กนกวรรณ

1,529 views

Published on

Published in: Technology, Business
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

กนกวรรณ

  1. 1. ผู้นำเสนอ นางสาวกนกวรรณ สุขใจ ผลของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบต่อการสร้างสเปิร์มและพยาธิสภาพเนื้อเยื่อตับในหนูเมาส์ Effectof  Hibiscussabdariffa   Linn.  Seed Extract  on Spermatogenesis and Liver Histopathology in mice ( Mus  musculus ) อาจารย์ที่ปรึกษา รศ . ดร . อำพา เหลืองภิรมย์
  2. 2. หัวข้อในการนำเสนอ 1 4 ที่มาและความสำคัญ วิธีการทดลอง ผลการทดลอง 5 สรุปและวิจารณ์ผลการทดลอง 3 2 วัตถุประสงค์
  3. 3. ที่มาและความสำคัญ <ul><li>สมุนไพรมีความสำคัญทาง </li></ul><ul><li>เศรษฐกิจ </li></ul><ul><li> มีคุณค่าทางอาหาร </li></ul><ul><li>ประโยชน์ทางยา </li></ul><ul><li> Oishi et al., 2007 </li></ul><ul><li> Jiratchariyakul et al., 2001 </li></ul>http :// images . google . co . th / imgres?imgurl = http :// herb . kapook . com
  4. 4. <ul><li>กระเจี๊ยบแดง </li></ul><ul><li>กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบเปรี้ยว </li></ul><ul><li>ส้มปู ส้มตะแลงเครง </li></ul><ul><li>ผักเก็งเค็ง ส้มเก็งเค็ง เงี้ยว </li></ul><ul><li>Hibiscus sabdariffa Linn. </li></ul><ul><li>Roselle </li></ul><ul><li>วงศ์ Malvaceae </li></ul><ul><li>นิยมนำมาทำเครื่องดื่ม </li></ul><ul><li>ลดระดับคลอเรสเตอรอลใน เลือด </li></ul><ul><li>เพิ่มระดับฮอร์โมนโพรแลกทิน </li></ul>http :// images . google . co . th / imgres?imgurl = http :// img . kapook . com / image
  5. 5. วัตถุประสงค์ <ul><li>เพื่อศึกษาพิษของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงต่อ </li></ul><ul><li>การทำลายของเนื้อเยื่อตับ และเนื้อเยื่ออัณฑะของหนูเมาส์ </li></ul><ul><li>เพื่อศึกษาผลของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบต่อระดับฮอร์โมนโพรแลกทินของหนูเมาส์ </li></ul><ul><li>เพื่อศึกษาผลของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบต่อ </li></ul><ul><li>คุณภาพสเปิร์มของหนูเมาส์ </li></ul>1 2 3
  6. 6. ขอบเขตและข้อจำกัดของการวิจัย ศึกษาพิษของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงที่มีต่อตับ หลังจากป้อนสารสกัดด้วยน้ำจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงในขนาด 20 และ 80 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว แก่หนูเมาส์เป็นเวลา 15 วัน ทำการตรวจจุลพยาธิสภาพของเนื้อเยื่อตับ และวัดระดับเอนไซม์ alanine aminotransferase ( ALT ) ในเลือด ศึกษาผลของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงที่มีต่ออัณฑะ ทำการตรวจวัดระดับฮอร์โมนโพรแลกทินในเลือด ตรวจสอบ จุลพยาธิสภาพของอัณฑะ และตรวจสอบคุณภาพสเปิร์มที่เก็บจากท่ออิพิดิไดมิสและวาสดีเฟอเรน
  7. 7. วิธีการศึกษา สัตว์ทดลอง - หนูเมาส์ ( Mus musculus ) - พันธุ์ Swiss albino เพศผู้ - อายุ 12-14 สัปดาห์ - น้ำหนัก 30-45 กรัม - กรงแสตนเลส - ห้องควบคุมอุณหภูมิ 25  2 ๐ C - L:D = 12:12 - อาหารอัดเม็ดสำเร็จรูป - น้ำประปาดื่มตลอดเวลา
  8. 8. การเตรียมสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดง เมล็ดกระเจี๊ยบแดง 100 กรัม บดละเอียด แช่ในน้ำกลั่น 2.5 ลิตร 10 ชั่วโมง กรองด้วยผ้าขาวบาง ตู้อบที่อุณหภูมิ 45 0 C ผงสารสกัดเมล็ดกระเจี๊ยบแดง
