Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Heritage Trust กับการพัฒนาย่านเมืองเก่าสงขลา

1,464 views

Published on

ปัจจุบัน สงขลาได้เกิดกระแสการอนุรักษ์เมืองเก่าขึ้น มีการจัดโครงการและกิจกรรมมากมาย จนส่งผลให้เมืองเก่าสงขลาเป็นที่พูดถึงและโดดเด่นขึ้น กิจกรรมต่างๆ ยังทำให้ผู้คนในเมืองหันมาตระหนักถึงคุณค่าประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมของเมือง ซึ่งภาคประชาชนที่มีบทบาทยิ่งในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์มรดกเมืองดังกล่าวคือ “ภาคีคนรักเมืองสงขลา”

Published in: Government & Nonprofit

Heritage Trust กับการพัฒนาย่านเมืองเก่าสงขลา

  1. 1. รังสี รัตนปราการ ดร.จเร สุวรรณชาต สืบสกุล ศรีสุข ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต Heritage Trust กับการพัถนาย่านเมืองเก่าสงขลา
  2. 2. | 2 Heritage Trust กับการพัฒนาย่านเมืองเก่าสงขลา รังสี รัตนปราการ ดร.จเร สุวรรณชาต สืบสกุล ศรีสุข
  3. 3. | 3 ผู้เขียน รังสี รัตนปราการ ดร.จเร สุวรรณชาต สืบสกุล ศรีสุข บรรณาธิการบริหาร นางสาวยุวดี คาดการณ์ไกล บรรณาธิการฝ่ายวิชาการ นางสาวยุวดี คาดการณ์ไกล ผู้ถอดความ นางสาวณัฐธิดา เย็นบารุง กองบรรณาธิการ นางสาวณัฐธิดา เย็นบารุง นายอรุณ สถิตพงศ์สถาพร นายฮาพีฟี สะมะแอ ปก นางสาวณัฐธิดา เย็นบารุง นางสาวจุฑามาศ พูลสวัสดิ์ รูปเล่ม นางสาวณัฐธิดา เย็นบารุง ปีที่เผยแพร่ มกราคม พ.ศ. 2560 ผู้เผยแพร่ ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมปัญญาสาธารณะ (CPWI) ภายใต้แผนงานนโยบายสาธารณะเพื่อการพัฒนาอนาคตของเมือง ผู้สนับสนุน สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  4. 4. | 4 Heritage Trust กับการพัฒนาย่านเมืองเก่าสงขลา บทนา ช่วงปีที่ผ่านมา ได้เกิดกระแสการอนุรักษ์เมืองเก่าขึ้นในเมืองสงขลา มีโครงการและกิจกรรม เกิดขึ้นมากมายภายในเมือง ส่งผลให้เมืองสงขลาเป็นที่พูดถึงและโดดเด่นขึ้นมามาก โดยกิจกรรมที่ เกิดขึ้นเริ่มทาให้ผู้คนในเมืองหันมาตระหนักถึงคุณค่าประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมของเมือง และที่สาคัญ เมืองสงขลาได้เตรียมผลักดันเมืองเก่าสงขลาขึ้นสู่การเป็นมรดกโลก ซึ่งภาคประชาชนใน พื้นที่จังหวัดสงขลาได้มีบทบาทอย่างยิ่งในขับเคลื่อนดังกล่าว ประชาชนกลุ่มนี้เป็นที่รู้จักดีใน นาม “ภาคีคนรักเมืองสงขลา” ทาหน้าที่สนับสนุนและประสานการทางานของภาครัฐและ ประชาชนในพื้นที่ ภาคีคนรักเมืองสงขลาเริ่มต้นจากการรวมกลุ่มอย่างเข้มแข็งของผู้ซึ่งมีความคิดริเริ่ม ในการผลักดันให้สงขลาเป็นเมืองมรดกโลก และต่อมาได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ จนถึงขณะนี้ การ ดาเนินงานของภาคีคนรักเมืองสงขลาส่งผลดีต่อการพัฒนาเมืองสงขลาทั้งในแง่ของการอนุรักษ์และการ ท่องเที่ยวอย่างมีทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน แผนงานนโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนาอนาคตของเมือง (FURD) ภายใต้ศูนย์ศึกษามหานครและ เมือง มหาวิทยาลัยรังสิต จึงมีความสนใจในกระบวนการทางานของภาคประชาสังคมเมืองสงขลา ว่ามี ความคิดริเริ่มอย่างไร ดาเนินงานอย่างไร มีบทเรียนอย่างไร เพื่อที่จะนาองค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่ ได้มาต่อยอดเป็นแบบอย่างสาหรับการปรับปรุงและพัฒนาเมืองอื่นๆ ต่อไป ความสาคัญของเมืองสงขลา1 สงขลา เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่สาคัญแห่งหนึ่งในคาบสมุทรสทิงพระมาตั้งแต่โบราณ ทั้งยัง เป็นเมืองที่มีมรดกภูมิทัศน์วัฒนธรรมของบรรพบุรุษตกทอดมารุ่นแล้วรุ่นเล่า เมืองสงขลาเป็นเมือง เก่าแก่ที่มีอายุกว่า 400 ปี สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ยุค (ภาพที่ 1) ได้แก่ ยุค Singora เป็นยุคแรกของการตั้งรกรากของชาวสงขลา ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีกษัตริย์ดา โต๊ะ โมกุล พ่อค้าชาวชวา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นกษัตริย์พระองค์แรก ขณะนั้นเมืองสงขลาเป็น ศูนย์กลางการค้าขายทางทะเล ในบันทึกของพ่อค้าชาวจีนและชาวต่างชาติ ระบุว่าดินแดนแห่งนี้เป็น เมืองท่าการแลกเปลี่ยนสินค้าทางทะเลที่เจริญรุ่งเรืองมาก สงขลาในยุคนี้ยังได้รับอิทธิพลจากฮอลลันดา จากการเชื่อมต่อทางการค้ากับชาวดัชท์ ปัจจุบันจึงมีหลุมศพหินชาวดัชท์กว่า 22 หลุม ที่ยังเหลืออยู่ใน เมือง นอกจากนี้ การที่เมืองสงขลาถูกปกครองด้วยกษัตริย์เชื้อสายเปอร์เซีย รูปแบบสถาปัตยกรรมจึง ได้รับอิทธิพลจากอิสลามอยู่ไม่น้อย 1 ถอดความจากการบรรยายของ อาจารย์สืบสกุล ศรีสุข เป็นผู้อานวยการบริหารจัดการของภาคีคนรักเมืองสงขลา เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2559 ณ โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น อาเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา
  5. 5. | 5 ยุคแหลมสน ช่วงหลังเมืองสงขลามีการแข็งเมือง ทาการค้าขายอย่างเสรีมากขึ้น จนทาให้ สมเด็จพระนารายณ์มหาราชต้องยกทัพหลวงมาปราบจนราบคาบ ในปี พ.ศ. 2223 หลังจากเหตุการณ์ ดังกล่าว เมืองสงขลาก็กลายเป็นเมืองร้างไปเกือบหนึ่งศตวรรษ หลังจาก เมือง Singora แตกในครั้งนั้น ผู้คนก็เริ่มย้ายมาสร้างบ้านเมืองใหม่บริเวณแหลมสน เรียกยุคนี้ว่า สงขลา ยุค “แหลมสน” โดยผู้ปกครอง เป็นคนไทยพื้นถิ่น ต่อมาได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชให้เป็นพระสงขลา ปกครอง เมืองสงขลาอยู่ระยะหนึ่ง แต่เนื่องจาก พื้นที่ตั้งเมืองฝั่งแหลมสนขาดน้าเป็นอันมาก และพื้นที่ขยายไปได้ ไม่มากนัก จึงทาให้เมืองสงขลาต้องย้ายชัยภูมิอีกครั้งไปที่บ่อยาง ยุคบ่อยาง มีหลวงคีรี สมบัติ เป็นผู้ปกครอง ก่อนเปลี่ยนการปกครองมาเป็นระบบข้าหลวง เทศาภิบาล แรกเริ่ม สงขลาบ่อย่างมีที่ตั้งอยู่บริเวณย่านเมืองเก่า ในเขตกาแพงเมือง ซึ่งอยู่ตรงบริเวณ ถนนเก้าห้องและถนนนครในในปัจจุบัน มีหลักฐานของศาลหลักเมืองตั้งอยู่บนถนนเก้าห้อง โดย ศาลหลักเมืองดังกล่าวได้รับพระราชทานไม้ชัยพฤกษ์ จากรัชกาลที่ 3 พระราชทานเป็นเสาไม้หลักเมือง ใน พ.ศ.2385 ยุคนี้เป็นยุคที่สงขลาได้รับอิทธิพลจากการค้าขายทางเรือของชาวจีน จึงทาให้ สถาปัตยกรรมของจังหวัดสงขลาส่วนใหญ่ก่อสร้างอาคารในรูปแบบจีน ในสมัยเจ้าวิเชียรคีรี หรือสมัย พ.ศ. 2379 จากความรุ่งเรืองทางการค้าขาย ได้ส่งผลให้เมืองสงขลาบ่อยางมีการก่อสร้างอาคารห้องแถว เพื่อการค้าขายจานวนมาก มีโรงสีข้าว ศาลเจ้า โรงแรม โรงละคร สถานศึกษา กระจายอยู่ทั่วไป โดย รูปแบบทางสถาปัตยกรรมของอาคารมีความใกล้เคียงกับประเทศข้างเคียง เช่น จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ซึ่งสะท้อนเป็นเอกลักษณ์ที่สาคัญของเมืองแบบจีนดั้งเดิม แบบจีนพาณิชย์ และแบบจีนผสมตะวันตก (ภาพที่ 2-3) ภาพที่ 1 แผนที่การตั้งเมืองสงขลาทั้ง 3 ยุค
  6. 6. | 6 การเปลี่ยนแปลงในเมืองสงขลา 1. การย้ายถิ่นฐานของผู้คน สืบเนื่องมาจากช่วงที่คนจีนในสงขลาเริ่มมีฐานะร่ารวยขึ้น จึงมี ค่านิยมส่งลูกหลานให้เรียนสูง โดยมักจะส่งไปที่ปีนังหรือกรุงเทพฯ เพราะมีสถานศึกษาที่มี ชื่อเสียงจานวนมาก เมื่อลูกหลานชาวจีนเหล่านั้นจบการศึกษา จึงมักทางานต่อในต่างประเทศ หรือกรุงเทพฯ โดยไม่กลับมาใช้ชีวิตที่สงขลา นอกจากนี้เมื่อมีการสร้างรถไฟ ทาให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงเส้นทางการส่งสินค้าจากทางทะเลเป็นทางบกแทน ทาให้อาเภอหาดใหญ่กลายเป็น เมืองค้าขายแทนสงขลา ผู้คนที่ทาการในค้าสงขลารุ่นแรกๆ เริ่มย้ายที่อยู่ไปที่หาดใหญ่และที่ อื่นๆ มากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ก่อให้เกิดการย้ายถิ่นฐานของผู้คนออกนอกเมืองสงขลา เหลือเพียง บ้านพักที่เคยอาศัยไว้เป็นเสมือนหลักฐานความมั่งคั่งของตระกูล 2. ผลจากการเปลี่ยนแปลงของเมือง หลังจากทาทางรถไฟไปหาดใหญ่ ทาให้สงขลาเปลี่ยนจาก ย่านธุรกิจการค้าขายมาเป็นย่านประมง มีเรือประมงมาจอดกว่า 500 ลา มีการขนส่งด้วย รถบรรทุกขนาดใหญ่ ขนสินค้าเข้าออกทุกวัน (ภาพที่ 4-5) ตลอดจนเป็นแหล่งที่พานักของ ประชากรแฝง เริ่มมีร้านมีคาราโอเกะ มีการขายบริการของแรงงานต่างชาติ จนนามาสู่ปัญหา ของเมืองในด้านต่างๆ ทั้งปัญหาขยะ ปัญหาอาชญากรรม และปัญหาโรคติดต่อ 3. ความเสื่อมโทรมย่านเมืองเก่า ด้วยเหตุปัจจัยการย้ายออกของผู้คน ประกอบกับคติความเชื่อ ของชาวจีนสงขลาที่ประสบความสาเร็จว่าจะไม่ขายที่ดินหรือที่อยู่อาศัยให้กับผู้อื่น เนื่องจากจะ เป็นการลบหลู่บรรพบุรุษ ทาให้บ้านเก่าหลายหลังกลายเป็นบ้านเช่า บางหลังถูกปิดไว้ บางหลัง แปรสภาพเป็นที่เก็บของ จากการสารวจพบว่ามีบ้านอีกจานวนไม่น้อยที่มักจะเปลี่ยนผู้เช่า บ่อยครั้ง ทาให้การที่ผู้เช่าจะลงทุนซ่อมแซมบ้านเช่าด้วยตนเองเป็นเรื่องเกินกาลังของผู้เช่า อีก ทั้งหากจะต้องมีการบูรณะ ก็ต้องใช้เงินจานวนมาก แต่ทานองกลับกัน หากเจ้าของจะสร้างห้อง แถวใหม่ กฎหมายก็ไม่เอื้ออานวยให้สร้างห้องแถวในที่ดินเดิม ภาพที่ 2-3 บ้านและอาคารรูปแบบจีนในสงขลา
  7. 7. | 7 นอกจากนี้ การเปลี่ยนเป็นย่านประมง มีกิจการขนส่งด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ทุกวัน ทาให้ย่านเก่าเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว ช่วงเปลี่ยนผ่านระยะเวลาของเหตุการณ์ดังกล่าวจนถึง ปัจจุบัน ผ่านมาเกือบ 100 ปี ส่งผลให้สภาพที่อยู่อาศัยในย่านเมืองเก่านี้ ชารุดทรุดโทรม และ บางหลังถูกทิ้งร้างจนไม่สามารถเข้าอาศัยได้ ภาคีคนรักเมืองสงขลา2 จากการเปลี่ยนแปลงของเมืองสงขลาจนนาไปสู่ความเสื่อมโทรมของย่านเมืองเก่า ทาให้เกิดการ รวมตัวของคนหลากหลายอาชีพซึ่งล้วนเป็นผู้มีจิตสานึกรักท้องถิ่นที่ต้องการรักษามรดกของเมืองและ บูรณะฟื้นฟูย่านเมืองเก่าที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ภายใต้ชื่อ “ภาคีคนรักเมืองสงขลา” ภารกิจหลักของภาคีฯ คือการทางานร่วมกับภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนการฟื้นฟูและรักษาคุณค่า ของเมืองเก่า โดยได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยและการ เคหะแห่งชาติ สานักงานภาคีคนรักเมืองสงขลาได้รับความอนุเคราะห์จากคุณรังสี รัตนปราการ ให้ใช้อาคารสี แดง หับ โห้ หิ้น เลขที่ 13 ถนนนครนอก อาเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นสถานที่ตั้ง บทบาทของภาคีคนรักเมืองสงขลา คือ อานวยความสะดวกในการฟื้นฟูย่านเมืองเก่า สนับสนุน การจัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับภาครัฐ เช่น เทศบาลนครสงขลาหรือภาคส่วนจังหวัด ตลอดจนเป็น ตัวกลางประสานให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชน เกิดความสัมพันธ์อันดี และลดความขัดแย้งระหว่าง ภาคประชาชนกับภาครัฐ ให้ร่วมมือพัฒนาเมืองได้ ภาคีคนรักเมืองสงขลา สู่ ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม (Songkla heritage trust) หลังจากภาคีคนรักเมืองสงขลาได้ทากิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อกระตุ้นและก่อกระแสการ อนุรักษ์เมืองเก่ามาระยะหนึ่งก็ต้องการยกระดับการทางานอนุรักษ์เมืองเก่าสู่ระดับสากลมากขึ้น จึงได้ 2 ถอดความจากการบรรยายของ คุณรังสี รัตนปราการ ประธานกลุ่มภาคีคนรักเมืองสงขลา ในโครงการฝึกอบรมการจัดทานคร ลาปางให้เป็นเมืองน่าอยู่โดยการปกป้องรักษามรดกอันมีคุณค่าของเมือง สนับสนุนโดยการเคหะแห่งชาติ และมูลนิธิปัทมะเสวี เมื่อ วันที่ 11 มกราคม 2559 ณ บ้านบริบูรณ์ เทศบาลเมืองลาปาง ภาพที่ 4-5 การจอดเรือประมงและการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกสงขลา
  8. 8. | 8 เริ่มศึกษาบทเรียนด้านการพัฒนาจากต่างประเทศในเรื่อง heritage trust โดยศึกษาข้อมูลการทางาน จาก Penang heritage trust (PHT) สมาคมอนุรักษ์เมืองเก่าปีนัง ที่เป็นเครือข่ายการทางานของภาคีคน รักเมืองสงขลา พ.ศ. 2556 ภาคีคนรักเมืองสงขลาได้จดทะเบียนเป็นสมาคมอนุรักษ์เมืองเก่าระดับสากล และใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Songkhla Heritage trust” มีสถานะเป็นองค์กรอย่างเป็นทางการ โครงสร้างขององค์กรประกอบด้วย สมาชิกตลอดชีพและสมาชิกสามัญ มีหน้าที่บริหารสมาคมให้ ดาเนินงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนสมาชิกสมทบและสมาชิกยุวชน จะมี หน้าที่สนับสนุนการดาเนินงานของภาคีอย่างเข้มแข็ง โดยองค์กรมีวัตถุประสงค์การทางาน ดังนี้ 1. เป็นศูนย์รวมความสามัคคี ความนึกคิดระหว่างสมาชิกด้วยกัน ทั้งภาครัฐและภาคประชาชน 2. รวบรวม ค้นคว้า และเผยแพร่ประวัติศาสตร์เมืองสงขลา 3. สนับสนุนกิจกรรมทางสาธารณะเพื่อประโยชน์ชุมชนให้เป็นการเรียนรู้แก่คนรุ่นต่อไป 4. ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง หลักการของ heritage trust หลักการของสมาคม heritage trust ในระดับสากลนั้น จะต้องมีการบริจาคเงินเพื่อสร้างกองทุน สนับสนุนการปรับปรุงและฟื้นฟูบ้านและอาคารเก่าในเมือง แต่ ณ ขณะนี้ ภาคีคนรักเมืองสงขลายังได้รับ งบประมาณจากคุณรังสี รัตนปราการ แต่เพียงผู้เดียว อีกทั้งยังไม่มีการเก็บเงินจากสมาชิกของสมาคม เนื่องจากต้องการให้ผู้คนเข้าร่วมจานวนมากก่อน โดยคาดหวังว่า ในอนาคตจะสามารถสร้างกองทุน อนุรักษ์จากการมีส่วนร่วมของคนในเมืองได้อย่างแท้จริง งบประมาณ งบประมาณที่สนับสนุนกองทุนได้มาจาก คุณรังสี รัตนปราการ ซึ่งได้มอบเงินสบทบทุนเพื่อเป็น ทุนในการดาเนินงานต่างๆ กว่า 2,000,000 บาท คณะกรรมการบริหารกองทุนมี 3 คน คือ คุณรังสี รัตนปราการ คุณชนินทร์ สาครินทร์ และดร. จเร สุวรรณชาต นอกจากนี้ ภาคีฯ ยังมีกรรมการบริหาร และดาเนินงาน คือ อาจารย์สืบสกุล ศรีสุข เป็นผู้อานวยการบริหารจัดการโครงการต่างๆ สมาชิกกลุ่ม ปัจจุบันภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม มีสมาชิกที่ทางานเป็นกลุ่ม Core Team (ภาพที่ 6) จาก หลากหลายสาขาอาชีพประมาณ 60 คน ทั้งยังมีสมาชิกที่ลงทะเบียนเข้าร่วมกับสมาคมอีกกว่า 800 คน และมีสมาชิกติดตามข่าวสารทาง Facebook ภาคีคนรักเมืองสงขลา อีกประมาณ 5,000 คน
  9. 9. | 9 เป้ าหมายการทางานของภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม 1. การนาสงขลาเข้าสู่เมืองมรดกโลก เป็นเป้าหมายระยะยาวของภาคีคนรักเมืองสงขลาเพื่อ รักษาฟื้นฟูเมืองเก่า และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เนื่องจากการท่องเที่ยวเป็นภาคส่วนที่สร้าง รายได้เข้าสู่ประเทศจานวนมาก อีกทั้งสงขลายังมีฐานนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียและ สิงคโปร์เป็นทุนเดิม ดังนั้น การท่องเที่ยวจะช่วยกระตุ้นความภูมิใจในท้องถิ่นและสร้าง เศรษฐกิจเมืองให้เกิดขึ้นด้วย การวางเป้าหมายระยะยาวเช่นนี้ถือเป็นหัวใจสาคัญในการทางาน เนื่องจากการ ตั้งเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมเช่นนี้ จะทาให้ทั้งคนทางาน ภาครัฐ และประชาชน เข้าใจและเห็น ภาพปลายทางของการทางานด้านอนุรักษ์ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมได้ 2. การกระตุ้นให้คนในเมืองตระหนักถึงคุณค่าเมืองสงขลา เป็นเป้าหมายระยะสั้นของภาคี คนรักเมืองสงขลา เนื่องจากการพัฒนาและฟื้นฟูเมืองนั้นจะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของคนใน เมือง ภาคีฯ จึงให้ความสาคัญกับการสร้างความไว้วางใจต่อกัน พร้อมทั้งกระตุ้นอารมณ์ของคน ในเมืองให้เข้าใจและเห็นคุณค่าของธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมของเมือง วิธีการทางานของภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม การทางานของภาคีคนรักเมืองสงขลา เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การทางานที่ผ่านมา จึงพยายามสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อดาเนินแผนการอนุรักษ์และกิจกรรมระดับเมือง โดย ร่วมมือกับภาครัฐ เช่น เทศบาลนครสงขลา องค์การส่วนจังหวัด การเคหะแห่งชาติ สถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยต่างๆ ในสงขลา และภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท ปตท.