Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
ชุมชนท้องถิ่น คือ ฐานการปฏิรูปประเทศไทย
ศาสตราจารย์ พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์
ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกาเมือง
อธิก...
ชุมชนท้องถิ่น คือ ฐานการปฏิรูปประเทศไทย
ศาสตราจารย์ พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์
ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกาเมือง
อธิก...
1
“ชุมชนท้องถิ่น คือ ฐานการปฏิรูปประเทศไทย”1
ศาสตราจารย์ พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์
สวัสดีครับท่านผู้มีเกียรติ ท่านที่ห่...
2
ภารกิจประการที่ 5 คือ ส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมประชาสังคม ชุมชนและ
ประชาชน ให้มีบทบาท ให้มีส่วนสาคัญในกา...
3
ความเปลี่ยนแปลง ทาให้รู้สึกว่า ไม่เป็นสุข จะเป็นทุกข์ จะห่วงใย แล้วที่จะหาคาตอบที่จะทาให้ความ
ห่วงใย พ้นไปนี่ครับ หาได้ย...
4
แต่ว่าชุมชนท้องถิ่นจะเข้ามามีบทบาทมากว่าจะสร้างพิพิธภัณฑ์เมืองอย่างไรครับ เป็นพิพิธภัณฑ์เมืองที่
ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประ...
5
เพราะฉะนั้น คาว่า ชุมชนท้องถิ่น ของผมจึงหมายนับรวมหมดนะครับ ทั้งชุมชนชนบท ชุมชนกึ่งชนบท
ชุมชนเมือง ชุมชนนคร ชุมชนมหานคร ...
6
ผู้แทนราษฎรด้วย และก็มีพระยามานวราชเสวี ก็เป็นคนสงขลา ทั้งสองคนนามสกุล ณ สงขลา ทั้งสอง
คนเป็นพี่น้องกัน พระยามานวราชเสวี...
7
โดยที่ภูมิศาสตร์ช่วยครับ จังหวัดตรังต่อกับจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ด้วยแม่น้าตรัง เดินบกจากตัว
จังหวัดตรังมาที่ทุ่งสงไม่ไก...
8
แนะนาหนังสือ การพัฒนาเมืองและท้องถิ่นไทย
ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
ยุวดี คาดการณ์ไกล บรร...
9
แนะนาวารสารพัฒนาเมืองออนไลน์ (FURD Cities Monitor)
ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต
อ่านและดาวน...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ชุมชนท้องถิ่น คือฐานการปฏฺิรูปประเทศ โดย ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์

682 views

Published on

ชุมชนท้องถิ่นล้วนแต่มีความสำคัญทั้งสิ้น ผมก็อยากจะสรุปในตอนสุดท้าย ว่าบ้านเราจะพัฒนา เราจะปฏิรูปประเทศ ไม่ว่าจะด้านการเมือง ไม่ว่าจะด้านสังคม ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจ ตรงไหนครับที่เป็นจุดสำคัญที่สุด ผมคิดว่าจุดสำคัญที่สุด ไม่ใช่รัฐ ไม่ใช่ราชการ ไม่ใช่แม้กระทั่งเอกชน หากอยู่ที่ ชุมชน ชุมชนท้องถิ่นหรือประชาสังคม หรือจะเรียกว่า ชุมชนท้องถิ่นก็ได้ อยู่ที่ประชาชน แต่ประชาชนนั้นเป็นคำใหญ่ คำกว้าง ผมว่าเราเน้นที่ชุมชนท้องถิ่นนั่นแหละถูกที่สุด

  • Be the first to comment

ชุมชนท้องถิ่น คือฐานการปฏฺิรูปประเทศ โดย ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์

  1. 1. ชุมชนท้องถิ่น คือ ฐานการปฏิรูปประเทศไทย ศาสตราจารย์ พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกาเมือง อธิการวิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ประธานที่ปรึกษาศูนย์ศึกษามหานครและเมือง
