Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

รายงาน "ทรัพยากรสำคัญสำหรับการพัฒนาเมืองสงขลา"

1,486 views

Published on

เมืองสงขลาเป็ นเมืองที่มีความส าคัญยิ่งในจังหวัดสงขลา เนื่องจากเป็ นเมืองแห่งการศึกษา ศู นย์
รวมของหน่วยงานราชการ และแหล่งท่องเที่ยงเชิงธรรมชาติ เชิงประวั ติศาสตร์ และเชิงวัฒนธรรม โดย
หากพิจารณาทรัพยากรของเมืองสงขลาที่เป็ น “ทุ น” ส าหรับการพัฒนาเมืองแล้ว สามารถแบ่งออกได้เป็ น 4 ทุนหลักคือ

Published in: Education
  • Be the first to comment

รายงาน "ทรัพยากรสำคัญสำหรับการพัฒนาเมืองสงขลา"

  1. 1. ทรัพยากรสาคัญ สาหรับการพัฒนาเมืองสงขลา สินาด ตรีวรรณไชย กฤตยา สังข์เกษม และ ปพิชญา แซ่ลิ่ม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รายงานฉบับสมบูรณ์
  2. 2. คานา รายงานฉบับสมบูรณ์เรื่อง “ทรัพยากรสาคัญสาหรับการพัฒนาเมืองสงขลา” นี้ เป็นรายงานสรุปจาก “โครงการจัดเวทีวิชาการเพื่อการจัดการความรู้อนาคตเมืองสงขลา” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากแผนงานนโยบาย สาธารณะเพื่อการพัฒนาอนาคตของเมือง (นพม.) โดยเนื้อหาในรายงานฉบับนี้ ส่วนใหญ่มาจากการจัดเวที วิชาการฯ ดังกล่าว รวมถึงมีบางส่วนที่ผู้เขียนได้ค้นคว้าเพิ่มเติม ผู้เขียนขอขอบคุณ คุณยุวดี คาดการณ์ไกล กรรมการและเลขานุการของ นพม. ที่ให้โอกาสในการทา โครงการนี้ ขอขอบคุณ ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ศ.ดร.อานันท์ กาญจนพันธุ์ รศ.ดร.จานง สรพิพัฒน์ คุณทนงศักดิ์ วิกุล ผศ.ดร.ยงธนิศร์ พิมลเสถียร และคณะกรรมการกากับทิศทางของ นพม. ที่ช่วยให้คาแนะนา อันมิอาจประเมินค่าได้ในประเด็นเนื้อหาที่สาคัญของรายงาน ผู้เขียนขอขอบคุณคณาจารย์สาขาเศรษฐศาสตร์และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สาหรับคาแนะนาและความช่วยเหลือในการจัดเวทีฯ ขอขอบคุณเป็นพิเศษสาหรับ ผศ.กัลยาณี พรพิเนตพงศ์ และดร.ศักดิ์ชัย คีรีพัฒน์ สาหรับการเป็นที่ปรึกษาของโครงการ ผู้เขียนขอขอบคุณวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่สละเวลามาร่วมให้ความรู้ในเวทีวิชาการ รวมถึงขอขอบคุณผู้ที่ ให้ข้อมูลประกอบและความช่วยเหลือต่าง ๆ ขอขอบคุณครอบครัวของผู้เขียนที่เป็นกาลังใจและให้การสนับสนุน การทุ่มเทเวลาให้การทางานในสิ่งที่รัก ท้ายที่สุดนี้ หากมีข้อบกพร่องประการใดปรากฏอยู่ในรายงานนี้ ผู้เขียน ขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ผู้เขียน สินาด ตรีวรรณไชย กฤตยา สังข์เกษม และ ปพิชญา แซ่ลิ่ม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 6 กรกฎาคม 2558
  3. 3. สารบัญ บทสรุปสาหรับผู้บริหาร........................................................................................................................................i บทนา..................................................................................................................................................................1 กรอบการวิเคราะห์..............................................................................................................................................4 1. ทุนทรัพยากรธรรมชาติ...............................................................................................................................5 2. ทุนทางกายภาพ.......................................................................................................................................10 3. ทุนทางวัฒนธรรม....................................................................................................................................14 4. ทุนทางสังคม............................................................................................................................................18 5. บทสรุปและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย.......................................................................................................26 เอกสารอ้างอิง..................................................................................................................................................32 ภาคผนวก ก สรุปสาระสาคัญจากเวทีวิชาการแต่ละครั้ง..................................................................................34 การพัฒนาอนาคตเมืองสงขลา: มิติสถาปัตยกรรมและผังเมือง .....................................................................35 การพัฒนาอนาคตเมืองสงขลา: มิติด้านภูมิศาสตร์กายภาพและนิเวศวิทยา..................................................42 การพัฒนาอนาคตเมืองสงขลา :มิติด้านสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ..........................................................46 การพัฒนาอนาคตเมืองสงขลา :มิติด้านรัฐศาสตร์ .........................................................................................53 ภาคผนวก ข จานวนนักเรียนและนักศึกษา ปีการศึกษา 2554 ในจังหวัดสงขลา..............................................64 ภาคผนวก ค จานวนหน่วยงานราชการในจังหวัดสงขลา.................................................................................65 ภาคผนวก ง ข้อเสนอแนะการพัฒนาเมืองของวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิจากการจัดเวทีฯ...............................66
  4. 4. : i บทสรุปสาหรับผู้บริหาร เมืองสงขลาเป็นเมืองที่มีความสาคัญยิ่งในจังหวัดสงขลา เนื่องจากเป็นเมืองแห่งการศึกษา ศูนย์รวมของ หน่วยงานราชการ และแหล่งท่องเที่ยงเชิงธรรมชาติ เชิงประวัติศาสตร์ และเชิงวัฒนธรรม โดยหากพิจารณา ทรัพยากรของเมืองสงขลาที่เป็น “ทุน” สาหรับการพัฒนาเมืองแล้ว สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ทุนหลักคือ หนึ่ง ทุนทรัพยากรธรรมชาติ ที่สาคัญคือ ชายหาดสมิหลา ชายหาดชลาทัศน์ คลองสาโรง และบริเวณ ฝั่งที่ติดกับปากทางเข้าทะเลสาบสงขลา โดยเฉพาะชายหาดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สาคัญของเมือง ประชาชนมาใช้ ประโยชน์โดยการพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของเมือง แต่ที่ผ่านมาได้มีการสร้างสิ่งก่อสร้าง ไปรบกวนธรรมชาติก่อให้เกิดการทาลายชายหาด ตัวอย่างที่ชัดเจนคือบริเวณหาดชลาทัศน์ตั้งแต่บริเวณเก้าเส้ง ขึ้นไปทางทิศเหนือ ซึ่งมีการรบกวนชายหาดโดยการสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่รุกล้าลงไป เช่น บ่อสูบน้าเสีย ของเทศบาลเมืองสงขลา รวมถึงการสร้างเขื่อนกันคลื่น เป็นการทาลายความสวยงามของหาดทรายและเสีย งบประมาณไปเป็นจานวนมากโดยที่ไม่สามารถแก้ปัญหาการกัดเซาะได้ เพราะในทางวิชาการแล้วการรักษาหาด ทรายที่ดีที่สุดคือการไม่สร้างสิ่งก่อสร้างรบกวนลงไปบริเวณชายหาด ในส่วนทะเลสาบสงขลาที่อยู่ทางตะวันตก ปริมาณสัตว์น้าในทะเลสาบมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่เครื่องมือประมงในทะเลสาบมีเป็นจานวนมากเกินไป ได้มี ความพยายามแก้ปัญหาโดยนโยบายการจัดระเบียบเครื่องมือประมงและโครงการขุดลอกทะเลสาบในแนวร่องน้า แต่ก็ยังมีคาถามถึงความคุ้มค่าของโครงการเนื่องจากใช้งบประมาณดาเนินการสูงและอาจมีงบประมาณผูกพันใน การบารุงรักษามากอีกด้วย สอง ทุนกายภาพ เนื่องจากพื้นที่ประมาณ 70% ของเมืองสงขลาเป็นของราชการ ทาให้เมืองสงขลามี จานวนหน่วยงานราชการมากที่สุดในจังหวัด มีมหาวิทยาลัยถึง 3 แห่ง ในแง่นี้ ทุนกายภาพทั้งในแง่อาคาร สถานที่และงบประมาณจึงมีอยู่มาก และเมืองสงขลายังเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่มีงบประมาณสูง อยู่เสมอมา เช่น การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้หรือเซาเทิร์นซีบอร์ด การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจสงขลา-สตูล การพัฒนาเขตเศรษฐกิจปีนัง-สงขลา จากแผนงานการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย อินโดนีเซีย – มาเลเซีย – ไทย (IMT-GT) เป็นต้น แต่ทุนกายภาพที่อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นที่สุดของเมืองสงขลาก็คือ สถาปัตยกรรม เมืองเก่าสงขลา ที่มีสถาปัตยกรรมทั้งแบบไทย จีน ชิโน-โปตุกีส และตะวันตก อันมีคุณค่ามากต่อการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม รวมถึงความสุขของคนท้องถิ่นที่ต้องการรักษาวิถีชีวิตและสถานที่เก่าแก่ที่เป็นรากเหง้า สาม ทุนวัฒนธรรม หากนิยามทุนวัฒนธรรมว่าหมายถึงนัยทางวัฒนธรรมที่ถูกใช้ประกอบในการผลิต สินค้าและบริการ หรือทุนวัฒนธรรมคือการใช้วัฒนธรรมเป็น “ทุน” ในการผลิตสินค้าและบริการแล้ว ตัวอย่าง ของวัฒนธรรมที่ถูกใช้เป็นทุนวัฒนธรรมที่เห็นเด่นชัดจึงได้แก่ จารีตขนบธรรมเนียมประเพณี ระบบความเชื่อและ
  5. 5. : ii ศรัทธา ระบบคุณค่า บรรทัดฐานทางจริยธรรม แบบแผนการดาเนินชีวิต แบบแผนการบริโภค แบบแผนการ พักผ่อนหย่อนใจ การแต่งกาย การละเล่นและกีฬา วรรณกรรมและสิ่งพิมพ์ และศิลปะ เมืองสงขลาถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมอันหลากหลายตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา โดยมีความเป็น “พหุวัฒนธรรม” ซึ่งสิ่งที่เป็นทุนวัฒนธรรมที่มีความสาคัญทางเศรษฐกิจและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ได้แก่ (1) อาหาร การกิน เช่น ต้มใส่ไส้ เต้าคั่ว ข้าวสตูบ่อยาง สัมปันนี ไอศกรีมไข่แข็ง ซาลาเปาเกียดฟั่ง ขนมไข่เตาถ่าน ขนมบอก เป็นต้น (2) ความเชื่อและประเพณี เช่น การทาบุญเดือนสิบ งานประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว งาน สมโภชปู่ทวดหัวเขาแดงซึ่งเป็นงานที่มีการกราบไหว้ทวดหุ่มที่เป็นชาวมุสลิมด้วย แสดงถึงการหลอมรวมเป็นพหุ วัฒนธรรมในทางความเชื่อและประเพณี (3) ศิลปะ เช่น ศิลปะที่ถูกใช้ในสถาปัตยกรรมย่านเมืองเก่า ทั้งตัว อาคารและการตกแต่งอาคารทั้งภายในและภายนอก ที่เป็นศิลปะทั้งไทย จีน มลายู และตะวันตก นอกจากนี้ใน ปัจจุบัน ยังมีการใช้ศิลปะร่วมสมัยมาใช้ในการปรับปรุงอาคารและภูมิทัศน์ในย่านเมืองเก่าสงขลา เพื่อทาให้ ประชาชนเห็นคุณค่าในความงามอีกทั้งยังได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวด้วย เช่น การบูรณะโรงสีแดง หับ โห้ หิ้น การสร้างประติมากรรม การวาดภาพผนังตึกเก่าแนวสตรีทอาร์ต เป็นต้น สี่ ทุนทางสังคม หากนิยามทุนทางสังคมว่าหมายถึง ความสัมพันธ์ทางสังคมหรือคุณค่าทางสังคมที่เรา สามารถเรียกเอาผลประโยชน์หรือบรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้ จากการจัดเวทีวิชาการที่ผ่านมา อาจพอสรุปได้ ว่าเป้าหมายที่สาคัญคือเรื่องของการผลิตสินค้าและบริการซึ่งเป็นเรื่องทางเศรษฐกิจ และอีกเป้าหมายคือการที่ผู้ อยู่อาศัยในเมืองมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีมีความสุข ความสัมพันธ์ทางสังคมในลักษณะองค์กรหรือ เครือข่ายส่งเสริมเป้าหมายดังกล่าวนั้นขึ้นอยู่กับภาคส่วนที่วิเคราะห์ กล่าวคือ ภาคส่วนรัฐบาลรวมถึงราชการ ส่วนภูมิภาคเน้นการพัฒนาในเชิงโครงสร้างพื้นฐาน โครงการเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทั้งในแง่พื้นที่และงบประมาณ ภาคส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีจุดร่วมกับรัฐบาลในเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโครงการ เศรษฐกิจขนาดใหญ่ แต่ส่วนหนึ่งจาเป็นต้องเน้นแก้ปัญหาท้องถิ่นด้วย เช่น เศรษฐกิจท้องถิ่น ความเป็นอยู่ ชุมชน แออัด ฟื้นฟูและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น สถาปัตยกรรมเก่า และแหล่งโบราณสถาน เป็นต้น ส่วนภาค ประชาชนมีจุดเน้นที่วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณีวัฒนธรรม การผลักดันเมืองเก่าสงขลาสู่มรดกโลก การสร้าง สานึกพลเมือง และการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น ภาคีคนรักเมืองสงขลา สงขลาฟอรั่ม เป็นต้น จากที่กล่าวมานี้ จุดร่วมที่สาคัญของทั้งสามภาคส่วนคือเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องฟื้นฟูและอนุรักษ์ วัฒนธรรมท้องถิ่น เพียงแต่ภาคประชาชนมองไปที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มาจากรากฐานของเมือง เช่น การ ท่องเที่ยวและการค้าขายเชิงพาณิชย์ในสภาพแวดล้อมที่ดีและมีการฟื้นฟูและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นในระยะ ยาว ต่างกับรัฐบาลและราชการส่วนภูมิภาคที่เน้นโครงการขนาดใหญ่ หลายครั้งโครงการเหล่านั้นนอกจากจะมิได้ สอดคล้องกับทรัพยากรของเมืองแล้ว ยังทาลายทุนทรัพยากรที่สาคัญของเมืองที่เป็นฐานการท่องเที่ยวที่สาคัญ
