Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ตัวอย่างการนำเสนอโครงร่างวิจัย 3 บท

73,387 views

Published on

สำหรับนักศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการจัดทำ PPT ในการสอบป้องกันเค้าโครงงานวิจัย

Published in: Education
  • Dating for everyone is here: ❶❶❶ http://bit.ly/2F4cEJi ❶❶❶
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here
  • Dating direct: ❤❤❤ http://bit.ly/2F4cEJi ❤❤❤
       Reply 
    Are you sure you want to  Yes  No
    Your message goes here

ตัวอย่างการนำเสนอโครงร่างวิจัย 3 บท

  1. 1. ชื่องานวิจัย ชื่อเรื่องการค้นคว้าอิสระหรือวิทยานิพนธ์ (ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษ) กฤษดา เชียรวัฒนสุข Master of Business Administration Program Faculty of Business Administration Rajamangala University of Technology Thanyaburi
  2. 2. บทนำ/ควำมเป็ นมำของปัญหำ • ที่มำของงำนวิจัย o ควรกล่ำวนำด้วยภำพกว้ำงของประเด็นหรือสถำนกำรณ์หรือสภำวกำรณ์ใน ปัจจุบันที่สำคัญที่นำสู่กำรศึกษำ o อำจนำจำกกลุ่มหรือประเภทธุรกิจ (อุตสำหกรรม) ที่จะทำศึกษำ o อำจนำจำกตัวแปรหลักที่จะทำกำรศึกษำ o อำจนำจำกสถำนกำรณ์ (ประเด็น) ในระดับสำกลเข้ำสู่สถำนกำรณ์หรือ สภำวกำรณ์ในปัจจุบันในประเทศ o อำจนำในลักษณะกำรเปรียบเทียบปัญหำที่เกิดองค์กรขนำดใหญ่หรือเป็ นที่ สนใจในปัจจุบันเข้ำสู่ประเด็นที่จะทำกำรศึกษำจำกกลุ่มประชำกรที่สนใจใน งำนวิจัยของตนเอง
  3. 3. บทนำ/ควำมเป็ นมำของปัญหำ • ควำมสำคัญของปัญหำ o สำเหตุใดจึงทำกำรศึกษำ ประเด็น/ปัญหำ/องค์กร มีควำมสำคัญอย่ำงไร o หำกทำกำรศึกษำในเรื่องนี้แล้วจะทำให้เกิดแนวทำง/แนวคิด/กลยุทธ์/องค์ ควำมรู้ที่เป็ นประโยชน์อย่ำงไร ในแง่ไหน o สำมำรถอ้ำงอิงข้อมูลที่สำคัญได้ เช่น มูลค่ำทำงเศรษฐกิจ/ปริมำณกำรผลิต/ ยอดขำย/ขนำดของตลำด/ส่วนแบ่งตลำด เป็ นต้น
  4. 4. วัตถุประสงค์ในกำรวิจัย • สำหรับในกำรวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้  ควรระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน เช่น เพื่อศึกษำ/เพื่อสำรวจ/เพื่อ เปรียบเทียบ/เพื่อศึกษำควำมสัมพันธ์ระหว่ำง/เพื่อศึกษำถึงปัญหำ/เพื่อ ศึกษำหำสำเหตุหรือปัจจัย  วัตถุประสงค์จะต้องสอดคล้องกับชื่อเรื่องที่จะทำกำรศึกษำและมีควำม ครอบคลุมประเด็นหรือตัวแปรที่จะทำกำรศึกษำ  วัตถุประสงค์ที่ดีจะนำไปสู่สมมติฐำนที่จะทำกำรศึกษำ (ต้องระบุสิ่งที่จะ ทำกำรศึกษำ และกลุ่มตัวอย่ำงหรือประชำกรที่ศึกษำ  วัตถุประสงค์จะต้องมีควำมชัดเจน ใช้ภำษำที่กระทัดรัดไม่เยิ่นเย้อใช้คำ ที่วกวนหรือกำกวม
  5. 5. สมมติฐำนในกำรวิจัย สมมติฐำนที่ 1 ...................................................................................................................... ............................................................................................ สมมติฐำนที่ 2 ...................................................................................................................... ............................................................................................ สมมติฐำนที่ 3 ...................................................................................................................... ............................................................................................
