เปรียบเทียบพุทธ เชน

89 views
64 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
89
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
12
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

เปรียบเทียบพุทธ เชน

  1. 1. ใช่ เลย ใช่...เลย คือ เชนนีเ ลย ที่เ ราต้อ งเรีย น ที่ต ้อ ง ้ เชนลย เข้า ใจมี ๒ นิก าย…ใช่เ *หนึง เศวตามพร นุ่ง ขาวและห่ม ขาว ทุก อย่า ง ่ กำา ลัง ดี เรีย กว่า ชีป ะขาว แต่ถ ้า เป็น ชีเ ปลือ ย ท่า นไม่ต ้อ งสงสัย เพราะไม่ ใส่อ ะไร แม้แ ต่ช น เดีย ว …แน่เ ลย ิ้ ใช่..เลย ต้อ งทรมานกาย เด็ด ผมหมดหัว เพื่อ สู่ เป้า หมาย เข้า ถึง ไกวัล …ใช่เ ลย
  2. 2. พุท ธ ศาสนา
  3. 3. ประวัต ิ ศาสดา “ พระพุท ธเ ประสูมีพระนามเดิมว่า “สิท ธัต ถะ ” ต ิ จ้า ” เป็นพระ ราชโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะและพระนางสิริ มหามายา  แห่งกรุงกบิลพัสดุ์  แคว้นสักกะ  ถือ กำาเนิดในศากยวงค์  สกุลโคตมะ  พระองค์ ประสูติ ในวันศุกร์ ขึ้น ๑๕  คำ่า เดือน ๖ ( เดือน วิสาขะ )  ปีจอ  ก่อนพุทธศักราช  ๘๐  ปี  ณ สวนลุมพินวัน  ี
  4. 4. เจ้า อกบรรพชา ชายสิทธัตถะ ทอด พระเนตรเห็น คนแก่  คนเจ็บ คนตาย และบรรพชิต  พระองค์จึงสังเวชพระทัยในชีวิต และพอพระทัยในเพศบรรพิต มี พระทัยแน่วแน่ที่จะทรงออกผนวช เพื่อแสวงหาทางดับทุกข์ถาวรพ้น จากวัฏสงสาร   ตรัส รู้ พระองค์ทรงตรัสรู้ในวันเพ็ญ เดือน ๖  ขณะพระชนมายุได้  ๓๕  พรรษา  นับแต่วันที่เสด็จ ออกผนวชจนถึงวันตรัสรู้ธรรม
  5. 5. ปริน ิพ พาน หลังจากที่พระองค์ตรัสรู้แล้ว ได้เสด็จโปรด ปัญจวัคคีย์ และสาวกสาวกอื่นๆ และออกเผยแผ่ ศาสนา พระพุทธเจ้าทรงบำาเพ็ญพุทธกิจอยู่จนพระ ชนมายุ ๘๐ พรรษา ในวาระนั้นพระพุทธองค์ทรง พระชราภาพมากแล้วทั้งยังประชวรหนัก พระพุทธ องค์ได้แสดงปัจฉิมโอวาทแก่พระภิกษุสงฆ์ว่าด้วย ความไม่ประมาทเถิด พระองค์เสด็จดับขันธ
  6. 6. คัม ภีร ์ คัมภีร์ที่สำาคัญ คือ พระไตรปิฎก ติ ปิฏก แปลว่า ตะกร้า สามใบ ประกอบไปด้วย 1. พระวิน ัย ปิฎ ก ว่าด้วยวินยของภิกษุ ั และภิกษุณี ตลอดจน พิธีกรรมทางศาสนาและพุทธประวัติ มี ๘ พระสุต ตัเล่ตปิตั่งเล่ว่าด้่ ว๑-๘ น ม ฎ ก มที ยพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ งราวประกอบ มี ๒๔ เล่ม ตั้งแต่เล่มที่ ๙-๓๓ พระอภิธ รรมปิฎ ก ว่าด้วยหลักธรรมขั้นสูง เล่ม ตั้งแต่เล่มที่ ๓๔-๔๕
