รายงานผลการศึกษาวิจัย องค์ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ธรรมชาติแห่งชีวิต สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว ประโยชน์แท้แก่มหาชน
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ สวนจิตลดา เขตดุสิต กรุงเทพฯ  10303 สนองพระราชดำริโดย  : โรงเรียนควนกา...
บทคัดย่อ <ul><li>  ความสำคัญของงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน  จากการที่โรงเรียนควนกาหลงวิทยาคม  “ นิคมวัฒนา ”  ได้เข้าร่วมโครงก...
<ul><li>วัตถุประสงค์ การดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเพื่อ ส่งเสริมให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ  ศึกษาข้อมูลพรรณไม้ด้วยตนเอ...
<ul><li>การดำเนินการ  นักเรียนทุกคนจะเข้ามามีส่วนร่วมโดยนำเข้าไปทำร่วมกับกิจกรรม  5  ส .  การเรียนในรายวิชาต่าง ๆ และกิจกร...
<ul><li>มีการเรียงตัวของชั้นต่าง ๆ เช่นเดียวกับพืชใบเลี้ยงเดี่ยวทั่วไป  การศึกษาสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยวที่พบบริเวณที่ปลูกขิง...
<ul><li>สรุปผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน  จากการที่ให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงนอกจากตนเองจะได้รับประโยชน์โดยตรงแ...
กิตติกรรมประกาศ <ul><li>โรงเรียนควนกาหลงวิทยาคม  “ นิคมวัฒนา ”   ได้ดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน  โดยมีการศึกษาองค์ประกอ...
คำนำ <ul><li>การดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังให้นักเรียนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชได้เป็นอย...
ความสำคัญและที่มา <ul><li>จากการที่โรงเรียนควนกาหลงวิทยาคม  “ นิคมวัฒนา ”  ได้เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่อ...
ข้อมูลสถานศึกษา <ul><li>โรงเรียนควนกาหลงวิทยาคมฯ มีพื้นที่ทั้งหมด  130  ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็...
ปัจจัยเป้าหมายรวม <ul><li>จากการกำหนดพื้นที่ให้นักเรียนแต่ละห้องเรียนรับผิดชอบ ตามโครงการ  5  ส .  ดังนั้นในแต่ละห้องเรียน...
ปัจจัยเป้าหมายเฉพาะ <ul><li>ในการศึกษาครั้งนี้ใช้ขิงแดงเป็นพืชศึกษา  เนื่องจากทางโรงเรียนได้มีการศึกษาพืชชนิดนี้ด้านอนุกรม...
ปัจจัยที่ใช้เพื่อช่วยในการศึกษา <ul><li>ในการศึกษาครั้งนี้ใช้วัสดุและอุปกรณ์  ดังนี้ </li></ul><ul><li>1.  เอกสารแนวปฏิบัต...
<ul><li>8.  กล้องถ่ายรูป </li></ul><ul><li>9 .  กล้องจุลทรรศน์ </li></ul><ul><li>10.  แผ่นสไลด์และกระจกปิดสไลด์ </li></ul>...
<ul><li>30.  กะละมัง </li></ul><ul><li>31.  เตารีด </li></ul><ul><li>32.  หม้อสำหรับต้ม   </li></ul><ul><li>33.  เตาแก๊ส <...
วิธีการ <ul><li>2.1  การจัดการ </li></ul><ul><li>2.1.1  การจัดการเพื่อให้เกิดการบริหาร </li></ul><ul><li>ในการดำเนินการงาน...
<ul><li>2.1.2  การจัดการเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ </li></ul><ul><li>โดยกำหนดพื้นที่ออกเป็น  19  โซลตามจำนวนห้องเรียนที่มี  ใ...
<ul><li>2.2  องค์ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน </li></ul><ul><li>ในการศึกษาดังกล่าวมีวิธีการ  และขั้นตอนการดำเนินงานดังนี...
<ul><li>( ต่อ ) </li></ul><ul><li>1.2  การรวบรวมพรรณไม้เข้าปลูกในโรงเรียน  แต่ละห้องเรียนสามารถนำพรรณไม้เข้ามาปลูกใน </li>...
<ul><li>( ต่อ ) </li></ul><ul><li>จะมีครูที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำในการศึกษาองค์ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน  โดย </li></ul...
<ul><li>2.  ในรายวิชาต่าง ๆ ให้ครูผู้สอนนำงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเข้าไปบูรณาการตามความเหมาะสม  เพื่อให้นักเรียนได้เกิดการ...
2.  การศึกษาธรรมชาติแห่งชีวิต   <ul><li>โดยการศึกษาต้นขิงแดง  ซึ่งอยู่ในบริเวณโรงเรียน  แบ่งกลุ่มเพื่อศึกษาดังนี้ </li></u...
การศึกษาอนุกรมวิธานของขิงแดง   มีขั้นตอนดังนี้ <ul><li>1.  แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น  5  กลุ่ม เพื่อศึกษาราก  ลำต้น  ลำต้นเ...
การศึกษาโครงสร้างภายในของขิงแดง   มีขั้นตอนดังนี้ <ul><li>1.  แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น  4  กลุ่ม เพื่อศึกษาโครงสร้างภายในข...
<ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>การศึกษาโครงสร้างภายในของใบขิงแดง   </li></ul><ul><li>1.  ม้วนใบขิงแดงตามความยาวให้แน่น ...
<ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>การศึกษาปากใบขิงแดง   </li></ul><ul><li>1.  นำใบขิงแดงมาฉีกตามแนวทะแยงให้เห็นเยื่อเอพิเด...
<ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>การศึกษาโครงสร้างภายในลำต้นเทียมของขิงแดง   </li></ul><ul><li>1.  ตัดลำต้นเทียมขิงแดงที่...
<ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>การศึกษาโครงสร้างภายในของรากขิงแดง   </li></ul><ul><li>1.  ล้างรากให้สะอาด  แล้วนำมาหั่น...
3 .  การศึกษาสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว <ul><li>โดยการศึกษาต้นขิงแดง  ซึ่งอยู่ในบริเวณโรงเรียน  แบ่งกลุ่มเพื่อศึกษาดังนี้ </li>...
<ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>ศึกษาการเจริญเติบโตของใบ และดอกขิงแดงที่ปลูกในที่ร่มและกลางแจ้ง </li></ul><ul><li>1.  เล...
<ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>ศึกษาการเจริญเติบโตของขิงแดงโดยใช้วัสดุปลูกที่แตกต่างกัน </li></ul><ul><li>1.  เตรียมวัส...
<ul><li>วิธีการ   </li></ul><ul><li>ศึกษาสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับต้นขิงแดงที่อยู่ในร่มและกลางแจ้ง   </li></ul><ul><li>1.  เลื...
การศึกษาการย้อมผ้าโดยใช้สารสกัดจากใบและดอกขิงแดง   มีขั้นตอนดังนี้ <ul><li>1.  นักเรียนชุมนุมนักพฤกษศาสตร์น้อยจะร่วมกันศึก...
<ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>การสกัดสีจากใบขิงแดง   </li></ul><ul><li>1.  ใช้ใบขิงแดง โดยเลือกใบที่สมบูรณ์มีสีเขียวเข...
<ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>การสกัดสีจากดอกขิงแดง   </li></ul><ul><li>1.  นำช่อดอกขิงแดงที่สมบูรณ์มีสีแดงสด  มาแกะเอ...
<ul><li>วิธีการทดลอง </li></ul><ul><li>กลุ่มที่  1  ใช้น้ำเป็นตัวสกัดสีจากใบขิงแดง  แบ่งเป็น  6  กลุ่มทดลองคือ </li></ul><...
<ul><li>กลุ่มที่  2  ใช้น้ำเป็นตัวสกัดสีจากดอกขิงแดง  </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่  1  ใช้น้ำสีอย่างเดียว   แช่ผ้านาน  ...
<ul><li>กลุ่มที่  3  ใช้เอทธิลแอลกอฮอล์เป็นตัวสกัดสีจากใบ </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่  1  ใช้น้ำสีอย่างเดียว  แช่ผ้านา...
ศึกษาการทำกระดาษจากต้นขิงแดง   มีวิธีการดังนี้ <ul><li>1.  พานักเรียนที่ศึกษาวิชางานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนไปศึกษาวิธีการผลิ...
( ต่อ ) <ul><li>3.  เมื่อต้นที่ต้มเปื่อยก็นำมาล้างให้ในน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง  จากนั้นแช่ใน ไฮเตอร์ นาน </li></ul><ul><li>3  ...
ผลการศึกษา <ul><li>ในการศึกษาด้านต่าง ๆ ของนักเรียนในภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2548  จนถึงภาคเรียนที่  2  ปี </li></ul><...
<ul><li>1.2  การรวบรวมพรรณไม้เข้าปลูกเพิ่มในโรงเรียน  นักเรียนได้ทราบถึงพรรณไม้ที่มีอยู่เดิมใน </li></ul><ul><li>โรงเรียน ...
<ul><li>1.4  การเขียนรายงาน  นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ธรรมชาติของพื </li></ul><ul><li>พรรณ  มาสรุปโดยการ...
<ul><li>-  กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี  นักเรียนจัดทำโครงงานศึกษาพืช  และการร้อยมาลัยข้อมือ </li></ul><ul><li>-  กลุ่...
( ต่อ ) <ul><li>-  กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ  ใช้ในการสอนเรียกชื่อส่วนต่าง ๆ ของพืช  และการบรรยายลักษณะของพืช </li></ul><ul>...
2.  การศึกษาธรรมชาติแห่งชีวิต <ul><li>2.1  ด้านอนุกรมวิธาน </li></ul><ul><li>ชื่อพื้นเมือง   :  ขิงแดง </li></ul><ul><li>ช...
<ul><li>ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ </li></ul><ul><li>ไม้ล้มลุก  ราก   เป็นรากแขนงมีสีน้ำตาลอ่อน   มีจำนวนมาก   ลักษณะค่อนข้างกลม ...
2.2  ศึกษาโครงสร้างภายในของขิงแดง <ul><li>2.2.1  การศึกษาโครงสร้างภายในของใบขิงแดง  จากการศึกษาพบว่าจะมีเนื้อเยื่อผิวที่เร...
เอพิเดอร์มิสด้านล่าง ไซเลม บันเดิลชีส เซลล์คุม   โฟลเอม   เอพิเดอร์มิสด้านบน   ภาพที่  1  :   โครงสร้างภายในของใบขิงแดง
<ul><li>2.2. 2  การศึกษาลักษณะของปากใบขิงแดง  พบว่าประกอบด้วยเซลล์คุม  1  คู่  มีลักษณะคล้าย </li></ul><ul><li>เม็ดถั่ว  ผ...
<ul><li>2.2. 3  การศึกษาโครงสร้างภายในลำต้นเทียมของขิงแดง  พบว่าชั้นที่อยู่นอกสุดเรียกว่า  </li></ul><ul><li>เอพิเดอร์มิส ...
<ul><li>2.2.4  การศึกษาโครงสร้างภายในของรากขิงแดง  พบว่าชั้นนอกสุดเป็นชั้นเอพิเดอร์มิส  ทำหน้าที่ </li></ul><ul><li>ป้องกั...
