Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

FURD CITIES MONITOR VOL.9 (FEBRUARY 2018)

124 views

Published on

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้สึกเหมือนไม่นาน เดือนมกราคมของปี 2561 ก็หมดลงเสียแล้ว และเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งต่างๆ ก็ย่อมเปลี่ยนแปลง Furd Cities Monitor ฉบับนี้ จึงขอนำท่านไปพบกับความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นั่นคือ การกลายเป็น “อีสานใหม่” นั่นเอง
ภาพแห่งความแห้งแล้ง น้ำเหือดแห้ง ดินแตกระแหง คนยากจนอดมื้อกินมื้อผอมแห้ง ติดตาฝังใจพวกเรามาหลายสิบปี แต่วันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว เราควรลบภาพจำเดิมๆ แล้วหันมาทบทวนและมองด้วยโลกทัศน์ใหม่ อีสาน โดยเฉพาะขอนแก่นและอุดรธานี ทุกวันนี้เจริญรุ่งเรือง คนอยู่ดีกินดี มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันมาไม่ขาดสาย เกิดห้างสรรพสินค้า ศูนย์ประชุม มหาวิทยาลัย ร้านค้า ร้านกาแฟมากมาย สะท้อนให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจที่เติบโต
กระนั้น ถึงกายภาพเมืองจะเปลี่ยน แต่เรายังคงต้องรักษาใจของเมืองไว้ เพราะหากเมืองขาดใจ ขาดคนที่รักและภูมิใจในเมืองแล้ว เมืองก็ไม่ต่างอะไรกับซากปรักหักพังที่ไร้จิตวิญญาณ

Published in: Lifestyle
  • Be the first to comment

FURD CITIES MONITOR VOL.9 (FEBRUARY 2018)

  1. 1. ปี ที่ 2 ฉบับที่ 2 ประจำเดือน กุมภำพันธ์ 2561 อุดรธานี เมืองนานาชาติของอีสานใหม่ (UDONTHANI – Cosmopolitan Cities) อุดรธานี เมืองมี “ทุน” มุ่งสู่เศรษฐกิจ “หลั่นล้า” กับการปฏิวัติสู่ความเป็นเมือง The Spirit of Udon Thani สร้างจิตวิญญาณด้วยพิพิธภัณฑ์เมือง
  2. 2. บรรณาธิการ ยุวดี คาดการณ์ไกล ผู้ช่วยบรรณาธิการ อรุณ สถิตพงศ์สถาพร กองบรรณาธิการ ณัฐธิดา เย็นบารุง จุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อรุณ สถิตพงศ์สถาพร ออกแบบและรูปเล่ม อรุณ สถิตพงศ์สถาพร ภาพปก อรุณ สถิตพงศ์สถาพร ภาพในเล่ม ยุวดี คาดการณ์ไกล อรุณ สถิตพงศ์สถาพร เผยแพร่ ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 637/1 อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 CONTACT US www.furd-rsu.org Tel. (+66) 2938 8826 Fax. (+66) 2938 8864 E-mail: furd_2014@gmail.com เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้สึกเหมือนไม่นาน เดือนมกราคมของปี 2561 ก็หมดลงเสียแล้ว และเมื่อ เวลาผ่านไป สิ่งต่างๆ ก็ย่อมเปลี่ยนแปลง Furd Cities Monitor ฉบับนี้ จึงขอนาท่านไปพบกับความ เปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นั่นคือ การกลายเป็น “อีสานใหม่” นั่นเอง ภาพแห่งความแห้งแล้ง น้าเหือดแห้ง ดินแตกระแหง คนยากจนอดมื้อกินมื้อผอมแห้ง ติดตาฝังใจพวก เรามาหลายสิบปี แต่วันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว เราควรลบภาพจาเดิมๆ แล้วหันมาทบทวนและมองด้วยโลกทัศน์ ใหม่ อีสาน โดยเฉพาะขอนแก่นและอุดรธานี ทุกวันนี้เจริญรุ่งเรือง คนอยู่ดีกินดี มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกัน มาไม่ขาดสาย เกิดห้างสรรพสินค้า ศูนย์ประชุม มหาวิทยาลัย ร้านค้า ร้านกาแฟมากมาย สะท้อนให้เห็นถึง ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโต กระนั้น ถึงกายภาพเมืองจะเปลี่ยน แต่เรายังคงต้องรักษาใจของเมืองไว้ เพราะหากเมืองขาดใจ ขาดคน ที่รักและภูมิใจในเมืองแล้ว เมืองก็ไม่ต่างอะไรกับซากปรักหักพังที่ไร้จิตวิญญาณ ยุวดี คาดการณ์ไกล บรรณาธิการ อุดรธานี เมืองนานาชาติของอีสานใหม่ (UDONTHANI – Cosmopolitan Cities) อุดรธานี เมืองมี “ทุน” มุ่งสู่เศรษฐกิจ “หลั่นล้า” กับการปฏิวัติสู่ความเป็นเมือง The Spirit of Udon Thani สร้างจิตวิญญาณด้วยพิพิธภัณฑ์เมือง
  3. 3. 1 | FURD Cities Monitor December 2017 FURD Cities Monitor December 2017 | 2 - ศ.ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ - “...เราต้องปรับโลกทัศน์ใหม่ว่า ประเทศไทยขณะนี้ เป็นเมืองแล้ว ในสมัยอดีตเราคิดว่า เมืองนั้นต้องเป็นของ ต่างประเทศ ไทยแท้คือความเป็นชนบท เรารู้สึกว่าเมือง เป็นของชนชั้นปกครอง ทุนนิยม เมืองมีแต่ปัญหาร้อย ปัญหา เรากลัวว่าชนบทจะมีคนเหลือน้อยทุกที และ คาตอบมักจะอยู่ที่ ชนบทและหมู่บ้านอยู่นานทีเดียว แต่ วันนี้อาจไม่ใช่แล้ว...” กับการปฏิวัติสู่ความเป็นเมือง
  4. 4. 3 | FURD Cities Monitor December 2017 เวลานี้ประเทศไทย เมืองใหญ่กว่าชนบทแล้ว จะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม เมืองมันโตวันโตคืน เพราะฉะนั้น โลกทัศน์และมุมมองของเราที่ยังมองว่า เมืองเป็นปัญหา เมืองไม่ใช่ของเรา เมืองเป็นของที่ทุน นิยมมันวางไว้ให้เราและกดลงมาที่เรา เมืองเกิดจาก ระบบโลก ผมคิดว่ามันอุปสรรคทางความคิด ผม แนะนาว่าควรจะสลัดมันทิ้งให้มาก เพราะโลกมัน เปลี่ยนไปมากเหลือเกิน ณ เวลานี้โลกเรา เมืองมัน มากกว่าชนบทแล้ว สมมติถ้าโลกเรามีอายุ 365 วัน ถึงชนบทจะมากกว่าเมืองมา 364 วัน แต่วันที่ 365 เมืองมันเริ่มใหญ่กว่าชนบทแล้ว เพราะฉะนั้น ข้อเท็จจริงก็เป็นเช่นนี้ รับรู้กันอย่างนี้กันทั้งโลก ความ เป็นจริงมันกาลังเปลี่ยน ชนบทของไทยก็ไม่ได้เป็นชนบท ถึงเหลืออยู่ก็ ไม่ใช่ชนบทบ้านนอกเลย ถ้าไม่หมดก็เกือบหมด มัน จะเป็นบ้านนอกได้อย่างไร มันติดต่อกับโลกภายนอก อย่างขอนแก่น อุดรธานี คนที่อยู่ในชนบทหรือตาบล มันอยู่แบบคนเมืองมากกว่า ติดต่อกับต่างประเทศ ติดต่อกับโลกได้คล่องแคล่ว ติดต่อกับกรุงเทพฯ ยิ่ง คล่องแคล่วใหญ่ ชนบทที่เรียกว่าชนบทของไทย ถึง เหลืออยู่มันก็ต่อกับกรุงเทพฯ ทั้งนั้น เพราะฉะนั้น ผม คิดว่ามันมีความจาเป็นเร่งด่วนที่เราจะต้องใช้โลกทัศน์ ใหม่ โลกทัศน์ที่เห็นอะไรเป็นเมืองให้มากขึ้น แต่ไม่ได้ หมายความว่าให้เราดูถูกหรือทอดทิ้งชนบท แต่ทา อย่างไรจะให้ชนบทกลายเป็นเมืองขนาดเล็กขนาด กลางได้ดียิ่งขึ้น ยั่งยืนยิ่งขึ้น มีอนาคตยิ่งขึ้น เหล่านี้ เป็นหน้าที่ของเรา เปลี่ยนกระบวนทัศน์ เรื่อง “เมือง” FURD Cities Monitor December 2017 | 4 ผมมาอีสานหลายครั้ง ผมว่าตอนนี้อีสานใหม่ กาลังปรากฏขึ้นมา บางทีผมอยากจะใช้คาว่า ปรากฏการณ์การเป็นเมืองเวลานี้เป็นจุดเริ่มต้นของ การปฏิวัติการเป็นเมือง (Urban Revolution) ที่ใช้คา ว่า Revolution เพราะว่ามันเปลี่ยนวิถีชีวิตมาก ผมว่า อีสานเป็นบริเวณที่เมืองใหญ่มากเหลือเกิน ยกเว้น กรุงเทพฯ กับปริมณฑลแล้ว ไม่มีบริเวณไหนใน ประเทศไทยที่มีเมืองใหญ่หมด เมืองใหญ่ของอีสาน นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ใหญ่ทั้งนั้น มหาสารคามก็ น่าสนใจมาก เพียงแค่สองอาเภอ คือ อาเภอเมืองกับ อาเภอกันทรวิชัย มีประชากรนักศึกษาประมาณ 7-8 หมื่นคน มันกลายเป็นเมืองมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ใน กรอบคิดของเรายังไม่มีกรอบคิดแบบนี้ เราก็ยังมอง มหาสารคามเป็นสองเทศบาลสองอาเภอ แนวคิดของ ราชการก็คงยังต้องใช้แบบเดิม แต่ถ้าเราไปใช้แต่ศัพท์ แสงของวิชาการของทางการมันจะช้ากว่าความเป็น จริง อีกทั้งศักยภาพของเมืองในภาคอีสานสูงมาก สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะว่าประชากรภาคอีสานมีจานวน มาก แค่ประชากรอย่างเดียวก็ทาให้เมืองเล็กไม่ได้แล้ว ความเป็นอีสานใหม่จะโยงกับสองเรื่อง คือ หนึ่ง อีสานกาลังจะมีคนชั้นกลางมากขึ้น เรื่อยๆ ดูจากนักศึกษาขอ งอีส าน เวล านี้ มหาวิทยาลัยของไทยเวลานี้รับใช้นักศึกษาอีสานมาก ที่สุด นักศึกษาอีสานอยู่ในระบบการศึกษาอุดมศึกษา มากที่สุด คนเหล่านี้ก็เป็นเหมือนกับเตรียมคนชั้น กลาง เมื่อเขาจบการศึกษา ได้งานทา มีอาชีพที่มั่นคง พอสมควร เขาก็เป็นคนชั้นกลาง เพราะฉะนั้น กระแส อีสานใหม่ ในความเห็นผม ก็มีตั้งแต่เรื่องชนบท กาลังกลายเป็นเมืองขนาดเล็ก เมืองขนาดเล็ก กาลังกลายเป็นเมืองขนาดกลาง เมืองขนาดกลาง ส่วนหนึ่งกาลังกลายเป็นเมืองขนาดใหญ่ และใน เมืองนั้น ก็จะมีคนจากชนบทที่ไหลเข้ามาอยู่ และ ก็มีคนที่อยู่ในเมืองอยู่เดิมที่กาลังเติบโตเป็นคน ชั้นกลางที่มั่นคงยิ่งขึ้นๆ โดยเฉพาะเมื่อได้รับ การศึกษา ซึ่งพี่น้องชาวอีสานก็สนใจการศึกษา กันมากที่สุด พ่อแม่ทางานกันหามรุ่งหามค่า เหน็ด เหนื่อย ปู่ย่าตายายก็ช่วยกันเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน เพื่อ ความอยู่ดีกินดีของครอบครัว แต่ถ้ามองจากสังคมไป ก็คือกาลังสร้างคนชั้นกลางขึ้นมา คนชั้นกลางที่มี ความรอบรู้ ความเข้าใจ และที่สาคัญที่สุดคือมี ความรักบ้านรักเมือง รักอีสานของเรา รักจังหวัด ของเรา รักเมืองของเรา ทุ่มเทให้แก่บ้านเมืองของ เรา กระแส “อีสานใหม่”
  5. 5. 5 | FURD Cities Monitor December 2017 อนาคตเมืองในภาคอีสานน่าจะโตเพิ่มอีกด้วย อีกสองสาเหตุ สาเหตุประการแรก คือ หลั่นล้าอีโคโนมี ซึ่งหมายถึง เศรษฐกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว การ ให้บริการเชิงสร้างสรรค์ เป็นเศรษฐกิจที่ว่าด้วยน้าใจ ความห่วงใย ความสนุก การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เชิงศิลปวัฒนธรรม ผมว่าเศรษฐกิจลักษณะนี้ เราควร จะต้องเรียนรู้จากภาคอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะอีสาน จะต้องไปดูไปเรียนรู้จากภาคเหนือเป็นหลัก ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ที่เราเรียกว่า “ล้านนา” มี เศรษฐกิจหลั่นล้าอีโคโนมีที่พอเลี้ยงตัวเองได้ทุก จังหวัด จังหวัดที่มีเศรษฐกิจเชิงท่องเที่ยวติดอันดับ โลกก็คือ จังหวัดเชียงใหม่ แต่มันก็กินมาจนถึงลาพูน เชียงรายด้วย สามจังหวัดนี้เป็นเมืองขนาดใหญ่ ขนาด กลางที่มีเศรษฐกิจหลักมาจากการท่องเที่ยวมากขึ้น ทุกที แต่ภาคเกษตรก็ยังสาคัญ ยังไม่หมด ภาคอุตสาหกรรมก็สาคัญ แต่ว่าภาคที่โดดเด่นใน ล้านนาตอนบน คือ ภาคธุรกิจท่องเที่ยว ตอนนี้หลั่นล้า อีโคโนมีสูงถึงร้อยละ 20 ของรายได้ประชาชาติแล้ว ในขณะที่เกษตรมีเพียงร้อยละ 8 อุตสาหกรรมร้อยละ 30 อีสานใหม่จะทาเศรษฐกิจแบบหลั่นล้าได้แน่ ดู จากเพลงฮิตของไทย หรือท่าราที่ฮิตของไทย หรือ อาหารที่ฮิตของไทย ที่มันเป็นระดับประเทศ เป็นของ อีสานหมด ราที่เป็นชั้นสูงของภาคเหนือไม่เป็นที่ยึด กุมของมวลชนของประชาชน แต่เซิ้ง หมอลา เพลง ลูกทุ่ง แจ่ว ส้มตา ไก่ย่าง มันกลายเป็นวัฒนธรรมหนึ่ง ของคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่า เรามี ศักยภาพอยู่ เพียงแต่ว่าต้องเปลี่ยนให้เป็นความเป็น จริงให้มากขึ้น ต้องทาให้เป็นการท่องเที่ยวที่มีรายได้ สูงขึ้น คุณภาพสูงขึ้น สาเหตุประการที่สอง เมืองในอีสานเป็นเมือง สาคัญและจะโตต่อไป โอกาสใหม่ๆ จะได้มาจากการ ท่องเที่ยวและรถไฟความเร็วสูงจากนโยบายหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiative) จีนเข้าสู่ ประเทศไทยด้วยรถไฟความเร็วสูงและทางหลวงผ่าน อีสาน ไม่ใช่ภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมืองหนึ่ง ซึ่งจีนพูดถึงอยู่เสมอ คือ เมืองขอนแก่น เพราะฉะนั้น รถไฟความเร็วสูงก็จะมาที่หนองคาย จากหนองคายก็ ผ่านจังหวัดอื่นๆ แล้วมาที่ขอนแก่นซึ่งเป็นชุมทาง ใหญ่ จากขอนแก่นก็จะเข้าไปที่โคราช จากโคราชก็จะ เข้าไปที่กรุงเทพฯ รถไฟความเร็วสูงจะพาคนจีนให้มา เมืองไทยมากขึ้น รวมทั้งนักท่องเที่ยวจีนด้วยที่จะผ่าน อีสาน เพราะฉะนั้น อีสานจะไม่ได้รองรับแค่ นักท่องเที่ยวจากประเทศไทยและฝรั่งแล้ว แต่จะต้อง รองรับนักท่องเที่ยวจากจีนด้วย เราต้องคิดว่า จะทา อย่างไรที่ทาให้นักท่องเที่ยวจากจีนหยุดลงเที่ยวที่ อีสานให้มาก หรือก่อนจะกลับประเทศจีนก็หยุดที่ อีสานให้มาก อนาคตเศรษฐกิจ อีสานใหม่ FURD Cities Monitor December 2017 | 6 “หลักสูตรหรือสถาบันการศึกษา ต้องมองเห็นจุดหนักที่เป็นเรื่องราวที่เป็นจริงที่ อยู่นอกตาราของเรา เพราะตาราของเรามันจะเต็มไปด้วยปัญหา ถ้าเราเอาตาราเป็น ที่ตั้ง แทนที่จะเอาโอกาสเป็นที่ตั้ง เรามักเอาปัญหาเป็นที่ตั้งของการศึกษา อันที่จริงมัน ก็ศึกษาได้ แต่คิดว่าต้องเอาโอกาสเป็นจุดตั้งของการศึกษาให้มากขึ้นด้วย เพราะว่า เมื่อเราทาอะไรที่โอกาสมันมีแล้ว มันจะไปได้เร็ว มันจะสาเร็จ เราจะไม่ท้อใจ เราจะฮึก เหิม ผลงานและความสาเร็จที่เรามีมันจะกลับมาช่วยแก้ปัญหาได้เกินครึ่งหนึ่ง แต่ถ้า เราจับแต่เรื่องปัญหา มันไม่จบไม่สิ้น แล้วคนทาก็จะหดหู่ห่อเหี่ยวไปเรื่อยๆ นี่ไม่ใช่ เรื่องวิชาการ แต่เป็นเรื่องการมองชีวิต มองงานวิจัย มองยุทธศาสตร์ของชาติ มองการ พัฒนาของประเทศ“
