Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

FURD CITIES MONITOR VOL.8 (JANUARY 2018)

254 views

Published on

FURD CITIES MONITOR VOL.8 (JANUARY 2018)

Published in: Lifestyle
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

FURD CITIES MONITOR VOL.8 (JANUARY 2018)

  1. 1. FURD Cities Monitor January 2018 | i ปี ที่ 2 ฉบับที่ 1 ประจำเดือน มกรำคม 2561 เมืองผาปัง เมืองดีเด่น เด่นอย่างไร เมืองแม่มอก การเตรียมพร้อมสู่เมืองสุขภาวะ เมืองดีเด่น ปี 2560 ต้นแบบรัฐประศาสนศาสตร์พลเมือง
  2. 2. 1 | FURD Cities Monitor January 2018 บรรณาธิการ ยุวดี คาดการณ์ไกล ผู้ช่วยบรรณาธิการ ณัฐธิดา เย็นบารุง กองบรรณาธิการ ณัฐธิดา เย็นบารุง จุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อรุณ สถิตพงศ์สถาพร ออกแบบและรูปเล่ม ณัฐธิดา เย็นบารุง ภาพปก facebook/วิสาหกิจชุมชนผาปัง ภาพในเล่ม facebook/วิสาหกิจชุมชนผาปัง ปลายฟ้า บุนนาค เผยแพร่ ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 637/1 อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 CONTACT US www.furd-rsu.org Tel. (+66) 2938 8826 Fax. (+66) 2938 8864 FURD Cities Monitor January 2018 | 2 สวัสดีปีใหม่ ปี 2561 แก่คนรักเมืองทุกท่าน เข้าสู่ปีศักราชใหม่ปีจอกันแล้ว ทางศูนย์ศึกษามหานครและเมืองขอ เปิดปีศักราชนี้ด้วยการประกาศรางวัลเมืองดีเด่น ปี 2560 อันได้แก่ เมืองผาปัง อาเภอแม่พริก จังหวัดลาปาง ในฐานะ เมืองแห่งการรวมพลังกันสร้างบ้านแปงเมืองด้วยรัฐประศาสนศาสตร์พลเมือง รางวัลดังกล่าวมอบแก่คนผาปังในพิธี ประสาทปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยรังสิต วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา ในฐานะเมืองดีเด่นของเรา ฉบับนี้จึงเป็นฉบับที่จัดเต็มด้วยเนื้อหาของการพัฒนาเมืองผาปัง ว่าเหตุใดเล่าในฐานะ เมืองเล็กๆ ถึงมีการพัฒนามากมายได้ จุดเด่นที่ทางเราจะเสนอที่แตกต่างคือ ระบบและกลไกในการบริหารจัดการและ พัฒนาเมืองของผาปังแตกต่างกับเมืองอื่นมาก และเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทาให้ผาปังก้าวสู่การพัฒนาจนถึงวันนี้ ไม่เพียงแค่เมืองผาปังเท่านั้น แต่ฉบับนี้ยังมีเรื่องราวของเมืองแม่มอก เมืองเล็กเมืองหนึ่งในอาเภอเถิน จังหวัด ลาปาง ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากผาปังเท่าไหร่นัก แม่มอกกาลังอยู่ในช่วงของจุดเริ่มต้นการรวมกลุ่ม ขับเคลื่อนเมืองก้าวแรก ด้วยการใช้ต้นทุนทั้งทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรมเป็นรากฐานในการพัฒนา จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของเมืองแม่มอกจะเป็น อย่างไรผู้อ่านทุกท่านโปรดติดตามได้ ยุวดี คาดการณ์ไกล บรรณาธิการ เล่าเรื่องราว เมืองผาปัง ต้นแบบสุขภาพดี มีตังค์ ยั่งยืน รางวัลเมืองดีเด่น ปี 2560 เมืองผาปัง จังหวัดลาปาง เมืองแม่มอก การเตรียมพร้อมเข้าสู่เมืองสุขภาวะ
  3. 3. 1 | FURD Cities Monitor January 2018 เมืองดีเด่น ประจาปี 2560 เมืองผาปัง ต้นแบบรวมพลัง สร้างรัฐประศาสนศาสตร์พลเมือง ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต มอบรางวัลโครงการ เมืองดีเด่นด้านรวมพลังกันสร้างบ้านแปงเมืองด้วยรัฐประศาสนศาสตร์พลเมืองประจาปี 2560 แก่ "ประชาสังคมเมืองผาปัง" ในพิธีประสาทปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยรังสิต วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ทั้งนี้ศูนย์ศึกษามหานครมีความเห็นว่า ประชาคมเมืองผาปังสามารถนาการพัฒนา ประเทศได้โดยไม่จาเป็นต้องรีรอภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว การผสานศาสตร์และศิลป์ แห่งการ พัฒนาโดยน้าพักน้าแรงของคนในชุมชนคือรัฐประศาสนศาสตร์พลเมืองที่มีพลังอย่างยิ่งในการ สร้างการอภิวัฒน์ทั้งด้านเศรษฐกิฐปฏิสัมพันธ์กันทางสังคม ความเป็นอยู่และสุขภาวะที่ดีขึ้น ให้แก่คนผาปัง ตามเป้ าหมายแห่งการมี “สุขภาพดี มีตังค์ ยั่งยืน” (รายละเอียดอ่านเพิ่มเติมได้ ที่คาประกาศเกียรติคุณ) นับว่าเป็นต้นแบบเมืองดีเด่นด้านรวมพลังสร้างรัฐประศาสนศาสตร์ พลเมืองได้ดียิ่ง รางวัลเมืองดีเด่น เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อเป็นแรงกระตุ้นและสร้างความภูมิใจให้กับผู้สร้างบ้านแปงเมือง ไม่ว่า จะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ซึ่งดาเนินการต่อเนื่องมากว่า 4 ปี สาหรับ เมืองดีเด่น ประจาปี 2560 นี้ได้แก่ เมืองผาปัง จังหวัดลาปาง FURD Cities Monitor January 2018 | 2