เอนโดเดอมิส   ไซเลม โฟลเอม   พิธ เพริไซเคิล     คอร์เทกซ์     เอพิเดอร์มิส   ภาพที่  4 :  โครงสร้างภายในของรากขิงแดง
3.  การศึกษาสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว   <ul><li>โดยใช้ขิงแดงเป็นพืชที่ศึกษา  สรุปผลได้ดังนี้ </li></ul><ul><li>3.1  การศึกษากา...
<ul><li>3.2  การศึกษาการเจริญเติบโตของขิงแดงโดยใช้วัสดุปลูกที่แตกต่างกัน  คือสูตรที่  1  ใช้  </li></ul><ul><li>ดินร่วน  1...
ตารางที่  1  แสดงการเจริญเติบโตของขิงแดง เมื่อมีอายุ  91  วัน 4 11* 9  9.83 11.33 13.21*  4.70 5.80* 5.22  22.11 24.70 30....
<ul><li>จากตารางแสดงให้เห็นว่าขิงแดงที่ปลูกในดินสูตรที่  2  มีความกว้างของใบ  และจำนวน </li></ul><ul><li>หน่อมากที่สุด  ส่...
4.  การศึกษาประโยชน์แท้แก่มหาชน   <ul><li>โดยใช้ขิงแดงเป็นพืชที่ศึกษา  สรุปผลได้ดังนี้ </li></ul><ul><li>4.1   ศึกษาการย้อ...
ตารางที่  2  แสดงสีที่ได้จากการย้อมผ้าโดยใช้น้ำสกัดสีจากใบขิงแดง ไม่มีความแตกต่าง ระหว่าง  1  กับ  2 ไม่มีความแตกต่าง ระหว...
<ul><li>จากการทดลองพบว่าทุกกลุ่มการทดลองจะให้สีโทนเขียว  ต่างกันที่ ใช้น้ำสีอย่างเดียวจะเป็น </li></ul><ul><li>สีเขียวอ่อน...
ตารางที่  3  แสดงสีที่ได้จากการย้อมผ้าโดยใช้น้ำสกัดสีจากดอกขิงแดง   - เข้มกว่า  3  และ  4 - สีอ่อนที่สุด - เข้มกว่า  1-4 น...
<ul><li>จากการทดลองพบว่าทุกกลุ่มการทดลองจะให้สีโทนน้ำตาลปนเหลือง  โดยการผสมซิลิเกต  </li></ul><ul><li>จะทำให้ได้โทนสีเข้มม...
ตารางที่  4  แสดงสีที่ได้จากการย้อมผ้าโดยใช้เอทธิลแอลกอฮอล์สกัดสีจากใบขิงแดง จากการทดลองพบว่า  ทุกกลุ่มการทดลองจะให้สีโทนเ...
ตารางที่  5  แสดงสีที่ได้จากการย้อมผ้าโดยใช้เอทธิลแอลกอฮอล์สกัดสีจากดอกขิงแดง จากการทดลองพบว่าทุกกลุ่มการทดลองจะให้สีโทนม่...
ตารางที่  6  เปรียบเทียบโทนสีที่ได้จากการย้อมโดยใช้น้ำ  และ เอทธิลแอลกอฮอล์สกัดสีจากใบขิงแดง - สีจะเข้มที่สุด  - สีจะเข้มก...
<ul><li>จากการทดลองพบว่าทุกกลุ่มการทดลองจะให้สีโทนเขียว  ต่างกันที่ ใช้เอทธิล </li></ul><ul><li>แอลกอฮอล์สกัดน้ำสีอย่างเดี...
ตารางที่  7  เปรียบเทียบโทนสีที่ได้จากการย้อมโดยใช้น้ำ  และ เอทธิลแอลกอฮอล์สกัดสีจากดอกขิงแดง - ซิลิเกตไม่ละลายย้อมผ้าไม่ไ...
<ul><li>จากการทดลองพบว่าการใช้เอทธิลแอลกอฮอล์สกัดสี  จะให้โทนสีม่วง  ส่วนที่ใช้น้ำสกัด </li></ul><ul><li>สีจะให้โทนสีน้ำตา...
4.2  ศึกษาการทำกระดาษสาจากต้นขิงแดง   จากการทดลองสรุปผลได้ดังนี้
ตารางที่  8  แสดงขั้นตอนการทำกระดาษสา และลักษณะ กระดาษที่ได้ บาง สีน้ำตาลเห็นเส้นใย   2 กะพอประมาณ   ปั่นหยาบปานกลาง   5 2...
khuankalong wittayakom
khuankalong wittayakom
khuankalong wittayakom
khuankalong wittayakom
khuankalong wittayakom
khuankalong wittayakom
khuankalong wittayakom
khuankalong wittayakom
khuankalong wittayakom
khuankalong wittayakom
khuankalong wittayakom
khuankalong wittayakom
khuankalong wittayakom
khuankalong wittayakom
khuankalong wittayakom
khuankalong wittayakom
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

khuankalong wittayakom

2,646 views
2,549 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
2,646
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
21
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

khuankalong wittayakom

  1. 1. รายงานผลการศึกษาวิจัย องค์ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ธรรมชาติแห่งชีวิต สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว ประโยชน์แท้แก่มหาชน
  2. 2. โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ สวนจิตลดา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10303 สนองพระราชดำริโดย : โรงเรียนควนกาหลงวิทยาคม “ นิคมวัฒนา ” ตำบลควนกาหลง อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล 91130
  3. 3. บทคัดย่อ <ul><li> ความสำคัญของงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน จากการที่โรงเรียนควนกาหลงวิทยาคม “ นิคมวัฒนา ” ได้เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ฯ สนองพระราชดำริในกิจกรรมที่ 7 สร้างจิตสำนึกงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ตั้งแต่ปี พ . ศ . 2544 เป็นต้นมา ทางโรงเรียนได้ดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้นักเรียนมีพื้นที่รับผิดชอบตามโครงการ 5 ส . ซึ่งนักเรียนจะรับผิดชอบในพื้นที่ที่กำหนดให้ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือ มัธยมศึกษาตอนปลาย นักเรียนจะดำเนินกิจกรรมตามองค์ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนทั้ง 5 องค์ประกอบ คือ การจัดทำป้ายชื่อ การนำพรรณไม้เข้ามาปลูก การศึกษาข้อมูลด้านต่าง ๆ การเขียนรายงาน และการนำไปใช้ประโยชน์ อีกทั้งได้ศึกษาธรรมชาติแห่งชีวิต สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว และประโยชน์แท้แก่มหาชน ตามลำดับ </li></ul>
  4. 4. <ul><li>วัตถุประสงค์ การดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเพื่อ ส่งเสริมให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติ ศึกษาข้อมูลพรรณไม้ด้วยตนเอง รู้จักใช้กระบวนการกลุ่มในการทำงาน เกิดความตระหนักและเห็นคุณค่าของพรรณไม้ สร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พรรณไม้ ฝึกการใช้ภาษาโดยการรวบรวมข้อมูลที่ได้ศึกษามาเรียบเรียงผลการศึกษาของตนเอง ทำให้นักเรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออกและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน </li></ul><ul><li>ข้อมูลโรงเรียน โรงเรียนควนกาหลงวิทยาคมฯ มีพื้นที่ทั้งหมด 130 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วน มีความอุดมสมบูรณ์พอสมควร มีแหล่งน้ำธรรมชาติ และสระเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดปี มีพรรณไม้ที่ได้รับการสำรวจทั้งสิ้น 340 ชนิด จำนวน 2351 ต้น มีข้าราชการครู 32 คน พนักงานราชการ 1 คน ครูอัตราจ้าง 5 คน นักการภารโรง 5 คน และวิทยากรท้องถิ่น 1 คน เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น - ตอนปลาย มีนักเรียนทั้งสิ้น 607 คน เป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 422 คน และมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 185 คน </li></ul>
  5. 5. <ul><li>การดำเนินการ นักเรียนทุกคนจะเข้ามามีส่วนร่วมโดยนำเข้าไปทำร่วมกับกิจกรรม 5 ส . การเรียนในรายวิชาต่าง ๆ และกิจกรรมชุมนุม ผลการศึกษาพบว่ามีการสำรวจพรรณไม้เพิ่มขึ้น 99 ชนิด จัดทำป้ายชื่อพรรณไม้สมบูรณ์ จำนวน 259 ป้าย เก็บตัวอย่างพรรณไม้แห้ง / ดอง 34 ชนิด นำพรรณไม้เข้ามาปลูกเพิ่ม 42 ชนิด จำนวน 263 ต้น / กอ จัดทำแผนผังพรรณไม้ 19 จุด ศึกษาข้อมูลพรรณไม้ 45 ชนิด และทุกคนจะศึกษาพรรณไม้ตามแบบ ก .7-003 มีการศึกษาพรรณไม้และรายงานผลฉบับสมบูรณ์ จำนวน 56 เล่ม และ รายงานแบบ ก .7-003 จำนวน 125 เล่ม มีการเผยแพร่ผลงานโดยจัดป้ายนิเทศ รายงานหน้าชั้นเรียน และวันตลาดนัดชุมนุม มีการนำไปใช้ในโยชน์ในด้านการเรียนการสอนทุกกลุ่มสาระ การศึกษาธรรมชาติแห่งชีวิตของขิงแดง พบว่าขิงแดงเป็นไม้ล้มลุก มีรากแขนงและรากฝอย ลำต้นใต้ดินมีสีแดง ใบเดี่ยวออกสลับ ผิวใบเรียบ ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย กลีบประดับมีสีแดง ดอกแท้เป็นรูปกรวยสีขาวขนาดเล็กอยู่ตามกลีบประดับ ขิงแดงที่ปลูกในร่มจะมีการเจริญเติบโตดีกว่าที่ปลูกกลางแจ้ง สำหรับการปลูกในวัสดุปลูกที่แตกต่างกัน พบว่า การใช้ดินร่วนผสมมูลแพะ จะมี ความกว้างของใบ และจำนวนหน่อมากที่สุด ส่วนที่ปลูกโดยใช้ดินร่วนผสมปุ๋ยเคมี จะมีความสูงของต้น และความยาวของใบมากที่สุด การศึกษาโครงสร้างภายในของใบ ปากใบ ลำต้นเทียม และราก </li></ul>