  9. 9. การทดลอง <ul><li>หนูเมาส์เพศผู้จำนวน 18 ตัวแบ่งการทดลองออกเป็น 3 กลุ่ม </li></ul><ul><li>กลุ่มละ 6 ตัว ดังนี้ </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ 1 กลุ่มควบคุมป้อนน้ำกลั่น 1 มิลลิลิตร / 100 กรัม น้ำหนักตัว </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ 2 ป้อนสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบขนาด 20 มิลลิกรัม / </li></ul><ul><li> 100 กรัมน้ำหนักตัว </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ 3 ป้อนสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบขนาด 80 มิลลิกรัม / </li></ul><ul><li> 100 กรัมน้ำหนักตัว </li></ul>
  10. 10. วิธีการเจาะเลือดเพื่อใช้ตรวจวัดระดับฮอร์โมนโพรแลกทินและระดับเอนไซม์ ALT ในเลือด สลบหนูด้วยอีเทอร์ ผ่าตัดเปิดช่องท้องและช่องอก เข็มฉีดยาที่มี heparin ดูดเลือดช้า ปั่นเหวี่ยง 1800 รอบ / วินาที 3 นาที ดูดซีรั่ม เก็บที่ - 20 o C ส่งตรวจห้องปฏิบัติการกลาง คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  11. 11. วิธีการตรวจสอบคุณภาพสเปิร์ม ตัด epididymis และ vas diferen ชะด้วย 0.9% NaCl 2 ml. น้ำเชื้อ 0.1 ml. trypan blue 0.9 ml. หยดลง hemocytometer นับจำนวนสเปิร์ม ตรวจการมีชีวิตของสเปิร์ม
  12. 12. วิธีการตรวจสอบคุณภาพสเปิร์ม ตัด epididymis และ vas diferen ชะด้วย 0.9% NaCl 2 ml. หยดน้ำเชื้อลงบนสไลด์หลุม ตรวจการเคลื่อนที่ของสเปิร์ม หยดน้ำเชื้อ 1 หยด หลอดทดลอง หยด eosin-nigrosin 2 หยด สเมียร์บนสไลด์ ตรวจสอบรูปร่างสเปิร์มที่ผิดปกติ
  13. 13. การเตรียมสไลด์เพื่อศึกษาลักษณะทางจุลพยาธิสภาพเนื้อเยื่อตับและอัณฑะ ตัดตับและอัณฑะ แช่ในสารละลาย Bouin ล้างด้วย 70% alcohol กรรมวิธีพาราฟิน ย้อม H&E นับจำนวนชั้น spermatocyte,spermatid ตรวจสอบความผิดปกติ ของเนื้อเยื่อตับ
  14. 14. การวิเคราะห์ข้อมูล <ul><li>- จำนวนสเปิร์มทั้งหมด ร้อยละการมีชีวิตของสเปิร์ม จำนวนสเปิร์มที่เคลื่อนที่ปกติ จำนวนสเปิร์มที่ผิดปกติ ชั้นของ spermatocyte และ spermatid </li></ul><ul><li>ในท่อเซมินิเฟอรัสของกลุ่มควบคุม และกลุ่มทดลอง หาค่าเฉลี่ย </li></ul><ul><li>และค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน วิเคราะห์ความแปรปรวนแบบแจกแจง </li></ul><ul><li>ทางเดียว ( One-Way ANOVA ) โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป SPSS </li></ul><ul><li>ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% (P<0.05) </li></ul><ul><li>- ลักษณะทางจุลพยาธิสภาพเนื้อเยื่อตับและอัณฑะ ตรวจสอบใต้กล้องจุลทรรศน์ โดยบรรยายลักษณะที่ผิดปกติ </li></ul>
  15. 15. ผลการทดลอง 1. การศึกษาพิษของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงต่อตับ 1.1 ผลของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงต่อระดับ เอนไซม์ ALT ในเลือด 1.2 ผลของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงต่อ จุลพยาธิสภาพของเนื้อเยื่อตับ
  16. 16. 1 . การศึกษาพิษของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงต่อตับ 1.1 ผลของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงต่อระดับเอนไซม์ ALT ในเลือด ระดับเอนไซม์ที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ 2.1 – 23.8 IU/l (Nomura et al., 1975) สารสกัดเมล็ดกระเจี๊ยบ ( mg/100g BW ) ( N=6 ) เอนไซม์ ALT ( X ± SD ,IU/l ) 0 22.67 ± 4.58 20 11.17 ± 6.76 80 21.17 ± 4.40
  17. 17. 1 . การศึกษาพิษของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงต่อตับ 1.2 ผลของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงต่อจุลพยาธิสภาพ ของเนื้อเยื่อตับ กลุ่มที่ได้รับสารสกัดขนาด 80 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว พบมีการแทรกตัวของเม็ดเลือดขาว ( lymphocytic infiltration ) เล็กน้อย
