เรื่องการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้<br />จัดทำโดย<br />นางสาวสุกัญญา  อาลัย<br />รหัส521121012<br />
การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้<br />		การวัดผลการหมายถึงกระบวนการหาปริมาณ หรือจำนวนของสิ่งต่างๆโดยการใช้เครื่องมือ อย่างใ...
จุดมุ่งหมายของการวัดผลการศึกษา<br />1.วัดผลเพื่อพัฒนาสมรรถภาพของนักเรียน หมายถึง การวัดผลเพื่อดูว่าการประเมินผล หมายถึง กา...
บลูม(Bloom)และคณะได้แบ่งพฤติกรรมที่จะวัดออกเป็น3ลักษณะ<br />		นักเรียนบกพร่องหรือไม่เข้าใจในเรื่องใดอย่างไร แล้วครูพยายามอ...
3.วัดผลเพื่อจัดอันดับหรือจัดตำแหน่ง หมายถึง การวัดผลเพื่อจัดอันดับความสามารถของนักเรียนในกลุ่มเดียวกันว่าใครเก่งกว่าใครเก่...
หลักการวัดผลการศึกษา<br />1.ต้องวัดให้ตรงกับจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน คือ การวัดผลจะเป็นสิ่งตรวจสอบผลจากการสอนของครูว่า...
4.ประเมินผลการวัดให้ถูกต้อง เช่น คะแนนที่เกิดจากการสอนครูต้องแปลผลให้ถูกต้องสมเหตุสมผลและมีความยุติธรรม<br />5.ใช้ผลการวัด...
รูปแบบของการสังเกต<br />1.การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าไปร่วมในเหตุการณ์หรือกิจกรรม หมายถึง การสังเกตที่ผู้สังเกตเข้าไปมีส่วนร...
2.การสัมภาษณ์<br />		การสัมภาษณ์ คือ การสนทนาหรือพูดคุยโต้ตอบกันอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อค้นหาความรู้ ความจริง ตามวัตถุประส...
3.แบบสอบถาม<br />	แบบสอบถามเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลทางสังคมศาสตร์ ทั้งนี้เพราะเป็นวิธ...
2.สอบถามแบบชนิดปลายปิด<br />		แบบสอบถามชนิดนี้ประกอบด้วย ข้อคำถามและตัวเลือก (คำตอบ)ซึ่งตัวเลือกนี้สร้างขึ้นโดยคาดว่าผู้ตอ...
  2.3แบบจัดอันดับ มักจะให้ผู้ตอบจัดอันดับความสำคัญหรือคุณภาพโดยให้ผู้ตอบเรียงลำดับตามความเข้มจากมากไปน้อย<br />2.4แบบเติมเ...
5.การประเมินผลจากสภาพจริง<br />		หมายถึง กระบวนการสังเกต การบันทึก และรวบรวมข้อมูลจากงานและวิธีการที่นักเรียนทำการประเมินผ...
		3.เป็นการเน้นให้นักเรียนได้สร้างงาน<br />		4.เป็นการผสมผสานให้กิจกรรมการเรียนรู้และประเมินผล<br />		5.เป็นการลดภาระงานซ่...
7.การประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมงาน<br />	เป็นแนวทางการประเมินผลโดยรวมข้อมูลที่ครูและผู้เรียนทำกิจรรมต่างๆร่วมกันโดยกระทำอย่าง...
8.1แบ่งตามพฤติกรรมหรือสมรรถภาพที่วัดได้ <br />        แบ่งเป็น 3ประเภท<br />1.แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ หมายถึง แบบทดสอบที่วัด...
3)แบบทดสอบแบบเติมคำ<br />4)แบบทดสอบแบบจับคู่<br />5)แบบทดสอบแบบเลือกตอบ<br />1.2)แบบทดสอบมาตรฐานหมายถึง แบบทดสอบที่มุ่งวัด...
		2)แบบทดสอบวัดความถนัดด้านเฉพาะ หมายถึง แบบทดสอบที่มุ่งวัดความถนัดด้านเฉพาะที่เกี่ยวกับงานอาชีพต่างๆหรือความสามารถพิเศษ เ...
8.2แบ่งตามลักษณะตอบ<br />1)แบบทดสอบภาคปฏิบัติ หมายถึง แบบทดสอบที่ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติจริง<br />  2)แบบทดสอบข้อเขียน หมา...
8.4แบ่งตามจำนวนผู้เข้าสอบ<br />		1)แบบทดสอบเป็นรายบุคคล หมายถึง การสอบทีละคนมักเป็นการสอบภาคปฎิบัติ<br />		2)แบบทดสอบเป็นช...
8.6แบ่งตามลักษณะของการใช้ประโยชน์<br />	1)แบบทดสอบย่อย หมายถึง แบบทดสอบประจำบท หรือหน่วยการเรียน<br />		2)แบบทดสอบปรนัย หม...
9.การสังเกต<br />	การสังเกตเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้ประสาทสัมผัสต่างๆของผู้สังเกตเป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตา ...
		2.การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม เป็นวิธีการสังเกตที่ผู้สังเกตอยู่นอกกลุ่มผู้ถูกสังเกต กระทำตนเป็นบุคคลภายนอก โดยไม่เข้าร่วมก...
3.ควรสังเกตโดยทั่วไปที่ผู้ถูกสังเกตไม่รู้ตัว  ทั้งนี้ เพราะถ้าผู้ถูกสังเกตรู้ตัวล่วงหน้าว่าจะถูกสังเกตในเรื่องใด ก็จะระมัด...
