Thai
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

Thai

on

  • 3,992 views

 

Statistics

Views

Total Views
3,992
Views on SlideShare
3,990
Embed Views
2

Actions

Likes
0
Downloads
17
Comments
0

1 Embed 2

http://www.slideshare.net 2

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

Thai Presentation Transcript

  • 1. เรียนรู้สำนวนไทย
    วิชา ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
    กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
    เยาวรัตน์ เลิศพิพัฒน์กุล
    โรงเรียนบ้านขอวิทยา
    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปางเขต 3
  • 2.
    สาระสำคัญ
    สำนวนและสุภาษิตไทย มีปรากฏใช้สืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณ ซึ่งคำเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้ทราบถึงอุปนิสัยความเป็นคนช่างสังเกตเจ้าบทเจ้ากลอนของคนไทย สำนวนจึงมีจุดประสงค์มุ่งให้เกิดข้อคิดเตือนใจด้วยการใช้ถ้อยคำที่คล้องจองกัน ทำให้จดจำได้ง่าย และเมื่อจะกล่าวเปรียบเปรยหรือตักเตือนผู้ใดมักจะยกสำนวนเหล่านี้มาใช้พูดกันเสมอ
  • 3.
    จุดประสงค์การเรียนรู้
    บอกความหมายของสำนวนได้ถูกต้อง
    1
    บอกความหมายของสุภาษิตไทยได้ถูกต้อง
    2
    อธิบายลักษณะของสำนวนไทยได้ถูกต้อง
    4
    บอกที่มาของสำนวนไทยได้ถูกต้อง
    4
  • 4.
    แบบทดสอบก่อนเรียน
    1. สำนวนไทยหมายถึง ?
    ก. คำกล่าวสั้นๆที่สื่อความหมายโดยนัย
    แต่เข้าใจกันทั่วไปในสังคมนั้นๆ
    ข. คำกล่าวที่มีความหมายตรงตัว
    ค. ถ้อยคำของคนโบราณที่มีความหมาย
    ง. ถ้อยคำที่มีหรือไม่มีความหมายก็ได้
    2.สำนวนไทยในข้อใดผิดทั้งหมด ?
    ก. น้ำลดตอผุด กรวดน้ำคว่ำกะลา
    ข. จุดไต้ตำตอ หัวล้านได้แว่น
    ค. หัวมังกรท้ายมงกุฎ ขนมผสมน้ำยา
    ง. หน้าเนื้อใจเสือ ปากว่าตาขยิบ
  • 5. จ
    แบบทดสอบก่อนเรียน
    4. สุภาษิตในข้อใดผิด ?
    ก. ข่มเขาควายขืนให้กลืนหญ้า
    ข. น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
    ค. ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
    ง. ฆ่าควายเสียดายพริก
    3. สุภาษิตหมายถึง ?
    ก. คำพูดที่ไม่มีความหมาย
    ข. คำพูดที่มีความหมายตรงตัว
    ค. คำพูดของคนโบราณ
    ง. คำพูดที่เป็นคติ ถ้อยคำที่กล่าว ดีแล้ว
  • 6. ฉ
    แบบทดสอบก่อนเรียน
    5. ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้กัน ตรงกับสำนวนว่า
    ก. ขนมพอสมน้ำยา
    ข. น้ำกับน้ำมัน
    ค. ขมิ้นกับปูน
    ง. ขิงก็ราข่าก็แรง
    6. ผู้ร้ายที่ปล้นบ้านตำรวจ
    กล่าวเป็นสำนวนว่าอย่างไร
    ก. ขี่ช้างจับตั๊กแตน
    ข. ล้วงคองูเห่า
    ค. ขิงก็ราข่าก็แรง
    ง. จุดไต้ตำตอ
  • 7. ช
    แบบทดสอบก่อนเรียน
    8. สำนวนในข้อใดมีลักษณะเป็น
    บุคลาธิษฐาน
    ก. กิ้งก่าได้ทอง
    ข. ฝนสั่งฟ้าปลาสั่งน้ำ
    ค. ทำนาบนหลังคน
    ง. ปิดทองหลังพระ
    7. สำนวนในข้อใดมีลักษณะเป็นความเปรียบหรืออุปมาอุปไมยถึงสิ่งต่างๆ
    ก. ผ้าเหลืองร้อน
