หลักสูตรกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ปรับปรุง ม.ต้น

13,309 views

Published on

หลักสูตรกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ปรับปรุง ม.ต้น

  1. 1. วิสัยทัศน์ หลักสู ตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืนฐาน พุทธศักราช 2551 ้ หลักสู ตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผูเ้ รี ยนทุกคน ซึ่ งเป็ นกาลังของชาติให้เป็ นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่ างกาย ความรู ้ คุณธรรมมีจิตสานึกในความเป็ นพลเมืองไทยและเป็ นพลโลก ยึดมันในการปกครองตามระบอบประชาธิ ปไตยอันมีพระมหากษัตริ ยทรงเป็ นประมุข ่ ์มีความรู ้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จาเป็ นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวต โดยมุ่งเน้นผูเ้ รี ยนเป็ นสาคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรี ยนรู ้และพัฒนา ิตนเองได้เต็มตามศักยภาพหลักการ หลักสู ตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหลักการที่สาคัญ ดังนี้ 1. เป็ นหลักสู ตรการศึกษาเพื่อความเป็ นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรี ยนรู้เป็ นเป้ าหมายสาหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็ นไทยควบคู่กบความเป็ นสากล ั 2. เป็ นหลักสู ตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาคและมีคุณภาพ 3. เป็ นหลักสู ตรการศึกษาที่สนองการกระจายอานาจ ให้สังคมมีส่วนร่ วมในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น ่ 4. เป็ นหลักสู ตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุนทั้งด้านสาระการเรี ยนรู ้เวลาและการจัดการเรี ยนรู้ 5. เป็ นหลักสู ตรการศึกษาที่เน้นผูเ้ รี ยนเป็ นสาคัญ 6. เป็ นหลักสู ตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยครอบคลุมทุกกลุ่มเป้ าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรี ยนรู ้ และประสบการณ์จุดหมาย หลักสู ตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผูเ้ รี ยนให้เป็ นคนดี มีปัญญามีความสุ ข มีศกยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกาหนดเป็ นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับ ัผูเ้ รี ยน เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้
  2. 2. 1. มีคุณธรรม จริ ยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวนยและ ิ ัปฏิบติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรื อศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของ ัเศรษฐกิจพอเพียง 2. มีความรู ้ ความสามารถในการสื่ อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีและมีทกษะชีวต ั ิ 3. มีสุขภาพกายและสุ ขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกาลังกาย 4. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็ นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมันในวิถีชีวต ่ ิและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริ ยทรงเป็ นประมุข ์ 5. มีจิตสานึกในการอนุรักษ์วฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนา ัสิ่ งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทาประโยชน์และสร้างสิ่ งที่ดีงามในสังคม และอยูร่วมกันในสังคม ่อย่างมีความสุ ขสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในการพัฒนาผูเ้ รี ยนตามหลักสู ตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งเน้นพัฒนาผูเ้ รี ยนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กาหนด ซึ่ งจะช่วยให้ผเู ้ รี ยนเกิดสมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน หลักสู ตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งให้ผเู ้ รี ยนเกิดสมรรถนะสาคัญ 5 ประการดังนี้ 1. ความสามารถในการสื่ อสาร เป็ นความสามารถในการรับและส่ งสารมีวฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู ้ความเข้าใจ ความรู ้สึก และทัศนะของตนเอง ัเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อนจะเป็ นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม ัรวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปั ญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรื อไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วธีการสื่ อสาร ที่มีประสิ ทธิ ภาพ ิโดยคานึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็ นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวจารณญาณ และการคิดเป็ นระบบ เพื่อนาไปสู่ ิการสร้างองค์ความรู ้หรื อสารสนเทศเพื่อการตัดสิ นใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็ นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศเข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู ้ ประยุกต์
