Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

9789740328735

รู้กฎหมาย ง่ายนิดเดียว เล่ม 4

  • Login to see the comments

9789740328735

  1. 1. หมายแพย ง กฎ และพาณิช เ ร�องทั่วไปพง ใน กฎหมายแ_11-10(001-204)P2.indd 1 8/19/11 9:22:26 PM
  2. 2. นิติบุคคล นิติบุคคลตามกฎหมาย ในการติดต่อธุระกับบุคคลใด ซึ่งอาจเป็นบุคคลธรรมดาทั่วไป เช่น นาย ก. นางสาว ข. หรือ บุคคลที่กฎหมายสมมุติขึ้นมา ซึ่งศัพท์กฎหมาย เรียกว่า “นิติบุคคล” นั้น ส่วนใหญ่ก็คงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เช่น การทำนิติกรรมสัญญาต่าง ๆ เป็นต้น การติดต่อกับบุคคลธรรมดาทั่วไปก็คงไม่มีปัญหามากนักเพราะเรา สามารถติดต่อบุคคลธรรมดานั้นได้โดยตรง หรือคนที่ทำการแทนที่เรียก ว่า “ตัวแทน” ได้โดยถือเสมือนว่าติดต่อกับบุคคลธรรมดานั้นนั่นเอง เช่น เราประสงค์จะทำสัญญาเช่าบ้านของนาย ก. เราก็สามารถติดต่อกับนาย ก. ได้โดยตรง หรือติดต่อผ่านนางสาว ข. ซึ่งเป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจ จากนาย ก. ได้ เป็นต้น อาจเกิดปัญหาได้สำหรับการติดต่อธุระกับหน่วย งานเอกชน หรือติดต่อราชการกับกระทรวง ทบวง กรม หรือวัดวาอาราม ต่าง ๆ ว่าหน่วยงานที่เราไปติดต่อธุระหรือติดต่อราชการด้วยนั้นมีฐานะ เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายหรือไม่_11-10(001-204)P2.indd 2 8/19/11 9:22:27 PM
  3. 3. กฎหมายแพ่งและพาณิชย์เรื่องทั่วไปในกฎหมายแพ่ง ...... โดยหลักแล้ว หน่วยงานใดจะมีฐานะเป็นนิติบุคคลได้ หน่วยงานนั้น ต้องมีกฎหมายรองรับหรือที่เรียกว่า “กฎหมายจัดตั้ง” ให้เป็นนิติบุคคล ด้ ว ย เช่น บริษั ทจำกัด ห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนแล้วก็ย่อมมีฐานะเป็น นิติบุคคลตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จัดตั้งให้เป็นนิติบุคคล เป็นต้น กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ก็มีฐานะเป็นนิติบุคคลเช่นกันโดยเป็น นิ ติ บุ ค คลที่ จั ด ตั้ ง ขึ้ น โดยกฎหมายที่ เ รี ย กว่ า “พระราชบั ญ ญั ติ ร ะเบี ย บ บริหารราชการแผ่นดิน” นอกจากนี้ ส่วนราชการอื่น ๆ เช่น สุขาภิบาล ก็เป็นนิติบุคคลตาม กฎหมายที่เรียกว่า “พระราชบัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ.2495” และฉบับ แก้ ไขเพิ่มเติม หรือเทศบาลก็มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายที่เรียกว่า “พระราชบัญญัติเทศบาลพ.ศ.2496” และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเช่นเดียวกับ มหาวิทยาลัยของรัฐต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็มีฐานะเป็น นิติบุคคลตามที่พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดตั้ง เป็นต้น วัดวาอารามทุกแห่งไม่ ได้มีฐานะเป็นนิติบุคคลเหมือนกันโดยตาม กฎหมายจัดตั้งวัดที่เรียกเป็นทางการว่า “พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505” และฉบับแก้ไขเพิ่มเติมได้กำหนดไว้ว่า วัดที่จะมีฐานะเป็นนิติบุคคล ได้ต่อเมื่อวัดนั้นเป็นวัดที่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา