Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

Concept map

15,505 views

Published on

Published in: Education
  • Be the first to comment

Concept map

  1. 1. แผนผังมโนทัศน์<br />Concept Map<br />
  2. 2. คิดค้นโดย Prof. Joseph D.Novakจาก มหาวิทยาลัย Cornell ในปี ค.ศ.1960<br /> Concept Map เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการแทนโครงสร้างทางความคิดของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในรูปแบบที่มีสองมิติ ที่เปรียบได้กับ แผนที่ถนน (Road Map)<br />
  3. 3. ความหมายของแผนผังมโนทัศน์(Concept Map)<br /><ul><li> เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ใช้สำหรับ จัดการ(organizing) และ เขียนแทน ความรู้(knowledge) ที่ต้องการสำเสนอ ให้เห็นความสำคัญระหว่างทุกส่วนขอความคิดรวบยอดหลักและความคิดรวบยอดรองลงไป หรือเป็นความสำคัญของเนื้อเรื่องที่มีการโยงความสำคัญเข้าด้วยกัน ทำหน้าที่รวมรวบ แนวความคิด(Concepts) ทั้งหมดเขียนลงใน Block (รูปวงกลม หรือ รูปสี่เหลี่ยม) ที่บรรจุข้อความอยู่ภายใน ระหว่าง 2 Block จะถูกเชื่อมต่อด้วยลูกศร โดยลูกศรนั้นจะมีคำกิริยาที่อธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดทั้งสอง Block </li></li></ul><li>จุดประสงค์ในการใช้แผนผังมโนทัศน์<br />1. อธิบายความคิดรวบยอดที่ยากให้ชัดเจน <br />2. ช่วยเสริมความเข้าใจ และการเรียนรู้<br />3.ช่วยครูในการตรวจประเมินกระบวนการสอน<br />4.ประเมินความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียน<br />5.สื่อความหมาย แสดงให้เห็นสิ่งที่เป็นตัวอย่างของความหมายนั้น<br />
  4. 4. ประเภทของแผนผังมโนทัศน์<br />(Concept Map)<br />
  5. 5.  แบบใยแมงมุม หรือดาวกระจาย <br />(Spider Concept Map)<br />
  6. 6.  แบบช่วงชั้นของความคิด<br />(Hierarchy Concept Map)<br />
  7. 7. แบบการ Flow ของงานก่อนหลัง <br />(Flowchart Concept Map)<br />
  8. 8. 4.  แบบเชิงระบบ เชื่อมโยง <br />(System Concept Map)<br />
  9. 9. 5. แบบแผนภาพ  <br />(Picture Landscape <br />Concept Map)<br />
  10. 10. 6. แบบวงกลม<br />(A Circle Map) <br />
  11. 11. 7.  แบบสามมิติ <br />(Multidimensional / 3-D Concept Map)<br />
  12. 12. 8. แผนผังก้างปลา<br />(Fish bone)<br />
  13. 13. 9. แผนผังรูปวงกลมทับเหลื่อม<br />(Overlapping Circles Map)<br />
  14. 14. องค์ประกอบของแผนผังมโนทัศน์<br /> Concept Maps จะทำหน้าที่รวมรวบ แนวความคิด(Concepts) ทั้งหมดเขียนลงใน Block (รูปวงกลม หรือ รูปสี่เหลี่ยม) ที่บรรจุข้อความอยู่ภายใน ระหว่าง 2 Block จะถูกเชื่อมต่อด้วยลูกศร โดยลูกศรนั้นจะมีคำกิริยาที่อธิบายถึงความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดทั้งสอง Block<br />
  15. 15. บ้านพักอาศัย 1 ชั้น<br />มีโครงสร้างหลักประกอบด้วย<br />รับน้ำหนัก<br />เสา<br />พื้น<br />คาน<br />ประกอบด้วย<br />อาจเป็น<br />คานคอดิน<br />คานหลังคา<br />พื้นวางบนดิน<br />หรืออาจเป็น<br />จะถูกรับน้ำหนักโดย<br />รับน้ำหนัก<br />รับน้ำหนัก<br />พื้นวางบนคาน<br />ผนัง<br />โครงหลังคา<br />ซึ่งจะถ่ายน้ำหนักลงสู่<br />ฐานราก<br />และอาจถ่ายน้ำหนักลงสู่<br />เสาเข็ม<br />ข้อความภายใน Block จะเป็น คำนาม ส่วนข้อความกำกับลูกศรจะเป็น คำกิริยา <br />
  16. 16. หลักการในการเขียนแผนผังมโนทัศน์ <br /><ul><li>เขียนต่อเนื่องไปอย่างรวดเร็วไม่ต้องหยุด ส่งผ่านความคิดให้เกิดความลื่นไหลไปเรื่อยๆ ไม่ต้องหยุดว่าความคิดควรจะอยู่ตรงไหน เขียนลงไปก่อน (เราสามารถเคลื่อนย้ายหรือลากเส้นความสัมพันธ์ได้ทีหลัง)
