แนวการเขียนรายงายเชิงวิจัย

3,940 views
3,643 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
3,940
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
40
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

แนวการเขียนรายงายเชิงวิจัย

  1. 1. การเขียนรายงานการวิจัย โดยวิทยา พัฒนเมธาดา
  2. 2. ส่วนประกอบตอนต้น ( Preliminary ) <ul><li>ปกนอก </li></ul><ul><li>ปกใน </li></ul><ul><li>กิตติกรรมประกาศ </li></ul><ul><li>บทคัดย่อ </li></ul><ul><li>สารบัญ </li></ul><ul><li>สารบัญตาราง </li></ul><ul><li>สารบัญแผนภูมิ </li></ul>
  3. 3. ตัวรายงาน ( The Body of The Report ) <ul><li>1. บทนำ </li></ul><ul><li>2. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง </li></ul><ul><li>3. วิธีดำเนินการศึกษา </li></ul><ul><li>4. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ( ผลการดำเนินงาน ) </li></ul><ul><li>5. บทสรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ </li></ul>
  4. 4. เอกสารอ้างอิงประกอบ ( Reference Section ) บรรณานุกรม ภาคผนวก ประวัติผู้ศึกษา
  5. 5. บทที่ 1 <ul><li>ความเป็นมาของปัญหา </li></ul><ul><li>วัตถุประสงค์ของการศึกษา </li></ul><ul><li>ประโยชน์ของการศึกษา </li></ul><ul><li>ขอบเขตของการศึกษา </li></ul><ul><li>คำนิยามศัพท์เฉพาะ </li></ul>บทนำ
  6. 6. ระยะที่ 1. บอกมูลเหตุของเรื่อง ทำไมจึงเลือกทำเรื่องนี้ 2. การเขียนความเป็นมาของปัญหาจะเริ่มต้นเขียนแบบกว้างๆ ก่อนแล้วค่อยๆแคบเข้า จนถึงตอนสุดท้ายจะเป็นปัญหาที่จะ ศึกษา 3. การเขียนรายงานที่ดีต้องวิเคราะห์ให้ผู้อ่านทราบว่าตำแหน่ง ของปัญหาอยู่ที่ใด สายใดของปัญหาใหญ่และสอดแทรกงานวิจัยหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่จะทำการศึกษา ความเป็นมาของปัญหา
  7. 7. 1. ต้องชัดเจน ตัวแปร ลักษณะที่ศึกษาและประชากร 2. รูปแบบการเขียน แบบบอกเล่า หรือแบบคำถาม หรือ แบบสมมติฐาน ขึ้นต้นด้วยคำว่า เพื่อ .. วัตถุประสงค์ของการศึกษา ( วิจัย , รายงาน )
  8. 8. 1. การเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ 2. การนำผลการศึกษาไปใช้ ขึ้นต้นด้วยคำว่า ทำให้ทราบ .. ทำให้ได้แนวทาง , ทำให้ได้ความรู้ , ทำให้เพิ่มพูนทางวิชาการฯ ประโยชน์ของการศึกษา ( วิจัย , รายงาน )
  9. 9. 1. ประชากร ( Population ) 2. ตัวแปร ( Variable ) - ตัวแปรอิสระ หรือตัวแปรต้นเหตุ - ตัวแปรตาม หรือตัวแปรที่เป็นผล 3. เนื้อหา ( Content ) ขอบเขตของการศึกษา
  10. 10. 1. เป็นข้อความที่อธิบายความหมายของคำที่ใช้ในการศึกษา เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจตรงกับผู้ศึกษา 2. การเขียนอธิบายจะเขียนตามความเป็นจริงที่ใช้ในการศึกษาครั้งนั้นๆ ( ไม่เขียนตามความหมายของพจนานุกรมหรือตามตำรา ) 3. เขียนในรูปแบบของนิยามเชิงปฏิบัติการ เช่น คืออะไร โครงสร้างอย่างไร สังเกตอย่างไร ตรวจสอบอย่างไร ( โดยเอาตัวแปรอิสระหรือตัวแปรตามมาเขียน ) คำนิยามศัพท์เฉพาะ