	แน่นอน การสัมภาษณ์จะช่วยให้ทราบช่วยให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูก สัมภาษณ์ ในด้านบุคลิกภาพท่วงทาวาจา ปฏิภาณ ไหวพริบ หรือการ...
2)การสัมภาษณ์แบบไม่มีมีโครงสร้างแน่นอน<br />เป็นการสัมภาษณ์ที่ผู้สัมภาษณ์เตรียมจุดมุ่งหมายไว้แล้ว ใช้วิธีการสนทนาซักถามแลก...
ประเภทของแบบสอบถาม<br />แบบสอบถามแบ่งออกเป็น2ประเภทคือ<br />		1.แบบสอบถามปลายเปิด เป็นแบบสอบถามที่ไม่กำหนดคำตอบตายตัว เปิด...
มีรูปแบบของคำถามอยู่ 2ประเภทใหญ่คือ<br />2.1แบบให้เลือกตอบคำถามเดียว เช่น<br />-ท่านมีหนี้สิ้นหรือไม่<br />(   )มี        ...
12.แบบสำรวจ<br />		แบบสำรวจหรือแบบตรวจสอบรายการ เป็นเครื่องมือที่ใช้กันมากอีกชนิดหนึ่ง โดยปกติจะประกอบด้วยบัญชีรายการสิ่งข...
ลักษณะของข้อมูล<br />		ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงหรือข่าวสาร เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่สนใจจะศึกษา ข้อมูลอาจแบ่งเป็น 2ประเภท...
การประเมินผลทางการศึกษา<br />		การประเมินผลทางการศึกษา หมายถึง กระบวนการในการตัดลักษณะหรือพฤติกรรมของนักเรียนว่ามี คุณภาพด...
ความสำคัญของการประเมินผลทางการศึกษา<br />	1.ช่วยชี้ให้เห็นว่าการดำเนินการเหมาะสมเพียงใด<br />	2.ทำให้ทราบว่าการดำเนินงานบร...
หลักการของการประเมินผลทางการศึกษา<br />1.กำหนดสิ่งที่ประเมินให้ชัดเจนและวัดได้ เป็นการกำหนดว่าจะตัดสินใจให้คุณค่าในเรื่องอ...
การกำหนดสิ่งที่จะประเมินเกี่ยวกับการเรียนการสอน<br />1.การประเมินก่อนมีการเรียนการสอน<br />	การประเมินเพื่อตรวจสอบดูว่าองค...
3.การประเมินผลเมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอน<br />	เป็นการประเมินตรวจสอบโดยสรุปของการเรียนการสอนว่า เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนดนั...
3)การนำไปใช้  หมายถึง ความสามารถในการที่นำความรู้ความสามารถที่ได้เรียนรู้มาประยุกต์ใช้ได้<br />4)การวิเคราะห์ หมายถึง ความ...
3.2พฤติกรรมด้านจิตพิสัย<br />เป็นพฤติกรรมทางด้านจิตใจที่แสดงออกมาในรูปของค่านิยม เจตติ  ความสนใจ<br />3.3พฤติกรรมด้านทักษะ...
1.การประเมินผลแบบอิงเกณฑ์<br />		เป็นการวัดเพื่อต้องการทราบว่าบุคคลนั้นๆ มีความสามารถถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ หรือไม่ การประเมิ...
ข้อควรคำนึงการประเมินแบบอิงกลุ่ม<br />1.ข้อสอบต้องมีคุณภาพสูง มีความน่าเชื่อมั่น และเที่ยงตรง<br />2.ข้อสอบที่ใช้จะต้องครอ...
จบการนำเสนอ<br />แล้วคร้า<br />
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้1

1,095 views
1,035 views

Published on

0 Comments
1 Like
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
1,095
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
5
Comments
0
Likes
1
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้1

  1. 1. เรื่องการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้<br />จัดทำโดย<br />นางสาวสุกัญญา อาลัย<br />รหัส521121012<br />
  2. 2. การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้<br /> การวัดผลการหมายถึงกระบวนการหาปริมาณ หรือจำนวนของสิ่งต่างๆโดยการใช้เครื่องมือ อย่างใดอย่างหนึ่ง ผลจากการวัดจะออกมาเป็นตัวเลข หรือสัญลักษณ์ <br /> เช่น นายแดงสูง 180 ซม.<br />การทดสอบการศึกษา หมายถึง กระบวนการวัดผลอย่างหนึ่งที่กระทำอย่างมีระบบเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบความสามารถของบุคคล โดยใช้ข้อสอบหรือคำถามไปกระตุ้นให้สมองแสดงพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งประสารทสัมผัสส่วนต่างๆของร่างกาย(วัดด้านการปฎิบัติ)<br />