  6. 6. <ul><li>มีการเรียงตัวของชั้นต่าง ๆ เช่นเดียวกับพืชใบเลี้ยงเดี่ยวทั่วไป การศึกษาสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยวที่พบบริเวณที่ปลูกขิงแดง จะพบ หอยทาก ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณโคนต้นขิงแดง เพื่ออาศัยร่มเงาของขิงแดงโดยไม่พบการทำลายที่เกิดจากหอยทาก หนอนจะกัดกินใบขิงแดง โดยจะกัดกินจากขอบใบไปหาเส้นกลางใบจากนั้นจะม้วนใบเพื่อหุ้มตัวเองไว้เพื่อเข้าดักแด้ต่อไป ไส้เดือนจะอาศัยอยู่ในดิน ช่วยในการชอนไชดิน และมูลของไส้เดือนยังทำให้ดินมีความร่วนซุยเพิ่มขึ้น เพลี้ยแป้งจะดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณช่อดอกจากนั้นจะถ่ายมูลไว้ซึ่งมูลนี้จะมีความหวานอยู่จึงทำให้มีมดมากินมูลของเพลี้ยแป้ง สำหรับผีเสื้อนั้นมาเกาะบริเวณใบและดอกในระยะเวลาสั้นๆ โดยเฉพาะมดจะพบมากที่สุดที่ช่อดอก การศึกษาการย้อมผ้าโดยใช้น้ำสกัดสีจากใบขิงแดง พบว่าจะให้สีโทนสีเขียว เช่นเดียวกับที่ใช้เอทธิลแอลกอฮอล์สกัด ต่างกันที่การใช้เอทธิลแอลกอฮอล์สีที่ได้จะเข้มกว่า สำหรับส่วนของกลีบประดับ ที่ใช้น้ำเป็นตัวสกัดจะให้สีโทนน้ำตาล ส่วนดอกที่สกัดด้วยเอทธิลแอลกอฮอล์จะให้โทนสีม่วง ส่วนการศึกษาการทำกระดาษสาจากต้นขิงแดง พบว่ากระดาษที่ได้จะมีลักษณะค่อนข้างหยาบเป็นส่วนใหญ่ และมีสีเหลืองอ่อนถึงสีน้ำตาล </li></ul>
  7. 7. <ul><li>สรุปผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน จากการที่ให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงนอกจากตนเองจะได้รับประโยชน์โดยตรงแล้ว คือ ทำให้รู้จักพรรณไม้เพิ่มมากขึ้น รู้คุณ รู้โทษของพรรณไม้ รู้ธรรมชาติของพืชพรรณ รู้ความต่าง ความหลากหลาย ความเปลี่ยนแปลงของพืช รู้ความสัมพันธ์ระหว่างพืชกับธรรมชาติ และสามารถสรุปสาระจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่ ความรัก ความหวงแหนต่อพรรณไม้ มีการใช้ธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเองและส่วนรวม โดยไม่ทำลายธรรมชาตินั้น ๆ อันจะก่อให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศชาติอย่างยั่งยืน </li></ul>
  8. 8. กิตติกรรมประกาศ <ul><li>โรงเรียนควนกาหลงวิทยาคม “ นิคมวัฒนา ” ได้ดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โดยมีการศึกษาองค์ประกอบของงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ธรรมชาติแห่งชีวิต สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว และประโยชน์แท้แก่มหาชน ขอขอบพระคุณ ผอ . สุรางค์ บุญฮก คุณดารารัตน์ เปรมวุฒิ และ </li></ul><ul><li>คุณพรวิรินทร์ วิ้นฉ้วน ผู้ประสานงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ ที่ให้ความช่วยเหลือ ให้ข้อคิด ข้อแนะนำ และกำลังใจในการทำงาน ขอบพระคุณ ผอ . ประเสริฐ ม่วงปลอด ผู้อำนวยการโรงเรียนควนกาหลงวิทยาคมฯ ที่ให้กำลังใจ ให้การสนับสนุนด้านต่าง ๆ ขอบคุณ คุณครูณนิชา จันทวดี โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยสตูล ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำกระดาษสาจากพืช ขอบคุณคณะครู และนักเรียนโรงเรียนควนกาหลงวิทยาคมฯ ทุกท่านที่มีส่วนร่วม มีความตั้งใจ ในการดำเนินงานครั้งนี้ </li></ul><ul><li>จนลุล่วงไปด้วยดี มา ณ โอกาสนี้ </li></ul>
  9. 9. คำนำ <ul><li>การดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังให้นักเรียนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นการนำไปสู่การเกิดความรัก ความหวงแหนต่อพรรณไม้ มีการใช้ธรรมชาติอย่างถูกต้อง อันก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเองและส่วนรวม รายงานฉบับนี้เป็นการสรุปผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนของโรงเรียนควนกาหลงวิทยาคม “ นิคมวัฒนา ” ที่ได้ดำเนินการในปี พ . ศ . 2549 ในเรื่ององค์ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ธรรมชาติแห่งชีวิต สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว และประโยชน์แท้แก่มหาชน ซึ่งในการดำเนินงานดังกล่าวทางโรงเรียนได้ดำเนินการไปในระดับหนึ่งเท่านั้น ยังมีข้อบกพร่องที่จะต้องปรับปรุง และพัฒนางานให้มีความสมบูรณ์ในโอกาสต่อไป </li></ul>
  10. 10. ความสำคัญและที่มา <ul><li>จากการที่โรงเรียนควนกาหลงวิทยาคม “ นิคมวัฒนา ” ได้เข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ฯ สนองพระราชดำริในกิจกรรมที่ 7 สร้างจิตสำนึกงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ตั้งแต่ปี พ . ศ . 2544 เป็นต้นมา โรงเรียนได้ดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้นักเรียนมีพื้นที่รับผิดชอบตามโครงการ 5 ส . ซึ่งนักเรียนจะรับผิดชอบในพื้นที่ที่กำหนดให้ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือ มัธยมศึกษาตอนปลาย นักเรียนจะดำเนินกิจกรรมตามองค์ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนทั้ง 5 องค์ประกอบ คือ การจัดทำป้ายชื่อ การนำพรรณไม้เข้ามาปลูก การศึกษาข้อมูลด้านต่าง ๆ การเขียนรายงาน และการนำไปใช้ประโยชน์ อีกทั้งได้ศึกษาธรรมชาติแห่งชีวิต สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว และประโยชน์แท้แก่มหาชน ตามลำดับ </li></ul>
  11. 11. ข้อมูลสถานศึกษา <ul><li>โรงเรียนควนกาหลงวิทยาคมฯ มีพื้นที่ทั้งหมด 130 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ ลักษณะดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วน มีความอุดมสมบูรณ์พอสมควร มีแหล่งน้ำธรรมชาติ และสระเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดปี มีข้าราชการครู 32 คน พนักงานราชการ 1 คน ครูอัตราจ้าง 5 คน นักการภารโรง 5 คน และวิทยากรท้องถิ่น 1 คน เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น - ตอนปลาย มีนักเรียนทั้งสิ้น 607 คน เป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 422 คน และมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 185 คน </li></ul>
  12. 12. ปัจจัยเป้าหมายรวม <ul><li>จากการกำหนดพื้นที่ให้นักเรียนแต่ละห้องเรียนรับผิดชอบ ตามโครงการ 5 ส . ดังนั้นในแต่ละห้องเรียนจะดำเนินการองค์ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนศึกษาพืชเกี่ยวกับ ธรรมชาติแห่งชีวิต และสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว ที่อยู่ในพื้นที่ของตนเองโดยมีครูที่ปรึกษาเป็นผู้ควบคุมดูแลและประสานงานกับผู้ประสานงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนในส่วนที่มีปัญหา สำหรับในรายวิชาต่าง ๆ หรือกิจกรรมชุมนุม จะให้นักเรียนทำกิจกรรมใด ศึกษาพืชในบริเวณใด รวมถึงวิธีการรายงานผลการศึกษาว่าจะให้รายงานแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างนักเรียนและครูผู้รับผิดชอบ </li></ul>
  13. 13. ปัจจัยเป้าหมายเฉพาะ <ul><li>ในการศึกษาครั้งนี้ใช้ขิงแดงเป็นพืชศึกษา เนื่องจากทางโรงเรียนได้มีการศึกษาพืชชนิดนี้ด้านอนุกรมวิธาน และธรรมชาติแห่งชีวิต รวมทั้งสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยวไปในระดับหนึ่งแล้ว จึงเห็นว่าควรจะศึกษาพืชเดิมให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น โดยมีการศึกษาในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้ </li></ul><ul><li>1. การศึกษาธรรมชาติแห่งชีวิต โดยศึกษาอนุกรมวิธาน การเจริญเติบโต และโครงสร้างภายในของราก ลำต้นเทียม ใบ และปากใบของขิงแดง </li></ul><ul><li>2. การศึกษาสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของขิงแดงที่ปลูกในที่ร่ม และกลางแจ้ง การเจริญเติบโตของขิงแดงโดยใช้วัสดุปลุกที่แตกต่างกัน และศึกษาเกี่ยวกับสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับต้นขิงแดงที่อยู่ในที่ร่มและกลางแจ้ง </li></ul><ul><li>3. การศึกษาประโยชน์แท้แก่มหาชน โดยศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติของใบ และกลีบดอกประดับของขิงแดง ในการนำไปย้อมผ้า และการใช้ลำต้นเทียมมาทำกระดาษสา </li></ul>
  14. 14. ปัจจัยที่ใช้เพื่อช่วยในการศึกษา <ul><li>ในการศึกษาครั้งนี้ใช้วัสดุและอุปกรณ์ ดังนี้ </li></ul><ul><li>1. เอกสารแนวปฏิบัติในการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน </li></ul><ul><li>2. พืชชนิดต่าง ๆ ในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน </li></ul><ul><li>3. คู่มือศึกษาพรรณไม้ในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ก .7-003 </li></ul><ul><li>4. ตัวอย่างการเขียนรายงานฉบับสมบูรณ์ของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ฯ </li></ul><ul><li>5. กระดาษจดบันทึก </li></ul><ul><li>6. ไม้บรรทัด </li></ul><ul><li>7. ปากกา และดินสอ </li></ul>
