Successfully reported this slideshow.
We use your LinkedIn profile and activity data to personalize ads and to show you more relevant ads. You can change your ad preferences anytime.

ฎีกาใหม่ลักทรัพย์

42,291 views

Published on

คำพิพากษาศาลฎีกา ปี 50 - 53 ประมวลกฎหมายอาญา ข้อหาลักทรัพย์

Published in: Education

ฎีกาใหม่ลักทรัพย์

  1. 1. www.เนต.ิ com ฎีกาใหม่ ประมวลกฎหมายอาญา : ลักทรัพย์ อ.เป สิททิกรณ์ ้ฎ.624/2553 การกระทําที่จะครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์นน จะต้ องเป็ นการเอาทรัพย์ของผู้อื่น ั้หรือที่ผ้ อื่นเป็ นเจ้ าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต เงินฝากในบัญชีของโจทก์ที่ 1 ที่ฝากไว้ กบจําเลยทังสอง ู ั ้ตกเป็ นกรรมสิทธิ์และอยู่ในความครอบครองของจําเลยทังสอง จําเลยทังสองผู้รับฝากย่อมมีสิทธิที่จะ ้ ้บริหารจัดการเงินฝากประการใดก็ได้ คงมีหน้ าที่เพียงต้ องคืนเงินตามที่โจทก์ทงสองฝากไว้ เท่านัน โดย ั้ ้ไม่จําต้ องคืนเงินจํานวนเดียวกับที่ฝากไว้ การที่จําเลยทังสองเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของโจทก์จึง ้ ที่ 1ไม่ใช่เป็ นการเอาทรัพย์ของโจทก์ทงสองไป การกระทําของจําเลยทังสองจึงไม่ครบองค์ประกอบ ดฐานลัก ั้ ้ ความผิทรัพย์ฎ.3935/2553 จําเลยมีเจตนาทุจริตที่จะเอาสุราต่างประเทศของผู้เสียหายไปตังแต่ต้น การที่จําเลยเอาสุรา ้ตางประเทศ ในลังนํ ้าปลาแล้ วนําไปชําระเงินกับพนักงานแคชเชียร์ของผู้เสียหายเท่ากับราคานํ ้าปลา เป็ นเพียง ่ ใส่กลอบายของจําเลยเพื่อเอาสุราต่างประเทศของผู้เสียหายไปโดยทุจริตเท่านัน โดยพนักงานแคชเชียร์ซึ่งเป็ น ุ ้ตัวแทนของผู้เสียหายมิได้ มีเจตนาส่งมอบการครอบครองสุราต่างประเทศให้ แก่จําเลย การกระทําของจําเลยจึงเป็ นความผิดฐานลักทรัพย์ หาใช่เป็ นความผิดฐานฉ้ อโกงไม่ฎ.5456/2553 โจทก์บรรยายฟองว่า จําเลยลักเหรี ยญกษาปณ์รวมเป็ นเงิน 842 บาท ของวัดผู้เสียหาย ้โดยเหรียญกษาปณ์ดงกล่าวอยู่ในพานและบาตรวางอยู่บนชันสามของอาคารเจษฎาบดินทร์ ซึประดิที่ ฐาน ั ้ ่งเป็ น ษพระพุทธรูปเพื่อให้ ประชาชนมากราบไหว้ สกการะบูชาภายในวัดผู้เสียหาย สถานที่เกิดเหตุลกทรัพย์จึง ั ัเป็ นสถานที่ซึ่งประชาชนทัวไปมีความชอบธรรมที่จะเข้ าไปได้ ตรงกับคํานิยามคําว่า “สาธารณสถาน” ตาม ่ป.