  17. 17. เขียนทุกอย่างลงไปโดยไม่ต้องตีความหรือพยายามหาคำอธิบายใดๆ เพราะกระบวนการจะหยุดชะงักในการคิด</li></li></ul><li>หลักการในการเขียนแผนผังมโนทัศน์ <br /><ul><li>หากถึงทางตันของการคิดก็ลองมองไปรวมๆ ทั้งภาพแผนที่มโนทัศน์เพื่อดูว่ายังมีส่วนใดตกค้างหรือหลงเหลือที่ยังไม่ได้เขียนลงไปหรือไม่
  18. 18. บางครั้งอาจมีความจำเป็นที่จะต้องใช้สี หรือรูปทรง (shape) เพื่อแยกแยะหรือจัดหมวดหมู่ความคิด</li></li></ul><li>สิ่งที่ควรจะปรากฏในแผนผังมโนทัศน์<br /><ul><li>เขียนตัวหนังสือเป็นแบบตัวพิมพ์ใหญ่ กรณีภาษาอังกฤษ หรือ ตัวหนาและเน้นคำกรณีเป็นภาษาไทย สำหรับประเด็นความคิด
  19. 19. ใช้กระดาษแบบไม่มีเส้น (Unlined paper) เพื่อไม่ให้เส้นที่อยู่บนกระดาษมาขีดกรอบความคิด หากเลี่ยงไม่ได้ ก็ให้เส้นบรรทัดอยู่ในแนวตั้ง (Vertical) </li></li></ul><li><ul><li>เชื่อมคำที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กันด้วยเส้น (Link line) หากมีความคิดใหม่ๆ เกิดขึ้นก็แตกเส้นเชื่อมออกไปด้านข้าง</li></li></ul><li><ul><li>มีการแตกแขนงความคิด (Branches)
  20. 20. ลูกศรแสดงความสัมพันธ์ระหว่างแขนงความคิด (Node) Arrow Direction
  21. 21. การจัดกลุ่มของความคิด (Grouping ideas) โดยอาจจะขีดเส้นล้อมกรอบกลุ่มความคิด</li></li></ul><li><ul><li>รายละเอียดในรูปแบบของรายการ (List) เพื่อแสดงประกอบแต่ละความคิด (Node List)
  22. 22. บางครั้งอาจจะมีคำอธิบายประกอบแขนงความคิด (Node / Branches Note)</li></li></ul><li>ขั้นตอนในการใช้แผนผังมโนทัศน์ <br />(Concept Map)<br />Brainstorming Phase:<br />เป็นขั้นระดมสมองสนใจกับหัวเรื่องก่อน แล้วจึงหา Key Word หรือ วลี โดยกระดาษหนึ่งแผ่นจะต้องมีเพียง 1 คำหัวข้อที่จำได้ลงในกระดาษแผ่นเล็ก ๆ <br />
  23. 23. Organizing Phase<br />จัดลำดับความสำคัญ วางตำแหน่งความคิดรวบยอด หรือ Key Word จากสิ่งที่เป็นนามธรรม และทั่วๆ ไป ที่สุด ไว้ด้านบน <br />จัดกลุ่มของหัวข้อให้เป็นกลุ่ม ๆ ที่ชัดเจนและตัดคำที่ซ้ำซ้อนออกไปโดยที่โครงสร้างเดิมที่เกิดจากการ Brainstorm จะต้องเหมือนเดิม <br />เพิ่มเติมหัวข้อที่ขาดหายไปให้ครบสมบูรณ์ <br />
  24. 24. Layout Phase<br />ใช้กระดาษแผ่นใหญ่ที่สามารถบรรจุหัวข้อทั้งหมดลงไปได้อย่างเพียงพอ และจัดกลุ่มของเนื้อหาแต่ละกลุ่มโดยที่ทุกคนดูแล้วสามารถที่จะเข้าใจได้เหมือนกัน ขณะที่กำลังวาง Layout พยายามตรวจสอบความเข้าใจตลอดเวลาว่ายังมีความหมายเหมือนเดิมหรือไม่ <br />
  25. 25. Linking Phase<br />ใช้ลูกศรเชื่อมต่อ 2 บัตรคำ เข้าด้วยกัน โดยเขียนข้อความที่แสดงความสัมพันธ์ของทั้งสอง 2 บัตรคำ อย่างสั้น ๆ พอเข้าใจ ข้อความที่เขียนลงบนลูกศรจะต้องเป็นข้อความที่สามารถปฏิบัติได้และมีความสำคัญต่อ Concept นั้น<br />
  26. 26. Finalizing the Concept Map<br /><ul><li>หลังจากที่ผู้จัดทำมั่นใจว่า Concept Map ที่จัดทำขึ้นนั้นสามารถสื่อความได้อย่างเข้าใจแล้ว ผู้จัดทำต้องเน้นข้อความให้เห็นความสำคัญของแต่ละหัวข้อ เช่น เน้นด้วยสี ลักษณะตัวอักษร ความหนาของกรอบ เป็นต้น
  27. 27. นอกจากนี้ในการรวบรวมความคิดรวบยอดต้องใช้ความเข้าใจที่ชัดเจนและแม่นยำทั้งในเรื่องความหมาย และความเชื่อมโยงของความคิดรวบยอดจึงทำให้การเรียนรู้ กลายเป็นกระบวนการที่มีปฏิสัมพันธ์กัน</li></li></ul><li>เกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินให้คะแนนการใช้แผนผังมโนทัศน์<br />
  28. 28.
  29. 29.
  30. 30.
  31. 31. ตัวอย่างแผนผังมโนทัศน์(Concept Map)<br />
  32. 32.
  33. 33.
  34. 34.
  35. 35.
  36. 36. คำถามพิเศษ:<br />Concept Map <br />แตกต่างกับ<br />Mind Map อย่างไร<br />

×