• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
Econ Presentation 6
 

Econ Presentation 6

on

  • 5,369 views

 

Statistics

Views

Total Views
5,369
Views on SlideShare
5,369
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
82
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Upload Details

Uploaded via as Microsoft PowerPoint

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

    Econ Presentation 6 Econ Presentation 6 Presentation Transcript

    • ตลาดผลผลิต ( ต่อ ) รพีสุภา หวังเจริญรุ่ง
    • หัวข้อการบรรยาย
      • ตลาดผู้ขายน้อยราย
      • ทฤษฎีเกมส์กับตลาดผู้ขายน้อยราย
      • ทฤษฎีเกมส์กับโลกธุรกิจ
      • ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
    • ตลาดที่การแข่งขันไม่สมบูรณ์
      • หมายถึง ตลาดที่มีโครงสร้างคาบเกี่ยวระหว่าง ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ ( perfect competition ) และตลาดผูกขาด ( pure monopoly )
      • กิจการที่ทำการผลิตอยู่ในตลาดเหล่านี้จะมีสถานะเป็นผู้กำหนดราคา ( price takers ) ของสินค้าที่ทำการผลิตและซื้อขายอยู่ในตลาด
      ผูกขาด แข่งขันสมบูรณ์ ผู้ขายน้อยราย กึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
    • ประเภทของตลาดที่มีการแข่งขันที่ไม่สมบูรณ์
      • 1. ตลาดผู้ขายน้อยราย ( Oligopoly )
      • ลักษณะเด่น คือ มีผู้ขายอยู่น้อยรายในตลาด โดยผู้ขายเหล่านั้นจะเสนอสินค้าที่มีความคล้ายคลึง หรือเหมือนกันให้แก่ตลาด
      • 2. ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด ( Monopolistic Competition )
      • ลักษณะเด่น คือ มีผู้ขายอยู่ในตลาดมากราย ซึ่งเสนอขายสินค้าที่มีความคล้ายคลึงกันแต่ไม่เหมือนกันให้แก่ตลาด
    • Figure 1 The Four Types of Market Structure Copyright © 2004 South-Western • Tap water • Cable TV Monopoly • Novels • Movies Monopolistic Competition • Tennis balls • Crude oil Oligopoly Number of Firms? Perfect • Wheat • Milk Competition Type of Products? Identical products Differentiated products One firm Few firms Many firms
    • ตลาดผู้ขายน้อยราย ( Oligopoly )
    • ลักษณะของตลาดผู้ขายน้อยราย
      • มีผู้ขายหรือผู้ผลิตน้อยราย ( Few Sellers )
      • ผลิตภัณฑ์ในตลาดอาจคล้ายคลึงกัน (Homogeneous Product) เรียกว่าตลาดผู้ขายน้อยรายอย่างแท้จริง (Pure Oligopoly Market) หรือแตกต่างกัน (Differentiated Product) เรียกว่าตลาดผู้ขายน้อยรายที่ผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน (Differentiated Oligopoly Market)
      • ผู้ผลิตมีลักษณะเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน
      • การเข้าสู่ตลาดของผู้ขายหรือผู้ผลิตรายใหม่ทำได้ยาก (Entry into the Industry is Difficult)
    • ลักษณะของตลาดผู้ขายน้อยราย
      • เนื่องจากมีผู้ขายน้อยราย จึงเกิดมีการขัดแย้งกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับการดำเนินความร่วมมือกัน
      • การร่วมมือกันและทำตัวเป็นเหมือนกับผู้ผูกขาดโดยการผลิตสินค้าจำนวนน้อยและคิดราคาที่มากกว่าต้นทุนหน่วยสุดท้าย
      • ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดของตลาดผู้ขายน้อยราย คือ ตลาดผู้ขายสองราย ( duopoly )
    • อุปสงค์ในตลาดผู้ขายน้อยราย—แบบจำลองอุปสงค์หักมุม (Kinked Demand Curve)
      • การคงที่ของราคาสินค้าในอุตสาหกรรมที่เป็นผู้ขายน้อยรายในเวลานาน
      • ถ้าผู้ขายรายใดรายหนึ่งในตลาดผู้ขายน้อยรายลดราคาสินค้าของตน ผู้ขายรายอื่นๆที่เป็นคู่แข่งก็จะลดราคาสินค้าตามด้วย แต่ถ้าผู้ขายเพิ่มราคาสินค้า ผู้ขายรายอื่นๆจะไม่เพิ่มราคาสินค้าตาม
      ราคา เส้นอุปสงค์หักมุม CDB ปริมาณผลผลิต A B D C P E F G q
    • อุปสงค์ในตลาดผู้ขายน้อยราย—แบบจำลองอุปสงค์หักมุม (Kinked Demand Curve)— ต่อ
      • เมื่อผู้ผลิตปรับราคาให้สูงขึ้น และคู่แข่งไม่ปรับราคา—อุปสงค์ของผู้ผลิตรายนั้นจะเปลี่ยนเป็นเส้น CD
      • ถ้าผู้ผลิตปรับราคาลดลง คู่แข่งจะปรับราคาลงตาม—อุปสงค์เป็นตามเส้น DB
      • เส้นรายรับหน่วยสุดท้ายมีความชันเป็น 2 เท่าของอุปสงค์โดย
        • CE คือ รายรับหน่วยสุดท้ายของอุปสงค์ช่วง CD
        • FG คือ รายรับหน่วยสุดท้ายของอุปสงค์ช่วง DB
        • รายรับหน่วยสุดท้ายของอุปสงค์หักมุมจะมีการขาดหายในช่วงผลผลิต q
    • อุปสงค์ในตลาดผู้ขายน้อยราย—แบบจำลองอุปสงค์หักมุม (Kinked Demand Curve) — ต่อ
      • การเลือกระดับการผลิตที่จุดที่ รายรับหน่วยสุดท้ายตัดกับต้นทุนหน่วยสุดท้ายเป็นระดับการผลิตที่ดีที่สุด
      • แต่ถ้าตัดกันในช่วงที่รายรับหน่วยสุดท้ายขาดตอนจะไม่สามารถกำหนดปริมาณผลผลิตที่ให้ได้รับกำไรมากที่สุด โดยการผลิตจะอยู่ที่ระดับคงที่ ตรงกับจุดที่อุปสงค์หักมุมพอดี จึงจะมีการกำหนดราคาขายได้
      • มีข้อบกพร่องเกี่ยวกับการกำหนดจุดที่อุปสงค์หักมุม
    • อุปสงค์ในตลาดผู้ขายน้อยราย—ดุลยภาพที่เกิดในแบบจำลองอุปสงค์หักมุม MC ปริมาณผลผลิต A B D C P E F G q ราคา
    • การพิจารณาพฤติกรรมการกำหนดราคาในตลาดผู้ขายน้อยรายจากตัวอย่างของตลาดผู้ขายสองราย
      • ราคาในตลาดแข่งขันสมบูรณ์จะเป็นราคาที่เกิดเมื่อต้นทุนหน่วยสุดท้ายเท่ากับศูนย์ :
        • P = MC = $0
        • Q = 120 gallons
      • ราคาและปริมาณในตลาดผูกขาดจะถูกกำหนดที่ระดับการผลิตที่ทำให้เกิดผลกำไรรวมสูงสุด :
        • P = $60
        • Q = 60 gallons
    • Table 1 The Demand Schedule for Water Copyright © 2004 South-Western เงื่อนไขของตลาดผูกขาด ตลาดแข่งขันสมบูรณ์
    • การพิจารณาพฤติกรรมการกำหนดราคาในตลาดผู้ขายน้อยรายจากตัวอย่างของตลาดผู้ขายสองราย
      • ผู้ขายสองรายมีแนวโน้มที่จะพิจารณาการกำหนดราคาตามเงื่อนไขของตลาดผูกขาด โดยมีรูปแบบดังนี้
        • Collusion
          • ความตกลงระหว่างกิจการต่างๆในตลาดเกี่ยวกับปริมาณที่จะผลิต หรือราคาที่จะเก็บจากการขายสินค้า
        • Cartel
          • กลุ่มของกิจการที่ปฏิบัติตนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยตกลงปริมาณรวมในการผลิต และปริมาณที่ผลิตโดยกิจการแต่ละแห่ง
          • ปกติทำได้ยากเนื่องจากมีกฎหมาย Antitrust laws ซึ่งป้องกันการทำคาร์เทลอย่างเปิดเผย ทำให้ไม่สามารถเกิดดุลยภาพเช่นเดียวกับตลาดผูกขาดได้
    • ดุลยภาพสำหรับตลาดผู้ขายน้อยราย The Equilibrium for an Oligopoly
