Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Smart industry Vol.35/2562

19 views

Published on

เอไอ เทคโนโลยีแห่งอนาคต รองรับธุรกิจยุคดิจิทัล

Published in: Technology
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

Smart industry Vol.35/2562

  1. 1. Volume 35/2562 ฉบับที่ 35 FREE COPYFREE COPY ขอเชิญบริษัทซอฟต์แวร์ร่วมลงทะเบียน เพื่อรับบริการจับคู่ธุรกิจ เอไอ เทคโนโลยีแห่งอนาคต รองรับธุรกิจยุคดิจิทัล 09ไซแนปส์ ส่งเอไอสมศรี เสริมทับธุรกิจยุคดิจิทัล 15ซีที เอเชีย โรโบติกส์ เปิดตัว ดินสอมินิ หุ่นยนต์ช่วยตอบโจทย์ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ 08 ไวซ์ไซท์ ตั้งเป้า ผู้น�ำให้บริการการบริหารความสัมพันธ์ ออนไลน์ในภูมิภาคอาเซียน ภายใน 5 ปี
  2. 2. ในโลกยุคดิจิทัล เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence) หรือ เอไอ กำ�ลังเป็นที่กล่าวถึงและมีบทบาทที่สำ�คัญในการพัฒนาสินค้า และบริการใหม่ในพลวัฒน์ที่ไม่หยุดนิ่ง เนื่องจากเทคโนโลยีเอไอเป็นหนึ่งใน เทคโนโลยีที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ (New S-curve) ซึ่งทำ�ให้ธุรกิจรวม ถึงอุตสาหกรรมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ�งานและมูลค่าเป็นอย่าง มาก กองบรรณาธิการ Smart Industry จึงขอนำ�เสนอ เทคโนโลยีเอไอกับการ ขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่จะ ขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 การนำ� เอไอ มาใช้งานในประเทศไทยเริ่มจะเห็นภาพมากขึ้น ในปีนี้ โดยกลุ่มองค์กรขนาดกลาง จะเริ่มนำ�เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วในตลาดมาประยุกต์ ใช้กับธุรกิจให้เร็วที่สุด และมีการสร้างเทคโนโลยีของตัวเองที่มีความเป็นเฉพาะ ตัวของตัวเองขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าใน ยุคที่ความรวดเร็ว ความสะดวกสบาย ความถูกต้องแม่นยำ�ของข้อมูลข่าวสาร เป็นสิ่งที่มีความสำ�คัญอย่างยิ่งในการทำ�ธุรกิจ ดังนั้นธุรกิจขนาดกลางและเล็ก นอกจากจะมีมองหาเทคโนโลยีมาช่วยในการดำ�เนินธุรกิจในปัจจุบันแล้ว ธุรกิจ ขนาดกลางและเล็กจะต้องมองหารูปแบบ แพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับธุรกิจของ ตัวเองด้วยเพื่อนำ�เทคโนโลยีเหล่านั้นมาปรับใช้กับธุรกิจเพื่อให้สามารถอยู่รอด ในตลาด รวมถึงสามารถแข่งขันกับปลาใหญ่ที่พร้อมจะชิงส่วนแบ่งการตลาด ทั้งในปัจจุบันและอนาคตด้วย กองบรรณาธิการ บทบรรณาธิการ บิ๊กดาต้า และเทคโนโลยี >> 3 รู้จ�ำใบหน้า เทคโนโลยีล�้ำสมัยช่วยเสริม ศักยภาพธุรกิจ เอไอ เทคโนโลยี >> 4 แห่งอนาคต รองรับธุรกิจยุคดิจิทัล ไวซ์ไซท์ ตั้งเป้า >> 8 ผู้น�ำให้บริการการบริหาร ความสัมพันธ์ออนไลน์ ในภูมิภาคอาเซียน ภายใน 5 ปี ไซแนปส์ ส่งเอไอสมศรี >> 9 เสริมทับธุรกิจยุคดิจิทัล ไมนด์ทรี ส่ง Voice >> 10 of Tourist เสริมศักยภาพอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวไทย รักลูก พลัส >> 11 บุกเทคโนโลยีเอไอ ด้วย “รักลูกแนนนี่” เอไอผู้ช่วยพ่อแม่มือใหม่ เคเอฟซี ใช้โซเชียลมีเดีย >> 12 รับฟังความพึงพอใจจากลูกค้า สมาคมโรงแรม >> 13 จังหวัดกระบี่ ใช้ไอที เพิ่มศักยภาพ การท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่ กิจกรรม >> 14 ซีที เอเชีย โรโบติกส์ >> 15 เปิดตัว ดินสอมินิ หุ่นยนต์ช่วยตอบโจทย์ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์จุลสารข่าว Smart Industry จัดท�ำโดย เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (Software Park Thailand) ภายใต้ส�ำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เลขที่ 99/31 อาคาร Software Park ถนนแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด นนทบุรี 11120 โทรศัพท์ 0-2583-9992 โทรสาร 0-2583-2884 เว็บไซต์: www.swpark.or.th | www.nstda.or.th Contentสารบัญ ................................................................ ................................................................ ................................................................
  3. 3. 3Smart Industry 7,68 %% 4,55 14,5 2,88 ท�ำให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดทาง ธุรกิจได้อย่างมั่นใจและแม่นย�ำมากขึ้น Face recognition ระบบการรู้จ�ำ ใบหน้าหรือระบบการจดจ�ำใบหน้าคือระบบ การตรวจหาใบหน้าของมนุษย์และปรับภาพ ใบหน้าโดยอัตโนมัติหรือแอพพลิเคชั่น ที่ใช้ข้อมูลด้าน Biometric โดยใช้ใบหน้า ในการยืนยันตัวตนบุคคลผ่านระบบฐาน ข้อมูลภาพซึ่งมีการพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence) ข้อมูลที่ได้จะถูกน�ำไปเปรียบเทียบ กับข้อมูลเดิมที่เก็บบันทึกไว้ เป็นข้อมูล ทั้งใบหน้า หรือเพียงบางส่วนขึ้นกับชนิด ของวิธีแยกเอกลักษณ์ใบหน้า ระบบรู้จ�ำ ใบหน้า สามารถน�ำมาใช้แทนบัตรประจ�ำ ตัวประชาชน ที่มีการใช้ใบหน้าแทนบัตร ประชาชน บัตรเครดิต เช่น การพัฒนา แอพพลิเคชั่น Smile to Pay ที่สามารถ ใช้ใบหน้าในการช�ำระเงินเมื่อซื้อไก่ เคเอฟซี ที่ประเทศจีน รวมทั้งสามารถแยกรูป ใบหน้าผู้หญิงผู้ชายที่เดินในห้างสรรพ สินค้าหรือในสนามบิน หาตัวคนหาย ป้องกัน อาชญากรรม รู้จ�ำหน้า คนป่วย เป็นต้น เมื่อเทคโนโลยีก้าวข้ามมาใกล้ชีวิต ประจ�ำวัน และธุรกิจมากขึ้น การน�ำ เทคโนโลยีมาช่วยอ�ำนวยความสะดวก สบายและรักษาความปลอดภัยในการท�ำ ธุรกิจจึงเป็นสิ่งที่มีความจ�ำเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับ บิ๊กดาต้า (Big data) และ ระบบรู้จ�ำใบหน้า (Face recognition) ที่ เข้ามามีส่วนในการน�ำข้อมูลมาช่วยเพิ่ม ศักยภาพรวมถึงการต่อยอดธุรกิจทั้งใน ปัจจุบันและอนาคต บิ๊กดาต้า และเทคโนโลยีรู้จ�ำใบหน้า เทคโนโลยีล�้ำสมัยช่วยเสริมศักยภาพธุรกิจ Big Data คือข้อมูลต่างๆ จ�ำนวน มาก แบ่งออกเป็นข้อมูลที่มีโครงสร้าง ชัดเจน (Structured Data) และข้อมูลที่มี โครงสร้างไม่ชัดเจน (Unstructured Data) มีการน�ำข้อมูลมาใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อ น�ำไปวิเคราะห์ ต่อยอด เป็นการศึกษาอยู่ บนพื้นฐานข้อมูลจริงในปริมาณข้อมูล จ�ำนวนมาก ท�ำให้เข้าใจและรู้จักผู้บริโภค แต่ละกลุ่มได้อย่างลึกซึ้ง เป็นประโยชน์ ต่อการช่วยลูกค้าวางแผนงานเพื่อใช้งบ ประมาณอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ มากขึ้น โดยเฉพาะการวางแผนเลือกใช้ สื่อที่ตรงกับความสนใจและสอดคล้องกับ พฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างตรงกลุ่มเป้า หมายและโดนใจผู้บริโภคมากที่สุด หากธุรกิจน�ำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ จะช่วยให้เข้าใจ และรู้จักผู้บริโภคได้ดีขึ้น ส�ำหรับกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี หากน�ำบิ๊ก ดาต้าไปใช้ในธุรกิจของตัวเอง ต้องเริ่มต้น ด้วยการบริหารจัดการข้อมูลเดิมที่มีอยู่ให้ มีความเป็นระเบียบก่อน เพื่อให้ง่ายต่อ การศึกษาท�ำความเข้าใจและมองเห็นภาพ รวมธุรกิจได้อย่างชัดเจน และเมื่อต้องการ เพิ่มข้อมูลใหม่ๆ เข้ามาเสริม ควรจัดการ รูปแบบข้อมูลให้อยู่ภายใต้รูปแบบหรือ แพลตฟอร์มเดียวกับข้อมูลเดิมที่มีอยู่ เพื่อให้สะดวกในการจัดเก็บอยู่บนแพลต ฟอร์มเดียวกัน และสามารถน�ำไปใช้งาน เพื่อต่อยอดให้เกิดประโยชน์เพิ่มมากขึ้น ได้ เช่น การน�ำเสนอที่พักในรูปแบบที่ใกล้ เคียงกับแบบลูกค้าชื่นชอบเมื่อต้องเดิน ทางไปยังที่ใหม่ๆ จากการเปรียบเทียบ ข้อมูลจากลักษณะที่พักในอดีตที่ลูกค้า เคยเลือกใช้บริการเพื่อเป็นทางเลือก ส�ำหรับลูกค้า เป็นต้น จากข้อมูลบิ๊กดาต้า
  4. 4. 4Smart Industry จากกระแสการเข้ามาของนวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่เข้ามามีบทบาท กับธุรกิจมากขึ้น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (Artificial Intelligence หรือ AI) เป็นเทคโนโลยีที่วิจัยและพัฒนา คอมพิวเตอร์ให้มีความสามารถในการ เรียนรู้พฤติกรรม การคิด การตัดสินใจ แบบสมองที่ซับซ้อนของมนุษย์ ซึ่งเป็น การท�ำให้คอมพิวเตอร์ ท�ำงานได้ชาญฉลาด เหมือนสมองของมนุษย์นั่นเอง จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เอไอ ท�ำให้ธุรกิจในยุคดิจิทัล สามารถรับรู้ เข้าถึงและเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า ท�ำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจในสินค้า และบริการในชีวิตประจ�ำวันมากยิ่งขึ้น เอไอ จึงเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่เข้ามาสอด รับกับการท�ำธุรกิจในโลกดิจิทัลและจะเข้า มามีบทบาทมากขึ้นทั้งในธุรกิจและชีวิต ประจ�ำวัน เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภค ส่วนใหญ่อยู่กับโซเชียลมีเดียมากขึ้น รวม ถึงการได้รับสนับสนุนจากภาครัฐในเรื่อง ของไทยแลนด์ 4.0 เอไอจึงเป็นเทคโนโลยี ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของ ธุรกิจต่างๆในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น โดยเอไอจะเข้ามาช่วย ให้งาน หลายอย่าง เพื่อให้การท�ำงานง่ายขึ้น ช่วย ลดต้นทุนของธุรกิจ อาทิ เอไอสามารถมา ช่วยธุรกิจท�ำงานแทนพนักงานที่ท�ำงาน ประจ�ำ งานที่ไม่ต้องมีทักษะมากนัก เช่น งานรับโทรศัพท์ งานตอบค�ำถามทั่วไป ของหน่วยงานในรูปแบบของ ค�ำตอบ อัตโนมัติ หรือ Chatbot เป็นต้น เอไอ เทคโนโลยี แห่งอนาคต รองรับธุรกิจยุคดิจิทัล อักษร และวิเคราะห์ผลการท�ำงานของ ตัวแทนขาย เพื่อให้สามารถปรับปรุง เทคนิควิธีการพูดและน�ำเสนอสินค้าได้ดี ยิ่งขึ้น ส�ำหรับธุรกิจในประเทศไทย เริ่มมี การน�ำเอไอมาช่วยในการท�ำธุรกิจมากขึ้น นับตั้งแต่ธุรกิจการเงิน ธนาคาร โรง พยาบาลและการแพทย์ การท่องเที่ยว บันเทิงโทรคมนาคมและอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น จากผลวิจัยของสถาบัน McKinsey Global Institute ชี้ว่า ภายในปี 2573 เอไอจะท�ำให้พนักงานจ�ำนวน 375 ล้าน ต�ำแหน่งงานทั่วโลก มีการปรับเปลี่ยน ลักษณะงานที่ท�ำ องค์กรที่เตรียมพร้อม จึงควรฝึกอบรมยกระดับความสามารถ และเพิ่มทักษะให้บุคลากรอยู่เสมอ เพื่อ พวกเขาจะได้สามารถท�ำงานที่ต้องใช้ ทักษะความรู้มากขึ้นและมีความก้าวหน้า นอกจากนี้เทคโนโลยียังช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพงานโลจิ งานในคลังสินค้า และลดต้นทุนในห่วงโซ่การผลิตได้ดี อาทิ บริษัท อเมซอน ผู้น�ำอี-คอมเมิร์ซของ สหรัฐฯ น�ำหุ่นยนต์มาใช้ในคลังสินค้า อย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2555 จนขณะนี้มีใช้ ราว 80,000 ตัว ในศูนย์กระจายสินค้า 25 แห่ง ท�ำให้บริษัทสามารถประหยัดต้นทุน ด�ำเนินการได้ราวปีละ 22 ล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ หรือประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ด้วยคุณสมบัติที่เป็นเทคโนโลยี น�ำสมัย เอไอยังน�ำมาใช้ในการบันทึกการ สนทนาระหว่างตัวแทนบริษัทกับลูกค้า และสามารถย้อนทวนเพื่อการวิเคราะห์ และน�ำมาใช้อ้างอิงเพื่อการตัดสินใจที่ดี ขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ เอไอ สามารถ บันทึกเสียงอัตโนมัติ ถอดบันทึกเป็น
  5. 5. 5Smart Industry วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ เคล็ดลับสู่ความส�ำเร็จ ของธุรกิจกับการน�ำ เอไอมาต่อยอดธุรกิจ วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ประเทศไทย และ ภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า คุณสมบัติของ องค์กรที่จะประสบความส�ำเร็จในการ ก้าวสู่ดิจิทัลประกอบด้วย การตระหนัก ในการใช้งานหรือ Hyper-Aware โดยการ เชื่อมต่อของสิ่งของต่างๆ ท�ำให้มีข้อมูล เกิดขึ้นมหาศาล ซึ่งจะต้องเชื่อมโยงข้อมูล ทั้งหมด เพื่อให้รู้และเข้าใจทุกสิ่งอย่างทุก การเคลื่อนไหวของข้อมูล การคาดการณ์ เอไอ เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล และ คาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต ได้อย่าง คล่องแคล่ว หรือ Agile สามารถปรับตัว เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว โดยแนวการ ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ ปฏิบัติการขององค์กรขนาดใหญ่ไม่ สามารถอยู่รอดได้ เพราะไม่สามารถปรับ เปลี่ยนได้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยในอีก 5 ปีข้างหน้า ภาคของ ธนาคารจะมีการเปลี่ยนแปลง และพัฒนา ไปสู่แนวทางของเทคโนโลยีที่ส�ำคัญ โดยบล็อกเชนจะมีการเติบโตกว่า 110 เปอร์เซ็นต์ ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ จะมีการเติบโตกว่า 108 เปอร์เซ็นต์ และ หุ่นยนต์ หรือ โรโบติกส์ จะมีการเติบโต 84 เปอร์เซ็นต์ ด้านธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด เล่าว่า ไมโครซอฟท์ ได้ร่วมกับไอดีซี จัดท�ำวิจัยเกี่ยวกับ เทคโนโลยีเอไอในอนาคต ผลการวิจัย ระบุว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ และอินเทอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง หรือ Internet of thing (IoT) เป็นนวัตกรรม อันดับ 1 ที่ก�ำหนดทิศทางในอนาคต ของธุรกิจทั้งในประเทศไทยและภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก ทั้งนี้ ประเมินว่า ประเทศไทยมี โอกาสจากการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เอไอมาช่วยพลิกธุรกิจในยุคดิจิทัล กลุ่มที่ มองว่าจะเริ่มลงทุนน�ำเทคโนโลยีเอไอมา ใช้ในปี 2562 คือ กลุ่มองค์กรขนาดกลาง ซึ่งมุมมองของไมโครซอฟท์ นั้นมองว่า การน�ำเทคโนโลยี เอไอ มาใช้ขององค์กร ขนาดกลาง มีด้วยกัน 2 แนวทาง คือ การน�ำเทคโนโลยีที่มีอยู่แล้วในตลาดมา ประยุกต์ให้เร็วที่สุด หรือ การสร้าง เทคโนโลยีของตัวเองที่มีความเป็นเฉพาะ ตัวของตัวเองขึ้นมา เพื่อตอบสนองความ ต้องการของลูกค้า ธนวัฒน์ กล่าวต่อว่า การวางรากฐาน ให้เอไอ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และสังคมไทยได้อย่างลงตัว และเต็ม ประสิทธิภาพนั้น จะต้องค�ำนึงถึงปัจจัย ส�ำคัญใน 4 ด้านหลักๆ ด้วยกัน เริ่มต้น จากการพัฒนาทักษะเชิงดิจิทัลให้กับคน ไทยอย่างทั่วถึง การปรับแต่งเทคโนโลยี ให้เข้ากับสภาพการใช้งานจริง เช่นในด้าน ของภาษา วัฒนธรรม หรือแม้แต่กฎหมาย และกรอบนโยบาย การยกระดับเครือข่าย พันธมิตรและนักพัฒนาทั่วประเทศให้น�ำ เอไอ มาใช้ได้อย่างเต็มที่ และความตั้งใจ ที่จะสร้างสรรค์ ออกแบบ และปรับแต่ง ผลิตภัณฑ์และบริการมาโดยเฉพาะ เพื่อ ความส�ำเร็จของลูกค้าในประเทศไทย นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์และบริษัท วิจัย ไอดีซี ได้เปิดเผยถึง ผลการวิจัย เรื่องต�ำแหน่งงานในอนาคตว่า กว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ของต�ำแหน่งงานในประเทศ ไทยจะได้รับผลกระทบจากความเปลี่ยน แปลงเชิงเทคโนโลยีในช่วงสามปีข้างหน้า โดยถึงแม้ว่าจะมีต�ำแหน่งงานราว 30 เปอร์เซ็นต์ ที่จะถูกกระจายออกสู่แรงงาน นอกประเทศ แทนที่ด้วยเทคโนโลยี หรือ หมดความจ�ำเป็นลงไป แต่ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีดิจิทัลก็จะท�ำให้มีต�ำแหน่งงาน ใหม่ๆ ปรากฎขึ้นในปริมาณที่ใกล้เคียงกัน เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในตลาดแรงงาน
  6. 6. 6Smart Industry อีโคโนมิค ฟอรัม ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อ ยกระดับทักษะของแรงงานกว่า 20 ล้าน คน ภายในปี 2563 ทรู น�ำหุ่นยนต์เสริม ทัพธุรกิจ ด้วยกระแสของเทคโนโลยีเอไอเริ่ม เข้ามามีบทบาทส�ำคัญต่อไลฟ์สไตล์ โดย เฉพาะในแวดวงธุรกิจก�ำลังปรับตัวรับกับ กระแสเอไอ ที่ก�ำลังเกิดขึ้น โดยเฉพาะ ภายใน 3-5 ปีถัดจากนี้ โลกเข้าสู่ยุค ปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ และ เอไอจะเข้ามาเป็นตัวช่วยในการด�ำเนิน ธุรกิจ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น เดียวกับกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ได้ น�ำเทคโนโลยีเอไอในรูปแบบหุ่นยนต์เข้า มาท�ำตลาดในประเทศไทย ภายใต้การ ด�ำเนินงานของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จ�ำกัด (มหาชน) เพื่อเจาะตลาดกลุ่ม ลูกค้า องค์กร เช่น กลุ่มโรงแรม อุตสาหกรรม และคอนโดฯ เป็นต้น ทรงธรรม เพียรพัฒนาวิทย์ ผู้อ�ำนวย การบริหาร กลุ่มธุรกิจไอโอที บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เล่าว่า กลุ่มทรูร่วมกับ ทรงธรรม เพียรพัฒนาวิทย์ ซาวิโอ๊ก (Savioke) ผู้พัฒนาหุ่นยนต์ อัตโนมัติระดับโลก ในการจ�ำหน่ายหุ่น ยนต์ Relay โดยเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร เช่น โรงแรมโรงงาน โรงพยาบาล และ คอนโดมิเนียม เป็นต้น “เทคโนโลยีเอไอและมูลค่าทางธุรกิจ ที่เกี่ยวเนื่องกับเอไอในประเทศไทย ยังอยู่ ในช่วงเริ่มต้น เป็นโอกาสที่เราจะน�ำหุ่น ยนต์เข้ามาท�ำตลาดเป็นรายแรกๆ เพื่อ เป็นการทดลองท�ำตลาด และผมเชื่อว่าใน อนาคตน่าจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ให้ธุรกิจเติบโต และสามารถสร้างสินค้าและบริการต่างๆ ที่แตกต่างจากเดิม ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่า ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างให้ความ สนใจใช้เทคโนโลยี IoT และหุ่นยนต์มาก ขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ทรงธรรม กล่าวและว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าเจาะตลาดลูกค้า ธุรกิจคอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ทเม้นต์ โรงแรมและอาคารสูง โรงพยาบาล ธุรกิจ โลจิสติกส์ และโรงงานผลิต ซึ่งเป็นกลุ่ม ธุรกิจที่เหมาะสมในการใช้หุ่นยนต์เข้ามา ช่วยในการให้บริการต่างๆ โดยปัจจุบัน Relay Robot มีการใช้งานแล้วมากกว่า 100 ตัวทั่วโลก ท�ำการขนส่งส�ำเร็จ มาแล้วกว่า 350,000 ครั้ง และได้รับ การยอมรับจากองค์กรธุรกิจมากมาย ในเรื่องเทคโนโลยีที่ล�้ำสมัย ความฉลาด หลักแหลม ความปลอดภัย รวมถึง การออกแบบรูปลักษณ์ที่เหมาะสม และ ครอบคลุมต่อการใช้งานในพื้นที่ต่างๆ และที่ส�ำคัญ คือ ใช้งานได้จริง มั่นใจว่า ความสามารถของ Relay Robot ที่แสดง ความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆ ได้คล้ายคลึง กับมนุษย์อย่างแนบเนียน จะสร้างความ ประทับใจ และเป็นโอกาสในการสร้าง สรรค์บริการและธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจะช่วยเสริม สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับ ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของไทย ขณะที่อีก 35 เปอร์เซ็นต์ จะยังคงรักษา ต�ำแหน่งงานในรูปแบบเดิมเอาไว้ ข้อมูล ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้ ก่อให้เกิดการสูญเสียโอกาสในตลาด แรงงาน แต่จะน�ำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ความต้องการด้านแรงงาน และการเสริม สร้างทักษะในด้านใหม่ๆ ต่อไป ปัจจุบัน ไมโครซอฟท์ก�ำลังท�ำงานร่วมกับหลาก หลายภาคส่วนเพื่อเร่งพัฒนาทักษะที่ จ�ำเป็นส�ำหรับอนาคต นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ได้ร่วมมือ กับพันทมิตรเพื่อพัฒนาทักษะเชิงดิจิทัล ให้กับแรงงานทั่วภูมิภาคอาเซียน ภายใต้ โครงการ ดิจิทัล อาเซียน ของเวิลด์
