Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
1 
เมืองมหาวิทยาลัย กรณีศึกษาพิษณุโลก 
ในประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคกว่า 60 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 122 แห่...
2 
อย่างไรก็ตาม แม้ผลกระทบจากการขยายตัวของเมืองมหาวิทยาลัยในพื้นที่กรณีศึกษานั้นจะ เป็นไปอย่างไร้ทิศทาง ส่งผลให้เกิดการใช้...
3 
เมืองมากขึ้น ดังเช่นกรณีศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวรนั้น การวางผังการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ตาบล ท่าโพธิ์ และการวางแผนแม่บ...
4 
จากัดขอบเขตแค่ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ต้องนาความรู้กระจายสู่พื้นที่และชุมชนโดยรอบเพื่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ ด...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

เมืองมหาวิทยาลัย กรณีศึกษาพิษณุโลก

722 views

Published on

เมืองมหาวิทยาลัย กรณีศึกษาพิษณุโลก
โดย อรุณ สถิตพงศ์สถาพร

Published in: Data & Analytics
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

เมืองมหาวิทยาลัย กรณีศึกษาพิษณุโลก

  1. 1. 1 เมืองมหาวิทยาลัย กรณีศึกษาพิษณุโลก ในประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคกว่า 60 จังหวัด รวมทั้งสิ้น 122 แห่ง แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยในกากับของรัฐ จานวน 16 แห่ง มหาวิทยาลัยของรัฐ จานวน 65 แห่ง และ มหาวิทยาลัยของเอกชนอีกจานวน 41 แห่ง นอกจากนี้ยังมีสถาบันและวิทยาลัยซึ่งไม่ได้กล่าวถึงในที่นี้ ด้วย การมีมหาวิทยาลัยอยู่ในจังหวัดนั้นทาให้จานวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะ นักศึกษาส่วนใหญ่มักจะเป็นคนต่างถิ่นที่ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาอาศัยอยู่ในหอพักบริเวณโดยรอบ มหาวิทยาลัย เช่น เทศบาลตาบลหลักหกซึ่งมีมหาวิทยาลัยรังสิตตั้งอยู่นั้น จานวนประชากรในเขต เทศบาลมีแนวโน้มสูงขึ้น เป็นต้น อาจกล่าวได้ว่า การก่อตั้งมหาวิทยาลัยจะทาให้เกิดการขยายตัวของ เมืองขึ้น นอกจากเมืองมหาวิทยาลัยจะส่งผลให้เกิดการขยายตัวของเมืองแล้ว เมืองมหาวิทยาลัยยังมี ผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบในหลาย ๆ ด้าน ทั้งทางพื้นที่ สังคม เศรษฐกิจและการเมือง บทความชิ้นนี้ จึงสนใจที่จะวิเคราะห์ผลกระทบจากการตั้งมหาวิทยาลัยที่มีต่อเมืองโดยรอบ โดยศึกษาจากงานวิจัยของ วิติยา (2555) เรื่อง โครงการผลกระทบจากการขยายตัวของเมืองมหาวิทยาลัยต่อการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ ชุมชนโดยรอบ กรณีศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก1 งานวิจัยดังกล่าวได้ทาการศึกษาใน 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรก ผลกระทบจากการขยายตัวของ เมืองมหาวิทยาลัย โดยใช้วิธีศึกษาเปรียบเทียบภาพถ่ายทางอากาศ ข้อมูลด้านประชากร จานวนสิ่งปลูก สร้างและสถานประกอบการ โครงข่ายถนน เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ประเด็นที่ สอง ศึกษาและวิเคราะห์ผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน การบังคับใช้ และการนาไปปฏิบัติ รวมทั้งแผนพัฒนาที่ เกี่ยวข้องกับพื้นที่ศึกษา เพื่อแสดงให้เห็นผลกระทบในภาพรวม การเปลี่ยนแปลงของเมืองที่เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย การเปลี่ยนแปลงจากการขยายตัวของเมืองมหาวิทยาลัย กรณีศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวร ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในหลายมิติ ได้แก่ ความหนาแน่นของประชากรเพิ่มขึ้น เช่น จากปี พ.ศ. 2553 ข้อมูลความหนาแน่นประชากรตาบลท่าโพธิ์อยู่ที่ประมาณ 185 คน/ตาราง กิโลเมตร ต่อมาปี พ.