  4. 4. 3 | FURD Cities Monitor January 2018 คาประกาศเกียรติคุณ ผาปัง เมืองแห่งการรวมพลัง สร้างรัฐประศาสนศาสตร์พลเมือง ผาปัง คือชื่อของเมืองเล็กๆ ในจังหวัดลาปาง ตาบลซึ่งน้อยคนนักจะเคยได้ยิน แต่ชุมชนกลางหุบเขาแห่งนี้กลับมีเรื่องราวและเรื่องเล่าที่น่าสนใจซ่อนอยู่มากมาย ในแง่ ประวัติศาสตร์ ผาปังเคยเป็นเส้นทางลัดสาคัญที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชใช้เดินทัพ ทางบกจากอยุธยาขึ้นเหนือเพื่อไปตีเมืองอังวะ ในแง่ธรรมชาติ ยังเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ไปด้วยป่ าไผ่หลายพันไร่ กระทั่งทุกวันนี้ ในแง่ของการพัฒนา ผาปังยังประสบ ความสาเร็จในฐานะชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งที่พึ่งตนเองได้อย่างครบวงจร สารพัดปัญหาล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนสู่การพัฒนา ย้อนกลับไปใน พ.ศ. 2537 ตาบลผาปังจาต้องถูกผนวกไปอยู่ภายใต้ อบต. แม่พริกด้วยเหตุผลด้านประชากรที่มีน้อย เกินกว่าจะมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นของตนเองจนทาให้หลายครั้งขาดโอกาสใน การพัฒนา กอปรกับภาวะขาดแคลนน้าในฤดูแล้งติดต่อกันนับสิบปีเป็นเหตุให้ประชากร ย้ายถิ่นออกไปทางานนอกพื้นที่ เหลือไว้เพียงความซบเซาของชุมชนที่มีเพียงผู้สูงอายุ และเด็กเท่านั้น ปัญหาเหล่านี้นามาสู่จุดหักเหทางความคิดที่ทาให้ชุมชนเล็งเห็นว่าการ พึ่งพาและนั่งนับวันคอยความช่วยเหลือจากภาครัฐอาจไม่ใช่คาตอบ และค่อยๆ เปลี่ยนเป็นพลังให้ชาวผาปังลุกขึ้นมาจัดการตนเองและพัฒนาพื้นที่อย่างจริงจัง ตั้งต้นด้วยพลังชุมชน ชาวเมืองผาปัง ระดมความความคิดจากปัญญาชนใน พื้นที่ ร่วมกาหนดวิสัยทัศน์ จัดทาแผนพัฒนาผาปัง คิดนอกกรอบ บริหารจัดการโดย องค์กรทางสังคมในรูปของมูลนิธิพัฒนาชุมชนและวิสาหกิจชุมชน ความสาเร็จที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะโชคชะตา แต่ปัญญาปฏิบัติคือหัวใจสาคัญที่ทา ให้ผาปังพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องโดยเน้นการนาความรู้และบทเรียนจากหลายเมืองมา ประยุกต์ใช้ ผ่านการลองผิดลองถูก พิสูจน์ซ้าจนเกิดการปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทของ พื้นที่ เมืองสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ด้วยศักยภาพของตนเองจากการใช้ประโยชน์ ทรัพยากรคนและทรัพยากรธรรมชาติที่มี ขณะเดียวกันสังคมก็ถูกเชื่อมร้อยไว้อย่างมั่นคง ด้วยธรรมนูญผาปังที่คนในชุมชนพร้อมใจกันยึดถือปฏิบัติ FURD Cities Monitor January 2018 | 4 เมืองผาปังในวันนี้มิได้หยุดอยู่เพียงวิสาหกิจระดับครัวเรือนเท่านั้น แต่ยัง วางเป้ าหมายขยายไปสู่การเป็นองค์กรธุรกิจที่บริหารเบ็ดเสร็จโดยชุมชนทุกขั้นตอน โดย ใช้นวัตกรรมมาจัดการทรัพยากรไผ่ให้เกิดประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ด้วยการ พัฒนาเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม ทั้งถ่านไผ่ประสิทธิภาพสูงที่ใช้ในเวชสาอาง ภาชนะไบโอ จากเยื่อไผ่ ตลอดจนการผลิตไฟฟ้ าพลังงานชีวมวลจากถ่านไผ่เพื่อลดรายจ่ายด้าน พลังงาน ขณะเดียวกัน ชุมชนก็ไม่ลืมที่จะวางแผนจับคู่ทางธุรกิจ สารวจและหาลูกค้า รายใหญ่รองรับผลิตภัณฑ์ของชุมชนไว้ล่วงหน้าก่อนที่ปัจจุบันจะลงมือสร้างโรงงานผลิต อย่างเป็นทางการ การรู้จักใช้นวัตกรรมและความชาญฉลาดในการคิดข้ามขั้นจากตลาด ชุมชนสู่ตลาดระดับประเทศนี้จึงเป็นวิสัยทัศน์ที่ทาให้ในอนาคตผาปังจะมีระบบ เศรษฐกิจที่พึ่งตนเองได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งยังสร้างงานสร้างอาชีพ ช่วยให้คนหนุ่มสาวที่ อยู่ไกลบ้านได้กลับมาทางานในชุมชน ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับครอบครัว ทาให้ผาปัง กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง “ผาปังโมเดล” คือตัวแบบแห่งความสาเร็จที่มาจากมือชาวผาปังอย่างแท้จริง และนับเป็นบทพิสูจน์สาคัญที่แสดงให้เห็นว่า ท้องถิ่นหรือเมืองสามารถนาการพัฒนา ประเทศได้โดยไม่จาเป็นต้องรีรอภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว การผสานศาสตร์และศิลป์ แห่งการพัฒนาโดยน้าพักน้าแรงของคนในชุมชนคือรัฐประศาสนศาสตร์พลเมืองที่มีพลัง อย่างยิ่งในการสร้างการอภิวัฒน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ ปฏิสัมพันธ์กันทางสังคม ความ เป็นอยู่และสุขภาวะที่ดีขึ้นให้แก่คนผาปัง ตามเป้ าหมายแห่งการมี “สุขภาพดี มีตังค์ ยั่งยืน” ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต เห็นว่า พลัง พลเมืองของผาปังควรค่าแก่การยกย่องเชิดชู จึงขอมอบรางวัลเมืองดีเด่นนี้ให้แก่คุณ รังสฤษฏ์ คุณชัยมัง ในฐานะผู้นาภาคประชาสังคมเมืองผาปัง ไว้ ณ ที่นี้
