New microsoft office power point presentation

  • 3,221 views
Uploaded on

Man

Man

More in: Education
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
    Be the first to like this
No Downloads

Views

Total Views
3,221
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0

Actions

Shares
Downloads
11
Comments
0
Likes
0

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. ศิลปินแห่งชาติ กับมหาวิทยาลัยศิลปากรรายวิชา 080101 มนุษย์กับการสร้างสรรค์คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรวิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม
  • 2. จัดทำโดย
    1. นายนราลักษณ์ คำแก้ว 09510997 คณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ
    2. นายณัฒวุฒิฮวยแหยม 09510999 คณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ
    3. นายพีรวิชญ์ สวัสดิชัย 09511016 คณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ
    4. นายวัฒนา ชโลธร 09511031 คณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ
    5. นางสาวเวณิกานต์ เนียมอิ่ม 09511038 คณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ
    6. นางสาวแป้งร่ำ แสนเสนาะ 05520201 คณะอักษรศาสตร์
    7. นางสาวสุขกมลสมานสินธ์ 05520338 คณะอักษรศาสตร์
    8. นายณัฐกานต์ กิตติวรกุล 09521278 คณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ
  • 3. ..บทนำ...
    มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยที่เปิดสอนวิชาทางด้านศิลปะ และยังเป็นมหาวิทยาลัยผลิตบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญในศาสตร์ทางด้านศิลปะ หลายแขนง อาทิเช่น ทัศนศิลป์ วรรณศิลป์ ศิลปะการแสดง
    และบุคคลากรเหล่านั้นได้สร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัยศิลปากร ในระดับชาติ จนถึงระดับนานาชาติ และได้รับยกย่องให้เป็น “ศิลปินแห่งชาติ” ซึ่งศิลปินแห่งชาตินับเป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญทางด้านศิลปะ ที่ได้สืบสานงานศิลปะของชาติให้เชื่อมโยงจากอดีตมาสู่ปัจจุบันเป็นการภายทอดภูมิปัญญาของบรรพบุรุษในอดีตให้มีความรุ่งโรจน์สืบไปยังอนาคตข้างหน้า ซึ่งทางกลุ่มของเราได้สนใจ และได้รวบข้อมูลของศิลปินแห่งชาติ ที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยศิลปากร นำเสนอออกมาในสื่อนี้..
    ทางคณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลงานชิ้นนี้จะเป็นประโยชน์ แก่ผู้ที่สนใจ และผู้ที่ศึกษาค้นคว้าเรื่องศิลปินแห่งชาติ กับมหาวิทยาลัยศิลปากร
    หากผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
    คณะผู้จัดทำ
  • 4. ความสำคัญของศิลปินแห่งชาติ
    สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้จัดทำโครงการศิลปินแห่งชาติ มาตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๕๒๗ เพื่อสรรหา ส่งเสริมสนับสนุน และช่วยเหลือศิลปินผู้สร้างสรรค์ ผลงาน ศิลปะล้ำค่า อันทรงคุณค่าของแผ่นดิน ยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ โดยมีสำนัก งานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้พิจารณา         ศิลปินแห่งชาติ นับเป็นทรัพยากรบุคคลสำคัญทางด้านศิลปะ ที่ได้สืบสานงานศิลปะ ของชาติให้เชื่อมโยงจากอดีตมาสู่ปัจจุบันเป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาของบรรพบุรุษในอดีต ให้มีความรุ่งโรจน์สืบไปยังอนาคตข้างหน้า         อนึ่ง จากพระราชดำรัสของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ นำศิลปินเข้าเฝ้าเพื่อรับพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติศิลปิน แห่งชาติว่า "ผลงานของศิลปินแห่งชาติเป็นมรดกศิลปะอันล้ำค่าของชาติ เป็นเครื่องหมาย แสดงอารยะธรรมอันสูงส่งของชาติไทย ควรแก่ความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ ผลงานของ ท่านเหล่านี้นับวันจะสูญหายไปด้วยสาเหตุต่างๆ จึงจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องศึกษาผล งานของทุกท่านเหล่านี้ แล้วจัดทำเนียบขึ้นบัญชีอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์ในการศึกษา และรักษาไว้เป็นสมบัติของชาติโดยส่วนรวมต่อไป"         
  • 5. การจัดทำโครงการศิลปินแห่งชาติ ได้มีการกำหนดวัตถุประสงค์ของการจัดทำโครงการ ไว้ ๕ ข้อ ได้แก่จัดทำทำเนียบศิลปินทุกแขนงทั่วประเทศ
    สรรหาศิลปินเพื่อประกาศยกย่องเกียรติคุณขึ้นเป็นศิลปินแห่งชาติ
    จัดตั้งกองทุน (มูลนิธิ) สวัสดิการเพื่อศิลปิน
    สนับสนุนให้ศิลปินได้มีโอกาสเผยแพร่ผลงาน
    อนุรักษ์และส่งเสริมให้มีการสืบทอดความรู้ ความสามารถของศิลปิน
    โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็น "วันศิลปินแห่งชาติ" 
    คุณสมบัติของศิลปินแห่งชาติ
    ๑) เป็นผู้มีสัญชาติไทยและยังมีชีวิตอยู่ในวันตัดสิน ๒) เป็นผู้ที่มีความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ และมีผลงานดีเด่น เป็นที่ยอมรับของวงการศิลปินแขนงนั้น ๓) เป็นผู้สร้างสรรค์และพัฒนาศิลปะแขนงนั้นจนถึงปัจจุบัน ๔) เป็นผู้ผดุงและถ่ายทอดศิลปะแขนงนั้น ๕) เป็นผู้ปฏิบัติงานศิลปะแขนงนั้นอยู่ในปัจจุบัน ๖) เป็นผู้มีคุณธรรมและมีความรักในวิชาชีพของตน ๗) เป็นผู้มีผลงานที่ยังประโยชน์ต่อสังคมและมนุษยชาติ 
  • 6. ศิลปินแห่งชาติ กับมหาวิทยาลัยศิลปากร
    สาขาทัศนศิลป์
  • 7. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย เฟื้อ หริพิทักษ์
    ชื่อศิลปิน: นาย เฟื้อ หริพิทักษ์สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: จิตรกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๒๘
    ประวัติด้านการศึกษา
  • 8. ประวัติด้านการทำงาน
    รางวัล & เกียรติคุณ
  • 9. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: ประติมากรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๒๙
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ เกิดเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๔๖๕ เป็นศิลปินอาวุโสคนสำคัญในด้านประติมกรรม ที่มีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับในวงการศิลปะและทั่วไป ได้สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมทั้งที่เป็นงานศิลปะแบบปัจจุบันและประเพณีไว้มากมาย ได้ส่งผลงานเข้าร่วมแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ได้รับรางวัลเกียรตินิยมเหรียญทองหลายครั้งและได้เป็นศิลปินชั้นเยี่ยม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้าปฏิบัติราชการสนองพระมหากรุณาธิคุณ ในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๘ ได้รับราชการสนองพระมหากรุณาธิคุณจนเกษียณอายุราชการ ผลงานประติมากรรมมีแสดงถาวรอยู่ในพิพิธภัณฑสถานทั้งในประเทศและต่างประเทศผลงานประติมากรรมแบบปัจจุบันเป็นผลงานบุกเบิกในแนวทางสัจจะนิยมของประเทศไทยและผลงานประเพณีเป็นการอนุรักษ์และสืบต่อศิลปะแบบประเพณีของชาติ ในด้านวิชาการนั้นได้เป็นอาจารย์สอนวิชาประติมากรรมในยุคบุกเบิกและก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากรตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๘๖ และยังทำหน้าที่นี้อยู่ในฐานะอาจารย์พิเศษ ด้วยบทบาทที่สำคัญในด้านวิชาการนี้ จึงได้รับปริญญาศิลปะดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากรด้วยความสามารถดีเด่น จึงได้รับเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๒๙
  • 10. ประวัติด้านการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 11. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 12. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย ประสงค์ ปัทมานุช
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: จิตรกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๒๙
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายประสงค์ ปัทมานุช ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ เกิดวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๔๖๑เป็นศิลปินอาวุโสคนสำคัญในด้านจิตรกรรมที่มีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับในวงการศิลปะและทั่วไป ได้สร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมที่เป็นงานศิลปะแบบปัจจุบันและแบบประเพณีไว้มากมายหลายแห่ง ได้ส่งผลงานเข้าร่วมการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติตั้งแต่ครั้งที่ ๑ เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๒ ได้รับรางวัลเกียรตินิยมเหรียญทองหลายครั้ง และได้เป็นศิลปินชั้นเยี่ยมผลงานที่สำคัญได้รับการติดตั้งแสดงถาวรในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นอกจากนี้ยังเป็นผู้บุกเบิกในทางจิตรกรรมสัญลักษณ์นิยมอีกด้วย ในด้านวิชาการนั้นเป็นอาจารย์รุ่นแรกของมหาวิทยาลัยศิลปากร สมัยบุกเบิก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๖ เป็นผู้ที่มีความสามารถในการเขียนภาพทั้งแบบใหม่และแบบเก่า มีบทบาทในการอนุรักษ์สืบต่อศิลปะแบบไทยประเพณีนิยมกรมศิลปากรได้จัดนิทรรศการเชิดชูเกียรติ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป์ เมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๙ ท่านได้อุทิศเวลาอันยาวนานทำงานศิลปะ ด้วยความสามารถพิเศษในทางจิตรกรรม จึงได้รับเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๒๙
  • 13. ประวัติด้านการศึกษา
    ประวัตด้านการทำงาน
    รางวัล & เกียรติคุณ
    ลูกศิษย์
  • 14. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย พูน เกษจำรัส
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: ศิลปะภาพถ่ายปีที่ได้รับ: ๒๕๓๑
    นายพูน เกษจำรัส เกิดวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๖๔ ที่จังหวัดเพชรบุรี เป็นศิลปินอาวุโสคนสำคัญด้านศิลปะถ่ายภาพซึ่งเป็นที่ยอมรับนับถือในวงการศิลปะภาพถ่ายโดยทั่วไป มีผลงานดีเด่นและแพร่หลายเป็นเวลายาวนานเกือบ ๔๐ ปี จากผลงานภาพถ่ายศิลปะเหล่านี้ทำให้นายพูน เกษจำรัส ได้รับเกียรตินิยมจากสมาคมภาพถ่ายแห่งประเทศไทย สมาคมสโมสรสยามคัลเลอร์สไลด์ และสหพันธ์ศิลปะการถ่ายภาพนานาชาติประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นนายกสมาคมและที่ปรึกษาสมาคมภาพถ่ายแห่งประเทศไทยได้รับเชิญแสดงผลงานในการแสดงภาพถ่ายของสมาคมถ่ายภาพ และการแสดงภาพเขียนและภาพถ่ายของอาเซียน ในด้านการถ่ายทอดวิชาความรู้ทางศิลปะภาพถ่ายนั้น นายพูน เกษจำรัส ได้เป็นอาจารย์สอนภาพถ่ายที่วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ เป็นเวลาเกือบ ๔๐ ปี มีศิษย์เป็นจำนวนมากทั่ว
  • 15. ประเทศได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะวิชาช่างภาพและช่างพิมพ์จนเกษียณอายุราชการ ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษของวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพ หรือสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลในปัจจุบัน นายพูน