  15. 15. <ul><li>8. กล้องถ่ายรูป </li></ul><ul><li>9 . กล้องจุลทรรศน์ </li></ul><ul><li>10. แผ่นสไลด์และกระจกปิดสไลด์ </li></ul><ul><li>11 . มีดโกน </li></ul><ul><li>12 . น้ำสะอาด </li></ul><ul><li>13 . จานเพาะเชื้อ </li></ul><ul><li>14 . สีย้อมซาฟรานีน </li></ul><ul><li>15 . หลอดหยด </li></ul><ul><li>16 . เข็มเขี่ยเชื้อ </li></ul><ul><li>17 . ราก ลำต้นเทียม ใบ และดอกขิงแดง </li></ul><ul><li>18. ถุงเพาะชำขนาด 4 X 8 นิ้ว </li></ul><ul><li>19. วัสดุปลูก 3 สูตร คือ </li></ul><ul><li>สูตรที่ 1 ดินร่วน 1 ส่วน </li></ul><ul><li> แกลบ 1 ส่วน </li></ul><ul><li>ขี้เลื่อย 1 ส่วน </li></ul><ul><li>สูตรที่ 2 ดินร่วน 1 ส่วน </li></ul><ul><li> มูลแพะ 1 ส่วน </li></ul><ul><li>สูตรที่ 3 ดินร่วน 2 ส่วน </li></ul><ul><li>ปุ๋ยเคมีถุงละ 10 เม็ด </li></ul><ul><li>20. ตะเกียงขิงแดง </li></ul><ul><li>21. เอทธิลแอลกอฮอล์ </li></ul><ul><li>22. เฟรม </li></ul>
  16. 16. <ul><li>30. กะละมัง </li></ul><ul><li>31. เตารีด </li></ul><ul><li>32. หม้อสำหรับต้ม </li></ul><ul><li>33. เตาแก๊ส </li></ul><ul><li>34. โซดาไฟ </li></ul><ul><li>3 5 . สารฟอกขาว หรือ ไฮเตอร์ </li></ul>23. ผ้ามัสลิน 24. สารส้ม 25. ซิลิเกต 26. เขียง 27. มีดสำหรับหั่น 28. เครื่องปั่น 29. ผ้าขาวบาง
  17. 17. วิธีการ <ul><li>2.1 การจัดการ </li></ul><ul><li>2.1.1 การจัดการเพื่อให้เกิดการบริหาร </li></ul><ul><li>ในการดำเนินการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนจะมีการประชุมเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานในทุกภาคเรียนที่ 1 เพื่อร่วมกันวางแผน หรือจัดทำโครงการต่าง ๆ โดยมีคณะกรรมการอำนวยการ เพื่อให้คำปรึกษา เสนอแนะในการดำเนินการตามโครงการ ร่วมแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน คณะกรรมการประสานงาน ได้แก่หัวหน้ากลุ่มสาระวิชาต่าง ๆ และผู้ประสานงานสวนพฤกษศาสตร์ของโรงเรียน เพื่อร่วมประสานงานกับคณะกรรมการดำเนินการ และคณะกรรมการดำเนินการ ได้แก่ครูที่ปรึกษา และนักเรียนชุมนุมนักพฤกษศาสตร์น้อย ซึ่งมีหน้าที่ในการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ตามองค์ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ธรรมชาติแห่งชีวิต สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว และประโยชน์แท้แก่มหาชน </li></ul>
  18. 18. <ul><li>2.1.2 การจัดการเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ </li></ul><ul><li>โดยกำหนดพื้นที่ออกเป็น 19 โซลตามจำนวนห้องเรียนที่มี ให้แต่ละห้องรับผิดชอบในพื้นที่ดังกล่าวตลอด 3 ปีที่ศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือตอนปลาย โดยครูที่ปรึกษาจะตามนักเรียนไปจนจบการศึกษาในแต่ละช่วงชั้น ในการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ทั้งองค์ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์ การศึกษาธรรมชาติแห่งชีวิต สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว ผู้ประสานงานโครงการฯของโรงเรียนจะประชุมชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน หรือร่วมกันกำหนดข้อตกลงต่าง ๆ ในการทำกิจกรรมกับคณะครูที่ปรึกษาและตัวแทนนักเรียนห้องเรียนๆ ละ 2-3 คนในทุกภาคเรียนที่ 1 สำหรับการแบ่งกลุ่มนักเรียนเพื่อให้ดำเนินงานองค์ประกอบต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของครูที่ปรึกษา อนึ่งในการศึกษาข้อมูลด้านต่าง ๆ นั้น ในแต่ละโซลจะเลือกพืชเพื่อศึกษาในเชิงลึก 1 ชนิดและรายงานผลการศึกษาพืชนั้น ๆ แก่ครูที่ปรึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยครูที่ปรึกษาจะประสานงานกับผู้ประสานงานของโรงเรียนในส่วนที่ยังไม่เข้าใจ แล้วจัดทำรายงานผลการศึกษาพืชฉบับสมบูรณ์เมื่อจบการศึกษาในแต่ละช่วงชั้น กรณีที่นักเรียนศึกษาพืชในหัวข้อต่าง ๆ ที่สนใจจบก่อน 3 ปี ก็สามารถจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ก่อนได้ </li></ul>
  19. 19. <ul><li>2.2 องค์ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน </li></ul><ul><li>ในการศึกษาดังกล่าวมีวิธีการ และขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้ </li></ul><ul><li>1. กำหนดให้นักเรียนมีพื้นที่รับผิดชอบตามโครงการ 5 ส . ซึ่งนักเรียนในแต่ละห้องเรียนจะมีการดำเนินกิจกรรมตามองค์ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โดยมีขั้นตอนดำเนินกิจกรรมดังนี้ </li></ul>1.1 การจัดทำป้ายชื่อพรรณไม้ ในทุกภาคเรียนที่ 1 แต่ละห้องเรียนจะมีการสำรวจพรรณไม้ในพื้นที่รับผิดชอบใหม่ เพื่อให้ทราบถึงจำนวนพรรณไม้ที่มีอยู่ จากนั้นครูที่ปรึกษาจะให้นักเรียนแต่ละคนไปศึกษาข้อมูลพรรณไม้ที่ตนสนใจเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาจัดทำป้ายชื่อพรรณไม้ ทะเบียนพรรณไม้ และผังพรรณไม้ จากนั้นนักเรียนแต่ละห้องจะส่งรายชื่อพรรณไม้ที่สำรวจ และข้อมูลพรรณไม้ที่ได้ให้ฝ่ายจัดทำทะเบียนพรรณไม้ของโรงเรียน เพื่อจัดทำรหัสต้นไม้ และหมายเลขประจำต้นพืชต่อไป นอกจากนี้ในแต่ละห้องเรียนจะมีการจัดทำพรรณไม้แห้ง และพรรณไม้ดองที่น่าสนใจด้วย
  20. 20. <ul><li>( ต่อ ) </li></ul><ul><li>1.2 การรวบรวมพรรณไม้เข้าปลูกในโรงเรียน แต่ละห้องเรียนสามารถนำพรรณไม้เข้ามาปลูกใน </li></ul><ul><li>พื้นที่รับผิดชอบได้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ มีการดูแลรักษาทั้งพรรณไม้ที่มีอยู่เดิมและพรรณไม้ที่นำเข้ามาปลูกใหม่ รวมทั้งมีการบันทึกการเปลี่ยนแปลงของพรรณไม้ ซึ่งพรรณไม้ที่จะนำเข้ามาปลูกจะเน้นพรรณไม้ในท้องถิ่น พืชสมุนไพร หรือพรรณไม้หายาก </li></ul><ul><li>1.3 การศึกษาข้อมูลด้านต่างๆ มี 2 ลักษณะคือ ในแต่ละห้องเรียนจะเลือกศึกษาพืชร่วมกัน 1 ชนิด โดยศึกษาด้านอนุกรมวิธาน ด้านนิเวศวิทยาและการกระจายพันธุ์ ธรรมชาติแห่งชีวิต และสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่เรียนอยู่ แล้วรายงานผลการศึกษาพืชฉบับสมบูรณ์ อีกลักษณะ คือ ศึกษาพรรณไม้ตามแบบ ก .7-003 ภาคเรียนละ 1 ชนิด โดยการศึกษาดังกล่าวจะเลือกพืชที่มีอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ อนึ่งในการดำเนินงานตามกิจกรรม 5 ส . </li></ul>
  21. 21. <ul><li>( ต่อ ) </li></ul><ul><li>จะมีครูที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำในการศึกษาองค์ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โดย </li></ul><ul><li>ประสานงานโครงการฯ จะให้ความรู้แก่ครู และตัวแทนนักเรียนแต่ละห้องปีการศึกษาละ 1 ครั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน หรือปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินงาน </li></ul><ul><li>1.4 การเขียนรายงาน โดยนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาข้อมูลด้านต่าง ๆ มาเขียนเป็นรายงานตามรูปแบบที่กำหนด </li></ul><ul><li>1.5 การนำไปใช้ประโยชน์ โรงเรียนจะเน้นให้ทุกรายวิชามีแผนการเรียนรู้ที่ใช้พืชพรรณไม้เป็นสื่อในการเรียนการสอน โดยเลือกให้เหมาะสมกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวังและเผยแพร่ข้อมูลที่ได้แก่เพื่อน ๆ ในรูปการจัดป้ายนิเทศ การพูดหน้าชั้นเรียน และการแสดงผลงานในวันตลาดนัดชุมนุม เป็นต้น </li></ul>
  22. 22. <ul><li>2. ในรายวิชาต่าง ๆ ให้ครูผู้สอนนำงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเข้าไปบูรณาการตามความเหมาะสม เพื่อให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ในงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเพิ่มมากขึ้น และเป็นการนำงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการเรียนการสอน </li></ul><ul><li>3. กิจกรรมชุมนุม จะกำหนดให้นักเรียนศึกษาพรรณไม้ตามแบบ ก .7-003 โดยนักเรียนจะเลือกพืชที่สนใจในโรงเรียนโดยไม่ได้ระบุว่าจะต้องเป็นพืชที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบ และศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ตามความเหมาะสม </li></ul><ul><li>4. รายวิชางานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน นักเรียนที่เลือกเรียนในรายวิชาดังกล่าวจะศึกษาเกี่ยวกับองค์ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนอย่างละเอียด และอีก 3 สาระ คือ ธรรมชาติแห่งชีวิต สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว และประโยชน์แท้แก่มหาชนเพื่อเป็นพี่เลี้ยงแก่นักเรียนห้องต่าง ๆ </li></ul>