  7. 7. 7Smart Industry ของเมเจอร์ฯ โดยบริษัทฯ คาดว่าในปี 2564 จะมีการขายตั๋วผ่านแอพพลิเคชั่น ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี เอไอ ส่งผลให้ธุรกิจมีการปรับกลยุทธ์ใน การน�ำเทคโนโลยีที่ล�้ำสมัย มาช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพในการด�ำเนินงานมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเข้ามาเพื่อช่วยในการยกระดับ บริการ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการ แข่งขันขององค์กรธุรกิจยุคดิจิทัลทั้งใน ปัจจุบันและอนาคตด้วย นรุตม์ เจียรสนอง รองประธาน เจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จ�ำกัด (มหาชน) กล่าวว่าที่ผ่านมาเมเจอร์ฯ ได้พัฒนาช่อง ทางการขายตั๋วหนัง ผ่านช่องทางที่ลูกค้า สามารถซื้อได้ด้วยตัวเอง ทั้งตู้ขายตั๋ว หรือ คีออสก์หน้าโรง และแอพพลิเคชั่น Major Movie Plus รองรับการจองและ ซื้อตั๋ว ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดกว่า 10 ล้านครั้ง มีกลุ่มผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง 1.8 ล้านรายที่เข้ามาเช็ครอบหนังทุกวัน พร้อมกันนี้เมเจอร์ฯ ให้ความส�ำคัญ ตามนโยบาย Major 5.0 โดยทุกขั้นตอน ของการท�ำงานต้องให้เป็น “ดิจิทัล” ทั้งหมด เพื่อรองรับการเข้าถึงบริการของ เมเจอร์ฯ ผ่านมือถือ บริษัทฯ จึงได้พัฒนา แอพพลิเคชั่น Major Cineplex ที่ เรียกได้ว่าเป็น “Super APP” ซึ่งเป็น แอพพลิเคชั่นแรกของธุรกิจโรงภาพยนตร์ ที่น�ำระบบเอไอเข้ามาเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ ให้ลูกค้า เพื่อท�ำให้การดูหนังเป็นเรื่องง่าย สะดวก รวดเร็ว สามารถเข้าใจ และเข้าถึง พฤติกรรมลูกค้าจากการวิเคราะห์ดาต้า ที่ ผู้ใช้เคยใช้งานในอดีต เพื่อน�ำเสนอบริการ ที่ตรงกับความสนใจของผู้ชม และเป็น Smart Application ที่จะเชื่อมโยงบริการ และประสบการณ์ด้านภาพยนตร์ทั้งหมด เข้าด้วยกัน ตั้งแต่บริการด้านภาพยนตร์ ในการค้นหาข้อมูลหนังตลอดจนการท�ำ รายการซื้อบัตรชมภาพยนตร์และการมา ใช้บริการที่โรงภาพยนตร์ นรุตม์ เจียรสนอง “ส�ำหรับฟีเจอร์ใหม่ของซูเปอร์แอพ จะมีการเปิดตัวต่อเนื่องตลอดทั้งปีนี้ โดย จะเชื่อมโยง Ecosystem ของประสบการณ์ ชมภาพยนตร์ทั้งหมด รวมทั้งให้บริการ ต่างๆ ของเมเจอร์ฯ เพื่อรองรับพฤติกรรม ผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่ต้องการความ สะดวกรวดเร็ว และเพื่อดึงลูกค้าเข้ามาใช้ เวลาอยู่กับแอพพลิเคชั่นมากขึ้น นอกจาก เช็ครอบและซื้อตั๋วหนัง ท�ำให้เมเจอร์ฯ สามารถเข้าถึงและติดต่อกับลูกค้าได้มาก ขึ้น” นรุตม์ กล่าวและว่า หลังเปิดตัวแอพใหม่ในไตรมาสแรก ปีนี้บริษัทฯ คาดว่าจะมียอดดาวน์โหลด เพิ่มขึ้นในปี 2562 อีก 5 ล้านดาวน์โหลด รวมเป็น 10 ล้านดาวน์โหลด และ บริษัทฯ เชื่อว่าในอนาคตช่องทางขายตั๋ว ผ่านแอพพลิเคชั่น จะเป็นช่องทางหลัก เมเจอร์ฯ ส่งแอพพลิเคชั่น เอไอ รองรับไลฟ์ สไตล์ลูกค้า 4.0
  8. 8. 8Smart Industry เติมและน�ำมาวิเคราะห์ ให้จัดกลุ่มเป้า หมายได้แม่นย�ำยิ่งขึ้น สร้างประสบการณ์ ที่น�ำไปสู่ความภักดีกับตราสินค้า และ บริการ Wisesight Academy ซึ่งเป็น บริการที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถและ ศักยภาพให้ผู้ที่สนใจท�ำวิเคราะห์ข้อมูลโซ เชียล โดยบริษัทฯ ได้จัดคอร์สฝึกอบรม การวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลรวมถึงการใช้ เครื่องมือต่างๆ ส�ำหรับผู้ที่สนใจใช้โซเชียล มีเดียในการต่อยอดธุรกิจ “ผมเชื่อว่าถ้าเราสามารถเข้าใจข้อมูล บนสื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย เราก็สามารถเข้าใจความต้องการของทุก คนได้ ความเข้าใจนี้น�ำไปสู่การสร้างความ ได้เปรียบในการแข่งขันและขับเคลื่อน องค์กรบนฐานของข้อมูล เราเรียกสิ่งนี้ว่า ข้อมูลช่วยขับเคลื่อนธุรกิจหรือ Data- Driven Business” กล้า กล่าว และว่า ข้อมูลสื่อสังคมน�ำมาใช้วิเคราะห์ ตลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นขนาด อัตราการ เติบโต พฤติกรรมของผู้บริโภค ความ เคลื่อนไหวของคู่แข่ง รวมถึงสถานการณ์ การแข่งขัน ไวซ์ไซท์ช่วยคุณวิเคราะห์และ วางกลยุทธ์การตลาดได้อย่างรวดเร็วและ แม่นย�ำ ด้วยทีมงานที่เชี่ยวชาญ บริษัทฯ สามารถหาข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคหรือ สิ่งที่คนให้ความสนใจบนสื่อสังคม ท�ำให้ ตราสินค้าสามารถน�ำข้อมูลดังกล่าวมา วางกลยุทธ์เพื่อสร้างความได้เปรียบใน การแข่งขัน บริษัทฯ มีลูกค้าประมาณ 200 ราย ใน30 อุตสาหกรรม อาทิ ธนาคาร บริการ และอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะเป็นผู้น�ำในภูมิภาคเอเชียน ในการบริการผให้บริการการบริหารความ สัมพันธ์ออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดีย และ งานวิจัยผ่านออนไลน์ภายใน 5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับและตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการ ปรับตัวให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ อย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล เปรียบในการแข่งขัน ปัจจุบันบริษัทฯ ให้บริการโซลูชั่น ใน 4 รูปแบบหลักประกอบด้วย ไวซ์ไซท์อินไซท์ (Wisesight Insight) บริการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดียคือ การเอาข้อมูลจ�ำนวนมากมาวิเคราะห์ เพื่อ ที่จะไปตอบโจทย์หรือแบรนด์ว่าผู้บริโภค สนใจสินค้าหรือบริการของธุรกิจ ท�ำให้ ลูกค้าประหยัดเวลาในการท�ำวิจัย แต่ก่อน อาจจะใช้เวลา 3-6 เดือน ในการท�ำวิจัย บริษัทฯ สามารถให้บริการได้ประมาณ 7 วัน เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการปรับเปลี่ยน ได้เร็วเช่น การจัดโปรโมชั่น การออก สินค้าใหม่ เป็นต้น ช่วยให้ธุรกิจสามารถ ก�ำหนดกลยุทธ์การสื่อสารและการตลาด ได้อย่างตรงประเด็น และตรงกลุ่มเป้า หมาย วิเคราะห์ตลาดและผู้บริโภค รวม ทั้งจับตาความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง ได้ อย่างรวดเร็วแม่นย�ำ ไวซ์ไซท์ซีอาร์เอ็ม (Wisesight CRM) ช่วยให้องค์กรสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุด ให้ลูกค้า โดยบริษัทฯ มีเครื่องมือและ ทีมงานที่ช่วยให้ตราสินค้าสามารถเข้าถึง ผู้บริโภคได้ตามเวลาจริง เพื่อช่วยแก้ ปัญหา ตอบข้อสงสัย สร้างความสัมพันธ์ ในระยะยาว บริการการเข้าถึงความต้อง การที่แท้จริงของกลุ่มเป้าหมาย ผ่านการ เก็บข้อมูลเชิงลึก แบบรายบุคคล (Wisesight Conversion) เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสใหม่ ทางธุรกิจและเป็นส่วนหนึ่งในการวาง กลยุทธ์สื่อสารที่เหมาะสม เพื่อเข้าถึง กลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ยัง