Your SlideShare is downloading. ×
แผนการเรียนรู้สุภาษิต
แผนการเรียนรู้สุภาษิต
แผนการเรียนรู้สุภาษิต
แผนการเรียนรู้สุภาษิต
แผนการเรียนรู้สุภาษิต
แผนการเรียนรู้สุภาษิต
แผนการเรียนรู้สุภาษิต
แผนการเรียนรู้สุภาษิต
แผนการเรียนรู้สุภาษิต
แผนการเรียนรู้สุภาษิต
แผนการเรียนรู้สุภาษิต
แผนการเรียนรู้สุภาษิต
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

แผนการเรียนรู้สุภาษิต

20,644

Published on

แผนการจัดการเรียนรู้ครบองค์ประกอบ

แผนการจัดการเรียนรู้ครบองค์ประกอบ

0 Comments
7 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total Views
20,644
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
149
Comments
0
Likes
7
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 หน่วยพูดดีมีสำนวน<br />เรื่อง สุภาษิตไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เวลาเรียน 2 ชั่วโมง<br />โรงเรียนบ้านขอวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลำปาง เขต 3<br />1.สาระสำคัญ<br />สำนวนไทยคำพังเพยสุภาษิตมีปรากฏใช้สืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณ ซึ่งคำเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้ทราบถึงอุปนิสัยความเป็นคนช่างสังเกตเจ้าบทเจ้ากลอนของคนไทย สำนวนจึงมีจุดประสงค์มุ่งให้เกิดข้อคิดเตือนใจด้วยการใช้ถ้อยคำที่คล้องจองกัน ทำให้จดจำได้ง่าย และเมื่อจะกล่าวเปรียบเปรยหรือตักเตือนผู้ใดมักจะยกสำนวนเหล่านี้มาใช้พูดกันเสมอ<br />2.จุดประสงค์การเรียนรู้<br />1. บอกความหมายของสำนวนไทยได้ถูกต้อง <br />2. บอกความหมายของสุภาษิตไทยได้ถูกต้อง <br />3. อธิบายลักษณะของสำนวนไทยได้ถูกต้อง<br />4. บอกที่มาของสำนวนไทยได้ถูกต้อง <br />3.สาระการเรียนรู้<br />สำนวนไทย<br />1. สำนวนที่เป็นคำพังเพย<br />2. สำนวนที่เป็นสุภาษิต<br />4.กิจกรรมการเรียนรู้ (วิธีการสอนแบบอุปนัย / กระบวนการคิดวิเคราะห์ )<br />1.ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ<br />2. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน 20 ข้อ จากแบบฝึกทักษะพัฒนาการเรียนรู้ ตอนที่ 3 สื่อสาระการเรียนรู้พื้นฐาน คู่สร้างภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.3 เมื่อเสร็จแล้วตัวแทนเก็บรวบรวมส่งครู<br />3. ครูให้นักเรียนพิจารณาภาพใหญ่ 1 ภาพ ซึ่งประกอบไปด้วยรายละเอียดต่างๆ ภายในภาพ แล้วให้นักเรียนช่วยกันคิดหาสำนวนจากสิ่งที่ปรากฏในภาพนั้นตามจินตนาการพร้อมแสดงเหตุผลและความหมายของสำนวน<br />4. นักเรียนศึกษาความรู้เรื่อง สำนวนที่เป็นสุภาษิตคำพังเพย จากสื่อสาระการเรียนรู้พื้นฐาน คู่สร้างภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.3 แล้วให้ศึกษาใบความรู้ที่ 1.1 เรื่อง ลักษณะของสำนวนภาษิต หลังจากนั้นครูอธิบายเพิ่มเติมส่วนที่นักเรียนสงสัย<br />5. ครูสั่งงานล่วงหน้าให้นักเรียนหาข่าวหรือเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นสำนวนไทยได้ คนละ 1 เรื่อง เพื่อนำเสนอต่อชั้นเรียน<br />3. นักเรียนนำผลงานเสนอต่อชั้นเรียน โดยกำหนดเวลาคนละ 5 นาที แล้วตั้งคำถามให้นักเรียนกลุ่มอื่นช่วยกันหาสุภาษิตหรือคำพังเพยที่มีความหมายเหมาะสมกับเรื่องนั้นมาให้ได้มากที่สุด<br />4. ครูนำสำนวนที่ได้จากการนำเสนอผลงานทั้งหมดมาให้นักเรียนช่วยกันอภิปรายแยกประเภทสำนวนที่เป็นคำพังเพยกับสำนวนที่เป็นสุภาษิตบันทึกลงในสมุด <br />5. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกทักษะพัฒนาการเรียนรู้ ตอนที่ 1 ข้อ 4 และตอนที่ 2 ข้อ 2 เสร็จแล้วเฉลยคำตอบภายในชั้นเรียนและทำใบงานที่ 1.1 เรื่อง สำนวนไทย แล้วรวบรวมส่งครูตรวจ<br />6. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับ คำพังเพยสุภาษิต<br />5.สื่อ/แหล่งการเรียนรู้<br />1.สื่อสาระการเรียนรู้พื้นฐาน คู่สร้างภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.3 <br />2. ใบความรู้ที่ 1.1 เรื่อง ลักษณะของสำนวนภาษิต <br />3. ใบงานที่ 1.1 เรื่อง สำนวนไทย<br />4. ภาพประกอบสำนวน<br />6.การวัดและประเมินผล<br />6.1วิธีการวัดและประเมินผล<br />1. ตรวจใบงานที่ 1.1<br />2. ตรวจแบบทดสอบ<br />3. สังเกตและประเมินจากการร่วมกิจกรรมในชั้นเรียน<br />4.ประเมินจากการนำเสนอผลงาน<br />6.2เครื่องมือวัดและประเมินผล<br />1. ใบงานที่ 1.1<br />2. แบบทดสอบ<br />3. แบบประเมินตามสภาพจริง<br />4.แบบประเมินการนำเสนอผลงาน<br />6.3เกณฑ์การวัดและประเมินผล<br />1. ใบงานที่ 1.1 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50<br />2. แบบทดสอบ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50<br />3. แบบประเมินตามสภาพจริง ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพ 3<br />4.แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพ 2<br />แบบประเมินตามสภาพจริง<br />ลำดับที่รายการประเมินระดับคะแนน543211ความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา2กระบวนการคิดวิเคราะห์ ประเมินค่า3การแสดงความคิดเห็น4ความมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงาน5ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย6ความตรงต่อเวลา ความมีวินัย<br />ลงชื่อ..............................................................ผู้ประเมิน<br /> (.............................................................)<br /> ............./............./.............<br />เกณฑ์การประเมิน<br />5 คะแนน = ดีมาก<br />4 คะแนน = ดี<br />3 คะแนน = ผ่าน<br />2 คะแนน = ปรับปรุง<br />1 คะแนน = ไม่ผ่าน<br />แบบประเมินการนำเสนอผลงาน<br />ชื่อ/กลุ่ม....................................................................................................................ชั้น ม.3 /...........................<br />ลำดับที่รายการประเมินระดับคะแนน43211เนื้อหาละเอียดชัดเจน2ความถูกต้องของเนื้อหา3ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย4ประโยชน์ที่ได้จากการนำเสนอ5วิธีการนำเสนอผลงาน<br />ข้อเสนอแนะ.....................................................................................................................................