จ.พัทลุง

801 views

Published on

นางสาวชฎาพร สู้สงคราม ม.5/2

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
801
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
3
Actions
Shares
0
Downloads
7
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

จ.พัทลุง

  1. 1. จังหวัด พัทลุง
  2. 2.                      ตราประจำจังหวัดพัทลุง ” รูปภูเขาอกทะลุ
  3. 3. สัญลักษณ์ประจำจังหวัด <ul><ul><ul><ul><ul><li>ตราประจำจังหวัดพัทลุง ปรากฏเป็นรูปภูเขาอกทะลุซึ่งเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของจังหวัด ซึ่งภูเขาอกทะลุนี้ตั้งอยู่ในตัวอำเภอเมืองพัทลุง ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ มีบันไดทอดตัวยาวขึ้นจากเชิงเขาถึงถ้ำซึ่งเป็นรูอยู่ตรงกลางเพื่อให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมทิวทัศน์ของจังหวัดพัทลุงได้อย่างกว้างขวาง หากแต่ปัจจุบันยังขาดการดูแล ปรับปรุงและพัฒนาที่ยั่งยืนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัด </li></ul></ul></ul></ul></ul>
  4. 4. ตราผ้าผูกคอลูกเสือ
  5. 5. แผนที่จังหวัดพัทลุง
  6. 6. หน่วยการปกครอง การปกครองแบ่งออกเป็น 11 อำเภอ 65 ตำบล 626 หมู่บ้าน <ul><li>อำเภอเมืองพัทลุง </li></ul><ul><li>อำเภอกงหรา </li></ul><ul><li>อำเภอเขาชัยสน </li></ul><ul><li>อำเภอตะโหมด </li></ul><ul><li>อำเภอควนขนุน </li></ul><ul><li>อำเภอปากพะยูน </li></ul><ul><li>อำเภอศรีบรรพต </li></ul><ul><li>อำเภอป่าบอน </li></ul><ul><li>อำเภอบางแก้ว </li></ul><ul><li>อำเภอป่าพะยอม </li></ul><ul><li>อำเภอศรีนครินทร์ </li></ul> 
  7. 7. ดอกไม้ประจำจังหวัดชื่อ “ ดอกพะยอม”  
  8. 8. ประวัติความเป็นมาของจังหวัดพัทลุง   จังหวัดพัทลุง   มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ดังปรากฏหลักฐานจากการค้นพบขวานหินขัดในท้องที่ทั่วไปหลายอำเภอ ในสมัยศรีวิชัย ( พุทธศตวรรษที่   13 -14)  บริเวณเมืองพัทลุงเป็นแหล่งชุมนุมที่ได้รับวัฒนธรรมอินเดียในด้านพุทธศาสนาลัทธิมหายาน มีหลักฐานค้นพบ เช่น พระพิมพ์ดินดิบจำนวนมาก   เป็นรูปพระโพธิสัตว์รูปเทวดา โดยค้นพบบริเวณถ้ำคูหาสวรรค์ และถ้ำเขาอกทะลุ
  9. 9. ต่อมา   ในพุทธศตวรรษที่   19  เมืองพัทลุง ได้ตั้งขึ้นอย่างมั่นคง   ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยามีฐานะเป็นเมืองชั้นตรี   ซึ่งนับว่าเป็นหัวเมืองหนึ่งของพระราชอาณาจักรทางใต้   ในสมัยนั้นเมืองพัทลุงมักจะประสบปัญหาการโจมตีจากกลุ่มโจรสลัดมาเลย์อยู่เสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มโจรสลัดอาแจะอารูและยุยงคตนะ   ได้โจมตีเผาทำลายสร้างความเสียหายแก่เมืองพัทลุง ถึงสองครั้ง   ปัญหาดังกล่าวนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีการย้ายสถานที่ตั้งเมือง อยู่เสมอ  
  10. 10. ได้ยกขึ้นเป็นเมืองชั้นโทในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช   ในช่วงนี้เมืองพัทลุงมีผู้นำสำคัญในการสร้างความเจริญ   และความมั่นคงให้กับบ้านเมืองหลายท่าน อาทิเช่น พระยาพัทลุง ( ขุนคางเหล็ก )   พระยาวิชิตเสนา ( ทองขาว ) พระยาอภัยบริรักษ์ ( จุ้ย จันทโรจนวงศ์ ) ได้ป้องกันเอกราชของชาติมาหลายครั้ง เช่น เมื่อสงครามเก้าทัพ ( พ . ศ . 2328 - 2329) พระมหาช่วย วัดป่าลิไลย์ ได้นำชาวพัทลุงต่อสู้ป้องกันการรุกราน   ของพม่าจนได้รับความดีความชอบ โปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยาช่วยทุกขราษฎร์   ช่วยราชการเมืองพัทลุงนอกจากสงครามกับพม่าแล้ว   ชาวพัทลุงยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติ   ในหัวเมืองภาคใต้