    เกษจำรัส เป็นศิลปินที่มีบทบาทและให้บริการแก่สังคมอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ยังได้เผยแพร่ศิลปะและวิทยาการภาพถ่ายทางสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า ๒๐ ปี นายพูน เกษจำรัส ดำรงชีวิตและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และเข้าร่วมกิจกรรมศิลปะและสังคมอย่างดีงาม เป็นตัวอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลัง  นายพูน เกษจำรัส สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะภาพถ่าย) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๑
    ประวัติด้านการศึกษา
  • 16. ประวัติด้านการทำงาน
    รางวัล & เกียรติคุณ
  • 17. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย พิมาน มูลประมุข
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: ประติมากรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๓๑
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายพิมาน มูลประมุข เกิดวันที่ ๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๕๕ ที่กรุงเทพหมานคร เป็นศิลปินอาวุโสที่มีเกียรติประวัติและผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับนับถือของวงการศิลปะและศิลปศึกษาโดยทั่วไป มีความเป็นเลิศด้านประติมากรรมการปั้นหล่อผลงานศิลปะทั้งแบบสมัยใหม่และแบบประเพณี ได้สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมไว้เป็นจำนวนมากด้วยระยะเวลาที่ยาวนานติดต่อกันมากกว่า ๕๐ ปี มีผลงานปรากฏอยู่ในสาธารณะ วัด พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลป์ นิทรรศการผลงานศิลปะไทยทั้งในและต่างประเทศ ได้รับเกียรตินิยมจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ได้รับการประกาศเกียรติคุณจากหอศิลป์ พีระศรี เป็นศิลปินเกียรติคุณอาวุโส ในด้านการถ่ายทอดวิชาความรู้ทางศิลปะ เป็นอาจารย์สอน
  • 18. ศิลปะยุคบุกเบิกของมหาวิทยาลัยศิลปากร มีศิษย์เป็นจำนวนมาก เคยเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรและหัวหน้าแผนกงานปั้นหล่อของกรมศิลปากร รับผิดชอบงานสำคัญของชาติตลอดเวลาที่รับราชการ ได้ให้บริการแก่สังคมอย่างกว้างขวาง ด้วยผลงานศิลปะและวิชาการ ดำรงชีวิตสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพื่อส่วนรวมด้วยความดีงามเป็นตัวอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลังจะดำเนินรอยตามสืบไป 
    นายพิมาน มูลประมุข สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๑
    การประวัติด้านการศึกษา
  • 19. ประวัติการทำงาน
    รางวัล & เกียรติคุณ
  • 20. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย สนิท ดิษฐพันธุ์
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: จิตรกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๓๒
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายสนิท ดิษฐพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๕ ที่กรุงเทพมหานคร เป็นศิลปินอาวุโสคนสำคัญด้านจิตรกรรมผู้บุกเบิกศิลปะสมัยใหม่ ของประเทศไทย และมีผลงานจิตรกรรมดีเด่นเป็นที่ยอมรับในวงการศิลปะและศิลปศึกษาเป็นศิลปินที่อุทิศตนให้กับการสร้างสรรค์ศิลปะเป็นเวลายาวนานกว่า ๕๐ ปี ผลงานบุกเบิกที่สำคัญคือผลงานจิตรกรรมแบบสมัยใหม่ ที่นำเอารูปแบบและเรื่องราวประเพณีไทยโบราณมาผสมผสานกับรูปแบบและวิธีการใหม่ และผลงานจิตรกรรมภาพเหมือนคนสีน้ำมันในแบบสากล นอกจากงานสร้างสรรค์ ยังมีบทบาทในการอนุรักษ์ศิลปะและให้บริการสังคมด้วยศิลปะและวิชาการอย่างกว้างขวาง ได้แสดงผลงานต่อสาธารณะในนิทรรศการศิลปะทั้งในและต่างประเทศ
  • 21. จนได้รับรางวัลและเกียรติคุณมากมาย ในด้านการถ่ายทอดประสบการณ์และวิชาการเป็นอาจารย์สอนวิชาจิตรกรรมที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ในยุคก่อตั้งและรับราชการในกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๓ ได้ลาออกจากราชการเมื่ออายุครบ ๕๕ ปี เพื่อสร้างสรรค์ศิลปะอย่างอิสระ ได้อุทิศตนเองให้แก่งานราชการอย่างเต็มที่ ในปัจจุบันยังคงสร้างสรรค์งานศิลปะและใช้ชีวิตอย่างสงบเรียบง่าย เป็นศิลปินผู้มีคุณสมบัติเพียบพร้อมทุกประการ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลังได้เป็นอย่างดี  นายสนิท ดิษฐพันธุ์ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๒
    ประวัติด้านการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 22. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 23. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย ทวี นันทขว้าง
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: จิตรกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๓๓
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายทวี นันทขว้าง เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๘ ที่จังหวัดลำพูน เป็นศิลปินอาวุโสคนสำคัญด้านจิตกรรม ซึ่งเป็นที่ยอมรับนับถือในวงการศิลปะและศิลปศึกษาโดยทั่วไปได้สร้างสรรค์ผลงานจิตกรรมไว้เป็นจำนวนมาก ได้รับรางวัลเกียรตินิยมเหรียญทองหลายครั้งและได้เป็นศิลปินชั้นเยี่ยมจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ เป็นผู้หนึ่งที่บุกเบิกงานด้านจิตกรรมที่มีอิทธิพลแก่ยุวศิลปินอีกหลายคน ในด้านวิชาการนั้นเป็นอาจารย์ของมหาวิทยาลัยศิลปากรจนเกษียณอายุราชการ เป็นศิลปินที่ไม่ยอมหยุดนิ่ง ได้พัฒนาและคลี่คลายผลงานอยู่ตลอดเวลา มีผลงานการสร้างสรรค์ที่ผสมผสานระหว่างแบบเหมือนจริงกับแบบเหนือจริงตามแบบของตนเองอันเป็นคุณลักษณะพิเศษในเรื่องความงามและความรู้สึกซึ่งรังสรรค์
  • 24. ขึ้นมาจาก จินตนาการที่สร้างสรรค์อย่างอิสระ ผลงานในช่วงหลังจนถึงปัจจุบันไม่ผาดโผนเป็นไปอย่างเรียบ ๆ แต่มีความประณีต ลึกซึ้ง มีสมาธิ วุฒิภาวะและมีความมั่นใจ ถึงแม้จะไม่ไปข้างหน้าแต่ก็ไปทางลึกและทางสงบ ได้ใช้ผลงานศิลปะและวิชาการบริการสังคมมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน และยังคงสร้างสรรค์ผลงานอยู่ตลอดเวลา นับว่าเป็นศิลปินผู้มีคุณสมบัติเพียบพร้อมทุกประการ เป็นแบบอย่างที่ดียิ่งแก่อนุชนรุ่นหลัง 
    นายทวี นันทขว้าง จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๓ 
    ประวัติด้านการศึกษา
  • 25. ประวัติด้านการทำงาน
  • 26. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 27. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย สวัสดิ์ ตันติสุข
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: จิตรกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๓๔
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายสวัสดิ์ ตันติสุข เกิดเมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๖๘ ที่กรุงเทพมหานคร เป็นศิลปินอาวุโสคนสำคัญผู้บุกเบิกศิลปะสมัยใหม่ของประเทศ มีผลงานจิตกรรมดีเด่นเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะทั้งในอดีตและปัจจุบันได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานกว่า ๕๐ ปี การบุกเบิกงานจิตกรรมที่สำคัญคือได้สร้างสรรค์ผลงานจากแบบที่เป็นรูปธรรมเข้าสู่แบบนามธรรมซึ่งมีผลต่อพัฒนาการด้านจิตกรรมของศิลปินรุ่นหลังเป็นอย่างมาก ทำให้ศิลปินไทยประสบความสำเร็จในวงการศิลปะนานาชาติ และยังได้อุทิศตน ให้กับการสอนและการเผยแพร่ศิลปะ
  • 28. โบราณและสมัยใหม่ให้แก่นักศึกษาในสถาบันการศึกษาและประชาชนทั่วไป ได้ร่วมแสดงผลงานในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ศิลปะนานาชาติ และการแสดงศิลปะอื่นๆ มากมายจนถึงปัจจุบัน ผลงานศิลปะและวิชาการทางศิลปะเป็นประโยชน์ต่อสังคมในทางสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก ได้รับรางวัลและเกียรติคุณจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติและนานาชาติ เป็นศิลปินชั้นเยี่ยมของการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ดำรงชีวิต สร้างสรรค์ศิลปะ และประกอบกิจการงานด้วยคุณธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลัง  นายสวัสดิ์ ตันติสุข จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๔
    ประวัติด้านการศึกษา
  • 29. ประวัติด้านการทำงาน
    รางวัล & เกียรติคุณ
  • 30. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 31. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย ประยูร อุลุชาฎะ
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: จิตรกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๓๕
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายประยูร อุลุชาฎะ เกิดเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๗๑ ที่จังหวัดสมุทรปราการ เป็นศิลปินที่มีความสามารถเป็นพิเศษในด้านจิตกรรมแบบเก่าและแบบใหม่เป็นผู้บุกเบิกจิตรกรรมแบบใหม่และอนุรักษ์จิตรกรรมแบบเก่า เป็นทั้งศิลปินและนักวิชาการได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะต่อเนื่องตลอดมาเป็นเวลามากกว่า ๕๐ ปี ผลงานเป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะและสถาบันศิลปะ มีผลงานในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ การแสดงศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยของไทยในต่างประเทศ และติดตั้งถาวรในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ ๑ เหรียญทอง จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ และได้รับปริญญาศิลปดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยศิลปากร
  • 32. จากการอุทิศตนให้กับการสร้างสรรค์และอนุรักษ์ศิลปะเป็นเวลาอันยาวนาน คุณค่าของผลงานศิลปะและวิชาการของนายประยูร อุลุชาฎะ แสดงถึงความมีคุณธรรมและจริยธรรม จึงได้รับการยอมรับนับถือเป็นปูชนียบุคคลในวงการศิลปะและวิชาการ และในฐานะศิลปินคนสำคัญที่ยังสร้างสรรค์ และอุทิศตนให้กับสังคมในปัจจุบัน เป็นตัวอย่างที่ดีงามแก่อนุชนรุ่นหลัง 
    นายประยูร อุลุชาฎะ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๕
    ประวัติด้านการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 33. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 34. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย พินิจ สุวรรณะบุญย์
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: การออกแบบประยุกต์ศิลป์ปีที่ได้รับ: ๒๕๓๖
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายพินิจ สุวรรณะบุณย์ เกิดเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๔๖๙ ที่จังหวัดสมุทรสาคร เป็นนักออกแบบประยุกต์ศิลป์อาวุโสคนสำคัญ ที่มีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับในวงการศิลปะและการออกแบบ ได้อุทิศตนให้กับงานศิลปะการออกแบบเพื่อส่วนรวมมาเป็นเวลามากกว่า ๔๕ ปี เป็นนักออกแบบที่ได้นำเอาศิลปะแบบประเพณีของไทยมาใช้ในการออกแบบอย่างได้ผลดี นอกจากมีความสามารถในการสร้างสรรค์แล้วยังทำหน้าที่ในการอนุรักษ์และสืบต่อศิลปะแบบประเพณีอย่างต่อเนื่อง ออกแบบเหรียญตรา เครื่องหมาย ซึ่งใช้ในพระราชพิธีและในงานของราชการที่สำคัญเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเขียนภาพและคัดลอกจิตกรรมไทยแบบประเพณีเพื่อการตกแต่งและงานอนุรักษ์  