  3. 3. จุดมุ่งหมายของการวัดผลการศึกษา<br />1.วัดผลเพื่อพัฒนาสมรรถภาพของนักเรียน หมายถึง การวัดผลเพื่อดูว่าการประเมินผล หมายถึง การตัดสิน หรือวินิจฉัยสิ่งต่างๆที่ได้จากการวัดผลเช่นผลจากการวัดส่วนสูงของนายแดง 180ซม. ก็อาจประมานว่าเป็นคนที่สูงกว่ามาก <br />วัดพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย ได้แก่ การวัดเกี่ยวกับ ความรู้ ความคิด (วัดด้านสมอง)<br />วัดพฤติกรรมด้านจิตพิสัย ได้แก่ การวัดเกี่ยวกับ ความรู้สึกนึกคิด (วัดด้านจิตใจ)<br />วัดพฤติกรรมด้านทักษะพิสัย ได้แก่ การวัดเกี่ยวกับการใช้กล้ามเนื้อ และประสาทสัมผัสส่วนต่างๆของร่างกาย (วัดด้านการปฏิบัติ)<br />
  4. 4. บลูม(Bloom)และคณะได้แบ่งพฤติกรรมที่จะวัดออกเป็น3ลักษณะ<br /> นักเรียนบกพร่องหรือไม่เข้าใจในเรื่องใดอย่างไร แล้วครูพยายามอบรมสั่งสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และมีความเจริญงอกงามตามศักยภาพของนักเรียน<br />1.วัดผลเพื่อและพัฒนาสมรรถภาพของนักเรียน หมายถึง การวัดผลเพื่อดูว่านักเรียนบกพร่องหรือไม่เข้าใจในเรื่องใดอย่างไร แล้วครูพยายามอบรมสั่งสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้และมีความเจริญงอกงามตามศักยภาพของนักเรียน<br />2.วัดผลเพื่อวินิจฉัย หมายถึง การวัดผลเพื่อค้นหาจุดบกพร่องของนักเรียนที่มีปัญหาว่า ยัง ไม่เกิดการเรียนรู้ตรงจุดใด เพื่อหาทางช่วยเหลือ<br />
  5. 5. 3.วัดผลเพื่อจัดอันดับหรือจัดตำแหน่ง หมายถึง การวัดผลเพื่อจัดอันดับความสามารถของนักเรียนในกลุ่มเดียวกันว่าใครเก่งกว่าใครเก่งกว่า ใครควรได้อันดับ 1 2 3<br />4.วัดผลเพื่อเปรียบเทียบหรือเพื่อทราบพัฒนาการของของนักเรียน หมายถึง การวัดผลเพื่อเปรียบเทียบความสามารถของนักเรียนเอง เช่น การทดสอบก่อนสอบ และหลังเรียนแล้วนำผลมาเปรียบเทียบกัน<br />5.วัดผลเพื่อพยากรณ์ หมายถึง การวัดเพื่อนำผลที่ได้ไปคาดคะเนหรือทำนายเหตุการณ์ในอนาคต<br />6.วัดผลเพื่อประเมินผล หมายถึง การวัดเพื่อนำผลที่ได้มาตัดสิน หรือสรุปคุณภาพของการจัดการศึกษาว่ามีประสิทธิภาพสูงหรือต่ำ ควรปรับปรุงแก้ไขอย่างไร<br />
  6. 6. หลักการวัดผลการศึกษา<br />1.ต้องวัดให้ตรงกับจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน คือ การวัดผลจะเป็นสิ่งตรวจสอบผลจากการสอนของครูว่า นักเรียนเกิดพฤติกรรมตามที่ระบุไว้ในจุดมุ่งหมายการสอนมากน้อยเพียงใด<br />2.เลือกใช้เครื่องมือวัดที่ดีและเหมาะสม การวัดผลครูต้องพยายามเลือกใช้เครื่องมือวัดที่มีคุณภาพ ใช้เครื่องมือวัดหลายๆอย่าง เพื่อช่วยให้การวัดถูกต้องสมบูรณ์<br />3.ระวังความคลาดเคลื่อนหรือความผิดพลาดของการวัด เมื่อใช้เครื่องมือชนิดใด ต้องระวังความพกพร่องของเครื่องมือหรือวิธีการวัดของครู<br />
  7. 7. 4.ประเมินผลการวัดให้ถูกต้อง เช่น คะแนนที่เกิดจากการสอนครูต้องแปลผลให้ถูกต้องสมเหตุสมผลและมีความยุติธรรม<br />5.ใช้ผลการวัดให้คุ้มค่า จุดประสงค์สำคัญของการวัดก็คือ เพื่อค้นและพัฒนาสมรรถภาพของนักเรียน ต้องพยายามค้นหาผู้เรียนแต่ละคนว่า เด่น-ด้อย ในเรื่องใด และหาแนวทางปรับปรุงแก้ไขแต่ละคนให้ดีขึ้น<br />เครื่องมือที่ใช้ในการวัดผล<br />1.การสังเกต<br />การสังเกต คือการพิจารณาปรากฎการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อค้นหาความจริงบางประการโดยอาศัยประสาท สัมผัสของผู้สังเกตโดยตรง<br />
  8. 8. รูปแบบของการสังเกต<br />1.การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าไปร่วมในเหตุการณ์หรือกิจกรรม หมายถึง การสังเกตที่ผู้สังเกตเข้าไปมีส่วนร่วม หรือคลุกคลีในหมู่ผู้ถูกสังเกต และอาจร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน<br />2.การสังเกตโดยผู้สังเกตไม่ได้เข้าร่วมในเหตุการณ์ หมายถึง การังเกตที่ผู้ถูกสังเกตอยู่ภายนอกวงของผู้ถูกสังเกต คือสังเกตในฐานะเป็นบุคคลภายนอก การสังเกตแบบนี้ แบ่งได้2ชนิด <br /> 2.1การสังเกตแบบไม่มีโครงสร้าง หมายถึง การสังเกตที่ผู้สังเกตไม่ได้กำหนดหัวเรื่องเฉพาะเอาไว้<br /> 2.2การสังเกตแบบมีโครงสร้าง หมายถึง การสังเกต<br />ที่ผู้สังเกตกำหนดเรื่องเฉพาะเอาไว้<br />