สารวจและผลิตปิโตรเลียม จากัด เป็นต้น ทั้งนี้ภาคีฯ ได้กาหนดวิธีการทางานเพื่อนาสู่เป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาวดังนี้ ภาพที่ 6 กลุ่มคนทางานหลักของภาคีคนรักเมืองสงขลา
  10. 10. | 10 1. การนาสงขลาเข้าสู่เมืองมรดกโลก ภาคีฯ มีการเตรียมข้อมูลเพื่อเข้าสู่การเป็นเมืองมรดกโลก แม้เมืองสงขลามีขนาดเล็ก แต่มีมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ถึง 3 แห่ง จึงมีนักวิชาการที่พร้อมทางาน เพื่อเตรียมข้อมูลที่จะเข้าสู่การเป็นเมืองมรดกโลก สงขลาจาเป็นต้องมีข้อมูลเพื่อนาเสนอต่อ คณะกรรมการมรดกโลกในการประเมินเพื่อพิจารณาและเป็นข้อมูลสาหรับการทาแผนอนุรักษ์ และฟื้นฟูเมืองเก่าต่อไป นักวิชาการในพื้นที่ได้จัดทาข้อมูลทั้งมรดกทางธรรมชาติ มรดกทาง สถาปัตยกรรม มรดกด้านวัฒนธรรม โดยใช้วิธีการสารวจ สัมภาษณ์ และประเมินหาวิธีการ พัฒนาและแก้ไขปัญหา (รายละเอียดอยู่ในหัวข้อการจัดทาแผนอนุรักษ์เมืองเก่าสงขลา) 2. การกระตุ้นให้คนในเมืองตระหนักถึงคุณค่าในเมืองสงขลา เป็นการเตรียมความรู้สึกของ คนเมืองให้เข้าใจคุณค่าของสงขลา พร้อมสร้างคนรุ่นใหม่ให้มีคุณภาพ ทางภาคีฯ ได้จัดกิจกรรม ระดับเมืองอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างบรรยากาศเมือง และสร้างคนควบคู่ไปกับการจัดทาข้อมูล มรดกเมืองเพื่อจูงใจผู้คน ทาให้ 2 ปีที่ผ่านมา เมืองสงขลามีกิจกรรมที่สร้างความคึกคักและก่อ กระแสการอนุรักษ์เมืองได้ตลอดทั้งปี ซึ่งแต่ละกิจกรรมมีผู้คนในเมืองเข้าร่วมจานวนมาก (รายละเอียดอยู่ในหัวข้อโครงการที่ได้ดาเนินการมา) ความร่วมมือระดับนานาชาติ ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม (Songkhla Heritage Trust) ได้สร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ ร่วมกับกลุ่มอนุรักษ์ฟื้นฟูเมืองเก่าประเทศต่างๆ โดยใน พ.ศ. 2557 ได้จัดการประชุมความร่วมมือทาง วิชาการ (symposium) ภายใต้ชื่อ “IMT-GT 2015 Symposium on Liveable Old Town Tourism” จัด ขึ้นที่พิพิธภัณฑ์สงขลา เป็นการประชุมความร่วมมือในด้านวิชาการเรื่องอนุรักษ์เมืองเก่าเพื่อ ความก้าวหน้าร่วมกัน โดยมีการเซ็นสัญญาความร่วมมือกับ 7 เมือง ใน 3 ประเทศ ได้แก่ เมืองมะละกา เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย และเมืองเมดา เมืองปาเลมบัง เมืองบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนีเซีย และ เมืองสงขลา เมืองภูเก็ตของประเทศไทย เพื่อให้ทั้ง 7 เมืองเก่านี้กลายเป็นหนึ่งชุมชนแห่งการอนุรักษ์ (one community) ภาพที่ 7 เรื่องราวของคุณ Arthur Stewart King Scarf
  11. 11. | 11 การเติบโตและการขยายผลในอนาคต - การปรับข้อมูลของเมืองให้เป็นปัจจุบัน (Update) คือ การศึกษาและปรับข้อมูลเมืองอย่าง สม่าเสมอ ซึ่งงบประมาณด้านนี้ได้รับจากการเคหะแห่งชาติ โดยจะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาก ขึ้นในการศึกษา เช่น กล้องถ่ายรูปแบบใหม่ กล้องโดรน มาปรับและศึกษาสภาพปัจจุบันของ เมือง สารวจในตัวบ้านและอาคารให้มากขึ้น มีการรางวัดออกมากขึ้น ช่วยต่อยอดรูปแบบการใช้ วัสดุและรูปแบบทางสถาปัตยกรรม - การก่อตั้ง มูลนิธิรัตนปราการ (Ratanaprakarn Foundation) ซึ่งเป็นมูลนิธิของคุณรังสี เป็น อีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยสนับสนุนงานภาคีฯ ได้ในอนาคต โดยมูลนิธิมีวัตถุประสงค์ให้การ สนับสนุนใน 3 ด้าน คือ ศาสนา โรงพยาบาล และการศึกษา นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงเรื่องการ จัดการภัยพิบัติต่างๆ เนื่องจากมีผลกระทบต่อเมืองเก่ามาก อุปสรรคและข้อจากัด แม้ว่าลักษณะภายนอก เมืองสงขลาจะประสบความสาเร็จในการฟื้นฟูย่านเมืองเก่า แต่การ ทางานยังคงมีปัญหาในหลายด้าน เช่น - งบประมาณมีจากัด การจัดกิจกรรมเพื่อดึงความสนใจจากผู้คนและสร้างการเรียนรู้ของ เยาวชนย่อมต้องอาศัยงบประมาณจานวนมาก เช่น การเปิดศูนย์เรียนรู้ หากมีโรงเรียนมาศึกษา ดูงาน ภาคีฯ จะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด ย่อมนามาสู่ปัญหาด้านงบประมาณทั้งสิ้น แม้ว่า ปัจจุบันภาคีฯ จะได้รับการสนับสนุนจากคุณรังสี รัตนปราการ เป็นหลัก จึงต้องใช้อย่างประหยัด และต้องวางแผนเพื่อหางบประมาณเพิ่มด้วย เนื่องจากยังต้องดาเนินงานอนุรักษ์ฟื้นฟูอีกมาก - ข้อจากัดด้านการสนับสนุนจากภาครัฐส่วนท้องถิ่น ตลอดการทางานฟื้นฟูย่านเก่าของภาคี ฯ ใช่ว่าภาครัฐท้องถิ่นจะไม่สนับสนุน แต่ท้องถิ่นมีข้อจากัดเกี่ยวกับเงื่อนไขการใช้งบประมาณ เนื่องจากการปรับปรุงบ้านเก่าไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการใช้จ่ายของส่วนท้องถิ่น - การให้ความสาคัญจากรัฐส่วนกลาง การอนุรักษ์เมืองเก่า ที่ผ่านมายังไม่ได้รับความสนใจ จากรัฐส่วนกลางเท่าที่ควร ทาให้มีอุปสรรคทั้งทางกฎหมายและงบประมาณสนับสนุน เมืองเก่า หลายแห่งในประเทศไทยซึ่งมีบ้านและอาคารเก่าสวยงามจึงไม่สามารถจัดทาแผนฟื้นฟูได้ เนื่องจากข้อจากัดด้านงบประมาณ ภาครัฐส่วนกลางจึงควรเห็นความสาคัญของเรื่องดังกล่าว โดยตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อช่วยเหลือ