  5. 5. 5 | FURD Cities Monitor January 2018 FURD Cities Monitor January 2018 | 6
  6. 6. 7 | FURD Cities Monitor January 2018 ผาปังเป็นตาบลของอาเภอแม่พริก จังหวัดลาปาง แม้กายภาพจะมีลักษณะ ของชนบทอยู่มาก แต่วิถีชีวิตคนผาปังก้าวเข้าสู่ความเป็นเป็นเมืองแล้ว ที่มาของคนผาปังนั้นจากการเล่าต่อๆ กันมาของบรรพบุรุษ รากเหง้าของ คนผาปังมาจากคนบ้านท่าหลวง อาเภอเถิน อีกข้อสันนิษฐานหนึ่ง ว่ากันว่าคนผา ปังมาจากอาเภอลี้จังหวัดลาพูน เดินทางเท้าและทางเกวียนข้ามดอยหลวงและดอย อานม้ามายังเมืองแห่งนี้ตาแหน่งผาปังสันนิษฐานจากคาบอกเล่าของชาวบ้านว่า เป็ นจุดหนึ่งในเส้นทางลัดโบราณพม่า-เชียงใหม่ และจุดประทับพักของ สมเด็จพระนเรศวรฯ ว่ากันว่าสมเด็จพระนเรศวรฯ ใช้เส้นทางลัดโบราณ สาหรับการเดินเท้า เดินทัพ ผ่านผาปังเพื่อต่อไปยังเชียงใหม่ ได้ ใกล้ตาบลผาปังมีพื้นที่ที่เรียกกันว่า “ป๋ างป้ อก๊า” หรือที่ พักของพ่อค้าที่จะเดินทางไปค้าขาย และมีดอยชื่อ “ดอย ป่องล้อ” อยู่บริเวณดอยหลวง ซึ่งมีทางล้อเกวียนข้ามไปยัง อาเภอลี้ได้ ชื่อสถานที่เหล่านี้สนับสนุนข้อสันนิษฐานที่ว่าผา ปังอยู่ในเส้นทางลัดโบราณจากพม่าไปยังเชียงใหม่ เดิมที เนื่องด้วยภูมิประเทศของตาบลมีลักษณะเป็น หุบเขา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ มีพื้นที่ทากิน น้อย ทั้งยังแล้งน้าเพราะผิวดินเป็นดินทรายที่ไม่อุ้มน้า การ ทานาในพื้นที่ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวชุมชนจึงทาได้เพียงปี ละ 1 ครั้ง ทาให้คนผาปังเริ่มทยอยออกจากพื้นที่ไป ทว่าในวิกฤตก็ยังมีโอกาสให้เห็น ความขาด แคลนทรัพยากรธรรมชาติเพื่อการทากินนี้ได้กลายเป็น แรงผลักดันให้คนผาปังจานวนไม่น้อยละทิ้งอาชีพ เกษตรกรรมและมุ่งหน้าเรียนหนังสือเพื่อสั่งสมความรู้ ไปใช้ในการประกอบอาชีพ คนเหล่านี้ได้กลับมายังผา ปัง ส่งผลให้ผาปังกลายเป็นชุมชนที่มีปัญญาชนซึ่ง เชี่ยวชาญในหลากหลายศาสตร์อยู่จานวนมาก และ คนกลุ่มนี้เองที่กลายมาเป็นต้นทุนสาคัญที่จุดชนวน การเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในผาปัง FURD Cities Monitor January 2018 | 8 พ.ศ. 2537 ที่เริ่มมีการจัดตั้งองค์การบริหารส่วน ตาบลในพื้นที่ ทางการได้ยุบรวมสภาตาบลผาปังเข้ากับ องค์การบริหารส่วนตาบลแม่พริกซึ่งอยู่ห่างออกไปถึง 25 กิโลเมตร เนื่องจากตาบลผาปังนั้นมีประชากรน้อยกว่า 2,000 คน ทาให้ตามกฎหมายแล้วไม่สามารถจัดตั้ง องค์การบริหารส่วนตาบลเป็นของตนเองได้ ฉะนั้น ผาปัง จึงเสียโอกาสการพัฒนาเนื่องจากงบประมาณภาครัฐที่ไม่ เพียงพอ กอปรกับสภาพภูมิศาสตร์ที่ไม่เอื้อต่อการเกษตร ได้ทาให้เกิดปัญหาประชากรวัยแรงงานย้ายถิ่นฐานออก นอกพื้นที่ สิ่งเหล่านี้กลายมาเป็นแรงกระตุ้นให้ชาวผาปัง ริเริ่มแผนพัฒนาตนเองขึ้นใน พ.ศ. 2547 คนผาปังได้ร่วมกันร่าง “ธรรมนูญผาปัง” ขึ้น เพื่อ เป็นจารีตคอยกากับสมาชิกชุมชน มีกรอบและกติกาในการ อยู่ร่วมกัน เช่น ควบคุมการใช้ทรัพยากรในป่า การลด ปริมาณการใช้สารเคมีในเกษตรกรรม หากผู้ใดละเมิด ธรรมนูญนี้แม้จะไม่มีบทลงโทษตามกฎหมาย แต่จะมี มาตรการทางสังคมมาลงโทษแทน เช่น การไม่ช่วยในงาน บุญต่าง ๆ การไม่คบค้าสมาคม การให้บาเพ็ญประโยชน์ ธรรมนูญนี้ผ่านกระบวนการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมร่าง ของคนผาปัง เป็นธรรมนูญที่คล้ายกับรัฐธรรมนูญของ ประเทศ อันเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองรัฐ ที่ทุกคน ต้องไม่ละเมิดร่วมกันด้วย ซึ่งธรรมนูญผาปังถือเป็นหลัก และเป็นจุดแข็งที่ทาให้คนผาปังมีทิศทางและความเข้าใจ ร่วมกันได้ หมวดที่1 บททั่วไป หมวดที่ 2 เป็นคนดี หมวดที่ 3 มีปัญญา หมวดที่ 4 รายได้สมดุล หมวดที่ 5 สุขภาพแข็งแรง หมวดที่ 6 สิ่งแวดล้อมสมบูรณ์ หมวดที่ 7 สังคมอบอุ่น หมวดที่ 8 หลุดพ้นอาชญากรรม หมวดที่ 9 กองทุนพึ่งตนเอง หมวดที่ 10 การสร้างความเข้มแข็งคณะกรรมการหมู่บ้าน(กม.) หมวดในธรรมนูญตาบลผาปัง แผนดังกล่าวเป็นแผนระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2547 – 2567) ค น ผ า ปั ง ไ ด้ ร่ ว ม กัน คัด เ ลื อ ก แ ล ะ แ ต่ง ตั้ง “คณะกรรมการพัฒนาชุมชนตาบลผาปัง” ขึ้นมา เป็นกลไกในการบริหารจัดการ ใช้แนวคิดการแปรทุน 3 ด้านเป็นโอกาส ได้แก่ ทุนจากทรัพยากรธรรมชาติ ทุน จากวัฒนธรรมของชุมชน ทุนจากการร่วมมือกับ หน่วยงานภายนอกทั้งภายรัฐและเอกชน ครอบคลุมทั้ง การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาวะ แก่นของการพัฒนามุ่งเน้นความยั่งยืนอยู่ที่การพัฒนา สมาชิกชุมชนให้มีความรู้และทักษะที่จาเป็น