  9. 9. 2.การสัมภาษณ์<br /> การสัมภาษณ์ คือ การสนทนาหรือพูดคุยโต้ตอบกันอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อค้นหาความรู้ ความจริง ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดเอาไว้ล่วงหน้า<br /> รูปแบบของการสัมภาษณ์<br />1.การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง หมายถึง การสัมภาษณ์ที่ไม่ใช้แบบสัมภาษณ์ คือ ไม่จำเป็นต้องใช้ คำถามที่เหมือนกันหมดกับผู้ที่ถูกสัมภาษณ์ทุกคน<br />2.การสัมภาษณ์แบบโครงสร้าง หมายถึงการสัมภาษณ์ที่ผู้สัมภาษณ์จะใช้แบบสัมภาษณ์ที่สร้างขึ้นไว้แล้ว<br />
  10. 10. 3.แบบสอบถาม<br /> แบบสอบถามเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลทางสังคมศาสตร์ ทั้งนี้เพราะเป็นวิธีการที่สะดวก และสามารถใช้วัดได้อย่างกว้างขวาง<br /> รูปแบบของการสอบถาม<br /> 1.สอบถามแบบชนิดปลายเปิด <br /> แบบสอบถามชนิดนี้ไม่ได้กำหนดคำตอบไว้เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ตอบเขียนคำตอบอย่างอิสระด้วยความคิดของตัวเอง แบบสอบถามชนิดนี้ตอบยากและเสียเวลาในการตอบมากเพราะผู้ตอบจะต้องคิดวิเคราะห์อย่างกว้างขวาง<br />
  11. 11. 2.สอบถามแบบชนิดปลายปิด<br /> แบบสอบถามชนิดนี้ประกอบด้วย ข้อคำถามและตัวเลือก (คำตอบ)ซึ่งตัวเลือกนี้สร้างขึ้นโดยคาดว่าผู้ตอบ สามารถเลือกตอบ ได้ตามความต้องการ แบบสอบถามชนิดปลายทางปิด แบ่งเป็น4แบบ<br />2.1 แบบสอบถามรายการ เป็นการสร้างรายการของข้อคำถามที่เกี่ยวหรือสัมพันธ์กับคุณลักษณะของพฤติกรรม แต่ละรายการจะถูกประเมิน หรือชี้คำตอบในแง่ใดแง่หนึ่ง เช่น มี- ไม่มี จริง- ไม่จริง<br />2.2มาตราส่วนประมาณค่า เป็นเครื่องมือที่ใช้ในประเมินการปฎิบัติกิจกรรม ทักษะต่างๆ มีระดับความเข้มให้พิจารณาตั้งแต่ 3 ระดับขึ้นไป เช่น เห็นด้วยอย่างยิ่ง เห็นด้วย ไม่แน่ใจ ไม่เห็นใจ <br /> ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง<br />
  12. 12. 2.3แบบจัดอันดับ มักจะให้ผู้ตอบจัดอันดับความสำคัญหรือคุณภาพโดยให้ผู้ตอบเรียงลำดับตามความเข้มจากมากไปน้อย<br />2.4แบบเติมเต็มคำสั้นๆในช่องว่าง แบบสอบถามลักษณะนี้จะต้องกำหนดขอบเขตจำเพราะเจาะจงลงไป เช่น ปัจจุบันท่านอายุ………………..ปี………………….เดือน…………………………<br />4.การจัดอันดับ<br /> เป็นเครื่องมือวัดผลให้นักเรียน หรือผู้ได้รับสอบถามเป็นผู้ตอบ โดยการจัดการอันดับความสำคัญ หรือจัดอันดับคุณภาพและใช้จัดอันดับของข้อมูลหรือผลงานต่างๆของนักเรียนแล้วจึงได้คะแนน <br />ภายหลังเพื่อการประเมิน<br />
  13. 13. 5.การประเมินผลจากสภาพจริง<br /> หมายถึง กระบวนการสังเกต การบันทึก และรวบรวมข้อมูลจากงานและวิธีการที่นักเรียนทำการประเมินผลจากสภาพจริงจะเน้นให้นักเรียนแก้ปัญหา เป็นผู้ค้นพบและผู้ผลิตความรู้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง รวมทั้งเน้นพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน<br />ความสำคัญของการประเมินผลจากสภาพจริง<br /> 1.การเรียนการสอนและการวัดประเมินผลจากสภาพจริง จะเอื้อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างศักยภาพของแต่ละบุคคล<br /> 2.เป็นการเอื้อต่อการเรียนการสอนที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง<br />
  14. 14. 3.เป็นการเน้นให้นักเรียนได้สร้างงาน<br /> 4.เป็นการผสมผสานให้กิจกรรมการเรียนรู้และประเมินผล<br /> 5.เป็นการลดภาระงานซ่อมเสริมของครู<br />6.การวัดผลภาคปฎิบัติ<br /> การวัดผลภาคปฏิบัติ เป็นการวัดผลงานที่ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ ซึ่งสามารถวัดได้ทั้งกระบวนการและผลงาน ในสถานการณ์จริง หรือในสถานการณ์จำลอง สิ่งที่ควรคำนึงในการสอบวัดภาคปฎิบัติคือ<br /> 1.ขั้นเตรียมงาน 2.ขั้นปฏิบัติงาน<br /> 3.เวลาที่ใช้ในการทำงาน 4.ผลงาน<br />