  12. 12. | 12 สรุป ประสบการณ์อนุรักษ์ย่านเมืองเก่าของสงขลา ให้บทเรียนสาคัญ คือ การสร้างการมีส่วนร่วมของ คนในเมืองที่ไม่ใช่แค่มีส่วนร่วมในกิจกรรม แต่ประชาชนในพื้นที่ควรเป็นส่วนหนึ่งของโครงการต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าของ ร่วมมีส่วนได้ส่วนเสีย อีกทั้งต้องทาให้คนในชุมชนเข้าใจและตระหนักถึงประวัติศาสตร์ รากเหง้า วิถีชีวิตของตัวชุมชน สิ่งเหล่านี้ทาให้ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคมให้ความสาคัญกับการสร้าง การมีส่วนร่วมของคนและกระตุ้นให้คนได้ตระหนักถึงคุณค่าในมรดกเมืองที่ตกทอดมา การทางานอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองของภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคมที่ร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา ถือได้ว่ามีความก้าวหน้า มีความเป็นรูปธรรม ก่อให้เกิดกระแสการ อนุรักษ์และหวงแหนเมืองอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปัจจุบันยังมีการขับเคลื่อนการทางานสู่ความเป็นสากล โดยร่วมมือกับกลุ่มอนุรักษ์ของต่างประเทศ นับเป็นตัวอย่างที่น่าติดตามของการทางานด้านการอนุรักษ์ เมืองเก่า ความร่วมมือระหว่างชุมชนกับรัฐ การจัดการเมืองเพื่อรองรับการท่องเที่ยว แม้ว่าจะมีอุปสรรค และข้อจากัดหลายประการ แต่อย่างน้อยความเคลื่อนไหวทุกก้าวก็เป็นไปเพื่อการอนุรักษ์มรดกของเมือง อันเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเมืองอื่นในประเทศไทยเพื่อเรียนรู้และต่อยอดการพัฒนาและอนุรักษ์ของ ประเทศไทยให้ยั่งยืนต่อไปได้ ภาคผนวก การทาแผนอนุรักษ์ฟื้นฟูย่านเมืองเก่าสงขลา3 การจัดทาแผนอนุรักษ์ฟื้นฟูย่านเมืองเก่า ทีมวิชาการได้จัดทาแผนบริหารจัดการเมืองเก่าสงขลา ตามแนวทางเมืองมรดกโลก ซึ่งกาหนดไว้โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่ง สหประชาชาติ หรือ UNESCO เพื่อใช้เป็นแผนงานสาหรับปกป้องและส่งเสริมคุณค่าของเมือง โดย เทียบเคียงมรดกเมืองของสงขลาเข้ากับตัวชี้วัดของ UNESCO ซึ่งพบว่า สงขลามีคุณสมบัติที่ใกล้เคียง กับการเป็นพื้นที่ภูมิวัฒนธรรม (History Cultural Landscape) เพราะสงขลามีมรดกของเมืองหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นมรดกทางธรรมชาติ มรดกสถาปัตยกรรม มรดกทางวัฒนธรรม มีประเพณี อาหารการกิน ดั้งเดิมที่เป็นเอกลักษณ์ จากนั้นจึงทาการลงศึกษาพื้นที่ในวงกว้างและจัดทาแผนเพื่อบูรณาการมรดก เมืองซึ่งมีอย่างหลากหลายเข้าด้วยกัน โดยการจัดทาข้อมูลมรดกของเมืองแต่ละด้าน มีรายละเอียด ดังนี้ - การจัดทาข้อมูลมรดกทางธรรมชาติ สงขลาเป็นเมืองที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์เมืองหนึ่งของไทย ทีมวิชาการจึงได้สารวจ แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ และวางจุดบนแผนที่ (ภาพที่ 1) โดยความโดดเด่นของสงขลา คือ การมีเกาะ 3 ถอดความจากการบรรยายของ ดร.จเร สุวรรณชาต อาจารย์ประจาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ศรีวิชัย ในโครงการฝึกอบรมการจัดทานครลาปางให้เป็นเมืองน่าอยู่โดยการปกป้องรักษามรดกอันมีคุณค่าของเมือง สนับสนุนโดย การเคหะแห่งชาติ และมูลนิธิปัทมะเสวี เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2559 ณ บ้านบริบูรณ์ เทศบาลเมืองลาปาง
  13. 13. | 13 หลายเกาะ ทั้งเกาะหนู เกาะแมว มีทะเลสาบล้อมรอบเมือง อีกทั้งบริเวณใจกลางเมืองยังมีภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เรียกว่า เขาตังกวน (ภาพที่ 2) ซึ่งเป็นที่บรรจุ เจดีย์พระธาตุ ภูเขานี้ยังเป็นจุดชมทัศนียภาพทั้งหมดของ เมือง นอกจากนี้สงขลายังเป็นเมืองที่มีพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกอยู่ในเมืองเดียวกันอีกด้วย - การจัดทาข้อมูลมรดกทางสถาปัตยกรรม สงขลามีประวัติศาสตร์ยาวนานจากการค้าขายของคนจีน ทาให้ปัจจุบันถนนนครนอก ถนนนคร ใน และถนนนางงามยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ มีห้องแถวไม้แบบจีน มีตึกคลาสสิกสไตล์ชิโนโปรตุกีส และยังมีอาคารตึกแถวแบบจีนโบราณของชาวจีนฮกเกี้ยนอยู่ปะปนกันทั้งสองฟากฝั่งถนน ทาให้ใน พ.ศ. ภาพที่ 2 เขาตังกวน ภาพที่ 1 แผนผังทรัพยากรธรรมชาติในสงขลา
