จังหวัดกาฬสินธ์
              สมัย กรุงธนบุรีประมาณ พ . ศ . 2310  พระเจ้าองค์เวียนดาแห่งนครเวียงจันทน์  ได้สิ้นพระชนม์ โอรสท้าวเพี้ยเมืองแ...
สายที่  1  มี เมืองแสนหน้าง้ำเป็นหัวหน้า  อพยพไปทางทิศตะวันออกสมทบกับพระวอหลบหนีไปจนถึงนครจำปาศักดิ์ขอพึ่งบารมี  ของ     พ...
                        สายที่  2  มีท้าวโสพะมิตรเป็นหัวหน้า ได้อพยพข้ามสันเขาภูพานลงมาทางใต้  และตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้าน...
พ . ศ .  2336  ท้าวโสมพะมิตรได้ นำเครื่องบรรณาการ คือ กาน้ำสัมฤทธิ์  เข้าถวายสวามิภักดิ์ต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโล...
             กาฬสินธุ์เป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน จากหลักฐานทางโบราณคดีบ่งบอกว่าเคยเป็นที่อยู่อา...
จังหวัดมหาสารคาม โดยมีลำน้ำชีเป็นเส้นแบ่งเขตและบางส่วนติดต่อกับจังหวัดขอนแก่น ติดต่อกับ  ทิศตะวันตก  จังหวัดสกลนครและจังหว...
ลักษณะภูมิอากาศและสภาพน้ำฝน   สภาพดินฟ้าอากาศของจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยทั่วไป ฝนตกเฉลี่ย  1,400  มม ./ ปี   อุณภูมิต่ำสุด  19...
<ul><li>การคมนาคม  :   สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้ทั้งรถยนต์ รถโดยสารและรถไฟ </li></ul><ul><li>รายละเอียดการเดินทางมีดังน...
3.  ทางรถไฟ ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ ต้องเดินทางจากกรุงเทพฯ - สถานีรถไฟขอนแก่น  จากขอนแก่นต่อรถประจำทางเข้ากาฬสินธุ์อีก  79 ...
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด  : ตราประจำจังหวัดกาฬสินธุ์         เป็นรูปบึงใหญ่ ตฤณชาติ และเมฆพยับฝน ตราประจำจังหวัด หมายถึง สัญล...
อาชีพ  : ข้าวเป็นพืชที่สำคัญของจังหวัด ส่วนมากนิยมทำนาดำ มีการทำนาหว่านบ้างในเขตที่ลุ่มริมฝั่งน้ำปาว และแม่น้ำชี มีการปลูก...
เทศกาล งานประเพณี  : งานประเพณีน้ำตกตาดสูง เป็นประเพณีของหมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยโคกโก่ง จัดขึ้นในวันเสาร์แรกของเดือนตุลาคมท...
 
สถานที่ท่องเที่ยว จ .  กาฬสินธ์
พระพุทธไสยาสน์ภูค่าว
พระพุทธไสยาสน์ภูค่าว พระพุทธไสยาสน์ภูค่าว บ้านนาสีนวล ตำบลโนนศิลา อำเภอสหัสขันธ์   ( ห่างจากจังหวัดประมาณ  36  กม .)  มีสิ...
เขื่อนลำปาว
เขื่อนลำปาว          เขื่อนลำปาว เป็นเขื่อนดิน   สร้างปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยาง ที่ต่อเนื่องถึงกันบริเวณเขตติดต่อระหว่างตำ...
พิพิธภัณฑ์สิรินทร์
พิพิธภัณฑ์สิรินทร์   ตั้งอยู่ที่เชิงภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์ - สหัสขันธ์  วัดนี้เป็นส...
ผ้าไหมแพรววา
ผ้าไหมแพรวา เป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านที่เป็นเอกลัษณ์ของชาวบ้านโพน  ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นผ้าที่ทอด้วยฝีม...
จังหวัดกาฬสินธ์
 
บรรณนุกรม สารานุกรมเสรี .  “ จังหวัดกาฬสินธุ์ .”   9  ธันวาคม  2553 .  < http://th.wikipedia.org/wiki. > 11  ธันวาคม  2553...
จบการนำเสนอ จัดทำโดย นายยุทธนา  ไชยะโอชะ ชั้น ม . 5 / 3
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

จังหวัดกาฬสินธิ

1,681 views

Published on

Published in: Education
0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,681
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
6
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