  23. 23. 2. การศึกษาธรรมชาติแห่งชีวิต <ul><li>โดยการศึกษาต้นขิงแดง ซึ่งอยู่ในบริเวณโรงเรียน แบ่งกลุ่มเพื่อศึกษาดังนี้ </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ 1 ศึกษาอนุกรมวิธานของขิงแดง </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ 2 ศึกษาโครงสร้างภายในของขิงแดง </li></ul>
  24. 24. การศึกษาอนุกรมวิธานของขิงแดง มีขั้นตอนดังนี้ <ul><li>1. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 5 กลุ่ม เพื่อศึกษาราก ลำต้น ลำต้นเทียม ใบ และช่อดอก </li></ul><ul><li>2. นำส่วนต่างๆ ที่กลุ่มตนรับผิดชอบมาศึกษา โดยศึกษารูปลักษณ์ภายนอกว่ามีลักษณะอย่างไร มี </li></ul><ul><li>สีอะไร ศึกษาคุณสมบัติ คือมีกลิ่นหรือไม่ หรือรายละเอียดอื่นๆ ตามที่นักเรียนสนใจ </li></ul><ul><li>3. แต่ละกลุ่มศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อนำผลการศึกษามาเปรียบเทียบกับที่ตนเองศึกษา </li></ul><ul><li>แล้วร่วมกันสรุปอนุกรมวิธานของขิงแดง </li></ul>
  25. 25. การศึกษาโครงสร้างภายในของขิงแดง มีขั้นตอนดังนี้ <ul><li>1. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อศึกษาโครงสร้างภายในของราก ลำต้นเทียม ใบ และลักษณะของปากใบขิงแดง </li></ul><ul><li>2. นำส่วนต่างๆ ที่กลุ่มตนรับผิดชอบมาศึกษาลักษณะที่มองเห็น พร้อมวาดภาพประกอบ </li></ul><ul><li>3. แต่ละกลุ่มศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อนำผลการศึกษามาเปรียบเทียบกับที่ตนเองศึกษาแล้วสรุปสาระที่ได้ </li></ul>
  26. 26. <ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>การศึกษาโครงสร้างภายในของใบขิงแดง </li></ul><ul><li>1. ม้วนใบขิงแดงตามความยาวให้แน่น ตัดปลายใบทิ้งประมาณ 1/3 ส่วนของความยาวทั้งหมด </li></ul><ul><li>2. ใช้มีดคม ๆ หั่นใบที่ม้วนตามขวางให้แผ่นบางมากที่สุด หลาย ๆ ชิ้น </li></ul><ul><li>3. นำชิ้นส่วนของใบที่หั่นแล้วใส่ในจานเพาะเชื้อที่มีน้ำ เลือกชิ้นที่บางที่สุด 2 – 3 ชิ้น วางบน </li></ul><ul><li>หยดน้ำบนสไลด์ หยดสีย้อมซาฟรานีนลงบนใบ แล้วปิดด้วยกระจกสไลด์ ระวังอย่าให้มีฟองอากาศ </li></ul><ul><li>4. นำสไลด์ที่เตรียมได้ไปศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์ พร้อมวาดภาพประกอบ </li></ul>
  27. 27. <ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>การศึกษาปากใบขิงแดง </li></ul><ul><li>1. นำใบขิงแดงมาฉีกตามแนวทะแยงให้เห็นเยื่อเอพิเดอร์มิสด้านล่างเป็นแผ่นบางๆ </li></ul><ul><li>2. วางส่วนของเยื่อเอพิเดอร์มิสด้านล่างลงบนหยดน้ำบนสไลด์ แผ่เป็นแผ่นบางๆ อย่าให้ซ้อนกัน </li></ul><ul><li>3. ใช้มีดตัดเอาเฉพาะส่วนที่บางใสไว้ หยดสีย้อมซาฟรานีน แล้วปิดทับด้วยกระจกปิดสไลด์ </li></ul><ul><li>4. นำสไลด์ที่เตรียมได้ไปศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์ พร้อมวาดภาพประกอบ </li></ul>
  28. 28. <ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>การศึกษาโครงสร้างภายในลำต้นเทียมของขิงแดง </li></ul><ul><li>1. ตัดลำต้นเทียมขิงแดงที่สมบูรณ์ไปแช่น้ำ </li></ul><ul><li>2. ใช้มีดหั่นลำต้นตามขวางบาง ๆ แล้วนำไปแช่น้ำ </li></ul><ul><li>3. นำลำต้นเทียมที่ได้ 3-4 ชิ้นวางบนหยดน้ำบนสไลด์ หยดสีย้อมซาฟรานีน แล้วปิดทับด้วย </li></ul><ul><li>กระจกปิดสไลด์ </li></ul><ul><li>4. นำสไลด์ที่เตรียมได้ไปศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์ พร้อมวาดภาพประกอบ </li></ul>
  29. 29. <ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>การศึกษาโครงสร้างภายในของรากขิงแดง </li></ul><ul><li>1. ล้างรากให้สะอาด แล้วนำมาหั่นบาง ๆ ตามขวาง และตามความยาวราก แล้วนำๆไปแช่น้ำ </li></ul><ul><li>2. นำรากที่หั่นได้มาวางบนหยดน้ำบนสไลด์ หยดสีย้อมซาฟรานีนบนราก ปิดด้วยกระจกปิด </li></ul><ul><li>สไลด์ </li></ul><ul><li>3. นำสไลด์ที่เตรียมได้ไปศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์ พร้อมวาดภาพประกอบ </li></ul>
  30. 30. 3 . การศึกษาสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว <ul><li>โดยการศึกษาต้นขิงแดง ซึ่งอยู่ในบริเวณโรงเรียน แบ่งกลุ่มเพื่อศึกษาดังนี้ </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ 1 ศึกษาการเจริญเติบโตของใบ และดอกขิงแดงที่ปลูกในที่ร่มและกลางแจ้ง </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ 2 ศึกษาการเจริญเติบโตของขิงแดงโดยใช้วัสดุปลูกที่แตกต่างกัน </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ 3 ศึกษาสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับต้นขิงแดงที่อยู่ในร่มและกลางแจ้ง </li></ul>
  31. 31. <ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>ศึกษาการเจริญเติบโตของใบ และดอกขิงแดงที่ปลูกในที่ร่มและกลางแจ้ง </li></ul><ul><li>1. เลือกใบขิงแดงที่จะศึกษาซึ่งจะเป็นใบที่ยังไม่คลี่ โดยเลือกใบที่อยู่ในร่มและกลางแจ้งอย่างละ </li></ul><ul><li>1 ใบ ให้ใบทั้งสองมีขนาดและรูปร่างที่เหมือนกัน จากนั้นสังเกตการคลี่ของใบทุกวัน พร้อมวัด </li></ul><ul><li>ความกว้าง ความยาวของใบทุก ๆ 7 วัน พร้อมบันทึกลักษณะที่พบในการคลี่ของใบ การเปลี่ยนสี </li></ul><ul><li>ของใบในแต่ละสัปดาห์ เป็นเวลา 57 วัน </li></ul><ul><li>2. เลือกต้นที่สังเกตว่าเริ่มมีช่อดอกโผล่ออกมา โดยเลือกจากต้นที่อยู่ในร่มและกลางแจ้งอย่างละ </li></ul><ul><li>1 ดอก แล้วสังเกตการณ์โผล่ของดอก จึงถึงดอกเจริญเติบโตเต็มที่ แล้ววัดความยาวของช่อดอก </li></ul>
  32. 32. <ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>ศึกษาการเจริญเติบโตของขิงแดงโดยใช้วัสดุปลูกที่แตกต่างกัน </li></ul><ul><li>1. เตรียมวัสดุปลูกโดยผสมดินปลูก 3 สูตร คือ สูตรที่ 1 ใช้ดินร่วน 1 ส่วน แกลบ 1 </li></ul><ul><li>ส่วน ขี้เลื่อย 1 ส่วน สูตรที่ 2 ใช้ดินร่วน 1 ส่วน มูลแพะ 1 ส่วน สูตรที่ 3 ใช้ดินร่วน </li></ul><ul><li>2 ส่วน ปุ๋ยเคมีถุงละ 10 เม็ด นำส่วนผสมของแต่ละสูตรมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน </li></ul><ul><li>2. นำดินผสมใส่ในถุงดำขนาด 4 x 8 นิ้วให้เต็มถุง สูตรละ 10 ถุง พับปากถุงลง </li></ul><ul><li>เล็กน้อยเพื่อสะดวกในการรดน้ำ </li></ul><ul><li>3. นำตะเกียงขิงแดงที่คัดเลือกต้นที่มีขนาด ความสมบูรณ์เท่า ๆ กัน ปลูกในดินผสมแต่ละสูตร </li></ul><ul><li>ถุงละ 1 ต้น รดน้ำให้ชุ่มอย่างสม่ำเสมอ </li></ul><ul><li>4. เมื่อขิงแดงมีการแตกหน่อ ก็เริ่มบันทึกการเจริญเติบโตโดยวัดความสูงของต้น ความกว้างของ </li></ul><ul><li>ใบ ความยาวของใบ และนับจำนวนหน่อที่เกิดทุกๆ สัปดาห์ เป็นเวลา 91 วัน ในการวัดความสูง </li></ul><ul><li>ของต้นจะวัดทุกต้นแล้วนำมาหาค่าเฉลี่ย ส่วนความกว้าง และความยาวของใบจะวัดใบเดิม แล้วหา </li></ul><ul><li>ค่าเฉลี่ย </li></ul>
  33. 33. <ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>ศึกษาสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับต้นขิงแดงที่อยู่ในร่มและกลางแจ้ง </li></ul><ul><li>1. เลือกต้นขิงแดงที่อยู่ในที่ร่ม และกลางแจ้ง อย่างละ 1 กอ </li></ul><ul><li>2. สำรวจสัตว์ที่อาศัย หรือที่พบที่ต้นขิงแดงทุกวัน พร้อมบันทึกชนิดของสัตว์ที่พบ </li></ul><ul><li>3. การศึกษาประโยชน์แท้แก่มหาชน </li></ul><ul><li>ได้แบ่งกลุ่มเพื่อศึกษาด้านคุณสมบัติของขิงแดง ดังนี้ </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ 1 ศึกษาการย้อมผ้าโดยใช้สารสกัดจากใบและดอกขิงแดง </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ 2 ศึกษาการทำกระดาษสาจากใบและดอกขิงแดง </li></ul>