  3. 3. ความรู ้มาใช้ในการป้ องกันและแก้ไขปั ญหา และมีการตัดสิ นใจที่มีประสิ ทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่ งแวดล้อม 4. ความสามารถในการใช้ ทกษะชีวต เป็ นความสามารถในการนากระบวนการ ั ิต่าง ๆ ไปใช้ในการดาเนินชีวตประจาวัน การเรี ยนรู ้ดวยตนเอง การเรี ยนรู ้อย่างต่อเนื่อง การทางาน ิ ้และการอยูร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริ มความสัมพันธ์อนดีระหว่างบุคคล ดการปัญหาและ ่ ั การจัความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทนกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและ ัสภาพแวดล้อม และการรู ้จกหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผูอื่น ั ้ 5. ความสามารถในการใช้ เทคโนโลยีเป็ นความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยีดานต่าง ๆ และมีทกษะกระบวนการทางเทคโนโลยี ่อการพัฒนาตนเองและสังคม ้ ั เพืในด้านการเรี ยนรู ้ การสื่ อสาร การทางาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสมและมีคุณธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หลักสู ตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผูเ้ รี ยนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยูร่วมกับผูอ่ืนในสังคมได้อย่างมีความสุ ข ในฐานะเป็ นพลเมืองไทยและ ่ ้พลโลก ดังนี้ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริ ย ์ 2. ซื่อสัตย์สุจริ ต 3. มีวนย ิ ั 4. ใฝ่ เรี ยนรู้ ่ 5. อยูอย่างพอเพียง 6. มุ่งมันในการทางาน ่ 7. รักความเป็ นไทย 8. มีจิตสาธารณะ
  4. 4. โครงสร้ างเวลาเรียน (แนบท้ายคาสั่ง สพฐ. ที่ 683/2552 ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2552) หลักสู ตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กาหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรี ยน ดังนี้ เวลาเรียน ระดับ กลมสาระการเรียนร/ ุ่ ู้ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษา กิจกรรม ตอนปลาย ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 ม.1 ม.2 ม.3 ม.4-6 กลุ่มสาระการเรี ยนรู ้ 120 120 120 240ภาษาไทย 200 200 200 160 160 160 (3 นก.) (3 นก.) (3 นก.) (6 นก.) 120 120 120 240คณิตศาสตร์ 200 200 200 160 160 160 (3 นก.) (3 นก.) (3 นก.) (6 นก.) 120 120 120 240วิทยาศาสตร์ 80 80 80 80 80 80 (3นก.) (3นก.) (3นก.) (6 นก.)สังคมศึกษา ศาสนา และ 120 120 120 120 120 120 160 160 160 320วัฒนธรรม (4 นก.) (4 นก.) (4 นก.) (8 นก.)◦ ประวัติศาสตร์ 40 40 40 40 40 40 40 40 40 80 (1 นก.) (1 นก.) (1 นก.) (2 นก.)◦ ศาสนา ศีลธรรมจริ ยธรรม◦ หน้าที่พลเมืองวัฒนธรรม 120 120 120 240 80 80 80 80 80 80และการดาเนินชีวิตในสังคม (3นก.) (3นก.) (3นก.) (6 นก.)◦ เศรษฐศาสตร์◦ ภูมิศาสตร์ 80 80 80 120สุ ขศึกษาและพลศึกษา 80 80 80 80 80 80 (2 นก.) (2 นก.) (2 นก.) (3 นก.) 80 80 80 120ศิลปะ 80 80 80 80 80 80 (2 นก.) (2 นก.) (2 นก.) (3 นก.) 80 80 80 120การงานอาชีพและเทคโนโลยี 40 40 40 80 80 80 (2 นก.) (2 นก.) (2 นก.) (3 นก.) 120 120 120 240ภาษาต่ างประเทศ 40 40 40 80 80 80 (3 นก.) (3 นก.) (3 นก.) (6 นก.) 880 (22 880 880 1,640 รวมเวลาเรี ยน (พื้นฐาน) 840 840 840 840 840 840 นก.) (22 นก.) (22 นก.) (41 นก.) กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รี ยน 120 120 120 120 120 120 120 120 120 360 รายวิชา/กิจกรรมที่ ไม่นอยกว่า ้สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตาม ปี ละไม่เกิน 40 ชัวโมง ่ ปี ละไม่เกิน 200 ชัวโมง ่ 1,600 ชัวโมง ่ความพร้อมและจุดเน้น รวม 3 ปี ไม่ รวมเวลาเรียนทั้งหมด ไม่ เกิน 1,000 ชั่วโมง/ปี ไม่ เกิน 1,200 ชั่วโมง/ปี น้ อยกว่า 3,600 ชั่วโมง