  6. 6. : iii ด้วย เช่น การสร้างสิ่งรบกวนและโครงสร้างแข็งบนชายหาด การใช้งบประมาณในโครงการขนาดใหญ่ที่มี ผลประโยชน์สุทธิไม่ชัดเจน ซึ่งมีค่าเสียโอกาสอย่างสูงต่อการนาเงินงบประมาณส่วนหนึ่งเหล่านั้นมาใช้พัฒนา เมืองสงขลา เช่น การขุดลอกทะเลสาบหรือการสร้างสิ่งรบกวนชายหาดด้วยงบประมาณนับพันล้านบาทแทนที่จะ นางบประมาณมาบารุงรักษาปรับปรุงย่านเมืองเก่าที่มีความทรุดโทรมให้ดีขึ้น ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทาง วัฒนธรรมหรือใช้ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันเมืองเก่าสงขลาสู่มรดกโลก เป็นต้น การที่หน่วยงาน ส่วนกลางไม่มีทิศทางเดียวกับความต้องการของคนเมืองสงขลาเป็นภาพย่อของภาพใหญ่จากปัญหาการกระจาย อานาจสู่ท้องถิ่นของประเทศไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชาวเมืองมิได้มีอานาจพื้นฐานทางอานาจหน้าที่ และอานาจทางการคลังในการจัดการทรัพยากรของเมือง ทั้ง ๆ เป็นผู้ใช้ประโยชน์และรับภาระความล้มเหลวของ โครงการพัฒนาต่าง ๆ ในแง่นี้ กฎ ระเบียบข้อบังคับ กฎหมายที่ยังไม่มีการกระจายอานาจหน้าที่และอานาจ ทางการคลังในเรื่องการพัฒนาเมืองจึงยังไม่เป็นทุนทางสังคมที่ดีเช่นกันสาหรับภาคประชาชน กล่าวโดยสรุปก็คือ ทุนทรัพยากรธรรมชาติ ทุนกายภาพในเชิงสถาปัตยกรรมและโบราณสถาน โบราณวัตถุ และทุนวัฒนธรรม เป็นรากฐานสาคัญของเมืองสงขลา แต่ทุนทางสังคมที่ส่งเสริมในการใช้และรักษา ทุนเหล่านี้ยังไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การรวมศูนย์อานาจทั้งการการกาหนดนโยบายและการคลัง รวมถึง รูปแบบการใช้งบประมาณที่เน้นหน่วยงาน นาไปสู่โครงการใช้งบประมาณที่ไม่ตอบโจทย์ทุนที่เป็นรากฐานของ เมือง และไม่คานึงถึงค่าเสียโอกาสของงบประมาณในการนาไปใช้ในทางอื่นที่ตอบโจทย์ของพื้นที่ได้มากกว่า กรณี การขุดลอกทะเลสาบและการสร้างสิ่งก่อสร้างรบกวนชายหาดด้วยงบประมาณรวมกว่าพันล้านบาทเป็นประจักษ์ พยานได้เป็นอย่างดี ข้อเสนอแนะสาหรับการพัฒนาเมืองสงขลาที่สาคัญที่ได้จากการจัดเวที คือ (1) แนวทางพัฒนาเมืองของ ทั้งรัฐบาลส่วนกลาง องค์กรปกครองท้องถิ่น และภาคประชาชนจาเป็นต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้ โครงการต่าง ๆ เป็นไปในทิศทางเดียวกันและลดโครงการที่ทาลายทุนทรัพยากรของเมือง (2) แนวคิดทางการ พัฒนาเมืองที่น่าจะเหมาะสมกับการผลักดันเมืองสงขลาสู่มรดกโลกคือ แนวคิด “เมืองภูมิทัศน์ทางประวัติศาสตร์ (historic urban landscape)” เนื่องจากเป็นแนวคิดของ UNESCO ใช้เมื่อปี ค.ศ.2011 เป็นแนวคิดที่ไม่ได้เน้น มองแต่การตั้งพื้นที่เมืองเก่า หรือเรื่องขอบเขต แต่สนใจว่าเมืองนั้นมีการเชื่อมโยงระหว่างคน พื้นที่ การวางแผน และตัดสินใจอย่างไร (3) การก่อสร้างสิ่งก่อสร้างรบกวนชายหาดเพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะเป็นการสิ้นเปลือง งบประมาณโดยไม่จาเป็น จึงสมควรยุติเพราะไม่สามารถแก้ปัญหาการกัดเซาะได้ (4) การใช้งบประมาณ จาเป็นต้องคานึงถึงค่าเสียโอกาส เนื่องจากมีการใช้งบประมาณในโครงการขนาดใหญ่กว่าพันล้านบาท โดยที่ ผลประโยชน์สุทธิไม่ชัดเจนและไม่สอดคล้องกับทุนทรัพยากรของเมืองสงขลา (5) มีความจาเป็นต้องผนวกการใช้ ที่ดินในส่วนที่รัฐเป็นเจ้าของให้สอดคล้องกับแผนการพัฒนาเมืองที่ตกลงร่วมกัน เนื่องจากพื้นที่กว่า 70% ของ
  7. 7. : iv เมืองสงขลาเป็นของภาครัฐซึ่งถูกจากัดจากกฎหมายควบคุมต่าง ๆ น้อยกว่าที่ดินของเอกชน และการตัดสินใจ ลักษณะการใช้ประโยชน์ขึ้นอยู่กับหน่วยงานและราชการส่วนกลาง ทาให้หากต้องการใช้ที่ดินของรัฐดังกล่าวเพื่อ การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนจาเป็นต้องรวมประเด็นดังกล่าวนี้ด้วย (6) มีความจาเป็นต้องสร้างสานึกพลเมืองให้กับ ผู้คนที่มาใช้ประโยชน์จากเมืองสงขลา ให้ตระหนักและรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของเมือง เนื่องจากเมืองสงขลามี ประชากรแฝงจานวนกว่า 70% จากการที่เป็นแหล่งรวมของหน่วยงานราชการและสถานศึกษา รวมถึงส่วนหนึ่ง มีการย้ายเข้ามาของแรงงานไทยและต่างด้าว จึงทาให้สัดส่วนคนท้องถิ่นที่เกิดในเมืองสงขลามีน้อยกว่า ซึ่งเป็น การยากลาบากต่อคนสงขลาดั้งเดิมในการกดดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและรัฐบาลส่วนกลางสนับสนุน โครงการที่สอดคล้องและไม่ทาลายทุนของเมืองสงขลา ข้อเสนอแนะที่กล่าวถึงมาทั้งหมดนี้ แสดงให้ให้ถึงความซับซ้อนของการจัดการเมืองได้เป็นอย่างดี โดย พื้นฐานผู้ที่เกี่ยวข้องจาเป็นต้องมีเป้าหมายร่วมกันว่าต้องการให้เมืองมีลักษณะอย่างไร รวมถึงจาเป็นต้องมีพื้นที่ ให้กับความแตกต่างหลากหลาย การมีส่วนร่วมของประชาชนจึงเป็นเรื่องสาคัญ นอกจากนี้ เมื่อได้เป้าหมาย ร่วมกันแล้ว อานาจในการกาหนดนโยบายและการใช้งบประมาณจาเป็นจะต้องกระจายลงสู่ท้องถิ่น เพื่อลด ปัญหาการเกิดโครงการที่ไม่สอดคล้องหรือทาลายทรัพยากรของเมืองได้ ปัญหาการจัดการเมืองสงขลาจึงเป็น ภาพสะท้อนของการบริหารแบบรวมศูนย์ที่สร้างปัญหาให้กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน หากจะมีข้อเสนอที่ สาคัญที่สุดสาหรับการพัฒนาเมืองสงขลาอย่างยั่งยืนแล้ว ก็น่าจะเป็นข้อเสนอแนะถึงความจาเป็นต้องปรับเปลี่ยน การกาหนดนโยบายการพัฒนาจากรูปแบบของ Top-down และเน้นการใช้งบประมาณของหน่วยงาน มาเป็น การกาหนดนโยบายการพัฒนาตามโจทย์ของพื้นที่โดยการมีส่วนร่วมกาหนดจากภาคประชาชนอย่างสาคัญ โดย หน่วยงานส่วนกลางมีหน้าที่สนับสนุนมิใช่เป็นผู้กาหนดและปฏิบัติงานหลักโดยที่มีความขัดแย้งกับประชาชนใน ท้องถิ่นเสียเอง เพราะนั่นแสดงถึงการพัฒนาเมืองที่สร้างปัญหามากกว่าการมุ่งพัฒนาให้เมืองมีทรัพยากรที่สาคัญ ไว้ใช้อย่างมีคุณภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