  34. 34. การศึกษาการย้อมผ้าโดยใช้สารสกัดจากใบและดอกขิงแดง มีขั้นตอนดังนี้ <ul><li>1. นักเรียนชุมนุมนักพฤกษศาสตร์น้อยจะร่วมกันศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการย้อมผ้า </li></ul><ul><li>2. แบ่งกลุ่มปฏิบัติการย้อมผ้า เป็น 4 กลุ่มย่อย คือ </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ 1 ใช้น้ำเป็นตัวสกัดสีจากใบขิงแดง </li></ul><ul><li> กลุ่มที่ 2 ใช้น้ำเป็นตัวสกัดสีจากดอกขิงแดง </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ 3 ใช้เอทธิลแอลกอฮอล์เป็นตัวสกัดสีจากใบ </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ 4 ใช้เอทธิลแอลกอฮอล์เป็นตัวสกัดสีจากดอกขิงแดง </li></ul>
  35. 35. <ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>การสกัดสีจากใบขิงแดง </li></ul><ul><li>1. ใช้ใบขิงแดง โดยเลือกใบที่สมบูรณ์มีสีเขียวเข้ม นำมาหั่นฝอย 150 กรัม </li></ul><ul><li>2. นำน้ำ หรือเอทธิลแอลกอฮอล์ 500 ซี . ซี . ใส่โถปั่นแล้วใส่ใบขิงแดงที่หั่นฝอยลงใบ </li></ul><ul><li>โดยแบ่งใส่ 3 ครั้ง เพื่อให้ปั่นได้ละเอียดยิ่งขึ้น </li></ul><ul><li>3. นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง </li></ul>
  36. 36. <ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>การสกัดสีจากดอกขิงแดง </li></ul><ul><li>1. นำช่อดอกขิงแดงที่สมบูรณ์มีสีแดงสด มาแกะเอาเฉพาะกลีบดอกประดับ นำมาหั่นฝอย 100 กรัม </li></ul><ul><li>2. นำน้ำ หรือเอทธิลแอลกอฮอล์ 500 ซี . ซี . ใส่โถปั่นแล้วใส่กลีบประดับของขิงแดง </li></ul><ul><li>ที่หั่นฝอยลงใบ โดยแบ่งใส่ 3 ครั้ง เพื่อให้ปั่นได้ละเอียดยิ่งขึ้น </li></ul><ul><li>3. นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง </li></ul>
  37. 37. <ul><li>วิธีการทดลอง </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ 1 ใช้น้ำเป็นตัวสกัดสีจากใบขิงแดง แบ่งเป็น 6 กลุ่มทดลองคือ </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 1 ใช้น้ำสีอย่างเดียว แช่ผ้านาน 30 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 2 ใช้น้ำสีอย่างเดียว แช่ผ้านาน 60 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 3 ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม แช่ผ้านาน 30 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 4 ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม แช่ผ้านาน 60 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 5 ใช้น้ำสี + ซิลิเกต 30 ซีซี . แช่ผ้านาน 30 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 6 ใช้น้ำสี + ซิลิเกต 30 ซีซี . แช่ผ้านาน 60 นาที </li></ul>
  38. 38. <ul><li>กลุ่มที่ 2 ใช้น้ำเป็นตัวสกัดสีจากดอกขิงแดง </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 1 ใช้น้ำสีอย่างเดียว แช่ผ้านาน 30 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 2 ใช้น้ำสีอย่างเดียว แช่ผ้านาน 60 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 3 ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม แช่ผ้านาน 30 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 4 ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม แช่ผ้านาน 60 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 5 ใช้น้ำสี + ซิลิเกต 30 ซีซี . แช่ผ้านาน 30 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 6 ใช้น้ำสี + ซิลิเกต 30 ซีซี . แช่ผ้านาน 60 นาที </li></ul>
  39. 39. <ul><li>กลุ่มที่ 3 ใช้เอทธิลแอลกอฮอล์เป็นตัวสกัดสีจากใบ </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 1 ใช้น้ำสีอย่างเดียว แช่ผ้านาน 30 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 2 ใช้น้ำสีอย่างเดียว แช่ผ้านาน 60 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 3 ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม แช่ผ้านาน 30 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 4 ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม แช่ผ้านาน 60 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มที่ 4 ใช้เอทธิลแอลกอฮอล์เป็นตัวสกัดสีจากดอกขิงแดง </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 1 ใช้น้ำสีอย่างเดียว แช่ผ้านาน 30 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 2 ใช้น้ำสีอย่างเดียว แช่ผ้านาน 60 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 3 ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม แช่ผ้านาน 30 นาที </li></ul><ul><li>กลุ่มทดลองที่ 4 ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม แช่ผ้านาน 60 นาที </li></ul>
  40. 40. ศึกษาการทำกระดาษจากต้นขิงแดง มีวิธีการดังนี้ <ul><li>1. พานักเรียนที่ศึกษาวิชางานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนไปศึกษาวิธีการผลิตกระดาษสาจากพืชของ </li></ul><ul><li>คุณครูณนิชา จันทวดี โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยสตูล </li></ul><ul><li>2. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 8 กลุ่มเพื่อทดลองการผลิตกระดาษสาจากต้นขิงแดงโดยนำความรู้ที่ได้ </li></ul><ul><li>จากการผลิตกระดาษสาจากพืชอื่นมาปรับใช้ </li></ul><ul><li>วิธีการ </li></ul><ul><li>การทำกระดาษสาจากต้นขิงแดง </li></ul><ul><li>1. เลือกต้นขิงแดงที่ออกดอกแล้ว 1-2 ต้น โดยเลือกต้นที่อวบอ้วนสมบูรณ์ ลอกเปลือกส่วนที่เป็น </li></ul><ul><li>สีเขียวออกให้หมด แล้วนำมาหั่นให้ได้ขนาดตามต้องการ ทุบพอแตก </li></ul><ul><li>2. นำส่วนที่ได้ใส่หม้อ หรือกะละมัง ใส่น้ำสะอาดพอท่วม ต้ม 1 – 2 ชั่วโมง โดยเติมโซดาไฟ </li></ul><ul><li>ประมาณ 1 – 3 ช้อนโต๊ะ </li></ul>
  41. 41. ( ต่อ ) <ul><li>3. เมื่อต้นที่ต้มเปื่อยก็นำมาล้างให้ในน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง จากนั้นแช่ใน ไฮเตอร์ นาน </li></ul><ul><li>3 – 30 นาทีจากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดหลาย ๆ ครั้ง </li></ul><ul><li>4 . นำเนื้อเยื่อที่ได้มาปั่น โดยสับเส้นใยให้สั้นลง หรือไม่สับก็ได้ จากนั้นนำไปใส่โถปั่น เติมน้ำ </li></ul><ul><li>ลงไปเล็กน้อย ปั่น 1 – 15 นาที </li></ul><ul><li>5 . นำเนื้อเยื่อที่ปั่นแล้วใส่ลงในกะละมังปากกว้าง เติมน้ำลงไปพอสมควร คนให้เข้ากันแล้วใช้เฟรมที่เตรียมไว้ช้อนเยื่อกระดาษ 1 – 2 ครั้ง นำแผ่นเฟรมไปวางทำมุม 45 องศาเพื่อให้แห้งเร็ว </li></ul><ul><li>ขึ้น </li></ul><ul><li>6 . เมื่อแผ่นกระดาษมีความชื้นน้อยลง ก็ลอกกระดาษออกจากแผ่นเฟรม รัดด้วยเตารีดให้เรียบ </li></ul>
  42. 42. ผลการศึกษา <ul><li>ในการศึกษาด้านต่าง ๆ ของนักเรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2548 จนถึงภาคเรียนที่ 2 ปี </li></ul><ul><li>การศึกษา 2549 สรุปผลการศึกษาดังนี้ </li></ul><ul><li>1. ศึกษาองค์ประกอบงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน </li></ul><ul><li>1.1 การจัดทำป้ายชื่อพรรณไม้ ทำให้นักเรียนเห็นความสำคัญและรู้ค่าของพรรณไม้ รู้ลักษณะของพืช สามารถค้นเอกสาร หรือใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อหาข้อมูลพรรณไม้ได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจหลักการเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ ชื่อวงศ์ รู้จักคัดเลือกวัสดุที่จะนำมาทำป้าย รวมถึงออกแบบป้ายได้อย่างสวยงามหลากหลายรูปแบบ และสามารถจัดทำป้ายชื่อพรรณไม้สมบูรณ์ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งมีการสำรวจพรรณไม้ใหม่และจัดทำทะเบียนพรรณไม้ เพิ่มขึ้นจำนวน 99 ชนิด จัดทำป้ายชื่อพรรณไม้สมบูรณ์ จำนวน 259 ป้าย จัดทำแผนผังพรรณไม้ใหม่ 19 โซลตามพื้นที่รับผิดชอบ และการเก็บตัวอย่างพรรณไม้แห้งและดอง จำนวน 34 ชนิด </li></ul>