อ. มาตรา 1 (3) ทังนี ้เพื่อการสักการะบูชาพระพุทธรูปซึ่งประดิษฐานไว้ ให้ ประชาชนกราบไหว้ ้สักการะบูชา จึงเป็ นการลักทรัพย์ในสถานที่บชาสาธารณะดังที่โจทก์บรรยายฟองไว้ แล้ ว ู ้ฎ.653/2553 ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 336 จะต้ องเป็ นการลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ผ. ทําทีเป็ นพูดโทรศัพท์เคลื่อนที่ และเอาโทรศัพท์ไปในขณะที่ผ้ เู สียหายให้ บริการลูกค้ าคนอื่นอยู่ เป็ นการเอาไปในขณะเผลอ มิใช่เป็ นการฉกฉวยทรัพย์ไปโดยซึ่งหน้ าแต่ประการใด การกระทําของจําเลยกับพวกจึงเป็ นความผิดฐานลักทรัพย์ เมื่อเหตุเกิดในเวลากลางคืนและร่วมกระทําความผิดตังแต่สองคนขึ ้นไป ้เป็ นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) และ 335 (7) ต้ องรับโทษตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคสอง ซึ่งมีโทษหนักกว่าความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตามมาตรา 336 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกา พิพากษาลงโทษจําเลยตามฐานความผิดที่ 1 “ติวกฎหมาย เข้าใจง่าย สอบผ่านสบาย ติวกบ ั SmartLawTutor.com”
  2. 2. www.เนต.ิ comถกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 แต่จะพิพากษาลงโทษจําเลยหนักขึด้ เพราะเป็ นการเพิ่มเติมโทษ ู ไม่ไ ้นต้ องห้ ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212ฎ.52/2553 โจทก์ฟองขอให้ลงโทษจําเลยฐานนําบตรอิเลกทรอนิกส์ไปใช้เบิกถอนเงินสดจํานวน 100,000 ้ ั ็บาท ของผู้เสียหายที่ 2 ไป อันเป็ นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 269/5 และมาตรา 269/7 เมื่อตามคําฟอง ้โจทก์ได้ กล่าวบรรยายว่า จําเลยได้ ใช้ บตรอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคาร ซ. ซึ่งได้ ออกให้ แก่ผ้ เู สียหายที่ 2 อน ั ัเป็นทรัพย์สวนหนึ่งที่จําเลยได้ลกไปเพื่อใช้ประโยชน์ในการเบิกถอนเงินสด ถอนเงินสดจํานวน 100 ่ ั ,000บาท ไปจากวงเงินเครดิตของผู้เสียหายที่ 2 โดยมิชอบ ก่อให้ เกิดความเสียหายแก่ผ้ เู สียหายและธนาคาร ซ.และยังมีคําขอท้ ายฟองขอให้ บงคับจําเลยคืนเงินจํานวนดังกล่าวด้ วย ดังนัน ย่อมแปลคํองของโจทก์ได้วา ้ ั ้ ฟา ้ ่โจทก์มงประสงค์ที่จะให้ ลงโทษจําเลยฐานลักเงินของผู้เสียหายที่ 2 อย่ด้วย เพียงแต่วิธีการลักเงินดังกล่าวก็ ุ่ ูโดยการใช้ บตรอิเล็กทรอนิกส์เบิกถอนเงินสดผ่านเครื่ องฝาก-ถอนเงินอตโนมนเอง จึงเป็ นความผิดเกี่ยวกับ ั ั นั่ ติ ับัตรอิเล็กทรอนิกส์และความผิดฐานลักทรัพย์ด้วยแล้ ว ซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 บัญญัติให้ พนักงานอัยการมีอํานาจขอให้ เรี ยกทรัพย์สินหรื อใช้ ราคาแทนผู้เสียหายที่ 2 โจทกมีอํานาจขอให้ จําเลยคืนหรือใช้ ราคา จึง์ทรัพย์แทนผู้เสียหายที่ 2 ได้ฎ. 9559/2552 การที่จําเลยเอายาและเครื่องเวชภัณฑ์ใส่ไว้ ในถุงพลาสติก ซึ่งไม่วาจะเป็ นการไปเอาจาก ่ห้ องคลังยาโดยตรงหรือในช่วงที่จําเลยเอาไปวางบนชันด้ านหลังเคาน์เตอร์เภสัชกร ย่อมถือได้ วาจําเลย ้ ่เคลื่อนย้ ายทรัพย์จากที่ตงตามปกติและเข้ าถือเอาทรัพย์นนแล้ ว ทังจําเลยยังถือถุงพลาสติกออกไปแม้ จะยัง ั้ ั้ ้ไม่พ้นจากห้ องจ่ายยาเพราะมีผ้ พบเห็นเสียก่อนทําให้ จําเลยเอาทรัพย์ไปไม่ได้ ก็ถือว่าความผิดฐานลัก ูทรัพย์สําเร็จแล้ วหาใช่เป็ นเพียงพยายามลักทรัพย์ไม่ การปรับบทกฎหมายให้ ถกต้ องเป็ นปั ญหาเกี่ยวกับ ูความสงบเรียบร้ อย ศาลฎีกามีอํานาจยกขึ ้นวินิจฉัยได้ และไม่ถือเป็ นการเพิ่มเติมโทษจําเลย นอกจากนี ้จําเลยเป็ นลูกจ้ างประจําและทํางานอยู่ในโรงพยาบาลที่เกิดเหตุ ห้ องจ่ายยาผู้ป่วยในเป็ นสถานที่ทํางานของจําเลยและเหตุเกิดในช่วงเวลาที่จําเลยทํางาน จึงมิใช่เป็ นเรื่องที่จําเลยเข้ าไปโดยไม่ได้ รับอนุญาตแล้ วจึงลักทรัพย์ในสถานที่ดงกล่าว การกระทําของจําเลยย่อมเป็ นความผิดฐานลักทรัพย์ธรรมดามิใช่ลกทรัพย์ ั ัในสถานที่ราชการ และศาลมีอํานาจที่จะลงโทษจําเลยตามที่พิจารณาได้ ความซึ่งเป็ นบทที่เบากว่าได้ ตามป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้ าย ปั ญหาดังกล่าวเป็ นข้ อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้ อย ศาลฎีกามีอํานาจยกขึ ้นวินิจฉัยได้ เอง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225ฎ. 7819/2552 การที่พนักงานธนาคารหรือธนาคารเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของลูกค้ าไม่เป็ นความผิดฐานลกทรัพย์เพราะเงินดงกลาวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของธนาคาร ธนาคารมีหน้าที่เพียงคืนเงินเท่าจํานวนที่ ั ั ่ลูกค้ าฝากเท่านัน โดยไม่จําต้ องเป็ นตัวเงินที่ลกค้ านํามาฝาก ้ ู 2 “ติวกฎหมาย เข้าใจง่าย สอบผ่านสบาย ติวกบ ั SmartLawTutor.com”
  3. 3. www.เนต.