  • 35. ได้ให้การบริการและเผยแพร่ผลงานศิลปะและการออกแบบมาเป็นเวลาอันยาวนาน ในด้านวิทยาทานนั้นเคยเป็นอาจารย์ในแผนกช่างสิบหมู่ โรงเรียนศิลปศึกษา ในคณะสถาปัตยกรรมไทยและคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้ที่ให้วิทยาทานและให้ความร่วมมือแก่ชุมชนเป็นอย่างดี ได้รับราชการในกองหัตถศิลป กรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๗ อุทิสตนให้กับงานราชการเพื่อส่วนรวมเป็นเวลา ๔๒ ปี ได้รับการยกย่องเป็นข้าราชการตัวอย่าง ในด้านศิลปะนั้นได้รับรางวัลเกียรตินิยมในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ และปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิจิตรศิลป์ จากมหาวิทยาลัยเคลตันมลรัฐแคลิเฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันนี้ยังคงสร้างผลงานการออกแบบและให้บริการทางวิชาการ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย และอย่างมีคุณธรรม ยังประโยชน์แก่สังคม เป็นศิลปินที่อยู่ในคุณงามความดี เป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลัง ได้ดำเนินรอยตามสืบไป  นายพินิจ สุวรรณะบุณย์ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบประยุกต์ศิลป์) ประจำพุทธศักราช ๒๕๓๖
    ประวัติด้านการศึกษา
  • 36. ประวัติด้านการทำงาน
  • 37. ประวัติด้านการทำงาน
    รางวัล & เกียรติคุณ
  • 38. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 39. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย ชำเรือง วิเชียรเขตต์
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: ประติมากรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๓๙
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายชำเรือง วิเชียรเขตต์ เกิดเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๗๔ ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นศิลปินอาวุโสคนสำคัญด้านประติมากรรม ซึ่งมีผลงานดีเด่นเป็นที่ยอมรับในวงการศิลปะและศิลปศึกษาโดยทั่วไป ได้สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมจำนวนมากและอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน มีผลงานแสดงในนิทรรศการศิลปะและสถาบันศิลปะทั้งในและต่างประเทศ และมีผลงานติดตั้งในสาธารณสถานหลายแห่ง ได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ ๑ เหรียญทอง ประเภทประติมากรรมจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ และได้รับเลือกเป็นผู้แทนไทยในการประชุม
  • 40. ปฏิบัติการประติมากรรมอาเซียน นายชำเรือง วิเชียรเขตต์ เป็นผู้บุกเบิกและยืนหยัดการสร้างสรรค์ประติมากรรมเป็นเวลาสี่สิบกว่าปีหลังจากที่ศึกษาวิชาศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่างและที่มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นเวลา ๗ ปี ได้คลี่คลายผลงานจากประติมากรรมแบบจริงไปสู่แบบนามธรรม เป็นประติมากรนามธรรมคนแรกของไทยผลงานประติมากรรมของนายชำเรือง วิเชียรเขตต์ อยู่ในแนวสร้างสรรค์ศิลปะแล้ว นายชำเรือง วิเชียรเขตต์ ได้ทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ โดยเป็นอาจารย์สอนวิชาศิลปะที่วิทยาลัยช่างศิลป์ และมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นเวลา ๓๔ ปี และหลังจากที่ลาออกจากราชการเพื่ออุทิศตนให้กับการสร้างสรรค์ศิลปะเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ ยังคงเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยศิลปากรและสถาบันอื่นอีกหลายแห่ง ในด้านให้บริการแก่ชุมชนนั้น นายชำเรือง วิเชียรเขตต์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมทางศิลปะเพื่อสังคม และให้บริการทางวิชาการเมื่อได้รับการขอความร่วมมือโดยตลอดมา อาจจะกล่าวได้ว่า นายชำเรือง วิเชียรเขตต์ เป็นหลักสำคัญในด้านประติมากรรมของวงการศิลปะและศิลปศึกษาของไทยเรา นายชำเรือง วิเชียรเขตต์ ดำรงชีวิตและสร้างสรรค์ศิลปะอย่างเรียบง่ายด้วยคุณธรรมและจริยธรรมอุทิศตนให้กับศิลปะและสังคมมาเป็นเวลาอันยาวนาน เป็นตัวอย่างแก่คนรุ่นหลังเป็นอย่างดียิ่ง  นายชำเรือง วิเชียรเขตต์ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๙ 
  • 41. ประวัติการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
    รางวัล & เกียรติคุณ
  • 42. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย ชลูด นิ่มเสมอ
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: ประติมากรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๔๑
    คำประกาศเกียรติคุณ
    ศาสตราจารย์ชะลูด นิ่มเสมอ เกิดเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๔๗๒ ที่จังหวัดธนบุรี ได้รับปริญญาตรีศิลปะบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ ๑ (ด้านประติมากรรม) จากมหาวิทยาลัยศิลปากร รับราชการครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ดีโพลมาจากสถาบันประณีตศิลป์ แห่งกรุงโรม ประเทศอิตาลี ได้รับทุนไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา อิตาลี ประเทศฝรั่งเศส เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถในการสร้างสรรค์งานศิลปะอันมีคุณค่า ทั้งงานจิตรกรรม ประติมากรรม และ ภาพพิมพ์ เป็นอาจารย์สอนวิชาวาดเส้น องค์ประกอบศิลป์ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ทัศนียวิทยา ทฤษฎีสี ฯลฯ เคยดำรงตำแหน่งคณบดีคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์
  • 43. ซึ่งนอกจากงานสอน งานบริหารแล้ว ยังได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์และสื่อผสม ที่มีคุณค่าทางศิลปะไว้เป็นจำนวนมากจนได้รับรางวัลเหรียญทอง เหรียญเงินและเหรียญทองแดงทั้งในและต่างประเทศ จำนวน ๑๓ รางวัล ศาสตราจารย์ชลูด เป็นผู้สร้างสรรค์งานศิลปะช่วงรอยต่อระหว่างยุคเก่ากับยุคใหม่ของวงการศิลปะสมัยใหม่ของไทย ผลงานยุคแรก ๆ เป็นผลงานด้านจิตรกรรมที่นำเรื่องราวของคนชนบทมาเป็นเนื้อหาในการแสดงออกถึงความสัมพันธ์และความเอื้ออาทรต่อกันเป็นการสะท้อนวัฒนธรรมของคนไทยในรูปของงานศิลปะในชุดชาวนาไทย, สงกรานต์, ความบริสุทธิ์แห่งธรรมชาติ ระยะต่อมาศาสตราจารย์ชะลูด ได้สร้างสรรค์ผลงานด้านประติมากรรมที่มีชื่อเสียงจำนวนมากที่พิเศษอันมีชื่อเสียงเป็นที่ประจักษ์คือ งานประติมากรรมที่ติดตั้งภายนอกอาคาร นอกจากจะมีคุณค่าสูงในทางประติมากรรมที่มีความสัมพันธ์กับอาคารสถานที่แล้ว ยังทำให้เกิดบรรยากาศพิเศษที่งดงามรวมไปด้วย ประติมากรรมเหล่านี้ตั้งให้สาธารณชนได้ชื่นชมในที่สาธารณะ เช่น “ เงินพดด้วง ” หน้าอาคารสำนักงานใหญ่ธนาคารกสิกรไทย “ โลกุตระ ” ที่หน้าอาคารศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ “ พระบรมโพธิสมภาร ” ที่หน้าอาคารมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ฯลฯ ซึ่งประติมากรรมดังกล่าวเป็นที่ยกย่องในความคิดและปรัชญาของผู้สร้างสรรค์จนเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย 
  • 44. ในขณะรับราชการศาสตราจารย์ชะลูด ได้สร้างคุณูปการทางศิลปะแก่แผ่นดินไว้เป็นจำนวนมาก เป็นผู้บุกเบิกความรู้ทางวิชาการศิลปะให้แก่ประเทศไทย จนนับได้ว่าเป็นเสาหลักคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยศิลปากร ศาสตราจารย์ชะลูดเป็นคณบดีของคณะจิตรกรรมที่สร้างลูกศิษย์ทางศิลปะที่มีคุณภาพมาเป็นจำนวนมาก ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๙ 
    ศาสตราจารย์ชะลูด นิ่มเสมอ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๑ 
    ประวัติการศึกษา
  • 45. ประวัติด้านการทำงาน
  • 46. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 47. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    ศาสตราจารย์ ประหยัด พงษ์ดำ
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: ภาพพิมพ์ปีที่ได้รับ: ๒๕๔๑
    คำประกาศเกียรติคุณ
    ศาสตราจารย์ ประหยัด พงษ์ดำ เกิดเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ ที่จังหวัดสิงห์บุรี สนใจวาดภาพสัตว์ต่าง ๆ มาตั้งแต่เด็ก หลังจากเข้ารับการศึกษาศิลปะที่โรงเรียนเพาะช่างและมหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับปริญญาตรีศิลปะบัณฑิต (จิตรกรรม) แล้ว ได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลอิตาลีไปศึกษาต่อ ณ สถาบันประณีตศิลป์แห่งกรุงโรมศึกษาจบหลักสูตรได้รับดีโพลมา ในปี พ.ศ. ๒๕๐๔ ศาสตราจารย์ประหยัดได้สร้างชื่อเสียงการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ได้รับรางวัลในการแสดงงานศิลปะ ณ ประเทศอิตาลีหลายรางวัล และเมื่อกลับมาเมืองไทยแล้วได้คิดค้นสร้างสรรค์กรรมวิธีภาพพิมพ์ด้วยเทคนิควิธีแปลกใหม่ ที่มีคุณประโยชน์อย่างมาก แก่วงการศิลปะภาพพิมพ์ เป็นผู้ริเริ่มออกแบบ
  • 48. สร้างสรรค์ดวงตราไปรษณียากรที่มีคุณค่าทางศิลปะอันงดงาม สร้างสรรค์ผลงานภาพพิมพ์ จนได้รับรางวัลทั้งในและต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๐๖ ได้รับเลือกเป็นศิลปินเกียรติยศ สาขาภาพพิมพ์ จากสถาบันศิลปะ กรุงฟลอเรนซ์ อิตาลี โดยรัฐบาลอิตาลี พ.ศ. ๒๕๒๔ ได้รับเกียรติเป็นศิลปินชั้นเยี่ยมในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติในประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๓๙ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม ได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เขียนภาพประกอบในหนังสือพระมหาชนก จำนวน ๔ ภาพ ศาตราจารย์ประหยัด ยังได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน ผลงานมีคุณค่าเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ เป็นผู้มีอาวุโสผู้หนึ่งที่ยังให้การศึกษาแก่ศิษย์ ในคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากรในปัจจุบัน เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาภาพพิมพ์ คณบดีคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งหอศิลปะ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้สร้างคุณประโยชน์อย่างมากไว้แก่วงการศิลปะ และการศึกษาศิลปะของไทย 
    ศาสตราจารย์ประหยัด พงษ์ดำ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๑
  • 49. ประวัติการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 50. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 51. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย มานิตย์ ภู่อารีย์
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: ภาพพิมพ์ปีที่ได้รับ: ๒๕๔๒
    ประกาศเกียรติคุณ