      • ผู้ขายแต่ละรายที่อยู่ในตลาดผู้ขายน้อยรายมีแนวโน้มที่จะกำหนดปริมาณการผลิตโดยคิดถึงผลตอบแทนที่ตนเองจะได้รับเป็นสำคัญ ดังนั้น สินค้าที่อยู่ในตลาดผู้ขายน้อยรายมีแนวโน้มที่จะถูกผลิตมากกว่าปริมาณที่จะถูกผลิตในตลาดผูกขาด และทำให้การกำหนดราคาต่ำกว่าราคาที่กำหนดในตลาดผูกขาด รวมทั้งทำให้ได้กำไรต่ำกว่ารายได้ที่จะได้จากตลาดผูกขาด
      • แต่ผู้ขายที่อยู่ในตลาดผู้ขายน้อยรายจะไม่มีทางที่จะกำหนดราคาเท่ากับตลาดแข่งขันสมบูรณ์
      • ดุลยภาพที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า Nash equilibrium
      • Nash equilibrium คือ สถานการณ์ที่หน่วยเศรษฐกิจที่มีการตัดสินใจเกี่ยวกับกิจกรรมร่วมกับหน่วยเศรษฐกิจอื่นจะเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดของตนโดยพิจารณาจากทางเลือกที่คนอื่นได้เลือกไป
    • สรุปเงื่อนไขที่เกิดกับดุลยภาพของตลาดผู้ขายน้อยราย Equilibrium for an Oligopoly
        • ปริมาณที่ตกลงผลิตร่วมกันจะมากกว่าปริมาณที่ผลิตในตลาดผู้ผูกขาดแต่น้อยกว่าปริมาณที่ผลิตในตลาดแข่งขันสมบูรณ์
        • ราคาตลาดของตลาดผู้ขายน้อยรายจะต่ำกว่าราคาขายในตลาดผู้ผูกขาดแต่สูงกว่าราคาในตลาดแข่งขันสมบูรณ์
        • กำไรรวมจะน้อยกว่าผลกำไรที่เกิดในตลาดผู้ผูกขาด
    • ผลของขนาดของตลาดผู้ขายน้อยรายกับตลาด
      • ถ้าตลาดผู้ขายน้อยรายมีขนาดใหญ่ขึ้น ผู้ผลิตจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับประเด็นต่อไปนี้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับราคาและปริมาณ :
        • The output effect: เนื่องจากราคาที่กำหนดเป็นราคาที่มากกว่าต้นทุนหน่วยสุดท้าย การขายสินค้าในปริมาณที่มากขึ้นในราคาที่คงที่จะทำให้กำไรของผู้ผลิตเพิ่มขึ้น
        • The price effect: อย่างไรก็ตามการเพิ่มการผลิตที่มีผลทำให้ปริมาณสินค้าที่ขายมีจำนวนมากขึ้น จะมีผลทำให้ราคาสินค้าลดลง และทำให้กำไรต่อหน่วยลดลงทุกหน่วยของสินค้าที่ขายไป
      • ถ้า Output Effect > Price Effect  Increase Production
    • ผลของขนาดของตลาดผู้ขายน้อยรายกับตลาด
      • ถ้า Price Effect > Output Effect  Not Increase Production
      • ผู้ผลิตที่อยู่ในตลาดจะทำการเพิ่มการผลิตจนทำให้ผลกระทบทั้งสองนี้ต่อตนเองมีสมดุล โดยทราบว่าผู้ผลิตรายอื่นจะมีการผลิตอย่างไร
      • เมื่อจำนวนของผู้ผลิตในตลาดผู้ขายน้อยรายเพิ่มขึ้น ตลาดจะมีคุณลักษณะที่คล้ายคลึงกับตลาดแข่งขันสมบูรณ์มากขึ้นเรื่อยๆ
      • เมื่อราคาเข้าใกล้ระดับต้นทุนหน่วยสุดท้าย ปริมาณที่ผลิตและจำหน่ายในตลาดผู้ขายน้อยรายจะเป็นปริมาณที่ทำให้เกิดความมีประสิทธิภาพของสังคม
      • เป็นสาเหตุที่สำคัญอีกประการของการค้าระหว่างประเทศ
    • GAME THEORY AND THE ECONOMICS OF COOPERATION
      • พฤติกรรมของผู้ผลิตที่อยู่ในตลาดผู้ขายน้อยรายสะท้อนให้เห็นปัญหาเกี่ยวกับความร่วมมือกันที่แม้ว่าจะเป็นที่ต้องการแต่ก็เกิดขึ้นได้ยาก
      • ทฤษฎีเกมส์ ( Game theory ) คือ การศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคลในสถานการณ์ที่ต้องอาศัยยุทธวิธีในการเลือก ( strategic situations )
      • การตัดสินใจเกี่ยวกับยุทธวิธี ( Strategic decisions ) คือ การตัดสินใจของแต่ละคนว่าควรจะมีการกระทำอย่างไร รวมทั้งการตัดสินใจว่าผู้อื่นควรมีการตอบสนองต่อการกระทำนั้นอย่างไร
      • ดังนั้น เนื่องจากจำนวนผู้ผลิตที่อยู่ในตลาดผู้ขายน้อยรายมีจำนวนน้อย ผู้ผลิตเหล่านั้นจึงต้องมีการตัดสินใจเกี่ยวกับยุทธวิธีที่ควรเลือก เพราะผลกำไรที่จะเกิดขึ้นนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ผู้ผลิตจะผลิตอย่างเดียวแต่ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ผู้ผลิตรายอื่นจะผลิตด้วย
    • The Prisoners’ Dilemma
      • เป็นเกมส์ที่สำคัญแบบหนึ่งของทฤษฎีเกมส์ ที่ช่วยอธิบายเกี่ยวกับความยากลำบากในการทำให้การร่วมมือสามารถเกิดขึ้น
      • หลักการที่สำคัญ คือ ปกติแล้วบุคคล ( ผู้ผลิต ) จะประสบกับความล้มเหลวในการร่วมมือกับบุคคลอื่นแม้ว่าการร่วมมือนั้นจะทำให้เขาทั้งสองได้รับผลประโยชน์ที่ดีกว่าการไม่ร่วมมือกันก็ตาม
      • The prisoners’ dilemma อธิบายเกี่ยวกับ “ game” ระหว่างนักโทษที่ถูกจับมา 2 คน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทำไมการร่วมมือกันจึงเป็นสิ่งที่ยากที่จะทำให้เกิดขึ้นแม้ว่าการร่วมมือนั้นจะทำให้เขาทั้งสองได้รับผลประโยชน์ที่ดีกว่าอย่างชัดเจน
    • The Prisoners’ Dilemma
      • ยุทธวิธีหลัก ( The dominant strategy ) คือ ยุทธวิธีที่ดีที่สุดสำหรับผู้เล่นเกมส์ที่ควรจะทำ โดยไม่คำนึงถึงยุทธวิธีที่ผู้เล่นรายอื่นจะเป็นผู้เลือก
      • ความร่วมมือเป็นสิ่งที่ยากที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากการร่วมมือกันไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดในความสนใจของผู้เล่นเกมส์แต่ละคน ผลที่เกิดขึ้น คือ ผู้เล่นเกมส์ทั้งสองได้รับผลลัพท์ที่แย่กว่าที่เขาทั้งสองควรจะได้
    • Figure 2 The Prisoners’ Dilemma Copyright©2003 Southwestern/Thomson Learning Bonnie’ s Decision Confess Confess Remain Silent Remain Silent Clyde’s Decision Bonnie gets 8 years Clyde gets 8 years Bonnie gets 20 years Clyde goes free Bonnie goes free Clyde gets 20 years gets 1 year Bonnie Clyde gets 1 year
    • การประยุกต์อธิบายตลาดผู้ขายโดยใช้ Prisoners’ Dilemma
      • เราพบว่าเกมส์ที่ผู้เล่นในตลาดผู้ขายน้อยรายเล่นในการพยายามที่จะทำให้เกิดการผูกขาดขึ้นนั้นคล้ายคลึงกับเกมส์ที่นักโทษเล่นใน Prisoners’ Dilemma
      • ผลประโยชน์ส่วนตนจะทำให้เป็นการยากสำหรับผู้ขายน้อยรายที่จะทำให้เกิดผลได้ที่มาจากการร่วมมือกัน ซึ่งได้แก่ การผลิตสินค้าจำนวนน้อย ตั้งราคาขายสูง และได้รับผลกำไรเช่นเดียวกับตลาดผูกขาด
    • Figure 3 An Oligopoly Game Copyright©2003 Southwestern/Thomson Learning Iraq ’ s Decision High Production High Production Low Production Low Production Iran ’ s Decision Iraq gets $40 billion Iran gets $40 billion Iraq gets $30 billion Iran gets $60 billion Iraq gets $60 billion Iran gets $30 billion Iraq gets $50 billion Iran gets $50 billion
    • Figure 4 An Arms-Race Game Copyright©2003 Southwestern/Thomson Learning Decision of the United States (U.S.) Arm Arm Disarm Disarm Decision of the Soviet Union (USSR) U.S. at risk USSR at risk U.S. at risk and weak USSR safe and powerful U.S. safe and powerful USSR at risk and weak U.S. safe USSR safe