  14. 14. | 14 2554 รัฐบาลประกาศให้สงขลาเป็น 1 ใน 10 เมืองเก่าของแผ่นดิน และเป็น 1 ใน 2 เมืองของภาคใต้ที่มี ความสาคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี สาหรับการจัดทาแผนอนุรักษ์ ทางทีมวิชาการได้รวบรวมข้อมูลอาคารเก่า โดยใช้วิธีการเดิน สารวจ เพื่อจัดทาแผนที่อาคารเก่า (ภาพที่ 3 ) จากการเดินสารวจทาให้ได้ข้อมูลรูปแบบสถาปัตยกรรม บ้านและอาคารในเมือง โดยพบว่า มีรูปแบบอาคารจีนดั้งเดิม 92 หลัง จีนพาณิชย์ 89 หลัง จีนร่วมสมัย 63 หลัง และจีนตะวันตกอีก 43 หลัง (ภาพที่ 4) นอกจากนี้ การสารวจทาให้ได้มาซึ่งข้อมูลระดับคุณภาพอาคารเก่าในเมืองด้วย โดยพบว่า มี อาคารที่สมบูรณ์ 80-100% อยู่ถึง 432 หลัง อาคารที่สมบูรณ์ 60% มีจานวน 119 หลัง อาคารที่สมบูรณ์ 50% มี 68 หลัง และอาคารที่ทรุดโทรมมากมีความสมบูรณ์เพียง 20% มีเพียง 26 หลังเท่านั้น (ภาพที่ 5) แสดงให้เห็นว่าบ้านและอาคารเก่าในสงขลาส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพดี มีความดั้งเดิมสูง เนื่องจาก เจ้าของบ้านปล่อยให้เช่าโดยไม่มีการซ่อมแซม ไม่มีการเปลี่ยนวัสดุ ซึ่งนับเป็นข้อดีของอาคารเก่าใน สงขลา แต่ในขณะเดียวกัน การไม่ซ่อมบารุงก็ทาให้อาคารเสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การ สารวจยังทาให้พบว่ามีกาแพงเมืองที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในถนนนครนอก และมีศาลเจ้าถึง 5 แห่ง ซึ่งแต่ ละศาลมีความเชื่อที่แตกต่างกันไป (ภาพที่ 6) ภาพที่ 3 แผนผังสารวจมรดกทางสถาปัตยกรรมในสงขลา
  15. 15. | 15 - การจัดทาข้อมูลมรดกทางวัฒนธรรม ทีมวิชาการได้สารวจวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งพบว่าสงขลามีความโดดเด่นในเรื่องของ อาหารดั้งเดิม ทั้งอาหารจีน อาหาหารมุสลิม จึงนามาสู่การสารวจและจัดทาแผนที่อาหารดั้งเดิม (Food scape) (ภาพที่ 7) เพื่อนาเสนอวัฒนธรรมที่มีคุณค่า ส่งเสริมการท่องเที่ยว และส่งเสริมเศรษฐกิจเมือง ภาพที่ 4 ผังและสถิติรูปแบบสถาปัตยกรรมในสงขลา ภาพที่ 5 ผังและสถิติระดับคุณภาพสถาปัตยกรรมในสงขลา ภาพที่ 6 ศาลเจ้าจานวน 5 ศาล ในเมืองสงขลา
  16. 16. | 16 - การจัดทาข้อมูลบุคคลสาคัญในประวัติศาสตร์ นอกจากสารวจและจัดทาแผนทรัพยากรธรรมชาติและสถาปัตยกรรมแล้ว ทีมวิชาการยังค้นคว้า ประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะด้านบุคคลสาคัญในประวัติศาสตร์เพื่อนาเสนอให้คนในเมืองเกิด ความภูมิใจในประวัติศาสตร์ ซึ่งเรื่องราวของบุคคลสาคัญเหล่านี้ จะสามารถเป็นเรื่องราวที่กระตุ้นให้ เมืองสงขลาน่าสนใจ ให้ผู้คนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์มากขึ้น นาไปสู่การเดินทางค้นหาบ้านและเรื่องราว ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต โดยตัวอย่างเรื่องราวบุคคลสาคัญในประวัติศาสตร์ที่นาเสนอ ได้แก่ เรื่องของ สายลับญี่ปุ่นที่ปลอมตัวเป็นแพทย์ ชื่อ หมอมาซาโอะ เคไซ แต่งงานกับหญิงไทยที่คาดว่าเป็นชาว ภูเก็ต มีบุตรชายหนึ่งคน ปัจจุบันบุตรชายของท่านมีอายุประมาณ 80 ปี หลังจากสงครามจบลง ทาให้ลูก ชายมีปัญหาเรื่องสัญชาติ เพราะคนญี่ปุ่นไม่ยอมรับว่าเป็นคนญี่ปุ่น คนไทยก็ไม่ยอมรับว่าเป็นคนไทย เช่นกัน ทาให้ต้องใช้เวลากว่าค่อนชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญชาติไทย (ภาพที่ 8) นอกจากเรื่องสายลับญี่ปุ่น ยังมีเรื่องของทหารอังกฤษ ชื่อ นาย Arthur Stewart King Scarf วีรบุรุษของอังกฤษที่เสียชีวิตจากการถูกยิงบนน่านฟ้าเหนือเมืองสงขลาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดย ทหารท่านนี้ได้รับคาสั่งให้ไปทิ้งระเบิดฝูงเรือที่จะขึ้นบกบริเวณสงขลา แต่การสื่อสารช้าไป ทาให้ฐานทัพ ถูกถล่มเสียก่อน เขาเป็นเพียงคนเดียวนาเครื่องบินขึ้นทัน และตัดสินใจบินเดี่ยวทาภารกิจจนสาเร็จ แต่ สุดท้ายโดนศัตรูโจมตีบาดเจ็บสาหัส บินกลับและนาเครื่องลงจอดเพื่อรายงานตัว และรอคนรักมาดูใจ แต่ ทนบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตก่อน ด้วยเหตุนี้ นายทหารดังกล่าวจึงได้รับเหรียญกล้าหาญสูงสุดสมเด็จ พระราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษ (ภาพที่ 9) ภาพที่ 7 แผนผังอาคารดั้งเดิมในเมืองสงขลา
  17. 17. | 17 ภาพที่ 8 เรื่องราวของหมอซาโอะ เคไซ สายลับญี่ปุ่น ภาพที่ 9 เรื่องราวของคุณ Arthur Stewart King Scarf
  18. 18. | 18 จากการวิจัยและการจัดทาข้อมูล เมื่อประเมินความเป็นไปได้และวิธีการพัฒนา ทาให้สามารถ วางแผนการพัฒนาในอนาคตได้โดยสังเขป อันประกอบด้วย 1. การปรับปรุงบริเวณริมน้า (Water Front Upgrading) ได้แก่ 1.1. การพัฒนาตามแนวทางของเมืองมะละกา ประเทศมาเลเซีย 1.2. การเพิ่มมูลค่าให้กับอาคารอนุรักษ์ 1.3. การสร้างแนวกันชน (Buffer Zone) ระหว่างพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ประมง 1.4. การเพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์และสร้างความสะดวกสบายในการเข้าถึงบริการสาธารณะและ ตารวจ 2. การสร้างระบบบริการนักท่องเที่ยวกระจายตัวรอบเมือง จะส่งผลให้เมืองมีชีวิตชีวาได้ ภายใต้แนวคิดการเป็นศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยวของย่านเมืองเก่า เป็นศูนย์บริการ นักท่องเที่ยว 24 ชั่วโมง และสามารถปรับเปลี่ยนย่านเมืองเก่าให้เป็นพื้นที่มีชีวิตได้ผ่านการนา