• Like
ขอบคุณครับ ขอบคุณ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Be the first to comment
No Downloads

Views

Total Views
977
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
1

Actions

Shares
Downloads
83
Comments
0
Likes
3

Embeds 0

No embeds

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
    No notes for slide

Transcript

  • 1. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 1เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร)
  • 2. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 2เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) สรุปสาระสาคัญ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ชื่อ พรบ. มีผลบังคับใช้ เหตุผลที่ประกาศใช้ พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 20 สิงหาคม 2542 การเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและสังคม แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่2 (2545) 20 ธันวาคม 2545 ปฏิรูประบบราชการ ปรับปรุงกระทรวง แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่3 (2553) 23 กรกฏาคม 2553 แบ่งเขตพื้นที่เพื่อบริหารจัดการศึกษา สพม/สพป. (ประกาศกระทรวง 18 สค. 53) สูตรการจา กับ ครูอินดี้ ง่ายโคตร ทั่วไป จาจ่ายๆ ส่วนนา มีเสือร้าย/ นอนกินหมีครู /ทรัพย์เทคโน หมวด 1 บททั่วไป ความมุ่งหมาย และ หลักการ - มี หมวด 2 สิทธิ และ หน้าที่ ทางการศึกษา - เสือ หมวด 3 ระบบการศึกษา - ร้าย หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา - นอน หมวด 5 การบริหาร และ การจัดการศึกษา - กิน หมวด 6 มาตรฐาน และ การประกันคุณภาพ การศึกษา - หมี หมวด 7 ครู คณาจารย์ และ บุคลากรทางการศึกษา - ครู หมวด 8 ทรัพยากร และ การลงทุนเพื่อการศึกษา - ทรัพย์ หมวด 9 เทคโนโลยี เพื่อการศึกษา - เทคโน บทเฉพาะกาล
  • 3. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 3เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 1 มาตรา4 การศึกษา หมายความว่าอย่างไร? กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและ สังคม โดยการ - ถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม - การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ - การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัด สภาพแวดล้อมสังคมการเรียนรู้และป๎จจัยเกื้อหนุน ให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 2 การศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายความว่า การศึกษาก่อนระดับอุดมศึกษา 3 การศึกษาตลอดชีวิต หมายความว่า การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่าง - การศึกษาในระบบ - การศึกษานอกระบบ - และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอด ชีวิต 4 "สถานศึกษา หมายถึง สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนย์การเรียน วิทยาลัย สถาบัน มหาวิทยาลัย หน่วยงานการศึกษาหรือหน่วยงานอื่นของรัฐหรือของเอกชน ที่มีอานาจหน้าที่หรือมีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา 5 สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 6 มาตรฐานการศึกษา หมายความว่า ข้อกาหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ คุณภาพที่พึงประสงค์และ มาตรฐานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง และ เพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสาหรับการส่งเสริมและ กากับดูแล การตรวจ-สอบ การประเมินผล และการประกัน คุณภาพทางการศึกษา 7 การประกันคุณภาพภายใน หมายความว่า การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายใน - โดยบุคลากรของสถานศึกษานั้นเอง หรือโดย หน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กากับดูแลสถานศึกษานั้น
  • 4. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 4เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ที่ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 8 การประกันคุณภาพภายนอก หมายความว่า สมศ คือ สานักงานรับรองมาตรฐานและ ประเมินคุณภาพการศึกษา สูตรการจา ++เวลา สมศ มา รร ต้อง รับรองก่อน แล้วค่อยประเมิน ( รับรองก่อน ประเมิน หลัง) การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพและ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาจากภายนอก - โดยสานักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษา - หรือบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่สานักงาน ดังกล่าวรับรอง เพื่อเป็นการประกันคุณภาพและให้มีการพัฒนาคุณภาพและ มาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา 9 ผู้สอน" หมายความว่า ครูและคณาจารย์ในสถานศึกษาระดับต่าง ๆ 10 "ครู" หมายความว่า บุคลากรวิชาชีพซึ่งทาหน้าที่หลักทาง ด้านการเรียนการ สอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้วยวิธีการ ต่าง ๆ ในสถานศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน 11 คณาจารย์" หมายความว่า " บุคลากรซึ่งทาหน้าที่หลักทาง ด้านการสอนและการวิจัย ในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐและ เอกชน 12 ผู้บริหารสถานศึกษา" หมายความว่า บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารสถานศึกษาแต่ละ แห่ง ทั้งของรัฐและเอกชน 13 ผู้บริหารการศึกษา" หมายความว่า บุคลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารการศึกษานอก สถานศึกษา ตั้งแต่ระดับเขตพื้นที่การศึกษาขึ้นไป 14 บุคลากรทางการศึกษา" หมายความว่า - ผู้บริหารสถานศึกษา - ผู้บริหารการศึกษา - รวมทั้งผู้สนับสนุนการศึกษาเป็นผู้ทาหน้าที่ ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัด กระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ และการ บริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ
  • 5. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 5เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวดที่ 1 บททั่วไป ความมุ่งหมายและหลักการจัด ที่ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 15 ม.6 การจัดการศึกษา เป็นไปเพื่ออะไร - เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติป๎ญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดารงชีวิตสามารถอยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 16 ม.7 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ต้องปลูกฝ๎ง เรื่องใด (จิต สิทธิ ไทย/ วัฒ รักษ์ อา เริ่ม) - ต้องมุ่งปลูกฝังจิตสานักที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเมืองการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุข - รู้จักรักษาและส่งเสริมสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ ความเคารพ กฎหมาย ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ - มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รู้จักรักษาผลประโยชน์ ส่วนรวมและของประเทศชาติ - ส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ การกีฬา ภูมิ ป๎ญญาท้องถิ่น ภูมิป๎ญญาไทย และความรู้อันเป็นสากล - อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม - มีความสามารถในการประกอบอาชีพรู้จักพึ่งตนเอง - มีความริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝุรู้และเรียนรู้ด้วยตนเองอย่าง ต่อเนื่อง 17 มาตรา 8 การจัดการศึกษาให้ยึดหลักดังนี้ สูตร ตลอด ร่วม ต่อ ชีวิต มี สาระ (1) เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสาหรับประชาชน (2) ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา (3) การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไป อย่างต่อเนื่อง
  • 6. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 6เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ที่ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 18 ม 9 การจัดระบบ โครงสร้าง และ กระบวนการจัดการศึกษา ให้ยึดหลักอะไร (สูตร.....เอก จาย ฐาน ครู ทรัพย์ ร่วม) (1) มีเอกภาพด้านนโยบาย และมีความหลากหลายใน การปฏิบัติ (2) มีการกระจายอานาจไปสู่เขตพื้นที่ การศึกษา สถานศึกษา และองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น (3) มีการกาหนดมาตรฐานการศึกษา และจัดระบบ ประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและประเภท การศึกษา (4) มีหลักการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาและการพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (5) ระดมทรัพยากรจากแหล่งต่าง ๆ มาใช้ในการจัด การศึกษา (6) การมีส่วนร่วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กร เอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถาน ประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น
