Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

เอกสารประกอบ เรื่อง การประเมินแฟ้มสะสมงาน

3,394 views

Published on

ppt และเอกสารประกอบบทเรียน เรื่อง การประเมินแฟ้มสะสมงาน

Published in: Education
  • Dating direct: ❤❤❤ http://bit.ly/369VOVb ❤❤❤
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • Follow the link, new dating source: ♥♥♥ http://bit.ly/369VOVb ♥♥♥
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • Be the first to like this

เอกสารประกอบ เรื่อง การประเมินแฟ้มสะสมงาน

  1. 1. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้วยแฟ้มผลงาน การประเมินผลด้วยแฟ้มผลงาน เป็นวิธีการประเมินผลการเรียนการสอนอย่างหนึ่งที่อาศัยเทคนิค วิธีจากการรวบรวมผลงานต่างๆ ของผู้เรียนเข้าด้วยกัน แล้วตัดสินผล ลงสรุปเกี่ยวกับความรู้ ความสามารถของผู้เรียนโดยพิจารณาจาก พัฒนาการเปลี่ยนแปลง ความพยายาม ความสนใจ เจตคติ และการปฏิบัติ แล้วส่งผลย้อนกลับไปสู่ผู้เรียนและผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้เรียน เข้าใจตนเอง รู้ถึง ความสามารถ ศักยภาพและความก้าวหน้าของตนเอง เป็นการประเมินวิธีหนึ่งของการประเมินตามสภาพ จริง นอกจากนี้ผู้สอนยังสามารถประเมินผลการสอนได้จากแฟ้มผลงานของผู้เรียน แฟ้มผลงาน (PORTFOLIO) หมายถึง การนาสาระมาสู่ความคิด เป็นการรวบรวมผลงานของผู้เรียน อย่างมีจุดหมาย ผลงานเหล่านี้สะท้อนถึงความพยายาม ความเติบโต ความก้าวหน้า และความสาเร็จของ ผู้เรียนในวิชาหนึ่งหรือมากกว่า เพื่อชี้ให้เห็นว่าผู้เรียนได้ทางานอะไรบ้าง ทาแล้วได้ผลดีมากน้อยเพียงใด แฟ้มผลงานที่ใช้ได้ผล คือ แฟ้มที่ทาให้เห็นว่า เจ้าของแฟ้มมีพัฒนาการทั้งทางร่างกาย จิตใจ สังคม สติปัญญาไปพร้อมกัน และทาให้เจ้าของแฟ้มมีพัฒนาการในหน้าที่ความรับผิดชอบของงานด้วย แฟ้ม ผลงานให้ค่าที่สะท้อนความสามารถทุกๆ ด้านของเจ้าของแฟ้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสะท้อนความสามารถ ทางความคิดอย่างเป็นระบบ สะท้อนความสามารถในการฟังจับประเด็น คิดวิเคราะห์วางแผน ซักถาม อ่าน เขียน จัดเรียงผลงาน ผสมผสานความรู้ความคิด นาเสนอผลโต้ตอบประเมินตนเอง รับฟังคาติชม จากผู้อื่น แก้ไขปรับปรุงตลอดจนปรับตัวเองให้อยู่ในโลกแห่งความจริง ในการรวบรวมงานจะต้อง ครอบคลุมถึงการที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผลงานกาหนดแนวทางการคัดเลือกงาน กาหนด แนวทางการตัดสินผลงาน รวมทั้งมีหลักฐานที่สะท้อนชิ้นงาน และการสะท้อนตนเองของผู้เรียนด้วย วัตถุประสงค์ การจัดทาแฟ้มผลงาน มี 2 อย่าง คือ 1. เพื่อให้เจ้าของแฟ้มได้ประเมินตนเองว่า งานที่ทาเป็นอย่างไร มีระบบหรือไม่ 