  18. 18. 1.2 ผลของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงต่อจุลพยาธิสภาพ ของเนื้อเยื่อตับ C S H -hepatocyte, H - sinusoid lining cell, S -central vein, C H&E กำลังขยาย 400 เท่า Normal S C H
  19. 19. 1.2 ผลของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงต่อจุลพยาธิสภาพ ของเนื้อเยื่อตับ C S H -hepatocyte, H - lymphocytic infiltration, L H&E กำลังขยาย 400 เท่า lymphocytic infiltration H L
  20. 20. 2 . การศึกษาผลของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงต่ออัณฑะ 2.1 ผลของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงต่อระดับฮอร์โมน โพรแลกทินในเลือด N= จำนวนหนูในแต่ละกลุ่มการทดลอง อักษรที่ต่างกันในแต่ละคอลัมน์มีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญที่ P<0.05 สารสกัดเมล็ดกระเจี๊ยบ ( mg/100g BW ) ( N=6 ) ฮอร์โมนโพรแลกทิน ( X ± SD , ng/ml ) 0 0.11 ± 0.11 a 20 0.17 ± 0.10 ab 80 0.29 ± 0.28 b
  21. 21. 2.2 ผลของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงต่อจุลพยาธิสภาพ ของอัณฑะ 1.47 2.59 1.78 2.22 2.07 2.85
  22. 22. Sg Sg Sc Sc St St Sz Sz -spermatogonium (Sg) -spermatocyte (Sc) -spermatid (St) -spermatozoas (Sz) (H&E) กำลังขยาย 400 เท่า กลุ่มควบคุม 20 mg/100g น้ำหนักตัว
  23. 23. 80 mg/100g น้ำหนักตัว -spermatogonium (Sg) -spermatocyte (Sc) -spermatid (St) -spermatozoas (Sz) (H&E) กำลังขยาย 400 เท่า Sg Sc St Sz
  24. 24. 2.3 ผลของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงต่อคุณภาพสเปิร์ม กลุ่มที่ได้รับสารสกัดเมล็ดกระเจี๊ยบขนาด 20 และ 80 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว มีจำนวนสเปิร์ม 12.12 x 10 7 และ 13.73 x 10 7 ตัว / มิลลิลิตรตามลำดับและไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม ซึ่งมีจำนวนเท่ากับ 12.49 x 10 7
  25. 25. กลุ่มที่ได้รับสารสกัดขนาด 20 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว มีจำนวนสเปิร์มที่มีชีวิตร้อยละ 81.83 และไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม ซึ่งมีจำนวนร้อยละ 78.92 ส่วนกลุ่มที่ได้รับสารสกัดขนาด 80 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว มีจำนวนสเปิร์มที่มีชีวิตร้อยละ 73.27 ซึ่งลดลงและแตกต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( P<0.05 ) กลุ่มที่ได้รับสารสกัดขนาด 20 และ 80 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว มีจำนวนสเปิร์มที่เคลื่อนที่ร้อยละ 65.77 และ 66.32 และ ไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม ซึ่งมีจำนวนร้อยละ 70.84
  26. 26. กลุ่มที่ได้รับสารสกัดขนาด 80 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว มีจำนวนสเปิร์มผิดปกติร้อยละ 25.05 ซึ่งลดลงแต่ไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุมซึ่งมีร้อยละ 28.72 ส่วนกลุ่มที่ได้รับสารสกัดขนาด 20 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว มีจำนวนสเปิร์มที่ผิดปกติร้อยละ 21.78 ซึ่งลดลงและแตกต่างจากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ( P<0.05 ) ลักษณะรูปร่างที่ผิดปกติของสเปิร์มที่พบ ได้แก่ หัวไม่ต่อกับหาง ( deteched head ) ส่วนตัวมีหยดน้ำ ( medial protoplasmic droplet ) ส่วนตัวและหางขดม้วน ( coiled middle piece and tail ) ส่วนหางโค้งงอ ( coil tail )
  27. 28. สเปิร์มรูปร่างปกติ หัวไม่ติดกับหาง
  28. 29. ส่วนตัวมีหยดน้ำ ส่วนหัวติดกับหาง
