Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
ระถถและกลไกการพัถตาเมืองสุขภาวะใตพื้ตณี่ปริมฒฑล
กรฒีศึกษา เมืองไวณ์เฮาส์ คลองหลวง ปณุมดาตี
ฒัฐดิดา เย็ตถารุง
ทู้ช่วยวิจัย
...
1
ระถถและกลไกการพัถตาเมืองสุขภาวะใตพื้ตณี่ปริมฒฑล
กรฒีศึกษา เมืองไวณ์เฮาส์ คลองหลวง ปณุมดาตี
ฒัฐดิดา เย็ตถารุง
ทู้ช่วยวิจั...
2
ระบบและกลไกการพัฒนาเมืองสุขภาวะในพื้นที่ปริมณฑล
กรณีศึกษา เมืองไวท์เฮาส์ คลองหลวง ปทุมธานี1
ความเป็นเมืองของชุมชนไวท์เฮา...
3
ในกรอบสีแดงคือขอบเขตตาบลคลองหนึ่ง กรอบสีส้ม คือ ที่ตั้งชุมชนเมืองไวท์เฮาส์
ที่มา google
ในด้านประชากร 10 ซอย ในแต่ละซอย ...
4
พอสมควร และหันมาทาอาชีพอื่นแทน สาหรับฐานะของคนในชุมชนเมืองไวท์เฮาส์ มีความเหลื่อมล้า มีคนที่
มีฐานะ และขัดสน อย่างไรก็ตา...
5
สภาพการเมืองและการปกครองของเมืองไวท์เฮาส์
โดยปกติของหมู่บ้านจัดสรรนั้น การดูแลหมู่บ้านหลังการซื้อขายเสร็จ จะมอบให้นิติบุ...
6
จุดเด่นของชุมชน : ทุนทางสังคมที่เข้มแข็งในสังคมเมือง
ที่ตั้งของชุมชนเมืองไวท์เฮาส์ เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ปริมณฑลที่ใกล้ก...
7
ระบบกลไกการดูแลสุขภาวะชุมชนเมืองไวท์เฮาส์
จากแผนภาพที่ 1 (ดูแผนภาพประกอบ) มีตัวแสดงหลักในการขับเคลื่อน 4 ฝ่าย ดังนี้
1. ...
8
แต่ละชุมชน (ซอย) รับผิดชอบเรื่องต่างๆ เช่น ชุมชนซอย 1 รับผิดชอบเรื่องอาหาร ชุมชนซอย
2 รับผิดชอบเรื่องการตกแต่ง เป็นต้น
-...
9
- กลุ่มพิเศษ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง (มีประมาณ 10-20คนต่อชุมชน) และกลุ่มจิตเวช จะใช้
วิธีการเดินเข้าไปพูดคุยกับทุกครัวเร...
10
แผนภาพที่ 1 ระบบและกลไกการพัฒนาสุขภาวะเมืองไวท์เฮาส์
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
ชุมชน
คุณนงคราญ วิไลเลิศ ผู้นา
คณะกรรมการ 10 กล...
11
แผนการพัฒนาด้านสุขภาวะเมืองในอนาคต
- พัฒนาแหล่งจาหน่ายอาหารของเมือง ในพื้นที่ไวท์เฮาส์มีแหล่งจาหน่ายวัตถุดิบ อาหารสด
เพ...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ระบบและกลไกการพัฒนาเมืองสุขภาวะในพื้นที่ปริมณฑล กรณีศึกษา เมืองไวท์เฮาส์ คลองหลวง ปทุมธานี

311 views

Published on

ชุมชนไวท์เฮาท์ เกิดในช่วงที่มีการลงทุนอุตสาหกรรมในพื้นที่คลองหลวง หลังมีนโยบายขยายอุตสาหกรรมในพื้นที่ใกล้กรุงเทพ หลังปี 2510 ชุมชนเกิดจากบ้านจัดสรร ที่มีคนหลากหลายถิ่นย้ายเข้ามา เพื่อเป็นแรงงานในอุตสาหกรรม และพักอาศัยใกล้กรุงเทพ ช่วงแรกชุมชนลำบากมาก โครงสร้างพื้นฐานไม่เพียงพอในชุมชน แต่การรวมกลุ่มและการต่อสู้ของคนในชุมชน ทำให้ได้มาซึ่งโครงสร้างพื้นฐานหลายอย่างเช่น ถนน บ่อบำบัดน้ำเสีย และทำให้คนในชุมชนสนิทสนมกัน รู้จักกัน ไว้ใจกัน ซึ่งเป็นทุนสำคัญที่ทำให้ชุมชนทำงานร่วมกันได้ดี ในด้านสุขภาพ อสม.ดูแล 12 ซอยอย่างทั่วถึง ทั้งดูแลผู้ป่วยติดเตียง และมีการรวมกลุ่มผู้สูงอายุเพื่อทำกิจกรรมทุกเดือน มีการสอนอาชีพ โดยมีเครือข่ายสุขภาพ คือ มหาวิทยาลัย เทศบาล รพ.สต. ชุมชนไวท์เฮาท์ เป็นชุมชนเข้มแข็งที่ยังคงความเป็นชุมชนที่สนิทชิดเชื้อ ท่ามกลางความเป็นเมืองที่ขยายตัวเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