  6. 6. สมมติฐำนในกำรวิจัย สมมติฐาน (Hypotheses) จะเป็นแนวทางในการรวบรวมข้อมูลและการ วิเคราะห์ข้อมูล (ผู้วิจัยอาจกาหนดคาถามในการวิจัยขึ้นก่อนเพื่อเป็นแนวทางที่ จะศึกษา) สมมติฐานในการวิจัยจะต้องสอดคล้องตามวัตถุประสงค์ของการศึกษา การตั้งสมมติฐานจะต้องอยู่บนแนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรตั้งขึ้นมาลอยๆ โดยไม่มีเหตุผลหรือความเป็นจริงรองรับ การเขียนสมมติฐานจะเขียนแบบใช้ สมมติฐานว่าง (Null Hypothesis) นาใน การศึกษาก็ได้ เช่นระบุว่าไม่มีความแตกต่าง หรือระบุว่าไม่มีความสัมพันธ์ การเขียนสมมติฐานจะเขียนแบบตรงข้ามกับสมมติฐานว่างก็ได้ เช่นระบุว่ามี ความแตกต่าง หรือระบุว่ามีความสัมพันธ์ หรือส่งผลต่อ หรือมีผลต่อ
  7. 7. สมมติฐำนในกำรวิจัย จานวนข้อของสมมติฐานควรมีมากกว่าหรือเท่ากับจานวนวัตถุประสงค์ แต่ จานวนข้อจะมีมากแค่ไหนไม่สาคัญเท่ากับการครบถ้วนครอบคลุมทุกประเด็น (ตัวแปร) ที่จะทาการศึกษาหรือไม่ หากใช้การเขียนสมมติฐานเป็นข้อใหญ่มีหลายประเด็น (ตัวแปร) ควรแตกเป็น สมมติฐานย่อยเมื่อมีการทดสอบสมมติฐาน ทั้งนี้เพื่อความชัดเจนในการสรุป ผลการวิจัย
  8. 8. กรอบแนวคิดในกำรวิจัย • (ในกรอบแนวคิด ควรอ้ำงอิงที่มำ หรืองำนวิจัยที่นำมำเป็ นต้นแบบ ตำมแต่ละตัวแปรที่ศึกษำ)
  9. 9. ทบทวนวรรณกรรม • ควรสรุปเฉพำะที่สำคัญ และตรงตำมตัวแปรที่จะศึกษำ • หำกมีตัวแปรที่มีควำมสัมพันธ์/อิทธิพล/ผลกระทบ/ปัจจัยสำเหตุ ให้สรุปวรรณกรรม อ้ำงอิงเรียงตำมกรอบและสมมติฐำน
  10. 10. งำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง • ในการเขียนสรุปงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จะต้องเขียนเรียบเรียงใหม่ให้เหมาะสม อ่านเข้าใจง่าย และต้องตระหนักว่าไม่ใช่การนาบทคัดย่อของงานวิจัยของผู้อื่น มาใส่ไว้เฉยๆ • ในการเขียนสรุปงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยควรนามาจากส่วนสรุปและอภิปราย ผลจากงานวิจัยที่นามาอ้างอิง (จากบทที่ 5 หรือ กรณีหากเป็นบทความวิจัยให้ นามาจากส่วนสรุปและอภิปรายผล) • ตัวอย่างการเขียนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ใคร (ชื่อผู้วิจัย) ทาการศึกษาเมื่อใด (ปีที่ทาการศึกษา/ระบุหน้า (ถ้ามี)) ทาการเรื่อง ใด กับกลุ่มใด (กลุ่มตัวอย่าง) ผลที่ได้เป็นอย่างไร มีการสรุป เสนอแนะไว้อย่างไร
  11. 11. วิธีกำรดำเนินกำรวิจัย ขอบเขตของกำรศึกษำ  ระยะเวลำที่ใช้ในกำรศึกษำ  ตัวแปรที่ศึกษำ  กลุ่มตัวอย่ำงที่ทำกำรศึกษำ  พื้นที่ ที่จะทำกำรศึกษำ จำนวนกลุ่มตัวอย่ำง (ใคร ที่ไหน เท่ำใด)  วิธีกำรสุ่มตัวอย่ำง
  12. 12. วิธีกำรดำเนินกำรวิจัย เครื่องมือที่ใช้ (แบบสอบถำม)  เครื่องมือที่ใช้ควรอ้ำงที่มำด้วย (นำของใครมำปรับปรุง ดัดแปลง หรือนำมำใช้เลย)  โดยเรียงลำดับตำมตัวแปร ให้ระบุค่ำควำมเชื่อมั่น และ IOC ด้วย) สถิติที่ใช้ในกำรทดสอบสมมติฐำน  สถิติเชิงพรรณนำ อธิบำยเฉพำะที่มีกำรนำมำใช้จริง โดยทั่วไป มักจะเป็ น ควำมถี่ ค่ำเฉลี่ย ร้อยละ ค่ำเบี่ยงเบนมำตรฐำน ค่ำสูงสุด ค่ำต่ำสุด และพิสัย  สถิติเชิงอนุมำน ให้อธิบำยและกล่ำวถึงเฉพำะที่มีใช้ในงำนวิจัยนี้ เท่ำนั้น
  13. 13. แนวทำง/วิธีทดสอบสมมติฐำน ระบุแนวทำงให้ชัดเจน เช่น  ใช้ t – Test ในกำรทดสอบค่ำเฉลี่ย  ใช้ กำรวิเครำะห์ควำมแปรปรวน (ANOVA) หรือ F – Test ในกำรเปรียบเทียบ ระหว่ำงกลุ่ม ที่ K > 2 และใช้ Post – hoc Test ในกำรเปรียบเทียบรำยคู่ ด้วย วิธี LSD เป็ นต้น  ใช้ สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ในกำรทดสอบควำมสัมพันธ์  หรือ สถิติอื่นๆ ที่เหมำะสม โดยจะต้องคำนึงถึงควำมถูกต้องที่จะนำมำใช้ เงื่อนไขวิธี ข้อจำกัด ให้ครบถ้วนเหมำะสมด้วย
  14. 14. คำถำมและข้อเสนอแนะ จำก ประธำนกรรมกำรและกรรมกำรสอบ
  15. 15. จบกำรนำเสนองำนวิจัย ผู้วิจัยขอกรำบขอบพระคุณ ประธำนกรรมกำร กรรมกำร และ อำจำรย์ที่ปรึกษำ อย่ำงสูง ไว้ ณ โอกำสนี้

×