  7. 7. 9 | FURD Cities Monitor January 2018 มูลนิธิพัฒนาชุมชนผาปัง มูลนิธิพัฒนาชุมชนผาปัง พัฒนาต่อยอดมาก จากคณะกรรมการกากับทิศทางการพัฒนาชุมชน ตาบลผาปัง มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ทาหน้าที่เป็นองค์กรศูนย์กลางของชุมชน คอย ควบคุมดูแลวิสาหกิจทั้งหมด นอกจากนั้นยังมี หน้าที่อานวยการบริหารชุมชน ประสานความ ร่วมมือ เชื่อมโยงเครือข่ายผ่านกระบวนการมีส่วน ร่วมของภาคประชาชนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน วิสาหกิจชุมชนผาปัง ชุมชนได้ร่วมกันวางแผนการพัฒนาที่สอดคล้องกับ ทรัพยากรในพื้นที่และก่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ด้วยการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนผาปังขึ้นเพื่อเป็นองค์กรขับเคลื่อน เศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นระบบและสร้างความเข้มแข็งในการดาเนิน กิจการเพื่อสังคม สร้างงานขึ้นในพื้นที่ด้วยการให้ชาวบ้านได้รวมกลุ่ม กันทางานและสร้างรายได้เสริมจากสิ่งที่ตนมีต้นทุนและความถนัด รวมถึงบริหารจัดการวิสาหกิจด้วยตนเอง จนในปัจจุบัน วิสาหกิจ ชุมชนผาปังขยายตัวขึ้นจนมีมากถึง 19 กลุ่ม กิจกรรมของแต่ละ วิสาหกิจมีความสัมพันธ์กันแบบลูกโซ่ในลักษณะพึ่งพาและแบ่งปัน ผลประโยชน์ บริษัทจากัด เมื่อวิสาหกิจดาเนินงานจนมีเสถียรภาพและเริ่มมีโอกาสที่จะต่อยอด ธุรกิจให้เติบโตขึ้นได้ ชุมชนผาปังจึงมีความคิดในการตั้งบริษัทที่มีสถานะเป็น องค์กรเอกชนเต็มตัวขึ้นมาเพื่อดูแลกิจการของวิสาหกิจและเป็นตัวแทนในการ ประสานงานทางธุรกิจเพื่อรองรับคู่ค้าและตลาดที่จะขยายตัวขึ้นในอนาคต โดยปัจจุบัน มีการตั้งบริษัทจากัดแล้ว 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท กรีน คอมมูนิตี้ กรุ๊ป จากัด และ บริษัท ถ่านไผ่ผาปัง จากัด เมืองจะเดินไปทางใด ผู้คนจะจัดวางตาแหน่งหรือความสัมพันธ์อย่างไร ขึ้นอยู่กับรูปแบบวิธีการบริหารจัดการ ของเมืองนั้น รูปแบบและกลไกจัดการเมืองผาปังมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับจะพัฒนาเรื่องใด ซึ่งรูปแบบและกลไกที่ เกิดขึ้น ทาหน้าที่บริหาร 2 ด้าน คือ ด้านเศรษฐกิจและด้านสังคม การบริหารเศรษฐกิจ ผาปังมีขั้นตอนบริหารได้ 4 ขั้นตอน คือ 1) วิจัย พัฒนาและแปรรูป 2) ทดสอบ ผลิตภัณฑ์ 3) หาลูกค้า 4) วางแผนการผลิต ด้วยการใช้แนวคิด ‘ปัญญาปฏิบัติ’ เป็นแกนหลักของการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ชุมชน ทาให้ทุกความคิดทุกกระบวนการต้องมีข้อมูลและทฤษฎีรองรับ มีการปฏิบัติจริง มีการลองผิดลอง ถูก ผ่านกลไกหลากหลายรูปแบบทีนาเข้ามาปรับใช้ให้เหมาะแก่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมือง ดังนี้ FURD Cities Monitor January 2018 | 10 มูลนิธิพัฒนา ชุมชนผาปัง บ. – บ้าน สร้างงานสร้างอาชีพ บริษัท กรีน คอมมูนิตี้ กรุ๊ป จากัด บริษัท ถ่านไผ่ผาปัง จากัด พัฒนาทางเศรษฐกิจ พัฒนาทางสังคม ร. – โรงเรียน ว. – วัด ส. – สภาเด็กและเยาวชน ส. – สถานีอนามัยสาเร็จแล้ว อยู่ในช่วงปรับปรุง กาลังพัฒนา สร้างรายได้ วิสาหกิจชุมชน ชุมชนได้ร่วมกันวางแผนการพัฒนาที่สอดคล้องกับ ทรัพยากรในพื้นที่และก่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ด้วยการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนผาปังขึ้นเพื่อเป็นองค์กรขับเคลื่อน เศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นระบบและสร้างความเข้มแข็งในการดาเนิน กิจการเพื่อสังคม สร้างงานขึ้นในพื้นที่ด้วยการให้ชาวบ้านได้รวมกลุ่ม กันทางานและสร้างรายได้เสริมจากสิ่งที่ตนมีต้นทุนและความถนัด รวมถึงบริหารจัดการวิสาหกิจด้วยตนเอง จนในปัจจุบัน วิสาหกิจ ชุมชนผาปังขยายตัวขึ้นจนมีมากถึง 19 กลุ่ม กิจกรรมของแต่ละ วิสาหกิจมีความสัมพันธ์กันแบบลูกโซ่ในลักษณะพึ่งพาและแบ่งปัน การพัฒนาด้านสังคม กลไกสาคัญที่ทาให้สังคมผาปังพัฒนามาได้จนถึงทุกวันนี้โดยมี หลักการบริหารสาคัญ คือ บ. ว. ร. ส. ส. อันหมายถึงการบริหารที่ใช้ สถาบันทางสังคมของเมืองเข้ามาร่วมในการขัดเกลาสังคม สถาบันทาง สังคมครอบคลุมทั้ง บ้าน(บ.) สถาบันขนาดเล็กที่สาคัญ ส่งเสริมให้ดูแลขัด เกลาสมาชิกในครัวเรือน ส่งเสริมอาสาสมัครชุมชนในการดูแลครัวเรือนใน ชุมชนอย่างรอบด้าน วัด (ว.) ในฐานะศูนย์กลางการจัดงานประเพณี วัฒนธรรมตามเทศกาลและจัดกิจกรรมสวดมนต์ทุกวันพระ โรงเรียน (ร.) ในฐานะแหล่งทุนสนับสนุนนักเรียนที่เรียนดีมีความสามารถและเป็นแหล่ง รับเยาวชนแลกเปลี่ยนจากสหรัฐอเมริกา สถานีอนามัย (ส.) ซึ่งรับหน้าที่ใน การดูแลสุขภาพคนในชุมชน สภาเด็กและเยาวชน(ส.) ซึ่งเด็กเกิดใหม่ใน ชุมชนจะมีสถานะเป็นสมาชิกสภาทันที ทางมูลนิธิจะเป็นผู้จัดอบรมให้มี การรวมกลุ่มทากิจกรรม สืบทอดเจตนารมของชุมชน ผังกลไกการบริหารจัดการเมืองผาปัง