  2. 2. ชุมชนท้องถิ่น คือ ฐานการปฏิรูปประเทศไทย ศาสตราจารย์ พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกาเมือง อธิการวิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ประธานที่ปรึกษาศูนย์ศึกษามหานครและเมือง ที่ปรึกษา ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ บรรณาธิการ ยุวดี คาดการณ์ไกล กองบรรณาธิการ ณัฐธิดา เย็นบารุง อรุณ สถิตพงศ์สถาพร ถอดความ อุไรวรรณ แมะบ้าน ปก ณัฐธิดา เย็นบารุง รูปเล่ม ณัฐธิดา เย็นบารุง ปีที่เผยแพร่ มีนาคม 2561 เผยแพร่โดย ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้สนับสนุน สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  3. 3. 1 “ชุมชนท้องถิ่น คือ ฐานการปฏิรูปประเทศไทย”1 ศาสตราจารย์ พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ สวัสดีครับท่านผู้มีเกียรติ ท่านที่ห่วงใยปัญหาสุขภาพ ท่านที่ห่วงใย และอยากจะพัฒนาชาติ บ้านเมือง ผมได้มาพูดให้ทุกปี เป็นเวลา 4 - 5 ปี แล้ว มาทุกครั้งก็ตื่นเต้น เมื่อได้เห็นพลังของพวกเรา และได้คุยกับพวกเรา เมื่อกี้ก็ก่อนขึ้นมาได้คุยกับท่านที่มาจากอาเภอประทาย นครราชสีมา ได้ฟัง ความก้าวหน้าของชุมชนท้องถิ่น ในฐานะที่ผมเป็นประธาน กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ขอ เล่าให้ฟังเป็นการเริ่มต้นว่า การปฏิรูปด้านการเมืองนั้น มีภารกิจห้าประการด้วยกัน คือ ภารกิจประการที่ 1 คือ การเลือกตั้งที่สุจริต ยุติธรรม ให้มีพรรค มีนักการเมืองที่รับผิดชอบ ที่ นาเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ต่อประชาชน จะเป็นนโยบายที่รอบคอบ มีพรรคการเมืองที่ เป็นสถาบันหนึ่งของประเทศ กับเป็นพรรคการเมืองของมวลสมาชิก ไม่ใช่พรรคของคนไม่กี่คนหรือคนๆ เดียว ที่เรียกกันว่าเจ้าของพรรคเท่านั้น แล้วก็พรรคการเมืองนั้นก็จะดาเนินการต่างๆ ที่สอดรับกับ ปัญหาของประชาชน สอดรับกับความต้องการของประชาชน ภารกิจประการที่ 2 คือ มีวัฒนธรรมทางการเมือง ที่เป็นประชาธิปไตย มีประชาชนที่เป็น พลเมือง พร้อมๆ กับที่เป็นพระสกนิกรที่ดี มีจิตอาสา เสียสละ ให้บ้านเมือง ไม่ถามมากนักว่า “บ้านเมือง จะให้อะไรเรา” แต่จะถามมากขึ้นว่า “เราจะอาสาทาอะไรเพื่อบ้านเมืองบ้าง” ภารกิจประการที่ 3 คือ มี รัฐธรรมาธิปไตย มีสังคมธรรมาธิปไตย ประชาธิปไตยจะไม่ใช่แค่การ เลือกตั้ง ไม่ใช่แค่การประท้วง ไม่ใช่แค่การหย่อนบัตรเท่านั้น ต้องใช้ธรรมะทุกศาสนากากับ ต้องใช้ความ ดี ความงาม ความถูกต้องกากับ รัฐบาลต้องมีธรรมาภิบาล ราชการต้องมีธรรมาภิบาล ท้องถิ่นชุมชน ต้องมีธรรมาภิบาล ภารกิจประการที่ 4 คือ มีกลไกแก้ปัญหาความขัดแย้ง มิให้ความขัดแย้งลามปาม เป็นความ แตกหัก แตกแยก จนบ้านเมืองแทบจะพังทลาย ขัดแย้งกันได้ แต่จะต้องไปสู่ประโยชน์ส่วนรวมและด้วย สันติวิธีเท่านั้น 1 ถอดความจากปาฐกถาพิเศษ ในเวทีสานพลังชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิม แพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2561 จัดโดย เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ สานักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุข ภาวะ
  4. 4. 2 ภารกิจประการที่ 5 คือ ส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมประชาสังคม ชุมชนและ ประชาชน ให้มีบทบาท ให้มีส่วนสาคัญในการบริหารประเทศ ในการพัฒนาบ้านเมืองด้วยตนเอง ถ้า เป็นไปได้ ถามต่อไปว่า พลังของการปฏิรูป จะเป็นใคร ตอบอย่างหนึ่งก็คือ เป็นรัฐ เป็นราชการ เป็นกรม เป็นกระทรวง เป็นพรรค เป็นนักการเมือง แต่ผมอยากจะตอบแบบที่ 2 มากกว่าคือ พลังของการปฏิรูป อยู่ที่ชุมชน รวมทั้งชุมชนท้องถิ่น ประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาจจะภาคเอกชนด้วย แล้ว ก็พลเมือง ทาไมถึงเน้นเช่นนั้นในความคิดของผม เพราะว่าเราปกครองแบบประชาธิปไตยไงครับ หัวใจ สาคัญของการปกครองแบบประชาธิปไตยคือ ประชาชน ประชาชนนั้นไม่ได้ต้องการแค่เพียงการ ปกครองเพื่อประชาชนเท่านั้น แต่ยังต้องการการปกครองโดยประชาชน และการปกครองของประชาชน ด้วย ฉะนั้นชุมชนท้องถิ่นจึงเป็นเรื่องที่สาคัญ สาหรับผมแล้วถือว่าเป็นหัวใจของการปฏิรูปทีเดียว ชุมชนโดยทั่วไป ก็จะเป็นชุมชนท้องถิ่นอยู่แล้วครับ เพราะชุมชนที่ไม่ใช่ท้องถิ่นก็คือชาติเท่านั้น