หรือเขตที่ ได้รับ พระราชทานมาเพื่อใช้ ในการสร้างพระอุโบสถ และต้องเป็นวัดในพระ พุ ท ธศาสนาด้ว ย หากวั ดใดแม้ เ ป็น วัดในพระพุ ทธศาสนา แต่ ไ ม่ ไ ด้รั บ พระราชทานวิสุงคามสีมา วัดนั้นก็จะเป็นเพียงสำนักสงฆ์แต่ ไม่มีฐานะเป็น นิติบุคคลตามกฎหมาย หน่วยงานที่ขึ้นกับ หรือสังกัดหน่วยงานที่เป็นนิติบุคคลที่เราเข้าใจ ว่าเป็นนิติบุคคล เช่น สถานีตำรวจนครบาล หรือสถานีตำรวจภูธร แท้จริง_11-10(001-204)P2.indd 3 8/19/11 9:22:28 PM
  4. 4. รู้กฎหมายง่ายนิดเดียว ...... แล้ ว สถานี ต ำรวจดั ง กล่ า วเป็ น เพี ย งหน่ ว ยงานที่ สั ง กั ด สำนั ก งานตำรวจ แห่งชาติ หรือที่สมัยก่อนเรียกว่ากรมตำรวจ สถานีตำรวจต่าง ๆ เหล่านั้น จึงไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้น ที่มีฐานะเป็น นิติบุคคลโดยจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายที่เรียกว่า “พระราช- บัญญัติตำรวจแห่งชาติพ.ศ.2547” การได้รู้ว่าหน่วยงานเอกชน หรือหน่วยงานของรัฐแห่งใดมีฐานะเป็น นิติบุคคล ก็จะมีประโยชน์ตรงที่ว่าหากเกิดข้อขัดแย้งระหว่างเรากับหน่วย งานดังกล่าว หรือที่เรียกกันว่ามี “ข้อพิพาท” เราก็สามารถฟ้องหน่วยงาน นั้นได้ โดยมีข้อแม้สำคัญว่าหน่วยงานที่จะถูกเราฟ้องได้นั้นต้องมีฐานะ เป็น นิติบุคคลตามกฎหมายด้วย หากเราฟ้องหน่วยงานที่ ไ ม่มีฐานะเป็น นิติบุคคล ศาลก็จะพิพากษาให้เราเป็นฝ่ายแพ้คดี หรือที่เรียกว่า “พิพากษา ยกฟ้อง” ตัวอย่างเช่น เราไปติดต่อราชการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจ นครบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครและเกิดมีข้อพิพาทเกิดขึ้น เราจะ ฟ้องสถานีตำรวจนครบาลแห่งนั้นไม่ ได้ เพราะสถานีตำรวจนครบาลไม่ อาจเป็นคู่ความในศาลได้ ในทางกฎหมายเราต้องฟ้องสำนักงานตำรวจ แห่งชาติเท่านั้น หากเราฟ้องสถานีตำรวจนครบาลศาลก็จะพิพากษายก ฟ้อง เป็นต้น กรณีกลับกัน หน่วยงานที่ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายก็จะ ใช้สิทธิฟ้องผู้อื่นต่อศาลไม่ได้เช่นกัน เช่น วัดที่ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลจะใช้ สิทธิฟ้องขับไล่คนที่บุกรุกเข้าไปในวัดนั้นไม่ได้ เป็นต้น โดยเหตุ ที่ นิ ติ บุ ค คลตามกฎหมายไม่ อ าจแสดงความประสงค์ ใ ห้ บุคคลภายนอกทราบเองได้ กรณีจึงต้องแสดงออกโดยบุคคลที่กฎหมาย เรี ย กว่ า “ผู้ แ ทนนิ ติ บุ ค คล” เช่ น อธิ บ ดี เ ป็ น ผู้ แ ทนนิ ติ บุ ค คลของกรม_11-10(001-204)P2.indd 4 8/19/11 9:22:28 PM
  5. 5. กฎหมายแพ่งและพาณิชย์เรื่องทั่วไปในกฎหมายแพ่ง ...... กรรมการผู้จัดการเป็นผู้แทนนิติบุคคลของบริษัทจำกัด และเจ้าอาวาสเป็น ผู้แทนนิติบุคคลของวัดที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล เป็นต้น มีข้อน่ารู้ด้วยว่า หากกิจการที่ผู้แทนนิติบุคคลทำลงไปนั้นอยู่ภายใน ขอบอำนาจของนิติบุคคลดังกล่าว กิจการนั้นก็จะมีผลสมบูรณ์และผูกพัน นิติบุคคลนั้นตลอดไปถึงแม้มีการเปลี่ยนแปลงผู้แทนนิติบุคคลนั้นในภาย หลัง ตัวอย่างเช่น บริษัทดี ได้แต่งตั้งนายงามเป็นกรรมการผู้จัดการของ บริษัท และนายงามไปลงชื่อทำสัญญาซื้อขายกับคนอื่นในนามของบริษัทดี