  • 7. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 7เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวดที่ 2 สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา ที่ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 19 ม.10 รัฐต้องจัดการศึกษาอย่างไร ( สิทธิโอกาสเสมอกัน ขั้นพื้นฐาน ไม่น้อยกว่า 12 ปี อย่างทั่วถึง และ มีคุณภาพ ไม่เก็บค่าใช้จ่าย) การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอ กันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่ รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึง และ มีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย 20 การจัดการศึกษาสาหรับบุคคลซึ่งมีความ บกพร่องทางร่างกาย หรือมีร่างกาย พิการ หรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่งไม่ สามารถพึ่งตนเองได้หรือไม่มีผู้ดูแลหรือด้อย โอกาส ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้น พื้นฐานเป็นพิเศษ 21 การศึกษาสาหรับคนพิการ ให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดย ไม่เสีย ค่าใช้จ่าย และให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับสิ่งอานวยความ สะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา 22 การจัดการศึกษาสาหรับบุคคลซึ่งมี ความสามารถพิเศษ ต้องจัดด้วยรูปแบบที่เหมาะสม โดยคานึงถึงความสามารถของบุคคลนั้น 23 มาตรา 11 บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมี หน้าที่ จัดให้บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลได้รับการศึกษาภาค บังคับตามมาตรา 17 ตลอดจนให้ได้รับการศึกษานอกเหนือจากการศึกษาภาค บังคับ ตามความพร้อมของครอบครัว 24 มาตรา 12 ใครสามารถจัดการศึกษาได้บ้าง นอกเหนือจากรัฐ เอกชน และองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการและสถาบันสังคมอื่นมีสิทธิในการจัด การศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กาหนดใน กฎกระทรวง
  • 8. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 8เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ที่ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 25 มาตรา 13 บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมี สิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ อะไรบ้าง ความรู้ เงิน ลดหย่อน ยกเว้น 1) การสนับสนุนจากรัฐ ให้มีความรู้ความสามารถในการ อบรมเลี้ยงดู และการให้การศึกษาแก่บุตรหรือบุคคลซึ่ง อยู่ในความดูแล 2) เงินอุดหนุนจากรัฐสาหรับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของบุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแลที่ครอบครัวจัด ให้ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายกาหนด (3) การลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีสาหรับค่าใช้จ่าย การศึกษาตามที่กฎหมายกาหนด
  • 9. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 9เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด 3 ระบบการศึกษา ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 26 มาตรา 15 การจัดการศึกษามีสามรูปแบบ อะไรบ้าง 1.การศึกษาในระบบ ( แน่นอน) formal Education 2 การศึกษานอกระบบ (ยืดหยุ่น) non - formal Education 3การศึกษาตามอัธยาศัย (ศักยภาพ ความพร้อม โอกาส) informal Education 27 การศึกษาในระบบ เป็นแบบใด เป็นการศึกษาที่กาหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็น เงื่อนไขของการสาเร็จการศึกษาที่ แน่นอน 28 การศึกษานอกระบบ เป็นแบบใด เป็นการศึกษาที่มี ความยืดหยุ่น ในการกาหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การ วัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสาคัญของการสาเร็จ การศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคล แต่ละกลุ่ม 29 การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นแบบใด เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความ สนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อหรือแหล่งความรู้อื่น ๆ 30 สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษารูปแบใดได้ บ้าง สถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดรูปแบบหนึง หรือทั้งสามรูปแบบก็ได้ 31 การเทียบโอนผลการเรียน ดาเนินการได้ อย่างไร ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนที่ผู้เรียนสะสมไว้ในระหว่าง รูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบได้ ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียน จากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งจากการเรียนรู้นอกระบบ ตามอัธยาศัย การฝึก อาชีพ หรือจากประสบการณ์การทางาน 32 มาตรา 16 การศึกษาในระบบมีสองระดับ คือ อะไรบ้าง การศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาระดับอุดมศึกษา
  • 10. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 10เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 32 การศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นการจัดการศึกษาไม่ น้อยกว่ากี่ปี การศึกษาขั้นพื้นฐานประกอบด้วย การศึกษาซึ่งจัดไม่น้อยกว่า12ปีก่อนระดับอุดมศึกษา การแบ่งระดับและประเภทของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ เป็นไปตามที่กาหนดในกฎกระทรวง 33 การศึกษาระดับอุดมศึกษา แบ่งเป็นกี่ระดับ การศึกษาระดับอุดมศึกษาแบ่งเป็นสองระดับ คือ 1 ระดับต่ากว่าปริญญา 2 ระดับปริญญา 34 การแบ่งระดับหรือการเทียบระดับการศึกษา นอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัย ให้เป็นไปตามที่กาหนดในกฎกระทรวง 35 ม 17 การศึกษาภาคบังคับ มีกี่ปี ให้มีการศึกษาภาคบังคับจานวนเก้าปี โดยให้เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีที่เจ็ด เข้าเรียนในสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานจนอายุย่างเข้าปีที่สิบหก เว้นแต่สอบได้ชั้นปีที่ เก้าของการศึกษาภาคบังคับ หลักเกณฑ์และวิธีการนับอายุ ให้เป็นไปตามที่กาหนดในกฎกระทรวง 36 ม 18 การจัดการศึกษาปฐมวัยและการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ให้จัดในสถานศึกษาใด (1) สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้แก่ - ศูนย์เด็กเล็ก - ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก - ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ของสถาบันศาสนา - ศูนย์บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มของเด็กพิการ และ--เด็กซึ่งมีความต้องการพิเศษ -หรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่เรียกชื่ออย่างอื่น (2) โรงเรียน ได้แก่ - โรงเรียนของรัฐ - โรงเรียนเอกชน - โรงเรียนที่สังกัดสถาบันพุทธศาสนาหรือศาสนาอื่น (3) ศูนย์การเรียน ได้แก่ -สถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกโรงเรียน บุคคล ครอบครัวชุมชน องค์กร ชุมชน องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพสถาบันศาสนา สถาน ประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถาน สงเคราะห์ และสถาบันสังคมอื่นเป็นผู้จัด
  • 11. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 11เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 37 ม 19 การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา ให้ จัดที่ใด -มหาวิทยาลัย - สถาบันวิทยาลัย หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายเกี่ยวกับสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษา นั้น ๆ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 38 ม 20 การจัดการอาชีวศึกษา การฝึกอบรม วิชาชีพ ให้จัดที่ใด - ในสถานศึกษาของรัฐ - สถานศึกษาของเอกชน - สถานประกอบการ - หรือโดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับสถาน ประกอบการ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการอาชีวศึกษาและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 39 ม 21 กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ และ หน่วยงานอื่นของรัฐ จัดการศึกษาลักษณะใด ( การศึกษาเฉพาะทาง) -อาจจัดการศึกษาเฉพาะทางตามความต้องการและความ ชานาญของหน่วยงานนั้นได้ โดยคานึงถึงนโยบายและ มาตรฐานการศึกษาของชาติ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กาหนดใน กฎกระทรวง
  • 12. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 12เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด 4 แนวการจัดการศึกษา ที่ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 40 มาตรา 22 การจัดการศึกษาต้องยึดหลัก ใด (ออกข้อสบทุกครั้งที่ไปสอบ) -ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ -ถือว่าผู้เรียนมีความสาคัญที่สุด - กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถ พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ 41 มาตรา 23 การจัดการศึกษา ทั้งการศึกษาใน ระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษา ตามอัธยาศัย ต้องเน้นความสาคัญทั้ง ความรู้ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการตามความเหมาะสมของ แต่ละระดับการศึกษา 42 การจัดการศึกษา ให้ให้ความรู้ในเรื่อง ใดบ้าง (ตน- วิทยา-ศาส/คณิต- ชีพ) อ่านว่า ตน วิทยาศาส(ศาสนา) คณิตชีพ (1) ความรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเอง และความสัมพันธ์ของตนเอง กับสังคม ได้แก่ ครอบครัว ชุมชน ชาติ และสังคมโลก รวมถึง ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสังคมไทยและ ระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (2) ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี รวมทั้งความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เรื่อง การจัดการ การบารุงรักษาและการใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลยั่งยืน (3) ความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การกีฬา ภูมิ ป๎ญญาไทย และการประยุกต์ใช้ภูมิป๎ญญา (4) ความรู้ และทักษะด้านคณิตศาสตร์ และด้าน ภาษา เน้นการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง (5) ความรู้ และทักษะในการประกอบอาชีพและการ ดารงชีวิตอย่างมีความสุข