สามารถสร้างแคมเปญเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่ม กล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด บริษัทฯ ผู้ให้บริการจากการ วิเคราะห์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดียกับลูกค้า โดยใช้เอไอและบิ๊กดาต้า เล่าว่า ไวซ์ไซท์ เป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลสื่อสังคม และ ผู้ให้บริการการบริหารความสัมพันธ์ออนไลน์ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีทีมพัฒนา วิจัย ด�ำเนินงาน และสนับสนุนรวมกว่า 150 คนในกรุงเทพและกัวลาลัมเปอร์ ให้บริการครอบคลุมภาษาในตลาดพม่า มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม โดยประมวล ผลข้อมูลจากสื่อสังคมวันละมากกว่า 16 ล้านข้อความ ไวซ์ไซท์ช่วยให้องค์กรแข่งขันอย่าง มีแต้มต่อด้วยความรู้เจาะลึกจากข้อมูล บนสื่อสังคม ข้อมูลและงานวิจัยของเรา ช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้ดีขึ้น เพิ่มความ สัมพันธ์ในตราสินค้า และเพิ่มช่องทาง รายได้ใหม่ ไวซ์ไซท์สามารถหาข้อมูลเชิงลึกของ ผู้บริโภคหรือสิ่งที่คนให้ความสนใจบนสื่อ สังคม ท�ำให้ตราสินค้าสามารถน�ำข้อมูล ดังกล่าวมาวางกลยุทธ์เพื่อสร้างความได้ ไวซ์ไซท์เกิดจากการรวมตัวของสอง บริษัทผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์ข้อมูลสื่อ สังคมและเครื่องมือจับตาสื่อสังคมคือ บริษัท โธธ โซเชียล จ�ำกัด กับ บริษัท วันบิต แมทเทอร์ จ�ำกัด ซึ่งทั้งสองเป็นผู้บุกเบิก เทคโนโลยีและการบริการวิเคราะห์สื่อสังคม มาตั้งแต่ปี2554 ไวซ์ไซท์ ตั้งเป้า ผู้น�ำให้บริการการบริหารความสัมพันธ์ ออนไลน์ในภูมิภาคอาเซียน ภายใน 5 ปี กล้า ตั้งสุวรรณ
  9. 9. 9Smart Industry เห็นส�ำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นภาพ และวีดิโอ สามารถตรวจจับและแยกแยะ วัตถุ รวมถึงพฤติกรรมของมนุษย์ได้อย่าง มีประสิทธิภาพโดยใช้เทคโนโลยี Deep learning และ ความเข้าใจเหตุการณ์ใน ภาพ (Scene understanding) ตัวอย่าง การใช้งาน เช่น การตรวจสอบการท�ำงาน ของพนักงานการตรวจสอบเกี่ยวกับความ ปลอดภัย การตรวจสอบกระบวนการผลิต เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทฯ ยังให้บริการ อบรมเพื่อพัฒนาบุคคลากรส�ำหรับธุรกิจ และองค์กรที่ต้องการเพิ่มทักษะของ บุคลากรทางด้านเอไอ และนวัตกรรม ใหม่ๆ ภายใต้การอบรมที่เรียกว่า Quick stars - Professional training โดยบริษัทได้จัดอบรมหลักสูตร Corporate Data Science Certificate เป็นหลักสูตรพัฒนาบุคลากรด้าน วิทยาศาสตร์ข้อมูล เพื่อเพิ่มทักษะด้าน เทคโนโลยี Data science ให้กับทีมงาน ของบริษัทต่างๆ ให้มีความรู้ความเข้าใจใน หลักการของ Data Science และสามารถ เริ่มต้นท�ำโครงการเองในบริษัทได้ ตลอด จนสามารถร่วมงานกับ Data scientist มืออาชีพในโครงการที่มีขนาดใหญ่ได้ ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าจ�ำนวน มาก อาทิ บริษัท รักลูก พลัส จ�ำกัด ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ กรมส่งเสริม อุตสาหกรรมและบริษัทในเครือปูนซิเมนต์ ไทย เป็นต้น บริษัท ไซแนปส์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีความโดด เด่นในการพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) เพื่อสนับสนุนการใช้งานใน ธุรกิจต่างๆ ซึ่งเทคโนโลยีหลักคือ ระบบ การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีการ เรียนรู้ (Cognitive computation) ภาษา ธรมชาติของมนุษย์ (Natural Language Understanding หรือ NLU) เทคโนโลยี ที่ท�ำให้ระบบคอมพิวเตอร์เรียนรู้ข้อมูล (Machine Learning) รวมถึงกระบวนการ ของ Machine learning ที่ถูกสร้าง ขึ้นมาเพื่อท�ำให้เครื่องจักร หรือเครื่อง คอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ด้านการมองเห็นส�ำหรับการวิเคราะห์ ข้อมูลที่เป็นภาพและวีดิโอ (Visual Intelligence) เพื่อรองรับธุรกิจที่ต้องการ น�ำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปช่วยในการ พัฒนาธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการ ท�ำงานโดยรวม ชาญวิทย์ บุญช่วย ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บริษัท ไซแนปส์ (ประเทศไทย) จ�ำกัดเล่าว่า บริษัทได้น�ำเทคโนโลยีและ นวัตกรรมใหม่ๆ มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และ บริการใหม่ที่หลากหลาย อาทิ cognitive engine เป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ซึ่ง เป็นซอฟท์แวร์ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ที่สามารถน�ำไปพัฒนาต่อยอดการใช้งาน ได้ตามโจทย์ของลูกค้า เพื่อช่วยขยายหรือ ต่อยอดสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจของลูกค้า โดยแบ่งบริการเป็น 2 รูปแบบประกอบ ด้วย SOMSRi Chat และ SOMSRi Visual ซึ่งเป็นเครื่องใหม่ที่ช่วยให้ธุรกิจท�ำงาน ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพการท�ำงานมาก ขึ้น โดยเทคโนโลยีเอไอจะมาเป็นผู้ช่วย ของมนุษย์ให้สามารถท�ำงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดย SOMSRi Chat เป็นการใช้ เทคโนโลยีทางด้าน Natural Language Understanding (NLU) ที่สามารถวิเคราะห์ นัยยะของประโยคเพื่อตอบสนองค�ำถาม ของลูกค้าที่เป็นภาษาธรรมชาติ (AI chatbot) และยังสามารถใช้กับการ ประยุกต์ใช้กับความหลากหลายของโจทย์ ด้านภาษาศาสตร์ เช่น การวิเคราะห์ ความรู้สึก (Sentiment Analytics) การ วิเคราะห์และสรุปข้อมูลที่เป็นข้อความ หรือตัวอักษร (Text Analytics & Summarization) เป็นต้น ส�ำหรับ SOMSRi Visual เป็นการใช้ เทคโนโลยีด้าน Visual Intelligence หรือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ด้านการมอง ไซแนปส์ ส่งเอไอสมศรี เสริมทับธุรกิจยุคดิจิทัล ชาญวิทย์ บุญช่วย