จังหวัดกาฬสินธิ

  1. 1. จังหวัดกาฬสินธ์
  2. 2.              สมัย กรุงธนบุรีประมาณ พ . ศ . 2310 พระเจ้าองค์เวียนดาแห่งนครเวียงจันทน์ ได้สิ้นพระชนม์ โอรสท้าวเพี้ยเมืองแสนได้ยกกองทัพเข้ายึดเมืองเวียงจันทน์ และได้สถาปนา ขึ้นเป็น พระเจ้าแผ่นดินสืบแทน ทรงพระนามว่า &quot; พระเจ้าศิริบุญสาร &quot; พ . ศ . 2320 ท้าวโสมพะมิตร และ อุปราชเมืองแสนฆ้องโปง เมืองแสนหน้าง้ำเกิดขัดใจกับพระเจ้าศิริบุญสาร จึงรวบรวมผู้คนอพยพจากดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ข้ามมาตั้งบ้านเรือนบริเวณลุ่มน้ำก่ำแถบบ้านพรรณนา ( ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดสกลนคร ) ต่อมาท้าวศิริบุญสารได้ยกกองทัพติดตามมา ท้าวโสมพะมิตรจึงอพยพต่อไปโดยแยกเป็น 2 สาย คือ ประวัติจังหวัดกาฬสินธ์
  3. 3. สายที่ 1 มี เมืองแสนหน้าง้ำเป็นหัวหน้า อพยพไปทางทิศตะวันออกสมทบกับพระวอหลบหนีไปจนถึงนครจำปาศักดิ์ขอพึ่งบารมี ของ    พระเจ้าหลวงแห่งนครจำปาศักดิ์ และตั้งบ้านเรือน ณ ดอนค้อนกอง ต่อมาเรียกว่า     &quot; ค่ายบ้านดู่บ้านแก &quot; ในปี พ . ศ . 2321 พระเจ้าศิริบุญสาร   ให้เพี้ยสรรคสุโภย ยกกองทัพมาปราบ พระวอตายในสนามรบ ผู้คนที่เหลือจึงอพยพไป อยู่ในเกาะกลางลำแม่น้ำมูลชื่อว่า &quot; ดอนมดแดง &quot;  ( ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดอุบลราชธานี )
  4. 4.                        สายที่ 2 มีท้าวโสพะมิตรเป็นหัวหน้า ได้อพยพข้ามสันเขาภูพานลงมาทางใต้ และตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านกลางหมื่น ต่อมาท้าวโสมพะมิตร   ได้ส่งท้าวตรัยและคณะ ออกเสาะหาชัยภูมิที่จะสร้างเมืองใหม่ใช้เวลา ประมาณปีเศษจึงพบทำเลที่เหมาะสม คือบริเวณลำน้ำปาวและเห็นว่าแก่งสำโรงชายสงเปลือยมีดิน น้ำอุดมสมบูรณ์ จึงอพยพผู้คนมาตั้งบ้านเรือนและได้จัดตั้งศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
  5. 5. พ . ศ . 2336 ท้าวโสมพะมิตรได้ นำเครื่องบรรณาการ คือ กาน้ำสัมฤทธิ์ เข้าถวายสวามิภักดิ์ต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรี และขอตั้งบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมือง ได้รับพระราชทานนามว่า &quot; กาฬสินธุ์ &quot; และได้แต่งตั้งให้ ท้าวโสมพะมิตรเป็น   &quot; พระยาชัยสุนทร พ . ศ . 2437 สมัยพระยาชัยสุนทร ( ท้าวเก ) ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองเป็นแบบเทศาภิบาล มี มณฑล จังหวัด อำเภอ ตำบล และให้เมืองกาฬสินธุ์ เป็น &quot; อำเภออุทัยกาฬสินธุ์ &quot; ขึ้นกับจังหวัดร้อยเอ็ด             วันที่ 1 สิงหาคม 2456 ได้ยกฐานะอำเภออุทัยกาฬสินธุ์เป็น &quot; จังหวัดกาฬสินธุ์ &quot; ให้มีอำนาจปกครอง อำเภออุทัยกาฬสินธุ์ อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอ กมลาไสย และอำเภอยางตลาด โดยให้ขึ้นต่อมณฑลร้อยเอ็ด