  29. 30. ส่วนหางโค้งงอ
  30. 31. สรุปและวิจารณ์ผลการทดลอง การศึกษาพิษของสารสกัดจากเมล็ดกระเจี๊ยบแดงต่อตับ หนูเมาส์กลุ่มควบคุมและกลุ่มที่ได้รับสารสกัดเมล็ดกระเจี๊ยบ 20 และ 80 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว ซึ่งเป็นระดับเอนไซม์ที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ (Nomura et al., 1975) เมื่อตรวจลักษณะทางจุลพยาธิสภาพเนื้อเยื่อตับหนูที่ได้รับสารสกัดขนาด 20 และ 80 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว พบเซลล์ตับมีการเรียงตัวเป็นระเบียบในกลุ่มควบคุมและกลุ่มที่ได้รับสารสกัดขนาด 20 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว ส่วนกลุ่มที่ได้รับสารสกัดขนาด 80 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว พบมีการแทรกตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาว เพียงเล็กน้อย
  31. 32. <ul><li>การศึกษาผลของสารสกัดกระเจี๊ยบแดงต่ออัณฑะ </li></ul><ul><li>หนูเมาส์กลุ่มที่ได้รับสารสกัดเมล็ดกระเจี๊ยบ 80 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว มีระดับฮอร์โมนโพรแลกทินเพิ่มสูงขึ้นจากกลุ่มควบคุมและกลุ่มที่ได้รับสารสกัดขนาด 20 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว อย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้อง Okasha et al. (2008) เพิ่มการหลั่งฮอร์โมนโพรแลกทินในหนูแรทเพศเมีย </li></ul>
  32. 33. เมื่อตรวจลักษณะทางจุลพยาธิสภาพเนื้อเยื่ออัณฑะ พบว่ากลุ่มที่ได้รับสารสกัดขนาด 80 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว มีจำนวนชั้น spermatocyte และ spermatid ลดลงแตกต่างจากกลุ่มควบคุม กลุ่มที่ได้รับสารสกัดขนาด 80 มิลลิกรัม / 100 กรัมน้ำหนักตัว มีจำนวนสเปิร์มที่มีชีวิตลดลง ประมวล วีรมุตเสน ( 2532 ) ฮอร์โมนโพรแลกทินมีผลต่อ hypothalamus รบกวนต่อการหลั่ง GnRH มีผลทำให้สัดส่วน FSH/LH ผิดปกติไป ขัดขวางการตอบสนองของรังไข่ต่อฮอร์โมน Chareonphandhu and Krishamanra (2007) ฮอร์โมนโพรแลกทินควบคุมการดูดซึมแคลเซียมที่ลำไส้เล็ก
  33. 34. HYPOTHALAMUS PITUITARY GLAND GnRH GONADS MAMMARY GLAND PROLACTIN FSH/LH
  34. 35. เอกสารอ้างอิง ประมวล วีรุตมเสน . 2532. สรีรวิทยาการเจริญพันธุ์ . โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , กรุงเทพฯ . สุพรพิมพ์ เจียสกุล , กนกวรรณ ติลกสกุลชัย , วัฒนา วัฒนาภา และชัยเลิศ พิชิตพรชัย . 2540. สรีรวิทยา 1. เรือนแก้วการพิมพ์ , กรุงเทพฯ . Capasso, R., Aviello, G., Capasso, F., Savino, F., Izzo, A. A., Lembo, F. and Borrelli, F. 2009. Silymarin BIO-C, an extract from Silybum marianum fruits, induces hyperprolactinemia in intact female rats. Phytomedicine 16: 839-844. Chareonphandhu, N. and Krishamanra, N. 2007. Prolactin is an important regulator of intestinal calcium transport. Can J Physiol Pharmacol 85: 569-581. Ganguly, M., Borthakur, M. K., Devi, N. and Mahanta, R. 2007. Antifertility activity of the methanolic leaf extract of Cissampelos pareira in female albino mice. Journal of Ethnophamacology 111: 688-691.
  35. 36. กิตติกรรมประกาศ ขอขอบพระคุณ รศ . ดร . อำพา เหลืองภิรมย์ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิจัย คณาจารย์ภาควิชาชีววิทยาทุกท่าน เจ้าหน้าที่ภาควิชาชีววิทยาทุกท่าน ขอขอบคุณตัวอย่างสัตว์ทดลองที่สละชีวิตในการทำโครงงานวิจัย
  36. 37. Thank You
  37. 38. LH FSH inhibin Leydig cells Sertoli cells testosterone testosterone Negative Feedback Negative Feedback

×