Published in: Data & Analytics
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

ระบบและกลไกการพัฒนาเมืองสุขภาวะในพื้นที่ปริมณฑล กรณีศึกษา เมืองไวท์เฮาส์ คลองหลวง ปทุมธานี

  1. 1. ระถถและกลไกการพัถตาเมืองสุขภาวะใตพื้ตณี่ปริมฒฑล กรฒีศึกษา เมืองไวณ์เฮาส์ คลองหลวง ปณุมดาตี ฒัฐดิดา เย็ตถารุง ทู้ช่วยวิจัย ศูตย์ศึกษามหาตครและเมือง วิณยาลัยรัฐกิจ มหาวิณยาลัยรังสิต
  2. 2. 1 ระถถและกลไกการพัถตาเมืองสุขภาวะใตพื้ตณี่ปริมฒฑล กรฒีศึกษา เมืองไวณ์เฮาส์ คลองหลวง ปณุมดาตี ฒัฐดิดา เย็ตถารุง ทู้ช่วยวิจัย บรรณาธิการ ยุวดี คาดการณ์ไกล กองบรรณาธิการ ณัฐธิดา เย็นบารุง อรุณ สถิตพงศ์สถาพร ปก ณัฐธิดา เย็นบารุง รูปเล่ม ณัฐธิดา เย็นบารุง ปีที่เผยแพร่ พฤศจิกายน 2561 เผยแพร่โดย ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้สนับสนุน สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  3. 3. 2 ระบบและกลไกการพัฒนาเมืองสุขภาวะในพื้นที่ปริมณฑล กรณีศึกษา เมืองไวท์เฮาส์ คลองหลวง ปทุมธานี1 ความเป็นเมืองของชุมชนไวท์เฮาส์ ชุมชนไวท์เฮาส์เป็นหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ในพื้นที่ปริมณฑลของกรุงเทพ ในตาบลคลองหนึ่ง อาเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ขึ้นอยู่กับเทศบาลเมืองคลองหลวง ในอดีตชุมชนไวท์เฮาส์มีสถานะ ทางการปกครองอยู่ในฐานะชุมชนใหญ่ นับเป็น 1 ชุมชน แต่ในช่วงหลังสถานะทางการปกครองชุมชนไวท์ เฮาส์ได้ถูกแบ่งออกเป็น 9 ชุมชนย่อย คือ ชุมชนไวท์เฮ้าส์ ซอย 1 ชุมชนไวท์เฮ้าส์ ซอย 2 ชุมชนไวท์เฮ้าส์ ซอย 3 ชุมชนไวท์เฮ้าส์ ซอย 4 ชุมชนไวท์เฮ้าส์ ซอย 5 ชุมชนไวท์เฮ้าส์ ซอย 6 ชุมชนไวท์เฮ้าส์ ซอย 7 ชุมชนไวท์เฮ้าส์ ซอย 8-9 ชุมชนไวท์เฮ้าส์ ซอย 10 สภาพแวดล้อมของชุมชนไวท์เฮาส์ ทั้ง 9 ชุมชน อยู่ในพื้นที่แบบเมือง คือ ตั้งอยู่ใกล้กับถนน พหลโยธิน ในตาบลคลองหนึ่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับการขยายตัวของเมืองจากกรุงเทพมหานครในฐานะแหล่ง ที่อยู่อาศัย และการลงทุนโครงการหลายอย่างจากรัฐบาล เช่น มหาวิทยาลัย นิคมอุตสาหกรรมนวนคร และ การลงทุนจากภาคเอกชนโดยเฉพาะหมู่บ้านจัดสรร ทาให้สภาพพื้นที่รอบชุมชนไวท์เฮาส์มีสภาพเป็นเมือง ในส่วนด้านท้ายของชุมชนอยู่ใกล้กับรางรถไฟสายเหนือ สถานีรถไฟคลองหนึ่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการ เดินทางไปเข้ากรุงเทพของคนทั้งไวท์เฮาส์ 1 ถอดความและเรียบเรียงจากเวที เรื่อง การดูแลสุขภาพในเขตปริมณฑล กรณีศึกษา ชุมชนไวท์เฮาส์ คลองหลวง ปทุมธานี วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2561 ณ เวทีประชาคม ชุมชนไวท์เฮาส์ คลองหลวง ปทุมธานี จัดโดยศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เวที ดังกล่าวได้รับเกียรติจากประธานชุมชนไวท์เฮาส์ และประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมู่บ้าน" (อสม) 12 ซอย รวมผู้เข้าร่วมประชุม ประมาณ 20 คน