  6. 6.             กาฬสินธุ์เป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน จากหลักฐานทางโบราณคดีบ่งบอกว่าเคยเป็นที่อยู่อาศัยของเผ่าละว้า ซึ่งมีความเจริญทางด้านอารยธรรมประมาณ 1,600 ปี จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เริ่มตั้งเป็นเมืองในสมัยรัตนโกสินทร์ เมื่อปี พ . ศ . 2336 โดยท้าวโสมพะมิตร ได้อพยพหลบภัยมาจากดินแดน ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงพร้อมไพร่พล และมาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำปาว เรียกว่า “ บ้านแก่งสำโรง ” แล้วได้นำเครื่องบรรณาการเข้าถวาย สวามิภักดิ์ต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ยกฐานะบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมือง และพระราชทานนามว่า “ เมืองกาฬสินธุ์ ” หรือ “ เมืองน้ำดำ ” ซึ่งเป็นเมืองที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยโบราณกาล “ กาฬ ” แปลว่า “ ดำ ” “ สินธุ์ ” แปลว่า “ น้ำ ” กาฬสินธุ์จึงแปลว่า “ น้ำดำ ” ทั้งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง ให้ท้าวโสมพะมิตรเป็น “ พระยาชัยสุนทร ” ครองเมืองกาฬสินธุ์เป็นคนแรก
  7. 7. จังหวัดมหาสารคาม โดยมีลำน้ำชีเป็นเส้นแบ่งเขตและบางส่วนติดต่อกับจังหวัดขอนแก่น ติดต่อกับ ทิศตะวันตก จังหวัดสกลนครและจังหวัดมุกดาหาร โดยมี สันปันน้ำของเทือกเขาภูพานเป็นแนวแบ่งเขต ติดต่อกับ ทิศตะวันออก จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดมหาสารคาม ติดต่อกับ ทิศใต้ จังหวัดสกลนคร และ จังหวัดอุดรธานี โดยมีลำน้ำปาวและ ห้วยลำพันชาดเป็นแนวกั้นแบ่งเขต ติดต่อกับ ทิศเหนือ
  8. 8. ลักษณะภูมิอากาศและสภาพน้ำฝน สภาพดินฟ้าอากาศของจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยทั่วไป ฝนตกเฉลี่ย 1,400 มม ./ ปี อุณภูมิต่ำสุด 19 องศาเซลเซียส อุณภูมิสูงสุด 31.9 องศาเซลเซียส   - ฤดูร้อน เริ่ม เดือนมีนาคม ถึง เดือน พฤษภาคม อุณภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31.9 C.  - ฤดูฝน เริ่ม เดือน มิถุนายน ถึง เดือน ตุลาคม อุณภูมิต่ำสุด 23.5 C.  - ฤดูหนาว เริ่ม เดือนตุลาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ อุณภูมิสูงสุดเฉลี่ย 18 C.
  9. 9. <ul><li>การคมนาคม :   สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้ทั้งรถยนต์ รถโดยสารและรถไฟ </li></ul><ul><li>รายละเอียดการเดินทางมีดังนี้ </li></ul><ul><li>ทางรถยนต์   จากกรุงเทพฯ - กาฬสินธุ์ ระยะทาง 519 กิโลเมตร </li></ul><ul><li>ใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ - สระบุรี - นครราชสีมา ( ทางหลวงหมายเลข 2) </li></ul><ul><li>ถึงอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ต่อด้วยเส้นทางหลวงหมายเลข </li></ul><ul><li>23 และทางหลวงหมายเลข 213 มหาสารคาม - กาฬสินธุ์ </li></ul><ul><li>2. ทางรถโดยสารประจำทาง   มี บริษัท ขนส่ง จำกัด </li></ul><ul><li>( บขส .) เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ - กาฬสินธุ์ทุกวัน </li></ul><ul><li>โดยมีบริการทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศ รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามที่ </li></ul><ul><li>สถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนกำแพงเพชร 2 โทร . 02-9362852-66 </li></ul>