  15. 15. 7.การประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมงาน<br /> เป็นแนวทางการประเมินผลโดยรวมข้อมูลที่ครูและผู้เรียนทำกิจรรมต่างๆร่วมกันโดยกระทำอย่างต่อเนื่องตลอดภาคเรียน ดังนั้นการวัดผลและประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมตนส่วนหนึ่ง จะเป็นกิจกรรมที่สอดแทรกอยู่ในสภาพการเรียนประจำวัน โดยกิจกรรมที่สอดแทรกเหล่านี้จะวัด เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสภาพชีวิตประจำวัน<br />8.แบบทดสอบ<br /> แบบทดสอบ หมายถึง ชุดของคำถามหรือกลุ่มงานใดๆที่สร้างขึ้นเพื่อชักนำให้ผู้ถูกทดสอบ แสดงพฤติกรรม หรือปฎิกิริยาโต้ตอบย่างใดอย่างหนึ่งออกมาให้สามารถสังเกตได้<br /> ประเภทของแบบทดสอบ สามารถแบ่งประเภทออกได้หลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่จะใช้ ดังนี้<br />
  16. 16. 8.1แบ่งตามพฤติกรรมหรือสมรรถภาพที่วัดได้ <br /> แบ่งเป็น 3ประเภท<br />1.แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ หมายถึง แบบทดสอบที่วัดสมรรถภาพสมองด้านต่างๆที่นักเรียนได้รับการเรียนรู้ผ่านมาแล้วว่ามีอยู่เท่าใด แบบทดสอบแบ่งออกเป็น2ชนิด<br />1.1)แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น หมายถึง แบบทดสอบที่มุ่งวัดผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเฉพาะกลุ่มที่ครูสอน แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้นมีหลายแบบ ที่นิยมใช้คือ<br /> 1)แบบทดสอบแบบอัตนัยหรือแบบความเรียง<br />2)แบบทดสอบแบบถูกผิด<br />
  17. 17. 3)แบบทดสอบแบบเติมคำ<br />4)แบบทดสอบแบบจับคู่<br />5)แบบทดสอบแบบเลือกตอบ<br />1.2)แบบทดสอบมาตรฐานหมายถึง แบบทดสอบที่มุ่งวัดผลสัมฤทธิ์มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปรียบเทียบคุณภาพต่างๆของนักเรียนที่ต่างกลุ่มกัน เช่น แบบทกสอบมาตรฐานระดับชาติ<br />2.แบบทดสอบวัดความถนัด หมายถึง แบบทดสอบที่มุ่งวัดสมรรถภาพสมองของผู้เรียนแบ่งเป็น2แบบคือ<br /> 1)แบบทดสอบวัดความถนัดทางการเรียน หมายถึง แบบทดสอบที่มุ่งวัดความถนัดทางด้านวิชาการต่างๆ เช่นด้านภาษา<br />
  18. 18. 2)แบบทดสอบวัดความถนัดด้านเฉพาะ หมายถึง แบบทดสอบที่มุ่งวัดความถนัดด้านเฉพาะที่เกี่ยวกับงานอาชีพต่างๆหรือความสามารถพิเศษ เช่น ความสามารถด้านดนตรี<br />3.แบบทดสอบวัดบุคลิกภาพทางสังคม หมายถึง แบบทดสอบที่ใช้วัดบุคลิกภาพและปรับตัวให้เข้ากับ สังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่วัด ได้ยาก ผลที่ได้ไม่คงที่แน่นอน ได้แก่<br />1)แบบทดสอบวัดเจตคติที่มีต่อบุคลิก สิ่งของ เรื่องราว<br />2)แบบทดสอบวัดความสนใจที่มีต่ออาชีพ การศึกษา<br /> 3)แบบทดสอบวัดความปรับตัว เช่น การปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆ<br />
  19. 19. 8.2แบ่งตามลักษณะตอบ<br />1)แบบทดสอบภาคปฏิบัติ หมายถึง แบบทดสอบที่ให้นักเรียนลงมือปฏิบัติจริง<br /> 2)แบบทดสอบข้อเขียน หมายถึง แบบทดสอบที่ใช้การเขียนคำตอบ<br /> 3)แบบทดสอบปากเปล่า หมายถึง แบบทดสอบที่ใช้การพูดโต้ตอบแทนการเขียน<br />8.3แบ่งตามเวลาที่กำหนดให้ตอบ<br />1)แบบทดสอบที่จำกัดเวลาในการตอบ หมายถึง แบบทดสอบที่ใช้เวลาน้อย<br />2)แบบทดสอบที่ไม่จำกัดเวลาในการตอบ หมายถึง<br /> แบบทดสอบที่ใช้เวลาตอบ<br />
  20. 20. 8.4แบ่งตามจำนวนผู้เข้าสอบ<br /> 1)แบบทดสอบเป็นรายบุคคล หมายถึง การสอบทีละคนมักเป็นการสอบภาคปฎิบัติ<br /> 2)แบบทดสอบเป็นชั้นหรือหมู่ หมายถึง การสอบทีละหายๆคน <br />8.5แบ่งตาม สิ่งเร้าของการถาม<br /> 1)แบบทดสอบทางภาษา หมายถึง แบบทดสอบที่ต้องอาศัยภาษาสังคมนั้นๆเป็นหลัก ใช้กับผู้ที่อ่านออกเขียนได้<br /> 2)แบบทดสอบที่ไม่ใช้ภาษา หมายถึง แบบทดสอบที่ใช้รูปภาพใช้ สัญลักษณ์หรือเลข<br />