    ผู้ช่วยศาสตราจารย์มานิตย์ ภู่อารีย์ เป็นศิลปินอาวุโสผู้หนึ่งที่ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะต่อเนื่องมาในระยะเวลายาวนาน ปัจจุบัน ๖๔ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๗๘ ที่กรุงเทพฯ จบการศึกษาศิลปะจากแผนกจิตรกรรม โรงเรียนเพาะช่างศิลปะบัณฑิตจิตรกรรม (เกียรตินิยม) คณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรดีโพลม่าจิตรกรรม สถาบันวิจิตรศิลป์ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ได้สร้างสรรค์งานศิลปะอันมีคุณค่าทั้งงานภาพพิมพ์ จิตรกรรม และเครื่องเคลือบดินเผา แสดงในนิทรรศการศิลปะสำคัญต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศเป็นที่ประจักษ์ ได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ ๑ (เหรียญทอง ๓ ครั้ง) ในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ จนได้รับเกียรติเป็นศิลปินชั้น
  • 52. เยี่ยม ประเภทภาพพิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้ศึกษาดูงานศิลปะและแสดงผลงานทางศิลปะในต่างประเทศ เช่น อิตาลี อังกฤษ เยอรมัน สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน  ผู้ช่วยศาสตราจารย์มานิตย์ ภู่อารีย์ รับราชการให้การศึกษาอบรมแก่ศิษย์และเกษียณอายุในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาประยุกต์ศิลป์ศึกษา คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาศิลปากร จากผลงานศิลปะและประสบการณ์ จึงได้รับเกียรติเป็นกรรมการตัดสินงานศิลปะทั้งทางราชการและเอกชน เช่นการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ การแสดงงานศิลปะของบริษัทโตชิบา ประเทศไทย จำกัด การแสดงงานศิลปะของ ป.ต.ท. เป็นต้น นับได้ว่าเป็นผู้หนึ่งที่สร้างคุณประโยชน์ต่อการศึกษาศิลปะและสังคม 
    ผู้ช่วยศาสตราจารย์มานิตย์ ภู่อารีย์ สร้างงานศิลปะต่อเนื่องมาโดยตลอด เป็นตัวอย่างอันดีและมีอิทธิพลต่อศิลปินรุ่นหลัง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานภาพพิมพ์ที่ได้บุกเบิกสร้างสรรค์มา ปัจจุบันมีผลงานอันทรงคุณค่าทางจิตรกรรมเป็นที่ยอมรับในวงการศิลปะและสังคม  ผู้ช่วยศาสตราจารย์มานิตย์ ภู่อารีย์ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๒ 
  • 53. ประวัติการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 54. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 55. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย ดำรง วงศ์อุปราช
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: จิตรกรรม
    ปีที่ได้รับ: ๒๕๔๒
    คำประกาศเกียรติคุณ
    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดำรง วงศ์อุปราช เกิดเมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๙ ที่จังหวัดเชียงราย จบการศึกษาศิลปบัณฑิต (จิตรกรรม) มหาวิทยาลัยศิลปากร สเล็ต สกูล ออฟ ไฟน์อาร์ต ยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ ลอนดอน ปริญญาโทวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเพนน์ซิลวาเนีย ประวัติศาสตร์ศิลปะ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา ศึกษาดูงานศิลปะประเทศฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินเดีย ได้สร้างสรรค์งานศิลปะอันมีคุณค่าในงานจิตรกรรม และภาพพิมพ์ ได้รับรางวัลในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติหลายครั้ง (รางวัลเกียรตินิยมอันดับ ๑ เหรียญทอง รางวัลเกียรตินิยมอันดับ ๒ เหรียญเงิน ประเภทจิตรกรรม รางวัลเกียรตินิยมอันดับ ๓ เหรียญทองแดง ประเภทเอกรงค์) รางวัล
  • 56. เกียรตินิยมอันดับ ๒ เหรียญเงิน การแสดงศิลปะของจิตรกรและประติมากรสมาคม รางวัลที่ ๑ การแสดงศิลปะที่วังสวนผักกาด และอื่น ๆ ผลงานจิตรกรรมที่ได้สร้างสรรค์นั้นมีเอกลักษณ์ของตนเอง แสดงออกอย่างเรียบง่าย สงบและงดงาม และได้พัฒนาในคุณค่าตลอดมาจนถึงปัจจุบัน เป็นที่ประจักษ์ในวงการศิลปะทั้งในและต่างประเทศ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดำรง วงศ์อุปราช รับราชการและเกษียณอายุในตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร สร้างศิษย์ให้มีความรู้ความสามารถออกมารับใช้สังคม เป็นอาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัยธรรมศาสาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล ได้สร้างคุณูปการต่อวงการศิลปะในการสนับสนุนเผยแพร่ทั้งในและต่างประเทศ เป็นผู้แทนไทยไปร่วมประชุมศิลปะในระดับอาเซียน และการประชุมระดับนานาชาติของยูเนสโก เป็นประธานกรรมการตัดสินงานศิลปะการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ได้สร้างและจัดบ้านเป็นศูนย์ศิลปะ แสดงงานศิลปะของตนเองและศิลปินอื่น ๆ เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการศึกษาศิลปะ 
    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดำรง วงศ์อุปราช จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๒ 
  • 57. ประวัติการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 58. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 59. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย อินสนธิ์ วงศ์สาม
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: ประติมากรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๔๒
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายอินสนธิ์ วงศ์สาม เกิดเมื่อวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๗ ที่จังหวัดลำพูน จบการศึกษาศิลปะจากโรงเรียนศิลปศึกษา (เตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร) ปริญญาศิลปะบัณฑิต (ประติมากรรม) มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นศิลปินอิสระที่มีประสบการณ์สูงมาก ได้สร้างสรรค์งานศิลปะทั้งประติมากรรม และภาพพิมพ์ ได้รับรางวัลในการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติหลายครั้ง (เกียรตินิยมอันดับ ๒ เหรียญเงิน ประเภทภาพพิมพ์ เกียรตินิยมอันดับ ๓ เหรียญทองแดง ประเภทประติมากรรมของจิตรกรและประติมากรสมาคม ก่อนที่จะเดินทางด้วยรถสกูตเตอร์หาความรู้เพิ่มเติม ทั้งการสร้างสรรค์งาน
  • 60. ศิลปะและประสบการณ์หลายประเทศในยุโรป เช่น อิตาลี ฝรั่งเศส (ได้ศึกษาเพิ่มเติม ณ L’EcoleNationaleSuperieure Des Arts De coratifsกรุงปารีส ประเทสฝรั่งเศส) เป็นเวลา ๔ ปี จากฝรั่งเศสแล้วเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาอีกร่วม ๘ ปี สู้ชีวิตเป็นศิลปินอิสระในฐานะประติมากรไทย นายอินสนธิ์ วงศ์สาม สร้างผลงานประติมากรรม ทั้งโลหะและไม้ มีขนาดต่าง ๆ กัน ติดตั้งได้ทั้งภายในอาคารและนอกอาคารตามความคิดและความเหมาะสม ประติมากรรมโลหะแสดงออกซึ่งชีวิต และความงาม ส่วนใหญ่ประกอบขึ้นจากรูปทรงเรขาคณิต ดูเรียบง่ายสะท้อนถึงความห่วงใยของมนุษย์ที่มีต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม ประติมากรรมไม้ให้พลังที่แปลกใหม่ ใช้ความงามของเนื้อไม้สักและรูปทรง สื่อความงาม แสดงออกซึ่งความรักความผูกพันในถิ่นกำเนิดล้านนา ให้สุนทรียภาพที่นุ่มนวลงดงามเป็นอย่างดี ซึ่งนายอินสนธิ์ วงศ์สาม ได้สร้างสถานที่ทำงานขึ้นและจัดแสดงงานประติมากรรมที่ติดตั้งไว้ภายในห้องแสดงและนอกห้องแสดง เป็นเสมือนสวนประติมากรรมกลางแจ้ง เปิดให้ประชาชนได้เข้าชม ณ จังหวัดลำพูนบ้านเกิด 
    นายอินสนธิ์ วงศ์สาม เป็นศิลปินอาวุโส ทำงานอย่างมีอิสระ สร้างสรรค์งานประติมากรรมอันมีคุณค่าเป็นที่ยอมรับกันในวงการศิลปะทั้งในและต่างประเทศ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ของสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ และก็ยังพัฒนาสร้างสรรค์งานประติมากรรมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน 
    นายอินสนธิ์ วงศ์สาม จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๒
  • 61. ประวัติการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
    รางวัล & เกียรติคุณ
  • 62. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย จักรพันธุ์ โปษยกฤต
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: จิตรกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๔๓
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายจักรพันธุ์ โปษยกฤต เกิดเมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๖ ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาปริญญาศิลปะบัณฑิต (จิตรกรรม) มหาวิทยาลัยศิลปากร ปริญญาศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานฤมิตศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาศิลปะดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาประยุกต์ศิลปศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร และได้รับการยกย่องเป็น ๑ ใน ๕๒ นายช่างเอกในรอบ ๒๐๐ ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นายจักรพันธุ์ โปษยกฤต เป็นจิตรกรอิสระที่มีความเชี่ยวชาญด้านจิตรกรรมทั้งแบบไทยประเพณีและศิลปะร่วมสมัย มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง โดยเฉพาะผลงานที่วิจิตร
  • 63. งดงามบ่งบอกถึงพื้นฐานความรู้ที่แตกฉานด้านวรรณกรรม พุทธศาสนาประวัติศาสตร์ศิลปะไทยและสากลเทคนิคการเขียนภาพและความรู้รอบตัว ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ พระสาทิสลักษณ์ ภาพเหมือน ภาพจิตรกรรมไทยจำนวนมาก ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในระดับชาติใช้ประดับตกแต่งสถานที่สำคัญทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นสมบัติของชาติจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศ  นายจักรพันธุ์ โปษยกฤต เป็นศิลปินที่มีความเป็นนักวิชาการและมีความรับผิดชอบสูงผลงานของท่านแต่ละชิ้น ก่อนเผยแพร่สู่สาธารณชน จะต้องได้รับการศึกษาในเรื่องของเนื้อหา ความถูกต้อง และเลือกสรรวัสดุที่มีคุณภาพเป็นอย่างดีที่สุด จะเห็นได้จากงานเขียนจิตรกรรมฝาผนังวัดตรีทศเทพฯ ส่วนงานการกุศล ดำเนินการซ่อมหุ่นหลวง หุ่นกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ที่เก็บรักษาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ไห้คืนสู่สภาพที่สมบูรณ์สวยงามก่อนนำออกตั้งแสดง งานวิจัยหุ่นไทยที่ท่านศึกษาค้นคว้า ได้รับการพิมพ์เผยแพร่เพื่อเป็นต้นแบบแก่ผู้ที่สนใจให้สามารถนำไปศึกษาและปฏิบัติงานด้านประณีตศิลป์อันวิจิตร เช่น งานปักสะดึงกรึงไหม ที่ปรากฏอยู่บนย่ามและตาลปัตร ในงานพระราชกุศลฉลองวันคล้ายวันประสูติครบ ๖๐ ปี ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส ราชนครินทร์ รวมทั้งที่ปรากฏอยู่บนเครื่องแต่งกายละคร หุ่นหลวง หุ่นหน้าวัง หุ่นกระบอก ที่ท่านซ่อมไว้และสร้างขึ้นได้รับการถ่ายทอดให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาบุคคลทั่วไปมาโดยตลอด 
    พุทธศักราช ๒๕๔๓
  • 64. นายจักรพันธุ์ โปษยกฤต เป็นศิลปินที่มีคุณสมบัติน่ายกย่อง มีผลงานด้านทัศนศิลป์ที่มีคุณภาพสูงเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง มีปริมาณงานหลากหลายมากเป็นประโยชน์แก่สาธารณชนทุกระดับ ผลงานของท่านแสดงถึงการสร้างสรรค์ การสืบสาน การพัฒนา การอนุรักษ์ และการเผยแพร่อย่างครบถ้วน จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี
    ประวัติการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 65. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 66. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย ถวัลย์ ดัชนี