  10. 10. 3. ทางรถไฟ ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ ต้องเดินทางจากกรุงเทพฯ - สถานีรถไฟขอนแก่น จากขอนแก่นต่อรถประจำทางเข้ากาฬสินธุ์อีก 79 กิโลเมตร สำหรับกรุงเทพฯ - ขอนแก่นนั้น การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดบริการ ทั้งขบวนรถเร็ว รถด่วน และรถดีเซลราง ปรับอากาศ รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง ของการรถไฟแห่งประเทศไทย โทร . 02-2237020 , 02-2204334 สายด่วน 1690 4. ทางเครื่องบิน   จากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ต้องไปลงที่จังหวัดขอนแก่น แล้วต่อรถยนต์โดยสารเข้ากาฬสินธุ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด ( มหาชน )  
  11. 11. สัญลักษณ์ประจำจังหวัด : ตราประจำจังหวัดกาฬสินธุ์       เป็นรูปบึงใหญ่ ตฤณชาติ และเมฆพยับฝน ตราประจำจังหวัด หมายถึง สัญลักษณ์ของความชุ่มชื่น และอุดมสมบูรณ์ของภูมิภาค ทิวเขาตรงแนวสุดขอบฟ้าคือแนว กั้นเขตแดนกับจังหวัดใกล้เคียงน้ำในบึงที่มีสีดำ เพื่อให้ตรงกับชื่อของจังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งเป็นเมืองเมื่อ พ . ศ .2336 เพราะมีชาวเมืองเวียงจันทร์อพยพมาตั้งบ้านเรือนอยู่มากที่บ้านสงเปลือย ทางฝั่งตะวันออกของริมแม่น้ำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์แยกตัวออกจากจังหวัดมหาสารคาม เมื่อ พ . ศ .2490
  12. 12. อาชีพ : ข้าวเป็นพืชที่สำคัญของจังหวัด ส่วนมากนิยมทำนาดำ มีการทำนาหว่านบ้างในเขตที่ลุ่มริมฝั่งน้ำปาว และแม่น้ำชี มีการปลูกข้าวเหนียวเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาเป็นมันสำปะหลัง ปอ อ้อย ยาสูบ ถั่วลิสง ฝ้าย และการทำไร่แตงโม พื้นที่ใช้ทำนาประมาณ 25 % ของพื้นที่ทั้งหมด แม้ว่าจะเป็นจังหวัดเล็กแต่มีการเพาะปลูก และเลี้ยงสัตว์มากพอสมควร การเลี้ยงสัตว์มีในบริเวณที่ราบสูง เนินเขา รวมถึงการหาของป่า ตามแหล่งน้ำมีการทำประมงและการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด ส่วนอุตสาหกรรมในครัวเรือน ได้แก่การทอผ้าไหม ทอเสื่อ เครื่องปั้นดินเผาเศรษฐกิจของจังหวัดกาฬสินธุ์นับอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างต่ำ
  13. 13. เทศกาล งานประเพณี : งานประเพณีน้ำตกตาดสูง เป็นประเพณีของหมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยโคกโก่ง จัดขึ้นในวันเสาร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปี มีการทำบุญ พีธีเซ่นไหว้เจ้าปู่ การแสดงศิลปวัฒนธรรมผู้ไทย และมหรสพให้มตลอด วัน
  14. 15. สถานที่ท่องเที่ยว จ . กาฬสินธ์
  15. 16. พระพุทธไสยาสน์ภูค่าว
  16. 17. พระพุทธไสยาสน์ภูค่าว พระพุทธไสยาสน์ภูค่าว บ้านนาสีนวล ตำบลโนนศิลา อำเภอสหัสขันธ์ ( ห่างจากจังหวัดประมาณ 36 กม .) มีสิ่งสำคัญได้แก่ พระพุทธไสยาสน์ ที่นาแปลกคือตะแคงซ้าย ไม่มีพระเกตุมาลา สร้างขึ้นเมื่อ พุทธศักราช 2235 อุโบสถสร้างด้วยไม้ใต้น้ำจากอ่างเก็บน้ำ ลำปาว มีลักษณะเปิดโล่งระเบียงปูด้วยศิลาแลง ซึ่งแกะสลักลวดลายไทย เป็นสามมิติศิลปผสมผสานระหว่างภาคเหนือและภาคกลาง อย่างกลมกลืน นอกจากนี้ยังมีวิหารสังฆนิมิตซึ่งเป็นที่เก็บพระพุทธรูป และพระเครื่องเรือนแสน
  17. 18. เขื่อนลำปาว