  21. 21. 8.6แบ่งตามลักษณะของการใช้ประโยชน์<br /> 1)แบบทดสอบย่อย หมายถึง แบบทดสอบประจำบท หรือหน่วยการเรียน<br /> 2)แบบทดสอบปรนัย หมายถึง แบบทดสอบสรุปรวมเนื้อหาที่เรียนผ่านมาตลอดภาคเรียน <br />8.7แบ่งตามเนื้อหาของข้อสอบในฉบับ<br /> 1)แบบทดสอบอัตนัย หมายถึง แบบทดสอบที่มีเฉพาะคำถามนักเรียนต้องคิดหาคำตอบเอง<br /> 2)แบบทดสอบปรนัย หมายถึง แบบทดสอบที่มีทั้ง<br />คำถามและคำตอบเฉพาะคงที่แน่นอน<br />
  22. 22. 9.การสังเกต<br /> การสังเกตเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้ประสาทสัมผัสต่างๆของผู้สังเกตเป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตา (เพื่อดู)และหู(เพื่อฟัง)เก็บข้อมูลตามที่ปรากฏโดยไม่แปลความหมายของข้อมูลนั้นตามความคิดของผู้เกตของการสังเกต<br />ชนิดของการสังเกต<br />การสังเกตแบ่งออกเป็น2ชนิด คือ<br /> 1.การสังเกตแบบมีส่วนร่วม เป็นวิธีการสังเกตที่ผู้สังเกตเข้าไปร่วมอยู่ในหมู่หรือกลุ่มบุคคลที่จะสังเกต เป็นสมาชิกคนหนึ่งของหมู่และทำกิจกรรมรวมกัน<br />
  23. 23. 2.การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม เป็นวิธีการสังเกตที่ผู้สังเกตอยู่นอกกลุ่มผู้ถูกสังเกต กระทำตนเป็นบุคคลภายนอก โดยไม่เข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มที่กำลังทำอยู่<br />ลักษณะของการสังเกตที่ดี<br /> การสังเกตที่ดี ควรมีลักษณะดังต่อไปนี้<br />1.กำหนดจุดมุ่งหมายของการสังเกตให้แน่นอนว่า จะสังเกตอะไร สังเกตใคร ที่ไหน เวลาใด เพื่ออะไร<br />2.วางแผนการสังเกต ไว้ล่วงหน้า และวิเคราะห์สิ่งที่จะสังเกตออกมาเป็นพฤติกรรมหรือองค์ประกอบย่อยๆที่สามารถสังเกตได้ง่าย<br />
  24. 24. 3.ควรสังเกตโดยทั่วไปที่ผู้ถูกสังเกตไม่รู้ตัว ทั้งนี้ เพราะถ้าผู้ถูกสังเกตรู้ตัวล่วงหน้าว่าจะถูกสังเกตในเรื่องใด ก็จะระมัดระวังตัว <br />4.ควรระวังอย่าให้เกิดการลำเอียงในขณะที่สังเกต เช่นความประทับใจต่อบุคคลที่สังเกต<br />5.ควรสังเกตซ้ำหลายๆครั้ง เพื่อเป็นการตรวจสอบความแน่ใจ<br />6.ควรมีการบันทึกการสังเกตทุกครั้ง เพื่อป้องกันการลืม<br />10.การสัมภาษณ์<br /> การสัมภาษณ์เป็นการสนทนาอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพื่อต้องการผลอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นกระบวนการสื่อสารระหว่างบุคคลสองคน หรือระหว่างบุคคลกับกลุ่มคนจำนวนจำกัด โดยมีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน<br />
  25. 25. แน่นอน การสัมภาษณ์จะช่วยให้ทราบช่วยให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูก สัมภาษณ์ ในด้านบุคลิกภาพท่วงทาวาจา ปฏิภาณ ไหวพริบ หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า<br />ประเภทของการสัมภาษณ์<br /> 1)การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างแน่นอนเป็นการสัมภาษณ์ที่มีผู้สัมภาษณ์ต้องเตรียมคำถาม หรือแบบสัมภาษณ์ล่วงหน้า ให้ครอบคลุมเนื้อหาหรือเรื่องราวที่ต้องการทราบจากผู้ถูกสัมภาษณ์ ดังนั้น ฟอร์มแบบสัมภาษณ์ต้องสะดวกต่อการกาเครื่องหมายหรือกรอกข้อมูล<br />
  26. 26. 2)การสัมภาษณ์แบบไม่มีมีโครงสร้างแน่นอน<br />เป็นการสัมภาษณ์ที่ผู้สัมภาษณ์เตรียมจุดมุ่งหมายไว้แล้ว ใช้วิธีการสนทนาซักถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยผู้สัมภาษณ์ต้องพยายามให้ผู้ถูกสัมภาษณ์แสดงความรู้สึกนึกคิดของตนเองออกมา<br />11.แบบทดสอบถามและแบบตรวจสอบ<br /> แบบสอบถามเป็นชุดของคำถามที่สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวบุคคลในด้านต่างๆ เช่น ความคิดเห็น ความรู้สึก ท่าทีฯ<br /> แบบทดสอบเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวบุคคลอย่างแพร่หลายเนื่องจากเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ได้ข้อมูลในเวลารวดเร็ว และยังสามารถส่งแบบสอบถามไปให้บุคคลที่ต้องการข้อมูลจากเขาได้<br />