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: จิตรกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๔๔
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายถวัลย์ ดัชนี เกิดเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๘๒ ที่จังหวัดเชียงราย สำเร็จปริญญาตรีศิลปะบัณฑิต (เกียรตินิยม) จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ภายใต้การสอนของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ปริญญาโททางด้านจิตรกรรมฝาผนังอนุสาวรีย์และผังเมือง ปริญญาเอกทางด้านอภิปรัชญาและสุนทรียศาสตร์ ราชวิทยาลัยศิลปะแห่งชาติ อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ เป็นศิลปินคนสำคัญในด้านจิตรกรรมของไทยที่โดดเด่นในวงการศิลปะสากลด้วยความมุ่งมั่นและมั่นคงในการสร้างสรรค์ศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า
  • 67. ๔๐ ปี จนเป็นที่ยอมรับและยกย่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผลงานของ ถวัลย์ ดัชนี “ ช่างวาดรูป ” ผู้มีพุทธิปัญญาสามารถนำแนวปรัชญาพุทธศิลป์มาสร้างงานศิลปะไทยร่วมสมัยที่ทรงพลังลุ่มลึกและแกร่งกร้าว มีเนื้อหาสาระและท่วงทีที่มีชีวิตวิญญาณของความเป็นไทยผสมผสานระหว่างแนวปรัชญาตะวันออกและตะวันตก เป็นผู้มีบทบาทยิ่งในการเผยแพร่ผลงานศิลปะไทยโดยมีผลงานแสดงเดี่ยวและกลุ่มมากมายหลายครั้งทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งได้รับเชิญเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการประชุมสัมมนาทางศิลปะนานาชาติอยู่เสมอผลงานบางส่วนติดตั้งแสดงถาวรเป็นสมบัติของชาติ ในพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่และสถานที่สำคัญ ๆ ทั้งของรัฐและเอกชนหลายแห่งในประเทศและต่างประเทศแถบเอเชีย ยุโรป และอเมริกา จนสื่อมวลชนต่างประเทศสนใจชีวิตและงานของถวัลย์ ดัชนี จัดทำเป็นเอกสารสิ่งพิมพ์ สื่อภาพยนตร์ และรายการโทรทัศน์เผยแพร่ไปทั่วโลกมากมายและได้รับรางวัล Art and Culture Prize ประจำปี พุทธศักราช ๒๕๔๔ จาก FUKUOKA ASIAN CULTURE PRIZE COMMITTEE นอกจากนี้ ยังได้สร้างคุณูปการต่อวงการศิลปะด้วยการตั้งมูลนิธิถวัลย์ ดัชนี สนับสนุนการศึกษาโดยเฉพาะด้านทัศนศิลป์ รวมทั้ง ได้ใช้เวลานานกว่า ๒๕ ปี สร้างพิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านในเนื้อที่กว่า ๑๐๐ ไร่ ที่บ้านดำ นางแล จังหวัดเชียงราย บ้านเกิดสำหรับจัดแสดงศิลปะพื้นบ้านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นับเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการศึกษาศิลปะและวัฒนธรรมของอนุชนรุ่นหลังสืบไป นายถวัลย์ ดัชนี จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๔
  • 68. ประวัติการศึกษา
    รางวัล & เกียรติคุณ
  • 69. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย พิชัย นิรันต์
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: จิตรกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๔๖
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายพิชัย นิรันต์ เกิดเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๗๙ ที่ กรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาอนุปริญญาศิลปบัณฑิตจากคณะจิตรกรรมและประติมากรรมมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นศิลปินคนสำคัญด้านจิตรกรรมร่วมสมัยของวงการศิลปกรรมไทย มีความมุ่งมั่นและมั่นคงในการสร้างสรรค์งานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาอันยาวนานกว่า ๔๐ ปี ได้จัดแสดงผลงานศิลปกรรมทั้งในและต่างประเทศจนเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปในช่วงที่จัดกิจกรรม
  • 70. ด้านศิลปะนั้น ได้เผยแพร่ความรู้ทางด้านศิลปะในสื่อต่างๆ ทั้งสิ่งพิมพ์ นิตยสาร วิทยุและโทรทัศน์แก่สาธารณชนอันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อวงการศิลปะร่วมสมัยของไทย  นายพิชัย นิรันต์ เป็นศิลปินที่พัฒนางานศิลปะของตนเองมาโดยตลอด ด้วยปณิธานที่แน่วแน่และศรัธาในการสร้างสรรค์ผลงาน ส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจจากการศึกษาธรรมชาติ เพื่อค้นหาความงามและความสัมพันธ์ แล้วเสนอสาระของความจริง ที่ตนเองรู้สึก จากนั้น ได้พัฒนาคลี่คลายไปสู่แนวความคิดที่เป็นจินตนาการส่วนตัวมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับพุทธปรัชญาคำสอนของพระพุทธองค์สร้างผลงานด้วยความรักและศรัทธาในพระพุทธศาสนา ใช้เทคนิควิธีการจินตนาการที่มีทักษะฝีมือ มีคุณภาพในการสร้างสรรค์ที่ประณีตงดงาม แสดงให้เห็นพุทธิปัญญาที่มีอยู่ในตัวเองอย่างชัดเจน ผลงานเคยได้รับรางวัลเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง จากการแสดงงานศิลปกรรมแห่งชาติหลายครั้ง และเป็นศิลปินที่ได้รับเกียรติให้เขียนภาพประกอบหนังสือพระมหาชนก พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  นอกจากนี้ นายพิชัย นิรันต์ ได้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติมาตั้งแต่สมัยที่รับราชการที่กรมศิลปากร เป็นอาจารย์สอนศิลปะโดยสั่งสอนลูกศิษย์ และค้นคว้าสร้างสรรค์ผลงานเพื่อพัฒนาความคิดของตัวเอง และสร้างผลงานให้กับหน่วยราชการหลายแห่ง เป็นกรรมการพิจารณาตัดสินผลงานศิลปกรรมในระดับชาติหลายครั้ง รวมทั้งเป็นวิทยากรและที่ปรึกษาในด้านศิลปะมาโดยตลอดนอกจากนั้น ยังได้จัดทำบ้านพักและห้องปฎิบัติงานส่วนตัวให้เป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้แก่สาธารณชนที่สนใจโดยทั่วไปเข้าชมแลกเปลี่ยนความรู้อีกด้วย นับเป็นผู้สร้างสรรค์งานศิลปะและทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและสังคมตั้งแต่อดีตอย่างต่อเนื่องตลอดมาจนถึงปัจจุบัน นายพิชัย นิรันต์ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๖
  • 71. ประวัติการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 72. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 73. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย สันต์ สารากรบริรักษ์
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: จิตรกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๔๗
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายสันต์ สารากรบริรักษ์เกิดเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ ที่กรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีศิลปบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นศิลปินคนสำคัญที่มีความรู้ความสามารถทางด้านจิตรกรรมและศิลปะสาขาอื่น อาทิ ศิลปะ ภาพพิมพ์ งานวาดเส้น และงานประติมากรรม มีความมุ่งมั่นและมั่นคงในการสร้างสรรค์งานศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาอันยาวนานกว่า ๔๐ ปี ได้รับการแสดงผลงานเดี่ยวและร่วมการแสดงด้าน
  • 74. ศิลปกรรมที่ทรงคุณค่า มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๑ จนถึงปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ 
    นายสันต์ สารากรบริรักษ์ เป็นอาจารย์สอนวิชาศิลปะที่คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ๒๘ ปี จากนั้นจึงได้ลาออกจากราชการเพื่อดำเนินชีวิตเป็นศิลปินอิสระ สร้างสรรค์ผลงานอย่างจริงจัง โดยพัฒนางานศิลปะด้วยตนเองตามลักษณะเฉพาะตัวที่แสดงออกของอารมณ์ความรู้สึกที่มีพลังลับไว ปราศจากการลังเล ผลงานมีสีสันสดใส สวยงามมีชีวิต ให้คุณค่าทางสุนทรียะแก่ผู้ชมเป็นอย่างมาก ผลงานเคยได้รับรางวัลเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติหลายครั้ง 
    นอกจากการสร้างสรรค์งานแล้ว ยังได้ทำคุณประโยชน์แก่สาธารณชนด้วยการอุทิศแรงกายและความสามารถสร้างงานศิลปะทั้งด้านจิตรกรรมและประติมากรรมให้แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังจัดบ้านพักเป็นห้องแสดงผลงานทั้งจิตรกรรม และประติมากรรมให้เป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้แก่ผู้สนใจเข้าชมและศึกษาหาความรู้อีกด้วย นับเป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะและทำคุณประโยชน์ต่อสังคมและประเทศที่ทรงคุณค่ายิ่ง นายสันต์ สารากรบริรักษ์ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๗
  • 75. ประวัติการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 76. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 77. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย ทวี รัชนีกร
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: จิตรกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๔๘
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายทวี รัชนีกร ปัจจุบันอายุ ๗๑ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ ที่จังหวัดราชบุรี เป็นศิลปินอาวุโสที่ทุ่มเทในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๐๓ โดยในการสร้างสรรค์ผลงานด้านจิตรกรรมนั้น ระยะแรกได้แสดงออกให้เห็นความงามของธรรมชาติที่ผสมผสานความคิด จนเกิดรูปแบบที่มีลักษณะเฉพาะตัวและต่อมาได้เสนอภาพสะท้อนภาวะของสังคม วิถีชีวิต ความเชื่อ ความเป็นท้องถิ่นและเรื่องราว สะเทือนใจที่มีต่อประชาชนโดยเสนอทัศนะต่อสังคมให้ตระหนักถึงความยุติธรรมและความจริงของมนุษย์ที่จะมอบให้แก่กันและกัน ในส่วนของกระบวนการแสดงออกยังได้นำเอาวัสดุพื้นบ้านอีสานมาพัฒนาสู่การสร้างสรรค์ในระดับสากล และผลงานได้รับ
  • 78. รางวัลและเกียรติคุณจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติหลายครั้ง นอกจากนั้นยังเป็นผู้เผยแพร่ความรู้ทางทัศนศิลป์แก่นักศึกษาศิลปะในฐานะอาจารย์ตั้งแต่รับราชการจนกระทั่งเกษียณอายุ อีกทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกการสร้างงานเครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียนให้แก่ศิลปินและวงวิชาการศึกษาทางด้านนี้ จนเกิดการพัฒนารูปแบบมาถึงปัจจุบัน นับได้ว่าผลงานศิลปะและงานวิชาการทางศิลปะต่างๆ ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติเป็นอย่างมาก เป็นศิลปินที่ดำรงชีวิตในการสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างมีความมั่นคง และประกอบกิจการงานด้วยคุณธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีแก่อนุชนรุ่นหลัง 
    นายทวี รัชนีกร จึงได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(จิตรกรรม) พุทธศักราช ๒๕๔๘ 
    ประวัติการศึกษา
  • 79. ประวัติด้านการทำงาน
  • 80. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 81. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: ประติมากรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๔๙
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน ปัจจุบันอายุ ๖๑ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๙ ที่กรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษามหาบัณฑิตสาขาประติมากรรม จากมหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นศิลปินที่สร้างสรรค์งานศิลปะมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา ๓๗ ปี 
    นายนนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน เป็นประติมากรที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย ผลงานที่โดดเด่นเป็นรูปทรง ๓ มิติ มีความสัมพันธ์ของเส้นและปริมาตรอันกลมกลืนงดงาม โดยนำเสนอผ่านความรู้สึก อารมณ์และความปรารถนา เพื่อให้สังคมได้ตระหนักถึงความเป็นจริงของธรรมชาติ และต่อมาในภายหลังได้สร้างสรรค์ผลงานที่มีเนื้อหาแฝงปรัชญาทางพุทธศาสนา ผลงานได้รับรางวัลจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติหลายครั้งรวมทั้งได้รับเกียรติให้สร้าง
  • 82. ประติมากรรมกับสิ่งแวดล้อมทั้งในและต่างประเทศ เช่น ออกแบบเหรียญและทำต้นแบบเหรียญพระมหาชนกถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ออกแบบประติมากรรมนูนสูง ติดตั้งสระน้ำ ภายในบริเวณสวนหลวง ร.๙ และดำเนินการปั้นดินต้นแบบและควบคุมการหล่อทองเหลืองแล้ว ปิดทองพระประธานและพุทธสาวกเพื่อประดิษฐานในพระอุโบสถ วัดพระรามเก้ากาญจนาภิเษก เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นผู้เผยแพร่ความรู้ และสร้างคุณประโยชน์ทางด้านศิลปะแก่สังคมและ วงการศึกษาศิลปะของไทย มาโดยตลอด
    ประวัติการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 83. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 84. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    ศาสตราจารย์ เดชา วราชุน
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: ภาพพิมพ์และสื่อผสมปีที่ได้รับ: ๒๕๕๐
    คำประกาศเกียรติคุณ
    ศาสตราจารย์เดชา วราชุน ปัจจุบันอายุ ๖๓ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๘๘ ที่กรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาศิลปะมหาบัณฑิต สาขาภาพพิมพ์ จาก คณะจิตรกรรมประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานและมีผลงานเผยแพร่ต่อสาธารณชนทั้งในประเทศ และต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา๔๐ ปี ศาสตราจารย์เดชา วราชุน เป็นศิลปินที่ทุ่มเทในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะมาโดยตลอด ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๑๑ การสร้างสรรค์ผลงานในระยะแรกเป็นการใช้รูปทรงที่เรียบง่ายน้อยชิ้น รูปทรงเรขาคณิตแสดงถึงความนิ่งสงบเป็นสิ่งแทนของวัตถุ และรูปทรงอินทรีย์แสดงความเคลื่อนไหวของชีวิต โดยการใช้เทคนิคภาพพิมพ์ซิลค์สกรีน ผลงานได้รับรางวัลจากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ
  • 85. หลายครั้งจนได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินชั้นเยี่ยม สาขาภาพพิมพ์ พุทธศักราช ๒๕๒๕ ต่อมาได้เปลี่ยนแนวคิดจากงานภาพพิมพ์มาเป็นงานสื่อผสมเพื่อต้องการแสดงออกทางความคิดและความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงก้าวหน้าขึ้น ผลงานสื่อผสมดังกล่าว เป็นผลงานที่โดดเด่นเป็นตัวของตัวเอง โดยการค้นพบเทคนิคการสร้างพื้นผิวบนทองแดง ที่ไม่เคยมีศิลปินคนใดทำมาก่อน ทำให้ได้รับรางวัลดีเด่นจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา พุทธศักราช ๒๕๔๗ นอกจากนั้นยังเป็นผู้เผยแพร่ความรู้ โดยสร้างสถานที่ทำงานให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปะแก่นักศึกษาได้เข้ามาศึกษาหาความรู้จนได้รับคัดเลือกให้เป็นอาจารย์ดีเด่นแห่งชาติ ของประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย สาขามนุษย์ศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ พุทธศักราช ๒๕๔๗ นับได้ว่า เป็นศิลปินและอาจารย์สอนศิลปะที่มีความมุ่งมั่นต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะ และมีคุณูปการต่อวงการศิลปะอย่างยิ่ง
    ประวัติการศึกษา
  • 86. ประวัติด้านการทำงาน
    รางวัล & เกียรติคุณ
  • 87. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย อิทธิพล ตั้งโฉลก
    สาขา: ทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์)สาขาย่อย: จิตรกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๕๑
    คำประกาศเกียรติคุณ
    รองศาสตราจารย์อิทธิพล ตั้งโฉลก ปัจจุบันอายุ ๖๓ ปี เกิดเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๙ ณ อำเภอปทุมวัน กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาศิลปะจากโรงเรียนช่างศิลป์ ได้รับปริญญาศิลปบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ ๑ (ภาพพิมพ์) จากมหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาศิลปมหาบัณฑิต (จิตรกรรม) จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มรับราชการในตำแหน่งอาจารย์ตรี คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เกษียณอายุในตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ระดับ ๙ คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รองศาสตราจารย์อิทธิพล ตั้งโฉลก เป็นทั้งศิลปิน และอาจารย์สอนศิลปะ ปัจจุบันแม้เกษียณอายุแล้ว 
  • 88. ยังคงสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา ๔๐ ปี เป็นผู้มีความเป็นเลิศใน “ศาสตร์” และ “ศิลปะ” สามารถรู้ทันความเคลื่อนไหว และความเปลี่ยนแปลงของวิทยาการในวงการศิลปะ “ไม่ตกยุค” หรือ “พ้นยุค” มีความมุ่งมั่นศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ และพัฒนาความสามารถอยู่ตลอดเวลา ใช้ความรู้ และประสบการณ์จากการสอน การวิจารณ์ การดูงานศิลปะ มาเรียบเรียงจัดให้เป็นระบบ และสามารถถ่ายทอดเป็นผลงานด้านวิชาการได้อันเป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษาศิลปะอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ได้สร้างสรรค์ผลงานที่แสดงถึงคุณค่า ความงาม อารมณ์ และความรู้สึก ได้อย่างสะเทือนใจ ผลงานได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ ๑ เหรียญทอง ประเภทภาพพิมพ์ จากการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ รวม ๓ ครั้ง จึงได้รับเกียรติยกย่องให้เป็นศิลปินชั้นเยี่ยม เมื่อพ.ศ. ๒๕๒๒ นับว่าเป็นอาจารย์สอนศิลปะต้นแบบที่สามารถถ่ายทอดความรู้ แลประสบการณ์ให้แก่ผู้ศึกษาวิชาศิลปะได้อย่างดียิ่ง และอุทิศตนให้กับงานการกุศล ดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณค่าเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมและอนุชนรุ่นหลังต่อไป รองศาสตราจารย์อิทธิพล ตั้งโฉลก จึงได้รับการยกย่อง เชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พุทธศักราช ๒๕๕๑
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 89. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 90. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    ศาสตราจารย์ พลเรือตรี สมภพ ภิรมย์ ร.น.
    สาขา: ทัศนศิลป์ (ประยุกต์ศิลป์)สาขาย่อย: สถาปัตยกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๒๙
    คำประกาศเกียรติคุณ
    ศาสตราจารย์ พลเรือตรีสมภพ ภิรมย์ ร.น. ราชบัณฑิต ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) เป็นสถาปนิกอาวุโสที่มีผลงานดีเด่น เป็นที่ยอมรับทั่วไปได้สร้างสรรค์ผลงานในปัจจุบันและแบบประเพณี ผลงานสถาปัตยกรรมที่สำคัญ เช่น พระตำหนักสมเด็จพระภคินีเธอเจ้าฟ้าเพ็ชร์รัตน์ราชสุดา ในสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โรงเรียนเตรียมทหาร ถนนพระราม ๔ เป็นต้น เคยได้รับรางวัลที่ ๑ จากการประกวดออกแบบโรงแรมเอราวัณ และได้รางวัลที่ ๒ จากการประกวดแบบบ้านทรงไทยของสภาวัฒนธรรมหญิงในด้านวิชาการนั้น เป็นศาสตราจารย์และคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เคยเป็นอธิบดีกรมศิลปากร เป็นผู้ริเริ่มโครงการก่อตั้งหอศิลป์แห่งชาติ ได้รับปริญญาดุษฎีกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยศิลปากร เมื่อ
  • 91. พุทธศักราช ๒๕๒๓ เป็นผลงานที่เป็นสถาปัตยกรรมวิชาการบัณฑิตและงานอื่นๆ ในด้านศิลปวัฒนธรรมนั้นล้วนเป็นงานบริการชุมชน มีผลงานเขียนหนังสือ เช่น :- กุฎาคาร - บ้านไทยกลาง ผลงานของอาจารย์พระเทวาภินิมิตร (ฉาย เทียมสินชัย) และเป็นประธานกรรมการพจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม และพิจารณาบัญญัติศัพท์ศิลปะภาษาอังกฤษเป็นไทย และเป็นประธานคณะบรรณาธิการสารานุกรมดนตรีไทย 
    ศาสตราจารย์ พลเรือตรี สมถพ ภิรมย์ ร.น. จึงได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขา ทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๒๙
    ประวัติด้านการศึกษา
  • 92. ประวัติด้านการทำงาน
    รางวัล & เกียรติคุณ
  • 93. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    หม่อมราชวงศ์ มิตรารุณ เกษมศรี
    สาขา: ทัศนศิลป์ (ประยุกต์ศิลป์)สาขาย่อย: สถาปัตยกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๓๐
    คำประกาศเกียรติคุณ
    หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๘ได้สร้างสรรค์ผลงานด้านสถาปัตยกรรมที่ดีเด่นจนได้รับรางวัลยกย่องเป็นจำนวนมากมายเป็นเวลาอันยาวนานถึง ๕๐ ปีเป็นสถาปนิกที่มีความเป็นเลิศในการออกแบบสถาปัตยกรรมไทยประเพณีและสถาปัตยกรรมสากล ทั้งยังมีความชำนาญในการออกแบบผูกลายได้งดงามยิ่งในช่วงที่ท่านรับราชการอยู่ที่กรมศิลปากร ได้ออกแบบวิหารพระพุทธสิหิงค์ จังหวัดชลบุรี พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ ปราสาทจำลอง ซึ่งนำไปแสดง ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๐ หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี ยังได้ออกแบบเมรุหน้าพลับพลาอิสริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส ซึ่งใช้เป็นเมรุในพระราชพิธีต่อมาจนทุกวันนี้ ท่านยังได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาสถาปัตยกรรมไทยให้กับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ทั้งที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • 94. และมหาวิทยาลัยศิลปากร ต่อมาได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้มาปฏิบัติ ราชการในพระราชวังสังกัดสำนักพระราชวัง ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยตั้งแต่ออกแบบเขียนภาพและควบคุมการก่อสร้างพระตำหนักที่ภูพานราชนิเวศน์ จนถึงแม้ขณะนี้ ท่านยังคงออกแบบสร้างสรรค์ผลงานด้านสถาปัตยโดยไม่หยุดยั้ง ได้ทำงานและดำเนินชีวิตอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรมเสมอมา หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี จึงได้รับยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๐
    ประวัติด้านการศึกษา
  • 95. ประวัติด้านการทำงาน
    รางวัล & เกียรติคุณ
  • 96. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย ประเวศ ลิมปรังษี
    สาขา: ทัศนศิลป์ (ประยุกต์ศิลป์)สาขาย่อย: สถาปัตยกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๓๒