2. เพื่อให้ผู้อื่นได้ประเมินเจ้าของแฟ้มว่ามีความสามารถในการปฏิบัติงานในระดับใด ประโยชน์ของการประเมินด้วยแฟ้มผลงาน แฟ้มผลงานมีประโยชน์สาคัญ ดังนี้ 1. ผู้เรียนสามารถแสดงความสามารถในการทางานโดยที่การสอบทาไม่ได้ 2. เป็นการรวบรวมผลงานซึ่งแสดงศักยภาพของผู้เรียนที่สะท้อนถึงความพยายาม พัฒนาการ และความจาเป็นในการเรียนรู้ของผู้เรียน 3. กระบวนการแฟ้มสะสมผลงาน เป็นทั้งกระบวนการเรียนการสอน และการประเมินผล ซึ่งควร ประกอบด้วยกระบวนการดังนี้ คือ การสะสมผลงาน การคัดเลือกผลงาน การพัฒนาผลงาน การจัด ระบบงาน และการแสดงผลงาน
  2. 2. 2 4. การประเมินโดยใช้แฟ้มผลงานเป็นการประเมินตามสภาพจริงสามารถนาไปใช้ได้ทั้งการวัดและ ประเมินผลระหว่างเรียนและปลายภาคเรียนหรือปลายปี ลักษณะของแฟ้มผลงาน แฟ้มผลงาน เป็นการรวบรวมหลักฐานที่มีระบบและมีการจัดการโดยครูและผู้เรียน เพื่อการ ตรวจสอบความก้าวหน้าหรือการเรียนรู้ ด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ ในเรื่องเฉพาะวิชาใดวิชาหนึ่ง โดยทั่วไป แฟ้มผลงานมีลักษณะที่สาคัญ 2 ประการ คือ 1. เป็นเสมือนสิ่งที่เป็นหลักฐานแสดงการเรียนรู้ของผู้เรียน 2. เป็นภาพที่แสดงพัฒนาการของผู้เรียนในการเรียนรู้ ตลอดช่วงเวลาของการเรียน ประเภทของแฟ้มผลงาน ประเภทของแฟ้มผลงานแบ่งได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่ง แบ่งตามกระบวนการทางาน แบ่งได้ 3 รูปแบบ คือ 1. แฟ้มบรรจุตัวอย่างของงาน (Exemplary) 2. แฟ้มกระบวนการทางาน (Process) 3. แฟ้มแบบผสม (Combined) คือ มีทั้งกระบวนการทางานพร้อมตัวอย่างของงาน หรือแบ่งตามจุดประสงค์การนาไปใช้หรือตามจุดมุ่งหมายของผู้เก็บแฟ้ม แบ่งได้ 4 รูปแบบ คือ 1. แฟ้มที่สะสมผลงานรวมของผู้เรียนทั้งหมด (Comprehensive Portfolio) 2. แฟ้มนิทรรศการหรือแฟ้มแสดงผลงาน (Showcase Portfolio) 3. แฟ้มสาหรับการประเมินผู้เรียนเป็นรายวิชา (Subject Portfolio) 4. แฟ้มผลงานของครู ( Teacher Portfolio) กระบวนการจัดทาแฟ้มผลงาน การจัดทาแฟ้มผลงาน มีกระบวนการขั้นตอนอยู่หลายขั้นตอน แต่ทั้งนี้ก็สามารถปรับปรุงได้อย่าง เหมาะสม กระบวนการจัดทาแฟ้มผลงาน สามารถดาเนินการดังนี้ 1.สาหรับผู้เริ่มทาไม่มีประสบการณ์มาก่อนควรใช้ 3 ขั้นตอน ขั้นที่ 1 การรวบรวมผลงาน ขั้นที่ 2 การคัดเลือกผลงาน ขั้นที่ 3 การสะท้อนความคิด ความรู้สึกในผลงาน 2. สาหรับผู้มีประสบการณ์ใหม่ ๆ ควรใช้ 6 ขั้นตอน ขั้นที่ 1 กาหนดจุดมุ่งหมาย ขั้นที่ 2 การรวบรวม