  8. 8. 11 | FURD Cities Monitor January 2018 พัฒนานวัตกรรมถ่านไผ่ประสิทธิภาพสูง Bamboo Acti- vated Charcoal ) มีคุณสมบัติดูดซับเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ไขมัน เหงื่อไคล กลิ่นเหม็นในร่างกาย จึงนิยมนามาเป็น ส่วนผสมในเวชภัณฑ์ ยารักษาโรค และเครื่องสาอาง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในอุตสาหกรรม เช่น ส่วนผสมในการผลิต ถ่านไฟฉาย (อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานถ่านไผ่ ประสิทธิภาพสูง) เทคโนโลยีตู้อบพลังงานอาทิตย์ สะอาด และปลอดภัยสาหรับการ บริโภค เกษตรที่ยั่งยืน ดีปลี ใบบัวบก ปลาไหลเผือก แก่นตะวัน มะรุม ผลิตไฟฟ้ าพลังงานชีวมวลชุมชน เป็นการ ศึกษาวิจัยระบบผลิต Syngas พลังงานทดแทนชุมชน จากถ่านไผ่ เพื่อนามาเป็นเชื้อเพลิงด้านการเกษตร ครัวเรือน และการขนส่ง ทดแทน LPG NGV LNG เช่น การสูบน้าเพื่อการเกษตร หรือใช้กับยานพาหนะ การผลิตเชื้อเพลิงก้อน Briketts เป็นวิสาหกิจ ต่อเนื่องที่นาเศษขี้เลื่อย มาผลิตเป็นถ่านอัดแท่ง เพื่อใช้ เป็นพลังงานชุมชนที่สะอาด ลดการเผาขยะ ลดปัญหา สิ่งแวดล้อม ทดแทนการใช้ก๊าซหุงต้ม แก้ปัญหาการขาดแคลนน้า โดยการสร้างฝาย และการทาธนาคารน้าใต้ดิน ใช้การขุด บ่อที่มีความลึกประมาณ 5-10 เมตร เพื่อให้อากาศระบายได้ทาให้น้าใต้ดินแทนที่จะถูก ดูดลงไปสู่น้าวังหมด ก็จะผุดขึ้นมาในบ่อที่ขุดแทน ช่วยการรองรับน้าฝนไว้ใช้ในหน้าแล้ง อีกด้วย การปลูกไผ่ จานวน 50,000 กล้า/ปี ในพื้นที่ 500 ไร่/ ปี ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 5 ปี ควบคู่ไปกับการเพาะกล้าพันธุ์ไผ่ จานวน 600,000 กล้า/ปี ร่วมเครือข่ายความร่วมมือ 13 อาเภอในจังหวัดลาปาง FURD Cities Monitor January 2018 | 12 เช่น ใช้กล้วยน้าว้าในชุมชนมาผลิตเป็นกล้วยอบด้วย เทคโนโลยีตู้อบพลังงานอาทิตย์ สะอาด และปลอดภัยสาหรับการ บริโภค ผลิตสมุนไพรพื้นบ้าน สร้างมูลค่าเพิ่มทางพืชผลทางการ เกษตรที่ยั่งยืน ดีปลี ใบบัวบก ปลาไหลเผือก แก่นตะวัน มะรุม ตรวจแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ายุงลายของแต่ละ บ้าน ทุกสัปดาห์ หากพบว่าบ้าน ไหนมีความเสี่ยงต่อการเป็น แหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย จะมีการปักธงแดงไว้หน้าบ้าน เพื่อให้สมาชิกในบ้านกลับไปปรับปรุง วันนี้ผาปังไม่มี ไข้เลือดออก ติดต่อกัน 10 ปีแล้ว จัดทาโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อจัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุ เข้าร่วม สร้างงาน สร้างสังคมแก่ผู้สูงอายุ บริการที่พักเพื่อต้อนรับผู้มาศึกษาดู งาน ซึ่งมีเฉลี่ยแล้วปีละ 5,000 คน พัฒนาสถานที่บ้านของชาวบ้านที่ไม่มี ผู้อาศัย และบ้านที่เจ้าของบ้านสมัคร เข้ามาเป็ นสมาชิกกลุ่มโฮมสเตย์ ชุมชน พร้อมกับอบรมการบริหาร จัดการและต้อนรับผู้มาศึกษาดูงาน พร้อมมีการบริหารจัดการเพื่อการ ท่องเที่ยวชุมชน การฟื้นฟูวัฒนธรรมตานก๋วยสลาก การฟื้นฟูและสืบสานการตีกลองปูจา และ การสืบสานวัฒนธรรมพื้นบ้าน และที่สาคัญการทาโครงการก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ หลวง 12 นักษัตร แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย-อเมริกัน และโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทย- ญี่ปุ่น มีกลุ่มนักเรียน high school ชาวอเมริกันมาอยู่เพื่อศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตของคน ผาปัง และสอนภาษาอังกฤษแก่เด็กนักเรียนโรงเรียนผาปังวิทยา
  9. 9. 13 | FURD Cities Monitor January 2018 จากปี 2537 จนถึงวันนี้ ความมุ่งมั่นอยากไม่ลดละผสาน กับการยึดมั่นในหลักปัญญาปฏิบัติที่นามาใช้แก้ปัญหา สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และพัฒนาสังคมของผาปังให้นาไปสู่ เป้าหมายที่วางไว้ ทาให้ผาปังในวันนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “ต้นแบบ วิสาหกิจพลังงานชุมชน” และต้นแบบ “การพึ่งตนเอง” ด้วย หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน ร่วมคิดและร่วมทา เน้นปฏิบัติ จริง (Learning by doing) ผลิตสินค้าจากฐานชีวภาพ คิดค้น นวัตกรรมต่างๆ สร้างตลาดและขายสินค้าได้ด้วยตนเอง ตลอด การพัฒนาที่ผ่านมานั้นได้สร้างการเปลี่ยนแปลงจนที่ทาให้สังคม ของผาปังมีคุณภาพเพิ่มขึ้นในทุกด้าน