  27. 27. ประเภทของแบบสอบถาม<br />แบบสอบถามแบ่งออกเป็น2ประเภทคือ<br /> 1.แบบสอบถามปลายเปิด เป็นแบบสอบถามที่ไม่กำหนดคำตอบตายตัว เปิดโอกาสให้ผู้ตอบได้แสดงความคิดเห็นและใช้คำพูดของตนเอง ลักษณะของคำถามมักจะตั้งไว้กว้างๆ<br />เช่น -ทำไมท่านจึงต้องการเป็นครู<br /> 2.แบบสอบถามแบบปลายปิด เป็นแบบสอบถามที่ประกอบด้วยข้อความหรือคำถามที่กำหนดตัวเลือกหรือคำตอบที่คาดว่าเป็นไปได้ไว้เพื่อให้ผู้ตอบเลือกข้อที่ตรงกับข้อเท็จจริง<br />
  28. 28. มีรูปแบบของคำถามอยู่ 2ประเภทใหญ่คือ<br />2.1แบบให้เลือกตอบคำถามเดียว เช่น<br />-ท่านมีหนี้สิ้นหรือไม่<br />( )มี ( )ไม่มี<br />2.2แบบให้เลือกตอบหลายคำตอบ<br />-ท่านชอบอ่านหนังสือพิมพ์รายวันฉบับใดมากที่สุด<br />( )ไทยรัฐ ( )เดลินิวส์<br />( )สยามรัฐ ( )บ้านเมือง<br />( )มติชน ( )พิมพ์ไทย<br />
  29. 29. 12.แบบสำรวจ<br /> แบบสำรวจหรือแบบตรวจสอบรายการ เป็นเครื่องมือที่ใช้กันมากอีกชนิดหนึ่ง โดยปกติจะประกอบด้วยบัญชีรายการสิ่งของหรือเรื่องราวต่างๆ ที่จะให้คำตอบ ตอบในลักษณะให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างที่กำหนดให้<br /> เช่น มี-ไม่มี ชอบ-ไม่ชอบ<br />การวิเคราะห์ข้อมูล<br /> การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นกระบวนการนำข้อมูลซึ่งเก็บรวบรวมได้ มาจัดกระทำโดยมีการจัดระเบียบแยกประเภท หรือใช้วิธีการทางสถิติ เพื่อตอบคำถามตามจุดมุ่งหมายของการประเมิน <br />
  30. 30. ลักษณะของข้อมูล<br /> ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริงหรือข่าวสาร เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่สนใจจะศึกษา ข้อมูลอาจแบ่งเป็น 2ประเภท คือ<br />1.ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ข้อมูลที่อยู่ในรูปของจำนวน ปริมาณ หรือตัวเลข<br />2.ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ ข้อมูลที่ไม่อยู่ในรูปของจำนวนหรือเลข<br />ประเภทของการวิเคราะห์ข้อมูล<br />แบ่งออกเป็น2ประเภท คือ<br />1.การวิเคราะห์โดยไม่ใช้วิธีการทางสถิติ<br />2.การวิเคราะห์โดยใช้วิธีการทางสถิติ<br />
  31. 31. การประเมินผลทางการศึกษา<br /> การประเมินผลทางการศึกษา หมายถึง กระบวนการในการตัดลักษณะหรือพฤติกรรมของนักเรียนว่ามี คุณภาพดีระดับใดโดยอาศัยเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งในการเปรียบเทียบ มีองค์ประกอบ 3ประการคือ<br />1.ผลการวัด ทำให้ทราบสภาพความจริงของสิ่งที่จะประเมินว่ามีปริมาณเท่าไร มีคุณสมบัติอย่างไร เพื่อนำข้อมูลไปพิจารณา<br />2.เกณฑ์การพิจารณา ในการที่ตัดสินใจหรือลงข้อสรุปสิ่งใดจะต้องมีมาตรฐานสำหรับสิ่งที่จะเปรียบเทียบกับสิ่งที่ได้จากการวัด<br />3.การตัดสินใจ เป็นการชี้ขาดหรือสรุปผลการเปรียบเทียบระหว่างผลการวัดกับเกณฑ์ที่กำหนดว่า สอดคล้องกันหรือไม่ การตัดสินใจที่ดีต้องอาศัยการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน กระทำ อย่างยุติธรรม<br />
  32. 32. ความสำคัญของการประเมินผลทางการศึกษา<br /> 1.ช่วยชี้ให้เห็นว่าการดำเนินการเหมาะสมเพียงใด<br /> 2.ทำให้ทราบว่าการดำเนินงานบรรลุตามจุดประสงค์หรือไม่<br /> 3.ช่วยกระตุ้นให้มีการเร่งรัด ปรับปรุง และการดำเนินการงาน<br /> 4.ช่วยเห็นข้อบกพร่องในการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนเป็นหลักในการปรับปรุงในการดำเนินงาน<br /> 5.ช่วยควบคุมการดำเนินงานให้ประสิทธิภาพ<br /> 6.เป็นแนวทางในการกำหนดวิธีการในการดำเนินงานครั้งต่อไป<br />