  3. 3. 3 ขั้นที่ 3 การคัดเลือกผลงาน ขั้นที่ 4 สะท้อนความคิดในผลงาน ขั้นที่ 5 การประเมินผลงาน ขั้นที่ 6 การแลกเปลี่ยนกับผู้เรียน 3. สาหรับผู้มีประสบการณ์พอสมควร ควรใช้ 10 ขั้นตอน รายละเอียดดังนี้ แฟ้มผลงานของผู้เรียนจะเป็นแฟ้มผลงานที่สมบูรณ์ มีความหมายมีคุณค่า เมื่อมีการจัด กระทาอย่างเป็นระบบ หรือเป็นกระบวนการต่อเนื่องกัน ซึ่งในการทาแฟ้มผลงานของผู้เรียน มี กระบวนการที่จาเป็น 10 ขั้นตอน คือ 1. ขั้นกาหนดจุดประสงค์และประเภทของแฟ้มผลงาน (Project Purposes) กาหนดจุดประสงค์และประเภทของแฟ้มผลงาน จะเป็นคาตอบคาถามว่า ทาไม จึงต้องนาผู้เรียนมาเกี่ยวกับการรวบรวมงานที่เขาสร้างขึ้น แฟ้มผลงานจะถูกนาไปใช้อย่างไร มีจุดประสงค์ ที่แท้จริงอย่างไร การประเมินผลใช้วิธีการใด ซึ่งในการกาหนดจุดประสงค์ของแฟ้มผลงานกิจกรรม และ ประเมินตนเองให้สอดคล้องตลอดระยะเวลาที่กาหนด เป็นการช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถสะท้อนความสามารถในการคิด และผู้เรียนยังสามารถกากับดูแล และชื่นชมความก้าวหน้ากับ การพัฒนาการของตนเอง 2. ขั้นรวบรวมชิ้นงานและจัดการชิ้นงาน (Collect and Organize) ในขั้นนี้ครูจะต้องวางแผน ร่วมกับผู้เรียนว่า จะเก็บรวบรวมชิ้นงานอย่างไร ออกแบบเครื่องมือและวิธีการที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้ จัดระบบกับชิ้นงานของเขา ชิ้นงานมี 2 ชนิด คือ งานแกนที่ทุกคนต้องทา ครูอาจจะต้องมีแนวทางให้ และ งานเลือกที่ผู้เรียนสามารถใช้คิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ตามความสนใจ 3.ขั้นคัดเลือกชิ้นงาน (Select) การรวบรวมชิ้นงาน จะมีจานวนมากพอที่จะนามาพิจารณา คัดเลือกชิ้นงานเพื่อลดจานวนชิ้นงานลง เป็นการตัดสินใจเชิงวิชาการเกี่ยวกับเนื้อหาสาระของชิ้นงานของ ผู้เรียน จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ อาจมีหลักในการพิจารณาคัดเลือกชิ้นงาน ดังนี้คือ งานชิ้นใด ควร เลือกอย่างไร ใครเป็นผู้เลือก หรือควรเลือกเมื่อใด 4. ขั้นสร้างสรรค์ผลงาน (Interject Personality) ในขั้นนี้เป็นการถ่ายทอดความสามารถใน การสร้างสรรค์ผลงานให้ประจักษ์ถึงความสามารถของผู้เรียนในการแต่งตั้ง ประดิษฐ์แฟ้มงานทั้งมีความ สวยงาม และมีผลงานที่สะท้อนถึงความรู้สึกนึกคิด เก็บรวบรวมไว้อย่างเป็นระเบียบและสวยงาม ซึ่งสิ่งนี้ จะแสดงความคิดสร้างสรรค์และบุคลิกภาพของผู้เรียน 5. ขั้นการสะท้อนข้อมูลกลับ (Reflect Metacognitively) เป็นการให้ผู้เรียนสะท้อน ความรู้สึกนึกคิด หรือความคิดเห็นต่อชิ้นงานที่เลือกไว้ในแฟ้มผลงาน ในกระบวนการสะท้อนข้อมูลกลับจะ เกี่ยวข้องกับการทางานตั้งแต่ขั้นการวางแผน การติดตาม และการประเมินผล วิธีการสะท้อนข้อมูลกลับ เกี่ยวกับชิ้นงาน โดยใช้สัญลักษณ์แสดงไว้ในชิ้นงานแต่ละชิ้น หรือการให้คาวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งอาจให้ คะแนนไว้บนชิ้นงานจะอธิบายถึงคุณค่าของชิ้นงานนั้น ๆ