ตั้งแต่เศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ปัจจัยสาคัญที่ทาให้ชุมชนผาปังพัฒนามาถึงทุกวันนี้ได้คง ไม่พ้นวิกฤตที่รุมเร้าจนกระตุ้นให้สมาชิกชุมชนลุกขึ้นมาแก้ไข และ สามารถยกระดับให้ชุมชนผาปังกลายเป็นชุมชนเข้มแข็งตัวอย่าง ในที่สุด อันที่จริง แนวคิดของผาปังมิใช่เรื่องใหม่หรือเรื่องไม่ สามารถเรียนรู้ได้ หากแต่สิ่งที่ผาปังต่างไปจากที่อื่นๆ คือการลง มือทาอย่างจริงจัง เมื่อเกิดปัญหาแล้วต้องแก้ไขมิใช่ล้มเลิก เรียนรู้ จากความผิดพลาดแล้วสรุปเป็นบทเรียน FURD Cities Monitor January 2018 | 14 “หากมองย้อนไปจะเห็นว่าผาปัง ทุกวันนี้ได้สร้างปรากฏการณ์ ใหม่ให้เกิดขึ้นนั่นคือ “ท้องถิ่นที่ นาการพัฒนาประเทศ” ถือเป็น การล้มล้างความเข้าใจแบบเดิม ที่ว่าท้องถิ่นนั้นล้าหลังและ ยากจน และแสดงให้เห็นท้องถิ่น ที่ไปได้ไกลกว่าประเทศนั้นเป็นสิ่ง ทีเป็นไปได้ “
  10. 10. 15 | FURD Cities Monitor January 2018 การเตรียมพร้อมสู่เมืองแห่งสุขภาวะ แม่มอก เป็นตาบลหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในอาเภอเถิน จังหวัด ลาปาง ห่างจากที่ว่าการอาเภอเถินไปทางทิศเหนือประมาณ 22 กิโลเมตร แม่มอกมาจากชื่อของลาน้าที่ไหลลงสู่บ้านผาคอก ชาวบ้านนิยมเรียกว่าแม่น้าผาคอก จากนั้นเรียกเพี้ยนกันมาว่า แม่น้าแม่มอก และได้เรียกชื่อหมู่บ้านตามลาน้าว่าบ้านแม่มอก มาจนถึงปัจจุบัน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลาดเชิงเขา ภูเขาเหล่านี้ล้วนเป็น แหล่งต้นน้าลาธารที่สาคัญของตาบล ส่วนลาน้าที่ไหลไปอีกฝั่ง หนึ่งของภูเขาลงสู่พื้นที่ในเขตจังหวัดแพร่และสุโขทัย กลายเป็น ต้นน้าของแม่น้ายม โดยมีป่าแม่มอก ถือเป็นป่าสักงามผืน สุดท้ายของลาปาง และเป็นป่าสมุนไพรที่มีความอุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันมีเนื้อที่เกือบ 2 แสนไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 12 ของเนื้อที่ อาเภอเถินทั้งหมด มีประชากร 5,799 คน หรือราว 1,400 หลังคาเรือน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางเกษตรกรรม ได้แก่ เพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ พืชที่ปลูก อาทิ ข้าว ถั่วลิสง ข้าวโพด กระเทียม พืชผักสวนครัว ลาไย มีการเลี้ยงสัตว์ เช่น โค เนื้อ กระบือ สุกร เป็ด ไก่ ปลาน้า แม่มอกจะเป็นเมืองคล้ายกับเมืองผาปัง เนื่องจากที่ตั้ง ไม่ห่างกันมากนัก แม้กายภาพจะมีลักษณะของความเป็น ชนบท แต่คนวัยกลางคน คนรุ่นใหม่ก็เริ่มมีการปรับตัวเข้าสู่วิถี ชีวิตแบบเมืองแล้วเช่นกัน เช่น มีนายทุนในพื้นที่ มีการใช้ so- cial media แต่ขณะเดียวกันยังมีลักษณะแบบชนบทอยู่มาก คือมีผู้สูงอายุ ที่สนใจมีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม พระพุทธศาสนาอยู่ตลอด จะมีความตื่นตัวในการเป็นผู้นาทา กิจกรรมต่างๆ เช่น การประกอบประเพณีสลากภัตในช่วง เข้าพรรษา ซึ่งกิจกรรมบุญทั้งหมดมักจะได้รับความร่วมมือใน การเข้าร่วมอย่างดีจากคนทุกเพศทุกวัยเสมอจนกลายมาเป็น จุดแข็งด้านต้นทุนทางสังคมของชุมชน FURD Cities Monitor January 2018 | 16 ในวันที่เมืองต่างๆ ของไทยเริ่มหันกลับมาใช้ต้นทุนทางพื้นที่ ของตัวเองต่อยอดและพัฒนานั้น แม่มอกก็เป็นอีกหนึ่งเมืองที่หวัง จะขับเคลื่อนเมืองไปข้างหน้าด้วยต้นทุนของตัวเอง ในวันนี้แม่มอก มีฐานการพัฒนาที่เป็นการรวมกลุ่มของชาวบ้านแต่เดิมอยู่แล้ว เช่น การรวมกลุ่มของช่างฝี มืองานไม้ จนได้รับการพัฒนาขึ้นเป็น สหกรณ์หัตถกรรมผลิตภัณฑ์ไม้บ้านห้วยเกาะหลวง จากัด ซึ่งเป็น แหล่งอาชีพที่สร้างรายได้ทางหนึ่งให้แก่ชาวชุมชนตาบลแม่มอก การรวมกลุ่มแปรรูปจากสมุนไพร ด้วยต้นกาเนิดจากฐาน ต้นทุนทรัพยากรธรรมชาติ ชาวแม่มอกใช้สมุนไพรสดรักษาโรคมา แต่ดั้งเดิม จึงมีการก่อตั้งสหกรณ์การเกษตรสมุนไพรตาบลแม่มอก จากัด ภายใต้ชื่อตราสินค้า “สมุนไพรแม่มอก” ดาเนินการผลิตและ จัดจาหน่ายผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร สมาชิกมีส่วนร่วมในการปลูก สมุนไพรอินทรีย์ โดยมีการจัดการแปลงเพาะปลูกพืชที่หลากหลาย ผลิตภัณฑ์สมุนไพรจึงผลิตขึ้นจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพดี ปลอด สารพิษ และได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วน ร่วม (PGS) เน้นการผลิตสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น ได้แก่ ยาแคปซูลขมิ้นชัน และยาชงชุมเห็ดเทศ เป็นต้น ซึ่งถือเป็น ต้นทุนที่สาคัญในการต่อยอดไปสู่กิจกรรมด้านสุขภาพอื่นๆ ของชาว แม่มอกได้