  11. 11. จากอดีตถึงปัจจุบันเมืองพัทลุงได้มีการย้ายเมืองหลายครั้ง   สถานที่ที่เคยเป็นเมืองที่ตั้งเมืองพัทลุงได้แก่ 1.  โคกเมืองแก้ว ปัจจุบัน   หมู่ที่   4  ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน 2.  บ้านควนแร่ ปัจจุบัน   หมู่ที่   1  ตำบลควนมะพร้าว อำเภอเมืองพัทลุง 3. เขาชัยบุรี ( เขาเมืองฯ )   ปัจจุบัน คือตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง 4.  ท่าเสม็ด ปัจจุบัน   ตำบลท่าเสม็ด อำเภอชะอวด จ . นครศรีธรรมราช 5.  เมืองพระรถ ปัจจุบัน   หมู่ที่   1  ตำบลพญาขัน อำเภอเมืองพัทลุง 6.  บ้านควนมะพร้าว ปัจจุบัน   หมู่ที่   2  ตำบลพญาขัน อำเภอเมืองพัทลุง 7.  บ้านม่วง ปัจจุบัน หมู่ที่   6  ตำบลพญาขัน อำเภอเมืองพัทลุง 8.  บ้านโคกลุง ปัจจุบัน   หมู่ที่ 4  ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง
  12. 12. ชื่อเมืองพัทลุง              ในสมัยก่อนชื่อเมืองพัทลุง   ไม่ได้เขียนอย่างที่ปรากฏให้เห็น จากหลักฐานพบว่า บนเหรียญอีแปะพัทลุง พ . ศ .  2426  เขียนว่า พัททะลุง และพัตะลุง ในเอกสาร ของไทย ใช้ต่างกันมากมาย ได้แก่ พัตะลุง   พัดทลุง พัทธลุง พัฒลุง พัทลุง ในเอกสาร เบอร์นีของอังกฤษสมัยรัชกาลที่   3  เ ขียนว่า   Bondelun  และ   Merdelong  ของนายลามาร์ วิศวกรชาวฝรั่งเศส สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช   เขียนว่า   Bourdelun
  13. 13. ความหมายของชื่อเมือง                                  เมืองช้างหรือเมืองเกี่ยวเนื่องด้วยช้าง ซึ่งตรงกับข้อเท็จจริงหลายประการ คำว่า  “ พัด - ท - พัทธ ” ยังไม่อาจทราบได้ว่าคำเดิมเขียนอย่างไร คำไหน   ทราบเพียงว่าเป็นคำขึ้นต้น ส่วนคำพื้นเมืองที่เรียกว่า  “ ตะลุง ”  แปลว่าเสาล่ามช้าง   หรือไม้หลักผูกช้าง ชื่อบ้านนามเมืองของพัทลุงที่เกี่ยวกับช้างมีมาก   หรือจะเรียกว่าเป็น  “ เมืองช้าง ”  ก็ได้   โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบสงขลาในแถบชะรัด ซึ่งอยู่ติดกับเทือกเขาบรรทัด   มีช้างป่าชุกชุม และในตำนานนางเลือดขาว ตำนานเมืองพัทลุงกล่าวว่า ตาสามโม ยายเพชร   เป็นหมอสดำ หมอเฒ่านายกองช้าง เลี้ยงช้างส่งเจ้าพระยากรุงทอง ทุกปี   ต่อมาพระกุมารกับนางเลือดขาวก็ได้รับมรดกเป็นนายกองเลี้ยงช้างส่งส่วย   ซึ่งในปัจจุบันชาวบ้านบางส่วนยังคงนับถือ  “ ตาหมอช้าง ” 
  14. 14. ที่ตั้งและอาณาเขต                              จังหวัดพัทลุง   ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของภาคใต้ของประเทศไทย ระหว่างละติจูดที่   7  องศา   6  ลิปดาเหนือ ถึง   7  องศา   53  ลิปดาเหนือ และลองติจูดที่   9 องศา   44  ลิปดาตะวันออก   ห่างจากกรุงเทพมหานครตามเส้นทาง สายเอเซีย ( ทางหลวงหมายเลข   41 )  เป็นระยะทางประมาณ   858  กิโลเมตร และตามเส้นทางรถไฟระยะทาง ประมาณ   846  กิโลเมตร   ความยาวของจังหวัดจากทิศเหนือไปทิศใต้ประมาณ   78 กิโลเมตร   และความกว้างจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ระยะทางประมาณ   53 กิโลเมตร   มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ   3,424.473  ตารางกิโลเมตร หรือ   2,140,296  ไร่ ( พื้นดิน   1,919,446  ไร่ พื้นน้ำ   220,850  ไร่ )