  5. 5. 5วิสัยทัศน์ พันธกิจ เปาหมายโรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก ้ ภายในปี 2558 เป็ นโรงเรี ยนดี มีมาตรฐานการศึกษาสู่ สากล ชุมชน ร่ วมพัฒนาสร้างสรรค์ มุ่งมันสื บสานงานพระราชดาริ ่เปาหมาย ้ ผลักดันให้โรงเรี ยนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษกผ่านการประเมินคุณภาพรอบที่ 3 และยกระดับการจัดการศึกษาให้เป็ นไปตามเกณฑ์มาตรฐานสากล ขึ้นสู่ สถาบันการศึกษาที่มีตาแหน่ง 1 ใน 5 ของเขตพื้นที่การมัธยมศึกษาร้อยเอ็ด เขต27 (สพม. 27)จุดเน้ น จัดการเรี ยนการสอนให้ผเู้ รี ยนเป็ นผูที่มีความรู้ ความสามารถ เป็ นคนดี ้บุคลากรทุกคนของโรงเรี ยนตระหนัก และภาคภูมิใจในเกียรติภูมิการเป็ นลูก “จตุร -รัชดา” ร่ วมกันสร้างชื่อเสี ยงให้ลือเลื่องขจรขจาย
  6. 6. 6สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในการพัฒนาผูเ้ รี ยนตามหลักสู ตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งเน้นพัฒนาผูเ้ รี ยนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กาหนด ซึ่ งจะช่วยให้ผเู ้ รี ยนเกิดสมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน หลักสู ตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งให้ผเู ้ รี ยนเกิดสมรรถนะสาคัญ 5 ประการดังนี้ 1. ความสามารถในการสื่ อสาร เป็ นความสามารถในการรับและส่ งสารมีวฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู ้ความเข้าใจ ความรู ้สึก และทัศนะของตนเอง ัเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อนจะเป็ นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม ัรวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปั ญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรื อไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วธีการสื่ อสาร ที่มีประสิ ทธิ ภาพ ิโดยคานึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็ นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวจารณญาณ และการคิดเป็ นระบบ เพื่อนาไปสู่ ิการสร้างองค์ความรู ้หรื อสารสนเทศเพื่อการตัดสิ นใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็ นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศเข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู ้ ประยุกต์ความรู ้มาใช้ในการป้ องกันและแก้ไขปั ญหา และมีการตัดสิ นใจที่มีประสิ ทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่ งแวดล้อม กระบวนการแก้ปัญหา การประเมินผลถูกออกแบบอย่างรอบคอบ ชนิดที่วาผลที่ ่นักเรี ยนแสดงออกมา จะชี้บอกถึงระดับความสามารถของนักเรี ยนที่จะเผชิญหน้ากับปั ญหาและการแก้ปัญหาอย่างมีประสิ ทธิ ภาพ โดยนักเรี ยนจะต้องแสดงออกว่ามีความสามารถที่จะ 1) เข้าใจปัญหา รวมทั้งการเข้าใจเรื่ องราวสาระจากข้อเขียน แผนผัง สู ตรตารางและสามารถอ้างอิง เชื่อมโยงสาระจากแหล่งต่าง ๆ แสดงออกว่าเข้าใจแนวคิดที่เกี่ยวข้องใช้สาระจากพื้นฐานความรู ้เดิมของตน เพื่อทาความเข้าใจกับสาระเรื่ องราวที่กาหนดให้
  7. 7. 7 2) บอกลักษณะปัญหา รวมทั้งการระบุบอกตัวแปรในปั ญหา และตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องระหว่างตัวแปร ตัดสิ นใจว่าตัวแปรใดใช้ได้หรื อใช้ไม่ได้ สร้างสมมุติฐาน และค้นคืนสาระ จัดกระทา พิจารณาและประเมินสาระที่มีอยู่ 3) แสดงการนาเสนอการแก้ปัญหา รวมทั้งการสร้างตาราง กราฟสัญลักษณ์ การพูด 4) ลงมือแก้ปัญหา รวมถึงการตัดสิ นใจ วิเคราะห์ระบบ หรื อออกแบบระบบเพื่อนนาไปสู่ เป้ าหมายหรื อวิเคราะห์วนิจฉัยและเสนอวิธีการแก้ปัญหา ิ 5) สะท้อนการแก้ปัญหา รวมถึงการตรวจสอบการแก้ปัญหาและมองหาสาระข้อมูลเพิมเติม หรื อเพิมคาอธิ บายให้ชดเจนยิงขึ้น ประเมินการแก้ปัญหาจากมุมมองต่าง ๆ หรื อ ่ ่ ั ่หาวิธีแก้ปัญหาใหม่ และให้เป็ นที่ยอมรับมากขึ้น หรื อเพื่อให้สามารถอธิ บายได้ 6) สื่ อสารการแก้ปัญหา รวมถึงการเลือกสื่ อและการนาเสนอที่เหมาะสมเพื่อบอกกล่าวและสื่ อสารการแก้ปัญหาให้คนนอกได้รับรู ้ 4. ความสามารถในการใช้ ทกษะชีวต เป็ นความสามารถในการนากระบวนการ ั ิต่าง ๆ ไปใช้ในการดาเนินชีวตประจาวัน การเรี ยนรู ้ดวยตนเอง การเรี ยนรู ้อย่างต่อเนื่อง การทางาน ิ ้และการอยูร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริ มความสัมพันธ์อนดีระหว่างบุคคล ดการปัญหาและ ่ ั การจัความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทนกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและ ัสภาพแวดล้อม และการรู ้จกหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผูอื่น ั ้ 5. ความสามารถในการใช้ เทคโนโลยีเป็ นความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยี ด้านต่าง ๆ และมีทกษะกระบวนการทางเทคโนโลยี ่อการพัฒนาตนเองและสังคม