  4. 4. 3 ในกรอบสีแดงคือขอบเขตตาบลคลองหนึ่ง กรอบสีส้ม คือ ที่ตั้งชุมชนเมืองไวท์เฮาส์ ที่มา google ในด้านประชากร 10 ซอย ในแต่ละซอย มีครัวเรือนประมาณ 120 – 160 ครัวเรือน จานวนที่ ตัวเองรับผิดชอบอยู่ ประชากรของชุมชนเมืองไวท์เฮาส์ รวมทั้ง 10 ซอย มีประมาณ 6,000 – 7,000 คน ชุมชนไวท์เฮาส์ซอย 1 จะมีประชากรมากกว่าซอยอื่นๆ เนื่องจากเป็นซอยที่เกิดขึ้นซอยแรกและมีลักษณะ เป็นบ้านแฝด มีประมาณ 500 กว่าคน ซอย 2 – ซอย 4 มีจานวนประชากร 400 – 500 คน สาหรับผู้สูงอายุ มีจานวนมากถึง 600 – 700 คน หรือประมาณ 10% ของชุมชน ในขณะที่จานวนเด็กเกิดใหม่ในชุมชนมี จานวนไม่มากนัก ประชากรวัยรุ่นและวัยกลางคนอยู่ในชุมชนจานวนมาก เนื่องจากที่ตั้งใกล้กรุงเทพฯ จึงไม่ มีการย้ายออกไปเรียนหรือทางานที่อื่น ในเรื่องของประชากรแฝง ชุมชนเมืองไวท์เฮาส์ทั้ง 9 ชุมชน มีปัญหาเรื่องประชากรแฝงน้อยมาก เนื่องจากเกือบทุกครัวเรือนเป็นเจ้าของบ้านเอง เปลี่ยนมือน้อยมาก ทาให้คนที่มาเช่าบ้านมีจานวนน้อย มี เพียงโรงงานลูกชิ้นและโรงงานขายของเก่า จ้างแรงงานอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก ส่วนใหญ่แรงงานแฝงจะมาตาม โครงการก่อสร้าง เมื่อหมดโครงสร้างแล้วก็จะย้ายออกหมด ไม่ได้อยู่อย่างถาวร ฉะนั้น ชุมชนแห่งนี้ปัจจุบัน เป็นคนในพื้นที่ที่อยู่มานาน ไม่ใช่ประชากรแฝง ในด้านอาชีพ ปัจจุบันอาชีพคนในชุมชนเมืองไวท์เฮาส์เป็นลักษณะอาชีพแบบสังคมเมือง ส่วน ใหญ่ ทาการค้าขาย รับราชการ พนักงานบริษัทเอกชน และผู้เกษียณจากงาน ในขณะที่แรงงานในโรงงาน อุตสาหกรรมกลับกลายเป็นสัดส่วนที่น้อยลง เนื่องจากหลังปี 2540 เป็นต้นมา จนกระทั่งมีเหตุการณ์น้าท่วม ครั้งใหญ่ปี 2554 โรงงานย้ายและปิดตัวลงจานวนมาก ทาให้อาชีพรับจ้างในโรงงานอุตสาหกรรมหายไป
  5. 5. 4 พอสมควร และหันมาทาอาชีพอื่นแทน สาหรับฐานะของคนในชุมชนเมืองไวท์เฮาส์ มีความเหลื่อมล้า มีคนที่ มีฐานะ และขัดสน อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่อยู่ในฐานะปานกลาง ไม่ถึงกับขัดสน และไม่ถึงกับมีฐานะ เนื่องจากเป็นเจ้าของบ้าน เป็นเจ้าของที่ดิน ประวัติศาสตร์การพัฒนาชุมชนเมืองไวท์เฮาส์ ในอดีตก่อนเป็นชุมชน พื้นที่แห่งนี้เป็นท้องนา มีสภาพเป็นแอ่งกระทะ ต่อมามีโครงการบ้านจัดสรร ได้เข้ามาสร้างในพื้นที่ ชื่อ หมู่บ้านไวท์เฮาส์ โดยมีนายวิชัย เฮงตระกูล เป็นเจ้าของโครงการ บ้านจัดสรร ก่อตั้งประมาณ ปี 2515 และขยายหมู่บ้านจนมีกว่า 10 ซอย กลายเป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่ ปัจจุบันปี 2561 นับได้ว่าชุมชนเมืองไวท์เฮาส์มีอายุประมาณ 45 ปี ในขณะที่ประเทศอยู่ในช่วงการพัฒนาอุตสาหกรรม แหล่งงานขนาดใหญ่จึงอยู่ที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล รวมถึงปทุมธานีในฐานะเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ทาให้ผู้คนจากทุกภาค (เหนือ ใต้ ออก ตก) ได้หลั่งไหลเข้ามาหางาน และได้เข้ามาจับจองซื้อบ้านในหมู่บ้านจัดสรรไวท์เฮาส์ ทาให้ผู้คนในชุมชนมี หลากหลาย ต่างที่มา โดยไม่ใช่คนในพื้นที่ปทุมธานี เพื่อมาหาซื้อบ้าน ขณะนั้นราคาบ้านจัดสรรราคา ประมาณ 1 แสนบาท ขนาด 40 ตารางวา ผ่อนเดือนละ 500- 1000 บาท แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสาหรับ คนทางานในสมัยนั้น มีการยึดบ้านกันหลายครั้ง กว่าคนในหมู่บ้านจะปรับตัวได้ในการผ่อนบ้าน