<br />...........................................................................................................................................................................<br />...........................................................................................................................................................................<br />ลงชื่อ..............................................................ผู้ประเมิน<br /> (.............................................................)<br /> ............./............./.............<br />เกณฑ์การประเมิน<br />4 คะแนน = ปฏิบัติได้ดีมาก<br />3 คะแนน = ปฏิบัติได้ดี<br />2 คะแนน = ปฏิบัติได้ผ่าน<br />1 คะแนน = ต้องปรับปรุง<br />1.11227012543815<br />เรื่อง ลักษณะของสำนวนภาษิต<br />สำนวนไทย หมายถึง คำกล่าวหรือถ้อยคำคมคายสั้นๆ ที่ผูกเข้าเป็นประโยคหรือวลี สื่อความหมายความเข้าใจกันโดยใช้ความหมายโดยนัย แต่สามารถเข้าใจกันทั่วไปในสังคมนั้นๆ<br />1.ลักษณะของสำนวนภาษิต สามารถจำแนกได้ดังนี้<br /> - มีลักษณะเป็นโวหารและมีเสียงสัมผัสกัน หมายถึง สำนวนที่มีลักษณะไพเราะด้วยการซ้ำคำ หรือมีสัมผัสคล้องจองกันทั้งสัมผัสพยัญชนะและสัมผัสสระอยู่ในสำนวนนั้นๆ<br /> -มีลักษณะเป็นความเปรียบหรืออุปมาอุปไมยถึงสิ่งต่างๆ เช่น แก้มแดงเป็นลูกตำลึงสุก ขาวเหมือนสำลี เป็นต้น<br /> -มีลักษณะเป็นคำคมหรือคำกล่าวที่ให้แง่คิดต่างๆ<br />- มีลักษณะเป็นบุคลาธิษฐาน คือ เป็นสำนวนที่นำคำกริยาที่ใช้สำหรับมนุษย์ไปใช้กับสัตว์หรือสิ่งไม่มีชีวิตต่างๆ ให้มีลักษณะการกระทำและความรู้สึกนึกคิดเหมือนมนุษย์ เช่น ฝนสั่งฟ้า ปลาสั่งน้ำ น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เป็นต้น<br />2. ที่มาของสำนวนภาษิต<br />แหล่งที่เกิดของสำนวนไทย มีดังนี้<br />2.1 สภาพแวดล้อมทางกายภาพและสภาพภูมิศาสตร์<br />- สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติในท้องถิ่น เช่น ข้าวนอกนา น้ำสั่งฟ้า ปลาสั่งหนอง<br />-พฤติกรรมของสัตว์ต่างๆ เป็นการเปรียบเปรยพฤติกรรมของสัตว์กับการกระทำและความรู้สึกของมนุษย์ เช่น กระต่ายตื่นตูม ปลาหมอตายเพราะปาก<br />-ลักษณะทางกายภาพของมนุษย์ คือ อวัยวะต่างๆที่เป็นส่วนประกอบในร่างกายคน เช่น ปากว่าตาขยิบ เคียงบ่าเคียงไหล่<br />2.2 สภาพแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม <br />-สภาพชีวิตความเป็นอยู่ การกระทำ และความประพฤติของคน เช่น ทำนาบนหลังคน หาเช้ากินค่ำ<br />-ศาสนาหรือพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องทางศาสนา เช่น ชีปล่อยปลาแห้ง ผ้าเหลืองร้อน<br />- เหตุการณ์ในนิทาน ตำนาน วรรณคดี หรือประวัติศาสตร์ เช่น กิ้งก่าได้ทอง<br />- ประเพณีต่างๆ ในสังคม เช่น กินขันหมาก<br />- วัตถุสิ่งของต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ดีดลูกคิดรางแก้ว ฆ้องปากแตก<br />- การละเล่นพื้นบ้านต่างๆ เช่น งูกินหาง รุกฆาต<br />3. ประเภทของสำนวนภาษิต<br />สำนวนภาษิต