  • 13. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 13เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ที่ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 43 มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้ สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดาเนินการ อย่างไร (1)จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ และความถนัดของผู้เรียนโดยคานึงถึงความแตกต่าง ระหว่างบุคคล (2) ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญ สถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อปูองกันและ แก้ไขปัญหา (3) จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ จริง ฝึกการปฏิบัติให้ทาได้ คิดเป็นทาเป็น รักการอ่านและ เกิดการใฝุรู้อย่างต่อเนื่อง (4) จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานสาระความรู้ด้าน ต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วนสมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝ๎ง คุณธรรม ค่านิยมที่ดีงามและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ใน ทุกวิชา (5) ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัด บรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอานวยความ สะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ รวมทั้ง สามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ เรียนรู้ ทั้งนี้ ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อ การเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ (6) จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีการ ประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครอง และบุคคลใน ชุมชนทุกฝุาย เพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ 44 ม 25 รัฐต้องส่งเสริมการดาเนินงานและการ จัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ ได้แก่ อะไรบ้าง -ห้องสมุดประชาชน -พิพิธภัณฑ์ -หอศิลป์ - สวนสัตว์ - สวนสาธารณะ -สวนพฤกษศาสตร์ - อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี -ศูนย์การกีฬาและนันทนาการ -แหล่งข้อมูล และแหล่งการเรียนรู้อื่นอย่างพอเพียงและมี ประสิทธิภาพ
  • 14. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 14เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ที่ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 45 มาตรา 26 ให้สถานศึกษาจัดการประเมิน ผู้เรียน โดยพิจารณาจากอะไรบ้าง ( ออกบ่อยมาก) (พัฒ พฤติ /เกต กรรม สอบ) 1 พัฒนาการของผู้เรียน 2 ความประพฤติ 3 การสังเกตพฤติกรรมการเรียน 4 การร่วมกิจกรรม 5 การทดสอบควบคู่ไปในกระบวนการเรียนการสอน ตามความเหมาะสมของแต่ละระดับและรูปแบบการศึกษา ( ให้สถานศึกษาใช้วิธีการที่หลากหลายในการจัดสรรโอกาส การเข้าศึกษาต่อ และให้นาผลการประเมินผู้เรียนตามวรรค หนึ่งมาใช้ประกอบการพิจารณาด้วย) 46 มาตรา 27 คณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐานกาหนดหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เพื่ออะไร 1 เพื่อความเป็นไทย 2 ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ 3 การดารงชีวิต 4 และการประกอบอาชีพตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ 47 ใครเป็นผู้จัดทาหลักสูตรสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่ทาสาระของหลักสูตรตาม วัตถุประสงค์ ในส่วนที่เกี่ยวกับ - สภาพป๎ญหาในชุมชนและสังคม - ภูมิป๎ญญาท้องถิ่น - คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของ ครอบครัว ชุมชน สังคม 48 มาตรา 28 หลักสูตรการศึกษาระดับ ต่าง ๆ ต้องมีลักษณะอย่างไร - ให้จัดตามความเหมาะสมของแต่ละระดับ - โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลให้เหมาะสม แก่วัยและศักยภาพ 49 สาระของหลักสูตร ทั้งที่เป็นวิชาการ และ วิชาชีพ ต้องมีลักษณะอย่างไร ต้องมุ่งพัฒนาคนให้มีความสมดุล ทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ความดีงาม และความรับผิดชอบต่อสังคม 50 หลักสูตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา มี ลักษณะอย่างไร - มุ่งหมายเฉพาะที่จะพัฒนาวิชาการ วิชาชีพชั้นสูง และการค้นคว้า วิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และ พัฒนาสังคม 51 มาตรา 29 ให้สถานศึกษาร่วมกับ บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบัน ศาสนา สถานประกอบการและสถาบันสังคม อื่น เพื่อวัตถุประสงค์ใด - ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนโดยจัด กระบวนการเรียนรู้ภายในชุมชน เพื่อให้ชุมชนมี การจัดการศึกษาอบรม มีการแสวงหา ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร และรู้จักเลือกสรรภูมิป๎ญญา และวิทยาการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชนให้สอดคล้อง กับสภาพป๎ญหาและความต้องการ รวมทั้งหาวิธีการ สนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์พัฒนา ระหว่างชุมชน
  • 15. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 15เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ที่ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 52 มาตรา 30 สถานศึกษามีหน้าที่ใด - พัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ - รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อ พัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละ ระดับการศึกษา
  • 16. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 16เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด 5 การบริหารและการจัดการศึกษา ส่วนที่ 1 การบริหารและการจัดการศึกษาของรัฐ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 53 มาตรา 31 กระทรวงมีอานาจหน้าที่ อะไรบ้าง 1 ส่งเสริม และกากับดูแลการศึกษาทุกระดับและทุก ประเภท 2 กาหนดนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษา 3 สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษา ส่งเสริมและ ประสานงาน การศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการกีฬา เพื่อการศึกษา 4 รวมทั้งการติดตามตรวจสอบ และประเมินผลการจัด การศึกษาและราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกาหนดให้ 54 มาตรา 32 ให้กระทรวงมีองค์กรหลักที่เป็นคณะ บุคคลในรูปสภา หรือในรูปคณะกรรมการจานวน กี่องค์กร อะไรบ้าง สานักงาน 4 องค์กรหลัก / คณะกรรมการ เป็น นิติบุคคล 1 สภาการศึกษา 59 คน 2 คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่เกิน 27 คน 3 คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ไม่เกิน 32 คน 4 และคณะกรรมการการอุดมศึกษา ไม่เกิน 28 คน เพื่อพิจารณา ให้ความเห็นหรือให้คาแนะนาแก่รัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี และมีอานาจหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายกาหนด 55 มาตรา 33 สภาการศึกษา มีหน้าที่อะไร 1 พิจารณาเสนอแผนการศึกษาแห่งชาติที่บูรณาการ ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และกีฬากับการศึกษาทุก ระดับ 2 พิจารณาเสนอนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษา เพื่อดาเนินการให้เป็นไปตามแผนตาม (1) 3 พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนุน ทรัพยากรเพื่อการศึกษา 4 ดาเนินการประเมินผลการจัดการศึกษาตาม (1) 5 ให้ความเห็นหรือคาแนะนาเกี่ยวกับกฎหมายและ กฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ การเสนอนโยบาย แผนการศึกษาแห่งชาติ และ มาตรฐานการศึกษา ให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรี
  • 17. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 17เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 56 คณะกรรมการสภาการศึกษา ประกอบด้วยบุคคลใดบ้าง - รัฐมนตรีเป็นประธาน - กรรมการโดยตาแหน่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง - ผู้แทนองค์กรเอกชน - ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - ผู้แทนองค์กรวิชาชีพ - พระภิกษุซึ่งเป็นผู้แทนคณะสงฆ์ - ผู้แทนคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย - ผู้แทนองค์กรศาสนาอื่น - กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีจานวนไม่น้อยกว่า จานวนกรรมการประเภทอื่นรวมกัน ให้สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นนิติบุคคล และให้เลขาธิการสภาเป็นกรรมการและเลขานุการ 57 มาตรา 34 คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหน้าที่อะไรบ้าง 1 มีหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนามาตรฐาน และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนการศึกษาแห่งชาติ 2 การสนับสนุนทรัพยากร การติดตาม ตรวจสอบและ ประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 58 คณะกรรมการการอาชีวศึกษา มีหน้าที่อะไรบ้าง 1 มีหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา มาตรฐาน และหลักสูตรการ อาชีวศึกษาทุกระดับ ที่สอดคล้องกับ ความต้องการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติและแผน การศึกษาแห่งชาติ การ 2 ส่งเสริมประสานงานการจัดการอาชีวศึกษาของรัฐและ เอกชน 3 การสนับสนุนทรัพยากร การติดตาม ตรวจสอบ และ ประเมินผลการจัดการอาชีวศึกษา โดยคานึงถึงคุณภาพและความเป็นเลิศทางวิชาชีพ 59 คณะกรรมการการอุดมศึกษา มีหน้าที่อะไร 1 เสนอนโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการ อุดมศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการตามแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนการศึกษาแห่งชาติ 2 การสนับสนุนทรัพยากร การติดตาม ตรวจสอบ และ ประเมินผลการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยคานึงถึงความเป็นอิสระและความเป็นเลิศทาง วิชาการของสถานศึกษาระดับปริญญาตามกฎหมายว่า ด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาแต่ละแห่ง และกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง"