ั เพืในด้านการเรี ยนรู ้ การสื่ อสาร การทางาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสมและมีคุณธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หลักสู ตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผูเ้ รี ยนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยูร่วมกับผูอ่ืนในสังคมได้อย่างมีความสุ ข ในฐานะเป็ นพลเมืองไทยและ ่ ้พลโลก ดังนี้ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หมายถึง มีความภาคภูมิใจในความเป็ นไทย นิยมไทยปฏิบติตามคาสั่งสอนของศาสนา เคารพเทิดทูนศาสนา แสดงความจงรักภักดี เทิดทูนพระเกียรติ ัและ พระราชกรณี ยกิจของพระมหากษัตริ ย ์
  8. 8. 8 2. ซื่อสั ตย์ สุจริต หมายถึง การประพฤติปฏิบติอย่างเหมาะสม และตรงต่อความ ัเป็ นจริ ง ประพฤติปฏิบติอย่างตรงไปตรงมา ทั้งกาย วาจา ใจ ต่อตนเองและผูอื่น รวมตลอดทั้งต่อ ั ้หน้าที่ การงานและคามันสัญญา ความประพฤติที่ตรงไปตรงมา และจริ งใจในสิ่ งที่ถูกที่ควร ่ถูกต้องตามทานองคลองธรรม รวมไปถึงการไม่คิดคดทรยศ ไม่คดโกงและไม่หลอกลวง นอกจากนี้แล้วความซื่อสัตย์สุจริ ตยังรวมไปถึง การรักษาคาพูดหรื อคามันสัญญา และการปฏิบติหน้าที่การงาน ่ ัของตนเองด้วยความรับผิดชอบ และด้วยความซื่ อสัตย์ไม่แสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้องด้วยการใช้ อานาจหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่ งความซื่ อสัตย์สุจริ ตนี้จะดาเนินไปด้วยความตั้งใจจริ งเพื่อทาหน้าที่ของตนเองให้สาเร็ จลุล่วง ด้วยความระมัดระวัง และเกิดผลดีต่อตนเองและสังคม 3. มีวนัย หมายถึง การควบคุมความประพฤติให้ถูกต้องและเหมาะสมกับจรรยา ิมารยาท ข้อบังคับ ข้อตกลง กฎหมาย และศีลธรรมการรู้จกควบคุมตนเองให้ประพฤติปฏิบติตาม ั ัข้อตกลง ข้อบังคับ ระเบียบแบบแผน และขนบธรรมเนียมประเพณี อนดีงาม ย่อมนามาซึ่ ง ัความสงบสุ ขในชีวตของตน ความเป็ นระเบียบเรี ยบร้อยของสังคมและประเทศชาติ ิ 4. ใฝ่ เรียนรู้ หมายถึง การค้นคว้าหาความรู ้หรื อสิ่ งที่เป็ นประโยชน์เพื่อพัฒนาตนเองอยูเ่ สมอ 5. อยู่อย่ างพอเพียง หมายถึง การมีความพอดีในการบริ โภค ใช้ทรัพยากรและเวลาว่างให้เป็ นประโยชน์ คานึงถึงฐานะและเศรษฐกิจ คิดก่อนใช้จ่ายตามความเหมาะสม รู ้จก ัการเพิ่มพูนทรัพย์ ด้วยการเก็บและนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ดูแลรักษาบูรณทรัพย์ของตนเองมีการเก็บออมเงินไว้ตามสมควร 6. มุ่งมั่นในการทางาน หมายถึง การศึกษาเรี ยนรู้เพื่อหาข้อเท็จจริ ง ซึ่งอาจพัฒนาไปสู่ ความจริ ง ในสิ่ งที่ตองการเรี ยนรู ้ หรื อต้องการหาคาตอบ เพื่อนาคาตอบที่ได้น้ นมาใช้ประโยชน์ ้ ัในด้านต่าง ๆ เช่น การยกระดับความรู ้ การนาไปประยุกต์ใช้ในชีวตประจาวัน ฯลฯหรื อนามาสรุ ป ิเป็ นความจริ งให้ได้ 7. รักความเป็ นไทย หมายถึง เข้าใจ หวงแหนความเป็ นไทยซึ่งถือเป็ นต้นทุนทางสังคม ทาให้ทุกศาสนา สามารถอยูร่วมกันได้อย่างสันติโดยต้องมีการดาเนินชีวตโดยกายสุ จริ ต วจี ่ ิสุ จริ ต และมโนสุ จริ ตเป็ นคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการเข้าสังคมและการมีปฏิสมพันธ์กบผูอื่น เช่น ั ั ้ความมีกิริยามารยาท การปรับตัว ความตรงต่อเวลา ความสุ ภาพ การมีสมมาคารวะ การพูดจา ัไพเราะ และความอ่อนน้อมถ่อมตน 8. มีจิตสาธารณะ หมายถึง คุณลักษณะทางจิตใจของบุคคลเกี่ยวกับการมองเห็นคุณค่า หรื อการให้คุณค่าแก่การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและสิ่ งต่าง ๆ ที่เป็ นสิ่ งสาธารณะที่ไม่มีผใด ู้
  9. 9. 9ผูหนึ่งเป็ นเจ้าของ หรื อเป็ นสิ่ งที่คนในสังคมเป็ นเจ้าของร่ วมกัน เป็ นสิ่ งที่สามารถสังเกตได้จาก ้ความรู้สึกนึกคิด หรื อการกระทาที่แสดงออกมา ได้แก่ การหลีกเลี่ยงการใช้หรื อการกระทาที่จะทาให้เกิดความชารุ ดเสี ยหายต่อส่ วนรวมที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของกลุ่ม การถือเป็ นหน้าที่ที่จะมีส่วนร่ วมในการดูแลรักษาของส่ วนรวมนวิสัยที่ตนสามารถทาได้ และการเคารพสิ ทธิในการใช้ของ ใส่ วนรวมที่เป็ นประโยชน์ร่วมกันของกลุ่ม