  33. 33. หลักการของการประเมินผลทางการศึกษา<br />1.กำหนดสิ่งที่ประเมินให้ชัดเจนและวัดได้ เป็นการกำหนดว่าจะตัดสินใจให้คุณค่าในเรื่องอะไร<br />2.วางแผนการประเมินให้รัดกุม ผู้ประเมินมีการวางแผนเก็บข้อมูล ที่เที่ยงตรงและเชื่อมั่นได้<br />3.เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินต้องสัมพันธ์กับสิ่งที่ต้องการวัดและจุดมุ่งหมายของการประเมิน<br />4.เลือกใช้เครื่องมือในการประเมินที่มีคุณภาพให้เหมาะสมกับสิ่งที่จะประเมิน<br />5.ปราศจากความลำเอียง<br />
  34. 34. การกำหนดสิ่งที่จะประเมินเกี่ยวกับการเรียนการสอน<br />1.การประเมินก่อนมีการเรียนการสอน<br /> การประเมินเพื่อตรวจสอบดูว่าองค์ประกอบก่อนที่จะจัดให้มีการเรียนการสอนทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ระดับสติปัญญา คามพร้อม ความสนใจ ค่านิยม เป็นต้น<br />2.การประเมินขณะทำการเรียนการสอน<br /> การประเมินระยะนี้เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ได้แก่ พฤติกรรมด้านต่างๆของการเรียนการสอน ในแต่ละเนื้อหาย่อยๆอัตราการมาเรียน ความสนใจ ความตั้งใจ การร่วมกิจกรรม<br />
  35. 35. 3.การประเมินผลเมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอน<br /> เป็นการประเมินตรวจสอบโดยสรุปของการเรียนการสอนว่า เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนดนักเรียนมีความสำเร็จในการเรียนรู้มากน้อยเพียงใด ตามปกติการวัดจะมี 3ด้าน ดังนี้<br /> 3.1พฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย<br /> เป็นพฤติกรรมทางด้านสมองและสติปัญญา แบ่งย่อยได้<br /> 1)ความรู้ความจำ หมายถึง ความสามารถในการที่จะจดจำกับความรู้ที่ได้รับไปแล้ว<br /> 2)ความเข้าใจ หมายถึง ความสามารถในการตีความ แปลความ และการขยายความ<br />
  36. 36. 3)การนำไปใช้ หมายถึง ความสามารถในการที่นำความรู้ความสามารถที่ได้เรียนรู้มาประยุกต์ใช้ได้<br />4)การวิเคราะห์ หมายถึง ความสามารถในการหาข้อเท็จจริง หาความสำคัญ และหลักการต่างๆของสิ่งนั้น<br />5)การสังเคราะห์ หมายถึง ความสามารถในการรวบรวมเข้ามารวมกัน หรือทำให้เกิด เรื่องใหม่ สิ่งใหม่<br />6)การประเมินค่า หมายถึง ความสามารถในการตัดสินสิ่งต่างๆโดยมีเกณฑ์หรือมาตรฐานเป็นเครื่องตัดสินใจ<br />
  37. 37. 3.2พฤติกรรมด้านจิตพิสัย<br />เป็นพฤติกรรมทางด้านจิตใจที่แสดงออกมาในรูปของค่านิยม เจตติ ความสนใจ<br />3.3พฤติกรรมด้านทักษะพิสัย<br /> เป็นพฤติกรรมที่เกี่ยวกับทักษะในการเคลื่อนไหว การใช้อวัยวัยต่างๆ ของร่างกาย ตลอดจนการประสานงานของประสาทและกล้ามเนื้อ<br /> จากการเรียนรู้โดยทั่วไปอาจแยกลักษณะการประเมินผลจากข้อมูลออกเป็น 2วิธี ที่สำคัญ คือ<br />
  38. 38. 1.การประเมินผลแบบอิงเกณฑ์<br /> เป็นการวัดเพื่อต้องการทราบว่าบุคคลนั้นๆ มีความสามารถถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ หรือไม่ การประเมินผลต้องนำคะแนนที่ได้จาก ผลงานไปเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ การวัดผลใช้ในการวัดสมรรถภาพเป็นราย บุคคล ถ้านักเรียนทำข้อสอบได้ถูกต้องถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ถือว่าได้เรียนรู้ ตามจุดประสงค์แล้ว<br />2.การประเมินผลแบบอิงกลุ่ม<br />เป็นการวัดเพื่อเปรียบเทียบคะแนนของบุคคลหนึ่งกับบุคคลอื่น คือ จำแนกคะแนนสูงสุดจนต่ำสุดแล้วจึงนำคะแนนเหล่านั้นมาเปรียบเทียบเพื่อ ประเมินต่อไป เช่น การสอบ คัดเลือกนักศึกษาสอบเข้ามหาลัย<br />
  39. 39. ข้อควรคำนึงการประเมินแบบอิงกลุ่ม<br />1.ข้อสอบต้องมีคุณภาพสูง มีความน่าเชื่อมั่น และเที่ยงตรง<br />2.ข้อสอบที่ใช้จะต้องครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด การประเมินจะต้องมีความยุติธรรม ตามสภาพความเป็นจริง ของผลการเรียน<br />
  40. 40. จบการนำเสนอ<br />แล้วคร้า<br />

×