Your SlideShare is downloading. ×
0
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
พุทธศาสนากับน้ำ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

พุทธศาสนากับน้ำ

22

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
22
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
1
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. บทที่ ๕ พุท ธศาสนากับ การ
  • 2. หัว ข้อ บรรยาย ๕.๑ ความสำา คัญ ของนำ้า ใน พระพุท ธศาสนา ๕.๒ พระภิก ษุบ รรยายถึง แหล่ง นำ้า ธรรมชาติ ๕.๓ พระวิน ัย บัญ ญัต ิเ กี่ย ว กับ นำ้า ของพระสงฆ์ ๕.๔ อุป มานำ้า เพื่อ การสอน ธรรม
  • 3. หัว ข้อ บรรยาย (ต่อ ) ๕.๕ วัฒ นธรรมและความเชื่อ ทางพุท ธ ศาสนาที่ม ีอ ิท ธิพ ลต่อ การ อนุร ก ษ์ ั นำ้า ๕.๖ วิถ ีช ีว ิต ของศาสนิก ชนที่ส ่ง เสริม ต่อ การอนุร ัก ษ์น ำ้า ๕.๗ ระเบีย บวิธ ีก ารปฏิบ ัต ิเ พื่อ การ อนุร ัก ษ์น ำ้า ๕.๘ วิธ ีป ฏิบ ัต ิข องผู้น ำา ในการอนุร ัก ษ์
  • 4. ๕.๑ ความสำา คัญ ของนำ้า ใน ๑) ธาตุนทเป็น ธาตุท ี่ส ำา คัญ และ พุ ำ้า ธศาสนา เป็น ตัว ประสาน ๒) พระพุท ธศาสนาได้ช ี้ใ ห้เ ห็น ความสำา คัญ ของนำ้า ฝน นำ้า ฝนเป็น สิ่ง ที่ส ำา คัญ ยิ่ง สำา หรับ ผู้ท ี่แ สวงหาความ มั่น คงในชีว ิต และ ทรัพ ย์ส มบัต ิ ๓) สรรพสิ่ง เผชิญ อัน ตรายและ ความทุก ข์ ถ้า ขาดนำ้า พระพุท ธองค์ ทรงมีพ ระกรุณ าต่อ สรรพสัต ว์ ทรงรับ หน้า ที่ใ นการทำา ให้ฝ นตก
  • 5. ๕.๒ พระภิก ษุบ รรยายถึง แหล่ง นำ้า ธรรมชาติ “...ภูเ ขากว้า งใหญ่ มีน ำ้า ใส เกลื่อ นกล่น ไปด้ว ยลิง และค่า ง ดาษดื่ม ไปด้ว ยนำ้า และสาหร่า ย ย่อ มทำา ให้ใ จของเรารื่น รมย์…” พระพุท ธองค์ท รงใช้โ บกขรณีเ ปรีย บ เทีย บกับ คุณ ค่า ของ คนดี สระนำ้า นั้น ใส สะอาดเย็น และเป็น ที่ส ำา ราญใจ (ขุท ทกนิก าย ขุท ทกปาฐะ เล่ม ๒๕ ข้อ ๗-๑๐ หน้า ๑๑-๑๓ พระไตรปิฎ กภาษาไทย ฉบับ หล
  • 6. ๕.๓ พระวิน ัย บัญ ญัต ิเ กี่ย ว กับทนำ้า ของพระสงฆ์ ๑) พระพุ ธองค์ท รงอนุญ าต ให้พ ระสงฆ์อ าบนำ้า ห้ามจำาวัด ทั้งที่ร่างกายชุ่ม ด้วยเหงื่อ เพราะเหงื่อจะทำาลาย ทั้งจีวรและเสนาสนะ อนุญาตให้ ๒) พระพุ ยธองค์ กึ่ง ท อน อาบนำ้าได้ แม้ท ังไม่ถึงไ ม่เดืรงอนุญ าตให้ พระสงฆ์บ ริโ ภคนำ้า มีต ัว สัต ว์ ก็ตาม “ภิกษุใด รู้อยู่ บริโภคนำ้ามีตัวสัตว์ เป็นอาบัติปาจิตตีย์ เว้นไม่รู้ว่านำ้ามีตัวสัตว์