ช่วงแรกโครงสร้างพื้นฐานของหมู่บ้าน เป็นไปอย่างลาบาก ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ มีหญ้าสองริมทาง ไม่มีรถโดยสารประจาทาง ไม่สะดวกอย่างยิ่ง ต้องอาศัยรถโดยสารอยุธยาเพื่อลงหน้าปากซอย ก่อนเดิน มายังหมู่บ้าน ซึ่งมีระยะทาง 1-2 กิโลเมตร ตัวบ้านเองก็อยู่ต่ากว่าถนน เพราะบ้านจัดสรรนาหน้าดินมาทา เป็นตัวบ้าน หน้าดินเลยลึกลงไป ปัจจุบันนี้มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ หน่วยงานเทศบาลต่างๆ เป็นขยับให้ขึ้น บ้าง เหตุการณ์สาคัญของชุมชน คือ เหตุการณ์อุทกภัยหรือน้าท่วมครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งที่เกิดในประเทศไทย ปี 2538 ซึ่งท่วมในพื้นที่และกรุงเทพมหานคร หมู่บ้านไวท์เฮาส์เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก น้า ท่วมสูงกว่า 2 เมตร ทั้งบ้านและประชาชนเสียหายหนัก แต่คนในชุมชนไม่ยอมแพ้ ช่วยมีความสามัคคี ไม่ ปล่อยให้น้าท่วมอย่างง่ายดาย พยายามขอกระสอบทราย ขอเสาเข็ม ทุกคนทั้งราชการ แรงงาน แม่น้า ช่วยกันก่อทราย และฟื้นฟูชุมชนหลังน้าท่วม นอกจากนี้วิกฤตอุทุกภัยของชุมชนได้เกิดอีกครั้งในปี 2554 ที่ ประเทศไทยน้าท่วมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ ปี 2554 ความเสียหายแทบไม่แตกต่างจากปี 2538 มีน้าท่วม สูงกว่า 2 เมตร ทาให้หลังน้าท่วมต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นฟูบ้าน ฟื้นฟูชุมชนได้
  6. 6. 5 สภาพการเมืองและการปกครองของเมืองไวท์เฮาส์ โดยปกติของหมู่บ้านจัดสรรนั้น การดูแลหมู่บ้านหลังการซื้อขายเสร็จ จะมอบให้นิติบุคคลเป็นผู้ดูแล โดยรัฐท้องถิ่นไม่ได้มีบทบาท แต่หมู่บ้านไวท์เฮาส์ไม่มีนิติบุคคลตั้งแต่แรก ไม่มีใครเข้ามาพัฒนาหมู่บ้าน ในช่วงแรกจึงเป็นคนในหมู่บ้านคอยดูแลกันเองและเรียกร้องสาธารณูปโภคกับรัฐเท่าที่เรียกร้องได้ จนกระทั่งในปี 2542 มีการโอนการดูแลให้กับเทศบาลเมืองคลองหลวง (ซึ่งก่อนหน้านี้เทศบาลเมืองคลอง หลวงเป็นเพียงสุขาภิบาล ด้วยความเป็นเมืองที่เติบโตเร็ว ทาให้มีการยกระดับข้ามเทศบาลตาบล) เมื่ออยู่ ภายใต้เทศบาลเมืองคลองหลวง ชุมชนไวท์เฮาส์ อันเคยเป็น 1 ชุมชนขนาดใหญ่ ได้แบ่งออกเป็น 9 ชุมชน ตามที่ได้กล่าวข้างต้น ปัจจุบันการปกครองได้เปลี่ยนจากเดิมหลังจากอยู่ในสังกัดเทศบาล คือ เป็นระบบแยกชุมชน แต่ละ ชุมชนมีประธานชุมชนและคณะกรรมการของตนเอง ซึ่งต่างจากสมัยอดีตที่ชุมชนเมืองไวท์เฮาส์มีประธาน หมู่บ้านเพียง 1 คน มีคณะกรรมการประมาณ 50 คน เป็นตัวแทนแต่ละซอย ซอยละ 5 คน โดยภาพรวม ความขัดแย้งและการแข่งขันทางการเมืองมีน้อยมาก ผู้คนมีความสามัคคีกันมาก แม้กระทั่งการเลือกตั้ง ประธานชุมชน ชุมชนไวท์เฮาส์เป็นเพียงชุมชนเดียวใน 58 ชุมชนภายใต้การดูแลของเทศบาลเมืองคลอง หลวงที่ไม่มีการแข่งขันกัน ไม่ต้องมีเลือกตั้ง เนื่องจากใช้วิธีการคัดเลือกตามความศรัทธาและความเหมาะสม ของผู้นา ทั้งนี้การขัดแย้งมีน้อย ส่วนหนึ่งในอดีตการปกครองแบบไม่แบ่งแยกชุมชน ทุกคนคือหมู่บ้าน เดียวกัน เป็นน้าหนึ่งใจเดียวกัน อย่างไรก็ตามความขัดแย้งก็ก่อตัวขึ้นแต่เมื่อมีการแบ่งแยกออกเป็นชุมชน ด้วยเหตุผลทางการเมือง ที่มองว่าหากเป็น 