  10. 10. 10Smart Industry intelligence) และฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวสามารถที่จะได้รับรู้ถึงทัศนคติ ความคิดเห็น ความรู้สึกของนักท่องเที่ยว ที่ถ่ายทอดลงบนสื่อออนไลน์ และโซเชียล มีเดีย ท�ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องน�ำข้อมูล ทัศนคติของนักท่องเที่ยวมาวิเคราะห์ เพื่อที่จะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและมีการ ก�ำหนดนโยบายการดูแลแหล่งท่องเที่ยว ที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนทั้ง ในปัจจุบันและในอนาคต ศิเวก กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทฯ น�ำแพลตฟอร์ม Voice of Tourist มา ช่วยในการรับฟังทัศนคติของนักท่องเที่ยว จากแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง ประกอบ ด้วย กรุงเทพฯ กระบี่ พัทยา ภูเก็ต และ เชียงใหม่ เพื่อรองรับ Smart Tourism และการท่องเที่ยวในชุมชน (Community Based Tourism หรือ CBT) เพื่อเป็น การยกระดับการท่องเที่ยวในชุมชน และ ส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทย ไมนด์ทรี พร้อมดันอุตสาหกรรมการ ท่องเที่ยวไทยด้วยเอไอแพลตฟอร์ม ขณะ เดียวกันบริษัทฯ เตรียมส่งคู่มือดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง สนับสนุนเอสเอ็มอีรองรับ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโต ศิเวก สัจเดว ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ไมนด์ทรีจ�ำกัดเล่าว่าบริษัทมีจุดมุ่งหมาย ที่จะสร้างคุณค่าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ ธุรกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของ ประเทศไทย จึงได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Voice of Tourists เพื่อเก็บข้อมูลทัศนคติ ของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย อาทิ เว็บไซต์ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ เป็นต้น VoiceofTourists เป็นโครงการที่เก็บ ข้อมูลจากออนไลน์ รวมถึงโซเชียลมีเดีย มาวิเคราะห์ทัศนคติของนักท่องเที่ยว ซึ่ง ใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial ศิเวก สัจเดว “เราพัฒนาแพลตฟอร์ม Voice of Tourist ที่สามารถรับรู้ทัศนคติจากนัก ท่องเที่ยวในทุกมุม โดยน�ำเทคโนโลยีมา ช่วยในการวิเคราะห์ทัศนคตินักท่องเที่ยว ที่มีต่อประเทศไทย ท�ำให้เรารู้ว่านัก ท่องเที่ยวเค้ามีทัศนคติกับการท่องเที่ยว ในประเทศไทยอย่างไรบ้าง” ศิเวก กล่าว และว่า เมื่อได้ข้อมูลที่วิเคราะห์แล้วบริษัทฯ จะน�ำข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพื่อให้หน่วย งานสามารถก�ำหนดนโยบายที่ชัดเจนใน การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและบริหารการ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรับเป็นที่ ปรึกษาและวิจัยการตลาดให้กับธุรกิจ และหน่วยงานต่างๆ ด้วย อาทิ จัดท�ำ หลักสูตรดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง ส�ำหรับ ธุรกิจท่องเที่ยวขนาดกลางและเล็ก หรือ เอสเอ็มอี เพื่อให้เอสเอ็มอีสามารถหา ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพรวมถึงทักษะ ในการท�ำธุรกิจในยุคดิจิทัลเพื่อรองรับ การเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ไมนด์ทรี ส่ง Voice of Tourist เสริมศักยภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย
  11. 11. 11Smart Industry เพราะ “เรื่องลูกรอไม่ได้” บริษัท รักลูก พลัส จ�ำกัด ผู้น�ำด้าน Parenting & Family Solution จึงก้าวสู่การใช้ เทคโนโลยี AI มาตอบความต้องการ ของครอบครัวยุคใหม่ ภายใต้ชื่อ “รัก ลูกแนนนี่” (Rakluke Nanny) เสริมพลัง Ecosystem ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น บริษัทฯ มองว่า รักลูกแนนนี่จะสามารถ พัฒนาไปยังกลุ่มพ่อแม่ที่มีลูกวัยคิดส์ หรือ การท�ำงานร่วมกับโรงพยาบาลได้ นอกจากนี้เรายังมองไปถึงการใช้รัก ลูกแนนนี่เชื่อมโยงไปถึงการแนะน�ำสินค้า และบริการต่างๆ ที่รักลูกเราคัดสรรมา แล้วบนพื้นที่ www.raklukeselect.com ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง Touch Point ส�ำหรับพ่อ แม่ในการซื้อสินค้าคุณภาพเกรดพรีเมี่ยม ในการดูแลลูกและครอบครัว ปัจจุบันบริษัทฯ มีสมาชิกรักลูก กว่า 100,000 รายในทุกเครื่องมือที่เข้า ถึงและสร้างประสบการณ์ร่วมกับสมาชิก ทุกคน บริษัทฯ เชื่อว่าในโลกที่เทคโนโลยี เปลี่ยนไวแบบนี้มีผลต่อพฤติกรรมของคน แน่นอน แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ ความ คิดของพ่อแม่ที่จะต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ให้เหมาะสมกับลูกและครอบครัว รักลูก พลัส ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ เราจึงพร้อมที่ จะพัฒนาเนื้อหาและเครื่องมือเพื่อตอบ โจทย์กลุ่มเป้าหมายและเพิ่มประสิทธิภาพ ต่อยอดทางธุรกิจในอนาคตด้วย ชนิดา อินทรวิสูตร กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท รักลูก พลัส จ�ำกัด กล่าว ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่าง มากกับชีวิตประจ�ำวัน รวมไปถึงเรื่อง ครอบครัวด้วย รักลูก พลัส ในฐานะผู้น�ำ ด้านเนื้อหาและกิจกรรมส�ำหรับครอบครัว เล็งเห็นว่าพ่อแม่ไม่ได้ค้นหาข้อมูล(Touch Point) เพียงอย่างเดียว บริษัทฯ จึงปรับ ทิศทางการท�ำงานให้ครอบคลุมทุก Touch Point โดยใช้ Ecosystem ที่มีอยู่เข้าไปใน ทุกช่วงและทุกสถานะของครอบครัว บริษัทฯ จึงปรับนิตยสารรักลูกเดิม กลายเป็น “รักลูกบุ๊กกาซีน” (Rakluke Bookazine) แจกให้คุณแม่ตั้งครรภ์ในโรง ชนิดา อินทรวิสูตร รักลูกพลัส บุกเทคโนโลยี AI ด้วย “รักลูกแนนนี่” AI ผู้ช่วยพ่อแม่มือใหม่ พยาบาลพันธมิตรกว่า 200 โรงพยาบาล ทั่วประเทศ และเชื่อมต่อคุณแม่ทุกคน กลับมาที่เครื่องมือดิจิทัลของบริษัทฯ นั่น คือ เว็บไซต์รักลูก (www.rakluke.com) เฟสบุ๊ครักลูกคลับ (www.facebook. com/raklukeclub) และไลน์ (Line@: @raklukeclub) รวมไปถึงพื้นที่เรียนรู้ ต่างๆ เช่น รักลูก Tales & Plays หรือ การเข้าไปท�ำกิจกรรมที่โรงเรียน จึงเห็นได้ ว่า เราเข้าถึงครอบครัวในทุกช่วงอายุ ทุก ความต้องการด้วย Ecosystem จริงๆ เมื่อบริษัทฯ เห็นเทรนด์ของ AI ซึ่ง จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือเข้าถึงพ่อแม่ได้ จึงได้พัฒนา “รักลูกแนนนี่” ซึ่งอาจ เรียกได้ว่าเป็น AI ที่ท�ำงานแบบ Natural Language มาเป็นผู้ช่วยพ่อแม่มือใหม่ ผ่าน Responsive Web Base:www. raklukenanny.ai ที่สามารถตอบค�ำถาม ได้ 35 เรื่อง เกี่ยวกับ นมแม่ สุขภาพและ พัฒนาการเด็ก 1 ปี เช่น ปัญหาน�้ำนม น้อย ลูกไม่สบาย การเริ่มอาหารเสริม เป็นต้น ปัจจุบันมีผู้ใช้งานรักลูกแนนนี่ แล้วประมาณ 6,000 ราย และในอนาคต