  6. 6. 7 | FURD Cities Monitor December 2017 ใครที่เดินทางไปอุดรธานีในวันนี้ อาจจะตื่นเต้นเล็กน้อย (ยกเว้นคนในพื้นที่) เพราะชาวต่างชาติ เดินขวักไขว่ไปมา กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่ จากการสัมภาษณ์ชาวต่างชาติคนหนึ่งพบว่า มีชาวต่างชาติในเมืองอุดรธานีประมาณ 20,000 คนแล้ว เฉพาะจากยุโรปประมาณ 4,000 คน (ตัวเลขไม่ ส่วนหนึ่งมาจากการท่องเที่ยว 100,000 กว่าคนต่อปี การแต่งงานกับสาวอุดรธานี (เขยฝรั่ง) การมาทาธุรกิจ จนสามารถรวมกลุ่มชาวต่างชาติ PAT CLUB” ไม่เพียงแค่นั้นเราจะเห็นป้ายทะเบียนรถจากฝั่งลาวขับในเมืองจานวนมาก คนลาวจากเวียงจันทน์นิยมข้ามฝั่งมาเที่ยว มาจับจ่ายซื้อของ เพ อุดรธานีมีทั้งเซ็นทรัล โรบินสัน ห้างท้องถิ่นบนถนนแทบทุกเส้น และวัยรุ่นลาวบางส่วนเข้ามาเรียนด้วย น่าสนใจว่าเหตุใดชาวต่างชาติถึ ดูภูมิศาสตร์เมือง แม้อุดรธานีไม่มีพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในมิติหน้าที่ของเมือง อุดรธานีคือเมืองชายแดน เมืองแห่งยุทธ และเชื่อมต่อเมืองในภูมิภาคได้อย่างดีเยี่ยม อันที่จริงอุดรธานีไม่ได้มีชาวต่างชาติมากมายแค่เฉพาะในวันนี้ เมื่อดูประวัติศาสตร์กา อุดรธานีถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องมากทีสุดเมืองหนึ่ง และเป็นพื้นทีที่มีความสาคัญในมิติการเมืองระหว่าง ว่าอุดรธานีเป็นเมือง “อินเตอร์” หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Cosmopolitan มานานแล้ว FURD Cities Monitor December 2017 | 8 ใครที่เดินทางไปอุดรธานีในวันนี้ อาจจะตื่นเต้นเล็กน้อย (ยกเว้นคนในพื้นที่) เพราะชาวต่างชาติ เดินขวักไขว่ไปมา กลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของคนในพื้นที่ จากการสัมภาษณ์ชาวต่างชาติคนหนึ่งพบว่า มีชาวต่างชาติในเมืองอุดรธานีประมาณ 20,000 คนแล้ว เฉพาะจากยุโรปประมาณ 4,000 คน (ตัวเลขไม่เป็นทางการ) ส่วนหนึ่งมาจากการท่องเที่ยว 100,000 กว่าคนต่อปี การแต่งงานกับสาวอุดรธานี (เขยฝรั่ง) การมาทาธุรกิจ จนสามารถรวมกลุ่มชาวต่างชาติในนาม “UDON EX- ไม่เพียงแค่นั้นเราจะเห็นป้ายทะเบียนรถจากฝั่งลาวขับในเมืองจานวนมาก คนลาวจากเวียงจันทน์นิยมข้ามฝั่งมาเที่ยว มาจับจ่ายซื้อของ เพราะ อุดรธานีมีทั้งเซ็นทรัล โรบินสัน ห้างท้องถิ่นบนถนนแทบทุกเส้น และวัยรุ่นลาวบางส่วนเข้ามาเรียนด้วย น่าสนใจว่าเหตุใดชาวต่างชาติถึงมีมากมายในเมืองนี้ เมื่อ ดูภูมิศาสตร์เมือง แม้อุดรธานีไม่มีพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ในมิติหน้าที่ของเมือง อุดรธานีคือเมืองชายแดน เมืองแห่งยุทธศาสตร์ที่เชื่อมลาว เวียดนาม จีน และเชื่อมต่อเมืองในภูมิภาคได้อย่างดีเยี่ยม อันที่จริงอุดรธานีไม่ได้มีชาวต่างชาติมากมายแค่เฉพาะในวันนี้ เมื่อดูประวัติศาสตร์การพัฒนาเมือง ในอดีตเมือง อุดรธานีถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องมากทีสุดเมืองหนึ่ง และเป็นพื้นทีที่มีความสาคัญในมิติการเมืองระหว่างประเทศมาโดยตลอด อาจเรียกได้ มานานแล้ว - ณัฐธิดา เย็นบารุง -
  7. 7. 9 | FURD Cities Monitor December 2017 อุดรธานี พื้นที่ยุทธศาสตร์ของไทย ก่อนเป็นเมืองอุดรธานี เมืองแห่งนี้เป็นเพียงแค่ หมู่บ้านหนึ่งเรียก “บ้านหมากแข้ง” ขึ้นกับเมือง หนองคายอยู่ภายใต้การปกครองของมณฑลลาวพวน ในปี 2428 รัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ได้ส่งกรมหมื่น ประจักษ์ศิลปาคม เดินทัพปราบปรามพวกฮ่อ (กลุ่มคน จีนที่อพยพมาจากมณฑลยูนนาน) ซึ่งได้ก่อการร้ายใน หนองคายจนสงบ ภายหลังการปราบฮ่อแล้ว ไทยมีกรณีพิพาทกับ ฝรั่งเศส หรือที่รู้จักกันในนาม “กรณีพิพาท ร.ศ. 112” (พ.ศ. 2436) สยามต้องยินยอมยกสิทธิเหนือ ดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้าโขงให้กับฝรั่งเศส ตามสนธิสัญญา มีเงื่อนไขหนึ่งว่า ห้ามประเทศสยามตั้งกองทหารอยู่ใน รัศมี 25 กิโลเมตรของฝั่งแม่น้าโขง สนธิสัญญานี้ผลให้ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมต้องถอนกองทหารย้ายที่ตั้ง มายัง “บ้านหมากแข้ง” ด้วยหมู่บ้านนี้มีชัยภูมิที่ดี มี แหล่งน้า เช่น หนองนาเกลือ (หนองประจักษ์ปัจจุบัน) กรมหลวงประจักษ์ ฯ ทรงบัญชาให้ตั้งศูนย์มณฑลลาว พวนขึ้น ปี 2450 รัชกาลที่ 5 มีคาสั่งให้จัดตั้งเมืองขึ้นที่ บ้านหมากแข้ง ให้เป็นศูนย์กลางของมณฑลอุดร กลายเป็นที่มาของเมืองอุดรธานีในปัจจุบัน สะท้อนให้ เห็นว่าอุดรธานีสัมพันธ์กับต่างชาติตั้งแต่การก่อตั้งเมือง แล้ว เพราะเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่มีผลต่อการเมือง ระหว่างประเทศ1 ขบวนกู้ชาติเวียดนามในอุดร อุดรธานีตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีระยะห่างจากประเทศ เวียดนามตอนกลางไม่ไกลนัก จึงเป็นพื้นที่ของการค้า และการคมนาคมด้วย มีการติดต่อค้าขายกับเวียดนาม มาตลอด ทาให้ชาวเวียดนามอพยพเข้ามาจานวนมาก ไม่เพียงแค่เรื่องค้าขายยังเกี่ยวพันกับเวียดนามในด้าน การเมืองด้วย คือ ครั้งหนึ่งในช่วงปี 2471 อุดรธานีได้ กลายเป็นฐานที่ตั้งของขบวนการกู้ชาติ ที่มีผู้นา เวียดนามชื่อดังอย่าง “โฮจิมินท์” ได้หลบหนีอาศัยใน อุดรธานี ช่วงแรกเข้ามาใหม่ๆ โฮจิมินท์พักที่บ้าน หนองบัว ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟ (ชุมชนบริเวณนี้มีชาว เวียดนามอพยพอาศัยอยู่ราว 20-30 ครอบครัว) ก่อน ย้ายหมู่บ้านหนองโอน ปัจจุบันคือบ้านหนองฮาง ต.