  7. 7. นิก ายใน ศาสนาพุท ธ ายเถรวาทหรือ หีน ยาน เป็นลัทธิของนิกายฝ่ายใต้ ย่างเคร่งครัด เพราะถือว่าคำาสอนเดิมดีอยู่แล้ว นับถือ ะเทศศรีลังกา พม่า ไทย ลาว และกัมพูชา ๒. นิก ายอาจริย วาทหรือ มหายาน เป็น นิกายฝ่ายเหนือ มุ่งเผยแผ่ ศาสนาให้กว้างไกล สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไข คำาสอนของพระพุทธเจ้า ได้บาง เพื่อให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อม นับถือ ้ กันมากในประเทศจีน
  8. 8. หลัก คำำ สอน อริย สัจ ๔ คือ ควำมจริงอันประเสริฐ ๔ ประกำร ๑. ทุก ข์ กำรมีอยู่ของทุกข์ ๒. สมุท ัย เหตุแห่งทุกข์ ๓. นิโ รธ ควำมดับทุกข์ ๔. มรรค วิธปฏิบติให้บรรลุถึงควำมดับ ี ั ปฏิจ จสมุป บำท ทุกข์ สภำวะอำศัยซึ่งกันและกันเกิดขึ้น ทุก อย่ำงเกิดขึ้นมำจำกเหตุปจจัย ไม่มีอะไร ั เกิดขึ้นโดยบังเอิญผลทุกอย่ำงเกิดขึ้นมำ ได้ ก็เพรำะเหตุ ไม่มีเหตุก็ไม่มีผล
  9. 9. หลัก ควำมเชือ และจุด ่ มุ่ง หมำยสูง สุด เชื่อในเรื่องกำรเวียนว่ำยตำยเกิด ใน วัฏสงสำร ทั้งนี้เป็นไปตำมอำำนำจกรรมที่กระทำำไว้ มี กิเลส เป็นเหตุให้ทำำกรรม เมื่อทำำกรรมจึงได้รับวิบำก กำรเกิดจึงเป็นทุกข์ วนเวียนอยู่อย่ำงนีจนกว่ำ ้ จะ สิ้นกิเลส เข้ำสู่นิพพำน นิพพำนจึงเป็นจุดหมำยสูงสุด คือ หยุด
  10. 10. พิธ ีก รร ม พิธีบรรพชำอุปสมบท บวชเป็นสำมเณรเรียก บรรพชำ ผู้บวชต้องมี ศรัทธำที่จะเป็นสำมเณร ตังแต่รู้เดียง ่ สำขึนไป กำรบวช ้ เป็นภิกษุเรียก อุป สมบท ผู้ที่จะ บวชต้องเป็นชำย อำยุครบ ๒๐ ปี ขึ้นไป พิธีกรรมในวันสำำคัญทำงศำสนำต่ำงๆ
  11. 11. ปรัช ญ ำชีว ิต พุท ธศำสนำมุง ่ แสวงหำกำรพ้น ทุก ข์ ซึ่ง สำำ หรับ วิธ ป ฏิบ ต ิเ พื่อ เข้ำ ี ั ถึง ควำมหลุด พ้น พุท ธปรัช ญำจะตั้ง อยู่บ น หลัก ไตรสิก ขำ (ศีล สมำธิ ปัญ ญำ) มัช ฌิม ำ ปฏิป ทำ อัน เป็น หลัก ปฏิบ ต ิท ี่ม ีล ก ษณะ ั ั
  12. 12. ศำสดำ ศำสนำเชนมีศำสดำหรือตีรถังกร สืบต่อกัน มำ ๒๔ องค์ องค์ แรกชือ ฤษภเทพ ส่วนองค์ที่ ๒๔ ซึ่งเป็นองค์ ่ สุดท้ำย คือ มหำวีร ะ หรือวรรธมำนะ มหำวีร ะ มีพระนำมเดิมว่ำ วรรธมำนะ แปลว่ำ ผู้เจริญ เป็นพระโอรสของพระเจ้ำสิทธำ รถะ กับพระนำงตริศลำ แห่งกรุงเวสำลี เมื่อพระองค์ประสูติได้รับกำรทำำนำยไว้ ๒ คติว่ำ ๑. ถ้ำอยู่ครองฆรำวำส จักได้เป็นพระเจ้ำจักพร