  43. 43. <ul><li>1.2 การรวบรวมพรรณไม้เข้าปลูกเพิ่มในโรงเรียน นักเรียนได้ทราบถึงพรรณไม้ที่มีอยู่เดิมใน </li></ul><ul><li>โรงเรียน รู้ธรรมชาติของพรรณไม้ในพื้นที่รับผิดชอบว่าชอบสภาพพื้นที่อย่างไร และสามารถเลือก </li></ul><ul><li>พรรณไม้ที่จะนำเข้ามาปลูกใหม่ได้อย่างเหมาะสม โดยมีการนำพรรณไม้เข้ามาปลูกเพิ่ม 42 ชนิด </li></ul><ul><li>จำนวน 263 ต้น / กอ </li></ul><ul><li>1.3 การศึกษาข้อมูลด้านต่าง ๆ นักเรียนได้ทราบถึงข้อมูลด้านต่าง ๆ เช่น ข้อมูลพื้นบ้าน ลักษณะ </li></ul><ul><li>วิสัย รูปร่างทรงพุ่ม ลักษณะต่าง ๆ ของพืช ทำให้เห็นถึงความแตกต่างของพืชแต่ละชนิด การ </li></ul><ul><li>เปลี่ยนแปลง ความแตกต่างของรูปลักษณ์ พฤติกรรม และคุณสมบัติของพืชที่ศึกษา ซึ่งนักเรียนทุก </li></ul><ul><li>ห้องมีการศึกษาพรรณไม้ จำนวน 19 ชนิด และศึกษาในรายวิชาต่าง ๆ จำนวน 45 ชนิด ซึ่งส่วนนี้ </li></ul><ul><li>จะรายงานผลการศึกษาพรรณไม้ฉบับสมบูรณ์ สำหรับการศึกษาพรรณไม้ตามแบบ ก .7-003 </li></ul><ul><li>นักเรียนทุกคนจะร่วมกันศึกษาในลักษณะกลุ่มย่อย </li></ul>
  44. 44. <ul><li>1.4 การเขียนรายงาน นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ธรรมชาติของพื </li></ul><ul><li>พรรณ มาสรุปโดยการเขียนรายงานได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม มีการรายงาน </li></ul><ul><li>ผลการศึกษาพรรณไม้ฉบับสมบูรณ์ 56 เล่ม และรายงานการศึกษาพรรณไม้ตาม </li></ul><ul><li>แบบ ก .7-003 จำนวน 125 เล่ม นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่ผลงานโดยการจัดป้าย </li></ul><ul><li>นิเทศ การรายงานผลหน้าชั้นเรียน และวันตลาดนัดชุมนุม </li></ul><ul><li>1.5 การนำไปใช้ประโยชน์ จะมีการรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์ใน </li></ul><ul><li>ลักษณะจัดป้ายนิเทศ การรายงานผลหน้าชั้นเรียน และวันตลาดนัดชุมนุม </li></ul><ul><li>นอกจากนี้ทุกกลุ่มสาระจะนำงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนไปใช้ในกิจกรรมการ </li></ul><ul><li>เรียนการสอน ที่สำคัญดังนี้ </li></ul>
  45. 45. <ul><li>- กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี นักเรียนจัดทำโครงงานศึกษาพืช และการร้อยมาลัยข้อมือ </li></ul><ul><li>- กลุ่มสาระศิลปะ ใช้ในการสอน เรื่องการออกแบบป้ายชื่อพรรณไม้ </li></ul><ul><li>- กลุ่มสาระสังคมศึกษา ใช้ในการสอนเกี่ยวกับความเชื่อของการปลูกต้นไม้กับความเชื่อทางพุทธศาสนา </li></ul><ul><li>- กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ใช้ในการสอนเรื่องมาตราส่วน </li></ul><ul><li>- กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ใช้ในการสอน เรื่อง การสกัดสีจากพืช การย้อมผ้าจากสีธรรมชาติ และการศึกษาโครงสร้างภายในของส่วนต่าง ๆ ของขิงแดง </li></ul><ul><li>- กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลานามัย ใช้ในการสอนเรื่องพืชสมุนไพร </li></ul>
  46. 46. ( ต่อ ) <ul><li>- กลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ใช้ในการสอนเรียกชื่อส่วนต่าง ๆ ของพืช และการบรรยายลักษณะของพืช </li></ul><ul><li>- กลุ่มสาระภาษาไทย ใช้ในการสอนการแต่งคำประพันธ์จากต้นไม้ในสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน </li></ul><ul><li>- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ใช้ในการสอน เรื่องการบรรยายความรู้สึก </li></ul>
  47. 47. 2. การศึกษาธรรมชาติแห่งชีวิต <ul><li>2.1 ด้านอนุกรมวิธาน </li></ul><ul><li>ชื่อพื้นเมือง : ขิงแดง </li></ul><ul><li>ชื่อวิทยาศาสตร์ : Zingiber offcinale Roscoe </li></ul><ul><li>ชื่อวงศ์ : ZINGIBERACEAE </li></ul><ul><li>ชื่อสามัญ : Red Ginger </li></ul>
  48. 48. <ul><li>ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ </li></ul><ul><li>ไม้ล้มลุก ราก เป็นรากแขนงมีสีน้ำตาลอ่อน มีจำนวนมาก ลักษณะค่อนข้างกลม ยาว เพื่อช่วย </li></ul><ul><li>พยุงลำต้น ส่วนรากฝอยจะแตกออกจากรากแขนง และจะแตกเป็นกระจุกอยู่ที่ปลายราก มีสีขาว </li></ul><ul><li>ลำต้น อยู่ใต้ดิน มีขนาดสั้น แตกสาขาทอดขนานไปกับผิวดิน เป็นที่สะสมอาหารมีขน </li></ul><ul><li>เส้นผ่าศูนย์กลาง 1–1.5 ซม . ลำต้นส่วนที่แตกออกมาใหม่จะมีสีแดง ลำต้นเทียม สูงประมาณ 1- 2 </li></ul><ul><li>เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปหอก ออกสลับกัน บริเวณกลางใบกว้างแล้วค่อย ๆ เรียวไปหาปลายใบ </li></ul><ul><li>และฐานใบ ใบไม่มีก้านใบ ผิวใบเกลี้ยงทั้งด้านบนและด้านล่าง หลังใบมีสีเข้มกว่าท้องใบ ขอบใบ </li></ul><ul><li>เป็นคลื่นเล็กน้อยใบยาว 15-50 ซม . กว้าง 5-17 ซม . ปลายใบแหลมยาว เส้นกลางใบปรากฏชัดทาง </li></ul><ul><li>ด้านล่างขอบใบ ช่อดอก จะออกที่ยอดประกอบด้วยกลีบประดับเรียงซ้อนกันอยู่ กลีบดอกประดับมี </li></ul><ul><li>สีแดงสด รูปไข่ ปลายแหลม ดอกแท้เป็นรูปกรวยสีขาวขนาดเล็ก อยู่ภายกลีบประดับ ดอกแท้มัก </li></ul><ul><li>เหี่ยวแห้งเร็ว คงเหลือแต่ริ้วประดับที่คงมีสีสดอยู่เป็นเวลานาน ช่อดอกยาวประมาณ 10-30 ซม . </li></ul>
  49. 49. 2.2 ศึกษาโครงสร้างภายในของขิงแดง <ul><li>2.2.1 การศึกษาโครงสร้างภายในของใบขิงแดง จากการศึกษาพบว่าจะมีเนื้อเยื่อผิวที่เรียกว่า </li></ul><ul><li>เอพิเดอร์มิส ซึ่งมีทั้งด้านบนและด้านล่าง ประกอบด้วยเซลล์เพียงชั้นเดียว หรือหลายชั้น และ </li></ul><ul><li>มีเนื้อเยื่อที่อยู่ระหว่างชั้นเอพิเดอร์มิสทั้งสองด้านซึ่งเรียกว่า มีโซฟิลล์ ส่วนใหญ่เป็นเนื้อเยื่อพาแรงคิ </li></ul><ul><li>มา ที่มีคลอโรพลาสต์จำนวนมาก และจะมีมัดท่อลำเลียงอยู่ในชั้น มีโซฟิลล์ ซึ่งมัดท่อลำเลียง </li></ul><ul><li>ประกอบด้วยไซเลมและโฟลเอม โดยจะเรียงติดต่อกันจนถึงในเส้นใบ </li></ul>
  50. 50. เอพิเดอร์มิสด้านล่าง ไซเลม บันเดิลชีส เซลล์คุม โฟลเอม เอพิเดอร์มิสด้านบน ภาพที่ 1 : โครงสร้างภายในของใบขิงแดง
  51. 51. <ul><li>2.2. 2 การศึกษาลักษณะของปากใบขิงแดง พบว่าประกอบด้วยเซลล์คุม 1 คู่ มีลักษณะคล้าย </li></ul><ul><li>เม็ดถั่ว ผนังด้านในที่ชิดกับปากใบจะหนากว่าด้านนอก มีคลอโรพลาสจึงสามารถสังเคราะห์ด้วยแสง </li></ul><ul><li>ได้ </li></ul>เอพิเดอร์มิส ปากใบ เซลล์คุม ภาพที่ 2 : ลักษณะของปากใบ
  52. 52. <ul><li>2.2. 3 การศึกษาโครงสร้างภายในลำต้นเทียมของขิงแดง พบว่าชั้นที่อยู่นอกสุดเรียกว่า </li></ul><ul><li>เอพิเดอร์มิส ประกอบด้วยเซลล์ผิวเรียบเป็นแถว บางเซลล์อาจเปลี่ยนไปเป็นผิวด้านนอกของเซลล์ </li></ul><ul><li>ในชั้นนี้จะมีคิวตินเคลือบอยู่ ส่วนที่ถัดจากเอพิเดอร์มิส คือชั้นคอร์เทกซ์ ซึ่งประกอบด้วยเซลล์ </li></ul><ul><li>หรือเนื้อเยื่อหลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นเนื้อเยื่อพาแรงคิมา และจะมีมัดท่อลำเลียงอยู่เป็นกลุ่มภายใน </li></ul><ul><li>คอร์เทกซ์ </li></ul>คอร์เทกซ์ ไซเลม โฟลเอม เอพิเดอร์มิส ภาพที่ 3 : โครงสร้างภายในของลำต้นเทียมขิงแดง
  53. 53. <ul><li>2.2.4 การศึกษาโครงสร้างภายในของรากขิงแดง พบว่าชั้นนอกสุดเป็นชั้นเอพิเดอร์มิส ทำหน้าที่ </li></ul><ul><li>ป้องกันเนื้อเยื่อที่อยู่ภายใน ประกอบด้วยเซลล์ผิวเรียงแถวเดียวเป็นเซลล์ที่มีแวคิวโอล ผนังเซลล์บาง </li></ul><ul><li>แต่ละเซลล์เรียงชิดกันไม่มีช่องว่างระหว่างเซลล์ ถัดจากชั้นเอพิเดอร์มิส คือชั้นคอเทกซ์ ซึ่ง </li></ul><ul><li>ประกอบด้วยเซลล์หลายแถวอยู่ระหว่างเอพิเดอร์มิส และเนื้อเยื่อลำเลียง ส่วนใหญ่เป็นเนื้อเยื่อพา </li></ul><ul><li>แรงคิมา จากนั้นเป็นชั้นแอนโดเดอร์มิส ซึ่งมีลักษณะคล้ายเซลล์พาแรงคิมา แต่มีผนังเซลล์เป็นแถบ </li></ul><ul><li>เล็ก ๆ ถัดจากแอนโดเดอร์มิส คือชั้นสตีล ซึ่งประกอบไปด้วยเพริไซเคิลเรียงเป็นวงโดยรอบ </li></ul><ul><li>ท่อลำเลียงประกอบด้วยเนื้อเยื่อโฟลเอม และไซเลม ซึ่งไซเลมจะอยู่ตรงกลางของราก </li></ul>
  54. 54. เอนโดเดอมิส ไซเลม โฟลเอม พิธ เพริไซเคิล คอร์เทกซ์ เอพิเดอร์มิส ภาพที่ 4 : โครงสร้างภายในของรากขิงแดง
  55. 55. 3. การศึกษาสรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว <ul><li>โดยใช้ขิงแดงเป็นพืชที่ศึกษา สรุปผลได้ดังนี้ </li></ul><ul><li>3.1 การศึกษาการเจริญเติบโตของขิงแดงระหว่างต้นที่อยู่กลางแจ้งและในร่ม พบว่าขิงแดง </li></ul><ul><li>ที่อยู่ในร่มจะมีการเจริญเติบโตได้ดีกว่าต้นที่อยู่กลางแจ้ง คือ ขนาดของต้น ใบ และดอกจะโต สีของ </li></ul><ul><li>ใบจะเป็นสีเขียวเข้ม เป็นมันวาว ดอกมีสีแดงสด แต่การแตกกอจะมีน้อย ในขณะที่ขิงแดงที่อยู่ </li></ul><ul><li>กลางแจ้งใบจะมีขนาดเล็ก มีสีเขียวอมเหลือง ใบไม่ค่อยเป็นมัน ซึ่งสังเกตได้จากการงอกของใบ </li></ul><ul><li>และดอกที่กลางแจ้งและในร่ม ดังนี้ </li></ul><ul><li>ในร่ม อายุ 1 วัน ใบยังม้วนอยู่ ใช้เวลาในการคลี่ใบประมาณ 10 วัน มีใบโตเต็มที่ตอนอายุ 27 วัน </li></ul><ul><li>ขนาดยาว 35 เซนติเมตร กว้าง 5.8 เซนติเมตร หลังจากดอกเริ่มโผล่ จนถึงเจริญเติบโตเต็มที่ใช้ </li></ul><ul><li>เวลา 57 วัน โดยดอกมีความยาว 15 เซนติเมตร </li></ul><ul><li>กลางแจ้ง อายุ 1 วัน ใบยังม้วนอยู่ ใช้เวลาในการคลี่ใบประมาณ 13 วัน มียอดใหม่งอกออกมา </li></ul><ul><li>ตอนอายุ 22 วัน ใบโตเต็มที่ตอนอายุ 27 วัน ขนาด 26.5 เซนติเมตร กว้าง 5.5 เซนติเมตร หลังจากดอก </li></ul><ul><li>เริ่มผล่จนถึงโตเต็มที่ใช้เวลา 57 วัน ดอกมีความยาว 12.5 เซนติเมตร </li></ul>