ศ. 2555 ความหนาแน่นของประชากรเพิ่มขึ้นเป็น 290 คน/ตารางกิโลเมตร1 เป็น ต้น จานวนที่พักอาศัยและอาคารร้านค้าหนาแน่นขึ้น อีกทั้งปริมาณการจราจรก็เพิ่มสูงขึ้น, การใช้ ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสาน, การเกาะกลุ่มเป็นย่านของกิจกรรมต่างๆ, การเชื่อมโยงพื้นที่ทั่วถึงยิ่งขึ้น จากการพัฒนาโครงข่ายถนน, การสัญจรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้าถึงได้น้อยลง เช่น ทางเท้าและทาง จักรยาน, การขยายพื้นผิวสิ่งปลูกสร้างเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง พื้นที่เพาะปลูกสาหรับ การเกษตรลดน้อยลง 1 อ้างอิงจาก วิติยา ปิดตังนาโพธิ์. (2555). โครงการผลกระทบจากการขยายตัวของเมืองมหาวิทยาลัยต่อการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชุมชน โดยรอบ กรณีศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก. สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและสานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
  2. 2. 2 อย่างไรก็ตาม แม้ผลกระทบจากการขยายตัวของเมืองมหาวิทยาลัยในพื้นที่กรณีศึกษานั้นจะ เป็นไปอย่างไร้ทิศทาง ส่งผลให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่เหมาะสม แต่หากพิจารณาในมิติทาง กายภาพ สังคมและเศรษฐกิจแล้ว จะพบว่ามหาวิทยาลัยมีผลกระทบทางบวกต่อเมืองและชุมชนโดยรอบ เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น จากการที่โครงข่ายถนนมีการปรับปรุงพัฒนาและมีความครอบคลุมทั่วถึงทั้ง เมืองมากขึ้น ในภาพที่ 1 จะเห็นได้ว่าภาพขวานั้นมีโครงข่ายถนนเพิ่มขึ้นและชุมชนแออัดมากขึ้นจาก เดิมในภาพซ้าย ทาให้ชาวบ้านเกิดความสะดวกสบาย เข้าถึงความเจริญได้ง่ายขึ้น ความเป็นเมืองจึง กระจายสู่หมู่บ้านและชุมชน และอาจส่งผลกระทบให้ราคาที่ดินสูงขึ้นอีกด้วย ส่วนในแง่ของเศรษฐกิจ จะ เห็นได้ชัดจากการที่มีสิ่งปลูกสร้าง อาคารที่พัก ร้านค้า รวมไปถึงแผงลอยบริเวณมหาวิทยาลัยเพิ่มสูงขึ้น สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงอัตราการจ้างงานที่สูงขึ้น นั่นคือชาวบ้านมีงานทาและมีรายได้ ไม่จาเป็นต้อง อพยพย้ายถิ่นฐานไปหางานทาในเมือง อีกทั้งยังส่งผลให้เศรษฐกิจจังหวัดเติบโตและเกิดการกระจาย รายได้สู่ภูมิภาค แผนภาพที่ 1 ภาพถ่ายทางอากาศพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2543–2545 (ซ้าย) และภาพถ่ายทางอากาศพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยนเรศวร สืบค้นเมื่อ พ.ศ. 2557 (ขวา) ที่มา: ภาพซ้าย-วิติยา (2555), ภาพขวา-ภาพถ่ายถ่ายทางอากาศพื้นที่รอบทางอากาศ จาก Google Map (ขวา) ข้อเสนอแนะ เนื่องจากงานวิจัยเป็นมุมมองด้านผังเมืองที่ให้ความสาคัญกับปัญ หาการจัดการที่ดิน จึงพบว่า สาเหตุนั้นเกิดจากข้อจากัดในการบังคับใช้ประโยชน์ที่ดิน และข้อจากัดของแผนพัฒนาที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัย จึงมีข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ โดยแบ่งเป็น 3 หลักการ ดังนี้ 1. การปรับปรุงพัฒนาระบบกายภาพของพื้นที่ศึกษา (Environmental hardware) หากมีการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นในเมือง เมืองนั้นจาเป็นต้องมีปรับปรุงและ แก้ไขการวางผังเมืองและการวางแผนแม่บทมหาวิทยาลัยให้มีความสอดคล้องกันและคานึงถึงบริบทของ
  3. 3. 3 เมืองมากขึ้น ดังเช่นกรณีศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวรนั้น การวางผังการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ตาบล ท่าโพธิ์ และการวางแผนแม่บทของมหาวิทยาลัย ต่างมีความไม่สอดคล้องและไม่คานึงถึงบริบทเมือง เนื่องจากทั้งสองแผนต่างเน้นการใช้ประโยชน์ที่ดิน แต่ไม่ให้ความสาคัญกับการใช้ประโยชน์ผืนน้า การ ขยายเมืองและการก่อตั้งมหาวิทยาลัยจึงเป็นการทาลายและกีดกันระบบระบายน้าตามธรรมชาติ ส่งผล ให้เกิดปัญ หาน้าท่วมน้าขังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ทั้งสองแผนยังมีความไม่สอดคล้องกันในด้าน การคมนาคม กล่าวคือผังการใช้ประโยชน์ที่ดินตาบลท่าโพธิ์ เน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางถนน เพื่อรองรับการสัญจรทางรถเป็นหลัก แต่แผนแม่บทของมหาวิทยาลัยนเรศวรจะสะท้อนแนวคิดการสัญจร ทางเท้าและทางจักรยาน นอกจากนี้ การวางแผนพัฒนาเมืองจะต้องมีความเชื่อมโยงของการพัฒนาพื้นที่ในภาพรวม เพื่อ จัดการและรับมือกับผลกระทบของเมืองมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังต้องมีการบูรณาการในการวางผัง และวาง