    ข. ขาวเหมือนสำลี
    ค. หาเช้ากินค่ำ
    ง. เชื้อไม่ทิ้งแถว
  • 8. ซ
    แบบทดสอบก่อนเรียน
    10. สำนวนในข้อใดมีที่มาจาก
    พฤติกรรมของสัตว์ต่างๆ?
    ก. นกมีหูหนูมีปีก
    ข. ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่
    ค. กระต่ายตื่นตูม
    ง. ชาวนากับงูเห่า
    9. สำนวนในข้อใดมีที่มาจากลักษณะ
    ทางกายภาพของมนุษย์?
    ก. ทำนาบนหลังคน
    ข. ขี่ช้างจับตั๊กแตน
    ค. ปากว่าตาขยิบ
    ง. กินขันหมาก
  • 9. 1
    สำนวนสุภาษิตไทย
    ความหมายของสำนวนไทย
    สำนวนไทย หมายถึง คำกล่าวหรือถ้อยคำคมคายสั้นๆ ที่ผูกเข้า
    เป็นประโยคหรือวลี สื่อความหมายความเข้าใจกันโดยใช้ความหมายโดย
    นัยแต่สามารถเข้าใจกันทั่วไปในสังคมนั้นๆ
  • 10. 2
    สำนวนสุภาษิตไทย
    ตัวอย่างสำนวนไทย
    เกลือเป็นหนอน หมายถึง พวกเดียวกันทรยศ
    คอเป็นเอ็น หมายถึง เถียงอย่างไม่ยอมลดละ
    ปากว่าตาขยิบ หมายถึง ปากกับใจไม่ตรงกัน
    อย่าข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า หมายถึงอย่าบังคับจิตใจกัน
  • 11. 3
    สำนวนสุภาษิตไทย
    ความหมายของสุภาษิต
    สุภาษิต หมายถึง คำพูดที่เป็นคติ ถ้อยคำที่กล่าวดีแล้ว
  • 12. 4
    สำนวนสุภาษิตไทย
    ตัวอย่างสุภาษิต
    ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ หมายถึง ให้พิจารณาให้รอบคอบ
    เสียก่อนจึงกระทำ
    อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน หมายถึง ไม่ให้เชื่อใจใครง่าย ๆ
    ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ หมายถึง ผู้ที่มีความรู้ดี จะกระทำสิ่งที่สุจริต
  • 13. 5
    สำนวนสุภาษิตไทย
    ลักษณะของสำนวนไทย
    มีลักษณะเป็นโวหารและมีเสียงสัมผัสกัน หมายถึง สำนวนที่มีลักษณะ
    ไพเราะด้วยการซ้ำคำ หรือมีสัมผัสคล้องจองกันทั้งสัมผัสพยัญชนะและ
    สัมผัสสระอยู่ในสำนวนนั้นๆ เช่น ก่อร่างสร้างตัว ขับไล่ไสส่ง
  • 14. 6
    สำนวนสุภาษิตไทย
    ลักษณะของสำนวนไทย
    มีลักษณะเป็นความเปรียบหรืออุปมาอุปไมยถึงสิ่งต่างๆ เช่น แก้มแดง
    เป็นลูกตำลึงสุก ขาวเหมือนสำลี เป็นต้น
  • 15. 7
    สำนวนสุภาษิตไทย
    ลักษณะของสำนวนไทย
    มีลักษณะเป็นคำคมหรือคำกล่าวที่ให้แง่คิดต่างๆ เช่น ขี่ช้างจับตั๊กแตน
    ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เข็นครกขึ้นภูเขา
  • 16. 8
    สำนวนสุภาษิตไทย
    ลักษณะของสำนวนไทย
    มีลักษณะเป็นบุคลาธิษฐาน คือ เป็นสำนวนที่นำคำกริยาที่ใช้สำหรับ
    มนุษย์ไปใช้กับสัตว์หรือสิ่งไม่มีชีวิตต่างๆ ให้มีลักษณะการกระทำและ
    ความรู้สึกนึกคิดเหมือนมนุษย์ เช่น ฝนสั่งฟ้าปลาสั่งน้ำ น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เป็นต้น
  • 17. 9
    ที่มาของสำนวนไทย
    สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสภาพภูมิศาสตร์
    สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติในท้องถิ่น เช่น ข้าวนอกนา น้ำสั่งฟ้า ปลาสั่งหนอง
    จับปูใส่กระด้ง
  • 18. 10
    ที่มาของสำนวนไทย
    สภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม
    พฤติกรรมของสัตว์ต่างๆ เป็นการเปรียบเปรยพฤติกรรมของสัตว์กับ
    การกระทำและความรู้สึกของมนุษย์เช่น กระต่ายตื่นตูม ปลาหมอตายเพราะปาก
    กระต่ายหมายจันทร์
  • 19. 11
    ที่มาของสำนวนไทย
    สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสภาพภูมิศาสตร์
    ลักษณะทางกายภาพของมนุษย์ คือ อวัยวะต่างๆที่เป็นส่วนประกอบ
    ในร่างกายคนเช่น ปากว่าตาขยิบ เคียงบ่าเคียงไหล่ หัวล้านได้หวี
  • 20. 12
    ที่มาของสำนวนไทย
    สภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม
    สภาพชีวิตความเป็นอยู่ การกระทำ และความประพฤติของคนเช่น
    ทำนาบนหลังคน หาเช้ากินค่ำ
  • 21. 13
    ที่มาของสำนวนไทย
    สภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม
    ศาสนาหรือพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องทางศาสนา เช่นชีปล่อยปลาแห้ง
    ผ้าเหลืองร้อน ปิดทองหลังพระ
  • 22. 14
    ที่มาของสำนวนไทย
    สภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม
    เหตุการณ์ในนิทาน ตำนาน วรรณคดี หรือประวัติศาสตร์เช่น กิ้งก่าได้ทอง
    แพะรับบาป เป็นต้น
  • 23. 15
    ที่มาของสำนวนไทย
    สภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม
    ประเพณีต่างๆ ในสังคม เช่น กินขันหมาก กรวดน้ำคว่ำขัน ชีปล่อยปลาแห้ง
  • 24. 16
    ที่มาของสำนวนไทย
    สภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม
    วัตถุสิ่งของต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ดีดลูกคิดรางแก้ว ฆ้องปากแตก
  • 25. 17
    ที่มาของสำนวนไทย
    สภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม
    การละเล่นพื้นบ้านต่างๆ เช่น งูกินหาง รุกฆาต
  • 26. 18
    ว่างนิดช่วยคิดหน่อย
    ให้นักเรียนช่วยคิดว่าสุภาษิตนี้คือคำว่าอะไร โดยดูภาพ และอ่านความหมายของคำสุภาษิตประกอบ นะจ๊ะ
    อย่าบังคับจิตใจกัน
  • 27. 19
    ว่างนิดช่วยคิดหน่อย
    พูดเชิงเตือนสติว่าอย่าขัดขวางคนที่กำลังโกรธ
    ชี้ทางชั่วให้คนไม่ดี
  • 28. 20
    ว่างนิดช่วยคิดหน่อย
    แลกกันโดยต่างฝ่ายต่างให้และรับในเวลาเดียวกัน
    แสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ต้องลงทุน
  • 29. 21
    ว่างนิดช่วยคิดหน่อย
    ทำงานที่ยากเกินความสามารถของตน
    เสียของโดยไม่ได้ประโยชน์กลับคืนมา
  • 30. 22
    ว่างนิดช่วยคิดหน่อย
    พบหญิงสาวต้องใจเมื่อยามแก่
    กระทำการเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งเสียขวัญ
  • 31. 23
    ว่างนิดช่วยคิดหน่อย
    ชอบวิวาทกันอยู่เสมอเมื่ออยู่ใกล้กัน
    เป็นพวกทั้งสองฝ่ายอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม
  • 32. 24
    ช่วยตอบด้วยว่าคำที่กำหนดให้เป็นคำประเภทใด
    สำนวน สุภาษิต
    1. ตำข้าวสารกรอกหม้อ 2. ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่
    3. ตาบอดได้แว่น 4. รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี
    4. อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน 6. เกลือเป็นหนอน