  8. 8.  1 ทรัพยากรสาคัญสาหรับการพัฒนาเมืองสงขลา บทนา ในทางประวัติศาสตร์ เมืองสงขลาเริ่มต้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 22 - 24 โดยมีสถานที่ตั้งเมืองโดย ลาดับพัฒนาการ 3 แห่ง ได้แก่ เมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดง เมืองสงขลาฝั่งแหลมสน และเมืองสงขลาฝั่งบ่อยาง (เมืองสงขลาในปัจจุบัน) อย่างไรก็ตาม ในรายงานฉบับนี้จะเน้นไปที่เมืองสงขลาฝั่งบ่อย่าง ซึ่งในปัจจุบันอยู่ใน บริเวณอาณาเขตของเทศบาลนครสงขลา ส่วนเมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดงและเมืองสงขลาฝั่งแหลมสนนั้น ปัจจุบัน อยู่ในเขตอาเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เมืองสงขลาในอดีตและปัจจุบัน ที่มา: วุฒิชัย เพ็ชรสุวรรณ (รูปซ้าย) และเทศบาลนครสงขลา (รูปขวา) เดิมที เมืองสงขลาเมืองท่าที่มีการค้าขายคึกคัก มีความเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางการปกครองและ เศรษฐกิจ ภายหลังจากเกิดการปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อมีการสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ มี การเชื่อมต่อทางคมนาคม สร้างทางหลวง ระบบไปรษณีย์โทรเลข เรือเมล์ สร้างทางรถไฟ ได้มีการกาหนดให้ หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ มีการสร้างชุมทางรถไฟหาดใหญ่เชื่อมต่อกับกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ ใน ภาคใต้รวมถึงประเทศมาเลเซีย ทาให้หาดใหญ่กลายเป็นศูนย์กลางการค้าขายที่สาคัญที่สุดของภาคใต้แทนที่เมือง สงขลา เมืองสงขลาแหลมสน เมืองสงขลาหัวเขาแดง เมืองสงขลาบ่อยาง
  9. 9.  2 ในปัจจุบัน เมืองสงขลายังเป็นเมืองที่มีความสาคัญในจังหวัดสงขลา เนื่องจากเป็นเมืองแห่งการศึกษา ศูนย์รวมของหน่วยงานราชการ และแหล่งท่องเที่ยงเชิงธรรมชาติเชิงประวัติศาสตร์และเชิงวัฒนธรรม จากข้อมูล ปี 2544 อาเภอเมืองสงขลามีจานวนนักเรียนนักศึกษาเป็นจานวน 63,363 คน ซึ่งสูงที่สุดในจังหวัดสงขลา1 เพราะเป็นอาเภอที่มีสถานศึกษาอยู่เป็นจานวนมากในทุก ๆ ระดับการศึกษา อีกทั้งยังมีมหาวิทยาลัยอยู่ถึง 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย หน่วยงานราชการส่วนใหญ่ในจังหวัดสงขลาก็ตั้งอยู่ที่อาเภอเมืองสงขลามากที่สุดคือ 89 แห่ง2 หน่วยงานราชการ สาคัญที่รับบริการจากประชาชนทั่วไปล้วนมีที่ตั้งอยู่ที่อาเภอเมืองสงขลาทั้งสิ้น เช่น สานักงานขนส่ง ศาลปกครอง ศาลากลาง สถานกงสุลใหญ่มาเลเซีย สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐ อินโดนีเซีย เป็นต้น นอกจากนี้ เมืองสงขลายังมีแหล่งท่องเที่ยวจานวนมากและหลากหลาย ทั้งในเชิงธรรมชาติ เช่น แหลมสมิหลา ซึ่งรูปปั้นนางเงือกเป็นสัญลักษณ์ เป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่แวะเวียนกัน มาพักผ่อนหย่อนใจกันไม่ขาดสาย นอกจากนี้ยังมี หาดชลาทัศน์ เกาะยอ เกาะหนู เกาะแมว ฯลฯ อีกด้วย ส่วน แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และเชิงวัฒนธรรม เช่น ย่านเมืองเก่าสงขลา บริเวณถนนนครนอก นครใน และ ถนนนางงาม ซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นโดยเฉพาะการอาศัยอยู่ร่วมกันของ 3 เชื้อชาติ คือ ไทย-พุทธ จีน และมุสลิม ซึ่งได้สะท้อนออกมาในรูปแบบของสถาปัตยกรรมโบราณที่ยังคงอนุรักษ์ไว้อยู่จนถึงทุกวันนี้ และเขาตังกวน ซึ่ง บนยอดเขามีเจดีย์และตาหนักที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 อีกทั้งยังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองสงขลาและ ทะเลสาบสงขลาได้อย่างชัดเจนอีกด้วย นอกจากนี้สถานที่สาคัญก็เช่น เก้าเส้ง ประติมากรรมพญานาคพ่นน้า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา วัดมัชฌิมาวาส (วัดกลาง) ฯลฯ ด้วยเหตุนี้เมืองสงขลาจึงนับได้ว่าเป็นเมืองแห่ง แหล่งท่องเที่ยงเชิงธรรมชาติ เชิงประวัติศาสตร์และเชิงวัฒนธรรม ลักษณะดังกล่าวนี้ แสดงให้เห็นถึงการมีทุน ทางทรัพยากรธรรมชาติ ทุนทางวัฒนธรรม และทุนทางสังคมของเมืองสงขลาได้เป็นอย่างดี จากที่กล่าวมาข้างต้น เมืองสงขลาจึงเป็นเมืองที่มีความน่าสนใจมาก เพราะมีพัฒนาการมาอย่างยาวนาน และเป็นเมืองที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติและสถานที่สาคัญเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเป็นจานวนมาก ผู้วิจัยโดยการสนับสนุนของแผนงานนโยบายสาธารณะเพื่อการพัฒนาอนาคตของเมือง (นพม.) จึงมีความสนใจ ในการศึกษาเรื่องการพัฒนาเมืองสงขลา โดยโจทย์หลักสาหรับรายงานฉบับนี้คือ เมืองสงขลามีทุนสาหรับการ พัฒนาเมืองที่สาคัญใดบ้าง การพัฒนาเมืองรวมถึงทิศทางหรือเป้าหมายการพัฒนาเมืองที่เกิดขึ้นได้สอดคล้องกับ ทุนของเมืองเหล่านี้หรือไม่ ซึ่งข้อมูลสาคัญสาหรับการวิเคราะห์ได้มากจากโครงการจัดเวทีวิชาการเพื่อการจัดการ ความรู้อนาคตเมืองสงขลา ซึ่งเป็นการจัดเวทีวิชาการระหว่างนักวิจัยกับผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาในมิติที่เกี่ยวข้อง 1 ดูตารางในภาคผนวก ข 2 ดูตารางในภาคผนวก ค