  • 18. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 18เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 60 มาตรา 36 สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษา ระดับปริญญาเป็นนิติบุคคล ดาเนินการจัดการ ศึกษาได้อย่างไร ดาเนินกิจการได้โดยอิสระ สามารถพัฒนาระบบ บริหารและการจัดการที่เป็นของตนเอง มีความคล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการ และ อยู่ภายใต้การกากับดูแลของสภาสถานศึกษา ตาม กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษานั้น ๆ 61 "มาตรา 37 การบริหารและการจัดการศึกษาขั้น พื้นฐานให้ยึดเขตพื้นที่การศึกษา โดยคานึงถึง อะไรบ้าง (ออกข้อสอบทุกครั้ง) 1 ระดับของการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2 จานวนสถานศึกษา 3 จานวนประชากร 4 วัฒนธรรม 5 ความเหมาะสมดานอื่นดวย เวนแตการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายวาดวย การอาชีวศึกษา 62 การประกาศเขตพื้นที่ ดาเนินการได้โดยวิธีใด ใหรัฐมนตรีโดยคาแนะนาของสภาการศึกษา มีอานาจ ประกาศในราชกิจจานุเบกษากาหนดเขตพื้นที่ การศึกษาเพื่อการบริหารและการจัดการศึกษาขั้น พื้นฐาน แบงเปน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 183 เขต เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 42 เขต ( รวม 225 เขต ) 63 ในกรณีที่สถานศึกษาใดจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ใหยึดระดับการศึกษาของสถานศึกษานั้นเปนสาคัญ ทั้งนี้ตามที่รัฐมนตรีประกาศกาหนดโดยคาแนะนาของ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 64 ในกรณีที่เขตพื้นที่การศึกษาไมอาจบริหารและจัด การศึกษาได ผู้ใดสามารถจัดการศึกษาได้ กระทรวงอาจจัดใหมีการศึกษาขั้นพื้นฐานดังตอไปนี้ เพื่อเสริมการบริหารและการจัดการของเขตพื้นที่ การศึกษาก็ได (๑) การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสาหรับบุคคลที่มี ความบกพรองทางรางกาย จิตใจ สติปญญา อารมณ สังคม การสื่อสารและการเรียนรูหรือมีรางกายพิการหรือ ทุพพลภาพ (๒) การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดในรูปแบบ การศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัย (๓) การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสาหรับบุคคลที่มี ความสามารถพิเศษ (๔) การจัดการศึกษาทางไกล และการจัดการศึกษา ที่ใหบริการในหลายเขตพื้นที่การศึกษา”
  • 19. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 19เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 65 มาตรา 38 หน้าที่คณะกรรมการเขตพื้นที่ การศึกษา คืออะไร ประสาน+ส่งเสริม+สนับสนุน =เอกชน ประสาน+ส่งเสริม=องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริม+สนับสนุน=การจัดการศึกษาของบุคคล 1 มีอานาจหน้าที่ในการกากับ ดูแล จัดตั้ง ยุบ รวม หรือเลิกสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษา 2 ประสานส่งเสริมและสนับสนุน สถานศึกษาเอกชน ในเขตพื้นที่การศึกษา 3 ประสานและส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ สามารถจัดการศึกษาสอดคล้องกับนโยบายและ มาตรฐานการศึกษา 4 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ที่จัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลายในเขตพื้นที่ การศึกษา 66 คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ประกอบด้วย ใครบ้าง ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนองค์กรเอกชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษา ผู้แทนสมาคมผู้ปกครองและครู ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะ และ วัฒนธรรม ให้ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็น กรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการเขตพื้นที่ การศึกษา 67 มาตรา 39 ให้กระทรวงกระจายอานาจการ บริหารและการจัดการศึกษา ไปยังคณะกรรมการ และสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ สถานศึกษาในเขตพื้นที่ การศึกษาโดยตรง ใน เรื่องอะไรบ้าง 1 ด้านวิชาการ 2 งบประมาณ 3 การบริหารงานบุคคล 4 การบริหารทั่วไป
  • 20. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 20เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 68 มาตรา 40 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับต่ากว่าปริญญา และสถานศึกษาอาชีวศึกษา ประกอบด้วยใคร บ้าง ขนาดเล็ก มีจานวนนักเรียนไม่เกิน 300 คน มีกรรมการ 9 คน ** ขนาดใหญ่ มีจานวนนักเรียน เกิน 300 คนขึ้นไป มีกรรมการ 15 คน 1 ผู้แทนผู้ปกครอง 2 ผู้แทนครู 3 ผู้แทนองค์กรชุมชน 4 ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 ผู้แทนศิษย์เก่าของสถานศึกษา 6 ผู้แทนพระภิกษุสงฆ์หรือผู้แทนองค์กรศาสนาอื่นใน พื้นที่ และผู้ทรงคุณวุฒิ สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับต่ากว่าปริญญาและ สถานศึกษาอาชีวศึกษาอาจมีกรรมการเพิ่มขึ้นได้ ให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการของ คณะกรรมการสถานศึกษา
  • 21. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 21เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ส่วนที่ 2 การบริหารและการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 69 มาตรา 41 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมี สิทธิจัดการศึกษาในระดับใด - ระดับหนึ่งหรือทุกระดับ ตามความพร้อม ความเหมาะสมและความ ต้องการภายในท้องถิ่น 70 มาตรา 42 กระทรวงมีหน้าที่ใด ต่อการจัด การศึกษาของ อปท. 1 กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อมในการ จัดการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2 มีหน้าที่ในการประสานและส่งเสริมองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นให้สามารถจัดการศึกษา สอดคล้องกับนโยบายและได้ มาตรฐานการศึกษา 3 เสนอแนะการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนการจัด การศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนที่ 3 การบริหารและการจัดการศึกษาของเอกชน 71 มาตรา 43 การบริหารและการจัดการศึกษา ของเอกชน มีลักษณะอย่างไร 1 ให้มีความเป็นอิสระโดยมีการกากับติดตาม การประเมิน คุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของรัฐ 2 ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประเมินคุณภาพและ มาตรฐานการศึกษาเช่นเดียวกับสถานศึกษาของรัฐ 72 มาตรา 44 คณะกรรมการสถานศึกษา เอกชนตาม เป็นนิติบุคคล มีใครบ้าง 1 ผู้บริหารสถานศึกษาเอกชน 2 ผู้รับใบอนุญาต 3 ผู้แทนผู้ปกครองผู้แทนองค์กรชุมชน 4 ผู้แทนครู 5 ผู้แทนศิษย์เก่า 6 และผู้ทรงคุณวุฒิ จานวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรร หา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดารง ตาแหน่ง และการพ้นจากตาแหน่ง ให้เป็นไปตามที่กาหนดใน กฎระทรวง 73 มาตรา 45 สถานศึกษาเอกชนจัดการศึกษา ระดับใดได้บ้าง ได้ทุกระดับและทุกประเภท
  • 22. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 22เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 74 การกาหนดนโยบายและแผนการจัด การศึกษาของรัฐ ของเขตพื้นที่ การศึกษา หรือขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ต้องคานึงถึงอะไร ให้คานึงถึงผลกระทบต่อการจัดการศึกษาของเอกชน โดยให้รัฐมนตรีหรือคณะกรรมการการศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรมเขตพื้นที่การศึกษา หรือองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นรับฟ๎งความคิดเห็นของเอกชนและประชาชน ประกอบการพิจารณาด้วย 75 สถานศึกษาของเอกชนที่จัดการศึกษาระดับ ปริญญา สามารถจัดการศึกษาได้อย่างไร - ดาเนินกิจการได้ โดยอิสระสามารถพัฒนาระบบ บริหารและการจัดการที่เป็นของตนเอง - มีความคล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการ - และอยู่ภายใต้การกากับดูแลของสภา สถานศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษา เอกชน 76 มาตรา 46 รัฐต้องให้การสนับสนุน สถานศึกษาเอกชน ในเรื่องใดบ้าง 1 ด้านเงินอุดหนุน 2 การลดหย่อนหรือการยกเว้นภาษี 3 สิทธิประโยชน์อย่างอื่นที่เป็นประโยชน์ในทางการศึกษาแก่ สถานศึกษาเอกชนตามความเหมาะสม 4 รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนด้านวิชาการให้สถานศึกษา เอกชนมีมาตรฐานและสามารถพึ่งตนเองได้