    • Figure 5 An Advertising Game Copyright©2003 Southwestern/Thomson Learning Marlboro’ s Decision Advertise Advertise Don ’ t Advertise Don ’ t Advertise Camel’s Decision Marlboro gets $3 billion profit Camel gets $3 billion profit Camel gets $5 billion profit Marlboro gets $2 billion profit Camel gets $2 billion profit Marlboro gets $5 billion profit Camel gets $4 billion profit Marlboro gets $4 billion profit
    • Figure 6 A Common-Resource Game Copyright©2003 Southwestern/Thomson Learning Exxon ’ s Decision Drill Two Wells Drill Two Wells Drill One Well Drill One Well Texaco’s Decision Exxon gets $4 million profit Texaco gets $4 million profit Texaco gets $6 million profit Exxon gets $3 million profit Texaco gets $3 million profit Exxon gets $6 million profit Texaco gets $5 million profit Exxon gets $5 million profit
    • Prisoners’ Dilemma และผลกระทบต่อระบบสวัสดิการของสังคม
      • Prisoners’ Dilemma สามารถใช้ในการอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราได้
      • ความไม่ร่วมมือกันที่เกิดขึ้นนั้นแม้ว่าจะไม่เป็นผลดีที่เกิดขึ้นต่อผู้เล่นเกมส์ก็ตาม ผลกระทบที่เกิดต่อระบบสวัสดิการนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าความไม่ร่วมมือจะทำให้เกิดผลดี หรือผลเสีย
      • กรณีที่เกี่ยวกับอาวุธและการใช้ทรัพยากรธรรมชาตินั้น เราพบว่าความร่วมมือกันจะทำให้เกิดผลดีแก่สังคมมากกว่า
      • กรณีที่เกี่ยวกับผู้ขายที่อยู่ในตลาดผู้ขายน้อยราย เราพบว่าความไม่ร่วมมือกันจะก่อให้เกิดผลดีแก่สังคมส่วนรวม เนื่องจากมีการผลิตที่มากกว่าระดับผูกขาด
    • เกมส์แห่งความร่วมมือกัน
      • โดยปกติแล้วถ้าผู้เล่นเกมส์คิดว่าการเล่นเกมส์นั้นจะเล่นแค่ครั้งเดียว เขามีแนวโน้มที่จะโกงเกมส์นั้นโดยทำให้เกิดผลลัพท์ที่แย่กว่ากับผู้เล่นเกมส์แต่ละราย
      • ถ้าผู้เล่นเกมส์ทราบว่าเขาจะต้องเล่นเกมส์อย่างเดียวกันหลายครั้ง ผู้เล่นเกมส์จะสามารถที่แก้ Prisoners’ Dilemma ได้ และเกิดผลประโยชน์ที่ดีที่สุด
      • ทางแก้ที่มีประสิทธิภาพ คือ การกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนเมื่อมีการโกงเกิดขึ้น เพื่อที่จะใช้ในการเล่นครั้งต่อไป ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นไม่กล้าที่จะโกง
      • ผู้ผลิตที่มีเป็นห่วงเกี่ยวกับผลกำไรในอนาคตจะร่วมมือในการเล่น repeated games มากกว่าที่จะโกงเพื่อที่จะได้กำไรเพียงแค่ครั้งเดียว
    • Figure 7 Jack and Jill Oligopoly Game Copyright©2003 Southwestern/Thomson Learning Jack’s Decision Sell 40 Gallons Sell 40 Gallons Sell 30 Gallons Sell 30 Gallons Jill’s Decision Jack gets $1,600 profit Jill gets $1,600 profit Jill gets $2,000 profit Jack gets $1,500 profit Jill gets $1,500 profit Jack gets $2,000 profit Jill gets $1,800 profit Jack gets $1,800 profit
    • นโยบายของรัฐเกี่ยวกับตลาดผู้ขายน้อยราย
      • ความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตในตลาดผู้ขายน้อยรายเป็นสิ่งที่ไม่เป็นที่ต้องการของสังคม เนื่องจากมีการผลิตสินค้าที่น้อยไป และขายที่ราคาที่แพงไปกว่าระดับที่มีประสิทธิภาพของสังคม
      • ดังนั้น รัฐบาลต้องใช้มาตรการจูงใจให้ผู้ผลิตในตลาดผู้ขายน้อยรายทำการแข่งขันมากกว่าที่จะร่วมมือกัน