  10. 10.  3 กับการพัฒนาอนาคตเมืองสงขลา3 ได้แก่ สถาปัตยกรรม ภูมิศาสตร์กายภาพและนิเวศวิทยา ประวัติศาสตร์ สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา และรัฐศาสตร์ ในขั้นตอนต่อไปของการวิจัยในอนาคตจึงจะเน้นประเด็นการศึกษา การพัฒนาเมืองสงขลาสู่การเป็นเมืองที่น่าอยู่ ยั่งยืน รักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจน สถาปัตยกรรม วิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของเมืองต่อไป แผนภาพขอบเขตการวิจัย โครงสร้างของรายงานฉบับนี้ ในส่วนแรก จะกล่าวถึงกรอบการวิเคราะห์ “ทุน” ของเมืองสงขลาในมิติ ต่าง ๆ รวมถึงเป้าหมายของการพัฒนาเมือง ส่วนถัดไปจะเป็นการนาเสนอและวิเคราะห์ทุนแต่ละประเภท และ ส่วนสุดท้ายเป็นบทสรุปและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 3 เนื่องจากผู้วิจัยเป็นนักเศรษฐศาสตร์โดยอาชีพ จึงมิได้มีการจัดเวทีในมิติเศรษฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์จานวนไม่ น้อยใช้มุมมองทางเศรษฐศาสตร์เป็นหลัก
  11. 11.  4 กรอบการวิเคราะห์ หากมองเมือง ๆ หนึ่งเป็นเสมือนหน่วยผลิต เราอาจสามารถพิจารณาได้ว่า เมืองหรือผู้คนในเมืองก็ผลิต สินค้าและบริการเช่นเดียวกัน แน่นอนว่าสินค้าและบริการย่อมมีความหลากหลาย เช่น ร้านอาหาร บริการขนส่ง บริการการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ บริการการศึกษา เป็นต้น การจะผลิตสินค้าและบริการได้ก็จาเป็นต้อง อาศัยปัจจัยการผลิต ไม่ว่าจะเป็นแรงงาน ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ ทุน และผู้ประกอบการ สินค้าหรือ บริการแต่ละชนิดย่อมมีความต้องการปัจจัยการผลิตที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ ปัจจัยการผลิตบางอย่างไม่ จาเป็นต้องจ่ายก็สามารถเข้าถึงการใช้ประโยชน์ได้ เช่น ทะเลสาบ ชายหาด และสภาพแวดล้อม เป็นต้น กล่าวสาหรับเมืองสงขลา อาจกล่าวได้ว่า การผลิตที่สาคัญของเมืองสงขลาได้แก่เรื่องการศึกษา การ บริหารราชการ การท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ท่าเทียบเรือ และการพาณิชย์ ในส่วนของเมืองโดย ภาพรวม คงไม่เป็นที่กังขาว่า ผู้คนในเมืองต่างต้องการคุณภาพชีวิตที่ดี ผ่านการมีสิ่งแวดล้อมที่สะอาด มี สาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่มีคุณภาพดี และมีความสุขในการดาเนินชีวิต ในรายงานฉบับนี้ จึงจะเน้นวิเคราะห์ว่า เมืองสงขลามีปัจจัยที่สาคัญใดบ้างที่เกื้อหนุนต่อการผลิตหลัก และคุณภาพชีวิตในเมืองดังกล่าว จากที่เกริ่นมาข้างต้น เราสามารถแบ่งประเภทของทรัพยากรที่สาคัญของเมือง สงขลาได้ 4 ประเภท อันได้แก่ ทุนทรัพยากรธรรมชาติ ทุนกายภาพ ทุนวัฒนธรรม และทุนทางสังคม
  12. 12.  5 1. ทุนทรัพยากรธรรมชาติ เมืองสงขลามีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่สาคัญอยู่ 3 ประการ หนึ่งคือชายหาดสมิหลาและชายหาด ชลาทัศน์ สองคือคลองสาโรงซึ่งอยู่ทางตอนใต้ และสามคือฝั่งที่ติดกับปากทางเข้าทะเลสาบสงขลา สามภูมิ ประเทศหลักนี้ล้อมรอบตัวเมืองสงขลาหรือเขตเทศบาลนครสงขลาไว้ ตรงส่วนใกล้หาดสมิหลามีเขาตังกวนซึ่งบน ยอดเขามีเจดีย์และตาหนักที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ภูมิประเทศของเมืองสงขลา ที่มา: สมบูรณ์ พรพิเนตพงศ์ ลักษณะทางภูมิประเทศเช่นนี้ ทาให้เมืองสงขลาเป็นเมืองชายฝั่งที่มีความสวยงามทางภูมิประเทศ เพราะเป็นเมืองสองทะเล คือติดกับทะเลสาบสงขลาซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตก และติดกับทะเลอ่าวไทยทางทิศ เกาะหนูท่าเรือนาลึกสงขลา หาดชลาทัศน์ เกาะยอ คลองสาโรง เก้าเส้ง แหลมสนอ่อน หาดสมิหลา ปากทางเข้า ทะเลสาบสงขลา เขาตังกวน
  13. 13.  6 ตะวันออก นอกจากนี้ยังมีหาดสมิหลาและหาดชลาทัศน์ที่มีความสวยงามของหาดทราย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ สาคัญของเมืองสงขลา ประชาชนมาใช้ประโยชน์โดยการพักผ่อนหย่อนใจรวมถึงการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของเมือง อย่างสม่าเสมอ ยิ่งไปกว่านั้น อ่าวไทยและทะเลสาบสงขลายังเป็นแหล่งจับสัตว์น้าของชาวประมง เป็นแหล่ง อาหารที่สาคัญแห่งหนึ่งสาหรับเมืองสงขลาอีกด้วย ในส่วนของเมืองสงขลาฝั่งด้านตะวันตก โดยส่วนใหญ่ถูกใช้ เป็นท่าเทียบเรือประมงขนาดเล็ก ทางด้านตะวันออกของเมืองสงขลาที่เป็นลักษณะชายหาดยาวที่สวยงามนั้น ที่ผ่านมาได้มีการสร้าง สิ่งก่อสร้างไปรบกวนธรรมชาติก่อให้เกิดการทาลายชายหาด ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือบริเวณหาดชลาทัศน์ตั้งแต่ บริเวณเก้าเส้งขึ้นไปทางทิศเหนือ ซึ่งมีการรบกวนชายหาดโดยการสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่รุกล้าลงไป เช่น บ่อสูบน้าเสียของเทศบาลเมืองสงขลา รวมถึงสร้างเขื่อนกันคลื่น ซึ่งเมื่อสร้างไปแล้วสิ่งที่ตามมาส่งผลกระทบเป็น ลูกโซ่จนปัจจุบัน4 แนวหาดบางส่วนเต็มไปด้วยกาแพงหิน กระสอบทราย และสิ่งก่อสร้างต่างๆ สารพัดรูปแบบ ทาลายความสวยงามของหาดทรายและเสียงบประมาณไปเป็นจานวนมากโดยที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะ ในทางวิชาการแล้วการรักษาหาดทรายที่ดีที่สุดคือการไม่สร้างสิ่งก่อสร้างรบกวนลงไปบริเวณชายหาด5 (1) หาดชลาทัศน์บริเวณแหลมสมิหลา (2) หาดชลาทัศน์บริเวณเก้าเส้ง (ปี 2543) 4 จากการสารวจโดยภาพถ่ายทางอากาศระหว่างปี 2538, 2545 และปี 2553 พบว่า ชายหาดชลาทัศน์ถูกกัดเซาะประมาณ 23 ไร่ คิดเป็นปริมาตรประมาณ 70,000 ลบ.เมตร และตั้งแต่สร้างบ่อสูบน้าเสียที่ชายฝั่งบ้านเก้าเส้ง หากนับตั้งแต่ปี 2544-2553 รวม 10 ปี ชายหาดชลาทัศน์ถูกกัดเซาะคิดเป็นอัตรา 2.3 ไร่/ปี คิดเป็นปริมาตรราว 7,000 ลบ.ม/ปี (ดู มนตรี ไชยขาว และ วัน ชัย สุทธิพงค์ (2556)) 5 ดูเอกสารวิชาการ งานวิจัย ภาพถ่าย รวมถึงความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับการรักษาชายหาดได้ที่เว็บไซต์ของ Beach Watch Network (http://www.bwn.psu.ac.th/)
  14. 14.  7 (3) หาดสมิหลา (4) รูปปั้นเงือกทองบริเวณแหลมสมิหลา (5) บริเวณปากทะเลสาบ (6) เขาตังกวน (7) ภาพเมืองสงขลาจากยอดเขาตังกวน (มองไปทางทิศใต้) ที่มา: ภาพที่ (1) - (2) จาก Beach Watch Network, ภาพที่ (3) - (4) จาก เทศบาลนครสงขลา, ภาพที่ (5) - (7) จาก ผู้วิจัย