ซึ่งเป็นเรื่องภายในขอบอำนาจของบริษั ทดีด้วย ดังนี้แม้ต่อมาบริษั ทดีจะ แต่งตั้งคนอื่นเป็นกรรมการผู้จัดการคนใหม่แทนนายงาม สัญญาซื้อขายที่ ทำไปแล้วก็ยังคงมีผลสมบูรณ์และใช้ ได้ตลอดไปจนกว่าสัญญาจะสิ้นสุด เป็นต้น บุคคลภายนอกอาจทราบเรื่องขอบอำนาจของนิติบุคคลได้โดยการ ตรวจสอบเอกสารการจัดตั้งนิติบุคคลนั้น เช่น ตรวจสอบขอบอำนาจของ บริษั ทนั้น ๆ ได้จากหนังสือบริคณห์สนธิ ซึ่งเป็น หนังสือจัดตั้งบริษั ทที่ กำหนดเรื่องวัตถุประสงค์ทั้งหลายของบริษัทนั้น เป็นต้น อาจมีความสับสนกันอยู่บ้างระหว่างเรื่องผู้แทนนิติบุคคลกับคนที่ รับมอบอำนาจจากผู้แทนนิติบุคคลนั้น โดยในทางกฎหมายไม่ถือว่าคนที่ รับมอบอำนาจจากผู้แทนนิติบุคคลมีฐานะเป็นผู้แทนนิติบุคคลไปด้วย ตาม ตัวอย่างเรื่องวัดฟ้องขับไล่คนบุกรุกวัด หากวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคลตาม กฎหมาย และเจ้าอาวาสได้มอบอำนาจให้ทนายความดำเนินการฟ้องขับไล่ คนดังกล่าว ก็ ไม่ทำให้ทนายความอยู่ ในฐานะเป็นผู้แทนนิติบุคคลของวัด แห่งนั้น โดยเจ้าอาวาสยังคงเป็นผู้แทนนิติบุคคลของวัดนั้น เป็นต้น_11-10(001-204)P3.indd 5 8/31/11 3:40:04 PM
  6. 6. รู้กฎหมายง่ายนิดเดียว ...... เห็นไหมครับว่าหน่วยงานใดจะมีฐานะเป็น นิติบุคคลได้ ไ ม่ ใช่เรื่อง ง่าย ๆ เพราะจะต้องมีกฎหมายจัดตั้งโดยถูกต้อง และการทำนิติกรรม สัญญาต่าง ๆ ของนิติบุคคลก็ต้องทำโดยบุคคลที่เป็นผู้แทนนิติบุคคลนั้น ด้วย_11-10(001-204)P2.indd 6 8/19/11 9:22:28 PM
  7. 7. กฎหมาย ญา นิต ิกรรมสัญ_11-10(001-204)P2.indd 7 8/19/11 9:22:28 PM
  8. 8. การแสดงเจตนา ประโยชน์ของการเข้าใจผิด โดยปกติ เมื่อเราแสดงเจตนาทำนิติกรรมสัญญาเรื่องใดที่เราทำไป โดยเข้าใจผิดหรือที่กฎหมายเรียกว่า “สำคัญผิด” เราก็อาจต้องสูญเสียเงิน ทองหรือประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใดอย่างแน่นอน ในทางกลับกันการทำ นิติกรรมสัญญาโดยการเข้าใจผิด หรือสำคัญผิดในทางกฎหมายอาจไม่ได้ มีผลให้เราต้องสูญเสียเงินทอง หรือประโยชน์เสมอไป ตรงกันข้ามอาจ ทำให้เราได้รับประโยชน์จากการเข้าใจผิด หรือสำคัญผิดนั้นก็เป็นได้ ตัวอย่างเช่น เรามีโอกาสได้ ไปดูสินค้าที่ตลาดพาหุรัด กรุงเทพฯ แล้วไปพบเห็นผ้าไหมที่สวยงามผืนหนึ่งโดยเข้าใจว่าเป็นผ้าไหมแท้ ซึ่งขณะ นั้นร้านค้าได้จัดรายการลดราคาผ้าไหมฯ โดยติดป้าย “นาทีทอง” ด้วย เรา จึงต้องรีบซื้อสินค้าผ้าไหมผืนนั้น แต่มาทราบภายหลังว่าไม่ ได้เป็นผ้าไหม แท้ เป็นต้น_11-10(001-204)P2.indd 8 8/19/11 9:22:29 PM
  9. 9. กฎหมายนิติกรรมสัญญา ...... ตามตัวอย่างเป็นเรื่องการซื้อผ้าไหมโดยเข้าใจผิดหรือสำคัญผิดใน คุ ณ สมบั ติ ข องผ้ าไหมที่ ก ฎหมายเรี ย กการเข้ าใจผิ ด นี้ ว่ า “สำคั ญ ผิ ดใน คุณสมบัติของทรัพย์” การสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์เกิดประโยชน์แก่เราตรงที่ว่ามี ผลให้การซื้อผ้าไหมดังกล่าวนั้นมีผลสมบูรณ์จนกว่าจะถูกบอกล้างหรือที่ กฎหมายเรียกว่าเป็น “โมฆียกรรม” ตามตัวอย่าง เราก็ควรทีจะรีบใช้สทธิบอกล้างกับคนขายผ้าไหม เพือ ่ ิ ่ ให้การซื้อผ้าไหมนี้เสียเปล่า หรือเป็น “โมฆกรรม” ซึ่งจะเกิดประโยชน์แก่ เราทำให้เรามีสทธิทจะเรียกเงินทีจายไปคืนจากคนขายผ้าไหมได้ ิ ี่ ่่ กรณีที่เราได้จ้างคนมาวาดรูปเหมือนของเราที่บ้าน โดยเข้าใจว่าคน ที่เราจ้างวาดรูปเก่ง แท้จริงแล้วคนวาดรูปนั้นวาดรูปไม่เป็น สัญญาจ้างดัง กล่าวก็มีผลเป็นโมฆียกรรมเช่นกัน เพราะการว่าจ้างนี้เป็นสัญญาที่ทำโดย “สำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคล” หากเป็นกรณีที่เราเข้าใจผิดหรือสำคัญผิดว่าเป็นอีกคนที่วาดรูปเก่ง ดังนี้การเข้าใจผิดหรือสำคัญผิดนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องการสำคัญผิดในคุณสมบัติ ของบุคคล กฎหมายแพ่งถือว่าการสำคัญผิดกรณีนี้เป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่า การสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์ หรือคุณสมบัติของบุคคลดังกล่าว แล้ ว โดยเรี ย กการสำคั ญ ผิ ด แบบนี้ ว่ า “สำคั ญ ผิ ดในสาระสำคั ญ ของ นิติกรรม” ซึ่งมีผลให้การทำนิติกรรมสัญญานั้นเสียเปล่าไปตั้งแต่เริ่มแรกที่ ทำนิติกรรมสัญญากันหรือที่เรียกว่า “โมฆกรรม” โดยคู่สัญญาไม่จำเป็น ต้องบอกล้างเสียก่อน การสำคัญผิดในสาระสำคัญของนิติกรรมจึงเป็นประโยชน์แก่เรา มากกว่าการสำคัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์ที่เรามีสิทธิเรียก เงินที่จ่ายไปแล้วคืนจากคู่สัญญาได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกล้างก่อน_11-10(001-204)P2.indd 9 8/19/11 9:22:29 PM
  10. 10. 10 รู้กฎหมายง่ายนิดเดียว ...... ตามตัวอย่างเรื่องการสำคัญผิดว่าคนที่ว่าจ้างให้วาดรูปเป็นอีกคนที่ วาดรูปเก่งนั้น การว่าจ้างดังกล่าวมีผลเป็นโมฆกรรมหรือเสียเปล่าตั้งแต่ เริ่มแรกที่ว่าจ้างกัน เรามีสิทธิตามกฎหมายที่จะเรียกเงินค่าจ้างวาดรูปคืน จากคนที่เราว่าจ้างได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องบอกล้างให้เป็นโมฆกรรมก่อน เป็นต้น มีข้อยกเว้นอยู่ว่า หากการสำคัญผิดในสาระสำคัญของนิติกรรมนั้น เกิดขึ้นจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของคนทำนิติกรรมสัญญา แล้ว ผู้แสดงเจตนาทำนิติกรรมฯ จะถือความเป็นโมฆกรรมของนิติกรรม เป็นประโยชน์แก่ตนไม่ได้ ตามตัวอย่างเรื่องว่าจ้างคนวาดรูปผิดคนนั้น หากเรารู้จักคนวาดรูป เก่งนั้นเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่ยังไปว่าจ้างคนอื่นมาวาดรูป ให้ เราจะอ้าง ความเสียเปล่าของการว่าจ้างนั้นเป็นประโยชน์แก่ตนไม่ ได้เพราะเกิดจาก ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเราเอง เราจึงจะเรียกเงินค่าจ้าง วาดรูปคืนจากคนที่เราจ้างผิดคนนั้นไม่ได้ ผู้ อ่ า นคงเห็ น ด้ ว ยกั บ ผู้ เ ขี ย นว่ า การเข้ าใจผิ ดในการทำนิ ติ ก รรม สัญญากับบุคคลใดอาจเป็นเรื่องดีก็ ได้โดยเฉพาะเมื่อการเข้าใจผิดนั้นเป็น เรื่องร้ายแรงถึงขนาดเป็นการสำคัญผิดในสาระสำคัญของนิติกรรมซึ่งมีผล ให้ผู้อ่านมีสิทธิเรียกเงินที่จ่ายไปคืนได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกล้างนิติกรรม สัญญานั้นเสียก่อน_11-10(001-204)P2.indd 10 8/19/11 9:22:30 PM

×