แต่ว่าด้วยการทางาน ถ้าเราจะอาศัยชาติทั้งชาติทางานก็จะไม่สะดวกแล้วก็จะห่างเหิน ติดๆ จะเป็น ทางการ แต่ถ้าเราเน้นที่ท้องถิ่นจะเป็นธรรมชาติกว่า ชุมชนท้องถิ่น เป็นจุดบรรจบของ ส่วนกลาง ส่วน ภูมิภาค แล้วก็ส่วนท้องถิ่นด้วยนะครับ ชุมชนท้องถิ่น หมายถึง ส่วนรวมที่ไม่ใช่รัฐ ส่วนรวมที่ไม่ใช่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนรวมที่ไม่ใช่กรม ไม่ใช่กระทรวงนะครับ ก็คือประชาชน จะเป็นประชาชน ทั่วไปหรือจะเป็นข้าราชการจะเป็นนักการเมืองมาร่วมด้วยก็ได้ แต่เมื่อมาร่วมแล้วก็จะไม่มีฐานะและ บทบาทของการเป็นข้าราชการหรือเป็นนักการเมือง จะเข้ามาในฐานะที่เป็นประชาชนผู้รักบ้าน รักเมือง รักท้องถิ่นร่วมกัน ชุมชนท้องถิ่นจะเป็นเจ้าภาพในการพัฒนา เป็นเจ้าของพื้นที่ในการพัฒนา ชุมชน ท้องถิ่นจะร่วมมือกับทุกๆฝ่ายได้ แล้วก็ควรจะร่วมมือ จะเป็นราชการก็ได้ จะเป็นฝ่ ายการเมืองก็ได้ จะ เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ได้ ชุมชนท้องถิ่นอาจจะไม่มีงบประมาณของตัวเอง แต่อาศัย งบประมาณของส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น หรืองบประมาณขององค์กรที่ไม่ใช่ส่วนราชการก็ได้ ชุมชนท้องถิ่นจะเป็นเจ้าภาพที่ถาวรจะอยู่กับพื้นที่นานแสนนาน ไม่ใช่ข้าราชการที่มาอยู่ไม่กี่เดือน ไม่กี่ ปีแล้วก็จากไป ไม่ใช่นักการเมืองที่มากับการเลือกตั้งและก็ไปกับการเลือกตั้ง ชุมชนท้องถิ่นจะต้องอยู่ ตลอดไป แล้วก็เป็นสมอง ต้องเตรียมพัฒนาชุมชนให้เป็นสมอง เป็นปัญญาของพื้นที่ เป็นเจ้าภาพอย่าง เดียวไม่พอนะครับ ต้องเป็นเจ้าภาพที่ ประสานงานเก่ง เป็นเจ้าภาพที่ให้เกียรติส่วนต่างๆ เป็นเจ้าภาพที่ มีสติปัญญา มีสมอง มีแผนการในการทางานระยะยาว ระยะปานกลาง ระยะสั้น และสุดท้ายชุมชน ท้องถิ่นมีผู้นาได้ ควรจะมีผู้นาด้วย แต่ก็ไม่ใช่ผู้นาชี้ขาดแต่อย่างเดียว แล้วก็ถ้าผู้นาคนหนึ่งหมดไป ผู้นา คนใหม่ๆก็ขึ้นมาสืบทอดได้ และที่สาคัญที่สุดก็คือความเป็นชุมชนครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมสรุปจากการได้ เห็นชุมชนท้องถิ่นในประเทศไทยที่ประสบความสาเร็จ มันประสบความสาเร็จได้เพราะสิ่งที่ผมกล่าวมา ท่านผู้มีเกียรติครับเวลาผมอยู่ที่กรุงเทพ เวลาที่ผมทางานกับส่วนกลาง รวมทั้งเขียนแผนปฏิรูป การเมือง จะทาให้เห็นแต่กรม กระทรวง รัฐบาล รัฐสภานักการเมืองเป็นหลัก ซึ่งจะทาให้ไม่ค่อยเห็น
  5. 5. 3 ความเปลี่ยนแปลง ทาให้รู้สึกว่า ไม่เป็นสุข จะเป็นทุกข์ จะห่วงใย แล้วที่จะหาคาตอบที่จะทาให้ความ ห่วงใย พ้นไปนี่ครับ หาได้ยากมาก แต่ 4 - 5 ปีหลัง ผมออกต่างจังหวัดแทบจะทุกเดือน แทบจะทุก อาทิตย์นะ ผมพบว่า เวลาอยู่ต่างจังหวัด ได้เห็นอะไรใหม่ๆ เห็นการเติบโต เห็นการความเบิกบาน เห็น ความสดใส ความสร้างสรรค์ และสิ่งต่างๆ ที่ผมเห็น มักจะเป็นผลงานของชุมชนท้องถิ่น จะขอเล่าให้ฟัง ไม่กี่แห่งกันนะครับ ที่ไปเห็นมาดีนะครับ เร็วๆนี้ ผมก็ไป หลายจังหวัด เช่น จังหวัดอุดรธานีครับ พวก เราหลายคนมาจากภาคอีสาน มาจากอุดรธานี ผมไปเยี่ยมอุดรธานีมา ก็ได้เห็น 4 อย่างด้วยกันนะครับ ซึ่งจะเชิญชวนพวกเราให้ไปดู ส่วนแรกก็คือ ทะเลบัวแดง ก็คือ หนองหานแต่เดิมเหละ เวลานี้หนองหาน ซึ่งมีบัวแดงขึ้นเต็มไปหมด แล้วก็ เรียกชื่อใหม่ว่า ทะเลบัวแดง เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับชาติไปแล้ว มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมา เที่ยวมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ มันเกิดจากชุมชนที่อยู่รอบๆ ทะเลบัวแดงนั่นแหละริเริ่มการท่องเที่ยวขึ้นมา มีผู้นาแต่จะต้องมีความเต็มใจ มีความร่วมมือของชุมชน ในหลายตาบล หลายอาเภอที่อยู่รอบทะเลบัว แดง ก็มีธุรกิจที่เกิดขึ้น คือ นาเรือพานักท่องเที่ยวออกไปเยี่ยมชมทะเลบัวแดง ไปดูบัวแดง ซึ่งเวลานี้ บอกว่าสวยไม่แพ้ที่ทะเลน้อยพัทลุงแล้ว ผมก็ไปเห็นมาทั้ง 2 ที่ ก็ยอมรับว่าทะเลบัวแดงที่อุดรนั้นสวย มากครับ นอกจากนั้นก็ยังมีธุรกิจ ที่พัก หรือที่เรียกว่าโฮมสเตย์นะครับ โดยชาวบ้านเป็นคนทา แล้วก็มี ธุรกิจขายของให้นักท่องเที่ยว ปีหนึ่งชาวบ้านได้เงินกันนะครับ หลายหมื่น หลายแสนต่อครัวเรือน จาก ทะเลบัวแดงครับ โดยที่ไม่ต้องไปรอให้การท่องเที่ยว ไม่ต้องไปรอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว ไปทา แต่ว่าชาวบ้านทากันเอง ทากันแบบเป็นชุมชน ทาเป็น วิสาหกิจชุมชนไปในตัว ร่วมมือกับ อบต.ด้วย แต่ อบต.ไม่ใช่หลัก ที่เป็นหลักก็คือชุมชนรอบทะเลบัวแดง ประการที่สองที่อุดร ที่ผมไปเห็นมาแล้วก็ตื่นตะลึงก็คือ ศาลเจ้าของชาวจีนที่อยู่ในเมืองอุดร ผม ไปดูชุมชนจีนมาหลายที่แล้วนะครับ ต้องยอมรับว่าศาลเจ้าพิพิธภัณฑ์ของชาวจีนที่อุดร จัดว่าดีที่สุดแห่ง หนึ่งของประเทศ ซึ่งเกิดจากชุมชนท้องถิ่นที่เป็นชุมชนชาวจีน ทาอย่างดีนะครับ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็น นักธุรกิจด้วย ก็มีฐานะทางการเงินที่ดี แต่ว่าลาพังแค่เป็นคหบดี แต่ถ้าไม่รวมกันเป็นชุมชน ไม่มีความรัก ในบรรพชน ที่เป็นจีนหรือมีวัฒนธรรมของบรรพชนจีนร่วมกัน ก็คงไม่เกิดเป็นศาลเจ้าพิพิธภัณฑ์ชาวจีน ที่สวยงามทันสมัยแบบนี้ ที่ผมพูดไปตอนต้นชุมชนท้องถิ่นทะเลบัวแดงอันนั้นก็เป็นคนพื้นที่แท้ๆ ที่ไม่ใช่ ชาวจีนแน่ๆ ส่วนในตัวเมืองชุมชนจีนเป็นชุมชนเมือง ที่เป็นลูกหลานชาวจีนครับ ท่านผู้มีเกียรติครับ ชุมชนท้องถิ่นเดี๋ยวท่านฟังไปเรื่อยๆ ท่านก็จะเห็น ไม่ว่าจะเป็นชุมชนท้องถิ่นที่เป็นกึ่งชนบท หรือว่า เมือง หรือว่านคร สามารถสร้างความรู้สึกที่เป็นชุมชน ช่วยกันพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างไม่ลาบาก อันที่ 3 ที่ผมไปเห็นที่อุดรนะครับ ก็คือพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ซึ่งได้มาจากการเอาอาคารเก่า สมัยรัชกาลที่ 6 อาคารราชินูทิศ ซึ่งเป็น อาคารเก่าที่สวยงามมาก มาทาเป็นพิพิธภัณฑ์ ในระยะเริ่มต้น จะมีอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนริเริ่ม แต่ในที่สุด แล้วชุมชนก็เข้ามาร่วม ชุมชนนี้ก็เป็นทั้งทุกชาติ ทุก ภาษาที่อยู่ในอุดร ตอนทีหลังก็มีเทศบาลอุดรมารับไปเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์ มีงบประมาณสนับสนุนให้
  6. 6. 4 แต่ว่าชุมชนท้องถิ่นจะเข้ามามีบทบาทมากว่าจะสร้างพิพิธภัณฑ์เมืองอย่างไรครับ เป็นพิพิธภัณฑ์เมืองที่ ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาด้วยนะครับ กล่าวถึงเมืองอุดรธานีตั้งแต่ สมัยมนุษย์โบราณ ไล่มาเรื่อยๆ จนถึงเมืองอุดร ที่กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม สร้างขึ้นมาเมื่อ 100 กว่า ปีที่แล้ว ก็น่าชมมาก รวมทั้งมีส่วนที่พูดถึงความสาคัญของเมืองอุดร เมืองอุดร ที่เคยเป็นที่ตั้งของกอง ทหารอเมริกันที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศ เศรษฐกิจของเมืองอุดรที่เจริญเฟื่องฟูขึ้นจากช่วงยุคสงคราม เวียดนาม ก็ทาให้คนเข้าชมมีความรู้ ความเข้าใจ มีความรักในเมืองอุดรธานี สิ่งเหล่านี้ถ้าจะอาศัยให้กรม ศิลปากรไปทา มันช้า สุดท้ายผมก็ได้เห็นงานที่อุดรอีกอย่าง คือ ประการที่ 4 สิ่งนี้ก็เกิดจากชุมชนชาวเมืองอุดรเป็นการทารถรางนาเที่ยวเมืองอุดรครับ รถรางจะ ไปเริ่มต้นที่ภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอุดร คือเซ็นทรัล แล้วก็ปล่อยรถรางไปรอบเมือง ซึ่งก็มี มัคคุเทศก์ อาสาสมัครกันส่วนใหญ่ที่เป็นอาจารย์ของราชภัฏเป็นต้น พานักท่องเที่ยวไปตามจุดต่างๆใน เมืองอุดร ซึ่งก็ทาให้รู้สึกว่าเมืองอุดรเป็นเมืองที่สาคัญมาก