เชียงพิณ ในอาเภอเมือง2 อุดรธานีและอีสานจึงได้ขึ้นชื่อว่ามีความสัมพันธ์ ทางประวัติศาสตร์ของขบวนการกู้ชาติเวียดนาม เรียก ได้ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยเกื้อหนุนที่ทาให้ขบวนการกู้ชาติ เวียดนามกู้ชาติได้สาเร็จจากฝรั่งเศส ด้วย ประวัติศาสตร์ของอุดรธานีในฐานะส่วนหนึ่งของ ขบวนการกู้ชาติเวียดนาม ทาให้ชาวอุดรธานีทั้งชาว ไทยและไทยเชื้อสายเวียดนาม ได้ร่วมกันสร้างแหล่ง ศึกษาและท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์โฮจิมินห์ ในต. เชียงพิณ อาเภอเมืองขึ้น เพื่อเปิดให้ประชาชนและ นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชม เป็นความภาคภูมิใจร่วม ของคนไทยและคนไทยเชื้อสายเวียดนาม และนี่คงเป็น เหตุผลหนึ่งว่าทาไมคนอุดรธานีมีวัฒนธรรมการทาน อาหารเวียดนาม และมักทานขนมปังเวียดนามเป็น อาหารเช้าอยู่เสมอ 1 ข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี 2 ข้อมูลจากแหล่งศึกษาและท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ (โฮจิมินห์) FURD Cities Monitor December 2017 | 10 การเป็นฐานที่ตั้ง ของทหารอเมริกา ความเปลี่ยนแปลงครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ อุดรธานี และเป็นช่วงที่เศรษฐกิจอุดรธานีเติบโตมาก คือ ช่วงที่อุดรธานีเป็นฐานที่ตั้งให้ทหารอเมริกาในช่วง สงครามเวียดนาม (พ.ศ. 2507 – 2519) เพื่อยับยั้งการ ขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์เข้าสู่ภูมิภาคอินโดจีน สหรัฐอเมริกาได้ขออนุญาตใช้พื้นที่ของสนามบินใน ประเทศไทยเพื่อเป็นฐานทัพ ทั้งหมดจานวน 8 แห่ง ซึ่งมีสนามบินอุดรธานีเป็นหนึ่งในนั้น ทหารอเมริกาเข้ามาประจาการมีประมาณ 20,000 กว่าคน3 ยุคนี้เป็นยุคที่เศรษฐกิจเมืองเฟื่องฟู มาก มีการประมาณว่า ในปี 2511 งบทหารที่ถูก จัดสรรไปยังจังหวัดอุดรธานี อาจมีขนาดใหญ่เท่ากับ เศรษฐกิจอุดรในขณะนั้น ผู้คนเดินทางคึกคัดตลอดทั้ง วันหน้าค่ายทหาร แรงงานถูกจ้างงานมหาศาล เช่น ช่าง แม่บ้าน พนักงานขับรถ กรรมกร ฯลฯ แรงงานคนหนึ่งได้รับรายได้จากรัฐบาลสหรัฐไม่น้อย กว่า 3,000 บาทต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับค่าล่วงเวลา) ซึ่ง เป็นค่าแรงที่เทียบเท่าข้าราชการ4 สถานประกอบการ ใหม่ๆ เกิดขึ้นจานวนมาก ทั้งสถานบันเทิงประเภท ไนต์คลับ อาบอบนวด บาร์แบบฝรั่งและบาร์ราวง ร้านอาหาร เกิดขั้นรวมกันกว่า 100 แห่ง เศรษฐกิจ คึกคักมากชนิดที่ว่าคนกรุงเทพต้องมาเที่ยว เพราะต้อง มาซื้อกางเกงยีนส์และสินค้าของอเมริกาเลยทีเดียว5 การเข้ามาของทหารอเมริกา ทาให้เศรษฐกิจเติบโต แต่ ขณะเดียวกันก็สร้างปัญหามากเช่นเดียวกัน มีปัญหา หญิงบริการและปัญหาโสเภณี อีกทั้งมีปัญหาเด็ก กาพร้าและลูกครึ่งถูกทอดทิ้งจานวนมาก ในปี 2518 ทหารอเมริกาทยอยถอนกาลังออก จากฐานที่ตั้งในอุดรธานี กล่าวได้ว่าอุดรธานีตกอยู่ใน ภาวะซบเซาทางเศรษฐกิจ สถานบันเทิงปิดตัวเกือบ ทั้งหมด มีการว่างงานเกิดขึ้นจานวนมาก คนในเมือง บางส่วนได้เดินทางไปทางานต่างประเทศโดยเฉพาะใน ซาอุดิอาระเบีย ส่วนคนที่เหลือได้เดินทางไปทางาน ต่างจังหวัด และบางส่วนทางานในโรงงานอุตสาหกรรม ในเมืองต่อไป อุดรธานีซบเซาทางเศรษฐกิจได้ไม่นาน ด้วยความเป็นเมืองศูนย์การค้า การคมนาคม ก็ สามารถฟื้นตัวได้ ในปี 2522-2523 มีเงินกลับเข้ามาใน เมืองประมาณ 7 พันล้านบาทจากคนที่ทางาน ต่างประเทศ 3 ข้อมูลจากคาบอกเล่าของคุณเสนีย์ จิตตเกษม อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี 4 ข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี 5 ข้อมูลจากคาบอกเล่าของคุณเสนีย์ จิตตเกษม อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี
  8. 8. 11 | FURD Cities Monitor December 2017 ‘เมืองจีน’ ในอุดรธานี ชาวจีนเป็นอีกกลุ่มที่มีจานวนมากในอุดรธานี จนสามารถตั้งศาลเจ้าปู่- ย่า ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ตั้งตระหง่านกลางเมือง ในระยะแรกชาวจีนตังหลักแหล่งประกอบการบริเวณตลาดเก่าเป็นเพียง กิจการเล็กๆ จากนั้นชาวจีนได้เก็บออมและสะสมทุน บางรายสะสมทุนมากพอที่สามารถก่อตั้ง กิจการโรงสีและโรงแรมจนกลายเป็นกลุ่มนักธุรกิจที่ประสบความสาเร็จในเมืองอุดรธานี เช่นเดียวกับในด้านขายปลีก ขายส่ง การธนาคาร และอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เจ้าของก็เป็นชาวจีน ทั้งสิ้น ปัจจุบันอุดรธานีมีคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่หนาแน่น มีการรวมตัวกันก่อตั้ง 9 องค์กร เช่น สมาคมส่งเสริมพ่อค้าจีนอุดรธานี สมาคมฮากกา เป็นต้น นอกจากนั้นยังได้รวมตัวกันก่อตั้ง 11 ชมรมตระกูลต่างๆ6 เมื่อไม่นานมานี้ ชาวไทยเชื้อสายจีนได้รวบรวมกาลังทรัพย์เพื่อซื้อที่ดิน 15,500,000 บาท สร้างศูนย์วัฒนธรรมไทย – จีนอุดรธานี ให้เป็นจุดศูนย์รวมอนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีบรรพชนและหลักปรัชญา ของพี่-น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดอุดรธานี เป็น สถานที่รวมอัตลักษณ์และสะท้อนความสาคัญของคนจีนในเมือง เป็นแหล่งการจ้างงานของคนรุ่น ใหม่ที่สนใจภาษาจีน ได้เปิดให้เข้าชม ปี 2552 ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจโดยเฉพาะชาวต่างชาติ ทั้งคนจีน คนลาว คนเวียดนามเข้ามาท่องเที่ยวเฉลี่ยปีละหลายแสนคน นอกจากนี้กลุ่มคนจีนยังมี แผนจะพัฒนาพื้นที่ข้างๆ ให้เป็นเขตค้าขายขนาดใหญ่อีกด้วย ศูนย์วัฒนธรรมไทยจีน มูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า นิทรรศการภายในอาคาร 6 ข้อมูลเรื่องชาวจีน ส่วนใหญ่มาจากงานของเพ็ญแข คชเดช. (2543). เรื่อง บทบาททางเศรษฐกิจและการเมืองของคนไทยเชื้อสายจีน ในเขตเทศบาล นครอุดรธานี พ.