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายประเวศ ลิมปรังษี เกิดเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๗๓ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งแต่เริ่มรับราชการจนดำรงตำแหน่งผู้ราชการจนดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (สถาปนิก ๙) ด้านบูรณะปฏิสังขรณ์ กรมศิลปากรในปัจจุบัน กรมศิลปากร ในปัจจุบัน ได้สร้างสรรค์ผลงานด้านสถาปัตยกรรมที่ดีเด่นจนได้รับการยกย่องจำนวนมากมาเป็นเวลายาวนานกว่า ๓๐ ปี เป็นสถาปนิกที่มีความเป็นเลิศในการออกแบบผูกลายไทยได้งดงามยิ่ง มีผลงานที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ ผลงานเด่นๆ มีเช่น การออกแบบพระอุโบสถวัดพุทธประทีป ณ มหานครลอนดอน พลับพลาพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบรมมหากษัตริยาธิราช ณ ท้องสนามหลวงพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้า
  • 97. รำไพพรรณี และบูรณะพระธาตุพนม เป็นต้น ท่านได้รับปริญญาดุษฎีบันฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิจิตรศิลป์ จากมหาวิทยาลัยเคลตัน (CLAYTON) ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๙ ปัจจุบันได้ดำรงชีวิตและสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสถาปัตยกรรมไทย เพื่อประโยชน์ส่วนรวม มีผลงานชั้นเยี่ยมที่เป็นศักดิ์ศรีของชาติ 
    นายประเวศ ลิมปรังษี จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรม) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๓๒
    ประวัติด้านการศึกษา
  • 98. ประวัติด้านการทำงาน
    รางวัล & เกียรติคุณ
  • 99. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาวาอากาศเอก อาวุธ เงินชูกลิ่น
    สาขา: ทัศนศิลป์ (ประยุกต์ศิลป์)สาขาย่อย: สถาปัตยกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๔๑
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นาวาอากาศเอกอาวุธ เงินชูกลิ่น เกิดเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๔๘๕ ที่กรุงเทพมหานคร จบการศึกษาปริญญาศิลปบัณฑิต (สถาปัตยกรรมไทย) มหาวิทยาลัยศิลปากร เข้ารับราชการครั้งแรกในกองทัพอากาศ และได้โอนมาดำรงตำแหน่งนายช่างศิลปกรรม กองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร โดยปัจจุบันดำรงตำแห่งผู้เชี่ยวชาญด้านออกแบบสถาปัตยกรรมไทย และบูรณะปฎิสังขรณ์สถาปนิกระดับ ๑๐ กรมศิลปากรมีผลงานดีเด่นทางด้านการอนุรักษ์โบราณสถานของชาติมาตลอด เคยได้รับมอบหมายให้บูรณะปฎิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดารามและพระบรมมหาราชวังในส่วนของ พระมณฑป หอพระมณเฑียรธรรมปราสาทพระเทพบิดร พระศรีรัตนเจดีย์ พระสุวรรณเจดีย์ หอพระนาก ช่อฟ้าใบระกาหน้าบันพระอุโบสถ ท้องพระโรงหน้าพระที่นั้งจักรพรรดิพิมานฯลฯ ออกแบบ
  • 100. อาคารต่าง ๆ ในบริเวณศาลหลักเมือง กรุงเทพฯ ในส่วนของศาลพระหลักเมือง ศาลเทพารักษ์และหอพระพุทธรูปออกแบบลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์พลับพลารับพระราชอาคันตุกะ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีผลงานด้านสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นเป็นจำนวนมากผลงานอันเป็นที่กล่าวขานทั่งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ได้แก่ การออกแบบพระเมรุมาศทรงปราสาทจตุรมุขยอดเกี้ยว ประดับด้วยศิลปกรรมตกแต่งอย่างงดงาม แสดงถึงความเป็นเลิศในงานสถาปัตยกรรมไทยที่นาวาอากาศเอกอาวุธได้สืบสานสร้างสรรค์ให้ปรากฎแก่สาธารณชน 
    เคยได้รับเกียรติคุณปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สถาปัตยกรรมไทย) จากมหาวิทยลัยศิลปากร เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรมไทย) จากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เกียรติคุณผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่นด้านสถาปัตยกรรมไทย ประเภทบุคคลจากสำนักนายกรัฐมนตรี  นาวาอากาศเอกอาวุธ เงินชูกลิ่น จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (สถาปัตยกรรมไทย) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๑
  • 101. ประวัติด้านการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 102. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 103. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    รองศาสตราจารย์ ฤทัย ใจจงรัก
    สาขา: ทัศนศิลป์ (ประยุกต์ศิลป์)สาขาย่อย: ศิลปะสถาปัตยกรรมปีที่ได้รับ: ๒๕๔๓
    คำประกาศเกียรติคุณ
    รองศาสตราจารย์ฤทัย ใจจงรัก เกิดเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๗๘ ณ ตำบลมหานาค อำเภอป้อมปราบฯ สำเร็จการศึกษาปริญญาศิลปบัณฑิต(สถาปัตยกรรมไทย) เกียรตินิยม มหาวิทยาลัยศิลปากร ประกาศนียบัตรชั้นสูงสถาปัตยกรรมไทย บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร เริ่มปฏิบัติงานด้านสถาปัตยกรรมในปี พ.ศ.๒๕๐๗ โดยทดลองปฏิบัติราชการในตำแหน่งอาจารย์โท คณะสถาปัตยกรรมไทยมหาวิทยาลัยศิลปากร และได้ปฏิบัติราชการมาตลอดจนได้รับตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ระดับ ๙ ภาควิชาศิลปะสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในขณะปฏิบัติราชการนั้น ได้สร้างสรรค์ผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมไทยที่มีคุณค่าอย่างต่อเนื่อง มีผลงานวิชาการที่เป็นประโยชน์ในด้านการวิเคราะห์ วิจัย แต่งตำรา
  • 104. และเอกสารทางวิชาการมาโดยตลอด ได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่นประจำปี พ.ศ.๒๕๔๐ รางวัลบุคคลตัวอย่างการส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมโดยสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ผลงานสถาปัตยกรรมที่ได้สร้างสรรค์นั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตน มีการออกแบบผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมไทยเดิมและสถาปัตยกรรมที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ได้อย่างสอดคล้องกลมกลืนเหมาะสมกับประโยชน์ใช้สอยในปัจจุบัน เป็นที่ประจักษ์แก่วงการศิลปะสถาปัตยกรรม 
    รองศาสตราจารย์ฤทัย ใจจงรัก ได้ให้การศึกษาอบรมแก่ศิษย์ให้มีความรู้ความสามารถออกมารับใช้สังคมมากมายจากผลงานศิลปะและผลงานทางด้านสถาปัตยกรรม จึงได้รับเกียรติเป็นวิทยากรเป็นอนุกรรมการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับการยกย่องเป็นผู้มีผลงานดีเด่นในด้านการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมไทยประเภทกิจกรรมและโครงการดีเด่น ประจำปี พ.ศ.๒๕๓๙ และประเภทบุคคลดีเด่นประจำปี พ.ศ.๒๕๔๐ วันอนุรักษ์มรดกไทย นับเป็นผู้หนึ่งที่สร้างคุณประโยชน์ต่อการศึกษาศิลปะสถาปัตยกรรม 
    รองศาสตราจารย์ฤทัย ใจจงรัก จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะสถาปัตยกรรม ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๓
  • 105. ประวัติด้านการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 106. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 107. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นาย ประดิษฐ์ ยุวะพุกกะ
    สาขา: ทัศนศิลป์ (ประยุกต์ศิลป์)สาขาย่อย: ศิลปะสถาปัตยกรรม(แบบประเพณี)ปีที่ได้รับ: ๒๕๔๔
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายประดิษฐ์ ยุวะพุกกะ เกิดเมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๖๕ ที่ตำบลบางลำพู อำเภอพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร สำเร็จการศึกษาช่างออกแบบและตกแต่ง จากโรงเรียนศิลปากร ในปีพุทธศักราช ๒๔๘๔ เริ่มรับราชการครั้งแรกในตำแหน่งช่างออกแบบและตกแต่งกองสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร โดยปฏิงานเกี่ยวกับการสำรวจ ตกแต่ง บูรณะโบราณสถาน พระอาราม พระบรมมหาราชวัง และอาคารที่ทำการรัฐบาล ประกอบกับได้รับการถ่ายทอดความเป็นศิลปินจากคุณตา คือ พระยาจินดารังสรรค์ และคุณพ่อ คือ หลวงวัฒนศิลป์ ซึ่งเป็นช่างด้านศิลปะสถาปัตยกรรม ที่มีฝีมือสูงเด่นทำให้นายประดิษฐ์ ยุวะพุกกะ มีความรู้ความชำนาญทางด้านการออกแบบและตกแต่งเจดีย์ อุโบสถ ศาลาอเนกประสงค์ กำแพง ซุ้มประตู นอกจากนั้นยังมีผลงานการ
  • 108. เขียนลวดลายบนบานประตู ฝาผนัง แกะสลักหยวกตกแต่งจิตกาธาน จากผลงานที่ท่านได้สร้างมาทำให้ได้รับการยกย่องให้เป็นปูชนียบุคคลด้านสถาปัตยกรรมไทย เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย ปีพุทธศักราช ๒๕๓๘ 
    นายประดิษฐ์ ยุวะพุกกะ ได้สร้างสรรค์ผลงานไว้มากมายในระหว่างที่ท่านได้รับราชการจนถึงปัจจุบัน ผลงานของท่านที่โดดเด่น อาทิ พระบรมธาตุเจดีย์มหาจักรีพิพัฒน์ วัดญาณสังวราราม จังหวัดชลบุรี พระอุโบสถ วัดป่านางสีดา จังหวัดอุดรธานี พระอุโบสถ ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาสวดพระอภิธรรม หอไตร ซุ้มกำแพง วัดพุทธภาวนา จังหวัดสมุทรปราการ ฯลฯ ผลงานสถาปัตยกรรมที่ท่านได้สร้างสรรค์ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ล้วนเป็นผลงานที่มีการพัฒนา มีการอนุรักษ์ มีการสืบสาน และมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองและของประเทศชาติ เป็นที่ยอมรับในวงการช่างวิชาชีพและประชาชน ท่านเป็นผู้ที่ทำงานศิลปะเพื่อศิลปะโดยแท้ มีผลงานที่งดงามเหมาะสมที่จะเป็นแบบอย่างให้อนุชนรุ่นหลังได้ดำเนินรอยตาม เพื่อสืบสานงานสถาปัตยกรรมแบบประเพณีให้ดำรงอยู่สืบไป 
    นายประดิษฐ์ ยุวะพุกกะ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม(แบบประเพณี) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๔
  • 109. ประวัติด้านการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 110. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 111. ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
    นางสาว วนิดา พึ่งสุนทร
    สาขา: ทัศนศิลป์ (ประยุกต์ศิลป์)สาขาย่อย: ศิลปะสถาปัตยกรรม(แบบประเพณี)ปีที่ได้รับ: ๒๕๔๖
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นางสาววนิดา พึ่งสุนทร เกิดเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐ ที่กรุงเทพมหานคร จบการศิกษาปริญญาศิลปบัณฑิต (สถาปัตยกรมไทย) และได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูง(สถาปัตยกรรมไทย) จากมหาวิทยาลัยศิลปากร เข้ารับราชการตำแหน่งอาจารย์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์เป็นอาจารย์และสถาปนิกที่มีความเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมประเพณี 
    นางสาววนิดา พึ่งสุนทร ได้สร้างสรรค์ผลงานไว้มากมายล้วนเป็นที่ยอมรับ สะท้อนถึงเอกลักษณ์ ของสถาปัตยกรรมไทยที่โดดเด่นและมีคุณค่า ผลงานมีการพัฒนาโดยนำ