  11. 11. 17 | FURD Cities Monitor January 2018 การมีพื้นฐานของการรวมกลุ่มเป็นทุนเดิมแล้ว ทา ให้แม่มอกมีกลุ่มคนที่จะเป็นกาลังสาคัญในการพัฒนา มี หลากหลายกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกจากทั้งชาวแม่ มอกที่ยังอยู่ในแม่มอก และชาวแม่มอกที่ไปทางานอยู่นอก ถิ่น คนกลุ่มนี้มีทั้งอาจารย์ พระสงฆ์ พนักงานเทศบาล ตาบลแม่มอก นักธุรกิจท้องถิ่น ตารวจ ด็อกเตอร์หลาก หลายสาขา เป็นหัวหอกสาคัญในการระดมความร่วมมือ ผ่านกิจกรรมการทาบุญ โดยใช้วัดเป็นสื่อกลางในการ รวมตัว สิ่งที่ร้อยรัดพวกเขาไว้อย่างเหนียวแน่น คือ มิตรภาพในวัยเยาว์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพื่อนนักเรียนเก่ากัน ความเป็นญาติพี่น้องเกี่ยวพันกัน รู้จักกันทั้งตาบล และ ความสานึกรักในแม่มอก ที่ต้องการพัฒนาให้บ้านเกิดเมือง นอนของตนมีความเจริญทางด้านคุณค่าและมูลค่า ให้คน ในชุมชนพึ่งพาตนเองและพึ่งพาซึ่งกันและกันได้ โดย พัฒนาบนพื้นฐานอัตลักษณ์ของตนเอง ใช้ทรัพยากรและ ทุนพื้นที่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กลไกของการทางาน แบ่งคนออกเป็นกลุ่มใหญ่ 4 กลุ่ม 1. กลุ่มปฏิบัติ กลุ่มปฏิบัติ จะแบ่งย่อยเป็นอีกหลายทีมตามความ ถนัดของแต่ละคน โดยแบ่งเป็ น ทีม ประชาสัมพันธ์ ทีมนักบริบาลผู้สูงอายุ ทีม โฮมสเตย์ กลุ่มการท่องเที่ยว ทีมเกษตร เป็นต้น 2. กลุ่มประสานงาน คน ในกลุ่มประสานงานนี้คือ คนจากแต่ละทีม ปฏิบัติที่ถูกคัดตัวมาเป็นหัวหน้าของแต่ละทีม ทาหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างกลุ่ม อานวยการกับทีมของกลุ่มปฏิบัติแต่ละทีม FURD Cities Monitor January 2018 | 18 3. กลุ่มอานวยการ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่เป็นแกนหลัก เป็น ตัวเชื่อมระหว่างข้างล่างกับข้างบน เชื่อม ระหว่างนักวิชาการ แหล่งทุนต่างๆ กับ กลุ่มประสานงานและคนในพื้นที่แม่มอก 4. กลุ่มพิเศษ คือกลุ่มที่ปรึกษา เป็นที่ ปรึกษาด้านการตลาด การผลิต เป็นปัญญาปฏิบัติที่เป็นผู้ เฒ่าผู้แก่ ผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์และประสบ ความสาเร็จในสาขาของตน มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น คุณหนุ่ย เป็นคนแม่มอกที่ไปทาธุรกิจขายผลผลิตทาง การเกษตรที่เชียงราย จะเข้ามาเป็ นที่ปรึกษาด้าน การตลาดนาการผลิต และมีผู้สูงอายุท่านหนึ่ง เคยจัดสวน ให้พระราชินีของนิวซีแลนด์ ก็จะเข้ามาเป็นที่ปรึกษาด้าน ภูมิสถาปัตย์
  12. 12. 19 | FURD Cities Monitor January 2018 สร้าง Care Giver รองรับสังคมผู้สูงอายุ เตรียมความพร้อมสู่เมืองสุขภาวะ ประเด็นการขับเคลื่อนเมืองแม่มอกที่สาคัญ คือ การ ส่งเสริมกิจกรรมเชิงสุขภาพ เข้าสู่การเป็นเมืองสุขภาวะ ด้วยการ ตอบสนองต่อสังคมผู้สูงอายุที่ชาวแม่มอกกาลังเผชิญหน้าอยู่ใน ปัจจุบัน ซึ่งโครงการแรกที่จะริเริ่มขึ้นใน พ.ศ. 2561 คือการอบรมนัก บริบาลผู้สูงอายุ โดยศูนย์เรียนรู้และพัฒนาสุขภาวะผู้สูงอายุแบบ ครบวงจรและบริบาลผู้ป่วยระยะสุดท้าย โรงพยาบาลรามาธิบดีจะ เข้ามามีบทบาทสาคัญในการสร้างหลักสูตรอบรมนักบริบาล ผู้สูงอายุหรือที่เรียกว่า “ผู้ดูแล” (Care Giver) ซึ่งแบ่งการดูแล ออกเป็น 3 ระดับ ใช้เวลาในการอบรมประมาณระดับละ 7 วัน การสร้างนักบริบาลจะเริ่มตั้งแต่การดูแลขั้นพื้นฐาน เป็น การดูแลผู้สูงอายุพึ่งพิงที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง ระดับถัดไปคือ การดูแลเบื้องต้น เป็นการดูแลผู้สูงอายุที่ติดเตียง ผู้สูงอายุสมอง เสื่อม หรือมีภาวะแทรกซ้อนที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยหลักสูตรจะเน้น การฝึกปฏิบัติจริง อาทิ การวัดความดัน การเช็ดตัว การจัดท่าทางที่ ถูกต้องในการยกตัวผู้ป่วย การอุ้มขึ้นมาจากเตียง การช่วยจากเตียง ลงมานั่งเก้าอี้การพยุงตัว การพาเดิน เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัย และ ให้ตัวผู้ดูแลเองปลอดภัยด้วย รวมถึงการช่วยชีวิต การปั๊มหัวใจ การ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ตลอดจนการนาหลักสูตรการนวดตอกเส้น ที่ คิดค้นขึ้นมาเป็นภูมิปัญญาเฉพาะสาธารณสุขอาเภอเถิน เข้ามา ผนวกเข้าไว้ด้วย เพื่อการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุอย่างครบวงจร ภายหลังจากการอบรมนักบริบาลผู้สูงอายุ หรือ “ผู้ดูแล” (Care Giver) ชาวแม่มอก รุ่นที่ 1 จานวนประมาณ 60 – 70 คน แม่มอกมีแนวทางการดาเนินงานเพื่อต่อยอดกลุ่มนักบริบาล เป็น 3 แนวทางดังนี้ FURD Cities Monitor January 2018 | 20 โดยจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อเป็นศูนย์กลางในการ ติดต่อประสานงานเพื่อส่งนักบริบาลที่มีความพร้อมออกไป ทางานเป็นผู้ดูแลตามบ้านหรือตามศูนย์รับดูแลผู้สูงอายุใน พื้นที่ใกล้เคียง