและบริโภคในยามที่ขาดแคลน การแปรรูปสัตว์น้ำที่สำคัญ ได้แก่ กุ้งแห้ง กะปิ กุ้งเสียบ หอยเปรี้ยว หอยกะพงแห้ง ปลาหมึกแห้ง ปลาเค็ม ไตปลา ปลาย่าง ปลาจิ้งจ้าง ฯลฯ </li></ul>
  51. 51. 2. ภูมิปัญญาด้านการรักษาโรค
  52. 52. 1.การแพทย์แผนโบราณ <ul><li>การแพทย์แผนโบราณ การใช้ยาสมุนไพรพื้นบ้านในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บยังคงเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย ที่ปฏิบัติตกทอดกันมาตั้งแต่ดั้งเดิมซึ่งมีผลมาจากความเชื่อและการทดลองนำเอาวัสดุในท้องถิ่นที่พอจะหาได้ มาใช้ประโยชน์ในการบำรุงรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ตามวิถีชีวิตพื้นบ้านซึ่งในปัจจุบันแม้ว่าความเจริญทางด้าน วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มีความก้าวหน้าขนาดไหนก็ตาม แต่ประชาชนก็ยังอาศัยยาสมุนไพรพื้นบ้านเป็นยารักษาโรคภัยไข้เจ็บอยู่ สมุนไพรที่นิยมนำมาใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บส่วนหนึ่งเป็นพืชที่นำมาประกอบอาหาร อีกส่วนหนึ่งนำมาใช้ในการบำรุงรักษาโรคโดยตรง </li></ul>
  53. 53. 2. สุขวิทยาพื้นบ้าน <ul><li>การนำเอาสมุนไพรมาใช้เพื่อบำรุงสุขภาพ หรือรักษาโรคของชาวพังงามีกรรมวิธีหลายรูปแบบ เช่น การนำมาเป็นส่วนผสมของอาหาร เช่น ส่วนผสมของน้ำพริก หรือนำมารับประทานโดยตรง หรือนำไปผ่านกรรมวิธีต่างๆ ก่อนนำมาใช้ เช่น บดเป็นผงดองกับสุราขาว ต้มคั้นเอาน้ำดื่ม ชโลมตามร่างกาย หรือตำละเอียดแล้วนำมาพอก ตัวอย่างเช่น </li></ul><ul><li>ยาแก้ไข้ทับฤดู ตัวยาประกอบด้วย ไม้ยายหม่อง หญ้าย่านนาง รากหมาก รากพร้าว หมากแห้ง รากจิ้งจก และดอกคำฝอย </li></ul><ul><li>วิธีปรุง นำส่วนประสมปริมาณเท่าๆกันใส่ในหม้อ หาวัสดุกดให้ตัวยาจมน้ำ ต้มให้เดือดแล้วนำมากิน </li></ul>
  54. 54. 3. ของแสลงและอาหารสำหรับคนไข้ <ul><li>ของแสลงและอาหารสำหรับคนไข้ หรือภาษาถิ่นเรียกว่าห้ามกินของแหลง หรือ </li></ul><ul><li>ของแสลง หมายถึง อาหารที่รับประทานเข้าไปแล้วจะมีผลต่อโรค เช่น เป็นพิษ ให้โทษ หรือไม่ถูกกับโรคทำให้อาการของโรคนั้นกำเริบยิ่งขึ้น หรือ ภาษาถิ่นเรียกว่าจะต้อง กำ (ห้ามรับประทาน) ของแสลงที่ชาวพังงากำ เมื่อมีอาการของโรคต่าง ๆ </li></ul>
  55. 55. ภูมิปัญญาด้านการอยู่กิน
  56. 56. <ul><li>1. การถนอมอาหาร เนื่องจากจังหวัดพังงามีความอุดมสมบูรณ์ทั้งอาหารทะเล ผักและผลไม้ การถนอมอาหารที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ได้แก่ กุ้งเสียบ กะปิ ปลาเค็ม ปลาจิ้งจ้างแห้ง ไตปลา ฯ </li></ul><ul><li>2. การประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นงานช่างฝีมือภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ เช่น หวาย ไม้ไผ่ นำมาสานขัดเพื่อการนำมาใช้ในการดำรงชีวิต </li></ul>
  57. 57. <ul><li>เครื่องจักรสานที่ชาวพังงาประดิษฐ์ขึ้นแบ่งตามประเภท และประโยชน์ขอการใช้งาน </li></ul><ul><li>ได้แก่ </li></ul><ul><li>เครื่องใช้ในครัวเรือนและงานเกษตรกรรม ทำจากไม้ ไม้ไผ่ หวาย ใบเตย ใบลาน ใบไผ่ จาก สาคู เพื่อใช้เป็นภาชนะในการการบรรจุสิ่งของหรือกันแดดกันฝน เช่น เข่ง กระชอน บุ้งกี๋ ไม้กวาดดอกอ้อ เสื่อใบเตย กระด้งฝัดข้าว ชะลอม ตะแกรง จากมุงหลังคา กระสอบ </li></ul>
  58. 58. <ul><li>เครื่องมือในการเลี้ยงไก่พื้นเมือง สานด้วยไม่ไผ่ หวาย หรือเถาวัลย์ เช่น ค้อมขังไก่ รังไก่ </li></ul><ul><li>เครื่องมือในการจับปลา สานด้วยไม้ไผ่ หวาย หรือเถาวัลย์ บางประเภทนำเอาวัสดุในท้องตลาด เช่น ลวด ตาข่าย อวน ด้าย หรือเชือกในล่อน เช่น ไซ ลอบ สุ่ม แห หยองปู ครอบดังนก ครืน </li></ul>