  4. 4. 4 6. ขั้นการตรวจสอบความสามารถของตนเอง (Inspect to Self Assess) ในขั้นนี้ผู้เรียน สามารถตรวจสอบแฟ้มผลงาน เพื่อประเมินตนเองและชิ้นงานของตนว่า บรรลุเป้าหมายระยะยาว ระยะ สั้นมากน้อยเพียงใด ผู้เรียนได้พบจุดอ่อนอะไรบ้าง และงานในแฟ้มผลงานสามารถชี้ความก้าวหน้าใน ขอบข่ายเนื้อหาที่เป็นสาระในเป้าหมายหรือไม่ เพื่อทาให้เกิดความเชื่อมั่นในแนวทางการทางานของตน 7.ขั้นการทางานให้สมบูรณ์และประเมินค่าผลงาน (Perfect and Evaluate) การทางานให้ สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้พร้อมที่จะนาไปสู่การให้ระดับคะแนน ดังนั้น การทาให้งานสมบูรณ์จะช่วยขัดเกลา งาน ทาให้ผลผลิตที่ได้สมบูรณ์ การให้คะแนนจะพิจารณาโดยเกณฑ์การให้คะแนนตามประเด็นการ ประเมิน (Rubrics) ที่กาหนดไว้ล่วงหน้า โดยครูและผู้เรียน การประเมินจะเป็นความก้าวหน้าในผลงานของ ผู้เรียนแต่ละคนมากกว่าการเปรียบเทียบผู้เรียนเป็นกลุ่ม 8. ขั้นการเชื่อมโยงและการปรึกษาหารือ (Connect and Conference) การประชุมสัมมนา เกี่ยวกับแฟ้มผลงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียน ครู และผู้ปกครอง ได้มีส่วนร่วมตัดสินใจถึงความสาคัญต่อ การวัดผลประเมินการปฏิบัติจริงโดยใช้ Portfolio Assessment 9. ขั้นการทาให้ชิ้นงานมีคุณค่าทันสมัย (Inject and Eject to Update) การพิจารณานา ชิ้นงานเข้าเก็บหรือดึงชิ้นงานออก เพื่อทาให้ชิ้นงานและแฟ้มผลงานสมบูรณ์และทันสมัยเหมาะแก่การ นาไปใช้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้เรียนที่จะพิจารณาคุณภาพของชิ้นงานและแฟ้มผลงาน 10. ขั้นยอมรับคุณค่าที่สมบูรณ์และนาเสนอผลงานด้านความภูมิใจ (Respect Accomplishments and Show with Pride) การจัดเสนอแฟ้มผลงาน จะผนวกเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการของแฟ้มผลงานเพื่อให้ ผู้เรียนเตรียมจัดแสดงนิทรรศการด้วยตนเอง แก่กลุ่มเป้าหมาย ผู้ปกครอง โดยการกาหนดเวลาที่แน่นอน เป็นการยอมรับคุณค่าอันเป็นกระบวนการที่จะส่งเสริมกาลังใจ และความสาเร็จของงานอย่างเป็นระบบ ทั้ง 10 ขั้นตอน เป็นกระบวนการของแฟ้มผลงานที่สมบูรณ์ แต่การศึกษาได้ให้ ข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาเพื่อให้เกิดความสาเร็จใน 3 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 ลดขั้นตอนเหลือ 3 ขั้นตอน คือ - ขั้นรวบรวมชิ้นงาน (Collect) - ขั้นเลือกชิ้นงาน (Select) - ขั้นสะท้อนข้อมูลย้อนกลับ (Reflect) แนวทางที่ 2 ขยายให้ละเอียดขึ้นเป็น 6 ขั้นตอน - ขั้นกาหนดโครงการจุดประสงค์ (Project) - ขั้นรวบรวมชิ้นงาน (Collect) - ขั้นเลือกชิ้นงาน (Select) - ขั้นสะท้อนข้อมูลย้อนกลับ (Reflect) - ขั้นทาให้สมบูรณ์ (Perfect)