ปกติคนมาเที่ยวอุดรจะมาแบบชะโงกทัวร์ เสร็จแล้วก็ไม่รู้ว่ามันสาคัญอย่างไร รู้แต่ว่าอุดร เจริญดี แต่ด้วยความคึกคัก ความกระตือรือร้น ความ สร้างสรรค์ ความเบิกบาน ของชุมชนท้องถิ่น จึงทาให้อุดรต่อไปนี้มีความสาคัญขึ้น คนอยากจะไปเที่ยว อุดรมากวันขึ้น อยากไปพักผ่อนที่อุดรมากวันขึ้น พูดถึงตรงนี้แล้วก็ขอพูดไปถึงเมืองเชียงคานและเมือง น่านด้วย เชียงคานและน่าน ตอนนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับสาคัญของประเทศไปแล้ว เชียงคานเป็น อาเภอหนึ่งในจังหวัดเลย น่านเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือตอนบน การท่องเที่ยวที่เชียงคานและน่านมี ลักษณะทางวัฒนธรรมสูงนะครับ ออกแบบโดยชุมชนเชียงคาน ออกแบบโดยชุมชนน่าน แล้วก็เข้ามา กาหนดทิศทางของการท่องเที่ยว ไม่ได้ปล่อยให้การท่องเที่ยวที่เชียงคานและที่น่าน เป็นของธุรกิจ ท่องเที่ยวเท่านั้น ซึ่งอันนี้ผมก็ตื่นเต้นมาก อย่างที่จังหวัดน่าน ชุมชนที่นั่น ถือเป็นคาขวัญแล้วก็เป็นเข็ม ทิศชี้นาทางในการทาท่องเที่ยวก็คือว่าที่จังหวัดน่านนั้นจะไม่ปล่อยให้นักท่องเที่ยวมาเปลี่ยนวัฒนธรรม ของคนน่าน แต่คนน่านที่เข้มแข็งและภูมิใจพอจะเปลี่ยนวัฒนธรรมของนักท่องเที่ยวให้มาเป็นวัฒนธรรม แบบน่าน วันนี้การท่องเที่ยวที่ผ่านๆ มามันขาดพลังตรงนี้ กลายเป็นว่าที่ผ่านมามันเป็นการท่องเที่ยว ของธุรกิจท่องเที่ยว แต่ที่เชียงคานและน่าน เขาพยายามทา แล้วก็ทาได้สาเร็จทีเดียว ทาให้การ ท่องเที่ยวเป็นไปโดยชุมชน เป็นของชุมชนและก็เป็นเพื่อชุมชน เพื่อการท่องเที่ยว ต้องไม่ทาลาย วัฒนธรรมของชุมชน การท่องเที่ยวต้องไปเสริมความภาคภูมิใจ ในเชียงคาน ในน่าน และวกกลับไปที่ เมื่อกี้ ในอุดรด้วย ท่านผู้มีเกียรติ ขณะนี้ประเทศไทยกาลังกลายเป็นเมือง เป็นนคร และบางที่เป็นมหา นครมากขึ้นเรื่อยๆ กับกระแสนี้ผมเรียกว่ากระแส “นคราภิวัตน์ “ นครา แปลว่า เมือง ภิวัตน์ แปลว่า แผ่ ขยาย เรากาลังเป็น “นคราภิวัตน์” กันมากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ชุมชนท้องถิ่น จึงเป็นทั้งชุมชนที่ยังเป็นกึ่ง ชนบทอยู่นะครับ ส่วนชุมชนชนบทแท้ๆ นั้นผมว่าแทบจะไม่เหลือแล้วเวลานี้ อย่างน้อยๆ ก็เป็นกึ่งเมือง กึ่งชนบท แต่ขณะเดียวกันชุมชนเมือง ก็มากขึ้น โตขึ้น ขยายขึ้น ชุมชนนคร ก็โตขึ้น ขยายขึ้น
  7. 7. 5 เพราะฉะนั้น คาว่า ชุมชนท้องถิ่น ของผมจึงหมายนับรวมหมดนะครับ ทั้งชุมชนชนบท ชุมชนกึ่งชนบท ชุมชนเมือง ชุมชนนคร ชุมชนมหานคร ในนคราภิวัตน์ เราจะต้องให้ความสนใจไม่เฉพาะที่ความเป็น เมืองทางกายภาพเท่านั้น เราไม่ได้ตื่นเต้นที่มีเมือง มีนคร มีมหานครมากขึ้นครับ แต่เราจะต้องเอาการ เป็นเมือง เป็นนครมหานคร มาฝึกให้คนเป็นชุมชนให้มากขึ้น อาจจะเป็นชุมชนของทั้งเมือง ชุมชนของ ทั้งนคร แล้วก็อาจจะเป็นชุมชน ที่เป็นส่วนย่อยของเมือง ของนคร การเป็นชุมชนในนคราภิวัตน์ จะฝึก ให้คนรักส่วนรวม รักถิ่นฐานบ้านเกิด รักถิ่นที่ทางาน ไม่ใช่รักแต่ชาติเท่านั้น เราคนไทยถูกฝึกมาให้รัก ชาติ เราก็รักชาติ เราก็มีชาตินิยม ถูกต้องทั้งหมด แต่ว่าไม่พอ เราจะต้องรักถิ่นเราจะต้องรักบ้านเกิด เรา จะต้องรักท้องที่ ท้องถิ่น ที่เราอยู่ เราจะต้องรักเมืองที่เราอยู่ เราจะต้องรักนคร ที่เราอยู่ เราจะต้องมีถิ่น นิยม ภาคนิยม ท้องถิ่นนิยม เมืองนิยม นครนิยม มหานครนิยม และความรักที่เรามีต่อส่วนย่อยของชาติ จะต้องไม่มาทาให้ความรักที่มีต่อชาติของเราเสื่อมถอย หรือคลอนแคลน รักไปพร้อมพร้อมกันได้ทั้ง 2 ระดับ การที่เราฝึกตนเองให้รักส่วนรวม ให้รักบ้านเมือง ให้รักถิ่นฐาน ให้รักท้องถิ่น ในรูปของชุมชน จะ ทาให้เราเป็นประชาชนที่เข้มแข็ง เป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง จะทาให้เราคิดต่อการเมือง ว่าไม่ใช่การเลือก