  15. 15.  8 (8) บ่อสูบน้าเสีย (9) เขื่อนหิน (10) กระชุกหิน (11) กระสอบทราย ที่มา: รูปที่ (8) - (11) จาก Beach Watch Network ทางด้านตะวันตกของเมืองสงขลาจะติดกับทะเลสาบ ซึ่งตัวทะเลสาบมีความเชื่อมโยงกับการพัฒนาเมือง สงขลาในเชิงของแหล่งอาหาร การสัญจรทางน้า และการพักผ่อนหย่อนใจ ดังนั้น ทรัพยากรสัตว์น้าที่มีความอุดม สมบูรณ์ในทะเลสาบสงขลารวมทั้งพื้นที่ด้านนอกทะเลสาบสงขลาที่เป็นส่วนติดกับชายฝั่งหากมีความอุดม สมบูรณ์ จะเป็นการหล่อเลี้ยงประชาชนในพื้นที่ในเมืองสงขลาได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ปริมาณสัตว์น้าใน ทะเลสาบสงขลามีแนวโน้มลดลง ในขณะที่เครื่องมือประมงในทะเลสาบมีเป็นจานวนมากเกินไป6 และส่วนหนึ่ง มาจากการที่ทะเลสาบสงขลามีอัตราตกตะกอนค่อนข้างสูง ในประเด็นดังกล่าวนี้ ได้มีแนวทางที่จะแก้ไขผ่านการ ปล่อยสัตว์น้าลงสู่ทะเลสาบ การควบคุมและปรับปรุงคุณภาพน้า รวมถึงการมีนโยบายที่จะทาการขุดลอก ทะเลสาบ เพื่อให้มีการฟื้นฟูของทรัพยากรสัตว์น้าให้มีปริมาณมากขึ้น นอกเหนือจากนั้นก็อาจจะช่วยในการ ระบายน้าและการคมนาคมขนส่งทางน้า นอกจากนี้ ยังมีนโยบายการจัดระเบียบเครื่องมือประมงในแนวร่องน้า เนื่องจากพื้นที่ในร่องน้าทะเลสาบในปัจจุบันมีเครื่องมือประมงกีดขวางร่องน้าอยู่ทาให้การสัญจรไม่สะดวก และ ตัวสัตว์น้าที่ผ่านไหลเข้าออกก็จะไปติดในเครื่องมือประมงประเภทนี้ บางครั้งเป็นสัตว์น้าขนาดเล็กวัยอ่อนซึ่งก็ไม่ เป็นการอนุรักษ์สัตว์น้า อย่างไรก็ตาม โครงการขุดลอกทะเลสาบนี้ใช้งบประมาณมหาศาลกว่าพันล้านบาท7 ทา ให้มีคาถามถึงความคุ้มค่าของการขุดลอก เนื่องจากจาเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งการขุดลอก การนาตะกอนไปทิ้งใน ที่ห่างไกล และการบารุงรักษาร่องน้าที่ขุดลอก ซึ่งถูกคาดหมายว่าต้องมีค่าใช้จ่ายผูกพันอีกเป็นจานวนมาก 6 ดู Kunlayanee et al. (2007) 7 จากเอกสารประกอบการประชุมสัมมนาและรับฟังข้อคิดเห็นฯ โครงการขุดลอกร่องน้าร่องกลางทะเลสาบสงขลาตอนล่าง เมื่อ วันที่ 12 ธันวาคม 2557 ประมาณการค่าใช้จ่ายของโครงการนี้อยู่ที่ 1,362 ล้านบาท และผู้ดาเนินการคือกรมเจ้าท่า
  16. 16.  9 การรักษาสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะชายหาดไม่ให้ถูกทาลายเป็นประเด็นซึ่งชาวสงขลาให้ความสาคัญ จากการสารวจและวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ของกลุ่มตัวอย่างในอาเภอเมืองสงขลาพบว่า8 กลุ่มตัวอย่างให้ ความสาคัญกับการฟื้นฟูแหล่งมรดกธรรมชาติของเมืองสงขลากรณีหาดชลาทัศน์ให้มีสภาพดีขึ้นกว่าสถานการณ์ ปัจจุบัน โดยมีความเต็มใจที่จะจ่ายเฉลี่ยเพื่อให้มีระดับคุณภาพดีมากเท่ากับ 1,382 บาท/ปี และคุณภาพระดับดี เท่ากับ 653 บาท/ปี สาหรับทัศนคติของประชาชนเขตอาเภอเมืองจังหวัดสงขลาพบว่า ผู้ให้สัมภาษณ์ต้องการให้ มีการอนุรักษ์แหล่งมรดกทางธรรมชาติและแหล่งมรดกทางสถาปัตยกรรมของเมืองสงขลาไว้ให้คงอยู่เพื่อเก็บไว้ ให้คนรุ่นหลังมากที่สุดถึงร้อยละ 75 และร้อยละ 58 ของผู้ตอบตามลาดับ และแหล่งธรรมชาติที่ต้องการการ อนุรักษ์ไว้ตามลาดับความสาคัญคือ หาดสมิหลา หาดชลาทัศน์ และทะเลสาบสงขลา 8 ดู ไชยวัฒน์ วัฒนะธีระภาพวงศ์ และ ยสินทร สินศุภเศวต (2558)
  17. 17.  10 2. ทุนทางกายภาพ หากนิยามทุนกายภาพว่าหมายถึงสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องจักร อาคาร โรงเรือน เพื่อใช้ประกอบการผลิตสินค้าหรือบริการ9 ก็คงเป็นการยากในการวัดว่าเมืองสงขลามีทุนกายภาพอยู่ มากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม เราอาจพิจารณาโดยกว้าง ๆ ผ่านตัวแปรอื่น ๆ ที่อาจสื่อถึงปริมาณทุนกายภาพ ของเมืองได้ เช่น ดูจากจานวนหน่วยงานราชการและงบประมาณ โดยเฉพาะงบลงทุน ดูจากอาคารสถานที่หรือ สถาปัตยกรรมที่สาคัญ โดยเฉพาะที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสาคัญ เป็นต้น จากที่กล่าวถึงแล้วในบทนา เมืองสงขลามีจานวนหน่วยงานราชการมากที่สุดในจังหวัด มีมหาวิทยาลัย ถึง 3 แห่ง ทาให้ที่ดินส่วนใหญ่จึงเป็นของราชการ ในแง่นี้ ทุนกายภาพทั้งในแง่อาคารสถานที่และงบประมาณจึง มีอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตาม ความที่ราชการเป็นเจ้าของที่ดิน เครื่องมือเครื่องใช้ และสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้มีทั้ง ข้อดีข้อเสีย ข้อดีคือโดยหลักการแล้วสาธารณะสามารถใช้ประโยชน์ได้ ข้อเสียคือเป็นการยากที่จะหาจุดร่วมใน การใช้ประโยชน์โดยเฉพาะการกาหนดแผนและการใช้งบประมาณตามความต้องการของท้องถิ่น เนื่องจากหน่วย ราชการภูมิภาคมีสังกัดและรับผิดรับชอบตลอดจนการกาหนดแผนงานที่แตกต่างกันกับองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น เช่น เทศบาลนครสงขลาและองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา10 นอกจากนี้ สงขลายังคงได้รับทุนในเชิง งบประมาณโครงการขนาดใหญ่เสมอมา เช่น การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้หรือเซาเทิร์นซีบอร์ด การ พัฒนาพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจสงขลา-สตูล การพัฒนาเขตเศรษฐกิจปีนัง-สงขลา จากแผนงานการพัฒนาเขตพัฒนา เศรษฐกิจ 3 ฝ่าย อินโดนีเซีย – มาเลเซีย – ไทย (IMT-GT) เป็นต้น11 ทุนกายภาพที่อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของเมืองสงขลาก็คือ สถาปัตยกรรมเมืองเก่าสงขลา12 รวมถึง โบราณสถานและโบราณวัตถุ ซึ่งเป็นทุนกายภาพที่สาคัญมากต่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม รวมถึงความสุขของ คนท้องถิ่นที่ต้องการรักษาวิถีชีวิตและสถานที่เก่าแก่ที่เป็นรากเหง้า โดยถนนที่สาคัญในย่านเมืองเก่าสงขลา คือ บริเวณถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม ศรุตม์ เพชรสกุลวงศ์ และ นาถนเรศ อาคาสุวรรณ (2554) ได้แบ่งสถาปัตยกรรมย่านเมืองเก่าสงขลา ตามหน้าที่การใช้งานออกเป็น 4 ประเภทคือ 1) บ้านเรือนไทย ซึ่งใช้สาหรับพักอาศัย 2) อาคารห้องแถว ซึ่งใช้สาหรับพักอาศัยและการพาณิชย์ โดยลักษณะสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลจาก สถาปัตยกรรม 4 แบบคือ สถาปัตยกรรมแบบไทย สถาปัตยกรรมแบบจีน สถาปัตยกรรมแบบชิโน- 9 ดู ภราดร ปรีดาศักดิ์ (2556) 10 ในแง่ของทุนของเมืองจากงบประมาณ เทศบาลนครสงขลามีงบประมาณรายจ่ายปี 2558 ประมาณ 569 ล้านบาท ในขณะที่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลามีงบประมาณรายจ่ายปี 2558 ประมาณ 1,316 ล้านบาท 11 ดู สินาด ตรีวรรณไชย, ปพิชญา แซ่ลิ่ม, และ กฤตยา สังข์เกษม (2557) 12 ดู ศรุตม์ เพชรสกุลวงศ์ และ นาถนเรศ อาคาสุวรรณ (2554) สาหรับงานศึกษาสถาปัตยกรรมในเขตเมืองเก่าสงขลาโดย ละเอียด