  5. 5. 5 - ขั้นการเชื่อมโยงสัมพันธ์ (Connect) แนวทางที่ 3 ทาให้สมบูรณ์ทั้ง 10 ขั้นตอน ดังกล่าวข้างต้น อนึ่ง การที่ครูเชิญชวนให้ผู้เรียน เริ่มคิด เริ่มทา ร่วมค้าคว้าในกระบวนการพัฒนาแฟ้มผลงาน จะ สร้างสิ่งที่แปลกใหม่ ครูจะมีความประหลาดใจเมื่อพบว่า ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ เกิดความรับผิดชอบ และการเรียนรู้ในโรงเรียนจะมีความหมายแก่ผู้เรียนมากยิ่งขึ้น ความสาเร็จอันน่าตื่นเต้นของแฟ้มผลงาน ก็คือ การที่ผู้เรียนยอมรับว่า ตนเองเป็นศูนย์กลางของ กระบวนการเรียนรู้ สิ่งเหล่านี้จะปรากฏเมื่อครูได้พัฒนาให้ผู้เรียนคานึงถึงผลสัมฤทธิ์ของเขาเอง ผู้เรียนจะ กลายเป็นผู้ร่วมงานที่มีความกระตือรือร้นในกระบวนการรวบรวมงาน คัดเลือกงาน และมีพลังในความคิด โดยอิสระ มีความสามารถในการแก้ปัญหา และเป็นผู้สร้างความรู้ด้วยตนเอง โครงสร้างแฟ้มผลงาน ส่วนที่ 1 1. ปก 2. คานา 3. สารบัญ 4. ข้อมูลส่วนตัว 5. จุดประสงค์ของแฟ้มและจุดประสงค์รายวิชา 6. เกณฑ์การประเมิน ส่วนที่ 2 7. ผลงาน 8. แบบสะท้อนกลับ ส่วนที่ 3 9. ข้อมูลประเมินแฟ้มผลงานของครู 10. ข้อคิดเห็นของเพื่อน ผู้ปกครอง หรือผู้สนใจ การวางแผนการทาแฟ้มผลงาน 1. การวางแผนและกาหนดจุดมุ่งหมาย คาถามหลักที่จะต้องทาให้ชัดเจน 1.1 ทาไมจะต้องให้ผู้เรียนรวบรวมผลงาน 1.2 ทาแฟ้มผลงานเพื่ออะไร 1.3 จุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการทาแฟ้มผลงาน คืออะไร 1.4 การใช้แฟ้มผลงานในการประเมินมีข้อดีข้อเสียอย่างไร แฟ้มผลงานไม่ใช่เป็นเพียงการเรียนการสอนหรือการประเมินผลแต่เป็นทั้งกระบวนการเรียนการ สอนและการวัดผลประเมินผล แฟ้มผลงาน เป็นกระบวนการที่ทาให้ผู้เรียนเป็นผู้ที่ลงมือปฏิบัติเอง และ เรียนรู้ด้วยตนเอง 2. การใช้แฟ้มผลงานในการประเมินจะมีหลักสาคัญ 3 ประการ
  6. 6. 6 2.1 เนื้อหา ต้องเกี่ยวกับเนื้อหาที่สาคัญในหลักสูตร 2.2 การเรียนรู้ ผู้เรียนเป็นผู้ลงมือปฏิบัติเอง โดยมีการบูรณาการที่จะต้องสะท้อน กระบวนการเรียนรู้ทั้งหมด 1.3 การเขียน การแก้ปัญหา และการคิดระดับที่สูงกว่าปกติ หน้าที่และสาระของแฟ้มผลงาน แฟ้มผลงาน เป็นสื่อที่แสดงถึงศักยภาพของผู้สร้างงาน และสะท้อนถึงความคิดของผู้เรียน กระบวนการแฟ้มผลงาน เป็นทั้งกระบวนการเรียนการสอนและการประเมินผล รวมทั้งเป็นเครื่องมือที่ช่วย ให้ผู้เรียนสามารถควบคุมการเรียนรู้ของตนเอง ลักษณะของสิ่งที่เก็บสะสมงานของผู้เรียนอาจจะแตกต่าง กันออกไปขึ้นอยู่กับลักษณะงานและวัสดุที่ใช้ห่อหุ้มให้เหมาะสมกับขนาดและปริมาณชิ้นงาน รวมทั้งขนาก ของห้องเรียนที่เอื้ออานวยให้เก็บงานของผู้เรียนให้เพียงพอที่เป็นการเสริมการเรียนการสอนให้กับบุคล การ และเพื่อผลงานของผู้เรียนมีหน้าที่ในการแสดง หรือนาเสนอผลงานที่สอดคล้องกับความเป็นจริงตาม