ผู้แทน การเลือกผู้นา การเลือกนาย การประท้วงนาย การประท้วงผู้แทน การประท้วงรัฐบาล เท่านั้นนะ ครับ แต่ว่าจะนาไปสู่ว่าทายังไง ชุมชนท้องถิ่นจะมีส่วนร่วม จะมีบทบาท โดยตรงและการพัฒนาให้มาก ขึ้น เราจะต้องมาถึงยุคที่ ชุมชนท้องถิ่นร่วมสร้างประเทศ ร่วมสร้างชาติ หลายสิบปีหรือเป็นร้อยปีที่ผ่าน มา ชาติและประเทศ มาช่วยสร้างท้องถิ่น ท้องที่ ชุมชนท้องถิ่น แต่ในปัจจุบันผมคิดว่าจะต้องกลับทิศกัน บ้างแล้ว จะต้องให้ชุมชนท้องถิ่นร่วมสร้างประเทศ โดยเริ่มต้นจากการสร้างท้องถิ่น ท้องที่ พื้นที่ของ ตนเองให้ดี หัวใจของนคราภิวัตน์ ก็คือ ความรัก ความภูมิใจ ในท้องถิ่น เห็นท้องถิ่นของตนมีค่า มี ความหมาย ซึ่งตรงนี้ก็ทาให้ผมคิดถึงอีก 2 จังหวัด ที่ผมได้ไปเยือนมาเมื่อเร็วๆนี้ คือ จังหวัดตรัง กับ จังหวัดสงขลา ผมได้เห็นคนสงขลา ตื่นเต้นตื่นตัว สนใจประวัติศาสตร์เมืองสงขลา แล้วก็เลือกที่จะอธิบาย เลือกที่จะนาเสนอประวัติศาสตร์เมืองสงขลา แบบที่ทาให้เกิด “สงขลานิยม” ในทางที่ถูกนะครับ เช่นมี การนาเอาโรงสีเก่า ที่เรียกว่าโรงสีแดง ซึ่งอยู่ในเขตเมืองเก่าของสงขลาขึ้นมาเป็นเวที เป็นสถาน ที่ของ การนาเสนอประวัติศาสตร์เมืองสงขลา ผมก็ไปฟังสักชั่วโมงหนึ่ง รู้สึกเลยครับว่า เมืองสงขลานี้จะ เรียกว่า “ธานีศรีประเทศไทย” ได้ครับ เพราะสาคัญเหลือเกิน เขาเล่าให้ฟังครับว่า เมืองสงขลา มีคน ดี คนเก่ง ระดับชาติอยู่เยอะทีเดียว ตั้งแต่หลวงพ่อทวด ประธานองคมนตรีเปรม ติณสุลานนท์ นะครับ บางคนก็จะเติมให้เร็วๆ นี้ก็ยังมี อาจารย์วิษณุ เครืองาม อาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อีกด้วย ก็ได้ใช่ ไหมครับ แล้วก็มีคนชี้อีกว่า มันไม่ใช่แค่นั้นนะครับ ประธานองคมนตรีที่เป็นคนสงขลาคนแรก ไม่ใช่พล เอกเปรม ติณสุลานนท์ หากคือ เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศร์ (จิตร ณ สงขลา) ท่านเป็นประธาน องคมนตรีในรัชกาลที่ 9 ถึง 2 ครั้ง สั้นๆ ก่อนหน้า พลเอกเปรม หลายสิบปี ฟังแล้วก็เมืองสงขลาเข้าท่า จริงๆ เจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศร์ ท่านไม่ได้เป็นแต่ประธานองคมนตรีเท่านั้น ท่านเป็นประธานสภา
  8. 8. 6 ผู้แทนราษฎรด้วย และก็มีพระยามานวราชเสวี ก็เป็นคนสงขลา ทั้งสองคนนามสกุล ณ สงขลา ทั้งสอง คนเป็นพี่น้องกัน พระยามานวราชเสวี เคยเป็นผู้สาเร็จราชการ สมัยต้นรัชกาลที่ 9 และก็เป็น ประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วย มีบางคนชี้อีกว่า รัชกาลที่ 3 ท่านก็มีสายเลือดสงขลา ถ้าพูดแบบ ชาวบ้านธรรมดา คือท่านเป็นลูกของเจ้าจอมมารดาเรียม ซึ่งเจ้าจอมมารดาเรียม เป็นชายา เป็นหม่อม ห้ามคนหนึ่งของรัชกาลที่ 2 ครับ แล้วก็เป็นแม่ของรัชกาลที่ 3 เจ้าจอมมารดาเรียม สืบเชื้อสายมาจาก สุลต่านเมืองสงขลา เพราะฉะนั้นรัชกาลที่ 3 คนสงขลาจะกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ ว่ารัชกาลที่ 3 ท่านมี สายเลือดสงขลา ส่วนรัชกาลที่ 4 ไม่มี แต่รัชกาลที่ 4 ท่านก็มีพระราชินี คือ กรมสมเด็จพระเทพศิรินท รามาตย์ ก็เป็นพระราชมารดาของรัชกาลที่ 5 แต่ท่านก็เป็นหลานปู่ของรัชกาลที่ 3 ด้วย ฉะนั้นจังหวัด สงขลาจึงกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่ารัชกาลที่ 5 ก็ทรงมีสายเลือดสงขลากัน ตั้งรัชกาลที่ 5 มีสายเลือด สงขลากันทั้งนั้น รัชกาลที่ 6 7 8 9 มีหมด แล้วก็ยังกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่าในสมัยที่ความ ขัดแย้งระหว่างคณะราษฎรกับพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เกิดขึ้นนั้นครับ หลังกบฏบวรเดช รัชกาลที่ 7 ท่านเสด็จไปพักอยู่ที่เมืองสงขลา เพื่อแสดงให้คณะราษฎร์ได้เห็น ให้ประชาชนไทยได้เห็น