  15. 15. มีอาณาเขต ดังนี้   -   ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอชะอวด   จังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา -   ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอควนเนียง   อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลาและอำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล -   ทิศตะวันออก   ติดต่อกับทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นน่านน้ำติดต่อกับอำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์          อำเภอสทิงพระ และอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา -    ทิศตะวันตก   ติดต่อกับเทือกเขาบรรทัด ซึ่งเป็นแนวติดต่อกับอำเภอห้วยยอด อำเภอเมือง อำเภอนาโยง        อำเภอย่านตาขาว และอำเภอ ปะเหลียน จังหวัดตรัง
  16. 16. ลักษณะภูมิประเทศ                 สภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นภูเขาและที่ราบสูง ทางด้านตะวันตกอันประกอบด้วย   เทือกเขาบรรทัด มีระดับสูงจากน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ   50 - 1,000 เมตร   ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ เช่น สวนยางพารา สวนไม้ผลและไม้ยืนต้น   ถัดลงมาทางด้านตะวันออกเป็นที่ราบสลับที่ดอน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเฉลี่ย   0 - 15  เมตร บริเวณนี้ส่วนใหญ่ปลูกข้าว ยางพารา มะพร้าว พืชผัก และพืชไร่ชนิดต่างๆ   โดยมีอัตราความลาดชัน   1: 1,000  จากทิศตะวันตกมาสู่ทิศตะวันออกของจังหวัด
  17. 17. ลักษณะภูมิประเทศโดยภาพรวมลาดเทจากที่สูง   ด้าน ทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออกจนถึงทะเลสาบสงขลา โดยอาจแบ่งออกเป็น   4  ลักษณะ   คือ 1. พื้นที่ภูเขาสูงชันทางด้านตะวันตก มีเนื้อที่ประมาณ   4.3  แสนไร่ 2. พื้นที่ดอน - ลาดชันสูง   มีเนื้อที่ประมาณ   1.9 แสนไร่ 3. พื้นที่ดอน - ลาดชันน้อย   มีเนื้อที่ประมาณ   6.1  แสนไร่ 4. พื้นที่ต่ำ -   ราบเรียบรวมทั้งพื้นที่ลุ่ม มีเนื้อที่ประมาณ   7.9  แสนไร่
  18. 18. ลักษณะภูมิอากาศ สภาพภูมิอากาศมี   2  ฤดูกาล คือ   ฤดูร้อน และฤดูฝนได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้   ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ย   1,853.5  มิลลิเมตรต่อปี จำนวนวันฝนตกเฉลี่ย   154  วันต่อปี   อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย   29.3  องศาเซลเซียส ในเดือนเมษายน และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย   26.7  องศาเซลเซียส ในเดือนธันวาคม อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี   28.14  องศาเซลเซียส   ความชื้นสัมพัทธ์อยู่ระหว่าง   75 – 83  เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ย   78.7  เปอร์เซ็นต์   และความเร็วลมประมาณ   1 - 2  เมตรต่อวินาที ปริมาณการระเหยของน้ำ ประมาณ   3.3 - 5.5  มิลลิเมตรต่อวัน
  19. 19. <ul><li>บรรณานุกรม </li></ul><ul><li>http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad 76/ jungwad 76. htm สืบค้น 18 พฤศจิกายน 2553 . </li></ul><ul><li>http://www.dopa.go.th/stat/y_stat.html </li></ul><ul><li>http://th.wikipedia.org/wiki/%E 0% B 8% AE%E 0% B 8% B 2% E 0% B 8% A 7% E 0% B 8% B 2% E 0% B 8%99% E 0% B 8% B 2 </li></ul><ul><li>http://www.holidaythai.com/%E 0% B 8%82% E 0% B 9%89% E 0% B 8% AD%E 0% B 8% A 1% E 0% B 8% B 9% E 0% B 8% A 5% E 0% B 9%81% E 0% B 8% AB%E 0% B 8% A 5% E 0% B 9%88% E 0% B 8%87% E 0% B 8%97% E 0% B 9%88% E 0% B 8% AD%E 0% B 8%87% E 0% B 9%80% E 0% B 8%97% E 0% B 8% B 5% E 0% B 9%88% E 0% B 8% A 2% E 0% B 8% A 7% E 0% B 8%9 B%E 0% B 8% A 3% E 0% B 8% B 0% E 0% B 9%80% E 0% B 8%97% E 0% B 8% A 8% E 0% B 8%84% E 0% B 8% B 4% E 0% B 8% A 7% E 0% B 8%9 A%E 0% B 8% B 2. htm </li></ul>

×