  • 7. ๕.๓ พระวิน ัย บัญ ญัต ิเ กี่ย วกับ นำ้ำ ของพระสงฆ์ (ต่อ ) ๓) นำ้ำ ดื่ม ที่ท รงอนุญ ำต นำ้ำดืมเหล่ำนี้ภิกษุ สำมเณรสำมำรถฉันได้แม้ ่ เลยเที่ยงวัน เช่น นำ้ำผลมะม่วง ผลหว้ำ ผลกล้วย มีเมล็ด ผลกล้วยไม่มเมล็ด ผลมะซำง ี ผลจันทร์ หรือองุ่น เง่ำบัว ผลมะปรำง หรือลินจี่ เป็นต้น ้ ๔) ข้อ พึง ปฏิบ ต ใ นปำทุก วรรค ั ิ “ภิกษุพึงตระหนักว่ำ เรำไม่ อำพำธ (ป่วย) จักไม่ยืนถ่ำย อุจจำระ หรือปัสสำวะ หรือ บ้วนเขฬะ (นำ้ำลำย) ลงบนของ
  • 8. ใจ แต่ว ่ำ เบือ งล่ำ งนัน มีห ้ว งนำ้ำ ลึก มี ้ ้ คลื่น มีน ำ้ำ วน มีย ัก ษ์ มีร ำกษส เมื่อ ท่ำ นไปถึง ที่น ั้น จะต้อ งตำยหรือ ได้ รับ ทุก ข์เ จีย นตำย ภิก ษุท ั้ง หลำย! บุร ุษ คนนัน ้ ครั้น ได้ฟ ัง แล้ว ก็พ ยำยำมว่ำ ยทวน กระแสนำ้ำ กลับ มำด้ว ยกำำ ลัง มือ และเท้ำ ทั้ง หมดของเขำ...” (พระวินยปิฎก มหำวรรค เล่ม ๔ ข้อ ๑๕๖ ั หน้ำ ๓๙๐ ในพระไตรปิฎกภำษำไทย ฉบับหลวง , ๒๕๑๔)
  • 9. ๕.๔ อุป มำนำ้ำ เพื่อ กำร สอนธรรมะ ห้ำ ๑) นำ้ำ วนเหมือ นกำมคุณ ทั้ง อุปมำ บุรุษคนหนึ่ง ว่ำยล่องไป ตำมกระแสนำ้ำลงเพรำะต้องกำรสิง ่ น่ำเพลินใจ มีบรุษบัณฑิตยืนบนฝั่ง ุ เห็นบุรุษว่ำยนำ้ำนั้นแล้ว ร้องบอกไป ว่ำ
  • 10. ๕.๔ อุป มำนำ้ำ เพื่อ กำร สอนธรรมะ (ต่อ ) ๒) จิต ใจเสมือ นนำ้ำ นำ้ำเป็นธำตุทำงธรรมชำติที่บริสุทธิมำ ์ แต่กำำเนิดสิงต่ำง ๆ ่ มำปะปน เข้ำจึงทำำให้นำ้ำแปรเปลี่ยนสภำพไป เช่น เดียวกับ สภำวะจิตของมนุษย์ ที่เป็น จิต ประภัสสร มำแต่กำำเนิด แต่เมื่อถูกอุปกิเลส จรเข้ำมำปะปนจึงทำำให้เกิดกำรแปรเปลี่ยน ไปได้
  • 11. ๕.๔ อุป มำนำ้ำ เพื่อ กำร สอนธรรมะ (ต่อ ) นำ้ำยังเป็นสัญลักษณ์ ทำงศำสนำที่สำำคัญอีก ประกำรหนึ่งคือเป็นองค์ ประกอบที่สำำคัญของสรรพ สิง เป็นตัวหล่อหลอมรูป ่ ธำตุกับธำตุอื่นๆ นำ้ำจึงมี ลักษณะที่สำำคัญ คือ เป็น กฎของควำมสมดุลในแง่ ของจักรวำลวิทยำ
  • 12. ๕.๕ วัฒ นธรรมและควำมเชื่อ ทำงพุท ธศำสนำ ที่ม ีอ ิท ธิพ ลต่อ กำรอนุร ัก ษ์น ำ้ำ ๑) ควำมเชือ ดั้ง เดิม ปรำกฏใน ่ ศำสนวงศ์ ประเทศไทยจึง มี สัญ ลัก ษณ์ท ำงพิธ ก รรม วรรณกรรม ี นำฏศิล ป์ จิต รกรรม ฯลฯ ที่เ กี่ย วกับ นำ้ำ มำกมำย
  • 13. ๕.๕ วัฒ นธรรมและความเชื่อ ทางพุท ธศาสนา ที่ม อ ิท ธิพ ลต่อ การอนุร ัก ษ์น ำ้า ี (ต่อ ) ๒) สัญ ลัก ษณ์ใ นประเพณีช าวบ้า น นัน มัก สะท้อ นเกี่ย วกับ นาคให้น ำ้า ชาว ้ บ้า นธรรมดาไม่ส ามารถทำา พิธ ีก รรมที่ สะท้อ นความเชื่อ เรื่อ งดัง กล่า วนี้ไ ด้ มากนัก และนาคก็เ ป็น สัญ ลัก ษณ์ข อง นำ้า ที่ส ามัญ ชนใช้ใ า นี้ ธ ีแ ละสิ่ง ๓) ความเชื่อ เหล่นพิ มีบ ทบาท ประดิษ ฐ์ต ่า งๆ อย่า งแพร่ห ลาย สำา คัญ ในการอนุร ัก ษ์ธ รรมชาติแ ละเป็น ปัจ จัย ที่ด ีย ิ่ง ในการป้อ งกัน การทำา ลาย