  56. 56. <ul><li>3.2 การศึกษาการเจริญเติบโตของขิงแดงโดยใช้วัสดุปลูกที่แตกต่างกัน คือสูตรที่ 1 ใช้ </li></ul><ul><li>ดินร่วน 1 ส่วน แกลบ 1 ส่วน และ ขี้เลื่อย 1 ส่วน สูตรที่ 2 ใช้ดินร่วน 1 ส่วน มูลแพะ 1 </li></ul><ul><li>ส่วน และสูตรที่ 3 ดินร่วน 2 ส่วน และปุ๋ยเคมีถุงละ 10 เม็ด โดยปลูกสูตรละ 10 ถุง จาก </li></ul><ul><li>การศึกษาสรุปได้ตามตารางที่ 1 </li></ul>
  57. 57. ตารางที่ 1 แสดงการเจริญเติบโตของขิงแดง เมื่อมีอายุ 91 วัน 4 11* 9 9.83 11.33 13.21* 4.70 5.80* 5.22 22.11 24.70 30.34* ดินร่วน + แกลบ + ขี้เลื่อย ดินร่วน + มูลแพะ ดินร่วน + ปุ๋ยเคมี จำนวนหน่อ ( ต้น ) ความยาวของใบ ( ซม .) ความกว้างของใบ ( ซม .) ความสูงของต้น ( ซม .) วัสดุปลูก
  58. 58. <ul><li>จากตารางแสดงให้เห็นว่าขิงแดงที่ปลูกในดินสูตรที่ 2 มีความกว้างของใบ และจำนวน </li></ul><ul><li>หน่อมากที่สุด ส่วนสูตรที่ 3 จะมีความสูงของต้น และความยาวของใบมากที่สุดอนึ่งจากการ </li></ul><ul><li>สังเกตจะพบว่าขิงแดงที่ปลูกในมูลแพะจะมีลำต้นอวบอ้วน ใบมีสีเขียวเข้มกว่าสูตรดินปลูกอื่น ๆ </li></ul><ul><li>3.3 การศึกษาสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับต้นขิงแดงที่อยู่ในร่มและกลางแจ้ง สิ่งมีชีวิตที่พบในบริเวณที่ </li></ul><ul><li>ปลูกขิงแดงในร่ม จะเป็น หอยทาก หนอน ไส้เดือน เพลี้ยอ่อน กิ้งกือ มด โดยจะพบมดมากที่สุด </li></ul><ul><li>ตามบริเวณช่อดอก ส่วนขิงแดงที่ปลูกในที่กลางแจ้งจะพบ หอยทาก ไส้เดือน มด น้อยกว่าที่ปลูก </li></ul><ul><li>ในที่ร่ม แต่จะพบผีเสื้ออยู่บ้างเล็กน้อย โดยจะพบมดอยู่บริเวณดอกมากที่สุด </li></ul>
  59. 59. 4. การศึกษาประโยชน์แท้แก่มหาชน <ul><li>โดยใช้ขิงแดงเป็นพืชที่ศึกษา สรุปผลได้ดังนี้ </li></ul><ul><li>4.1 ศึกษาการย้อมผ้าโดยใช้สารสกัดจากใบและดอกขิงแดง </li></ul><ul><li>จากการทดลองสรุปผลได้ตามตารางที่ 2 </li></ul>
  60. 60. ตารางที่ 2 แสดงสีที่ได้จากการย้อมผ้าโดยใช้น้ำสกัดสีจากใบขิงแดง ไม่มีความแตกต่าง ระหว่าง 1 กับ 2 ไม่มีความแตกต่าง ระหว่าง 3 กับ 4 ไม่มีความแตกต่าง ระหว่าง 5 กับ 6 เขียวอ่อน เขียวอ่อน เขียวอ่อนปนเหลือง เขียวอ่อนปนเหลือง เขียวปนน้ำตาลอ่อน เขียวปนน้ำตาลอ่อน 30 60 30 60 30 60 1. ใช้น้ำสีอย่างเดียว 2 ใช้น้ำสีอย่างเดียว 3. ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม 4. ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม 5. ใช้น้ำสี + ซิลิเกต 30 ซีซี . 6. ใช้น้ำสี + ซิลิเกต 30 ซีซี . หมายเหตุ โทนสีที่ได้ เวลาที่ใช้ย้อม ( นาที ) กลุ่มทดลอง
  61. 61. <ul><li>จากการทดลองพบว่าทุกกลุ่มการทดลองจะให้สีโทนเขียว ต่างกันที่ ใช้น้ำสีอย่างเดียวจะเป็น </li></ul><ul><li>สีเขียวอ่อนชัดเจน ส่วนที่ผสมสารส้ม จะมีโทนสีเหลืองผสมเล็กน้อย และผสมซิลิเกต จะเห็นสี </li></ul><ul><li>น้ำตาลอ่อน สำหรับเวลาที่ใช้ไม่มีผลต่อสีที่ได้ </li></ul>
  62. 62. ตารางที่ 3 แสดงสีที่ได้จากการย้อมผ้าโดยใช้น้ำสกัดสีจากดอกขิงแดง - เข้มกว่า 3 และ 4 - สีอ่อนที่สุด - เข้มกว่า 1-4 น้ำตาลปนเหลือง น้ำตาลปนเหลือง น้ำตาลปนเหลือง น้ำตาลปนเหลือง น้ำตาลปนเหลือง น้ำตาลปนเหลือง 30 60 30 60 30 60 1. ใช้น้ำสีอย่างเดียว 2 ใช้น้ำสีอย่างเดียว 3. ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม 4. ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม 5. ใช้น้ำสี + ซิลิเกต 30 ซีซี . 6. ใช้น้ำสี + ซิลิเกต 30 ซีซี . หมายเหตุ โทนสีที่ได้ เวลาที่ใช้ย้อม ( นาที ) กลุ่มทดลอง
  63. 63. <ul><li>จากการทดลองพบว่าทุกกลุ่มการทดลองจะให้สีโทนน้ำตาลปนเหลือง โดยการผสมซิลิเกต </li></ul><ul><li>จะทำให้ได้โทนสีเข้มมากที่สุด รองลงมาคือใช้น้ำสีอย่างเดียว ส่วนที่ผสมสารส้มให้โดนสีอ่อนที่สุด </li></ul><ul><li>สำหรับเวลาที่ใช้ไม่มีผลต่อสีที่ได้ </li></ul>
  64. 64. ตารางที่ 4 แสดงสีที่ได้จากการย้อมผ้าโดยใช้เอทธิลแอลกอฮอล์สกัดสีจากใบขิงแดง จากการทดลองพบว่า ทุกกลุ่มการทดลองจะให้สีโทนเขียว ต่างกันที่ ใช้น้ำสีอย่างเดียวจะเป็นสีเขียวอ่อนชัดเจน ส่วนที่ผสมสารส้ม จะมีโทนสีเหลืองผสมเล็กน้อย สำหรับเวลาที่ใช้ไม่มีผลต่อสี ที่ได้ ไม่มีความแตกต่าง ระหว่าง 1 กับ 2 ไม่มีความแตกต่าง ระหว่าง 3 กับ 4 เขียวอ่อน เขียวอ่อน เขียวอ่อนปนเหลือง เขียวอ่อนปนเหลือง 30 60 30 60 1. ใช้น้ำสีอย่างเดียว 2 ใช้น้ำสีอย่างเดียว 3. ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม 4. ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม หมายเหตุ โทนสีที่ได้ เวลาที่ใช้ย้อม ( นาที ) กลุ่มทดลอง
  65. 65. ตารางที่ 5 แสดงสีที่ได้จากการย้อมผ้าโดยใช้เอทธิลแอลกอฮอล์สกัดสีจากดอกขิงแดง จากการทดลองพบว่าทุกกลุ่มการทดลองจะให้สีโทนม่วง ต่างกันที่ ใช้น้ำ สีอย่างเดียวจะเป็นม่วงชัดเจน ส่วนที่ผสมสารส้ม จะมีโทนสีแดงผสม เล็กน้อย สำหรับเวลาที่ใช้ไม่มีผลต่อสีที่ได้ ไม่มีความแตกต่าง ระหว่าง 1 กับ 2 ไม่มีความแตกต่าง ระหว่าง 3 กับ 4 ม่วง ม่วง ม่วงปนแดง ม่วงปนแดง 30 60 30 60 1. ใช้น้ำสีอย่างเดียว 2 ใช้น้ำสีอย่างเดียว 3. ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม 4. ใช้น้ำสี + สารส้ม 2 กรัม หมายเหตุ โทนสีที่ได้ เวลาที่ใช้ย้อม ( นาที ) กลุ่มทดลอง
  66. 66. ตารางที่ 6 เปรียบเทียบโทนสีที่ได้จากการย้อมโดยใช้น้ำ และ เอทธิลแอลกอฮอล์สกัดสีจากใบขิงแดง - สีจะเข้มที่สุด - สีจะเข้มกว่า 3 มาก - ซิลิเกตไม่ละลายย้อมผ้า ไม่ได้ เขียวอ่อน เขียวอ่อน เขียวอ่อนปนเหลือง เขียวอ่อนปนเหลือง เขียวปนน้ำตาลอ่อน 1. ใช้น้ำสกัดสี 2 ใช้เอทธิลสกัดสี 3. ใช้น้ำสกัดสี + สารส้ม 2 กรัม 4. ใช้เอทธิลสกัดสี + สารส้ม 2 กรัม 5. ใช้น้ำสกัดสี + ซิลิเกต 30 ซีซี . 6. ใช้เอทธิลสกัดสี + ซิลิเกต 30 ซีซี . หมายเหตุ โทนสีที่ได้ กลุ่มทดลอง
  67. 67. <ul><li>จากการทดลองพบว่าทุกกลุ่มการทดลองจะให้สีโทนเขียว ต่างกันที่ ใช้เอทธิล </li></ul><ul><li>แอลกอฮอล์สกัดน้ำสีอย่างเดียวจะเป็นสีเขียวอ่อนเข้มที่สุด รองลงมา คือ ใช้เอทธิลผสมสารส้ม และ </li></ul><ul><li>ใช้น้ำสกัดสี ตามลำดับ </li></ul>
  68. 68. ตารางที่ 7 เปรียบเทียบโทนสีที่ได้จากการย้อมโดยใช้น้ำ และ เอทธิลแอลกอฮอล์สกัดสีจากดอกขิงแดง - ซิลิเกตไม่ละลายย้อมผ้าไม่ได้ น้ำตาลปนเหลือง ม่วง น้ำตาลปนเหลือง ม่วงปนแดง น้ำตาลปนเหลือง 1. ใช้น้ำสกัดสี 2 ใช้เอทธิลสกัดสี 3. ใช้น้ำสกัดสี + สารส้ม 2 กรัม 4. ใช้เอทธิลสกัดสี + สารส้ม 2 กรัม 5. ใช้น้ำสกัดสี + ซิลิเกต 30 ซีซี . 6. ใช้เอทธิลสกัดสี + ซิลิเกต 30 ซีซี . หมายเหตุ โทนสีที่ได้ กลุ่มทดลอง
  69. 69. <ul><li>จากการทดลองพบว่าการใช้เอทธิลแอลกอฮอล์สกัดสี จะให้โทนสีม่วง ส่วนที่ใช้น้ำสกัด </li></ul><ul><li>สีจะให้โทนสีน้ำตาล สำหรับการใช้เอทธิลแอลกอฮอล์สกัดสีผสมซิลิเกตไม่สามารถย้อมผ้าได้ </li></ul><ul><li>เนื่องจากซิลิเกตไม่ละลาย </li></ul>
  70. 70. 4.2 ศึกษาการทำกระดาษสาจากต้นขิงแดง จากการทดลองสรุปผลได้ดังนี้
  71. 71. ตารางที่ 8 แสดงขั้นตอนการทำกระดาษสา และลักษณะ กระดาษที่ได้ บาง สีน้ำตาลเห็นเส้นใย 2 กะพอประมาณ ปั่นหยาบปานกลาง 5 2 4-5 ทุบพอแตก 4 เนื้อละเอียดเรียบ บาง สีเหลืองอ่อน 2 3 :1 สับเส้นใย ปั่น 10-15 นาที 30 2 4-5 3 หยาบ หนาเห็นเส้นใยชัดไม่เรียบ สีน้ำตาลอ่อน 3 น้ำ 10 ลิตร / เยื่อกระดาษ 300 กรัม 2 15 1 4-5 2 บาง สีน้ำตาลเห็นเส้นใย 2 กะพอประมาณ 5 5 2 4-5 1 ลักษณะกระดาษ จำนวนครั้งที่ช้อน ( ครั้ง ) น้ำ : เยื่อกระดาษ เวลาใน การปั่น ( นาที ) เวลาที่ใช้ ฟอกขาว ( นาที ) เวลาที่ใช้ต้ม ( ชม .) การหั่

×