ธรรมชาติในการเรียนการสอน ซึ่งในทางปฏิบัติไม่สามารถนาผลงานทุกชิ้นมาเก็บได้ ต้องมีเกณฑ์ในการ คัดเลือกผลงานมาไว้ในแฟ้ม เช่น งานยอดเยี่ยม งานชิ้นเอก งานแสดงความก้าวหน้า งานแสดงถึงความ สมบูรณ์ เป็นต้น การนาแฟ้มผลงานไปใช้ การนาไปใช้เนื่องจากการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดกิจกรรมดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นการให้ผู้เรียนสร้างสรรค์งานที่ได้จากการบูรณาการความรู้ย่อย หรือทักษะต่าง ๆ ด้วยความคิดที่ ซับซ้อน (Complex Thinking) โดยใช้แนวทางของตนเอง (Self – Directed) ดังนั้น ผลจากการคิดการกระทา จึงเกิดเป็นผลสาเร็จ หรือสภาพความสาเร็จ (Learning outcome) ซึ่งเน้นวิธีการเชิงสภาพจริง แล้วนา ผลผลิตไปดาเนินการตามกระบวนการของการพัฒนาแฟ้มผลงานเพื่อนาไปประเมินต่อไป จุดมุ่งหมายของการประเมินผลโดยการใช้แฟ้มผลงาน มีดังนี้ 1.ช่วยให้ครูได้รวบรวมงานที่สะท้อนถึงความสาเร็จของผู้เรียนในวัตถุประสงค์ใหญ่ของการเรียนรู้ 2. ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนสามารถจัดการเรียนรู้ของตนเอง 3. ช่วยให้ครูเกิดการเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งในความก้าวหน้าของผู้เรียน 4. ช่วยให้ผู้เรียนได้เข้าใจตนเองมากยิ่งขึ้น 5. ช่วยให้ทราบความเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าตลอดช่วงระหว่างการเรียนรู้ 6. ช่วยให้ผู้เรียนได้ตระหนักถึงประวัติการเรียนรู้ของตนเอง 7. ช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างการสอนกับการประเมิน
  7. 7. 7 ลักษณะสาคัญของการประเมินด้วยแฟ้มผลงาน การประเมินโดยใช้แฟ้มผลงานเป็นวิธีหนึ่งของการประเมินตามสะภาพจริง การประเมินมีลักษณะ ที่สาคัญ คือ 1. เป็นชิ้นงานที่มีความหมาย 2. มีมาตรฐานที่ชัดเจน 3. มีการให้สะท้อนความคิด ความรู้สึก 4. มีการเชื่อมโยงกับชีวิตจริง 5. เป็นการปรับปรุงและบูรณาการ 6. เกี่ยวข้องกับการคิดในลาดับที่สูงขึ้นไป 7. เน้นการปฏิบัติที่มีคุณภาพ 8. ได้ผลงานที่มีคุณภาพ แนวคิดในการประเมินแฟ้มผลงาน การประเมินแฟ้มผลงาน เป็นการประเมินที่เคลื่อนไหว (Dynamic Assessment) กล่าวคือ มีการติดตาม การนาเสนอ และการปรับปรุงแก้ไขชิ้นงานเป็นระยะ ทาให้ผู้เรียนได้แสดงศักยภาพในการ ทางานอย่างเต็มที่ และผู้เรียนได้แสดงชิ้นงานต่อสาธารณ (Public Concern) เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจ ดังนั้น การประเมินแฟ้มผลงานควรมีการพัฒนาตามสาระสาคัญ ดังนี้ 1. มีการสะสม (Collection) 2. มีการคัดเลือก (Selection) 3. มีการพัฒนางาน (Development) 4. มีการจัดระบบ (Organizing) 5. มีการแสดงผลงาน (Exhibition) การประเมินผลการเรียนโดยการใช้แฟ้มผลงาน