ในจังหวัดลาปาง จังหวัดตาก หรือจังหวัดอื่นๆ ต่อไป 1 การรับผู้สูงอายุเข้ามาดูแลในชุมชนระยะสั้น การรับผู้สูงอายุเข้ามาดูแลในชุมชนระยะสั้น มีการ พัฒนาบ้านพักค้างในชุมชนรูปแบบโฮมสเตย์ เหมาะสาหรับลูกหลานที่ต้องการเดินทางมา ท่องเที่ยวในชุมชนและพื้นที่ละแวกข้างใกล้เคียง และต้องการพาพ่อแม่ผู้สูงอายุมาพักผ่อนตาก อากาศในสถานที่ที่มีอากาศดี ลูกหลานจึง สามารถฝากผู้สูงอายุไว้ที่บ้านพักเพื่อให้นักบริบาล เป็นผู้ดูแล และออกไปเที่ยวด้วยความสบายใจ ไม่ ต้องกังวล 2 การรับผู้สูงอายุเข้ามาดูแลในชุมชนระยะยาว โดยผนวกเข้ากับแนวคิดธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ ระยะยาว (long-stay and health care) โดยใช้ บริการด้านสุขภาพเป็นจุดขาย มีการบริการด้าน สุขภาพอย่างครบวงจร ทั้งนี้เพื่อให้บริการแก่กลุ่ม ลูกค้าเป้ าหมายผู้สูงอายุ หรือวัยเกษียณอายุ ที่ ต้องการเข้ามาพักผ่อนระยะยาว ระยะเวลาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ จนถึง 2-3 เดือน หรือ 1 ปี แม้วันนี้แม่มอกอาจจะไม่เมืองใหญ่ ที่เต็มไปด้วยการพัฒนาที่ล้าหน้า มากมาย แต่แม่มอกเป็นเมืองธรรมชาติที่ยังคงความดั้งเดิม มีอากาศที่ดีใน แบบที่หลายเมืองอยากได้ และวันนี้พวกเขาก็อยากแปรเปลี่ยนต้นทุน ธรรมชาติ ภูมิปัญญาพื้นบ้าน และทุนทางสังคมอันเป็นจุดเด่นของสังคมที่มี พื้นฐานชนบท รวมพลังสร้างกลุ่มคนที่เข้ามาคิดและวางแผนขับเคลื่อนเมือง ในแบบที่พวกเขาอยากให้เป็น แม้จะอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็จุดเริ่มต้นที่เป็นเค้า รางของการพัฒนาทีดี กลุ่มคนที่รักเมือง สร้างสรรค์สิ่งดีเพื่อเมือง จะเป็น จุดเริ่มต้นที่ดีให้แม่มอกกลายเป็นเมืองที่น่าอยู่เมืองหนึ่งของไทย 3 การส่งออกนักบริบาลไปดูแลผู้สูงอายุภายนอกชุมขน “ ”
  13. 13. เมือง ย้อนคิด มุ่งสู่อนาคต ศ.ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ทุนทางสังคมกับการพัฒนาเมือง ศ.ดร. อานันท์ กาญจนพันธุ์ เมืองขวางนา ศ. กิตติคุณ เดชา บุญค้า ชุดหนังสือเมือง เอนกทรรศน์ ศ.ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เศรษฐศาสตร์บนทางสายกลาง ศ.ดร. ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ หนังสือออกใหม่ สั่งซื้อได้ที่ ... 1 ) ร้านหนังสือออนไลน์ : CPWIBOOKS.lnwshop.com 2) เบอร์โทรศัพท์ 02-938-8826 (ในเวลาราชการ) 3) Facebook Page : ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง Center for Megacity and City Studies เมืองนิยม ศ.ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เมือง กิน คน ผศ.ดร. พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2557 จากดาริ ของ ศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ โดยความเห็นชอบและสนับสนุนจาก ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เนื่องด้วยความปรารถนาที่ ต้องการให้เป็นคลังปัญญาเพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยมีพันธกิจดังนี้ เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน และ จัดการความรู้ให้สามารถเชื่อมโยงสู่นโยบายสาธารณะเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งในระดับพื้นที่ และระดับประเทศ ให้เกิดการเชื่อมประสานเครือข่ายภาคีพัฒนาเมืองทั้ง ภายในและต่างประเทศ เพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนให้มี ประสิทธิภาพ ในการสร้างสรรค์การพัฒนาเมืองสุขภาวะ ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง ได้ริเริ่มจัดทาโครงการ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ ” และมีชื่อภาษาอังกฤษว่า “ ” โดย การสนับสนุนของสานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) หน้าที่หลักคือ สร้างและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ที่ ตอบสนองต่อการพัฒนาเมืองของไทย จัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักคิดและผู้นาการพัฒนาเมือง และสร้างเครือข่าย การพัฒนาเมือง นอกจากนี้ได้ริเริ่ม โดยมหาวิทยาลัยรังสิตมอบรางวัลเป็นประจาทุกปี เพื่อเชิดชูยกย่อง ผู้นาหรือผู้สร้างบ้านแปงเมือง อันจะเป็นกาลังใจสร้างให้เกิดความภูมิใจและเป็นพลังสร้างสรรค์การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนใน อนาคตสืบไป
  14. 14. 3 | FURD Cities Monitor January 2018 ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 637/1 อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 Website: www.furd-rsu.org Tel. (+66) 2938 8826 Fax. (+66) 2938 8864

×