ว่าท่านไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับความขัดแย้ง ท่านไม่ได้มีส่วนอะไรกับกบฏบวรเดช ท่านลงไปอยู่ที่ สงขลาถึง 48 วัน ที่ตาหนักเขาน้อย ต่างๆ สิ่งที่ได้ฟังมาก็อาจจะมีความผิดพลาดอยู่บ้าง แต่ก็ฟังดูแล้ว คงถูกต้องนะครับ แต่ที่ว่าไม่น่าจะผิดพลาด คือคนที่เล่าไม่ใช่นักประวัติศาสตร์อาชีพ แต่เขาก็ภูมิใจ เหลือเกินในสงขลาของเขา ผมคิดว่าท้องถิ่นอื่นๆ ต้องเอาแบบอย่างคนสงขลา ต้องเลือกประวัติศาสตร์ และสร้างประวัติศาสตร์ของตนเองขึ้นมา จากข้อเท็จจริงนะครับ แต่จะต้องทาให้มุมมองของท้องถิ่นสูงส่ง ขึ้น มีความภูมิใจขึ้น อย่างเช่นสงขลา แต่ไม่ใช่สงขลาเท่านั้นที่ทาได้ดีนะครับ เชียงใหม่ก็ทาได้ดีมาก คน เชียงใหม่ คนลาพูน คนลาปาง ล้วนมีสานึกประวัติศาสตร์ เรื่องที่ว่าล้านนาในอดีตเคยเป็นบริเวณที่ สาคัญมากของประเทศ ถ้าไม่มีความร่วมมือของล้านนา รัตนโกสินทร์ก็ยังจะต้องเผชิญกับศึกจากพม่า อีกหลายหลายครั้ง กลับมาจากจังหวัดสุดท้ายที่ผมได้ไปเยือนมาก็คือจังหวัดตรัง ผมไปจังหวัดตรังไม่รู้กี่ครั้งแล้ว แต่ว่าไปจังหวัดตรังก็จะไปดูทะเล หรือว่าจะไปกินหมูย่างแล้วก็วนๆ ไปดูทิวทัศน์ที่มีอาคารต่างๆ เก่าๆ สวยงามตั้งอยู่บนที่สูง เนินๆ ต่าๆ นะครับ แต่ไปตรังเที่ยวนี้ ชุมชนท้องถิ่นที่ตรัง เขามีความก้าวหน้าขึ้น เยอะ เขารื้อฟื้นประวัติศาสตร์ตรัง และเผยแพร่ประวัติศาสตร์ตรัง ให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสชื่นชมด้วย ก็เลยได้รู้จัก พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) เจ้าเมืองตรัง คนสาคัญซึ่งปกครอง ตรังอยู่ 10 กว่าปีมากขึ้น ท่านผู้นามีตระกูลเป็น ณ ระนอง ท่านนี้ยังได้เป็นสมุหเทศาภิบาล มณฑลภูเก็ต ด้วยตระกูล ณ ระนอง ดูแลอีกหลายเมืองไม่ใช่เฉพาะเมืองตรังเท่านั้น ท่านผู้นี้ คือ ผู้ที่มีส่วนสาคัญที่นา ยางพารา จากมลายู มาปลูกที่ภาคใต้ของไทยและก็ทาให้ เมืองตรัง เป็นแหล่งการค้าที่สาคัญ ไปเมือง ตรังเที่ยวนี้ชุมชนท้องถิ่นก็ยังทาให้ผมได้เข้าใจว่าตรังกับนครศรีธรรมราช มันผูกพันกันมาก นครศรีธรรมราชอยู่ฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภาคใต้ แต่ว่านครศรีธรรมราชนั้นจะต้องมี ทางออกทะเลฝั่งอันดามันด้วย จะออกทะเลเฉพาะฝั่งอ่าวไทยไม่ได้ จะต้องออกทะเลทางอันดามันด้วย
  9. 9. 7 โดยที่ภูมิศาสตร์ช่วยครับ จังหวัดตรังต่อกับจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ด้วยแม่น้าตรัง เดินบกจากตัว จังหวัดตรังมาที่ทุ่งสงไม่ไกล และจากทุ่งสงก็จะอาศัยแม่น้าตรัง พาเรือ พาคน พาของ มาจนถึงที่กันตัง นะครับ ซึ่งเป็นที่ๆ ปากแม่น้าตรังไหลลงทะเล ฉะนั้นตรังมีบทบาทมาตั้งแต่สมัยโบราณ แล้วก็ที่ผมไปที่ ภาคใต้เที่ยวนี้ ก็ได้ไปเห็นพิพิธภัณฑ์ลูกปัด ซึ่งจะทาให้ผมได้เข้าใจว่าคาบสมุทรภาคใต้ว่าสาคัญมากๆ ไม่ใช่เฉพาะตรังกับสงขลาไม่ใช่เฉพาะกันตัง ไม่ใช่เฉพาะนครศรีธรรมราช แต่ว่ามันสาคัญทั้งคาบสมุทร เลย เพราะเราได้พบลูกปัด มีค่าเก่าแก่หลายพันปี หลายร้อยปี อยู่แทบทุกจังหวัดในคาบสมุทรภาคใต้ คาบสมุทรภาคใต้เป็นบริเวณที่สาคัญที่สุดแห่งหนึ่งของการเดินเรือทะเลโบราณ สมัยที่ยังไม่มีเรือกลไฟ เรือจักร ก็ใช้ใบเป็นเรือสาเภา ก็จะต้องเดินทางจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ผ่านคาบสมุทรภาคใต้ ถ่ายของ ถ่ายคน เดินข้าม ขนข้ามคาบสมุทรภาคใต้ ซึ่งใช้เวลาหลายวันหรือไม่กี่อาทิตย์ แล้วข้ามมาอีกฝั่งหนึ่ง แล้วก็นั่งเรือต่ออีกที่ฝั่งอันดามัน แล้วก็เดินทางไปสู่อินเดีย สู่เปอร์เซียหรืออิหร่าน หรือไปสู่ตะวันออก กลาง ในทางกลับกันถ้ามาจากทางตะวันตก คือมาจากเปอร์เซีย มาจากอิหร่าน มาจากอินเดีย จะต้องลง ที่ฝั่งอันดามัน แล้วก็ขนคน ขนของ ข้ามคาบสมุทรมาลงที่อ่าวไทย แล้วก็นั่งเรือที่อ่าวไทย ต่อไปยัง