Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.
ผู้นา: ยิ่งแบ่งแยก ยิ่งยุ่งหรือเปล่า?
โดย ศิริรัตน์ ศิริวรรณ
วิทยากรด้านภาวะผู้นา และโค้ชที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์โค้ชน...
2 ปีที่ผ่านมาได้ว่าอานุภาพการทาลายล้างของน้าสูงเพียงใด ภายใต้ความอ่อนโยน นุ่มนวล มัน
คือความแข็งแกร่ง ความนุ่มนวลหมายถึง ก...
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ผู้นำ ยิ่งแบ่งแยก ยิ่งยุ่งหรือเปล่า? โดย ศิริรัตน์ ศิริวรรณ

404 views

Published on

Published in: Education
  • Be the first to comment

ผู้นำ ยิ่งแบ่งแยก ยิ่งยุ่งหรือเปล่า? โดย ศิริรัตน์ ศิริวรรณ

  1. 1. ผู้นา: ยิ่งแบ่งแยก ยิ่งยุ่งหรือเปล่า? โดย ศิริรัตน์ ศิริวรรณ วิทยากรด้านภาวะผู้นา และโค้ชที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์โค้ชนานาชาติ ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารซึ่งเป็นผู้เข้ารับการอบรม และโค้ชชี่หลายท่าน ซึ่งกาลังเผชิญ ความท้าทายในการบริหารลูกน้อง Generation แตกต่างกัน สาหรับผู้เขียนแล้ว การแบ่งแยกคน ออกเป็น Gen ต่างๆ ทาให้ชีวิตมนุษย์เรายุ่งยากโดยไม่จาเป็น หลักการง่ายๆที่ผู้เขียนนามาใช้ใน การนา บริหาร ฝึกอบรม และโค้ชบุคคลที่มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างเรื่องอายุ คุณวุฒิ ประสบการณ์ คุณสมบัติ รวมถึงค่านิยม คือ การทาตนเป็น ‘น้า’ ค่ะ น้าคือ ตัวแทนของ ความลื่นไหล ยืดหยุ่น ปรับตนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และสภาพแวดล้อม ลองสังเกตดูนะคะ เมื่อเราเทน้าลงในแก้ว น้าย่อมกลายเป็นแก้ว แต่เมื่อเทลงในขวด มันก็ กลายเป็นขวด แต่ความเป็น ‘น้า’ ไม่ได้หายไป มันยังคงเป็น ‘น้า’ เหมือนเดิม เพียงแต่มันปรับตัว ไปตามภาชนะที่รองรับมัน น้าจะสามารถปรับตัวไปตามภาชนะได้ดีเพียงใดขึ้นอยู่กับธรรมชาติดั้งเดิมของมัน ธรรมชาติของ น้ามีทั้งความแข็งแกร่งและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ทุกท่านคงจาเหตุการณ์น้าท่วมครั้งใหญ่เมื่อ
  2. 2. 2 ปีที่ผ่านมาได้ว่าอานุภาพการทาลายล้างของน้าสูงเพียงใด ภายใต้ความอ่อนโยน นุ่มนวล มัน คือความแข็งแกร่ง ความนุ่มนวลหมายถึง การมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับบุคคลและ สถานการณ์ต่างๆ สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆอย่างเหมาะสม รู้วิธีการสื่อสารกับคน แต่ละคนซึ่งมีค่านิยม กรอบความคิด และความต้องการแตกต่างกัน แม้ว่าผู้นาหรือโค้ชจะปรับตน ได้อย่างลื่นไหลในสถานการณ์ต่างๆ แต่ผู้นาหรือโค้ชเหล่านั้นยังคงมีความแข็งแกร่งในตัว คือ สามารถยึดหลักการหรือแนวทางปฏิบัติที่ถูกที่ควรไว้ได้ เพียงแต่พวกเขารู้วิธีนาเสนอ หรือ แสดงออกอย่างมีศิลปะ พวกเขาจะรู้ว่าเมื่อใดควรแข็ง เมื่อใดควรอ่อน เมื่อใดควรหยิบองค์ความรู้ หรือเครื่องมือใดมาใช้กับใคร จะเลือกใช้คนอย่างไรในสถานการณ์ต่างๆ และรู้ว่าจะปฏิบัติตน อย่างไรเพื่อให้ผู้อื่นให้ความร่วมมือ หรืออุทิศตัวในการทางานให้เขาด้วยความยินดีเต็มใจ ร่วมแรง ร่วมใจ จนบรรลุเป้ าหมายที่ต้องการไปให้ถึง ผู้นา ผู้บริหาร หรือโค้ชจึงควรทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ในการพัฒนาตนเอง เสริมสร้างคุณสมบัติความ เป็นผู้นาที่แท้จริง ผู้นาที่แท้จริงคือผู้ที่มีทั้งความแข็งแกร่งและอ่อนโยนผสมผสานอยู่ในตัวคนๆ เดียวกันอย่างสมดุล และสามารถนาคุณสมบัติแต่ละด้านมาใช้อย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ และบุคคลที่ต้องทางานด้วยไม่ว่าจะเป็นหัวหน้า ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน หรือลูกค้า เมื่อต้องเผชิญ กับบุคคลต่างๆ สิ่งสาคัญคือ อ่านคนให้ออก วางกรอบความคิดหรืออัตตาของตนเองลงเพื่อให้เห็น ผู้อื่นได้อย่างชัดเจนและจัดการให้เหมาะสม ดังนั้น แทนที่จะใช้เวลาในการแบ่งแยกคน แต่ให้ใช้เวลาในการเข้าใจคน และจัดการที่ตนเองก่อน เป็นผู้นาแบบ Inside-Out นะคะ ไม่ใช่ Outside-in เป็นน้าที่ใสบริสุทธิ์ จนมองเห็นทุกอย่างได้ กระจ่างชัด เห็นความเป็นตัวตนของผู้อื่น รับรู้ (Acknowledge) แต่ไม่ตัดสิน และตอบสนองอย่าง สอดคล้อง การจะได้ใจคนนั้น ต้องเข้าใจ เข้าถึงคนก่อนนะคะ และผลลัพธ์คงหนีไม่พ้นความสาเร็จ ที่จะตามมาค่ะ

×