      • ตัวอย่างของนโยบายเหล่านั้น ได้แก่ นโยบาย Antitrust หรือกฎหมายที่ใช้กับความพยายามที่จะจำกัดการค้า หรือความพยายามที่จะผูกขาดตลาด
    • ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
    • ลักษณะของตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
      • ประกอบด้วยหน่วยผลิตจำนวนมาก และแต่ละหน่วยมีขนาดเล็ก -- แข่งขันเพื่อลูกค้ากลุ่มเดียวกัน
      • ผลิตผลผลิตที่คล้ายคลึงกันแต่ไม่เหมือนกัน
      • หน่วยผลิตสามารถเข้าหรือ ออกจากการผลิตได้อย่างเสรี ( Free Entry to the Market )— สามารถเข้าและออกได้จนกว่าจะมีการปรับตัวจนกำไรเท่ากับ 0
      • ไม่มีความรู้เกี่ยวกับข้อมูลในตลาดอย่างสมบูรณ์ ( Imperfect Information )
      • เหมือนตลาดแข่งขันสมบูรณ์ในประเด็นที่มีหน่วยผลิตขนาดเล็กจำนวนมาก แต่มีอำนาจผูกขาดเนื่องจากความแตกต่างของสินค้า
    • ความแตกต่างของสินค้าในตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
      • ผู้ผลิตแต่ละรายในตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดผลิตสินค้าที่อย่างน้อยมีความแตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่นที่อยู่ในตลาดเดียวกัน
      • ดังนั้นผู้ผลิตที่อยู่ในตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดจะไม่กำหนดราคาตามกลไกตลาด แต่ละผู้ผลิตจะพบกับเส้นอุปสงค์ที่ลาดลงจากซ้ายไปขวา
      • ความแตกต่างของผลผลิตมี 3 ประเภท คือ
      • 1. ความแตกต่างทางกายภาพ ( Physical Difference )
      • 2. ความแตกต่างในสายตาผู้ซื้อ ( Perceived Difference) -- ค่านิยมของผู้ซื้อ
      • 3. ความแตกต่างในด้านการบริการสนับสนุนการขาย ( Support Difference )
    • ดุลยภาพในระยะสั้นของตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด -- การแข่งขันที่สินค้ามีความแตกต่างกัน
        • ในระยะสั้น กำไรที่เกิดขึ้นจะทำให้ผู้ผลิตรายใหม่เข้าสู่ตลาด และมีผลให้ :
        • จำนวนของสินค้าที่เสนอขายในตลาดเพิ่มขึ้น
        • อุปสงค์ที่มีต่อสินค้าของผู้ผลิตที่อยู่ในตลาดอยู่แล้วจะลดลง เส้นอุปสงค์ของผู้ผลิตเหล่านั้นจะเคลื่อนไปทางซ้ายมือของเส้นเดิมทั้งเส้น
        • ในระยะสั้น การขาดทุนที่เกิดขึ้นจะทำให้ผู้ผลิตออกจากตลาด และมีผลให้
        • จำนวนของสินค้าที่เสนอขายในตลาดลดลง
        • อุปสงค์ที่มีต่อสินค้าของผู้ผลิตที่เหลืออยู่ในตลาดจะเพิ่มขึ้น เส้นอุปสงค์ของผู้ผลิตเหล่านั้นจะเคลื่อนไปทางขวามือของเส้นเดิมทั้งเส้น
        • ผู้ผลิตที่เหลืออยู่ในตลาดจะมีกำไรเพิ่มขึ้น
    • Figure 8 Monopolistic Competition in the Short Run Copyright©2003 Southwestern/Thomson Learning Quantity 0 Price (a) Firm Makes Profit Profit- maximizing quantity Price Demand MR ATC Average total cost Profit MC
    • Figure 8 Monopolistic Competition in the Short Run Copyright©2003 Southwestern/Thomson Learning Quantity 0 Price (b) Firm Makes Losses Demand Price Loss- minimizing quantity Average total cost MR Losses ATC MC
    • ดุลยภาพในระยะยาวของตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
      • ผู้ผลิตจะมีการเข้าและออกจากตลาดจนทำให้กำไรทางเศรษฐศาสตร์เท่ากับ 0
      • ลักษณะที่สำคัญของดุลยภาพในระยะยาวของตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