  • 112. เทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสมผสานเป็นรูปแบบที่มีลักษณะเฉพาะตน เพื่อสนองประโยชน์ใช้สอยได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการในยุคสมัยปัจจุบัน ผลงานที่สำคัญ เช่น พระมหาธาตุเฉลิมราชย์ศรัทธา (ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ) วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ สาธารณรัฐอินเดีย พระมหาธาตุเจดีย์ศรีจันเสนและห้องสมุดเฉลิมราชกุมารี วัดจันเสน จังหวันครสวรรค์ พิพิธภัณฑ์บ้านวัดม่วง จังหวัดราชบุรีโรงเรียนพระปริยัติธรรมและพระตำหนักสมเด็จพระสังฆราชฯ วัดนาควัชรโสภณ (วัดช้าง)จังหวัดกำแพงเพชร เมรุลอยเพื่อพระราชทานเพลิงพระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร) สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง จังหวัดเชียงใหม่ และสถาปัตยกรรมแบบประเพณีอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาค้นคว้ารูปแบบสถาปัตยกรรมไทยท้องถิ่น เขียนเป็นบทความทางวิชาการถ่ายทอดและเผยแพร่ให้ความรู้แก่นักศึกษา เช่น การศึกษารูปแบบสถาปัตยกรรมบริเวณทะเลสาบสงขลา พื้นที่ถิ่นภาคใต้เป็นเอกสารประกอบการสัมมนาทางวิชาการความหลากหลายของเรือนพื้นถิ่นไทย เป็นต้น เคยได้รับประกาศเกียรติคุณผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่นด้านสถาปัตยกรรมไทยประเภทบุคคลจากคณะกรรมการอำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทยดีเด่นด้านสถาปัตยกรรมไทยประเภทบุคคลจากคณะกรรมการอำนวยการวันอนุรักษ์มรดกไทยศิลปินดีเด่นกรุงเทพมหานคร สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ปัจจุบัน หลังเกษียณอายุราชการแล้วได้รับแต่งตั้งเป็นอาจารย์ผู้ชำนาญพิเศษทางด้านสถาปัตยกรรมไทย มหาวิทยาลัยศิลปากร และยังคงสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบ ให้ความรู้ทางวิชาการสถาปัตยกรรมไทย และเป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังได้ดำเนินรอยตามต่อไปนางสาววนิดา พึ่งสุนทร จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (แบบประเพณี) ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๔๖
  • 113. ประวัติด้านการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 114. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 115. ศิลปินแห่งชาติ กับมหาวิทยาลัยศิลปากร
    สาขาวรรณศิลป์
  • 116. ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
    หม่อมหลวง ปิ่น มาลากุล
    สาขา: วรรณศิลป์สาขาย่อย: กวีนิพนธ์ปีที่ได้รับ: ๒๕๓๐
    คำประกาศเกียรติคุณ
    หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล เกิดเมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๔๔๖ เป็นปูชนียบุคคลซึ่งทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติเป็นอเนกประการ มีบทบาทสำคัญยิ่งในด้านการส่งเสริมวรรณศิลป์ของชาติ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล เป็นผู้มีประสบการณ์ในการทำงานสูง เพราะเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ในวงการศึกษาของชาติเป็นเวลานาน ได้สร้างสรรค์ผลงานเพื่อความเจริญก้าวหน้าของชาติมาโดยตลอด ทั้งในอดีตและปัจจุบันมีความปราดเปรื่องและเชี่ยวชาญทางด้านวรรณศิลป์อย่างสูงยิ่ง เพราะได้มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้ามาแต่เยาว์วัย และได้ศึกษาทางด้านภาษาบาลีและสันสกฤต ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของภาษาไทยมา
  • 117. อย่างแตกฉานลึกซึ้ง ผลงานของท่านเกือบทุกประเภท ทั้งที่ประพันธ์ด้วยร้อยแก้วและร้อยกรอง ทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษไม่ว่าจะเป็นบทละคร กวีนิพนธ์ สารคดีท่องเที่ยว บทความและเรื่องเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ล้วนมีคุณค่าต่อการดำรงชีวิตของคนทุกยุคทุกสมัย มีมากทั้งด้านปริมาณและเปี่ยมด้วยคุณภาพ ท่านเป็นผู้ที่มีความสามารถรอบรู้หลายด้าน สามารถนำชั้นเชิงทางวรรณศิลป์มาประยุกต์ใช้ถ่ายทอดความรู้และศิลปวิทยาการ ทั้งในด้านการศึกษาคณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและอักษรศาสตร์ อำนวยประโยชน์ในทางสร้างสรรค์แก่วงการศึกษาและสังคม ดำรงรักษาคุณค่าของงานด้านวรรณศิลป์และอักษรศาสตร์ไว้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติไทยอย่างดียิ่ง 
    หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล จึงได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี พุทธศักราช ๒๕๓๐
    ประวัติด้านการศึกษา
  • 118. ประวัติด้านการทำงาน
    รางวัล & เกียรติคุณ
  • 119. ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
    นาย อังคาร กัลยาณพงศ์
    สาขา: วรรณศิลป์สาขาย่อย: กวีนิพนธ์ปีที่ได้รับ: ๒๕๓๒
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายอังคาร กัลยาณพงศ์ เกิดเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๙ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นกวีร่วมสมัยผู้ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้สร้างสรรค์กวีนิพนธ์สมัยใหม่ให้แก่วรรณศิลป์ไทย โดยชุบชีวิตขนบวรรณศิลป์ไทยให้เติบโตสอดคล้องกับวรรณศิลป์ร่วมสมัย โดยการศึกษาวรรณศิลป์จากกวีโบราณเพื่อเข้าใจแก่นแท้ของสุนทรียะทั้งด้านความงามและความคิด และนำความเข้าใจนี้มาเป็นฐานรองรับการสร้างสรรค์วรรณศิลป์เฉพาะตนขึ้น ผลงานกวีนิพนธ์เป็นศิลปะซึ่งมุ่งสร้างสรรค์ให้เป็น “ กุศลศิลป์ ” อันจักช่วยจรรโลงโอบอุ้มจิตใจมนุษย์ให้ล่วงพ้นมลทินแห่งความหลงใหลในวัตถุ มุ่งเตือนมนุษย์ให้เห็นปัญญาในสังคม การทำลายธรรมชาติและการทำลายมนุษย์ด้วยกันเองโดยความเขลา โดยมิได้แสดงถึง
  • 120. ปัญหาอย่างสิ้นหวังไร้ทางแก้ไข หากแต่มีความมั่นใจว่า การพินิจธรรมชาติและเรียนรู้ธรรมะจากธรรมชาติ จะช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากหายนะภัย อันจะเกิดขึ้นได้จากความเห็นแก่ตัวและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของมนุษย์เอง ภาษาวรรณศิลป์ที่ใช้เป็นความงาม ความสะเทือนใจ ทำให้ตระหนักในคุณค่าของธรรมชาติซึ่งเป็นสุนทรียะและทางรอดของมนุษย์ ได้ประกาศหน้าที่ของตนเองในฐานะกวี ด้วยความภาคภูมิใจว่าเป็นสิ่งสูงสุด ความรักความมุ่งมั่นแน่วแน่ในหน้าที่ของกวี ที่จะมอบความดีความงามแก่โลกเช่นนี้ ช่วยให้งานมีพลังสร้างสรรค์เต็มเปี่ยมบริบูรณ์ เป็นประโยชน์อันประมาณมิได้แก่สังคมไทยและมนุษย์ทั้งมวล 
    ประวัติด้านการศึกษา
  • 121. รางวัล & เกียรติคุณ
  • 122. ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
    นาย สุจิตต์ วงษ์เทศ
    สาขา: วรรณศิลป์สาขาย่อย: วรรณศิลป์ปีที่ได้รับ: ๒๕๔๕
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายสุจิตต์ วงษ์เทศ เกิดเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๘ ที่บ้านด่าน ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้อง ๖ คน ของนายสำเภาและนางลิ้นจี่ วงษ์เทศ บิดาเป็นผู้ใหญ่บ้าน สำเร็จปริญญาตรีจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร มีความสามารถหลายด้านคือ เป็นทั้งกวี นักหนังสือพิมพ์ นักเขียน และนักวิชาการ  นายสุจิตต์ วงษ์เทศ เขียนหนังสือทั้งร้อยกรองและร้อยแก้วมาตั้งแต่ชั้นมัธยม เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังขณะยังเป็นนักศึกษาจากผลงานรวมพิมพ์บทร้อยกรองร่วมกับ ขรรค์ชัย บุนปาน ชื่อ นิราศ และ กลอนลูกทุ่ง โดยลำดับ ซึ่งเป็นบทร้อยกรองและกลอนแนวลุกทุ่งที่สะท้อนถึงสังคมวัฒนธรรมไทย ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๐๗-๒๕๐๘ นายสุจิตต์ วงษ์เทศ มีผลงานที่โดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง ตลอดเวลาอัน
  • 123. ยาวนานเกือบ ๔๐ ปี โดยเฉพาะงานด้านร้อยกรอง เขาได้นำรูปแบบของร้อยกรองพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเพลงกล่อมเด็ก เพลงเสภา หรือ เพลงพื้นบ้านอื่น ๆ มาปรับในบทกวีของเขาให้เข้ากับสังคมปัจจุบัน เช่น เสภาไพร่ เสภาหาบเร่น้ำท่วม เพลงยาวถึงนายกรัฐมนตรี เป็นต้น นายสุจิตต์ วงษ์เทศ เป็นกวีร่วมสมัยผู้ประสบความสำเร็จในการสืบสานและสร้างสรรค์วัฒนธรรมทางวรรณศิลป์ของไทย ด้วยการปรับประยุกต์ฉันทลักษณ์พื้นบ้าน เพื่อสื่อสารสภาพสังคมได้อย่างทรงพลังทางวรรณศิลป์ นอกจากนี้ ยังมีผลงานร้อยแก้วที่สร้างชื่อเสียงให้แก่นายสุจิตต์ วงษ์เทศ จนเป็นที่รู้จักกว้างขวาง คือ รวมเรื่องสั้นชุด ขุนเดช ในปี พ.ศ. ๒๕๑๒ ซึ่งเป็นงานที่มีลีลาดุดันในการพิทักษ์ปกป้องศิลปวัตถุและโบราณสถานอันมีค่าของชาติที่กำลังถูกย่ำยีอย่างหนักตลอดมา นับเป็นกวีที่มีพลังทางปัญญาและมีจุดยืนเด่นชัดในการพิทักษ์ความถูกต้องและเป็นธรรม จนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั่วไปและเคยได้รับรางวัล “ศรีบูรพา” ประจำปี ๒๕๓๖  นายสุจิตต์ วงษ์เทศ จึงได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) ประจำปี พุทธศักราช ๒๕๔๕
  • 124. ประวัติด้านการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 125. รางวัล & เกียรติคุณ
    นามปากกา
  • 126. ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
    นาย โกวิท เอนกชัย
    สาขา: วรรณศิลป์สาขาย่อย: กวีนิพนธ์ บทความ นวนิยายปีที่ได้รับ: ๒๕๕๐
    คำประกาศเกียรติคุณ
    นายโกวิท เอนกชัย หรือนามปากกา "เขมานันทะ" "รุ่งอรุณ ณ สนธยา" "ฉับโผง" "กาลวิงก์" และ "มุนีนันทะ" ปัจจุบันอายุ ๗๐ ปี เกิดเมื่อวันท่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๘๑ ที่อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา จบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เมี่อพุทธศักราช ๒๕๐๘ ต่อมาได้อุปสมบท และฝึกปฏิบัติธรรมกับท่านพุทธทาสภิษขุที่สวนโมกชพลาราม และภายหลังได้ฝึกปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ ขณะอยู่ในสมณเพศได้สร้างสรรค์และสืบสานงานพุทธศิลป์จำนวนมากไว้ท่โรงมหรสพทางวิญญาณ สวนโมกขพลาราม ทั้งในรูปแบบบทกวีและจิตรกรรมโบราณของไทย นับเป็นต้นแบบอันทรงค่าและมีบทบาทในการให้การศึกษาแก่ผู้ไปเยือนทั้งในด้านพุทธปัญญาและพุทธศิลป์มาถึงปัจจุบัน 
  • 127. นายโกวิท เอนกชัย มีผลงานทั้งร้อยแล้วและร้องกรอง ผลงานร้อยแก้วมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งบทความ ความเรียงธรรมบรรยาย บทวิจารย์วรรณคดี และนวนิยาย ผลงานดังกล่าวมีเนื้อหาลึกซึ้ง ใช้ถ้อยความและท่วงทำนองการเขียนอย่างมีวรรณศิลป์ แสดงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นตัวของตัวเอง และมีเจตนามุ่งประสานความคิดความสัมพันธ์ด้วยมิตรภาพกับทุกศาสนาในโลก ผลงานของนายโกวิท เอนกชัย ทั้ง ๖๐ เรื่อง นับเป็นการผสมผสานพุทธปัญญากับศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างกลมกลืนและงดงาม มีมุมมองแหลมคมในการวิเคราะห์ วิจารย์ สามารถอธิบายปรากฏการณ์และความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยทั้งสังคมไทยและสังคมโลกได้อย่างชัดเจน จึงสามารถสืบสานธรรมะให้แก่คนรู่นใหม่และผู้สนใจใฝ่ธรรมได้อย่างกว้างขวางจนเกิดการจัดตั้งพุทธสถานและอาศรมขึ้นปลายแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ กล่าวได้ว่าจุดเด่นของผลงานของนายโกวิท เอนกชัย อยู่ท่ความสามารถในการสืบสานและหลอมรวมศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยได้อย่างมีวรรณศิลป์ โดยมั่งหวังให้มนุษยชาติอยู่ร่วมกันในสังคมโลกด้วยสันติและไมตรี นายโกวิท เอนกชัย จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์ บทความ นวนิยาย) พุทธศักราช ๒๕๕๐ 
  • 128. ประวัติด้านการศึกษา
    ประวัติด้านการทำงาน
  • 129. รางวัล & เกียรติคุณ