อาจแบ่งตามที่มาได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่<br />- สำนวนภาษิตของนักปราชญ์ ได้แก่ สำนวนภาษิตที่ทราบที่มาหรือทราบว่าใครเป็นผู้กล่าว เช่น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน<br />-สำนวนภาษิตของชาวบ้าน ได้แก่ สำนวนภาษิตที่ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กล่าวแต่จดจำสั่งสอนสืบต่อกันมาช้านาน เช่น นอนสูงให้นอนคว่ำ นอนต่ำให้นอนหงาย<br />4. คุณค่าของสำนวนภาษิต<br />- เป็นเครื่องอบรมสั่งสอนและชี้แนะให้เป็นคนดีในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านความรัก การสมาคม การครองเรือน การศึกษา เช่น อย่าใฝ่สูงให้เกินศักดิ์ น้ำขุ่นไว้ใน น้ำใสไว้นอก<br />-เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นแนวคิด ความเชื่อของคนในสังคมไทยหลายประการ เช่น ความเชื่อในเรื่องกรรม ความเชื่อเกี่ยวกับความไม่ประมาท เช่น กงเกวียนกำเกวียน ช้างสาร งูเห่า ข้าเก่า เมียรัก<br />- เป็นเครื่องชี้สะท้อนให้เห็นสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคมด้านต่างๆ เช่น การทำมาหากิน การครองชีพ เศรษฐกิจ เช่น ซื้อควายหน้านา ซื้อผ้าหน้าหนาว<br />-เป็นเครื่องชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ของคนไทยกับธรรมชาติ จึงได้นำเอาลักษณะทางธรรมชาติมาตั้งเป็นสำนวน เช่น ฝนตกไม่ทั่วฟ้า น้ำซึมบ่อทราย<br />- การศึกษาสำนวนภาษิต เป็นการสืบต่อวัฒนธรรมของชาติเอาไว้ ไม่ให้สูญหายและเกิดความภาคภูมิใจที่บรรพชนได้สร้างสรรค์ถ้อยคำที่มีคุณค่าไว้ให้แก่เรา<br /># # # # # #<br />1.1center0<br />เรื่อง สารพันสำนวน<br />จุดประสงค์การเรียนรู้<br />ข้อ 1 เข้าใจความหมายและลักษณะของสำนวนไทย<br />ข้อ 2อธิบายความหมายของสำนวนต่างๆ ได้<br />คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้<br />ลักษณะของสำนวนไทย<br />คนที่มีความผิดติดตัวย่อมหวาดระแวงอยู่เสมอคนมั่งมีแต่แสดงตัวว่าเป็นคนยากจนตอบโต้หรือแก้ด้วยวิธีการทำนองเดียวกันพูดดีด้วยแต่ใจคิดอาฆาตพยาบาทจองเวรทำความดีแต่ไม่ได้รับการยกย่องเพราะไม่มีใครเห็นคุณค่า2.ให้นักเรียนจับคู่สำนวนพร้อมโยงความหมายให้ถูกต้อง1.ปากปราศรัย2.หนามยอก3.วัว4.ปิดทอง5.ผ้าขี้ริ้ว<br />center0<br />1.1<br />เรื่อง สารพันสำนวน<br />จุดประสงค์การเรียนรู้<br />ข้อ 1 เข้าใจความหมายและลักษณะของสำนวนไทย<br />ข้อ 2อธิบายความหมายของสำนวนต่างๆ ได้<br />คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้<br />2.ให้นักเรียนจับคู่สำนวนพร้อมโยงความหมายให้ถูกต้อง1.ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ2.หนามยอกเอาหนามบ่ง3.วัวสันหลังหวะ4.ปิดทองหลังพระ5.ผ้าขี้ริ้วห่อทองลักษณะของสำนวนไทยมีลักษณะเป็นความเปรียบหรืออุปมาอุปไมยมีลักษณะเป็นบุคลาธิษฐานมีลักษณะเป็นโวหารและมีเสียงสัมผัสกันมีลักษณะเป็นคำคมหรือคำกล่าวที่ให้แง่คิดตอบโต้หรือแก้ด้วยวิธีการทำนองเดียวกันพูดดีด้วยแต่ใจคิดอาฆาตพยาบาทจองเวรทำความดีแต่ไม่ได้รับการยกย่องเพราะไม่มีใครเห็นคุณค่าคนที่มีความผิดติดตัวย่อมหวาดระแวงอยู่เสมอคนมั่งมีแต่แสดงตัวว่าเป็นคนยากจน<br />

×