  18. 19. เขื่อนลำปาว        เขื่อนลำปาว เป็นเขื่อนดิน สร้างปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยาง ที่ต่อเนื่องถึงกันบริเวณเขตติดต่อระหว่างตำบลลำปาว อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองกรุงศรี และตำบลเว่อ อำเภอยางตลาด ความยาวตามสันเขื่อน 7.9 ก . ม . ความสูงของเขื่อนตรงส่วนที่สูงที่สุด 30.7 เมตร สันเขื่อน กว้าง 8 เมตร ฐานเขื่อนตอนที่กว้างที่สุด 125 เมตร เก็บกัก น้ำ ได้ 430 ล้านลูกบาศก์เมตร ในเนื้อที่ประมาณ 5,960 ตารางกิโลเมตร โครงการลำปาวเป็นโครงการชลประทาน เพื่อการเกษตร และบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำปาวและน้ำชี ทดส่งและระบายน้ำในคลองซอยต่าง ๆ บริเวณใต้เขื่อนให้ประชาชนในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอยางตลาด และอำเภอกมลาไสย
  19. 20. พิพิธภัณฑ์สิรินทร์
  20. 21. พิพิธภัณฑ์สิรินทร์ ตั้งอยู่ที่เชิงภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์ - สหัสขันธ์ วัดนี้เป็นสถานที่ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก โดยซากกระดูกบางส่วนได้นำมาจัดแสดงที่ศาลาวัด มีการจัดนิทรรศการแสดงความเป็นมาของการเกิดไดโนเสาร์ยุคต่างๆ รวมทั้ง รูปภาพการขุดค้นพบซากกระดูกเหล่านี้ นอกจากนั้น ห่างจากศาลาวัดไปประมาณ 100 เมตร มีโครงกระดูกไดโนเสาร์ฝังอยู่ในพื้นดิน บริเวณเชิงเขา ได้รับการขุดแต่งโดยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณีเป็นซากกระดูกไดโนเสาร์ ชนิดซอโรพอต   ประมาณ 7 ตัว ซึ่งอยู่ในยุค ครีเทเชียส อายุประมาณ 130 ล้านปี และในพิพิธภัณฑ์ฯยังมีซากปลาโบราณพันธุ์ใหม่ของโลกซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์ซึ่งเป็นปลาน้ำจืด
  21. 22. ผ้าไหมแพรววา
  22. 23. ผ้าไหมแพรวา เป็นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านที่เป็นเอกลัษณ์ของชาวบ้านโพน ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นผ้าที่ทอด้วยฝีมือที่มีความ วิจิตรสวยงาม ของชาวบ้าน ซึ่งเป็นที่นิยมและต้องการของนักท่องเที่ยว หรือสุภาพสตรี คหบดีที่นิยม นำผ้าไหมแพรวาไปตัดเย็บเครื่องแต่งกาย จนกระทั่งผ้าไหมแพรวาได้สร้างชื่อเสียง ให้กับชาวกาฬสินธุ์ เป็นเมืองท่องเที่ยวในด้านสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน ดั่งคำขวัญ ของจังหวัดที่ว่า &quot; กาฬสินธุ์เมืองฟ้าแดดสงยาง โปงลางเลิศล้ำ วัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา &quot; ด้วยความสำคัญของผ้าไหมจึงถือว่าเป็นศิลปหัตถกรรม เป็นวัฒนธรรม ที่สำคัญ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงประทับพระทัย จึงทรงรับอุปการะ การทอผ้าไหมแพรวาเข้าโครงการ มูลนิธิศิลปาชีพ ทรงพัฒนาการทอผ้าไหมแพรวา ไปตัดฉลองพระองค์เพื่อเป็นแบบอย่างแก่ชาวไทย และชาวต่างประเทศผ้าแพรวา มักนิยมทอด้วยฝ้าย และด้ายไหม ถ้าทอด้วยด้ายฝ้าย เรียกชื่อว่า ผ้าแพรวา
  23. 24. จังหวัดกาฬสินธ์
  24. 26. บรรณนุกรม สารานุกรมเสรี . “ จังหวัดกาฬสินธุ์ .” 9 ธันวาคม 2553 . < http://th.wikipedia.org/wiki. > 11 ธันวาคม 2553. จังหวัดกาฬสินธุ์ . “ จังหวัดกาฬสินธุ์ .” 11 ธันวาคม 2553. < http://www.norsorpor.com/tags/. > 11 ธันวาคม 2553.
  25. 27. จบการนำเสนอ จัดทำโดย นายยุทธนา ไชยะโอชะ ชั้น ม . 5 / 3

×