1 หมู่บ้านก็จะทาให้คะแนนเสียงเป็นหนึ่งเดียว อาจทาให้คะแนน เสียงไม่กระจายได้ หลังจากแยกเป็นชุมชนแล้ว ทาให้นักการเมืองสามารถเข้ามาแบ่งคะแนนเสียงได้ ทาให้ แบ่งฝ่ายทางการเมือง และยิ่งกอปรกับช่วงการเมืองของชาติที่มีเรื่องเสื้อเหลือง เสื้อแดง ก็ส่งผลให้พื้นที่ด้วย ทั้งนี้ความขัดแย้งเป็นธรรมชาติของทุกพื้นที แต่ด้วยพื้นฐานของการเป็นชุมชนที่ทุกคนรู้จักกันดี ทาให้เรื่อง ความขัดแย้งด้านการเมืองเป็นเรื่องชั่วคราว ไม่ได้มีผลต่อการมีส่วนร่วมและช่วยเหลือกันในการพัฒนาเมือง ได้
  7. 7. 6 จุดเด่นของชุมชน : ทุนทางสังคมที่เข้มแข็งในสังคมเมือง ที่ตั้งของชุมชนเมืองไวท์เฮาส์ เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ปริมณฑลที่ใกล้กับกรุงเทพมหานครมาก เป็น พื้นที่รองรับการขยายตัวจากกรุงเทพ ทาให้พื้นที่อาเภอคลองหลวงโดยเฉพาะในตาบลคลองหนึ่ง ส่วนใหญ่ เข้าสู่ความเป็นเมือง ผู้คนอพยพมาในพื้นที่ มีความหนาแน่น มีการลงทุนจานวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแหล่งนิคม อุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา ธุรกิจเอกชน และหมู่บ้านจัดสรรจานวนมาก สภาพความเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้นย่อมสะท้อนว่าพื้นที่ตาบลคลองหนึ่งมีความเป็นเมืองมาก ซึ่งโดยทั่วไปวิถีชีวิตของผู้คนเมื่อก้าวเข้าสู่ ความเป็นเมืองแล้วจะมีวิถีชีวิตแบบคนเมือง คือ ต่างคนต่างอยู่ ผู้คนรู้จักกันน้อย ไม่มีความเป็นหนึ่งเดียว การพัฒนาขึ้นอยู่กับคณะผู้นาซึ่งเป็นคนเพียงเล็กน้อยในหมู่บ้าน สาหรับชุมชนเมืองไวท์เฮาส์ อันเป็นชุมชนใหญ่ในชานเมืองที่เรียกได้ว่ามีวิถีชีวิตที่แตกต่างชุมชน หรือหมู่บ้านอื่นๆ เพราะคนที่ชุมชนไวท์เฮาส์มีวิถีชีวิตกึ่งเมืองกึ่งชนบท วิถีชีวิตแบบเมืองคือไม่ทา เกษตรกรรม แต่ความสัมพันธ์ของคนกลับเป็นวิถีแบบชนบท คือ มีความสัมพันธ์ระหว่างกันสนิทแนบแน่น มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันสูง ทุกบ้านทุกซอยทุกคนรู้จักกันดี ความเป็นกลุ่มมีอิทธิพลอย่างยิ่ง ผู้คน พึ่งพากัน วิถีชีวิตและความสัมพันธ์เช่นนี้น่าจะหาได้น้อยในสังคมเมืองในปัจจุบันแล้ว นอกจากนี้ความผูกพันของคนยังอยู่บนรากฐานของความเชื่อทางศาสนาและประเพณีที่เน้นความ เป็นอันหนึ่งอันเดียวในสังคม ซึ่งแสดงออกในสานึกร่วมของคนในชุมชน มีความเชื่อร่วมกัน คือ ศาลเจ้าพ่องู มีพิธีกรรมถวายงูอยู่เป็นประจาให้กับศาล ศาลเจ้าพ่องูที่อยู่คู่กับชุมชนมาตั้งแต่ก่อตั้ง เป็นสิ่งที่คนในชุมชน ให้ความเคารพบูชามาก เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ หากใครปรารถนาสิ่งใดหรือต้องการสิ่งที่ประโลมจิตใจ จะเข้ามากราบไหว้ที่ศาลเป็นประจา ความสัมพันธ์อันเป็นหนึ่งเดียวกันแบบวิถีชนบทนี้ เป็นจุดเด่นและเป็นทุนทางสังคมที่สาคัญของ ชุมชนเมืองไวท์เฮาส์ ทุนทางสังคมนี้เป็นรากฐานที่ทาให้การพัฒนาของเมืองดาเนินไปได้ดี เมื่อมีกิจกรรม ของชุมชนขนาดใหญ่ คณะกรรมการของทุกซอยจะรู้หน้าที่และออกมาช่วยเหลือกัน เช่น ร่วมกันจัดงาน ให้กับรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นงานขนาดใหญ่ คนในชุมชนก็จะมีการแบ่งงานกันทาอย่างง่ายๆ เช่น ซอยแต่ละซอย รับผิดชอบหน้าที่แตกต่างกัน และนามาร่วมกันในที่สุด แม้ว่าจะมีการแบ่งแยกชุมชนแล้วก็ตาม