  13. 13. เมื่อพระชนมำยุได้ ๑๙ พรรษำ ได้อภิเษก กับเจ้ำหญิงยโศธำ มีพระธิดำพระนำมว่ำ อโนชำ ครั้นมีพระชนมำยุ ๒๘ พรรษำ พระรำชบิดำมำรดำเสด็จ สวรรคต พระองค์จึงตัดสิน พระทัย ออกผนวชแต่พระเชษฐำ ห้ำมไว้ เมือพระชนมำยุได้ ๓๐ ่ พรรษำ ได้ทลลำพระเชษฐำ ู ออกบวชอีกครั้ง และได้รับอนุญำต ทรงอธิษฐำนจิตว่ำ จะไม่พูดจำกับใครเป็นเวลำ ๑๒ ปี
  14. 14. คัม ภีร ์ คัมภีร์ที่สำำคัญของศำสนำเชน คือ อำคมะ หรือ สิท ธำนตะ รวบรวมขึ้นหลังพระมหำวีระปรินิพพำนรำว ๒oo ปี เพิ่งจด เป็นลำยลักษณ์อักษรรำว ๙๘o ปี เป็นภำษำ ปรำกฤต จำรึกคำำ บัญญัติหรือวินัยควำมประพฤติของนักพรตหรือ ผู้ครองเรือน
  15. 15. นิก ายใน ศาสนา นิก ายเศวตัม พร เป็นพวกนักบวชนุ่งขาวห่มขาว ถือว่าสีขาวเป็น สีที่บริสทธิ์ หลักปฏิบัติไม่เคร่งครัด เปิดโอกาสให้ ุ ผู้หญิงบรรลุโมกษะได้ นิก ายทิค ม พร นุ่ง ลมห่ม ฟ้า ั นักบวชมุงละกิเลสให้หมด แม้แต่เครื่องนุ่งห ่ เพราะถ้ามีเครื่องนุ่งห่มก็แสดงว่ายังมีความละอา ซึ่งเป็นกิเลสอย่างหนึ่ง การบรรลุโมกษะทำาได้เฉ ชายเท่านั้น
  16. 16. หลัก คำา สอน พรต หลักคำาสอนพื้นฐาน ๕ ประการงดเว้นสิ่งที่ไม่ดี อหิง สา การไม่เบียดเบียน สัต ยะ ทั้งกายดวาจาวามจริง ไม่พูดเท็จ การพู แต่ค ใจ อัส ตีย ะ การไม่ลัก ขโมย ไม่คดโกงนจากการ พรหมจริย ะ เว้ ประพฤติชั่วทางกาย อปริค รหะ ความ ไม่โลภ
  17. 17. มหาพรตหรือ หลัก ไตรรัต น์ ข้อปฏิบัติสำาคัญและยิ่งใหญ่ อันเป็นหนทางไปสูความหล ่ ๑. สัม มาจาริต ความประพฤตที่ถูกต้อง ๒. สัม มาทัส นะ ความเห็นชอบหรือความเชื่อที่ถูกต้อ ๓. สัม มาญาณะ ความ รู้ที่ถูกต้อง
  18. 18. หลัก ความเชื่อ และจุด หมาย สูง สุด ศาสนาเชนเชื่อว่าตราบใดที่ยังเวียนว่าย ตายเกิด ย่อมทำาให้ เกิดทุกข์ กิเลสเป็นต้นเหตุ เมื่อคนตาย วิญญาณจะไปเกิดใหม่ ตามกรรมที่ทำาไว้ เชือเรื่องนรกสวรรค์ ่ การจะหลุดพ้นได้ นิร จะต้องบรรลุโมกษะ วาณ จึงเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของ เชน คือ ภาวะพ้นทุกข์ วิญญาณไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิด อีก
  19. 19. พิธ ก รรม ี พิธ ีป ช ชุส นะ เป็นพิธีฉลองวันเกิดของ ั พระมหา วีระผู้เป็นศาสดา มี ๘ วัน แบ่งเป็น ๕ ระยะ ระยะที่ห นึ่ง ใน ๓ วันแรก พวก ฆราวาสต้องมารับคำาสอน จากพระทุกเช้า ระยะที่ส อง ในวันที่ ๔ พวกฆราวาส ต้องอ่านคัมภีร์อาคมะ ระยะที่ส าม ในวันที่ ๕ มีการประกอบ พิธใหญ่เพราะถือ ี