  59. 59. <ul><li>3.การอยู่อาศัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ภูมิปัญญาในการอยู่อาศัย จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่อยู่แถบชายฝั่งทะเลอันดามัน มีเกาะเล็ก เกาะใหญ่จำนวนมากชาวพังงาอาศัยอยู่ตามชนบทและตามเกาะต่างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยส่วนมากเป็นบ้านชั้นเดียวแบบบ้านตึกผสมไม้และบ้านที่เกิดจากการพัฒนาปรับปรุงให้เข้ากับสภาพแวดล้อม คือ บ้านตามเกาะเล็กๆ ในทะเล เช่น บ้านกลางน้ำของชาวมุสลิมที่เกาะปันหยี เป็นต้น </li></ul>
  60. 60. 4. ภูมิปัญญาด้านศิลปกรรม
  61. 61. 2.ด้านประติมากรรม <ul><li>งานปั้น งานเกะสลัก งานหล่อ ของท้องถิ่น เป็นศิลปะที่สืบทอดลักษณะเฉพาะซึ่งผสมผสานกับศิลปะฝีมือสกุลช่างโบราณที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน ได้แก่ พระพุทธรูปปูนปั้นและโลหะหล่อปางต่างๆเช่น ปางปาเลไลยก์ ปางมารวิชัยแบบสุโขทัย พระเชียงแสนสิงห์หนึ่ง และรอยพระพุทธบาทจำลองสำริดที่วัดประชุมโยธี ถนนเพชรเกษม ตำบลท้ายช้าง อำเภอเมืองพังงาพระพุทธรูปประติมากรรมอื่น เช่น พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนปางสะดุ้งมาร พระพุทธรูปยืนก่ออิฐถือปูน ปางรำพึง ถวายเนตร พระพุทธบาทจำลองลงรักปิดทองที่วัดสุวรรณคูหาหรือวัดถ้ำหมู่ที่ 2 ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง </li></ul>
  62. 62. 1.ด้านจิตกรรม <ul><li>ส่วนใหญ่เป็นศิลปกรรมวาดรูประบายสีในลักษณะของจิตรกรรมฝาผนังตามศาลนาสถาน เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ความเชื่อ ที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน เช่นจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถวัดประชุมโยธี ถนนเพชรเกษม ตำบล ท้ายช้างอำเภอเมืองพังงา จิตรกรรมฝาผนังศาลเจ้าม่าจ้อโป้ ถนนบริรักษ์บำรุง ตำบลท้ายช้าง อำเภอเมืองพังงา จิตรกรรมสุสานตระกูลวานิช ถนนเพชรเกษม ตำบลตากแดด อำเภอเมืองพังงา จิตรกรรมศาลเจ้าเล่งสั้นเก้ง หรือ ต่องสั้นเก้ง ตลาดท้ายเหมือง ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง </li></ul>
  63. 63. 3. ด้านนาฏดุริยางคศิลป์ <ul><li>งานด้านนาฏดุริยางคศิลป์เป็นศิลป์แห่งการละครหรือ การฟ้อนรำที่เป็นแบบแผนแสดงเอกลักษณ์ของท้องถิ่นโดยการนำเอาวิถีชีวิต สังคม วัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมนำมาประดิษฐ์ท่ารำต่างๆ เช่น ระบำร่อนแร่ ระบำกะลา ระบำกรีดยาง ลิเกป่า ร็องเง็ง หนังตะลุง </li></ul>
  64. 64. เอกสารอ้างอิง <ul><li>ทัวร์ไทย ดอทคอม จังหวัดพังงา จังหวัดพังงา “ข้อมูลทั่วไป ” < http:// www.tourthai.com/province/phangnga / > < http://www.moohin.com/066/ > </li></ul><ul><li>จังหวัดพังงา ^ ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง . กรมการปกครอง . กระทรวงมหาดไทย . &quot; ข้อมูลการปกครอง .&quot;. < http:// www.dopa.go.th/padmic/jungwad 76/ jungwad 76. htm > 18 เมษายน 2553. </li></ul><ul><li>กรมการปกครอง . กระทรวงมหาดไทย . &quot; ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552.&quot; < http:// www.dopa.go.th/stat/y_stat.html > 30 มีนาคม 2553. < http:// travel.sanook.com/south/pangngra / > </li></ul><ul><li><http://www.andamanguide.com/info/phangnga.html> </li></ul><ul><li>ข้อมูลทั่วไป ประวัติ อาหารอร่อย สถานที่ท่องเที่ยว เทศกาล และ งานประเพณี </li></ul><ul><li>< http:// www.andamanguide.com/info/phangnga.html > </li></ul>
  65. 65. ผู้จัดทำ <ul><li>นางสาวอมร สุขฉกรรณ์ </li></ul><ul><li>ม .5/3 เลขที่ 38 </li></ul>

×