กาไรด้านการท่องเที่ยวกลับคืนสู่ชุมชน แนวคิดการพัฒนาระบบบริการนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ประกอบด้วย การออกแบบเฟอร์นิเจอร์สาธารณะให้เป็นรูปแบบจีนสอดคล้องกับสถาปัตยกรรม โดยรวมในพื้นที่ การปรับปรุงที่จอดรถ การจัดทาทางลาดและคู่มือการใช้เส้นทางสาหรับผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องใช้ Wheel Chairs การทาตราสัญลักษณ์บอกชื่อถนนและการเพิ่มพื้นที่ทางเดิน 3. การก่อสร้างอาคารใหม่ที่มีสถาปัตยกรรมสอดคล้องกับสถาปัตยกรรมเชิงอนุรักษ์ และให้ มีการควบคุมการออกแบบหน้าตาอาคารสมัยใหม่ โดยมีการออกเทศบัญญัติควบคุม โครงการหรือกิจกรรมที่ได้ดาเนินการมา โครงการหรือกิจกรรมที่กลุ่มภาคีฯ ได้ดาเนินการ มีขอบเขตคือ การทากิจกรรมจะต้องไม่ออก นอกเขตเมืองเก่า เนื่องจากในสงขลามีกลุ่มหรือชมรมที่เป็นภาคประชาสังคมจานวนมาก หากดาเนินการ นอกเขตเมืองเก่า อาจไปกระทบหรือซ้าซ้อนกับกลุ่มอื่น อีกทั้งนอกเขตเมืองเก่าเป็นบริบทที่กลุ่มภาคีฯ ไม่คุ้นเคย แต่ถ้าหากมีกลุ่มประชาสังคมอื่นที่สนใจเรื่องเมืองเก่า ทางภาคีฯ ก็ยินดีเป็นตัวนาในการ ขับเคลื่อนและสนับสนุน โดยโครงการและกิจกรรมที่ได้ดาเนินการมามีหลายรูปแบบ แต่ส่วนใหญ่เป็นไป เพื่อกระตุ้นและปลุกกระแสจิตสานึกให้คนในเมืองเก่าสงขลาได้มีส่วนร่วมในการดาเนินกิจกรรมและ โครงการต่างๆ ร่วมกัน ดังนี้ 1. โครงการ “ฉายภาพเก่า เล่าเรื่องแต่แรก” (ภาพที่ 10) มีเป้าหมายเพื่อปลูกจิตสานึกให้คน สงขลารักเมืองเก่า โดยการนาภาพเก่าที่เกี่ยวข้องกับเมืองสงขลามานาเสนอแก่สาธารณชน เช่น ในเทศกาลถนนคนเดิน (ภาพที่ 11) งานอนุรักษ์มรดกไทย งานเทศกาลเมืองเก่า เป็นต้น โดย เชิญนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์หรือผู้ที่เคยคุ้นเคยกับภาพเก่าเหล่านั้นมาตั้งวงเสวนา แลกเปลี่ยนความรู้และข้อคิดเห็น ผลปรากฏว่ามีผู้คนในเมืองให้ความสนใจเป็นอันมาก เนื่องจากเป็นภาพที่พวกเขา คุ้นเคย มีการพูดคุยถึงภาพร่วมกัน เป็นการย้อนจิตสานึกและสร้างความตระหนักถึงเรื่องราว ประวัติศาสตร์ที่มีค่า เกิดพื้นที่การเรียนรู้และสร้างจิตสานึกรักเมืองเก่าและประชาชนและ
  19. 19. | 19 เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม เป็นเวทีสร้างประวัติศาสตร์ท้องถิ่นรุ่นใหม่ ผู้คนนาภาพออกมาเสนอ อีกจานวนมาก ที่สาคัญภาพถ่ายเหล่านี้ยังช่วยประสานความสามัคคีระหว่างผู้คนในเมืองให้ เกิดขึ้นอีกด้วย 2. โครงการศูนย์การเรียนรู้นครสงขลา (Songkhla Smart Center) เป็นโครงการความร่วมมือ ระหว่างอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) เทศบาลนครสงขลา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรี วิชัย และบริษัท ปตท.สารวจและผลิตปิโตรเลียม เพื่อปรับปรุงอาคารโรงสีแดง หับ โห้ หิ้น บางส่วนเป็นศูนย์การเรียนรู้และห้องสมุด โดยรังสี รัตนปราการ ตั้งชื่อว่า “Reading Bride” ภาพที่ 10 โครงการ “ฉายภาพเก่า เล่าเรื่องแต่แรก” ภาพที่ 11 งานถนนคนเดินในสงขลา
  20. 20. | 20 เป็นห้องอ่านหนังสือที่สามารถมองเห็นทะเลสาบและมีลานกิจกรรม เป็นโอกาสให้นักเรียนและผู้ ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้เรื่องราวเก่าๆ ของสงขลา และเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในวันที่เปิดศูนย์การเรียนรู้ ได้รับความสนใจจากเยาวชนจานวนมาก (ภาพที่ 12) และ ปัจจุบันยังมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ทางภาคีฯ ได้ร่วมกับ TK Park ผลิตหนังสือ ที่เกี่ยวกับเมืองเก่าทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อเป็นสื่อให้เด็กและเยาวชนในการเรียนรู้ เรื่องราวของเมืองเก่าอีกด้วย 3. โครงการอบรมมัคคุเทศก์ เมืองเก่า เป็นโครงการที่ภาคีฯ ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และเทศบาลนครสงขลา จัดอบรมผลิตมัคคุเทศก์จานวน 80 คน เนื่องจากเทศบาลนครสงขลา เห็นว่างานมัคคุเทศก์มีความสาคัญต่อการรองรับการท่องเที่ยวที่กาลังจะเกิดขึ้นในย่านเมืองเก่า สงขลา โดยคนที่สามารถเป็นมัคคุเทศก์ได้จริง มีจานวน 15 คน ส่วนที่เหลือนั้นคือคนในเมืองที่ ต้องการเรียนรู้เรื่องเมืองเก่าทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โครงการนี้ได้รับได้รับความสนใจตั้งแต่รุ่นแรก ซึ่ง เป็นผลดีที่ทาให้คนในเมืองได้รับข้อมูลประวัติศาสตร์ชุดเดียวกับของภาคีฯ ปัจจุบันผู้ที่ผ่านการ อบรมฯ ได้ตั้งกลุ่มชื่อว่า “กลุ่มมัคคุเทศก์เมืองเก่าสงขลา” เพื่อดาเนินกิจการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ นอกจากนี้เทศบาลนครสงขลายังได้สนับสนุนจัดซื้อรถรางเพื่ออานวยความสะดวกด้านการ ท่องเที่ยวด้วย 4. โครงการเทศดนตรี และเทศกาลละคร เป็นโครงการที่ได้รับการสนุนงบประมาณจากจังหวัด ผ่านสานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสงขลา และมหาวิทยาลัยในพื้นที่ทั้ง 3 มหาวิทยาลัย โดยจัดให้มีกิจกรรมการแสดงละครและดนตรีสม่าเสมอ โดยใช้สถานที่โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น ในการจัดแสดง เช่น เทศกาลดนตรีเพลงของพ่อที่จัดขึ้นเป็นประจาทุกปี โดยมีผู้ ประสานงานหลักคือ อาจารย์สืบสกุล ศรีสุข ผู้อานวยการภาคีฯ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมละคร ภาพที่ 12 กิจกรรมในศูนย์การเรียนรู้นครสงขลา