  10. 10. 10 โครงสร้ างหลักสู ตรโรงเรียนจตุรพักตรพิมานรัชดาภิเษก พุทธศักราช 2553 ตามหลักสู ตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืนฐาน พุทธศักราช 2551 ้ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้ น (มัธยมศึกษาปี ที่ 1 – 3) ปรับปรุ งครั้งที่ 1 พ.ศ.2555 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 3 ภาคเรี ยนที่ 1 ภาคเรี ยนที่ 2 ภาคเรี ยนที่ 1 ภาคเรี ยนที่ 2 ภาคเรี ยนที่ 1 ภาคเรี ยนที่ 2 กลุ่มสาระ สาระการเรี ยนรู้/ กิจกรรม สาระการเรี ยนรู้/ กิจกรรม สาระการเรี ยนรู้/ กิจกรรม สาระการเรี ยนรู้/ กิจกรรม สาระการเรี ยนรู้/ กิจกรรม สาระการเรี ยนรู้/ กิจกรรม การเรี ยนรู ้ หน่วยกิต พัฒนา หน่วยกิต พัฒนา หน่วยกิต พัฒนา หน่วยกิต พัฒนา หน่วยกิต พัฒนา หน่วยกิต พัฒนา พื้น เพิ่ม พื้น เพิ่ม พื้น เพิ่ม พื้น เพิ่ม พื้น เพิ่ม พื้น เพิ่ม ผูเ้ รี ยน ผูเ้ รี ยน ผูเ้ รี ยน ผูเ้ รี ยน ผูเ้ รี ยน ผูเ้ รี ยน ฐาน เติม ฐาน เติม ฐาน เติม ฐาน เติม ฐาน เติม ฐาน เติมภาษาไทย 1.5 1.5 1.5 1.5 1.5 1.5 ----------------------60 ชัวโมง---------------------- ----------------------60 ชัวโมง---------------------- ----------------------60 ชัวโมง---------------------- ----------------------60 ชัวโมง---------------------- ----------------------60 ชัวโมง---------------------- ----------------------60 ชัวโมง----------------------คณิ ตศาสตร์ 1.5 1.0 1.5 1.0 1.5 1.0 1.5 1.0 1.5 1.0 1.5 1.0วิทยาศาสตร์ 1.5 0.5 1.5 0.5 1.5 0.5 1.5 0.5 1.5 0.5 1.5 0.5สังคมศึกษาฯ 1.5 0.5 1.5 0.5 1.5 0.5 1.5 0.5 2.0 0.5 2.0 0.5สุขศึกษาฯ 1.0 1.0 1.0 1.0 1.0 1.0 ่ศิลปะ 1.0 1.0 1.0 1.0 1.0 1.0 ่ ่ ่ ่ ่การงานอาชีพฯ 1.0 0.5 1.0 0.5 1.0 0.5 1.0 0.5 1.0 1.0 1.0 1.0ภาษาต่างประเทศ 1.5 0.5 1.5 0.5 1.5 0.5 1.5 0.5 1.5 1.5รวมหน่วยกิต 10.5 3.0 10.5 3.0 10.5 3.0 10.5 3.0 11.0 2.5 11.0 2.5จานวนชัวโมง ่ 420 120 420 120 420 120 420 120 440 100 440 100จานวน ชัวโมงรายภาค ่ 600 600 600 600 600 600จานวนชัวโมงรายปี ่ 1,200 1,200 1,200รวม 3 ปี 3,600
  11. 11. 11วิสัยทัศน์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ภายในปี พ.ศ. 2555 กลุ่มสาระการเรี ยนรู ้คณิ ตศาสตร์ มุ่งเน้นให้นกเรี ยนเป็ นคนดี ัมีคุณธรรม มีทกษะ กระบวนการคิด การแก้ปัญหาอย่างเป็ นระบบ และสร้างองค์ความรู ้ได้อย่าง ัเหมาะสม เต็มตามศักยภาพของผูเ้ รี ยนหลักการ 1. พัฒนาความรู้ ความสามารถทางคณิ ตศาสตร์ตามศักยภาพของผูเ้ รี ยน และสามารถนาไปเป็ นเครื่ องมือในการเรี ยนรู ้สิ่งต่าง ๆ และเป็ นพื้นฐานlสาหรับการศึกษาต่อ 2. จัดกิจกรรมกระบวนการเรี ยนรู ้อย่างหลากหลายต่อเนื่อง มีส่วนร่ วมในการจัดกระบวนการเรี ยนรู ้อย่างมีความสุ ข 3. จัดแผนการเรี ยนการสอนให้แก่ผเู ้ รี ยน เพื่อให้ผเู ้ รี ยนได้มีโอกาสเรี ยนรู ้วชาคณิ ตศาสตร์ ิตามความถนัดและความสนใจ 4. พัฒนาบุคลากรของกลุ่มสาระการเรี ยนรู ้คณิ ตศาสตร์ ให้มีความรู ้และทักษะตลอดจนนามวลประสบการณ์มาใช้ในการเรี ยนการสอนโดยเน้นผูเ้ รี ยนเป็ นสาคัญ 5. มีการนิเทศและติดตามอย่างเป็ นระบบในด้านการเรี ยนการสอนคณิ ตศาสตร์ 6. จัดการเรี ยนการสอนโดยการสอดแทรกคุณธรรม จริ ยธรรม ในทุกรายวิชาอย่างเป็ นรู ปธรรม 7. สนับสนุน ส่ งเสริ มให้ครู ผลิตสื่ อและนวัตกรรมประกอบการเรี ยนการสอนตามเนื้อหาการเรี ยนรู ้ 8. จัดกิจกรรมส่ งเสริ ม พัฒนาผูเ้ รี ยนที่มีความสามารถ และช่วยเหลือผูเ้ รี ยนที่มีปัญหาด้านการเรี ยนคณิ ตศาสตร์ 9. วัดผลและประเมินผลตามสภาพจริ ง ด้วยวิธีการที่หลากหลายให้ครอบคลุมทั้งทางด้านความรู ้ ทักษะ/กระบวนการ สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รี ยน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
  12. 12. 12จุดมุ่งหมาย ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้ น 1. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับจานวนจริ ง มีความเข้าใจเกี่ยวกับอัตราส่ วน สัดส่ วนร้อยละ เลขยกกาลังที่มีเลขชี้กาลังเป็ นจานวนเต็ม รากที่สองและรากที่สามของจานวนจริ ง สามารถดาเนินการเกี่ยวกับจานวนเต็ม เศษส่ วน ทศนิยม เลขยกกาลัง รากที่สองและรากที่สามของจานวนจริ งใช้การประมาณค่าในการดาเนินการและแก้ปัญหา และนาความรู ้เกี่ยวกับจานวนไปใช้ในชีวตจริ งได้ ิ 2. มีความรู ้ความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่ผวของปริ ซึม ทรงกระบอก และปริ มาตรของ ิปริ ซึม ทรงกระบอก พีระมิด กรวย และทรงกลม เลือกใช้หน่วยการวัดในระบบต่าง ๆ เกี่ยวกับความยาว พื้นที่ และปริ มาตรได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งสามารถนาความรู ้เกี่ยวกับการวัดไปใช้ในชีวตจริ ง ิได้ 3. สามารถสร้างและอธิ บายขั้นตอนการสร้างรู ปเรขาคณิ ตสองมิติโดยใช้วงเวียนและสันตรง อธิ บายลักษณะและสมบัติของรู ปเรขาคณิ ตสามมิติซ่ ึ งได้แก่ ปริ ซึม พีระมิด ทรงกระบอกกรวย และทรงกลมได้ 4. มีความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติของความเท่ากันทุกประการและความคล้ายของรู ปสามเหลี่ยม เส้นขนาน ทฤษฎีบทพีทาโกรัสและบทกลับ และสามารถนาสมบัติเหล่านั้นไปใช้ในการให้เหตุผลและแก้ปัญหาได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการแปลงทางเรขาคณิ ต (geometric transformation)ในเรื่ องการเลื่อนขนาน(translation) การสะท้อน (reflection) และการหมุน (rotation) และนาไปใช้ได้ 5 . สามารถนึกภาพและอธิบายลักษณะของรู ปเรขาคณิ ตสองมิติและสามมิติ 6 . สามารถวิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ของแบบรู ป สถานการณ์หรื อปัญหา และสามารถใช้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวและกราฟในการแก้ปัญหาได้ 7 . สามารถกาหนดประเด็น เขียนข้อคาถามเกี่ยวกับปั ญหาหรื อสถานการณ์ กาหนดวิธีการศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลและนาเสนอข้อมูลโดยใช้แผนภูมิรูปวงกลม หรื อรู ปแบบอื่นที่เหมาะสมได้ 8 . เข้าใจค่ากลางของข้อมูลในเรื่ องค่าเฉลี่ยเลขคณิ ต มัธยฐาน และฐานนิยมของข้อมูลที่ยังไม่ได้แจกแจงความถี่ และเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งใช้ความรู ้ในการพิจารณาข้อมูลข่าวสารทางสถิติ 9 . เข้าใจเกี่ยวกับการทดลองสุ่ ม เหตุการณ์ และความน่าจะเป็ นของเหตุการณ์ สามารถใช้ความรู ้เกี่ยวกับความน่าจะเป็ นในการคาดการณ์และประกอบการตัดสิ นใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
  13. 13. 13 10 . ใช้วธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา ใช้ความรู ้ ทักษะและกระบวนการทางคณิ ตศาสตร์ ิและเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้เหตุผลประกอบการตัดสิ นใจ และสรุ ปผลได้อย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิ ตศาสตร์ ในการสื่ อสาร การสื่ อความหมาย และการนาเสนอ ได้อย่างถูกต้อง และชัดเจน เชื่อมโยงความรู ้ต่าง ๆ ในคณิ ตศาสตร์ และนาความรู ้ หลักการ กระบวนการทางคณิ ตศาสตร์ ไปเชื่อมโยงกับศาสตร์อื่น ๆ และมีความคิดริ เริ่ มสร้างสรรค์ 11. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับระบบจานวนจริ ง ค่าสัมบูรณ์ของจานวนจริ ง ่ ่จานวนจริ งที่อยูในรู ปกรณฑ์ และจานวนจริ งที่อยูในรู ปเลขยกกาลังที่มีเลขชี้กาลังเป็ น ่จานวนตรรกยะ หาค่าประมาณของจานวนจริ งที่อยูในรู ปกรณฑ์ และจานวนจริ งที่อยูในรู ป ่เลขยกกาลังโดยใช้วธีการคานวณที่เหมาะสมและสามารถนาสมบัติของจานวนจริ งไปใช้ได้ ิ 12. นาความรู ้เรื่ องอัตราส่ วนตรี โกณมิติไปใช้คาดคะเนระยะทาง ความสู ง และแก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัดได้ 13. มีความคิดรวบยอดในเรื่ องเซต การดาเนินการของเซตและใช้ความรู ้เกี่ยวกับแผนภาพเวนน์-ออยเลอร์แสดงเซตไปใช้แก้ปัญหา และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของการให้เหตุผล 14. เข้าใจและสามารถใช้การให้เหตุผลแบบอุปนัยและนิรนัยได้ 15. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับความสัมพันธ์และฟังก์ชน สามารถใช้ความสัมพันธ์และ ัฟังก์ชนแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ ั 16. เข้าใจความหมายของลาดับเลขคณิ ต ลาดับเรขาคณิ ต และสามารถหาพจน์ทวไปได้ ั่เข้าใจความหมายของผลบวกของ n พจน์แรกของอนุกรมเลขคณิ ต อนุกรมเรขาคณิ ตและหาผลบวก n พจน์แรกของอนุกรมเลขคณิ ต และอนุกรมเรขาคณิ ตโดยใช้สูตรและนาไปใช้ได้ 17. และเข้าใจการแก้สมการ และอสมการตัวแปรเดียวดีกรี ไม่เกินสอง รวมทั้งใช้กราฟของสมการ อสมการ หรื อฟังก์ชนในการแก้ปัญหา ั 18. เข้าใจวิธีการสารวจความคิดเห็นอย่างง่าย เลือกใช้ค่ากลางได้เหมาะสมกับข้อมูลและวัตถุประสงค์ สามารถหาค่าเฉลี่ยเลขคณิ ต มัธยฐาน ฐานนิยม ส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปอร์ เซ็นไทล์ของข้อมูล วิเคราะห์ขอมูล และนาผลจากการวิเคราะห์ขอมูลไปช่วยในการตัดสิ นใจ ้ ้ 19. เข้าใจเกี่ยวกับการทดลองสุ่ ม เหตุการณ์ และความน่าจะเป็ นของเหตุการณ์ สามารถใช้ความรู ้เกี่ยวกับความน่าจะเป็ นในการคาดการณ์ ประกอบการตัดสิ นใจ และแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้