แผนพัฒนาพื้นที่ร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน มหาวิทยาลัย รวม ไปถึงประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ จึงจะทาให้ผังการใช้ประโยชน์ที่ดินและแผนพัฒนาพื้นที่นั้นมี ความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด 2. การปรับปรุงพัฒนาระบบสังคม (Environmental software) สังคมเมืองเป็นอีกหนึ่งปัจ จัยสาคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะคนในพื้นที่ย่อมมีความรู้ทางประวัติศาสตร์และความเป็นมาของเมือง ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่จะทา ให้ผู้รับผิดชอบการวางผังเมืองและแผนแม่บทมหาวิทยาลัยเข้าใจในบริบทของเมืองมากขึ้น ดังนั้นจึงต้อง มีการกระตุ้นให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของสังคมในการวางแผนการพัฒนาเมือง แนวทางสาคัญที่ต้องดาเนินการร่วมกัน คือ การพัฒนาและเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง นาเสนอ ข้อมูลต้องแสดงความเชื่อมโยงในภาพรวมให้ชัดเจน และควรเน้นผลกระทบ การเปลี่ยนแปลง รวมทั้ง ปัญ หาสิ่งแวดล้อมที่กาลังเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดลาดับความเร่งด่วนของปัญ หา เพื่อวางแผนแก้ไขปรับปรุงแผนได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากที่สุด นอกจากนี้ ควรมีการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันโดยเน้นหน่วยงานปกครองท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยในพื้นที่ เป็นเสาหลัก โดยส่งเสริมกิจกรรมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการ เชื่อมโยงในระบบการทางานที่กว้างขวางขึ้น รวมทั้งควรมีการวางแผนการจัดการสภาพแวดล้อมโดยรอบ มหาวิทยาลัยร่วมกัน เพื่อเป็นแนวทางในการเพิ่มและพัฒนาขีดความสามารถด้านการผังเมือง และเพิ่ม ประสิทธิภาพกระบวนมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทาผังเมือง และการจัดทาแผนพัฒนาพื้นที่ 3. การปรับปรุงพัฒนาระบบจิตสานึก (Environmental heartware) แนวทางสุดท้ายในการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินพื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัยให้ประสบ ความสาเร็จในระยะยาว คือ การสร้างและพัฒนาจิตสานึกความรับผิดชอบต่อสาธารณะส่วนร่วม รวมถึง ต้องทาความเข้าใจร่วมกันในเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นจากขั้วความเจริญของเมืองมหาวิทยาลัย โดยไม่
  4. 4. 4 จากัดขอบเขตแค่ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ต้องนาความรู้กระจายสู่พื้นที่และชุมชนโดยรอบเพื่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ ดังนั้น ความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนจึงเป็นหัวใจสาคัญในการกาหนดทิศ ทางการเติบโตของชุมชนร่วมกัน และการสร้างเป้าหมายร่วมกันในระดับสาธารณะเป็นเครื่องมือในการ สร้างข้อตกลงและกาหนดกลยุทธ์ร่วมกันในการดาเนินงานตามแผนการใช้ประโยชน์ในอนาคตให้เป็นไป อย่างเหมาะสม งานวิจัยเมืองมหาวิทยาลัย กรณีมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ชี้ให้เห็นชัดว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเมืองที่เป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยนั้นมีทั้งในแง่บวกและลบ ทั้งนี้ เมือง มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งอาจมีผลกระทบรุนแรงมากน้อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับขนาดของเมือง จานวน นักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัย หากจานวนประชากรในมหาวิทยาลัยมีมากย่อมส่งผลให้จานวน ประชากรในเมืองเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ความเป็นเมืองจึงเกิดการขยายตัวสูงขึ้น สะท้อนให้เห็น ว่า หากเมืองขาดการจัดการพื้นที่และการใช้ประโยชน์ที่ดินแล้วอาจจะเกิดปัญ หาดังเช่นที่งานวิจัยข้างต้น ได้กล่าวไว้ นอกจากนี้ เมืองในความเป็นจริงมักมีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่มากกว่าหนึ่งแห่ง จึงจาเป็นอย่างยิ่ง ที่เมืองเหล่านี้จะต้องสร้างบรรยากาศให้สอดคล้องกับความเป็นเมืองทางการศึกษาอย่างจริงจัง

×