  20. 20. ระยะที่สี่ ในวันที่ ๖-๗ อ่านคัมภีร์ ( กัลป สูตร ) ระยะที่ห้า ในวันที่ ๘ เป็นการอ่านคัมภีร์ทุก คัมภีร์ การบวชเป็นบรรพชิต นการเปลี่ยนภาวะของคนธรรมดา ไปสู่นกพรต ั รพชิต ต้องโกนผมด้วยวิธีถอนผมเอง ฉันอาหาร สวงหามาได้ประพฤติทรมานตน เป็นต้น มี ๒ อ ทิค ัม พรและเศวตัม พร
  21. 21. ปรัช ญา ชีว ิต ปรัชญาเชนตั้งบนหลักไตรรัตน์ (สัมมาจาริต สัมมาทัสสนะ สัมมาญาณะ) มี ลักษณะเป็นอัตตกิลมถานุโยค คือ การ ทรมานตนเอง เช่น การอดอาหาร การทำา พิธฆ่าตัวตายเป็นต้น ยิงทรมานร่างกายมาก ี ่ เท่าไหร่ กิเลสก็จะลดลงไปมากเท่านั้น
  22. 22. วัด เชน
  23. 23. ความเหมือ นและความแตกต่า ง ของศาสนาพุท ธศาสนาเชน ๑. ศาสนาพุทธและศาสนาเชนเป็นอเทวนิยม ปฎิ เสธเรื่องพระเจ้าสร้างโลก ๒. เชื่อในเรื่องกรรม เหมือนกัน ๓. ปฏิเสธคัมภีร์พระเวทและระบบวรรณะเหมือนกัน
  24. 24. จุดมุงหมายสูงสุดของศาสนาพุทธคือ นิพพาน ศาสนาเ ่ อโมกษะ ๕. ศาสนาเชนเน้นปฏิบติในหลักอัตตกิลม ั ถานุโยค ส่วนศาสนา พุทธ ถือหลักมัชฌิมาปฏิปทา  ๖. ศาสนาเชนยึดถืออัตตา ( วิญญาณของ บุคคลเป็นนิรันดร ) ซึงตรงข้ามกับศาสนาพุทธ ( อนัตตา ) ่
  25. 25. สรุ ป ปัจจุบนศาสนาเชนมี ั พุทธศาสนิกชน น้อยกว่า ๖ ล้านคน เนือง ่ จากข้อปฎิบัตมี ิ ลักษณะเข้มงวด เน้นอัต ตกิลมถานุโยค คนทั่วไปยากที่จะปฏิบติ ั ถึงอย่างไรผล ของการปฏิบัตทำาให้ ิ
  26. 26. ปัจจุบันพุทธศาสนาได้ เจริญอยูในแถบเอเชีย ่ จนได้นามว่าประทีปแห่ง เอเชีย และยังขยายเข้าสู่ ดินแดนอื่นๆ เนืองจากคำา ่ สอนมีลักษณะที่เป็นจริง ตามธรรมชาติ สอดคล้อง กับวิทยาศาสตร์ สอนให้ใช้ ปัญญาพิจารณาเรื่องต่างๆ เป็นศาสนาแห่งเมตตา ธรรม ไม่เป็นพิษเป็นภัย
  27. 27. หัว ข้อ ประเภทศาสนา ศาสดา ศาสนาพุท ธ ศาสนาเชน อ เทวนิ พระพุท ธเจ้า ยม นิก าย๑. นิก ายเถรวาท ๒. นิก ายมหายาน คำา สอนที่ส ำา คัญ อริย สัจ ๔ - ปฎิจ จสมุป บาท อเทวนิย ม มหาวีร ะ ๑. เศวตัม พร ๒. - ทิค พพร อนุ ม รต ั - มหาพรต
  28. 28. หัว ข้อ คัม ภีร ์ ศาสนาพุท ธ ศาสนาเชน พระไตรปิฎ ก จุด มุง หมายสูง สุด ่ นิพ พาน แนวทางการปฎิบ ต ิ ๑. อริย สัจ ั ๔ ๒. ปิจ สมุ ปบาท อา คมะ นิร วาณ - อนุพ รต - มหาพรต
  29. 29. เชนนั้นมีอัตตกิลมถานุโยค เพือพ้นโสกดับทุกข์อันหม่นหมอง ่ อหิงสาตบะธรรมเป็นครรลอง ดุจแสงส่องให้สว่างช่วยนำาทาง พุทธศาสนาท่านให้ใช้ปัญญา มีเมตตาไม่เบียดเบียนให้หมองหมาง พระพุทธองค์ท่านให้ใช้ทางสายกลาง เป็นหนทางแห่งการดับทุกข์ทั้งปวง

×