  14. 14. 14 20. ใช้วธีการที่หลากหลายแก้ปัญหา ใช้ความรู ้ ทักษะและกระบวนการทางคณิ ตศาสตร์ ิและเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้เหตุผลประกอบการตัดสิ นใจ และสรุ ปผลได้อย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิ ตศาสตร์ในการสื่ อสาร การสื่ อความหมาย และการนาเสนอ ได้อย่างถูกต้อง และชัดเจน เชื่อมโยงความรู ้ต่างๆ ในคณิ ตศาสตร์ และนาความรู้ หลักการ กระบวนการทางคณิ ตศาสตร์ไปเชื่อมโยงกับศาสตร์ อื่น ๆ และมีความคิดริ เริ่ มสร้างสรรค์สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 จานวนและการดาเนินการ มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจานวนและการใช้จานวนในชีวต ิจริ ง มาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดาเนินการของจานวนและความสัมพันธ์ระหว่างการดาเนินการต่าง ๆ และสามารถใช้การดาเนินการในการแก้ปัญหา มาตรฐาน ค 1.3 ใช้การประมาณค่าในการ านวณและแก้ปัญหา ค มาตรฐาน ค 1.4 เข้าใจระบบจานวนและนาสมบัติเกี่ยวกับจานวนไปใช้ สาระที่ 2 การวัด มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่ งที่ตองการ ้วัด มาตรฐาน ค 2.2 แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัด สาระที่ 3 เรขาคณิต มาตรฐาน ค 3.1 อธิบายและวิเคราะห์รูปเรขาคณิ ตสองมิติและสามมิติ มาตรฐาน ค 3.2 ใช้การนึกภาพ (visualization) ใช้เหตุผลเกี่ยวกับปริ ภูมิ (spatialreasoning) และใช้แบบจาลองทางเรขาคณิ ต (geometric model) ในการแก้ปัญหา สาระที่ 4 พีชคณิต มาตรฐาน ค 4.1 เข้าใจและวิเคราะห์แบบรู ป (pattern) ความสัมพันธ์ และฟังก์ชน ั มาตรฐาน ค 4.2 ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ กราฟ และตัวแบบเชิงคณิ ตศาสตร์(mathematical model) อื่น ๆ แทนสถานการณ์ต่าง ๆ ตลอดจนแปลความหมาย และนาไปใช้แก้ปัญหา
  15. 15. 15สาระที่ 5 การวิเคราะห์ ข้อมูลและความน่ าจะเป็ น มาตรฐาน ค 5.1 เข้าใจและใช้วธีการทางสถิติในการวิเคราะห์ขอมูล ิ ้ มาตรฐาน ค 5.2 ใช้วธีการทางสถิติและความรู ้เกี่ยวกับความน่าจะเป็ นในการคาดการณ์ ิได้อย่างสมเหตุสมผล มาตรฐาน ค 5.3 ใช้ความรู ้เกี่ยวกับสถิติและความน่าจะเป็ นช่วยในการตัดสิ นใจและแก้ปัญหา สาระที่ 6 ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ มาตรฐาน ค 6.1 มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่ อสาร การสื่ อความหมายทางคณิ ตศาสตร์และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู ้ต่าง ๆ ทางคณิ ตศาสตร์ และ ัเชื่อมโยงคณิ ตศาสตร์ กบศาสตร์ อื่น ๆ และมีความคิดริ เริ่ มสร้างสรรค์ตัวชี้วดและสาระการเรียนรู้ แกนกลาง ัสาระที่ 1 จานวนและการดาเนินการมาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจถึงความหลากหลายของการแสดงจานวนและการใช้จานวนในชีวตจริ ง ิ ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรียนรู้ แกนกลาง ม.1 1. ระบุหรื อยกตัวอย่าง และเปรี ยบเทียบ  จานวนเต็มบวก จานวนเต็มลบ จานวนเต็มบวก จานวนเต็มลบ ศูนย์ ศูนย์ เศษส่ วนและทศนิยม เศษส่ วนและทศนิยม  การเปรี ยบเทียบจานวนเต็ม เศษส่ วนและทศนิยม 2. เข้าใจเกี่ยวกับเลขยกกาลังที่มีเลขชี้กาลัง  เลขยกกาลังที่มีเลขชี้ กาลังเป็ น เป็ นจานวนเต็ม และเขียนแสดงจานวน จานวนเต็ม ่ ให้อยูในรู ปสัญกรณ์วทยาศาสตร์ ิ  การเขียนแสดงจานวนในรู ปสัญ (scientific notation) กรณ์วทยาศาสตร์ (A  10n ิ เมื่อ 1  A  10 และ n เป็ น จานวนเต็ม)
  16. 16. 16 ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรียนรู้ แกนกลาง ม.2 1. เขียนเศษส่ วนในรู ปทศนิยมและเขียน  เศษส่ วนและทศนิยมซ้ า ทศนิยมซ้ าในรู ปเศษส่ วน 2. จาแนกจานวนจริ งที่กาหนดให้ และ  จานวนตรรกยะ และจานวน ยกตัวอย่างจานวนตรรกยะและจานวน อตรรกยะ อตรรกยะ ม.2 3. อธิบายและระบุรากที่สองและรากที่สาม  รากที่สองและรากที่สามของ ของจานวนจริ ง จานวนจริ ง 4. ใช้ความรู ้เกี่ยวกับอัตราส่ วน สัดส่ วน  อัตราส่ วน สัดส่ วน ร้อยละ และ และร้อยละในการแก้โจทย์ปัญหา การนาไปใช้ ม.3 – –สาระที่ 1 จานวนและการดาเนินการมาตรฐาน ค 1.2 เข้าใจถึงผลที่เกิดขึ้นจากการดาเนินการของจานวนและความสัมพันธ์ระหว่าง การดาเนินการต่าง ๆ และใช้การดาเนินการในการแก้ปัญหา ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้แกนกลาง ม.1 1. บวก ลบ คูณ หารจานวนเต็ม และ  การบวก การลบ การคูณ และการหาร นาไปใช้แก้ปัญหา ตระหนักถึงความ จานวนเต็ม สมเหตุสมผลของคาตอบ อธิบายผลที่  โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับจานวนเต็ม เกิดขึ้นจากการบวก การลบ การคูณ การหาร และบอกความสัมพันธ์ของ การบวกกับการลบ การคูณกับการ หาร ของจานวนเต็ม 2. บวก ลบ คูณ หารเศษส่ วนและ  การบวก การลบ การคูณ และการ ทศนิยม และนาไปใช้แก้ปัญหา หาร เศษส่ วนและทศนิยม ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของ  โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเศษส่ วนและ คาตอบ อธิ บายผลที่เกิดขึ้นจากการ ทศนิยม บวก การลบ การคูณ การหาร และ บอกความสัมพันธ์ของการบวกกับ