ศ.2480 ถึง พ.ศ.2540 FURD Cities Monitor December 2017 | 12 เมือง Cosmopolitan ความสัมพันธ์กับคนเวียดนาม ทหารอเมริกา และชาว จีน อาจเรียกได้ว่า อุดรธานี เป็นเมือง Cosmopolitan มาแต่ ดั้งเดิมแล้ว ซึ่งปัจจัยสาคัญมาจากตาแหน่งที่ตั้งเมืองอันยอด เยี่ยม วัฒนธรรมหลายอย่างจึงตกทอดมาจากต่างชาติ ทั้งการ แต่งงานกับชาวต่างชาติ การทานอาหารเวียดนาม อุดรธานี วันนี้เป็นเมืองที่มีศักยภาพในการรองรับคนต่างชาติมากที่สุด อุดรธานีจึงเปรียบเป็น “ประตูอีสาน” อีกบานหนึ่ง ที่สามารถ เชื่อมต่อยังนครเวียงจันทร์ของประเทศลาว เชื่อมกับเวียดนาม และเชื่อมตอนใต้ของจีน ณ ขณะนี้ต้องบอกว่าคนเมืองอุดรฯ เองก็ตื่นตัวในการ ทางานขับเคลื่อนพัฒนาเมืองมาก ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัย ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น กลุ่มคนจีน คนเวียดนาม กลุ่ม UDON EXPAT ภาคประชาสังคมอีกหลายกลุ่ม ทุกกลุ่มร่วม คิด ร่วมกิจกรรมต่างๆ ของเมืองดีมาก ที่น่าสนใจขณะนี้คือ พวกเขากาลังเปิดพิพิธภัณฑ์เมืองที่ผ่านการปรับปรุงเป็น พิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย อาจเรียกได้ว่า เป็นพิพิธภัณฑ์เมืองที่ทันสมัยที่สุดของไทย อุดรธานีไม่ได้มีความโดดเด่นเพียงแค่การเป็นเมือง นานาชาติ ยังเป็นเมืองที่มีจุดเด่นเรื่องอื่นๆ ด้วย เป็นเมือง ศูนย์กลางศาสนา เมืองธรรมชาติสวยงาม ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ เป็น “ต้นทุน” อันดีงามของเมืองอุดรธานี ที่เป็นจุดเด่นและ เป็นจุดแข็งให้แตกต่างจากเมืองอื่น อีสานในวันนี้ที่เรียกว่า “อีสานใหม่” นั้น มีเมืองอุดรธานีเป็นหัวหอกนาการพัฒนาและ ต้อนรับความนานาชาติให้มาสู่อีสานได้แน่
  9. 9. 13 | FURD Cities Monitor December 2017 FURD Cities Monitor December 2017 | 14 อุดรธานี - สรุปโดย ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง -
  10. 10. 15 | FURD Cities Monitor December 2017 ในงานเสวนาสาธารณะ เรื่อง “ท้องถิ่นนิยม เมือง นิยม” ที่จัดโดย กลุ่มภาคประชาสังคมอุดรธานี นาโดย กลุ่ม SE ESAN ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร 17 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ในวันที่ 14 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยคนรักบ้านรักเมืองอุดรธานี หลากหลายกลุ่ม ทั้งจากภาครัฐท้องถิ่น ภาคประชาสังคม ผู้นาชุมชน นักวิชาการ นักศึกษา นักข่าวท้องถิ่น ร่วมกัน เสนอต้นทุน “ของดี” มากมายที่มีในอุดรธานี ให้เป็น โอกาสทางเลือกใหม่ในกับการพัฒนาเมือง อดภูมิใจและ อิจฉาแทนคนอุดรธานีที่มีคนเมืองรักและสนใจเมืองมา ขนาดนี้ บรรยากาศจึงอบอวลไปด้วยความหวัง เต็มไป ด้วยพลัง และโอกาสใหม่ๆ ของเมืองให้เกิดขึ้น เมืองมุ่งสู่เศรษฐกิจหลั่นล้า ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เปิดเวทีเรื่องเมือง ด้วยมุมมองใหม่ คือให้มองโอกาสของเมืองมากกว่ามอง ปัญหา คนไทยติดวิธีคิดปัญหาเป็นหลัก แก้ปัญหา คือการ หาโอกาส คือต้องรู้ว่าทาอะไรแล้วมันดี แล้วก็ทาอย่างนั้น แล้วปัญหามันจะแก้ไปได้เอง วันนี้ถึงเวลาแล้วที่อุดรธานี ต้องคิดเรื่องอุดรฯ สร้างตัวเอง และอุดรจะพัฒนา เศรษฐกิจให้ประเทศอย่างไร เพราะเวลานี้เมืองต่างๆ ของ ไทยในกาลังเจริญเติบโตมาก อุดรฯ ก็เป็นเมืองหนึ่งที่ เจริญเติบโตเหลือเกิน และความเติบโตของอุดรฯ นอกจากที่เป็นศูนย์กลางของภาคอีสานตอนบนแล้วก็ยัง โยงไปถึงหนองคาย เวียงจันทน์ และไปถึงเวียดนามด้วย ศ.ดร.เอนก มองว่าขณะนี้เศรษฐกิจของโลกมัน กาลังแปรเปลี่ยนเป็นเศรษฐกิจบริการมากขึ้น โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวของไทย ณ เวลานี้เติบโตมาก เศรษฐกิจ ลักษณะนี้ ศ.ดร.เอนก ขอเรียกว่า “เศรษฐกิจหลั่นล้า” หรือหลั่นล้าอีโคโนมี คือ การแปรเปลี่ยนความภูมิใจของ เมืองให้เกิดมูลค่าและราคาได้ คนไทยล้วนแต่มีน้าใจ มี ความสนุกสนาน ร่าเริง บริการเก่ง มีเสน่ห์ เพราะฉะนั้น ถ้าคนอุดรเอาสิ่งที่เป็นธรรมชาติ มาบวกกับความรักความ ภูมิใจในอุดร คงจะมี story ขายได้มาก ทาได้ทั้งท่องเที่ยว เชิงนิเวศ เชิงธรรมชาติ เชิงประวัติศาสตร์ และอย่าขาย แต่เมืองอุดรธานีแบบเล็กๆ ต้องขายอุดรธานีให้ยิ่งใหญ่ แบบที่เชื่อมโยง ลาว เวียงจันทน์ ฮานอย จีนตอนใต้ ก็จะ ทาให้คนมาเที่ยวเมืองอุดรฯ มากขึ้น การเปิดประเด็นด้วยการแนะให้มองถึงโอกาส มอง ข้อดี เพื่อเป็นแรงผลักดันให้มีกาลังใจ ทาให้เหล่าคนเมือง อุดรธานีต่างกลุ่ม ต่างที่มา ต่างวาระเรื่องราว ที่ล้วนแล้ว กาลังพยายามสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับเมือง ได้โอกาส ถ่ายทอดต้นทุนอันดีงามของเมือง ต่างมุม ต่างความคิด ต่างเรื่องราว โดยเริ่มที่... FURD Cities Monitor December 2017 | 16 อุดรธานีเมือง 3 ธรรม ตัวแทนคนเมืองท่านหนึ่งแสดงความเห็นว่า การจุดประกายว่าอุดรธานีของเรานั้นมีดีอย่างไร ต้องมองที่ศักยภาพ ต้นทุน รากเหง้าที่เรามีอยู่ มองไปที่ 3 ธรรม ธรรมแรกคือ ธรรมชาติ มีทะเลบัว แดง ภูฝอยลม มีธรรมชาติที่เป็นภูเขาที่อาเภอนายูง ธรรมที่สอง คือธรรมะ มีทะเลบัวแดง ภูฝอย ลม มีธรรมชาติที่เป็นภูเขาที่อาเภอนายูง และธรรมที่สาม คือ วัฒนธรรม มีเผ่าผู้ไทย บ้านนายูง อาเภอศรีธาตุ บ้านเชียง ต้องสร้างให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต น่าสนใจ บ้านเชียงด้วย และพิพิธภัณธ์ รามสูร ตามรอยสงครามเวียดนาม ถ้าเชื่อมทั้งหมด ทั้งสามธรรม ให้อุดรธานีเป็นความเข้มแข็ง ทางด้านการท่องเที่ยวเหล่านี้ คนอุดรธานีจะต้องช่วยกัน ถ้าเราช่วยกันอุดรธานีเราเข้มแข็งแน่ ศักยภาพของอีสาน เป็นเกตเวย์สู่เวียดนาม กลุ่ม Smart Udon Maker ได้แลกเปลี่ยนไอเดียว่า อุดรสามารถบินไปต่างประเทศได้ รันเวย์ อุดรฯ มีความยาว 3.6 กิโลเมตร เป็นรันเวย์ที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนล ในขณะที่ขอนแก่นมีความยาว แค่ 2.8 กิโลเมตร ซึ่งเป็นอินเตอร์เนชั่นแนลไม่ได้ เครื่องบินจากอุดรจะบินไปต่างประเทศได้ ควร ทาให้สนามบินอุดรเป็นระดับนานาชาติมากกว่านี้ หากไปดูจีน จีนกล้าทาถนน ทารางรถไฟผ่าน จากคุนหมิง ลงผ่านลาวมาถึงประเทศไทยได้ ไทยน่าจะคิดมุมกลับ ทาถนนผ่านนครพนมเข้าไปที่ เมืองวินห์ (Vinh) ของเวียดนาม และเปิดหน้าฉากของอุดรให้เป็นหน้าบ้าน แทนที่จะเป็นหลังบ้าน เพราะอุดรฯ มีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม สายการบินมี ทุกอย่างมี น่าจะพัฒนาทุกอย่างจากความ พร้อมนี้ได้