  • 14. ๕.๖ วิถ ช ีว ิต ของศาสนิก ช ี นที่ ส่ง เสริม ต่อ การอนุร ัก ษ์น ำ้า วิถีชีวิตของพุทธศาสนิกชนนั้น มี ความสำาคัญกับการใช้นำ้าและการเป็นอยู่ ที่เนื่องด้วยนำ้าอย่างแนบแน่นมานาน อีกทั้งขนบธรรมเนียมประเพณี และ วัฒนธรรมต่างๆ มักมีนำ้าเป็นองค์ ประกอบในพิธนั้นๆ เช่น ประเพณีลอย ี กระทง ประเพณีการกรวดนำ้า พระราช
  • 15. ประเพณีล อยกระทง วัน เพ็ญ ขึ้น ๑๕ คำ่า เดือ น ๑๒ "ประเพณีล อยกระทง” มีพ ื้น ฐาน ความเชือ มาจากลัท ธิพ ิธ ก รรมของ ่ ี พราหมณ์ ผสานกับ ศรัท ธาในศาสนาพุท ธ จนเกิด "ประเพณีช ก โคม" ขึ้น เสาริม แม่น ำ้า ั เพื่อ บูช าพระบรมสารีร ิก ธาตุ พระจุฬ ามณี ในชัน ดาวดึง ส์ และ "ประเพณีล อยโคม" ้ บูช ารอยพระพุท ธบาท
  • 16. ประเพณีบ ั้ง ไฟพญานาค บังไฟพญานาค เป็นปรากฏการณ์ที่ ้ เกิดขึนในลุ่มแม่นำ้าโขง มีลกไฟสีแดงอม ้ ู ชมพู พุ่งขึ้นจากแม่นำ้าสูท้องฟ้า และที่ ่ สำาคัญจะเกิดขึนเฉพาะวันขึ้น ๑๕ คำ่า ้ เดือน ๑๑ พญานาคใต้ลำานำ้าโขงจะขึ้นมาพ่น บังไฟเป็นดวงประทีปถวายเป็นพุทธบูชา ้ เพื่อสรรเสริญคุณของพระสัมมา สัม พุทธเจ้า
  • 17. พิธ ีก ารกรวดนำ้า มี ๓ แบบ ๑) แผ่ส ว นบุญ ่ ๒) ใช้แ ทนสิง ของ ่ ที่ใ ห้ซ ง ใหญ่โ ต ึ่ ๓) การตัด สัม พัน ธไมตรี
  • 18. พระราชพิธ ีถ อ นำ้า พิพ ัฒ น์ส ต ื ั ยา พระราชพิธีอันเป็นมงคลแห่งความ ซื่อสัตย์ที่ใช้นำ้าเป็นเครื่องกำาหนด เรียก อย่างย่อว่า พระราชพิธีถือนำ้า เป็นการดื่ม นำ้าทีแทงด้วยพระแสงราชศัสตรา สาบาน ่ ตนเพื่อแสดงความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อ พระมหากษัตริย์ พระแสงศาสตราวุธ ประจำา
  • 19. ๕.๗ ระเบีย บวิธ ีก ารปฏิบ ัต ิ เพื่อ การอนุร ัก ษ์น ำ้า ๑) การจัดสื่อถ่ายทอดเนื้อหาของหลัก ธรรมสู่ประชาชน เพื่อให้เกิดสำานึกร่วมใน การรักษาแหล่งนำ้า ๒) ให้พระสงฆ์ ได้ปฏิบติเป็นตัวอย่าง ั โดยยึดหลักในพระวินัยบัญญัติ ๓) พระสงฆ์ ทำาหน้าทีอื่นๆประกอบไป ่ พร้อมกันด้วย โดยทำาหน้าที่ในการบรรยาย การเทศนา หรือการสอน ในชั้น เรียน
  • 20. ๕.๘ วิธ ีป ฏิบ ัต ิข องผู้น ำา ใน การอนุร ัก ษ์น ำ้า ๑) ปฏิบติตนให้อยูในระเบียบที่เรียกว่า ั ่ พระวินัยบัญญัติ หรือ พระปาฏิโมกข์ ๒) นำาพุทธธรรมมาปฏิบติเป็นแบบอย่าง ั
  • 21. อ้า งอิง - ประเวศ อินทองปาน. (๒๕๔๕). พุทธศาสนากับ สิ่งแวดล้อม -http://www.dmc.tv/forum/lofiversion/index.php /t2526.html -www.buddhism.rilc.ku.ac.th/.../บทที่ %205%20พุท ธกับ การอนุร ัก ษ์น ำ้า

×