  8. 8. 7 ระบบกลไกการดูแลสุขภาวะชุมชนเมืองไวท์เฮาส์ จากแผนภาพที่ 1 (ดูแผนภาพประกอบ) มีตัวแสดงหลักในการขับเคลื่อน 4 ฝ่าย ดังนี้ 1. ฝ่ายชุมชน เป็นกลุ่มที่มีบทบาทหลักในการทางาน ทั้ง 10 ซอยนี้จะมีคณะกรรมการกลางดูแล ภาพรวมของชุมชนแต่ละซอยที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่ ซึ่งเวลาทางานจะทางานร่วมกันทั้ง 10 ซอย แต่ คณะกรรมการแต่ละซอยไม่ได้ทางานแยกขาดออกคณะกรรมการซอยอื่นๆ การขับเคลื่อนงานจึงทา ร่วมกัน เป็นหนึ่งเดียว เสมือนเมืองใหญ่อยู่เสมอ โดยในภาพรวมคณะกรรมการมีภารกิจหลักที่ต้อง ดูแลชุมชนคือ - การดูแลโครงสร้างพื้นฐานของชุมชนและสาธารณภัย เนื่องจากพื้นที่เป็นรูปแบบบ้าน จัดสรร หลังจากเสร็จโครงการแล้วเจ้าของไม่ได้เข้ามาดูแล ทาให้คนในชุมชนแม้จะต่างที่มา จึง รวมกลุ่มต่อสู้เรียกร้องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ถนน ไฟฟ้า น้าประปา แม้ปัจจุบันโครงสร้าง พื้นฐานเหล่านี้มีเกือบทุกซอย แต่บางส่วนก็ยังขาดอยู่ แต่โครงสร้างพื้นฐานส่วนอื่นๆ เช่น พื้นที่ สาธารณะ ท่อสูบน้า ตลาด ยังไม่ได้รับมาตรฐาน คณะกรรมการจะทางานขับเคลื่อนเสนอ เทศบาลฯ ทุกปี สาหรับการป้องกันสาธารณะภัย จะเน้นการป้องกันมากโดยเฉพาะเรื่องไฟไหม้ เพราะสมัยอดีตเมื่อมีไฟไหม้ ไม่สามารถเรียกรถดับเพลิงของเทศบาลฯ ได้ทัน จึงมีการเรียกร้อง เทศบาลฯ ให้มีการหน่วยดับเพลิงย่อย มีรถดับเพลิงอยู่ในเมืองประมาณ 3 คัน และมีเจ้าหน้าที่ มาดูแลจานวน 4 คน เพื่อเตรียมความพร้อมป้องกันสาธารณะภัย - งานสวัสดิการชุมชน การสร้างหลักประกันเพื่อความมั่นใจแก่คนในชุมชน ซึ่งหมายความ รวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ทาให้คนในชุมชนดีขึ้น แม้จะเป็นชุมชนเมืองแต่มีทุนทางสังคมที่เข้มแข็ง จึงสามารถทางานด้านสวัสดิการชุมชนได้ มี 2 สวัสดิการ คือ สวัสดิการณาปนกิจ ก่อตั้งโดยสมาคมผู้สูงอายุไวท์เฮาส์ มีสมาชิกประมาณ 844 คน จากัดอายุ 45-65 ปี หากมีสมาชิกเสียชีวิต 1 คน สมาชิกที่เหลือจะให้ 100 บาท จะรวบรวมจ่าย ให้ญาติสมาชิกที่เสียชีวิตจานวน 40,000 บาท และส่วนอีกประมาณ 30,000 บาท เก็บเข้า กองกลางเพื่อทางานด้านอื่นต่อไป เป็นสวัสดิการที่ไม่มีหน่วยราชการมาสนับสนุน ก่อตั้งโดย คนในเมือง 100 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มสัจจออมทรัพย์เพื่ออาชีพ (เฉพาะบางซอย) มีสมาชิกประมาณ 120 คน ให้สมาชิก มาออมเงิน จากนั้นจะนาเงินไปฝากที่ธนาคารออมสิน โดยไม่มีกาหนดจานวนการออม เมื่อ ครบ 1 ปี ให้มีสิทธิ์กู้ได้ ดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาท สมมุติฝากเงิน 2000 บาท สามารถกู้ขั้นแรก 3000 บาท ยิ่งมีเงินออมเยอะ ก็ยิ่งกู้ได้สูง และในแต่ละปีก็จะมีปันผลด้วย ซึ่งระเบียบนี้ต่างๆ ธนาคารออมสินร่วมกาหนดขึ้นมา - งานใหญ่ประจาเมือง เมื่อมีกิจกรรมใหญ่ระดับเมือง เช่น งานประเพณีทางศาสนา งาน บวงสรวง งานที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ คณะกรรมการจะมาประชุมร่วมกัน และแบ่งหน้าที่ให้