  11. 11. 1. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง - ความหมายของตัวแปร - โครงสร้างของตัวแปร - วิธีการวัดผล / ประเมินผลตัวแปร - การเก็บรวบรวมข้อมูลตัวแปร - งานวิจัยที่เกี่ยวข้องตัวแปร บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
  12. 12. แนวการเขียน เขียนเกี่ยวกับผลงานวิจัย / การศึกษาที่ผู้อื่นได้ทำในแง่มุมต่างๆ เกี่ยวกับที่เราทำการศึกษาโดยเขียนในรูปแบบสรุป ให้มีการเชื่อมโยง เขียนเป็นภาษาของผู้ศึกษาเอง ซึ่งจะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการตั้งสมมติฐานในการทำวิจัย เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
  13. 13. <ul><li>สมมติฐานการศึกษา </li></ul><ul><li>แตกต่างกัน </li></ul><ul><li>มากกว่าหรือน้อยกว่า </li></ul><ul><li>สูงกว่าหรือต่ำกว่า </li></ul><ul><li>สัมพันธ์กันในทางบวกหรือทางลบ </li></ul><ul><li>ในการตั้งสมมติฐานที่ดี จะต้องมีทฤษฎีและเหตุผลเบื้องหลังรองรับ ไม่ใช่นึกหรือเดาเอาเอง </li></ul>เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
  14. 14. ระยะที่ - รูปแบบงานที่ศึกษา - ประชากร / กลุ่มตัวอย่าง - วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่าง - เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา - วิธีการสร้างเครื่องมือ - การรวบรวมข้อมูล - การวิเคราะห์ข้อมูล - สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล บทที่ 3 วิธีดำเนินการศึกษา
  15. 15. ระยะที่ เป็นส่วนที่สรุปให้ผู้อ่านทราบว่าการศึกษาในครั้งนี้มีลักษณะอย่างไร ถ้าเขียนในรูปของแผนผังได้จะดี รูปแบบงานที่ศึกษา
  16. 16. ระยะที่ ประชากร - เป็นใคร ที่ไหน ปีใด จำนวนเท่าใด มีคุณสมบัติอย่างไร กลุ่มตัวอย่าง - มีกี่ประเภท จำนวนเท่าไร ได้มาโดยวิธีใด ประชากร / กลุ่มตัวอย่าง
  17. 17. ระยะที่ <ul><li>- บอกลำดับขั้นการได้มาซึ่งกลุ่มตัวอย่าง </li></ul><ul><li>บอกวิธีเลือกกลุ่มตัวอย่าง </li></ul><ul><li>บอกระดับความเชื่อมั่น </li></ul><ul><li>ในบางครั้งอาจจะบอกเหตุผลในการเลือกในแต่ละวิธี </li></ul><ul><li>มีตารางแสดงจำนวนกลุ่มตัวอย่าง </li></ul><ul><li>( ความเชื่อมั่น ต้องได้ 95 % ขึ้นไป ) </li></ul>วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่าง
  18. 18. ระยะที่ <ul><li>- บอกชื่อและจำนวนเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา </li></ul><ul><li>บอกลักษณะของเครื่องมือ </li></ul><ul><li>บอกจำนวนข้อ </li></ul><ul><li>บอกคุณสมบัติที่ดี คือ ความเที่ยงตรง ความเชื่อมั่น ค่าอำนาจจำแนกความยากง่าย </li></ul>เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา
  19. 19. ระยะที่ <ul><li>สัญลักษณ์ที่ใช้ </li></ul><ul><li>ขั้นตอนการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ( เสนอตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ) </li></ul><ul><li>ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ( เชื่อมออกมาในรูปของตารางแผนภูมิและกราฟ ) </li></ul><ul><li>การแปรผลข้อมูล </li></ul>บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
  20. 20. สวัสดี

×