การประเมินสภาพจริงโดยใช้แฟ้มผลงาน ช่วยในการจัดการเรียนการสอนและการ ประเมินผลที่เน้นโลกแห่งความเป็นจริงหรือคล้ายชีวิตจริงของผู้เรียน ซึ่งจะเชื่อมโยงไปสู่การดาเนินชีวิตใน ปัจจุบันและอนาคต ผลจากการใช้วิธีการเชิงสภาพจริงย่อมทาให้ผู้เรียนคิดสร้างสรรค์งาน พัฒนางาน และเกิดความภาคภูมิใจในผลงานที่ได้จากการคิดการปฏิบัติจะนาไปสู่การสะสม (Collection) การคัดเลือก (Selection) และนาไปสู้การจัดระบบ (Organizing) ซึ่งเป็นกระบวนการของการประเมินแฟ้มผลงาน (Portfolio Assessment) วิธีการเชิงสภาพจริงโดยใช้การประเมินแฟ้มผลงานที่สามารถนาไปใช้ในการประเมินใน ระเบียบปัจจุบันได้ ดังต่อไปนี้
  8. 8. 8 1. การประเมินเพื่อพัฒนา (Formative Evaluation) เป็นการประเมินผลเป็นระยะ ๆ เพื่อดู การพัฒนาจากภาระงาน (Task) เล็กๆ โดยใช้ความรู้ หรือทักษะย่อยๆ เพื่อสร้างงานโดยจะเน้นเพื่อฝึก ทักษะต่างๆ ให้เกิดความชานาญ และเป็นพื้นฐานในการสร้างสรรค์ที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับ วิธีการเชิงสภาพจริง 2. การประเมินผลปลายปีหรือปลายภาคเรียน (Summative Evaluation) เป็นการวัดและ ประเมินผลงานในภาพรวมแล้วนาผลที่ได้ไปพิจารณารวมกับการวัดและประเมินเพื่อพัฒนา ซึ่งเป็นการวัด และประเมินระหว่างปีหรือระหว่างภาคเรียน การสร้างสรรค์งานที่ประเมินปลายปีหรือปลายภาคเรียน ชิ้น นี้ได้จากการพัฒนางานชิ้นที่ซับซ้อนขึ้นมีเนื้อหาสาระมากขึ้น ใช้ทักษะมากขึ้น และสามารถประเมินได้ หลายสมรรถภาพ (Competencies) ที่สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3. การประเมินช่วงชั้นเป็นการประเมินผลงานที่ซับซ้อน-สมบูรณ์ (Comprehensive Evaluation) เพื่อตัดสินผลการเรียนโดยการนาเอาผลที่ได้จากการประเมินปลายปีหรือปลายภาคเรียน ต่างๆ มาพิจารณาตัดสินพร้อมกับการประเมินแฟ้มผลงานทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อตัดสินการผ่านช่วงชั้น แนวการให้คะแนนเพื่อประเมินปลายปี/ปลายภาค การประเมินผลปลายปี/ปลายภาคนั้น อาจใช้การประเมินผลงานในการประเมินภาคปฏิบัติ โดยใน ภาคปฏิบัติก็คงมีการทดสอบตามปกติ แต่อาจแยกคะแนนเป็น 2 ส่วน จากการสอบภาคปฏิบัติ และจาก การประเมินแฟ้มผลงาน เช่น สอบภาคทฤษฎีร้อยละ 40 สอบภาคปฏิบัติร้อยละ 60 ในส่วนคะแนนร้อยละ 60 ของการสอบภาคปฏิบัติ อาจนามาแยกเป็น 2 ส่วน โดยนาร้อยละ 30 มาใช้ประเมินด้วยแฟ้มผลงาน ซึ่งอาจจะแบ่งสัดส่วนให้ครูประเมินร้อยละ 20 ผู้เรียนร้อยละ 10 และผู้ปกครองร้อยละ 10 แล้วนาคะแนน จากที่ได้ 3 ส่วนมารวมกัน แล้วนาไปใช้ในการประเมินผลการสอบภาคปฏิบัติได้ เอกสารอ้างอิง ทิวัตถ์ มณีโชติ. 2549. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ.

×