  12. 12. 12Smart Industry ณิชารัศมิ์ ยังกล่าวอีกว่า บริษัทฯ ใช้ บริการ Social listening tools จากบริษัท ไวท์ไซล์ ในการน�ำเอาค�ำพูดที่ลูกค้าหรือ ผู้บริโภคสนทนาบนโซเชียลมีเดียมาช่วย ในการรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า เช่น การออกสินค้าใหม่ บริษัทฯ สามารถ ที่จะรับฟังความคิดเห็นการสนทนาของ ลูกค้าจากโซเชียลมีเดีย ท�ำให้บริษัทฯ สามารถทราบได้ว่าผู้บริโภคชอบหรือไม่ ชอบสินค้าใหม่ที่เปิดตัวหรือสามารถรับ ฟังความคิดเห็นอื่นๆ จากลูกค้าผ่าน โซเชียลมีเดียด้วย ท�ำให้บริษัทฯ สามารถ น�ำเสนอสินค้าและบริการตรงกับความ ต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้จากการใช้บริการจากบริษัท ไวท์ไซส์ บริษัทฯ จะได้รับรายงานที่เกี่ยว เนื่องกับสินค้าและบริการของ เคเอฟซี ในทุกเรื่อง นับตั้งแต่เรื่อง แบรนด์ ความ สะอาด และการบริการ เป็นต้น ณิชารัศมิ์ กล่าวต่อว่า Social listening tools เป็นหนึ่งในการน�ำ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence) หรือ เอไอ มาช่วยท�ำให้ เกิดประโยชน์ในแง่ของแบรนด์ ท�ำให้เรา รู้ว่าแบรนด์เป็นที่รู้จักของลูกค้ามากน้อย แค่ไหน ดังนั้น เมื่อเราก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล มี การน�ำเอาเทคโนโลยีมาช่วยในการบริการ ลูกค้าได้เร็วขึ้นและเพื่อสื่อสารกับลูกค้าได้ อย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ ให้บริการเสริมประสบการณ์ให้กับลูกค้า ได้สิ่งที่ต้องการได้ดีขึ้น ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร ผู้จัดการ การตลาดอาวุโส เคเอฟซี ประเทศไทย บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์ เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จ�ำกัด (YRIT) เล่าว่า นับตั้งแต่เคเอฟซี เปลี่ยนรูปแบบ การด�ำเนินธุรกิจมาเป็นแฟรนไซส์ หรือ ผู้ดูแลและบริหารแบรนด์ 100 เปอร์เซ็นต์ ท�ำให้บริษัทฯ มุ่งเน้นในการวางกลยุทธ์ และจัดแผนงานบริหารแบรนด์ การตลาด และการสื่อสารการตลาดเต็มรูปแบบ โดยหนึ่งในช่องทางการสื่อสารที่ส�ำคัญ ซึ่งเคเอฟซีได้รับการตอบรับจากลูกค้า เป็นอย่างดีนั่นคือ เคเอฟซีเฟสบุ๊ค ซึ่งจัด เป็นช่องทางในการติดต่อ พูดคุย และ รับข้อคิดเห็นและค�ำแนะน�ำ (Feedback) เคเอฟซี ธุรกิจแฟรนไซส์ไก่ทอด ที่มี สาขากว่า 1,000 แห่ง และเปิดบริการให้ กับผู้บริโภคมากว่า 34 ปีในประเทศไทย นอกจากจะมีจุดเด่นเรื่องสินค้าแล้ว ยัง มีการน�ำเทคโนโลยีที่หลากหลายมาช่วย ในการเข้าถึงผู้บริโภค อาทิ ไลน์ อินสตา แกรม และเฟสบุ๊ค รวมถึงใช้บริการเสียง จากผู้บริโภคผ่านโซเชียลมีดีย (Social listening tools) ในการตอบรับความพึง พอใจของผู้บริโภค เพื่อเพิ่มศักยภาพของ ธุรกิจทั้งในปัจจุบันและในอนาคต จากลูกค้าหรือผู้บริโภค ซึ่งแบรนด์ให้ ความส�ำคัญส�ำหรับธุรกิจของเรา นอกจาก เฟสบุ๊ค เคเอฟซียังมีเว็บออนไลน์ที่ใช้วัด ระดับความพึงพอใจของลูกค้าด้วยการ ให้ข้อมูลในแบบสอบถามถึงสินค้าและ บริการว่าเป็นอย่างไร นอกจากนี้เคเอฟซี ยังใช้เครื่องมือการพัฒนาทางโซเชียล มีเดีย (Social development tools) มา ช่วยในการเสริมประสิทธิภาพในการสร้าง แบรนด์อีกด้วย “เราเริ่มใช้ Social listening tools อย่างเต็มตัวมา 4 ปีที่แล้ว เพื่อจับดู sentiment และ feedback โดยตรงจาก ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว (real time) ท�ำให้ แบรนด์สามารถที่จะปรับปรุงแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นได้อย่างทันเวลา โดยแบรนด์ ท�ำงานร่วมกับเอเจนซี่ในการวางแผนว่า ต้องการฟีดเบกจากลูกค้าในเรื่องใดบ้าง แคมเปญส่งเสริมการขายหรือการตลาด ใดบ้าง และตั้งเป้าว่าจะน�ำข้อมูลมาใช้ ต่อให้เกิดประโยชน์ต่อไปอย่างไร รวม ถึงเข้าใจถึงพฤติกรรมของลูกค้าคนไทย ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียยิ่งขึ้น โดยรวม โซเชียลมีเดีย ท�ำให้แบรนด์ตื่นตัวและรับ รู้ถึงความคิดเห็น ความต้องการ และอื่นๆ ได้ตรงจากลูกค้าของเราเลย ซึ่งเป็นสิ่ง ส�ำคัญมากส�ำหรับธุรกิจของเรา” ณิชารัศมิ์ อาชญาสิทธิวัตร เคเอฟซี ใช้โซเชียลมีเดีย รับฟังความพึงพอใจจากลูกค้า
  13. 13. 13Smart Industry นอกจากนี้ยังน�ำเทคโนโลยีเกี่ยวกับ ระบบความปลอดภัย เพื่อให้ข้อมูลกับ นักท่องเที่ยวได้อย่างทันที และสามารถ เตือนภัยให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบ การท่องเที่ยวได้ เช่น การให้ข้อมูลเกี่ยว กับพายุที่เกิดฉับพลันกับเรือน�ำเที่ยว และ นักท่องเที่ยว กุสุมา กล่าวว่า สมาคมฯ ยังให้ บริการ Wristband เพื่อใส่ข้อมูลนักท่อง เที่ยว และมีการเชื่อมข้อมูลเข้ากับระบบ ของบริษัทประกันภัย และระบบเตือน ภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังให้ บริการไวไฟเพื่อให้เกิดความคล่องตัวใน ทุกการเดินทาง หรือการท�ำงาน ณ สถาน ที่ท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถ หาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่ตรงกับความ ต้องการได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังน�ำเทคโนโลยี มาช่วยในการประชาสัมพันธ์ การตลาด เพื่อวิเคราะห์ความต้องการและวางแผน การขายได้ถูกต้องตรงตามความต้องการ ของนักท่องเที่ยวให้ได้มากที่สุด และ ท�ำให้เกิดการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ เช่น CBT (Community Based Tourism) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างงานในพื้นที่ และการสร้างความสามารถในการเข้าถึง นักท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น กุสุมา เล่าต่อว่า การน�ำเทคโนโลยี มาช่วยในการท่องเที่ยวมีประโยชน์อย่าง มาก เนื่องจากเทคโนโลยีสามารถเข้า ถึงกลุ่มลูกค้าได้โดยตรงสามารถเรียนรู้ และเข้าใจพฤติกรรมของนักเที่ยวเพื่อให้ มีความประทับใจและนักท่องเที่ยวเข้า มาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เทคโนโลยียังช่วยเพิ่มโอกาสให้การขาย มีมากยิ่งขึ้น จากการที่เวลาในการสืบค้น ข้อมูลของลูกค้า และเวลาในการปฏิบัติ งานอาจมีการแตกต่างกัน แต่หากระบบ สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ ใช้ไอทีเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ กุสุมา กิ่งเล็ก ที่ปรึกษา สมาคม โรงแรม จังหวัดกระบี่ เล่าว่า ปัจจุบัน สมาคมฯ มีการน�ำเทคโนโลยีที่หลากหลาย อาทิ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(Artificial Intelligence) หรือ เอไอ ระบบออนไลน์ ระบบคิวอาร์ โค้ด (QR Code) มาช่วยใน การเข้าถึงนักท่องเที่ยว รวมถึงหากลุ่ม ลูกค้าใหม่เพื่อรองรับการมาท่องเที่ยวที่ กระบี่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและ ชาวต่างชาติมาเที่ยวจังหวัดกระบี่มากยิ่ง ขึ้น ทั้งนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวด้วยตนเอง หรือมาเป็นหมู่คณะ โดยในส่วนของเทคโนโลยีรQRCode สมาคมฯ น�ำระบบ QR Code มาใช้ใน การให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานที่ท่อง เที่ยว เพื่อให้ลูกค้าที่เดินทางท่องเที่ยวด้วย ตนเอง สามารถสืบค้นข้อมูลได้ง่ายมากขึ้น สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ ใช้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ เอไอ ระบบออนไลน์ ระบบคิวอาร์ โค้ด (QR Code) หวังเพิ่ม นักท่องเที่ยวโต 5 เปอร์เซ็นต์สิ้นปีนี้ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ เอไอ สามารถช่วยในการตอบค�ำถาม ลูกค้าได้ในทันที จะช่วยในการปิดการ ขายให้กับองค์กรได้ รวมถึงช่วยเพิ่มราย ได้ให้กับองค์กรได้ เช่น ระบบการจองตั๋ว รถ เรือ หรือโปรแกรมทัวร์ด้วยตนเอง นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อรายการ ต่างๆ ได้ด้วยตนเอง และสามารถท�ำการ จองได้จากข้อมูลที่ระบบจัดวางไว้ให้ และ หากเวลานั้นไม่ใช่เวลาปฏิบัติการปกติของ เจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในอนาคตสมาคมฯ มีแผนที่จะน�ำระบบเอไอ มาช่วยในการ ตอบปัญหา และข้อมูลลูกค้าได้ทันท่วงที มีการน�ำระบบของ Smart TV น�ำมาช่วย ในการประชาสัมพันธ์ และน�ำเสนอสินค้า และบริการใหม่ขององค์กร เพื่อสร้างให้ เกิดการรับรู้และตอกย�้ำแบรนด์ มีการ น�ำระบบ DIY or Tailor Made Service เพื่อให้ลูกค้าเลือกสินค้า หรือ บริการ ได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น เช่น การค้นหาประสบการณ์ในท้องถิ่นส�ำหรับ นักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียว ท�ำให้เกิด ความผูกพัน ความสนุกในการท่องเที่ยว มากขึ้น ทั้งนี้สมาคมฯ คาดว่าในปีนี้จะ มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวจังหวัดกระบี่เพิ่ม ขึ้นประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ จากนักท่อง เที่ยวปัจจุบันที่เข้ามาเที่ยวที่จังหวัดกระบี่ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มากกว่า 7 ล้านคน กุสุมา กิ่งเล็ก SCAN PUT QR CODE BETWEEN BARS
  14. 14. 14Smart Industry 1 กุมภาพันธ์ 2562 เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย สวทช. ร่วมกับ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 7 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จัดโครงการพัฒนา ผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม (คพอ.) หลักสูตร “การพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจอุตสาหกรรม (คพอ.) รุ่น 356 จังหวัดศรีสะเกษ” ในหัวข้อ Industry 4.0 : เตรียมความพร้อม SME ปรับตัวสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อให้ความรู้พื้นฐานของระบบงานด้านไอที ที่ควรนำ�มาใช้ สำ�หรับ SME จากพื้นฐานที่แตกต่างกันจากผู้ที่ไม่มีทักษะเลยจนถึงผู้มีความสามารถชั้นสูง โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์ฐสิฐญ์ ศรีปรางค์ ที่ปรึกษา อุตสาหกรรม บริษัท เอ็กซ์ตร้า โซลูชั่น เอ็นจิเนียริ่ง จำ�กัด มาให้ความรู้ในครั้งนี้ พร้อมพาผู้ประกอบการร่วมออกบูธแนะนำ�โซลูชั่นต่างๆ ภายในงาน ในวันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 ณ โรงแรมแกลเลอรี่ ดีไซน์ จังหวัดศรีสะเกษ 20-21 กุมภาพันธ์ 2562 เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย สวทช. ได้จัดกิจกรรมนำ�ผู้ประกอบการจับคู่ธุรกิจและสร้างเครือข่ายในจังหวัดสงขลา โดยมีผู้ประกอบการ ธุรกิจด้านซอฟต์แวร์จำ�นวน 6 ราย เข้าเยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ โรงงานแปรรูปยางพารา ศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์ โรงงานต้นแบบผลิต ยาแผนไทย ศึกษาดูงานระบบปัญญาประดิษฐ์และนวัตกรรมดิจิทัล ที่ใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรม พร้อมรับฟังแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรม ภาคใต้ ระบบเมืองอัจฉริยะ ณ สถาบันวิจัยและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมร่วมออกบูธแสดงสินค้าและบริการในงาน สวทช. - วิทย์ สัญจร “วิจัยเข้มแข็ง เสริมแกร่งภูมิภาค” ในระหว่างวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2562 ณ อำ�เภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
  15. 15. 15Smart Industry ซีที เอเชีย โรโบติกส์ เปิดตัว ดินสอมินิ หุ่นยนต์ช่วยตอบโจทย์ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ โดยบริษัทได้พัฒนาหุ่นยนต์รองรับความ ต้องการของตลาดทางด้านความบันเทิง สุขภาพ และธุรกิจค้าปลีก โดยน�ำ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence) หรือ เอไอ และเซ็นเซอร์ เข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพการท�ำงาน ประสิทธิภาพในการท�ำงานมากขึ้น ล่าสุด บริษัทฯ ได้พัฒนาหุ่นยนต์ ดินสอ มินิ เพื่อรองรับการบริการทาง การแพทย์ส�ำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์โดย หุ่นยนต์ดินสอ มินิ จะช่วยดูแลผู้ป่วย โรคอัลไซเมอร์นั้น หุ่นยนต์ดินสอ มินิ ท�ำงานร่วมกับเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ เอไอ ใน 3 รูปแบบประกอบด้วย ระบบ รับค�ำสั่งเสียง (Voice recognition) ระบบ จดจ�ำใบหน้าผู้ป่วย (Face recognition) ซึ่งสามารถจดจ�ำ และมองเห็นใบหน้า ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในระยะ2-8 เมตร ซึ่งหุ่น ยนต์จะช่วยในการสังเกตพฤติกรรมผิด ปกติของผู้ป่วยแล้วแจ้งเตือนผู้ดูแลทันที โดยบริษัทฯ ได้ทดลองประสิทธิภาพการ ใช้งานในโรงพยาบาลกว่า 10 แห่ง อาทิ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาล ศิริราช และ โรงพยาบาลสมิตติเวช เฉลิมพล ปุณโณทก ซีที เอเชีย โรโบติกส์ ส่งหุ่นยนต์ ดินสอมินิ ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ทั้งตลาด ไทยและต่างประเทศ เฉลิมพล ปุณโณทก ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีที เอเชีย โรโบติกส์ จ�ำกัด ผู้พัฒนาหุ่นยนต์ดินสอ กล่าวว่า บริษัทเริ่มพัฒนาหุ่นยนต์ภายใต้ ชื่อ ดินสอ ที่มีความสูง 35 เซ็นติเมตร หนัก 3 กิโลกรัม เพื่อรองรับกับความ ต้องการของตลาดเมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา

×