ิ comฎ. 413/2552 จําเลยยังมิได้ พาเตาอบไฟฟาของผู้เสียหายออกไปพ้ นนอกห้ างสรรพสินค้ าของผู้เสียหาย แต่ ้ก็ได้ เคลื่อนย้ ายเตาอบไฟฟาออกจากจุดที่ผ้ เู สียหายเก็บหรือวางทรัพย์นนไว้ ทังยังผ่านจุดที่ลกค้ าจะต้ อง ้ ั้ ้ ูชําระค่าสินค้ าแก่พนักงานเก็บเงินไปแล้ ว จึงถือได้ วาจําเลยพาทรัพย์ของผู้เสียหายเคลื่อนที่ไปแล้ วโดยมี ่เจตนาทุจริต การกระทําของจําเลยจึงเป็ นความผิดสําเร็จหมายเหต ุ การกระทําความผิดฐานลักทรัพย์เป็ นการเอาทรัพย์ไปเป็ นความผิดสําเร็จเมื่อทรัพย์เคลื่อนที่การที่จําเลยเคลื่อนย้ ายเตาอบไฟฟาออกจากจุดที่ผ้ เู สียหายเก็บหรือวางทรัพย์เป็ นการเอาทรัพย์ไป จึงเป็ น ้ความผิดสําเร็จ การผ่านจุดชําระเงินโดยไม่ชําระเงินเป็ นเรื่ององค์ประกอบภายในที่แสดงว่าจําเลยมีเจตนาทุจริตหรือไม่เท่านัน เนื่องจากการซื ้อสินค้ าในห้ างสรรพสินค้ าต้ องนําสินค้ ามาชําระเงินแก่พนักงานเก็บเงิน ้ที่จดชําระเงินเท่านัน เนื่องจากการซื ้อสินค้ าในห้ างสรรพสินค้ าต้ องนําสินค้ ามาชําระเงินแก่พนักงานเก็บเงิน ุ ้ที่จดชําระเงินเท่านันตราบใดที่ยงไม่ผานจุดชําระเงินจําเลยยังชําระเงินได้ การพิสจน์ถึงเจตนาทุจริตก่อน ุ ้ ั ่ ูนันจึงทําได้ ยาก ดังนัน ถ้ าพิสจน์ได้ วาจําเลยมีเจตนาทุจริตและเคลื่อนย้ ายเตาอบไฟฟา ก็เป็ นความผิด ้ ้ ู ่ ้สําเร็จแม้ เปลี่ยนใจยอมชําระเงินตอนผ่านจุดชําระเงิน ก็ไม่เป็ นการพยายามกระทําความผิด หรือไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ (อ.ไพโจน์ วายุภาพ)ฎ.10143/2551 ผู้เสียหายกับจําเลยรู้จกกันมาก่อน ไปเที่ยวดื่มสุราด้ วยกัน พยานโจทก์ที่ไปในที่เกิดเหตุกบ ั ัจําเลยและผู้เสียหายเบิกความว่า ขณะที่กําลังรอรถโดยสารประจําทางอยู่นน จําเลยกับผู้เสียหายกอดกัน ั้ในฐานะคนรัก หลังเกิดเหตุเมื่อสิบตํารวจเอก ป. ตามไปพบจําเลยอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุเพียงประมาณ 100เมตร พบจําเลยถอดเสื ้อเอาเสื ้อพาดบ่าไว้ โดยจําเลยมีอาการมึนเมาและร้ อยตํารวจโท น. พนักงานสอบสวนก็เบิกความตอบทนายจําเลยถามค้ านว่า ขณะจับตัวจําเลย จําเลยมีอาการมึนเมา จากพฤติการณ์แห่งคดีเชื่อว่าจําเลยรู้จกคุ้นเคยกับผู้เสียหายและจําเลยกระทําในขณะมึนเมา การที่จําเลยเอาสร้ อยข้ อมือ ัทองคําของผ้ เู สียหายไปนนไมได้ประสงค์จะเอาไปในลกษณะเป็นการประทษร้ายตอกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ของ ั้ ่ ั ุ ่ผู้เสียหาย จําเลยมิได้ เจตนาที่จะเอาทรัพย์ไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ โดยชอบด้ วยกฎหมายแต่อย่างใด การกระทําของจําเลยจึงไม่มีเจตนาทุจริต ไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์หมายเหต ุ ความผิดฐานลักทรัพย์ นอกจากผู้กระทําจะต้ องมีเจตนาธรรมดาแล้ วยังต้ องมีเจตนาพิเศษกล่าวคือเจตนาโดยทุจริตด้ วย จึงจะเป็ นความผิดฐานลักทรัพย์ได้ อย่างไรเป็ นเจตนาโดยทุจริต มีการให้ คํานิยามไว้ ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (1)ในความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญาเยอรมัน ก็เป็ นไปในทํานองเดียวกัน กล่าวคือนอกจากผู้กระทําต้ องมีเจตนาธรรมดาแล้ วยังต้ องมีเจตนาพิเศษด้ วย กล่าวคือความตังใจที่จะเอาทรัยพ์ไว้ ้(Zueignungsabsicht) ผู้เขียนหมายเหตุเห็นว่าเจตนาโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย 3 “ติวกฎหมาย เข้าใจง่าย สอบผ่านสบาย ติวกบ ั SmartLawTutor.com”
  4. 4. www.เนต.ิ comสามารถนําแนวคิดของเยอรมันในเรื่ องความตังใจที่จะเอาทรัพย์ไว้ มาปรับใช้ ได้ ดังนัน เจตนาโดยทุจริตจึง ้ ้ประกอบไปด้ วยองค์ประกอบในส่วนของการพรากทรัพย์ (die Enteignung) ซึ่งหมายความว่าการพรากทรัพย์ไปอย่างถาวรและส่วนของการเอาทรัพย์ไว้ ในความครอบครอง (die Aneignung) ในสวนของ ่องค์ประกอบของการพรากทรัพย์ไปนัน จะเป็ นการแสดงให้ เห็นถึงการสูญเสียสิทธิครอบครองในตัวทรัพย์ ้ตามความเป็ นจริ งของผู้มีสิทธิในทรัพย์แต่เดิมส่วนองค์ประกอบของการเอาทรัพย์ไว้ ในความครอบครองแสดงให้ เห็นถึงการที่ตวทรัพย์เข้ าไปรวมอยู่ในกองทรัพย์สินของผู้กระทําผิด ัหากคิดจากหลักกฎหมายอาญาเยอรมัน คําพิพากษาศาลฎีกาที่หมายเหตุนี ้ก็มีข้อน่าคิดอยู่วาจําเลย ่กระทําโดยขาดเจตนาโดยทุจริ ตได้ อย่างไรในเมื่อองค์ประกอบทังในส่วนของการพรากทรัพย์และการเอา ้ทรัพย์ไว้ ในความครอบครองมีอยู่ครบ แม้ จําเลยจะรู้จกคุ้นเคยกับผู้เสียหายและกระทําในขณะมึนเมาอย่าง ัที่ศาลฎีกาฟั งข้ อเท็จจริ งไว้ แต่ข้อเท็จจริ งดังกล่าวก็ไม่น่าจะเป็ นเหตุผลที่ทําให้ การกระทําของจําเลยขาดเจตนาทุจริตไปได้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 66 และมาตรา 71 ย่อมเป็ นเหตุผลที่โต้ แย้ งการให้เหตผลของศาลฎีกาในข้อนี ้ได้เป็นอย่างดี (สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์) ุฎ.8388/2551 จําเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 เอาทรัพย์ของ ส. และผู้เสียหายไปก็เป็ นการกระทําตามที่ ฟ. ใช้ ให้ไปเอาเพื่อเป็นการใช้หนี ้ที่ ส. สามีของผู้เสียหายเป็ นหนี ้ ฟ. อยู่ เป็นการเอาไปเพื่อหกใช้หนี ้กน แสดงให้เห็น ั ัว่า เป็ นการที่ ฟ. ใช้ อํานาจของการเป็ นเจ้ าหนี ้บังคับเอาทรัพย์ไปเพื่อชําระหนี ้แก่ตนโดยเข้ าใจว่าตนมีสิทธิที่จะกระทําได้ และในประการสําคัญยังเข้ าใจว่าตนในฐานะที่เป็ นบิดาของ ส. มีสิทธิในทรัพย์สินดังกล่าว