  11. 11. 17 | FURD Cities Monitor December 2017 มูลค่าเพิ่ม ของสินค้าเกษตรในอุดร ภาคประชาสังคม โดยคุณภาคภูมิ มองว่า เกษตรกรรมอยู่คู่กับคนอุดรมานาน คนอุดรไม่ค่อย ทราบว่าคนญี่ปุ่นชอบมาดูไร่มะม่วงที่หนองบัวซอ เพราะมะม่วงน้าดอกไม้ของหนองบัวซอเป็นอันดับ หนึ่งที่ส่งขายให้ญี่ปุ่น เกษตรกรที่เป็นเยาวชนรุ่นใหม่ ปีหนึ่งสามารถทาเงินได้ปีละ 2-3 ล้าน และอีกอย่างที่ กาลังตามมาคือกล้วยหอมของหนองบัวซอ ลูกไม่โต แต่หอมและรสชาติอร่อยมาก นี่คือกระบวนการที่ดึง นักท่องเที่ยวเข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัวว่าผลผลิต ทางการเกษตรของเราขายได้ขนาดนี้ และทาให้เกิด การท่องเที่ยวด้วย นอกจากนี้ คาชะโนด อาเภอบ้านดุง น่าสนใจ เช่นเดียวกัน ที่นี่ปลูกใบตองทุกหลังคาเรือน บาง หลังทารายได้กว่า 1 ล้านบาท คนต่างถิ่นมักย้ายมา คาชะโนด คนที่นี่ 70 %เป็นคนนอกพื้นที่ทั้งหมด คน เหล่านี้มักเข้ามาค้าขายที่คาชะโนด เพราะเศรษฐกิจ ดีมาก ซึ่งอันที่จริงการท่องเที่ยวยังทาได้มากกว่านี้ อาจจะต้องสร้างเป็นหมู่บ้านโฮมสเตย์ ปลูกพืชผัก ปลอดสารพิษ ต้องไปกินอาหารบ้านเชียง ทามาหา กินเองแบบพื้นเมือง ไปดูเขาทาผ้า ไปหัดทาไห น่าจะช่วยให้คนมามากขึ้นได้ ศูนย์การเรียนรู้การท่องเที่ยว ของลาว-เวียดนาม อาจารย์ท่านหนึ่งของสาขาการจัดการ ท่องเที่ยว ราชภัฏอุดรธานี ได้แสดงความเห็นว่า อุดรธานีน่าสนใจมากขนาดที่ว่า มหาวิทยาลัย Tôn Đức Thắng (TDTU) ของเวียดนาม ได้ติดต่อมา เรียนกับราชภัฏอุดรฯ 1 เดือน มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่และเอาจริงเอาจังเรื่องการ จัดการเรียนการสอนมาก เขามองว่าอุดรฯ เป็นเมือง ที่จะมาเรียนรู้เรื่องการท่องเที่ยวได้ มาเรียนรู้หลั่นล้า อีโคโนมีได้จริงๆ และได้มีโอกาสนั่งคุยกับอาจารย์อีก ท่านที่เป็นคนเวียดนามที่ดูแลเรื่องนี้ในการออกแบบ คอร์ส เขาสนใจ street food สะท้อนว่าบ้านเมืองเรา มีจุดแข็งคือเรื่องนี้ นอกจากเวียดนาม คนลาวก็มา เรียนที่นี่เยอะมาก อีกประเด็นหนึ่ง อุดรธานีได้ทา โครงการนั่งรถรางชมเมือง สนับสนุนการท่องเที่ยว โอกาสมาแล้ว นักศึกษาไม่จาเป็นต้องไปทางานเป็น ไกด์ในเมืองใหญ่ เป็นที่อุดรธานีได้ จริงๆ แล้วอุดรก็ เป็นเมืองที่ค่อนข้างพร้อม ค่อนข้างเด่น เพราะฉะนั้น ขอให้เราภูมิใจเมืองเราอย่างเต็มที่ เพราะอุดรมีดี จริงๆ FURD Cities Monitor December 2017 | 18 การจัดการตนเอง เป็นสิ่งสาคัญ คุณเสนีย์ จิตตเกษม อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด อุดรธานี ผู้ก่อตั้งมูลนิธิยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนา ที่มี บทบาทในการพัฒนาเมืองอุดรธานี ชี้ประเด็นว่า ลักษณะของการออกแบบประเทศไทยไม่ตอบโจทย์ใน เรื่องของการให้อานาจประชาชน ไม่ตอบเรื่องความ เข้มแข็งของประชาชนเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะต้อง ทาคือการสร้างความเป็นท้องถิ่นนิยม ความรู้สึก ภาคภูมิใจ และผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเป็นผู้นาทาง ความคิด ต้องเป็นผู้ที่สามารถประสานประโยชน์ และรับ ฟังความเห็นของประชาชนไม่ใช่เป็นคนสั่งการ การแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในทุกจังหวัดที่ผ่าน มา ไม่ค่อยโปร่งใส ฉะนั้น อย่าไปพึ่งพาส่วนภูมิภาคมาก เราต้องพึ่งพาตนเองให้มาก เพราะจริงๆ แล้วการจัดการ ตนเองเป็นสิ่งที่สาคัญ มีตัวอย่างหลายแห่งที่เขาสามารถ จัดการตนเองได้ดี อันนี้เป็นบทบาทที่สาคัญของพลเมือง ในงานของพลเมือง ตรงนี้เราอยากจะให้ปลุกจิตสานึก ของสังคมขึ้นมาดูแล และสร้างสิ่งที่เป็นสังคมของตัวตน ที่แท้จริงขึ้นมา ตั้งมหาวิทยาลัยอุดร หน่วยยุทธศาสตร์การพัฒนา ศ.ดร.เอนก แนะประเด็นเพิ่มเติมว่า ศักยภาพ ของอุดรฯ มีโอกาสการพัฒนาเมืองสูงมาก แต่อุดรธานี ไม่มีมหาวิทยาลัยเป็นของตนเอง มีเพียงราชภัฎ อุดรธานี ซึ่งราชภัฏอุดรธานี ควรออกจากราชภัฏ ให้ กลายเป็นมหาวิทยาลัยของอุดรธานีจริงๆ ต้องทา มหาวิทยาลัยให้มันใหญ่ขึ้น ให้มันสมกับเมืองใหญ่ ถ้า ไม่แยกตัวออกไป ก็ต้องทาตัวให้รับใช้เมืองอุดรฯ และ อีสานให้มากขึ้น รับใช้อุดรฯ ให้มันแผ่รัศมีให้ออกไป นอกประเทศแทนที่จะมองเข้ามาแต่ในกรุงเทพ มหาวิทยาลัยต้องไม่ได้เป็นแค่หน่วยการศึกษา แต่เป็น หน่วยยุทธศาสตร์ที่ว่าด้วยการสร้างประเทศ พัฒนา ประเทศด้วย ท้ายที่สุด ศ.ดร.เอนก ได้กล่าวทิ้งท้าย ว่า ให้พยายามคิดเรื่องโอกาสให้มาก แต่อย่า เอาปัญหาเป็นจุดเริ่มต้น เราจะท้อแท้ได้ ต้อง คิดเสมอว่า เมืองอุดร เป็นบ้านเป็นเมืองของ เรา เรารัก เราทิ้งไม่ได้ เราท้อแท้ไม่ได้ เพราะ เมืองอุดรเป็นของเรา เรารักเมืองอุดร เรา เสียสละเพื่อเมืองอุดรได้