  9. 9. 8 แต่ละชุมชน (ซอย) รับผิดชอบเรื่องต่างๆ เช่น ชุมชนซอย 1 รับผิดชอบเรื่องอาหาร ชุมชนซอย 2 รับผิดชอบเรื่องการตกแต่ง เป็นต้น - การดูแลสุขภาพคนในชุมชน สาหรับภารกิจในกลุ่มนี้ จะมีกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจา หมู่บ้าน (อสม.) จะรับหน้าที่หลักในการดูแล (จะอธิบายอย่างละเอียดในหัวข้อการดูแลสุขภาพ) 2. ฝ่ายเทศบาลเมืองคลองหลวง ในฐานะเทศบาลทีรับผิดชอบดูแลเมืองไวท์เฮาส์ จะรับหน้าที่ดูแล และสนับสนุนทุกเรื่องของเมือง ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณภัย และในด้านสุขภาพ ฝ่าย สาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อมจะทาหน้าที่เชื่อมประสานกับ กลุ่ม อสม. สนับสนุนเรื่องงบประมาณ บางส่วน การอบรมพัฒนาศักยภาพ และส่งต่อนโยบายจากส่วนกลางให้ปฏิบัติในชุมชน 3. ฝ่ายองค์กรสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาลคลองหลวง สาธารณสุขอาเภอคลองหลวง โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตาบล (รพ.สต.) คลอง 1 จะรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับกลุ่ม อสม. 4. ฝ่ายภาคีอื่นๆ กลุ่มนี้จะมาเป็นชั่วคราว ไม่ต่อเนื่อง ทาหน้าที่สนับสนุนชุมชน เช่น กิจกรรม CSR ของโรงงานอุตสาหกรรมและบริษัทต่างๆ ที่เข้ามา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ เข้ามาทากิจกรรมจิตอาสาตรวจสุขภาพคนในชุมชน การดูแลสุขภาพ ระบบการดูแลสุขภาพคนในชุมชน จะมีกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมู่บ้าน (อสม.) จะรับ หน้าที่หลักในการดูแล ในแต่ละชุมชน ในอดีตกลุ่ม อสม. เป็นกลุ่มจิตอาสา ไม่ได้เป็นรูปแบบทางการ ปัจจุบันเป็นรูปแบบทางการ อสม. ดูแลชุมชน/ ซอยละ 8-10 คน อสม.1 คน จะรับผิดชอบดูแล 15 ครัวเรือน โดยมีคณะกรรมการคอยสนับสนุน การดูแลสุขภาพของไวท์เฮาส์จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม 1. การดูแลสุขภาพโดยภาพรวม ในชีวิตประจาวัน เช่น การดูแลเรื่องไข้เลือดออก เรื่องยุงชุม การแจกทรายให้กับครัวเรือน การณรงค์เรื่องน้าขัง การตรวจเรื่องพิษสุนัขบ้า รณรงค์และฉีด ยา นอกจากนี้ยังให้ความสาคัญในเรื่องโรคไม่ติดต่อ เช่น ตรวจโรคไต โรคความดัน เบาหวาน และโรคหัวใจ 2. การดูแลสุขภาพตามช่วงวัย แบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ - กลุ่มเด็กเล็ก การสร้างและพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก ในช่วงประมาณ 20 ปีก่อน วิถีชีวิตแบบคนเมือง ผู้คนต้องออกไปทางาน ทั้งคนโรงงาน ข้าราชการ ทาให้เด็กเล็กไม่มีใครดูแล เป็นปัญหาของ หลายครอบครัว ทาให้กลุ่มสตรีก่อตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ได้ดาเนินการของเช่าบ้าน 1 หลังเพื่อ นาเด็กมาเลี้ยงที่ศูนย์แห่งนี้ หลังจากดาเนินการมาหลายปี จึงโอนศูนย์เด็กเล็กให้อยู่ภายใต้การ ดูแลของเทศบาลเมืองคลองหลวง ปัจจุบันศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีเด็กกว่า 100 คน แบ่งเป็น 4 ห้อง ห้องละ 25 คน มีครูดูแล 13 คน