  • 23. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 23เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด 6 มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 77 มาตรา 47 ระบบการประกันคุณภาพ การศึกษา มีกี่ประเภท 1 ระบบการประกันคุณภาพภายใน (อย่างน้อย 1 ครั้งในทุก 3ปี ) 2 ระบบการประกันคุณภาพภายนอก (1 ครั้งในทุก 5 ปี นับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย 78 มาตรา 48 การประกันคุณภาพภายใน ดาเนินการโดยใคร หน่วยงานต้นสังกัด และสถานศึกษา 79 การประกันคุณภาพภายใน มีความสาคัญ อย่างไร (SAR) Self Assessment Report รายงานการประเมินตนเอง สถานศึกษา ประเมินตนเองทุกปี สานักงานเขตพื้นที่ การศึกษาตรวจสอบทบทวน >> อย่างน้อย 1 ครั้งใน ทุก ๆ 3 ปี 1 การประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหนึ่งของ กระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดาเนินการอย่างต่อเนื่อง 2 มีการจัดทารายงานประจาปีเสนอต่อหน่วยงานต่อ สังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 3 เปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อนาไปสู่การพัฒนา คุณภาพและมาตรฐานการศึกษา 4 เพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก 80 มาตรา 49 ให้มีสานักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา คือ - สมศ. มีฐานะเป็นองค์การมหาชน 81 สานักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษา มีหน้าที่ ( ออกข้อสอบบ่อยมาก) 1 ทาหน้าที่พัฒนาเกณฑ์ วิธีการประเมินคุณภาพ ภายนอก 2 ทาการประเมินผลการจัดการศึกษาเพื่อให้มีการ ตรวจสอบคุณภาพของสถานศึกษา โดยคานึงถึง - ความมุ่งหมาย - และหลักการ - แนวการจัดการศึกษา ในแต่ละระดับตามที่กาหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ 82 ให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกของ สถานศึกษาทุกแห่งอย่างน้อยกี่ปี หนึ่งครั้งในทุกห้าปีนับตั้งแต่การประเมินครั้งสุดท้าย และเสนอผลการประเมินต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ สาธารณชน รอบสาม 2554-2558 รอบสี่ 2559-2563
  • 24. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 24เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 83 มาตรา 50 เมื่อ สมศ.มาประเมิน สถานศึกษามีหน้าที่อย่างไร ให้ความร่วมมือในการจัดเตรียม - เอกสารหลักฐานต่าง ๆ - บุคลากร - คณะกรรมการของสถานศึกษา - รวมทั้งผู้ปกครองและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สถานศึกษาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนที่พิจารณาเห็น ว่าเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติภารกิจของสถานศึกษา ตามคาร้องขอของสานักงานรับรองมาตรฐาน และประเมิน คุณภาพการศึกษาหรือบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่ สานักงานดังกล่าวรับรอง 84 มาตรา 51 ในกรณีที่ผลการประเมิน ภายนอกของสถานศึกษาใดไม่ได้ตาม มาตรฐาน สถานศึกษา จะดาเนินการ อย่างไร 1 จัดทาข้อเสนอแนะ การปรับปรุงแก้ไขต่อหน่วยงานต้น สังกัด เพื่อให้สถานศึกษา ปรับปรุง แก้ไขภายในระยะเวลาที่ กาหนด 2 หากมิได้ดาเนินการดังกล่าวให้สานักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา รายงานต่อ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการการ อาชีวศึกษา หรือคณะกรรมการการอุดมศึกษา เพื่อ ดาเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไข"
  • 25. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 25เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด 7 ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 85 มาตรา 52 กระทรวงมีหน้าที่ในการพัฒนา ครู คณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา อย่างไร 1 ส่งเสริมให้มีระบบ กระบวนการผลิต การพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพและ มาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง 2 การกากับและประสานให้สถาบันที่ทาหน้าที่ผลิตและ พัฒนาครู คณาจารย์ รวมทั้งบุคลากรทางการศึกษาให้มี ความพร้อมและมีความเข้มแข็งในการเตรียมบุคลากรใหม่ 3 การพัฒนาบุคลากรประจาการอย่างต่อเนื่อง 4 รัฐพึงจัดสรรงบประมาณและจัดตั้งกองทุนพัฒนา ครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเพียงพอ 86 มาตรา 53 ให้มีองค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหาร สถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา คือ ( คุรุสภา เกิด พรบ.สภาครูและบุคลากร ทางการศึกษา) ฐานะเป็นองค์กรอิสระภายใต้การบริหารของสภาวิชาชีพใน กากับของกระทรวง 87 หน้าที่ของ คุรุสภา 1 มีอานาจหน้าที่กาหนดมาตรฐานวิชาชีพ 2 ออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 3 กากับดูแลการปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณ ของวิชาชีพ 4 การพัฒนาวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหาร การศึกษา 88 ผู้ใดต้องมีใบประกอบวิชาชีพ 1 ครู 2 ผู้บริหารสถานศึกษา 3 ผู้บริหารการศึกษา 4 บุคลากรทางการศึกษาอื่นทั้งของรัฐและเอกชน 89 มาตรา 54 ให้มีองค์กรกลางบริหารงาน บุคคลของข้าราชการครู โดยให้ครูและ บุคลากรทางการศึกษา คือ ก.ค.ศ. 31 คน อ.ก.ค.ศ. 10 คน เกิด พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 2547 90 มาตรา 55 ให้มีกฎหมายว่าด้วย เงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการ และสิทธิ ประโยชนเกื้อกูลอื่น เพื่อ ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้มีรายได้ที่ เพียงพอและเหมาะสมกับฐานะทางสังคมและวิชาชีพ (พรบ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจาตาแหน่ง ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 2547)
  • 26. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 26เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 91 มาตรา 56 การผลิตและพัฒนาคณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา การพัฒนา มาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ และ การบริหารงานบุคคลของข้าราชการหรือ พนักงานของรัฐในสถานศึกษาระดับปริญญา ที่เป็นนิติบุคคล ให้ดาเนินการอย่างไร ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษาแต่ละ แห่งและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 92 มาตรา 57 การศึกษาระดมทรัพยากรบุคคล ในชุมชนให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ต้องดาเนินการอย่างไร - นาประสบการณ์ ความรอบรู้ ความชานาญ และภูมิ ป๎ญญาท้องถิ่นของบุคคลดังกล่าวมาใช้เพื่อให้เกิด ประโยชน์ทางการศึกษา - ยกย่องเชิดชูผู้ที่ส่งเสริมและสนับสนุนการจัด การศึกษา
  • 27. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 27เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด 8 ทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 93 มาตรา 58 การระดมทรัพยากรและการ ลงทุนด้านงบประมาณ การเงิน และ ทรัพย์สินทั้งจากรัฐ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร ชุมชนเอกชนองค์กรเอกชน องค์กร วิชาชีพ สถาบันศาสนา สถาน ประกอบการ สถาบันสังคมอื่น และ ต่างประเทศมาใช้จัดการศึกษาดังนี้ (1) ให้รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดมทรัพยากร เพื่อการศึกษา โดยอาจจัดเก็บภาษีเพื่อการศึกษาได้ตาม ความเหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกาหนด (2) ให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเอกชนองค์กรเอกชน องค์กร วิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบัน สังคมอื่น ระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา โดยเป็นผู้จัดและมี ส่วนร่วมในการจัดการศึกษา บริจาคทรัพย์สินและ ทรัพยากรอื่นให้แก่สถานศึกษา และมีส่วนร่วมรับภาระ ค่าใช้จ่ายทางการศึกษาตามความเหมาะสมและความจาเป็น 94 รัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริม และให้แรงจูงใจในการระดมทรัพยากร อย่างไร การอุดหนุนและใช้มาตรการลดหย่อนหรือยกเว้น ภาษี ตามความเหมาะสมและความจาเป็น ทั้งนี้ ให้เป็นไป ตามที่กฎหมายกาหนด 95 มาตรา 59 อสังหาริมทรัพย์ที่ สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล ได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ หรือโดยการซื้อหรือ แลกเปลี่ยนจากรายได้ของสถานศึกษา (ออกข้อสอบบ่อย) ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ และให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสถานศึกษา 96 รายได้และผลประโยชน์ของสถานศึกษาของ รัฐที่เป็นนิติบุคคล ผลประโยชน์ที่เกิดจากที่ ราชพัสดุ เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลา ศึกษา และเบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญา การซื้อทรัพย์สินหรือจ้างทาของที่ดาเนินการ ไม่เป็นรายได้ที่ต้องนาส่งกระทรวงการคลัง ตามกฎหมายว่าด้วย เงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ 97 บรรดารายได้และผลประโยชน์ของ สถานศึกษาของรัฐที่ไม่เป็นนิติบุคคล ให้สถานศึกษาสามารถจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในการจัด การศึกษาของสถานศึกษานั้น ๆ ได้ตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกาหนด
  • 28. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 28เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 100 มาตรา 60 ให้รัฐจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน ให้กับการศึกษา จัดสรรเป็นเงินงบประมาณ เพื่อการศึกษา ดังนี้ 1) จัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่ เหมาะสมแก่ผู้เรียนการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาขั้น พื้นฐานที่จัดโดยรัฐและเอกชนให้เท่าเทียมกัน (2) จัดสรรทุนการศึกษาในรูปของกองทุนกู้ยืมให้แก่ ผู้เรียนที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยตามความเหมาะสม และความจาเป็น (3) จัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษาอื่น เป็นพิเศษให้เหมาะสม และสอดคล้องกับความจาเป็นใน การจัดการศึกษาสาหรับผู้เรียนที่มีความต้องการเป็นพิเศษ แต่ละกลุ่มตามมาตรา 10 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ โดยคานึงถึงความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษาและ ความเป็นธรรม 4) จัดสรรงบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายดาเนินการ และงบ ลงทุนให้สถานศึกษาของรัฐตามนโยบายแผนพัฒนา การศึกษาแห่งชาติ และภารกิจของสถานศึกษา โดยให้มี อิสระในการบริหารงบประมาณและทรัพยากรทางการ ศึกษา ทั้งนี้ ให้คานึงถึงคุณภาพและความเสมอภาคใน โอกาสทางการศึกษา (5) จัดสรรงบประมาณในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไปให้ สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล และเป็นสถานศึกษาในกากับของรัฐหรือองค์การมหาชน (6) จัดสรรกองทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่าให้สถานศึกษา เอกชน เพื่อให้พึ่งตนเองได้ (7) จัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการศึกษาของรัฐและเอกชน 101 มาตรา 61 ให้รัฐจัดสรรเงินอุดหนุน การศึกษาที่จัดโดย บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น โดยคานึงถึง ตามความเหมาะสมและความจาเป็น 102 มาตรา 62 ให้มีระบบการตรวจสอบ ติดตามและประเมินประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลการใช้จ่ายงบประมาณการจัด การศึกษาคุณภาพ โดย ให้สอดคล้องกับ - หลักการศึกษา แนวการจัดการศึกษาและมาตรฐาน การศึกษา โดยหน่วยงานภายในและหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ ตรวจสอบภายนอก