  18. 18.  11 โปตุกีส และสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก พบมากบริเวณถนนนครนอก ถนนนครใน และถนน นางงาม 3) ศาสนสถาน เช่น ศาลเจ้า ศาลหลักเมือง มัสยิด โบสถ์และวิหารของวัด 4) สิ่งก่อสร้างสาคัญทางประวัติศาสตร์อื่น ๆ เช่น กาแพงเมือง พิพิธภัณฑ์พธามรงค์ อาคาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา เป็นต้น แผนที่ย่านเมืองเก่าสงขลา ที่มา: ดัดแปลงจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (รูปซ้าย) ดัดแปลงจาก Google Maps (รูปขวา)
  19. 19.  12 อาคารห้องแถวบริเวณย่านเมืองเก่า ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง โรงสีแดง หับ โห้ หิน วัดมัชฌิมาวาส มัสยิดอุสาสนอิสลาม (มัสยิดบ้านบน) ที่มา: เทศบาลนครสงขลา (ยกเว้นรูปมัสยิดโดยวุฒิชัย เพชรสุวรรณ)
  20. 20.  13 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา พิพิธภัณฑ์พธ้ามรงค์ ประตูเมืองเก่า ก้าแพงเมืองเก่า ที่มา: เทศบาลนครสงขลา สถาปัตยกรรมย่านเมืองเก่าเหล่านี้ได้รับการยกย่องว่าทรงคุณค่าและมีความโดดเด่น ทาให้มีความ พยายามที่จะผลักดันให้เมืองเก่าสงขลาเป็นเมืองมรดกโลก โดยมีภาคประชาชนผลักดันเป็นสาคัญ อันจะกล่าวถึง ต่อไป
  21. 21.  14 3. ทุนทางวัฒนธรรม การที่จะเข้าใจถึงทุนวัฒนธรรม (cultural capital) จาเป็นต้องเข้าใจสินค้าวัฒนธรรม (cultural products) การจะเข้าใจสินค้าวัฒนธรรมจาเป็นต้องเข้าใจการฝังตัวของวัฒนธรรม (cultural embodiment) ในตัวสินค้าและบริการด้วยอีกทอดหนึ่ง หากนิยามวัฒนธรรมว่าคือวิถีการดาเนินชีวิตตามปกติ สินค้าและบริการหลายอย่างที่มีการปรุงแต่งโดย มนุษย์จึงมีลักษณะการฝังตัวของวัฒนธรรมอยู่ด้วย เช่น ข้าวย่อมมีวัฒนธรรมการกินข้าวซึ่งแตกต่างกับสเต็กซึ่งมี วัฒนธรรมการกินสเต็กฝังอยู่ด้วย ชุดโสร่งและผ้านุ่งย่อมมีวัฒนธรรมการนุ่งห่มฝังตัวอยู่แตกต่างกับชุดกิโมโน เป็นต้น ดังนั้น การที่เราบริโภคสินค้าและบริการ สิ่งที่ได้มาจึงมิได้มีแต่ความพึงพอใจจากการบริโภคเท่านั้น หากแต่ยังได้วัฒนธรรมที่ฝังอยู่ในตัวสินค้ามาด้วย สินค้าหรือบริการหนึ่ง ๆ อาจมีนัยเกี่ยวกับวัฒนธรรมชัดเจน ในขณะที่ประเภทอื่น ๆ อาจจะไม่ เช่น อาหารท้องถิ่นมีนัยของวัฒนธรรมการกินที่เด่นชัดกว่าผักผลไม้สดตาม ธรรมชาติ เป็นต้น ในแง่นี้ สินค้าวัฒนธรรมจึงเป็นสินค้าและบริการที่มีการฝังตัวของวัฒนธรรม (cultural embodiment) อยู่นั่นเอง13 จากที่กล่าวมา เราจึงสรุปได้ว่า ทุนวัฒนธรรม จึงหมายถึงนัยทางวัฒนธรรมที่ถูกใช้ประกอบในการผลิต สินค้าและบริการ พูดให้ง่ายขึ้นก็คือ ทุนวัฒนธรรมคือการใช้วัฒนธรรมเป็น “ทุน” ในการผลิตสินค้าและบริการ นั่นเอง ตัวอย่างของวัฒนธรรมที่ถูกเป็นทุนวัฒนธรรมที่เห็นเด่นชัดได้แก่ จารีตขนบธรรมเนียมประเพณี ระบบ ความเชื่อและศรัทธา ระบบคุณค่า บรรทัดฐานทางจริยธรรม แบบแผนการดาเนินชีวิต แบบแผนการบริโภค แบบแผนการพักผ่อนหย่อนใจ การแต่งกาย การละเล่นและกีฬา วรรณกรรมและสิ่งพิมพ์ และศิลปะ ส่วน ตัวอย่างของสินค้าและบริการวัฒนธรรม ได้แก่  บริการสื่อมวลชน เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์  บริการการศึกษา เช่น โรงเรียน มหาวิทยาลัย การศึกษาออนไลน์  บริการอาหารและภัตตาคาร เช่น อาหารและเครื่องดื่ม  บริการสันทนาการ เช่น ดนตรี ภาพยนตร์ กีฬา การละเล่น สถานเริงรมย์ หากใช้กรอบการวิเคราะห์ทุนวัฒนธรรมที่กล่าวมานี้ในการพิจารณาทุนวัฒนธรรมของเมืองสงขลา วัฒนธรรมที่เป็นจุดเด่นสาคัญและถูกใช้ประกอบการผลิตสินค้าและบริการเกิดเป็นสินค้าวัฒนธรรมนั้น อาจ สามารถเรียกอย่างกว้าง ๆ ได้ว่าคือ “พหุวัฒนธรรม” เพราะเมืองสงขลาเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมอันหลากหลาย ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมา พหุวัฒนธรรมของเมืองสงขลาได้แก่ 13 ดู รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ (2546) สาหรับการอธิบายความหมายของทุนวัฒนธรรม ตัวอย่างของทุนวัฒนธรรม และการวิเคราะห์ ทุนวัฒนธรรมในระบบทุนนิยมโลก
  22. 22.  15 3.1 อาหารการกิน ประเภทของอาหารที่เป็นจุดเด่นมีทั้งอาหารคาวหวานของชาวไทยพุทธ ไทยมุสลิม และไทยเชื้อ สายจีน เช่น ต้มใส่ไส้ เต้าคั่ว ข้าวสตูบ่อยาง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีขนมหวานและของกินเล่นหลากหลายชนิดที่ ขึ้นชื่อ เช่น สัมปันนี ไอศกรีมไข่แข็ง ซาลาเปาเกียดฟั่ง ขนมไข่เตาถ่าน ขนมบอก เป็นต้น อาหารโบราณเมืองสงขลา ต้มใส่ไส้ ข้าวสตูบ่อยาง เต้าคั่ว ที่มา: วุฒิชัย เพ็ชรสุวรรณ 3.2 ความเชื่อและประเพณี เมืองสงขลามีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับประเพณีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทาบุญเดือนสิบ งาน ประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว แต่ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นพหุวัฒนธรรมอย่างเด่นชัดคือ งานสมโภชปู่ ทวดหัวเขาแดง ซึ่งนอกจากมีการไหว้เจ้าของชาวไทยจีนแล้ว ยังมีการไหว้ “ทวดหุม” หรือสุลต่านสุเลมัน ซึ่ง แม้ว่าทวดหุมจะเป็นมุสลิม แต่ในภายหลังก็มีลูกหลานและผู้ศรัทธาไปกราบไหว้ทั้งที่งานสมโภชและหลุมศพที่ ตั้งอยู่ในชุมชนมุสลิมหัวเขาแดง โดยไม่ได้มีการขัดแย้งเรื่องการทาพิธีกราบไหว้แต่อย่างใด14 14 ชาวมุสลิมจะไม่นับถือรูปเคารพ