  17. 17. 17 ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรี ยนรู้แกนกลาง การลบ การคูณกับการหารของ เศษส่ วนและทศนิยม 3. อธิ บายผลที่เกิดขึ้นจากการยกกาลัง  เลขยกกาลังที่มีเลขชี้กาลังเป็ นจานวน ของจานวนเต็ม เศษส่ วนและทศนิยม เต็ม 4. คูณและหารเลขยกกาลังที่มีฐาน  การคูณและการหารเลขยกกาลังที่มี เดียวกัน และเลขชี้กาลังเป็ น ฐานเดียวกัน และเลขชี้กาลังเป็ น จานวนเต็ม จานวนเต็ม ม.2 1. หารากที่สองและรากที่สามของจานวน  การหารากที่สองและรากที่สามของ เต็มโดยการแยกตัวประกอบและ จานวนเต็มโดยการแยกตัวประกอบ นาไปใช้ในการแก้ปัญหาพร้อมทั้ง และนาไปใช้ ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของ คาตอบ 2. อธิ บายผลที่เกิดขึ้นจากการหารากที่  รากที่สองและรากที่สามของจานวน สองและรากที่สามของจานวนเต็ม จริ ง เศษส่ วน และทศนิยม บอก ความสัมพันธ์ของการยกกาลังกับการ หารากของจานวนจริ ง ม.3 – –สาระที่ 1 จานวนและการดาเนินการมาตรฐาน ค 1.3 ใช้การประมาณค่าในการคานวณและแก้ปัญหา ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรียนรู้ แกนกลาง ม.1 1.ใช้การประมาณค่าในสถานการณ์ต่าง ๆ  การประมาณค่าและการนาไปใช้ ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงใช้ในการ พิจารณาความสมเหตุสมผลของ คาตอบที่ได้จากการคานวณ
  18. 18. 18 ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรียนรู้ แกนกลาง ม.2 1. หาค่าประมาณของรากที่สอง และราก  รากที่สองและรากที่สามของจานวน ที่สามของจานวนจริ ง และนาไปใช้ใน จริ งและการนาไปใช้ การแก้ปัญหา พร้อมทั้งตระหนักถึง ความสมเหตุสมผลของคาตอบ ม.3 – –สาระที่ 1 จานวนและการดาเนินการมาตรฐาน ค 1.4 เข้าใจระบบจานวนและนาสมบัติเกี่ยวกับจานวนไปใช้ ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรียนรู้ แกนกลาง ม.1 1. นาความรู ้และสมบัติเกี่ยวกับจานวนเต็ม  ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจานวนนับ และ ไปใช้ในการแก้ปัญหา การนาไปใช้  การนาความรู ้และสมบัติเกี่ยวกับจานวน เต็มไปใช้ ม.2 1. บอกความเกี่ยวข้องของจานวนจริ ง  จานวนตรรกยะ และจานวนอตรรกยะ จานวนตรรกยะ และจานวนอตรรกยะ ม.3 – –สาระที่ 2 การวัดมาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่ งที่ตองการวัด ้ ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรียนรู้ แกนกลาง ม.1 – – ม.2 1. เปรี ยบเทียบหน่วยความยาว หน่วย  การวัดความยาว พื้นที่ และการนาไปใช้ พื้นที่ ในระบบเดียวกัน และต่างระบบ  การเลือกใช้หน่วยการวัดเกี่ยวกับความยาว และเลือกใช้หน่วยการวัดได้อย่าง และพื้นที่ เหมาะสม
  19. 19. 19 ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรียนรู้ แกนกลาง 2. คาดคะเนเวลา ระยะทาง พื้นที่  การคาดคะเนเวลา ระยะทาง พื้นที่ปริ มาตร ปริ มาตรและน้ าหนักได้อย่างใกล้เคียง และน้ าหนัก และการนาไปใช้ และอธิบายวิธีการที่ใช้ในการคาดคะเน 3. ใช้การคาดคะเนเกี่ยวกับการวัดใน สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ม.3 1. หาพื้นที่ผวของปริ ซึมและทรงกระบอก ิ  พื้นที่ผวของปริ ซึม และทรงกระบอก ิ 2. หาปริ มาตรของปริ ซึม ทรงกระบอก  ปริ มาตรของปริ ซึม ทรงกระบอก พีระมิด พีระมิด กรวย และทรงกลม กรวย และทรงกลม 3. เปรี ยบเทียบหน่วยความจุ หรื อหน่วย  การเปรี ยบเทียบหน่วยความจุหรื อหน่วย ปริ มาตรในระบบเดียวกันหรื อต่าง ปริ มาตรในระบบเดียวกันหรื อต่างระบบ ระบบ และเลือกใช้หน่วยการวัดได้  การเลือกใช้หน่วยการวัดเกี่ยวกับความจุ อย่างเหมาะสม หรื อปริ มาตร 4. ใช้การคาดคะเนเกี่ยวกับการวัดใน  การคาดคะเนเกี่ยวกับการวัด สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมสาระที่ 2 การวัดมาตรฐาน ค 2.2 แก้ปัญหาเกี่ยวกับการวัด ชั้น ตัวชี้วด ั สาระการเรียนรู้ แกนกลาง ม.2 1. ใช้ความรู ้เกี่ยวกับความยาวและพื้นที่  การใช้ความรู ้เกี่ยวกับความยาว และพื้นที่ แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ในการแก้ปัญหา ม.3 1. ใช้ความรู ้เกี่ยวกับพื้นที่ พื้นที่ผว และ ิ  การใช้ความรู ้เกี่ยวกับพื้นที่ พื้นที่ผว และ ิ ปริ มาตรในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ ปริ มาตรในการแก้ปัญหา ต่าง ๆ

×