ซึ่งเป็ นทรัพย์มรดกของ ส. ที่จะต้ องตกได้ แก่ตนรวมอยู่อีกด้ วย ทังการที่จําเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และ ฟ. นําทรัพย์ที่ ้ขนเอาไปมาคืนให้ แก่ผ้ เู สียหายในเวลาต่อมาก็แสดงว่าจําเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 หาได้ มีเจตนาที่จะเอาทรัพย์ของผู้เสียหายหรือที่ผ้ เู สียหายเป็ นเจ้ าของรวมอยู่ด้วยไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ โดยชอบด้ วยกฎหมายสําหรับจําเลยคนใดคนหนึ่งหรื อผู้อื่น การกระทําของจําเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 จึงเป็ นการเอาทรัพย์ไปโดยไม่มีเจตนาทุจริต ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ฎ.4456/2551 ใบสังจ่ายสินค้ าที่โจทก์ร่วมมอบให้ แก่ ส. ผู้รับจ้ างขนส่งปุยเป็ นเพียงหลักฐานเพื่อนําไปเบิก ่ ๋ปุยจากคลังเก็บสินค้ าของโจทก์ร่วม การที่จําเลยที่ 1 รับซื ้อใบสังจ่ายสินค้ าจาก ท. ซึ่งเป็ นผู้รับจ้ างขนส่ง ๋ ่ช่วงจาก ส. โดยคิดตามมูลค่าปุยที่ระบุในใบสังจ่ายสินค้ าโดยต้ องการนําใบสังจ่ายสินค้ าไปรับปุยจากคลัง ๋ ่ ่ ๋เก็บสินค้ าของโจทก์ร่วม มิใช่เป็ นการรับซื ้อเฉพาะใบสังจ่ายสินค้ า ทัง ท. รู้วาจําเลยที่ 1 จะนําใบสังจ่าย ่ ้ ่ ่สินค้ าไปรับปุยจากคลังเก็บสินค้ าของโจทก์ร่วมไปเป็ นประโยชน์ของตน ท. และจําเลยที่ 1 จึงเป็ นตัวการ ๋ร่วมกันลักปุยของโจทก์ร่วมไปโดยใช้ ใบสังจ่ายสินค้ าเป็ นหลักฐานในการเบิกจ่ายสินค้ า การกระทําของ ๋ ่จําเลยที่ 1 จึงเป็ นความผิดฐานลักปุยของโจทก์ร่วมมิใช่เป็ นเพียงรับของโจรใบสังจ่ายสินค้ า ๋ ่ 4 “ติวกฎหมาย เข้าใจง่าย สอบผ่านสบาย ติวกบ ั SmartLawTutor.com”
  5. 5. www.เนต.ิ comฎ.3011/2551 จําเลยขึ ้นนังคร่อมและเข็นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายมาจากจุดที่จอดเดิมประมาณ 1 ่เมตร แต่จําเลยยังไม่ทนติดเครื่ องรถขับเอาไปเพราะผู้เสียหายมาพบเห็นเสียก่อน จําเลยจึงทิ ้งรถวิ่งหนีไป ัถือได้วาจําเลยเข้ายึดถือครอบครองและเอาทรัพย์เคลื่อนไปในลกษณะที่พาเอาไปได้เป็นการลกทรัพย์ ่ ั ัสําเร็จแล้ วฎ.2279/2551 การที่จําเลยเอาเครื่องรับโทรทัศน์สี 1 เครื่อง เครื่องเสียงสเตอริโอ 1 เครื่องของกลางของผู้เสียหายไปจากบ้ านของผู้เสียหายเพราะ ส. ซึ่งเป็ นสามีของผู้เสียหายเป็ นหนี ้จําเลย โดยจําเลยไม่ได้ ทําให้ทรัพย์สินอย่างอื่นเสียหาย คงยกเอาทรัพย์ของกลางไปเท่านันโดยจําเลยบอกว่าถ้ าอยากได้ คืนให้ ส. เอา ้เงินไปไถ่ ซึ่งวันรุ่งขึ ้นเมื่อเจ้ าพนักงานตํารวจไปที่บ้านของจําเลย ก็พบจําเลยและทรัพย์ของกลางดังกล่าวเชื่อว่าจําเลยเอาทรัพย์ของกลางไปเพื่อให้ ส. หรือผู้เสียหายไปติดต่อชําระหนี ้ที่ค้างชําระต่อกันการกระทําของจําเลยจึงมิได้ เป็ นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริตหรือเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ โดยชอบด้ วยกฎหมายสําหรับตนเองหรื อผู้อื่น ไม่เป็ นความผิดฐานลักทรัพย์ฎ.5616/2550 องค์ประกอบเบื ้องต้ นในความผิดฐานลักทรัพย์ต้องได้ ความว่า จําเลยเอาทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผ้ อื่นเป็ นเจ้ าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต โจทก์และโจทก์ร่วมนําสืบแต่เพียงว่า จําเลยเป็ นพนักงานของ ูโจทก์ร่วม นําบัตรโทรศัพท์ของโจทก์ร่วมไปให้ ร. นําไปจําหน่ายตังแต่เดือนมกราคม 2542 ถึงมีนาคม 2543 ้เป็นเงิน 1,240,000 บาท แล้ วไม่นําเงินส่งคืนให้ แก่โจทก์ร่วม โดยไม่ปรากฏว่าขณะที่จําเลยนําบัตรโทรศัพท์ของโจทก์ร่วมไปให้ ร. จําหน่ายนนจําเลยมีเจตนาทจริตหรือสมคบกบ ร. กระทําการโดยทุจริตอย่างใด ทัง ั้ ุ ั ้ไม่ปรากฏว่าจําเลยได้ รับผลประโยชน์อื่นใดจากการกระทําดังกล่าว จําเลยนําบัตรโทรศัพท์ของโจทก์ร่วมไปให้ ใครจําหน่ายก็ได้ โดยไม่จําต้ องขออนุญาตโจทก์ร่วมก่อน เว้ นแต่บตรโทรศัพท์ที่นําไปจําหน่ายมีจํานวน ัมาก แต่ก็ไม่ได้ ระบุให้ ชดเจนว่าจํานวนเท่าใดจึงต้ องขออนุญาตโจทก์ร่วมก่อน อย่างไรก็ดี แม้ จะฟั งว่าการที่ ัจําเลยนําบัตรโทรศัพท์ไปให้ ร. จําหน่ายโดยไม่ได้ ขออนุญาตโจทก์ร่วม จําเลยก็เพียงแต่ปฏิบติหน้ าที่ผิด ัระเบียบที่โจทก์ร่วมวางไว้ เท่านัน ยังฟั งไม่ได้ วาจําเลยมีเจตนาทุจริต หากโจทก์ร่วมได้ รับความเสียหาย ้ ่เพราะเหตุที่จําเลยปฏิบติงานไม่ถกต้ องหรื อ ร. นําบัตรโทรศัพท์ไปจําหน่ายแล้ วไม่สงเงินคืนโจทก์ร่วมก็เป็ น ั ู ่เรื่องที่โจทก์ร่วมจะต้ องว่ากล่าวในทางอื่นกับบุคคลทังสองต่อไป ยังฟั งไม่ได้ วาจําเลยกระทําผิดฐานลัก ้ ่ทรัพย์ฎ.3412/2550 กระบือเป็นของโจทก์ร่วม แตขณะเกิดเหต ุ น. ทําให้ จําเลยเชื่อว่ากระบือเป็ นของ น. มีสิทธิ ่ยกให้ จําเลยเป็ นการชดใช้ คาเสียหาย การที่จําเลยนําซากกระบือไปชําแหละขายจึงกระทําไปโดยเข้ าใจว่ามี ่สิทธิกระทําได้ จําเลยไม่มีเจตนาทุจริต การกระทําของจําเลยไม่เป็ นความผิดฐานลักทรัพย์ ************************************ 5 “ติวกฎหมาย เข้าใจง่าย สอบผ่านสบาย ติวกบ ั SmartLawTutor.com”

×