  21. 21. | 21 ของนักศึกษามหาวิทยาลัยเพื่อสร้างความคึกคักและรื่นรมย์ให้กับเมือง (ภาพที่ 13) ปัจจุบันผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายให้ภาคีฯ สานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด สงขลาและเทศบาลนครสงขลา จัดกิจกรรมในวันอาทิตย์ที่สองของทุกเดือนในธีม หลาดสองเล เก๋าเท่ ริมชายหาด 5. โครงการ Street Art เป็นโครงการสร้างสรรค์เพื่อคนรุ่นใหม่ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สานักงานการท่องเที่ยวฯ และร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมงคลศรีวิชัย รับผิดชอบโครงการ โดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางศิลปะ จัดให้มีจุดสาหรับ Street Art ตามฝาผนังในย่านเมืองเก่า โดยนาวิถีชีวิตของผู้คนในเมืองเก่าและเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์มาเป็นแรงบันดาลใจในการ สร้างสรรค์ ดังนี้ - Street Art ภาพที่ 1 เป็นภาพของเด็กน้อยและทหารญี่ปุ่น (ภาพที่ 14) สมัยที่เข้ามายึด โรงสีแดง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเปลี่ยนโรงสีแดงเปิดเป็นโรงพยาบาล ซึ่ง นายทหารคนดังกล่าวอาจจะจะคิดถึงลูกหลาน จึงขอถ่ายภาพกับเด็กชาย ซึ่งเด็กชายใน ภาพ คือ คุณรังสี รัตนปราการ ตอนอายุ 9 ขวบ โดยภาพนี้วาดอยู่ที่หน้าสานักงานภาคีฯ ดังนั้นในวันที่ภาคี ฯ เปิดทางาน จะไม่มีใครเห็นภาพดังกล่าว แต่หากภาคี ฯ ปิดอยู่ จะเห็น ภาพนี้เป็นเสมือนตัวแทนคุณรังสีที่ต้อนรับผู้มาเยือน ภาพที่ 13 โครงการเทศดนตรี และเทศกาลละคร
  22. 22. | 22 - Street Art ภาพที่ 2 ภาพสื่อความหมายของโรงสีแดง แสดงประติกรรมรูปปั้นคนแบก ข้าวสาร 2 คนแบกข้าวสารขึ้นและลงเรือสาเภา (ภาพที่ 15) คนแรกเลียนแบบคนทางานใน โรงสี คนที่สอง ที่สวมรองเท้าบู๊ต เป็นนายทหารญี่ปุ่นมาแบกข้าวสารไปเป็นเสบียงในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งภาพดังกล่าวสามารถสะท้อนความอุดมสมบูรณ์สมัยที่โรงสีแดงยัง ค้าข้าว และสามารถถ่ายทอดประวัติศาสตร์สู่คนรุ่นหลังได้อย่างเด่นชัด ภาพที่ 15 ภาพที่ 14 ภาพ street art ทหารญี่ปุ่นและคุณรังสีสมัยเด็ก ภาพที่ 15 ภาพ Street Art รูปปั้นคนแบกข้าวสาร
  23. 23. | 23 - Street Art ภาพที่ 3 ภาพดังกล่าวยังวาดไม่เสร็จสมบูรณ์ เป็นภาพบรรยากาศร้านน้าชาใน อดีต ชื่อร้านว่า “ฟุเจา” (ภาพที่ 16) ที่ผู้คนมักจะมานั่งพูดคุยกัน โดยในภาพประกอบไป ด้วย คนปั่นสามล้อ คุณครู และเถ้าแก่ เป็นเพื่อนที่มาแลกเปลี่ยนข่าวสารกัน ปัจจุบันภาพนี้ ได้กลายเป็น Land mark ของเมืองที่ผู้คนที่มาสงขลาต้องมาถ่ายรูปด้วย นอกจากการจัด Street Art แล้ว ยังมีกิจกรรมต่างๆ ในช่วงเย็นที่จัดเป็นถนนคนเดินของเมือง มี ร้านรวงมากมายเพื่อกระตุ้นสีสันและเศรษฐกิจเมือง (ภาพที่ 17) ภาพที่ 16 ภาพ street art บรรยากาศร้านน้าชาในอดีต ภาพที่ 17 ถนนคนเดินงาน street art
  24. 24. | 24 (กล่องที่ 1 ) โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น โรงสีแดงแห่งนี้มีบทบาทอย่างยิ่งให้เมืองเก่าสงขลา ปัจจุบันกลายมาเป็นพื้นที่รับแขกบ้านแขก เมือง เป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมในเมืองเก่าสงขลาทุกประเภท เช่น คอนเสิร์ต ศูนย์การเรียนรู้เมือง เก่า งานฉลองวันเกิดเมือง การจัด Street Art เป็นต้น โรงสีแดงขนาดใหญ่นี้จึงเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของ เมืองสงขลา ผู้คนที่มาส่งขลามักจะแวะเวียนเข้ามาถ่ายรูปมากมาย นอกจากจะเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมแล้ว คุณรังสี รัตนปราการ เจ้าของโรงสีแดงยังได้ยกพื้นที่ใน โรงสีบางส่วนให้เป็นสานักงานของภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคมเพื่ออานวยความสะดวกให้ทีมงานได้มีที่ ทางานเป็นหลักแหล่งด้วย ประวัติความเป็นมาของโรงสีแดง คุณรังสีเล่าว่า “ชาวบ้านเรียกโรงสีแดง เนื่องจากโรงสีทาสีแดง มาตลอด ชื่อภาษาจีนของโรงสี คือ หับ โห้ หิ้น เป็นคำมงคลของชำวจีน คำว่ำ หับ โห้ หิ้น เป็นกำร ออกเสียงตำมสำเนียงจีนฮกเกี๊ยน หมำยถึง ควำมสำมัคคี ควำมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ควำม เจริญรุ่งเรือง โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น เป็นอาคารไม้ อายุ 102 ปี การที่โรงสีสามารถยังตั้งอยู่ได้ เพราะโครงสร้าง ถูกวางไว้อย่างแข็งแรง มีปล่องไฟ ใช้อิฐทนไฟจากอินเดีย มีความแข็งแรง สังกะสีมีความหนา เพื่อ รองรับเครื่องจักรไอน้าที่ใช้ในการผลิตข้าว ในสงขลามีโรงสีเพียง 6-7 แห่ง ที่ก่อสร้างโดยรองรับ เครื่องจักรไอน้า ซึ่งโรงสีแดงนี้ เป็นโรงสีแห่งแรกที่ใช้เครื่องจักรสมัยใหม่จากอังกฤษ ในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้ยึดโรงสีแดงเป็น สถานพยาบาล ทาให้โรงสีแดงได้รอดพ้นระเบิดจากกองทัพญี่ปุ่นได้และยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน”

×