  10. 10. 9 - กลุ่มพิเศษ คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง (มีประมาณ 10-20คนต่อชุมชน) และกลุ่มจิตเวช จะใช้ วิธีการเดินเข้าไปพูดคุยกับทุกครัวเรือน เพื่อเก็บข้อมูล และแนะวิธีการดูแลกลุ่มคนพิเศษเหล่านี้ พร้อมประสานงานร่วมกับแพทย์และพยาบาลในการลงพื้นที่ดูแล - กลุ่มผู้สูงอายุ ในด้านสุขภาพกายจะมีการตรวจสุขภาพประจาเดือน ตรวจเลือด ตรวจเบาหวาน วัดความดัน และมีพื้นที่ให้ออกกาลังกาย การเต้นแอโรบิคที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ ที่ส่งมาเป็นพี่เลี้ยง สาหรับสุขภาพทางสังคม จะมีการจัดกิจกรรมทุกเดือน เพื่อให้มีการรวมตัว ของผู้สูงอายุให้มาพูดคุย มากินอาหารร่วมกัน มารวมตัวให้หายคลายเครียด โดยร่วมกับ เทศบาลเมืองคลองหลวง ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงการพบปะสังสรรค์ แต่ยังมีกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ ด้วย มีนักวิชาการมาให้ความรู้เรื่องต่างๆ เช่น การเช็ดมือเช็ดเท้า มีการสอนอาชีพ เช่น ตัดผม ของโรงเรียนเสริมสวย โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เป็นต้น
  11. 11. 10 แผนภาพที่ 1 ระบบและกลไกการพัฒนาสุขภาวะเมืองไวท์เฮาส์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ชุมชน คุณนงคราญ วิไลเลิศ ผู้นา คณะกรรมการ 10 กลุ่ม ดูแล 10 ซอย อสอสม. 10 กลุ่ม ดูแล 10 ซอย ซอยละ 8 – 10 คน ภารกิจ 1. โครงสร้างพื้นฐาน/สา ธารณภัย 2. สวัสดิการชุมชน 3. งานใหญ่ประจาเมือง 4. สุขภาพ ภารกิจภาพรวม - เรื่องไข้เลือดออก (ป้ องกัน) - โรคพิษสุนัขบ้า - ตรวจสุขภาพประชากร - ฯลฯ ภารกิจเฉพาะกลุ่ม - เด็ก - กลุ่มพิเศษ (ผู้ป่วยติดเตียง คน พิการ) - ผู้สูงอายุ ภาคีอื่นๆ - มหาวิทยาลัยธรรมศา สตร์ - บริษัทและโรงงาน โรงพยาบาล - รพ.สต. - โรงพยาบาลคลอง หลวง เทศบาลเมือง คลองหลวง ก่อตั้งโดย กลุ่มสตรี กาย - ออกกาลังกาย - ตรวจสุขภาพทุกเดือน สังคม - การรวมกลุ่มทุกเดือน ทากิจกรรม ต่างๆ เช่น กินข้าว สอนอาชีพ ฯลฯ - สวัสดิการณาปนกิจ - กลุ่มสัจจออมทรัพย์ เพื่ออาชีพ (เฉพาะ ปัจจุบันสังกัดเทศบาล
  12. 12. 11 แผนการพัฒนาด้านสุขภาวะเมืองในอนาคต - พัฒนาแหล่งจาหน่ายอาหารของเมือง ในพื้นที่ไวท์เฮาส์มีแหล่งจาหน่ายวัตถุดิบ อาหารสด เพียงแห่งเดียว และค่อนข้างทรุดโทรม เก่า ไม่ถูกสุขลักษณะ กาลังมีแผนพัฒนาโดยเทศบาลเมือง คลองหลวง เพื่อให้เป็นตลาดที่สะอาด เป็นระเบียบ ถูกสุขลักษณะ เหมาะกับคนเมือง - พัฒนาพื้นที่สาธารณะสาหรับการรวมกลุ่ม แผนสร้างศาลาประชาคมแห่งใหม่ เพื่อรองรับและ เหมาะแก่การรวมกลุ่มทากิจกรรมของคนในเมือง ในขณะที่พื้นที่เดิมเล็กและไม่แข็งแรง ความท้าทายของเมือง - การเผชิญน้าท่วมฉับพลัน พื้นที่ของเมืองเป็นพื้นที่ราบลุ่ม และมีปัญหาบ่อน้าทิ้งไม่ทางานอย่าง เต็มประสิทธิภาพ ทาให้เมื่อเวลาฝนตกจึงเกิดน้าท่วม และมีภัยพิบัติน้าท่วมเฉียบพลัน - การเผชิญปัญหาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม มีส่งกลิ่นเหม็นรบกวน เป็นบางครั้ง และกาลังจะมีโรงไฟฟ้าเข้ามาก่อตั้งใกล้กับชุมชน ซึ่งไม่แน่ชัดว่าในอนาคตจะส่งผล อย่างไรกับเมือง - ปัญหาความปลอดภัยในชุมชน ที่ปัจจุบันยังคงมีปัญหาเรื่องวัยรุ่นติดยา การขับมอเตอร์ไซค์เสียง ดัง การขโมย แม้จะมีการพยายามรวบรวมทุนเพื่อจ้างคนในชุมชนเป็นยาม แต่ก็ยังไม่สาเร็จ

×