เวียดนาม เกาหลี จีน ญี่ปุ่น ในประวัติของหลวงจีนที่เดินทางจากประเทศจีนมาศึกษาธรรมะที่อินเดียและ ก็กลับจากการศึกษาธรรมะที่อินเดียแล้วกลับไปที่ประเทศจีน เขียนบันทึกเอาไว้ ว่าจะเดินทางกี่วันแล้วก็ จะมาเจอกับแผ่นดิน แล้วก็จะเดินข้ามแผ่นดินแคบแคบตรงนั้น แล้วก็จะไปเจอทะเลอีกทีหนึ่ง แล้วจะนั่ง เรือจากทะเลตรงนั้น เดินทางต่อ เพราะฉะนั้นคาบสมุทรภาคใต้ของไทยสาคัญมาก สาคัญต่อประเทศ สาคัญต่อเอเชียอาคเนย์ สาคัญต่อเอเชีย สาคัญต่อหลายทวีป อันนี้เป็นสิ่งที่ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนสาคัญ มากในการแสดงให้ความรู้ ผมเองได้ตระหนักในสิ่งนี้ ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคนถ้าได้ไปเยือนจังหวัดต่างๆ ที่ผมได้เอ่ยมาทั้งหมด ซึ่งก็มีหลายภาค ผมได้พูดถึงเชียงคาน เชียงคานอยู่อีสานนะครับ อยู่จังหวัดเลย น่านอยู่ภาคเหนือ นะครับ อุดรอยู่ภาคอีสาน ตรัง สงขลา นครศรีธรรมราช อยู่ภาคใต้ ชุมชนท้องถิ่นล้วนแต่มีความสาคัญทั้งสิ้น ผมก็อยากจะสรุปในตอนสุดท้าย ว่าบ้านเราจะพัฒนา เราจะปฏิรูปประเทศ ไม่ว่าจะด้านการเมือง ไม่ว่าจะด้านสังคม ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจ ตรงไหนครับที่เป็น จุดสาคัญที่สุด ผมคิดว่าจุดสาคัญที่สุด ไม่ใช่รัฐ ไม่ใช่ราชการ ไม่ใช่แม้กระทั่งเอกชน หากอยู่ที่ ชุมชน ชุมชนท้องถิ่นหรือประชาสังคม หรือจะเรียกว่า ชุมชนท้องถิ่นก็ได้ อยู่ที่ประชาชน แต่ประชาชนนั้นเป็น คาใหญ่ คากว้าง ผมว่าเราเน้นที่ชุมชนท้องถิ่นนั่นแหละถูกที่สุด ทาไมถึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะเรา ปกครองแบบประชาธิปไตย และระบอบประชาธิปไตย ประชาชนไม่ใช่เป็นเพียงผู้รับนโยบาย ไม่ใช่เป็น เพียงผู้รับผลประโยชน์ ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ที่เดือดร้อนจากนโยบาย ไม่ใช่เป็นเพียงผู้ประท้วงรัฐบาลที่ไม่ดี แต่ประชาชน คือ เจ้าของประเทศ ถ้าเจ้าของประเทศ มีความตื่นรู้ มีความตื่นตระหนัก มีความ กระตือรือร้น มีความเฉลียวฉลาดมีภูมิปัญญา นั่นแหละครับ คือ ประเทศไทยที่เป็นประชาธิปไตย ที่มี พระมหากษัตริย์เป็นประมุขจะยั่งยืนมั่นคง
  10. 10. 8 แนะนาหนังสือ การพัฒนาเมืองและท้องถิ่นไทย ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ยุวดี คาดการณ์ไกล บรรณาธิการ ศ.ดร.อานันท์ กาญจนพันธ์ ศ.เดชา บุญค้า ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ สนใจติดต่อ 1. Facebook Page : ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง 2. โทร 02-938-8826 เวลาราชการ ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์
  11. 11. 9 แนะนาวารสารพัฒนาเมืองออนไลน์ (FURD Cities Monitor) ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต อ่านและดาวน์โหลดฟรี ที่เว็บ furd-rsu.org - วารสารการพัฒนาเมือง Vol.1 ว่าด้วยเรื่องวัฒนธรรมของเมือง และนาเสนอการพัฒนาระบบและกลไกพัฒนา เมืองของลาปาง - วารสารการพัฒนาเมือง Vol.2 ว่าด้วยแนวคิดการพัฒนาเมือง Placemaking และนาเสนอเมืองสายบุรี เป็น ตัวอย่างเมืองที่พัฒนาเมืองแบบ Placemaking - วารสารการพัฒนาเมือง Vol.3 ว่าด้วยแนวคิด มุมมอง และตัวอย่างการขับเคลื่อนสู่การเป็นสมาร์ทซิตี้ทั้งใน ไทยและต่างประเทศ - วารสารการพัฒนาเมือง Vol.4 ว่าด้วยเรื่องการพัฒนาเมืองหางโจว ประเทศจีน ที่สามารถรักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรมได้ - วารสารการพัฒนาเมือง Vol.5 ว่าด้วยแนวคิดเมืองสร้างสรรค์ที่ใช้วัฒนธรรมของเมืองเป็นหัวใจสาคัญในการ สร้างเศรษฐกิจเมือง - วารสารการพัฒนาเมือง Vol.6 ว่าด้วยเรื่องสุขภาวะคนเมือง และการใช้ชีวิตของคนในเมืองใหญ่ Vol.1 Vol.2 Vol.3 Vol.4 Vol.5 Vol.6

×