  • 29. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 29เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 103 มาตรา 63 รัฐต้องจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนาและโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่จาเป็นต่อการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปอื่น เพื่อใช้ประโยชน์สาหรับการศึกษาในระบบ การศึกษา นอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย การทะนุบารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมตามความจาเป็น 104 มาตรา 64 รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิต และพัฒนาแบบเรียน ตาราหนังสือทาง วิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์อื่น วัสดุอุปกรณ์ และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น โดยเร่งรัดพัฒนาขีดความสามารถใน การผลิต จัดให้มีเงินสนับสนุนการผลิตและมีการให้แรงจูงใจแก่ผู้ผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อ การศึกษา ทั้งนี้ โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดย เสรีอย่างเป็นธรรม 105 มาตรา 66 ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในโอกาส แรกที่ทาได้ เพื่อให้มีความรู้และทักษะเพียงพอที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในการแสวงหาความรู้ด้วย ตนเองได้อย่างเนื่องตลอดชีวิต 106 มาตรา 67 รัฐต้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อ การศึกษา รวมทั้งการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้เกิดการใช้ที่ คุ้มค่าและเหมาะสมกับกระบวน-การเรียนรู้ของคนไทย 107 มาตรา 68 ให้มีการระดมทุน เพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาจากเงินอุดหนุนของรัฐ ค่าสัมปทาน และผลกาไรที่ได้จากการดาเนินกิจการด้านสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศ และ โทรคมนาคมจากทุกฝุายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรประชาชนรวมทั้งการให้มีการลดอัตรา ค่าบริการเป็นพิเศษในการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อการพัฒนาคนและสังคม 108 มาตรา 69 รัฐต้องจัดให้มีหน่วยงานกลางทาหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผนส่งเสริมและประสานการ วิจัย การพัฒนาและการใช้ รวมทั้งการประเมินคุณภาพ และประสิทธิภาพของการผลิตและการใช้เทคโนโลยี เพื่อการศึกษา
  • 30. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 30เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) สรุปสาระสาคัญ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ชื่อ พรบ. ประกาศใช้ เหตุผลที่ประกาศใช้ พรบ.ระเบียบข้าราชการครู พ.ศ.2547 23 ธันวาคม 2547 (บังคับใช้หลัง 1 วันนะครับ) เกิดจาก หมวด 7 ม54 พรบ.การศึกษาแห่งชาติ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที2 (2551) 20 กุมภาพันธ์ 2551 การบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษามีความไมเหมาะสมและ ไมสอดคลอง กับสภาพการณในปจจุบัน ทาให การบริหารงานบุคคลของขาราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาเปนไปโดยลาชา และไมมีประสิทธิภาพ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที3 (2553) 22 กรกฏาคม 2553 ไดมีการปรับปรุงเขตพื้นที่การศึกษา เปนเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ทาใหตองปรับปรุง องคประกอบของคณะกรรมการขาราชการครู ละบุคลากรทางการศึกษาและ คณะอนุกรรมการขาราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา สูตรการจา กับ ครูอินดี้ ง่ายโคตร กะเทยตบสวด / อ๊อด อ๊อด ทั่วไป จาจ่ายๆ ส่วนนา หมวด 1 คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก หมวด 2 บททั่วไป ท หมวด 3การกาหนดตาแหน่ง วิทยฐานะ และการให้ได้รับเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงิน ประจาตาแหน่ง ต หมวด 4การบรรจุและการแต่งตั้ง บ หมวด 5 การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ส หมวด 6 วินัยและการรักษาวินัย ว หมวด 7 การดาเนินการทางวินัย ด หมวด 8 การออกจากราชการ ออก(ก มาก่อน ท) หมวด 9 การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ อุท บทเฉพาะกาล
  • 31. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 31เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 1 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 และที่ แก้ไขเพิ่มเติม เกิดจาก มาตรา54 การศึกษาแห่งชาติ 42 ให้มีองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู 2 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มีกี่ฉบับ 3 ฉบับ ประกาศใช้เมื่อวันที่ ฉ.1 23 ธันวาคม 2547 ฉ.2 20 กุมภาพันธ์ 2551 ฉ.3 22 กรกฏาคม 2553 3 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 มีกี่หมวด กี่มาตรา 9 หมวด 1 บทเฉพาะกาล 140 มาตรา 4 มาตรา4 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา” หมายความว่าอย่างไร บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ให้ รับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณแผ่นดิน งบ บุคลากรที่จ่ายในลักษณะเงินเดือนใน - กระทรวงศึกษาธิการ - กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา - กระทรวงวัฒนธรรม หรือกระทรวงอื่นที่กาหนด ในพระราชกฤษฎีกา 5 ข้าราชการครู” หมายความว่าอย่างไร ผู้ที่ประกอบวิชาชีพซึ่งทาหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการ สอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ ใน สถานศึกษาของรัฐ 6 คณาจารย์” หมายความว่าอย่างไร บุคลากรซึ่งทาหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยใน สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ 7 “บุคลากรทางการศึกษา” หมายถึง - ผู้บริหารสถานศึกษา - ผู้บริหารการศึกษา - ผู้สนับสนุนการศึกษา 8 ผู้สนับสนุนการศึกษา หมายถึง - ผู้ทาหน้าที่ให้บริการ หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับ การจัดกระบวนการเรียนการสอน - การนิเทศ - การบริหารการศึกษา - และปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานการศึกษา 9 วิชาชีพ” หมายความว่า วิชาชีพครู วิชาชีพบริหารการศึกษา วิชาชีพบุคลากรทางการศึกษาอื่น
  • 32. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 32เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 10 เขตพื้นที่การศึกษา” หมายความว่า อย่างไร เขตพื้นที่การศึกษาตามประกาศกระทรวง 11 หน่วยงานการศึกษา” หมายความว่า อย่างไร ๑) สถานศึกษา ๒) สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ๓) สานักงานการศึกษานอกโรงเรียน ๔) แหล่งการเรียนรู้ตามประกาศของสานักงานเขตพื้นที่ การศึกษา ๕) หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการหรือตามประกาศกระทรวง หรือ หน่วยงานที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษากาหนด 12 “สถานศึกษา” หมายความว่า อย่างไร - สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย - โรงเรียน - ศูนย์การศึกษาพิเศษ - ศูนย์การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย - ศูนย์การเรียน - วิทยาลัย - วิทยาลัยชุมชน - สถาบัน - หรือสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นของรัฐที่มีอานาจ หน้าที่หรือมีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาตาม กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติและตามประกาศ กระทรวง 13 ส่วนราชการ” หมายความว่า อย่างไร หน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นกรมหรือเทียบเท่ากรม 14 หัวหน้าส่วนราชการ” คือบุคคลใด - ปลัดกระทรวง - เลขาธิการ - อธิบดี - หรือตาแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่า 15 กระทรวง” หมายความว่า - กระทรวงศึกษาธิการ
  • 33. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 33เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 16 “รัฐมนตรีเจ้าสังกัด” หมายความว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงในกระทรวงที่มีข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาอยู่ในสังกัด 17 รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ 18 มาตรา ๖ ใครเป็นผู้รักษาการตาม พรบ.นี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