      • 1. ลักษณะที่สำคัญของตลาดผูกขาด คือ การกำหนดราคาที่มากกว่าต้นทุนหน่วยสุดท้าย
        • Profit maximization -- MR = MC
        • Downward Sloping Demand--MR < P
      • 2. ลักษณะที่สำคัญของตลาดแข่งขันสมบูรณ์ คือ ราคาเท่ากับต้นทุนเฉลี่ย—เนื่องจากการเข้าและออกจากตลาดได้อย่างเสรีจะเป็นที่ทำให้กำไรทางเศรษฐศาสตร์เท่ากับ 0
    • Figure 9 A Monopolistic Competitor in the Long Run Copyright©2003 Southwestern/Thomson Learning Quantity Price 0 Demand MR ATC MC Profit-maximizing quantity P = ATC
    • การเปรียบเทียบระหว่างตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดกับตลาดแข่งขันสมบูรณ์
      • มีความแตกต่างที่สำคัญ 2 ประการ คือ
      • 1. การมีสมรรถภาพในการผลิตเกิน ( excess capacity )
      • 2. การตั้งราคาแบบ markup
    • การเปรียบเทียบระหว่างตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดกับตลาดแข่งขันสมบูรณ์ -- การมีประสิทธิภาพในการผลิตเกิน
      • ไม่มีการที่ประสิทธิภาพในการผลิตเกินในการผลิตในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ในระยะยาว
      • การเข้าออกอย่างเสรีในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ทำให้ผู้ผลิตที่อยู่ในตลาดผลิตที่ระดับที่ต้นทุนเฉลี่ยต่ำสุด ซึ่งเป็นระดับการผลิตที่มีประสิทธิภาพของผู้ผลิต
      • มีการที่ประสิทธิภาพในการผลิตเกินในการผลิตในตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดในระยะยาว
      • ในตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด ระดับการผลิตอยู่ที่ระดับที่น้อยกว่าระดับที่มีประสิทธิภาพของผู้ผลิตในตลาดแข่งขันสมบูรณ์
    • Figure 10 Monopolistic versus Perfect Competition Copyright©2003 Southwestern/Thomson Learning Quantity 0 Price (a) Monopolistically Competitive Firm Quantity 0 Price (b) Perfectly Competitive Firm Demand P = MC P = MR (demand curve) MC ATC MC ATC MR Efficient scale P Quantity produced Quantity produced = Efficient scale
    • การเปรียบเทียบระหว่างตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดกับตลาดแข่งขันสมบูรณ์ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ -- Markup Over Marginal Cost
      • ในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ -- ราคา เท่ากับ ต้นทุนหน่วยสุดท้าย
      • ในตลาด กึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด -- ราคา มากกว่า ต้นทุนหน่วยสุดท้าย
      • ดังนั้นสินค้าที่สามารถขายได้เพิ่มขึ้น 1 หน่วย แสดงว่ามีกำไรเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ผลิตที่อยู่ในตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
    • Figure 11 Monopolistic versus Perfect Competition Copyright©2003 Southwestern/Thomson Learning Quantity 0 Price (a) Monopolistically Competitive Firm Quantity 0 Price (b) Perfectly Competitive Firm Demand P = MC P = MR (demand curve) Markup MC ATC MC ATC MR Marginal cost P Quantity produced Quantity produced
    • ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดกับสวัสดิการของสังคม
      • ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดไม่มีคุณสมบัติที่เป็นที่ต้องการอย่างตลาดแข่งขันสมบูรณ์
      • เกิด normal deadweight loss ที่เนื่องมาจากการกำหนดราคาแบบผูกขาดในตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดที่เกิดจากการกำหนดราคา markup ให้มากกว่าต้นทุนหน่วยสุดท้าย
      • ภาระในการดูแลไม่ให้ราคของผู้ผลิตที่ผลิตสินค้าที่มีความแตกต่างจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
      • จำนวนของผู้ผลิตที่อยู่ในตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดอาจไม่ใช่จำนวนในอุดมคติ โดยอาจจะมาจากการที่มีการเข้าตลาดมากเกินไปหรือน้องเกินไป
    • ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดกับสวัสดิการของสังคม
      • เกิด Externalities of entry รวมถึง :
        • product-variety externalities . เนื่องจากผู้บริโภคจะได้รับส่วนเกินผู้บริโภคจากการที่มีการเสนอสินค้าใหม่ และการเข้ามาของผู้ผลิตรายใหม่ เป็นการเกิด positive externality แก่ผู้บริโภค
        • business-stealing externalities . เนื่องจากบริษัทอื่นจะสูญเสียลูกค้าจากการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ ดังนั้น การเข้ามาของผู้ผลิตรายใหม่เป็นการทำให้เกิด negative externality แก่ผู้ผลิตที่อยู่เดิมในตลาด
    • การโฆษณา ( ADVERTISING )
      • เมื่อบริษัทขายสินค้าที่มีความแตกต่าง และมีการตั้งราคาที่ระดับที่สูงกว่าต้นทุนหน่วยสุดท้าย บริษัทแต่ละแห่งจะมีแรงจูงใจที่จะทำการโฆษณาเพื่อดึงดูดผู้ซื้อให้มากที่สุดให้มาซื้อสินค้าของตนเอง
      • ปกติแล้ว บริษัทที่มีการขายสินค้าบริโภคที่แตกต่างกันจะมีการใช้จ่ายประมาณ 10-20% ของรายรับของบริษัทในการโฆษณา
      • บริษัททำการโฆษณาเพื่อทำการควบคุมรสนิยมของผู้ซื้อ
      • การโฆษณาเป็นการลดการแข่งขันเนื่องจากเป็นการทำให้ผ๔บริโภคคิดว่าสินค้ามีความแตกต่างกันมากกว่าความเป็นจริง
    • การโฆษณา ( ADVERTISING )
      • อย่างไรก็ตาม มีการแย้งว่า การโฆษณาเป็นการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภค
      • นอกจากนี้ การโฆษณาเป็นการเพิ่มการแข่งขันโดยการเสนอความหลากหลายของสินค้า รวมทั้งความหลากหลายด้านราคา
      • ความตั้งใจของบริษัทในการใช้จ่ายเกี่ยวกับการโฆษณาเป็นสัญญาณที่แสดงให้ผู้บริโภครู้ว่าคุณภาพของสินค้าที่เสนอขายเป็นอย่างไร
    • การมี Brand Names
      • การมี brand names อาจทำให้ผู้บริโภคคาดถึงความแตกต่างที่อาจไม่มีอยู่จริง
      • อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ให้ความเห็นว่าการมี brand names อาจเป็นหนทางที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค เพื่อที่ทำให้เกิดความมั่นใจว่าสินค้าที่ผู้บริโภคจะซื้อนั้นมีคุณภาพสูง
        • การให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพ
        • การให้แรงจูงใจแก่บริษัทในการรักษาคุณภาพให้สูงไว้
    • เอกสารอ้างอิง
      • หลักเศรษฐศาสตร์ 1 จุลเศรษฐศาสตร์ โดย นราทิพย์ ชุติวงศ์ บทที่ 9
      • เศรษฐศาสตร์เพื่อการจัดการ โดย รัตนา สายคณิต บทที่ 5-8
      • เศรษฐศาสตร์การจัดการ โดย นราทิพย์ ชุติวงศ์ บทที่ 5 และ 9
      • Principles of Economics, 3 rd Edition by N. Gregory Mankiw, Chapter 1 6-17