  23. 23.  16 งานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง งานสมโภชปู่ทวดหัวเขาแดง (เต็นท์ไหว้ทวดหุม) ภายในเต็นท์ไหว้ทวดหุม พิธีของชาวไทยพุทธที่หลุมศพทวดหุม ที่มา: วุฒิชัย เพ็ชรสุวรรณ 3.3 ศิลปะ ที่เห็นเด่นชัดคือศิลปะที่ถูกใช้ในสถาปัตยกรรมย่านเมืองเก่า ทั้งตัวอาคารและการตกแต่งอาคาร ทั้งภายในและภายนอก15 ที่เป็นศิลปะทั้งไทย จีน มลายู และตะวันตก นอกจากนี้ในปัจจุบัน ยังมีการใช้ศิลปะ ร่วมสมัยมาใช้ในการปรับปรุงอาคารและภูมิทัศน์ในย่านเมืองเก่าสงขลา เพื่อทาให้ประชาชนเห็นคุณค่าในความ งามอีกทั้งยังได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวด้วย เช่น การบูรณะโรงสีแดง หับ โห้ หิ้น การสร้างประติมากรรม การวาดภาพผนังตึกเก่าแนวสตรีทอาร์ต เป็นต้น นอกจากทั้งสามสิ่งที่กล่าวมาแล้ว เมืองสงขลายังมีวัฒนธรรมที่น่าสนใจทั้งภาษาที่มีคาผสมทั้ง ไทย จีน มลายู การละเล่นสันทนาการดังเช่นหนังตะลุงและมโนราห์อีกด้วย 15 ดูภาพตัวอย่างประกอบได้ในหัวข้อทุนกายภาพ
  24. 24.  17 ประติมากรรมหน้าโรงสีแดง หับ โห้ หิน สตรีทอาร์ตบริเวณถนนนางงาม ที่มา: ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม (ภาพซ้าย) และผู้วิจัย (ภาพขวา) จากการสารวจข้อมูลเบื้องต้นของกลุ่มตัวอย่างผู้เดินทางมาบริเวณย่านเมืองเก่าสงขลาบริเวณถนนนคร นอก ถนนนครใน และถนนนางงาม จานวน 96 คนพบว่า16 กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 57 มาเพื่อรับประทานอาหาร กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 25 มาเพื่อทากิจกรรมทางศาสนา และกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 14 มาเพื่อชมทัศนียภาพและ ถ่ายรูป จากการสารวจนี้แสดงให้เห็นถึงความสาคัญของวัฒนธรรมอาหารการกินในการทาหน้าที่เป็นทุนได้เป็น อย่างดี รวมถึงกิจกรรมที่ผู้เดินทางมาในย่านเมืองเก่าก็มาเพื่อบริโภคทุนวัฒนธรรมอื่น ๆ เช่น สถาปัตยกรรม อาคารและศาสนสถาน 16 ดู ธัญลักษณ์ ไชยานุพัทธกุล และ ภาสิตา ชาตะรัตน์ (2558)
  25. 25.  18 4. ทุนทางสังคม เพื่อความกระชับในการวิเคราะห์ทุนทางสังคมของเมืองสงขลา เราจะนิยามทุนทางสังคมว่าหมายถึง ความสัมพันธ์ทางสังคมหรือคุณค่าทางสังคมที่เราสามารถเรียกเอาผลประโยชน์หรือบรรลุเป้าหมายที่ต้องการได้ ตัวอย่างของทุนทางสังคมก็เช่น ความเชื่อถือไว้วางใจกัน (trust) เครือข่าย (network) และสถาบัน (institution)17 ซึ่งความสัมพันธ์ทางสังคมหรือโครงสร้างทางสังคมรูปแบบใดที่เป็นทุนทางสังคมนั้น เราอาจ พิจารณาง่ายๆว่า ท้ายที่สุดแล้วมันสามารถให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เราต้องการได้หรือไม่นั่นเอง ทุนทางสังคมโดยตัวของมันเองนั้นมิได้เป็นปัจจัยการผลิตโดยตรง หากแต่เป็นตัวกลางในการเข้าถึง ปัจจัยการผลิตหรือทุนอื่น เช่น ข่าวสารข้อมูล ทุนมนุษย์ (human capital) ทุนกายภาพ (physical capital) ทรัพยากรธรรมชาติ (natural resources) เป็นต้น ในราคาที่ถูกลง โดยผ่านความสัมพันธ์ทางสังคมหรือ โครงสร้างทางสังคมนั่นเอง การมีทุนทางสังคมมิใช่ว่าจะให้แต่ผลดีเท่านั้น หากแต่ยังสามารถให้ผลในทางลบแก่ผู้ถือครองหรือสังคม โดยรวมที่เกี่ยวข้องกับมันด้วย (negative social capital) ซึ่งผลทางด้านลบของทุนทางสังคมอาจแบ่งได้ 3 รูปแบบด้วยกัน คือ ประการที่หนึ่ง ก่อให้เกิดปัญหาการกีดกันคนนอก (exclusion problem) กล่าวคือ ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของคนกลุ่มหนึ่งอาจก่อให้เกิดการกีดกันผู้อื่นในการเข้ามาจัดสรรทรัพยากรได้ ประการ ที่สอง ก่อให้เกิดปัญหาการจากัดเสรีภาพ หรือจ่ายราคาของการมีพันธะกับทุนทางสังคมนั้นมากจนเกินไป (heavy obligation) กล่าวคือ เครือข่ายหรือความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและแข็งจนเกินไป อาจยอมรับเฉพาะแต่คนที่ เชื่อฟังกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดและไม่ยืดหยุ่นเท่านั้น การพยายามทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎเกณฑ์ที่บางครั้ง เป็นผลดีต่อสังคมโดยรวม จะถูกพิพากษาขับออกจากชุมชนความสัมพันธ์ทันที และประการที่สาม ก่อให้เกิด ปัญหาการเข้าสู่วังวนของความเลวร้าย (downward-leveling pressure) กล่าวคือ การเข้าไปอยู่ในกลุ่ม ความสัมพันธ์บางรูปแบบ เช่น แก๊งวัยรุ่น แก๊งมาเฟีย แม้จะให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจหลายอย่างกับคนใน แก๊ง แต่การอยู่ในกลุ่มดังกล่าวมีทั้งแรงกดดันและวัฒนธรรมหลายๆอย่างที่ฉุดดึงให้ลงสู่ห้วงแห่งความเลวร้าย ยกตัวอย่างเช่น วัฒนธรรมการใช้ความรุนแรง การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด การเรียกค่าคุ้มครอง คอรัปชั่น เป็นต้น ซึ่งไม่เป็นผลดีแต่ประการใดต่อสังคมโดยรวม กล่าวสาหรับเมืองสงขลา ผลประโยชน์หรือเป้าหมายของผู้ที่เกี่ยวข้องกับเมืองสงขลานั้นย่อมมีความ แตกต่างหลากหลาย อย่างไรก็ตาม จากการจัดเวทีวิชาการที่ผ่านมา เราอาจพอจะสรุปได้ว่าเป้าหมายที่สาคัญคือ เรื่องของการผลิตสินค้าและบริการซึ่งเป็นเรื่องทางเศรษฐกิจ และอีกเป้าหมายคือ การที่ผู้อยู่อาศัยในเมืองมี 17 สถาบัน (institution) ในที่นี้หมายถึงองค์กรและ rule of the game ซึ่งอย่างหลังหมายถึง กฎ ระเบียบ บรรทัดฐาน หรือ ข้อบังคับที่ผู้เกี่ยวข้องถือปฏิบัติร่วมกัน
  26. 26.  19 คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีมีความสุข ดังนั้น การวิเคราะห์ทุนทางสังคมจึงมุ่งอธิบายถึงความสัมพันธ์ทาง สังคมหรือโครงสร้างทางสังคมที่จะนาไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ในขอบเขตของเมืองสงขลา เพื่อให้ง่ายต่อการทา ความเข้าใจกรอบการวิเคราะห์ทุนทางสังคมจะเป็นไปดังรูปด้านล่างนี้ * Rule of the game หมายถึง กฎ ระเบียบ บรรทัดฐาน หรือข้อบังคับที่ผู้เกี่ยวข้องถือปฏิบัติร่วมกัน กรอบการวิเคราะห์ทุนทางสังคม ก่อนอื่น เราจะเริ่มด้วยการวิเคราะห์ทุนทางสังคมของเมืองสงขลาโดยการพิจารณาสถาบันในเชิงองค์กร รวมถึงเครือข่ายซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทคือ รัฐบาลส่วนกลาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ องค์กรหรือเครือข่ายภาคประชาชน โดยบทบาทในประเด็นการพัฒนาเมืองสามารถสรุปได้ดังตารางด้านล่าง

×