  12. 12. สร้างจิตวิญญาณคนเมืองด้วยพิพิธภัณฑ์เมือง The Spirit of Udon Thani นานนับวัน โลกแห่งเทคโนโลยีและความทันสมัยยิ่งรุกล้า ทับถม กลืนกินความดั้งเดิม ความ เก่าแก่ ที่มักถูกคนรุ่นใหม่มองว่าเป็นความคิดความเชื่อที่ล้าหลัง จนลืมไปว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นหัวใจ สาคัญที่บ่งชี้ต้นกาเนิดและผูกใจคนเมืองรวมกันไว้ได้เป็นอย่างดี หากมันเลือนหายไป เมืองก็จะ กลายเป็นเมืองที่ขาดรากเหง้าประวัติศาสตร์ ขาดความรักความภูมิใจของคนเมือง สุดท้ายก็จะขึ้น ชื่อว่าเป็นเมืองที่ไร้จิตวิญญาณ ฉะนั้น ผู้สร้างบ้านแปงเมืองจึงต้องตระหนักและปลูกฝังให้คนเมือง รู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเมือง ลุกขึ้นมารักบ้านรักเมืองจนเกิดเป็นการพัฒนา ไม่ควรมองว่า เมือง เป็นแค่สิ่งปลูกสร้างให้เราเดิน กิน นอน อยู่อาศัย ส่วนหน้าที่พัฒนาเป็นของรัฐ ไม่ใช่หน้าที่เรา คาถามคือ แล้วอะไรล่ะที่จะมาช่วยกระตุ้นความเป็น “พลเมือง” บทความนี้จะนาเสนอทางเลือกหนึ่งที่ เมืองอุดรธานีเลือกใช้ ซึ่งก็คือ “พิพิธภัณฑ์เมือง” นั่นเอง วิวัฒนาการ ของพิพิธภัณฑ์เมือง ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทาให้คนรุ่นหลัง ตระหนักและสานึกในคุณค่าของมรดกทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมน้อยลง กอปรกับการเข้ามาของเศรษฐกิจ แบบทุนนิยม งานศิลปะและโบราณวัตถุจึงกลายเป็น สินค้าที่ถูกตีมูลค่าด้วยอานาจของเงิน เกิดเป็นธุรกิจซื้อ ขายวัตถุโบราณมากมายที่คนซื้อไว้สะสม ตกแต่ง ประดับ เพื่อความสวยงามและความพอใจ มากกว่าที่จะมีไว้เพื่อ การศึกษาและสะท้อนอัตลักษณ์ประวัติศาสตร์เมือง (สุวรรณา บุญกล่า, 2553) ด้วยเหตุนี้ แนวคิดพิพิธภัณฑ์เมืองในยุคใหม่จึง ต้องไม่เป็นแค่เพียงสถานที่จัดแสดงวัตถุหรือแหล่งรวม ของเก่าเท่านั้น แต่สิ่งของที่จัดแสดงและแนวคิดในการ พัฒนาพิพิธภัณฑ์จะต้องสะท้อนสภาพความเป็นมาและ ความเป็นอยู่ของสังคมเมืองนั้นๆ ซึ่งต้องอาศัยการจัดการ องค์ความรู้และประสบการณ์ทั้งด้านวิชาการและด้านการ พัฒนา อีกทั้งพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบันต้องสามารถสร้าง ความแตกต่าง ความหลากหลายและความแปลกใหม่ สามารถตอบสนองและสื่อสารกับผู้ชมที่มีมีความ หลากหลายทั้งทางอายุ การศึกษา และวัฒนธรรม เพื่อให้ ผู้ชมได้รับทั้งความรู้และความบันเทิง แล้วพิพิธภัณฑ์ก็จะ กลายเป็นสถาบันแห่งการเรียนรู้และพัฒนาสังคมในที่สุด กว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี สร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2463 โดยดาริพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร สมุหเทศาภิบาล สาเร็จราชการมณฑลอุดร เพื่อเป็น อาคารเรียนของโรงเรียนนารีอุปถัมภ์ แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2468 ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามโรงเรียนขึ้นใหม่ว่า "ราชินู ทิศ" จึงเป็นชื่อเรียกอาคารหลังนี้สืบมา อาคารราชินูทิศ เคยเป็นอาคารสานักงานส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง เมื่อ พ.ศ. 2473 และเมื่อปี พ.ศ. 2503 เป็นสานักงานโครงการ พัฒนาการศึกษาส่วนภูมิภาค จนต่อมา พ.ศ. 2516 เป็น อาคารสานักงานศึกษาธิการเขต เขตการศึกษา 9 และ สานักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี ตามลาดับ อาคาร ราชินูทิศเป็นอาคาร 2 ชั้น ก่อด้วยอิฐหรือปูน รูปทรงแบบ ตะวันตก หลังคาทรงปั้นหยา มีมุขยื่นออกมาด้านหน้า ซุ้มประตูหน้าต่างโค้ง ต่อมา พ.ศ. 2547 จังหวัดอุดรธานี ได้ใช้อาคารแห่งนี้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานีจวบ จนปัจจุบัน (Museum Thailand, 2560)
  13. 13. 21 | FURD Cities Monitor December 2017 ปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ครั้งใหญ่ พลิกฟื้นจิตวิญญาณเมืองอุดร พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานีเป็นพิพิธภัณฑ์เมือง อันดับต้นๆ ของประเทศไทยที่มีความทันสมัย ก้าวหน้า ไม่แพ้พิพิธภัณฑ์ในเมืองหลวงอย่างมิวเซียมสยาม ส่วน หนึ่งเป็นเพราะความโชคดีของเมืองอุดรที่ท้องถิ่น เทศบาลนครอุดรธานีเล็งเห็นความสาคัญของ “พิพิธภัณฑ์เมือง” จนมีการลงทุนปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ด้วย งบประมาณกว่า 70 ล้านบาทเมื่อ พ.ศ. 2557 ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ด้วยแนวคิดใหม่ เนื้อหา ใหม่ ที่เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงเปี่ยมไปด้วยความเข้มข้น ของเนื้อหาประวัติศาสตร์เมืองอุดร การปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรก เป็นทีมบูรณะอาคาร ซึ่งครั้งนี้เป็นการบูรณะ อาคารครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อสร้างอาคารหลังนี้มา และส่วนที่สอง เป็นทีมออกแบบนิทรรศการ ซึ่งนาทีมโดย คุณเอ๋ สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม “นิ้ว กลม” โดยแนวคิดในการปรับปรุงครั้งนี้ กรมศิลปากร กาหนดว่า การบูรณะต้องทาให้เหมือนเดิมเหมือนยุคแรก มากที่สุด กระเบื้องและอิฐมอญต้องเอามาจากแหล่งเดิม สีผนังก็ได้ทีโอเอเข้ามาช่วยวิจัย วิเคราะห์ออกมาว่าทาสี มาแล้วกี่ยุค แต่ละยุคใช้สีประเภทอะไร (เทศบาลนคร อุดรธานี, 2560) จากการปรับปรุงครั้งนี้ ทาให้คณะกรรมาธิการ สถาปนิกอีสาน สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรม ราชูปถัมภ์ ยกให้ “พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี” เป็น สถาปัตยกรรม "ซ่อม สร้าง ม้าง เฮ็ด" อันเป็นต้นแบบที่ดี ที่ควรเผยแพร่ให้เมืองอื่นเรียนรู้ถึงแนวคิดการมุ่ง ซ่อมแซมอดีต เพื่อสร้างสรรค์ปัจจุบันให้เป็นพื้นฐานของ อนาคตต่อไป (TERRABKK, 2558) ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน แหล่งข้อมูลประวัติศาสตร์ ชาวไทยเชื้อสายจีน ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน อุดรธานี มูลนิธิศาลเจ้าปู่- ย่า เริ่มก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นจุดศูนย์รวม อนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีบรรพชนและหลักปรัญชา ของพี่-น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดอุดรธานี โดย เริ่มมีแนวคิดการจัดสร้างในสมัยคณะกรรมการศาลเจ้าปู่- ย่า สมัยที่ 58 และได้เริ่มรวบรวมกาลังทรัพย์จากผู้มีจิต ศรัทธาเพื่อซื้อที่ดินบริเวณด้านหน้าทางเข้าศาลเจ้าด้าน ทิศตะวันออกซึ่งเป็นโรงน้าแข็งเก่า มูลค่า 15,500,000 บาท ทาการออกแบบก่อสร้างและทาพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2552 และทาพิธีเปิดอย่างเป็น ทางการเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2556 โดยมี ร้อยเอกหญิง ดร.พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเสด็จ เป็นองค์ประธานทั้ง 2 ครั้ง (Museum Thailand, 2560) การบูรณะออกแบบทั้งภายในและภายนอกของ ศูนย์สะท้อนอัตลักษณ์และคงความเป็นจีนดั้งเดิมเป็น อย่างมาก ให้บรรยากาศเสมือนว่าศูนย์แห่งนี้ตั้งอยู่บน ประเทศจีนเลยทีเดียว ทาให้สามารถดึงดูดผู้ชมทุกวัย ทุกประเภท ทั้งผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายรูป ชื่นชอบ ประวัติศาสตร์ ชื่นชอบประเทศจีน นอกจากนี้ ยังมีบริการ เก้าอี้เลื่อนขึ้นบันไดไฟฟ้าเพื่อรองรับสาหรับกลุ่มผู้สูงอายุ อีกด้วย FURD Cities Monitor December 2017 | 22 ในขณะที่พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานีเป็น พิพิธภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ทันสมัย และ เหมาะกับผู้ชมทุกรุ่นทุกวัย ด้วยโครงสร้างตัวอาคาร ภายนอกที่เก่าแก่มีคุณค่า และการออกแบบภายในที่ เต็มไปด้วยลูกเล่นและความคิดสร้างสรรค์ ศูนย์ วัฒนธรรมไทยจีน มูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า ก็เป็นแหล่ง เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน ด้วย สภาพแวดล้อมที่ห้อมล้อมด้วยศิลปวัฒนธรรมแบบ จีน ตั้งแต่สถาปัตยกรรม การตกแต่ง ไปจนถึงเนื้อหา สาระ ด้วยความแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วไป ส่งผล ให้เนื้อหาความรู้ทางประวัติศาสตร์ที่เหมือนจะน่า เบื่อกลายเป็นเรื่องสนุก ทาให้คนเมืองคล้อยตามและ มีอารมณ์ร่วมไปกับพิพิธภัณฑ์ได้ สถานที่ทั้งสอง แห่งนี้จึงมีส่วนกระตุ้นคนเมืองให้เกิดความรัก ความ ภูมิใจ ความหวงแหน นาไปสู่การสร้างจิตวิญญาณ ของเมืองอุดรธานีได้เป็นอย่างดี อ้างอิง - TERRABKK. 2558. "พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี" สถาปัตยกรรม "ซ่อม สร้าง ม้าง เฮ็ด" ในงานสถาปนิก อีสาน'58. ออนไลน์. ที่มา: http://terrabkk.com/news/87403. สืบค้นเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2561. - Museum Thailand. 2560. พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี. ออนไลน์. ที่มา http://www.museumthailand.com/Udon_Thani_Museum. สื บ ค้ น เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2561. - เทศบาลนครอุดรธานี. 2560. คู่มือปรับปรุงพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี. เทศบาลนครอุดรธานี. - สุวรรณา บุญกล่า. 2553. การจัดการพิพิธภัณฑ์ในเขตเมือง พิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลกเพื่อ การท่องเที่ยววัฒนธรรม. สานักงาน กองทุนสนับสนุนการวิจัย.
  14. 14. เมือง ย้อนคิด มุ่งสู่อนาคต ศ.ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ทุนทางสังคมกับการพัฒนาเมือง ศ.ดร. อานันท์ กาญจนพันธุ์ เมืองขวางน้า ศ. กิตติคุณ เดชา บุญค้า ชุดหนังสือเมือง เอนกทรรศน์ ศ.ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เศรษฐศาสตร์บนทางสายกลาง ศ.ดร. ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ หนังสือออกใหม่ สั่งซื้อได้ที่ ... 1 ) ร้านหนังสือออนไลน์ : CPWIBOOKS.lnwshop.com 2) เบอร์โทรศัพท์ 02-938-8826 (ในเวลาราชการ) 3) Facebook Page : ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง Center for Megacity and City Studies เมืองนิยม ศ.ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เมือง กิน คน ผศ.ดร. พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2557 จากดาริ ของ ศาสตราจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ โดยความเห็นชอบและสนับสนุนจาก ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เนื่องด้วยความปรารถนาที่ ต้องการให้เป็นคลังปัญญาเพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยมีพันธกิจดังนี้ เพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน และ จัดการความรู้ให้สามารถเชื่อมโยงสู่นโยบายสาธารณะเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ทั้งในระดับพื้นที่ และระดับประเทศ ให้เกิดการเชื่อมประสานเครือข่ายภาคีพัฒนาเมืองทั้ง ภายในและต่างประเทศ เพื่อสร้างความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนให้มี ประสิทธิภาพ ในการสร้างสรรค์การพัฒนาเมืองสุขภาวะ ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง ได้ริเริ่มจัดทาโครงการ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ ” และมีชื่อภาษาอังกฤษว่า “ ” โดย การสนับสนุนของสานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) หน้าที่หลักคือ สร้างและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ที่ ตอบสนองต่อการพัฒนาเมืองของไทย จัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างนักคิดและผู้นาการพัฒนาเมือง และสร้างเครือข่าย การพัฒนาเมือง นอกจากนี้ได้ริเริ่ม โดยมหาวิทยาลัยรังสิตมอบรางวัลเป็นประจาทุกปี เพื่อเชิดชูยกย่อง ผู้นาหรือผู้สร้างบ้านแปงเมือง อันจะเป็นกาลังใจสร้างให้เกิดความภูมิใจและเป็นพลังสร้างสรรค์การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนใน อนาคตสืบไป
  15. 15. ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง วิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต 637/1 อาคารพร้อมพันธุ์ 1 ชั้น 4 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 Website: www.furd-rsu.org Tel. (+66) 2938 8826 Fax. (+66) 2938 8864

×