    7. ใจดำเหมือนอีกา 8. กระต่ายตื่นตูม
    9. ขนมพอสมน้ำยา 10. งมเข็มในมหาสมุทร
  • 33. 25
    แบบทดสอบหลังเรียน
    2. สุภาษิตในข้อใดผิด ?
    ก. ข่มเขาควายขืนให้กลืนหญ้า
    ข. น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ
    ค. ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
    ง. ฆ่าควายเสียดายพริก
    1. สุภาษิตหมายถึง ?
    ก. คำพูดที่ไม่มีความหมาย
    ข. คำพูดที่มีความหมายตรงตัว
    ค. คำพูดของคนโบราณ
    ง. คำพูดที่เป็นคติ ถ้อยคำที่กล่าว ดีแล้ว
  • 34. 26
    แบบทดสอบหลังเรียน
    3. สำนวนไทยหมายถึง ?
    ก. คำกล่าวสั้นๆที่สื่อความหมายโดยนัย
    แต่เข้าใจกันทั่วไปในสังคมนั้นๆ
    ข. คำกล่าวที่มีความหมายตรงตัว
    ค. ถ้อยคำของคนโบราณที่มีความหมาย
    ง. ถ้อยคำที่มีหรือไม่มีความหมายก็ได้
    4.สำนวนไทยในข้อใดผิดทั้งหมด ?
    ก. น้ำลดตอผุด กรวดน้ำคว่ำกะลา
    ข. จุดไต้ตำตอ หัวล้านได้แว่น
    ค. หัวมังกรท้ายมงกุฎ ขนมผสมน้ำยา
    ง. หน้าเนื้อใจเสือ ปากว่าตาขยิบ
  • 35. 27
    แบบทดสอบหลังเรียน
    6. สำนวนในข้อใดมีลักษณะเป็น
    บุคลาธิษฐาน
    ก. กิ้งก่าได้ทอง
    ข. ฝนสั่งฟ้าปลาสั่งน้ำ
    ค. ทำนาบนหลังคน
    ง. ปิดทองหลังพระ
    5. สำนวนในข้อใดมีลักษณะเป็นความเปรียบหรืออุปมาอุปไมยถึงสิ่งต่างๆ
    ก. ผ้าเหลืองร้อน
    ข. ขาวเหมือนสำลี
    ค. หาเช้ากินค่ำ
    ง. เชื้อไม่ทิ้งแถว
  • 36. 28
    แบบทดสอบหลังเรียน
    7. ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้กัน ตรงกับสำนวนว่า
    ก. ขนมพอสมน้ำยา
    ข. น้ำกับน้ำมัน
    ค. ขมิ้นกับปูน
    ง. ขิงก็ราข่าก็แรง
    8. ผู้ร้ายที่ปล้นบ้านตำรวจ
    กล่าวเป็นสำนวนว่าอย่างไร
    ก. ขี่ช้างจับตั๊กแตน
    ข. ล้วงคองูเห่า
    ค. ขิงก็ราข่าก็แรง
    ง. จุดไต้ตำตอ
  • 37. 29
    แบบทดสอบหลังเรียน
    10. สำนวนในข้อใดมีที่มาจาก
    พฤติกรรมของสัตว์ต่างๆ?
    ก. นกมีหูหนูมีปีก
    ข. ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่
    ค. กระต่ายตื่นตูม
    ง. ชาวนากับงูเห่า
    9. สำนวนในข้อใดมีที่มาจากลักษณะ
    ทางกายภาพของมนุษย์?
    ก. ทำนาบนหลังคน
    ข. ขี่ช้างจับตั๊กแตน
    ค. ปากว่าตาขยิบ
    ง. กินขันหมาก
  • 38. รายงานผลการทำแบบทดสอบ
    คะแนนเต็ม 10 คะแนน
    คะแนนที่ทำได้ คะแนน
  • 39. 30
    เอกสารอ้างอิง
    กระทรวงศึกษาธิการ. (2548).หนังสือเรียนวิชาภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1.
    กรุงเทพฯ.องค์การค้าคุรุสภา.
    สำนวนสุภาษิต.เข้าถึงได้จาก http://www.siamtower.com/supasit [17/2/53].http:// www.thaigoodview.com/library/studentshow/(17/5/3)
  • 40. 31
    ผู้จัดทำ
    ชื่อ – สกุล : นางเยาวรัตน์ เลิศพิพัฒน์กุล
    ตำแหน่ง : ครูชำนาญการพิเศษ
    โรงเรียน : บ้านขอวิทยา อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง เขต 3
    โทรศัพท์ : 054 - 364197
    e-Mail yaowarat12@gmail.com,yaowarat142@hotmail.com
    Website : www.Bankhor.ac.th