  • 34. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 34เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๑ คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 19 มาตรา ๗ คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา เรียกโดยย่อว่าอะไร - ก.ค.ศ. (อย่าลืม กอ จุด คอ จุด ศอ จุด) 20 ก.ค.ศ. มีจานวนกี่คน 31 คน 21 องค์ประกอบของ ก.ค.ศ. คือ สูตร 1:1:8:9:12 - ประธาน 1 คน - รองประธาน 1 คน - กรรมการโดยตาแหน่ง 8 คน - กรรมผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คน - กรรมการ จากการเลือกตั้ง 12 คน 22 ใครเป็นประธาน ก.ค.ศ. รมต.กระทรวงศึกษาธิการ. เป็นประธานกรรมการ 1 คน 23 ใครเป็นรองประธาน ก.ค.ศ. (๑) ปลัด ศธ เป็นรองประธานกรรมการ 1 คน 24 กรรมการโดยตาแหน่ง ก.ค.ศ. มีกี่คน 8 คน 25 กรรมการโดยตาแหน่ง ก.ค.ศ. มีใครบ้าง กรรมการโดยตาแหน่ง 8 คน -ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา -ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม -เลขาธิการ ก.พ. -เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน -เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา - เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา - เลขาธิการ ก.ค.ศ. - เลขาธิการคุรุสภา 26 กรรมการผู้ทรงวุฒิ ใน ก.ค.ศ. มีกี่คน 9 คน
  • 35. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 35เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 27 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ. มีใครบ้าง ( ครม.แต่งตั้ง) (อายุไม่ต่ากว่า 35 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์) คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ ความ เชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงทาง -ด้านการศึกษา -ด้านการบริหารงานบุคคล -ด้านกฎหมาย -ด้านการบริหารการจัดการภาครัฐ -ด้านการบริหารองค์กร -ด้านการศึกษาพิเศษ -ด้านการบริหารธุรกิจ หรือด้านเศรษฐศาสตร์ -ด้านการผลิตและพัฒนาครู และด้านเทคโนโลยี -สารสนเทศหรือด้านการบริหารจัดการความรู้ หรือ-ด้านการวิจัยและประเมินผล ด้านละหนึ่งคน 28 กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาซึ่งมาจากการเลือกตั้ง มีกี่คน 12 คน 29 กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาซึ่งมาจากการเลือกตั้ง มีใคร บ้าง ผอ.เขต 2 ผอ.รร 2 ครู 6 บุคลากร 2 - ผอ.สพท. การศึกษาประถมศึกษา 1 - ผอ.สพท. มัธยมศึกษา 1 - ผู้บริหารสถานศึกษาประถมศึกษา 1 - ผู้บริหารสถานศึกษามัธยมศึกษา 1 - ข้าราชการครู 6 - สังกัด สพฐ. ประถมศึกษา 3 - สังกัด สพฐ. มัธยมศึกษา 1 - สังกัด สกอศ. 1 - สังกัดสานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือสังกัดสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาสังกัด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือสังกัดกระทรวง วัฒนธรรม 1  บุคลากรทางการศึกษาอื่น 2 - ประถมศึกษา 1 - มัธยมศึกษา 1 30 ใครเป็นเลขานุการ กคศ. เลขาธิการ ก.ค.ศ. 31 ให้เลขาธิการ ก.ค.ศ. แต่งตั้งข้าราชการใน สานักงาน ก.ค.ศ. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ได้คน ไม่เกิน 2 คน
  • 36. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 36เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 32 มาตรา ๘ คุณสมบัติของ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คือ ๑) มีสัญชาติไทย ( ไม่เกี่ยวกับเชื้อชาติ) ๒) มีอายุไม่ต่ากว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ และไม่เกินเจ็ดสิบปี บริบูรณ์ ๓) ไม่เป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง ๔) ไม่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ๕) ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ ที่ปรึกษา หรือผู้มีตาแหน่งบริหารใน พรรคการเมือง ๖) เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ความ ยุติธรรม และไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบอาชีพ 33 มาตรา ๙ คุณสมบัติกรรมการผู้แทน ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา คือ (ชีพ สัตย์ ) (๑) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และไม่เคยถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมาก่อน ๒) เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ความ ยุติธรรม และไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบอาชีพ 34 มาตรา ๑๐ คุณสมบัติกรรมการผู้แทน ผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษา ที่เรียกชื่ออย่างอื่นในหน่วยงานการศึกษา ตามที่ ก.ค.ศ. กาหนด คือ (ชีพ 5 สัตย์) ๑) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และไม่เคยถูกพักใช้หรือ เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมาก่อน ๒) มีประสบการณ์ด้านการบริหารในตาแหน่งผู้บริหาร สถานศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นใน หน่วยงานการศึกษาเป็นเวลา ไม่น้อยกว่าห้าปี ๓) เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ความ ยุติธรรม และไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบอาชีพ 35 มาตรา ๑๑ คุณสมบัติ กรรมการผู้แทน ข้าราชการครู คือ (ชีพ ชานาญการ 15 สัตย์) ๑) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และไม่เคยถูกพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมาก่อน ๒) มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอนในวิทยฐานะไม่ ต่ากว่าครูชานาญการหรือเทียบเท่าหรือมี ประสบการณ์การสอนเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าปี ๓) เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ความ ยุติธรรม และไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบอาชีพ
  • 37. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 37เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 36 มาตรา ๑๒ คุณสมบัติ ของกรรมการผู้แทน บุคลากรทางการศึกษาอื่น คือ (ไม่ต่าป.ตรี 15 สัตย์) ๑) มีวุฒิการศึกษาไม่ต่ากว่าระดับปริญญาตรี ๒) มีประสบการณ์ด้านสนับสนุนการศึกษาซึ่งเป็นผู้ทา หน้าที่ให้บริการ หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัด กระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ การบริหารการศึกษา และปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานการศึกษา เป็นเวลาไม่น้อย กว่าสิบห้าปี ๓) เป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์ ความ ยุติธรรม และไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบอาชีพ 37 มาตรา ๑๓ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และ กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษามีวาระกี่ปี - คราวละ 4 ปี - และอาจได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งใหม่ได้ 38 ถ้ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการผู้แทน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาว่าง ลง จะดาเนินการเลือกตั้งภายในกี่วัน แต่งตั้งหรือเลือกตั้งแทนตาแหน่งที่ว่างภายใน 60 วัน เว้นผู้นั้นเหลือไม่ถึง 90 วันจะไม่ในตาแหน่งที่ว่างลงมีวาระ อยู่ในตาแหน่งเท่ากับระยะเวลาที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน 39 มาตรา ๑๔ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พ้นจากตาแหน่ง เมื่อ ๑) ตาย ๒) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ ๓) เป็นบุคคลล้มละลาย ๔) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ๕) ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๘ ๖) ได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก เว้นแต่ เป็นโทษสาหรับความผิดที่ได้กระทาโดยประมาทหรือ ความผิดลหุโทษ ๗) คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออก
  • 38. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 38เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 40 มาตรา ๑๕ นอกจากการพ้นจากตาแหน่ง ตามวาระ กรรมการผู้แทนข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาจะพ้นจากตาแหน่งได้ อีก เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออกโดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ (๓) พ้นจากการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา (๔) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ หรือมาตรา ๑๒ (๕) ถูกถอดถอนโดยรัฐมนตรีตามมติของ ก.ค.ศ. ด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจานวนกรรมการ ทั้งหมด เมื่อปรากฏว่ามีความประพฤติไม่เหมาะสมกับ ตาแหน่งหน้าที่ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ หรือมีเจตนา กระทาการโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ยุติธรรม หรือใช้อานาจ หน้าที่ที่ขัดต่อกฎหมาย ทั้งนี้ ก่อนมีการถอดถอน ให้ รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นสอบสวน (๖) มิได้เป็นผู้ดารงตาแหน่งหรือเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ผู้สอนในหน่วยงานการศึกษา หรือ บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามที่ตนได้รับเลือก 41 มาตรา ๑๖ การประชุม ก.ค.ศ. ดาเนินการ อย่างไร - ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จานวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม 42 ในการประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ใคร เป็นผู้ดาเนินการแทน - ให้รองประธานกรรมการทาหน้าที่แทน - ถ้าไม่มีรองประธานกรรมการหรือมีแต่ไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ - ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทาหน้าที่เป็น ประธานในที่ประชุม 43 ในการประชุมถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับ ตัวกรรมการผู้ใดโดยเฉพาะ หรือเมื่อมีกรณี เข้าข่ายที่กฎหมายกาหนดว่ากรรมการผู้นั้นมี ส่วนได้เสีย ผู้นั้นมีสิทธิเข้าประชุมหรือไม่ กรรมการผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม 44 การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม ให้ดาเนินการ อย่างไร - ให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่ง เสียงในการลงคะแนน 45 ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน จะดาเนินการอย่างไร - ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียง หนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด -
  • 39. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 39เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 46 มาตรา ๑๗ ก.ค.ศ. มีอานาจตั้ง คณะอนุกรรมการวิสามัญ เรียกโดยย่อว่า - อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ” 47 “อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ” มีหน้าที่ใด - เพื่อทาการใด ๆ แทน ก.ค.ศ . - หรือทาหน้าที่เช่นเดียวกับคณะอนุกรรมการอื่นที่ กาหนดตามพระราชบัญญัตินี้ได้ 48 มาตรา ๑๙ ให้ ก.ค.ศ. มีอานาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ -เสนอแนะ ให้คาปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายการผลิตและการบริหารงานบุคคล - กาหนดนโยบาย วางแผน และกาหนดเกณฑ์อัตรากาลัง รวมให้ความเห็นชอบจานวนและอัตราตาแหน่ง - เสนอแนะ ให้คาปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับค่าครองชีพ เงินเดือน เงินวิทยฐานะ หรือการจัด สวัสดิการ หรือประโยชน์เกื้อกูล เพื่อให้ ครม.อนุมัติ - ออก กฎ ก.ค.ศ. ระบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ วิธีการ ให้ ครม.อนุมัติ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้บังคับใช้ -พิจารณาวินิจฉัยตีความป๎ญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการบังคับใช้ พ.ร.บ. - พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานการบริหารงานบุคคล รวมทั้งพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการ - กาหนดวิธีการและเงื่อนไขการจ้างเพื่อบรรจุ แต่งตั้ง อัตราเงินเดือนตาแหน่งครูและบุคลากรทางการศึกษา -ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนา การจัดสวัสดิการ ประโยชน์เกื้อกูล การสร้างขวัญกาลังใจและยกย่องเชิดชู เกียรติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา - พิจารณาตั้ง อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา - กาหนดมาตรฐาน พิจารณา ให้คาแนะนาเกี่ยวกับการดาเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การ อุทธรณ์ และการร้องทุกข์ - กากับ ติดตาม ดูแล ตรวจสอบการบริหารงานบุคคลของงข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา - พิจารณารับรองคุณวุฒิผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ - กาหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติงาน - พิจารณาจัดระบบทะเบียนประวัติ และแก้ไขทะเบียนประวัติ และควบคุมการเกษียณอายุราชการ 49 มาตรา ๒๐ สานักงาน ก.ค.ศ.” โดยมีใคร เป็นผู้บังคับบัญชา คณะกรรมการข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา - เลขาธิการ ก.ค.ศ.” ซึ่งมีฐานะเป็นอธิบดี
  • 40. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 40เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 50 สานักงาน ก.ค.ศ. มีอานาจและหน้าที่ อะไร (๑) เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดาเนินงานในหน้าที่ของ ก.ค.ศ. (๒) วิเคราะห์และวิจัยเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสาหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและ การจัดระบบบริหารราชการในหน่วยงานการศึกษา (๓) ศึกษา วิเคราะห์เกี่ยวกับมาตรฐาน หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา (๔) พัฒนาระบบข้อมูล และจัดทาแผนกาลังคนสาหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (๕) ศึกษา วิเคราะห์ เสนอแนะนโยบาย ประสานงานและดาเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา (๖) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และบริหารเงินทุน ตลอดจนสวัสดิการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (๗) กากับ ติดตาม และตรวจสอบการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ของหน่วยงานการศึกษาและเขตพื้นที่ การศึกษา (๘) จัดทารายงานประจาปีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเสนอ ก.ค.ศ. (๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่น หรือตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย 51 มาตรา ๒๑ ให้มีคณะอนุกรรมการข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษาประจาเขต พื้นที่การศึกษา เรียกย่อว่า อะไร อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา” โดยออกนามเขตพื้นที่ การศึกษานั้น ๆ ประกอบด้วย ...ประถมศึกษา ...มัธยมศึกษา 52 อ.ก.ค.ศ. มีจานวนกี่คน 10 คน องค์ประกอบของ อ.ก.ค.ศ. มีใครบ้าง 1) ประธานอนุกรรมการ : (อนุกรรมการเลือกกันเองจาก ผู้ทรงคุณวุฒิ) 2) อนุกรรมการโดยตาแหน่ง : 2 3) อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ : 4 4) กรรมการผู้แทนข้าราชการครู และบุคลากรทางการ ศึกษาที่มาจากการเลือกตั้ง : 3 กรรมการและเลขานุการ : 1 53 ประธานอนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ. คือใคร ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ได้จากอนุกรรมการเลือกกันเอง 54 อนุกรรมการโดยตาแหน่ง มีกี่คน อนุกรรมการโดยตาแหน่ง : 2 - ผู้แทน ก.ค.ศ. และ ผู้แทนคุรุสภา - ซึ่งคัดเลือกจากผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ หรือ ประสบการณ์ – ด้านการบริหารงานบุคคล - ด้านการศึกษา - ด้านกฎหมาย หรือ ด้านการเงินการคลัง
  • 41. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 41เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 55 กรรมการผู้แทนข้าราชการครู และบุคลากร ทางการศึกษาที่มาจากการเลือกตั้ง มีจานวน กี่คน - 3 คน 56 กรรมการผู้แทนข้าราชการครู และบุคลากร ทางการศึกษาที่มาจากการเลือกตั้ง มีใครบ้าง - ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา : 1 - ผู้แทนข้าราชการครู : 1 - ผู้แทนบุคลากรทางการศึกษาอื่น : 1 57 ใครเป็นกรรมการเลขานุการ อ.ก.ค.ศ. ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 58 (มาตรา 23) อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีอานาจหน้าที่ อะไรบ้าง - พิจารณากาหนดนโยบายการบริหารงานบุคคลสาหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน เขตพื้นที่การศึกษา การกาหนดจานวนและอัตราตาแหน่งและเกลี่ยอัตรากาลัง - พิจารณาให้ความเห็นชอบการบรรจุแต่งตั้ง - ให้ความเห็นชอบการพิจารณาความดีความชอบ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา - พิจารณาเรื่องการดาเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์ การร้องทุกข์ - ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนา การเสริมสร้างขวัญกาลังใจ ยกย่องเชิดชูเกียรติ ในเขตพื้นที่ การศึกษา - กากับดูแล ติดตาม ประเมินผลการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูฯ ในเขตพื้นที่การศึกษา - จัดทาและพัฒนาฐานข้อมูลข้าราชการครูฯ - จัดทารายงานประจาปีการบริหารงานบุคคลเสนอ ก.ค.ศ. 59 มาตรา 24 อานาจ หน้าที่ ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีอะไรบ้าง - เป็นผู้บริหารราชการในสานักเขตฯ - เป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา - รับผิดชอบในการปฏิบัติงานราชการที่เป็นอานาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา - เสนอแนะการบรรจุแต่งตั้งและการบริหารงานบุคคลที่อยู่ในอานาจหน้าที่ อ.ก.ค.ศ. เขตฯ - พิจารณาเสนอความดีความชอบ ของผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และข้าราชการครู และ บุคลากรฯ ภายในเขต - จัดทาแผนและส่งเสริมการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรฯ - จัดทาทะเบียนประวัติข้าราชการครูและบุคลากรฯ - จัดทามาตรฐาน คุณภาพงาน กาหนดภาระงานขั้นต่าและเกณฑ์การประเมินผลงาน - ประเมินคุณภาพการบริหารงานบุคคลและจัดทารายงานการบริหารงานบุคคล เสนอ อ.ก.ค.ศ. เขต พื้นที่การศึกษา
  • 42. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 42เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 60 มาตรา ๒๖ คณะกรรมการสถานศึกษา มี อานาจและหน้าที่อะไรบ้าง ๑) กากับ ดูแลการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา ๒) เสนอความต้องการจานวนและอัตราข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา เพื่อเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาพิจารณา ๓) ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลใน สถานศึกษาต่อผู้บริหารสถานศึกษา ๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่น หรือตามที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มอบหมาย 61 มาตรา ๒๗ ผู้บริหารสถานศึกษามีอานาจ หน้าที่ อะไรบ้าง ๑) ควบคุม ดูแลให้การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา สอดคล้องกับนโยบาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์และ วิธีการตามที่ ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา กาหนด ๒) พิจารณาเสนอความดีความชอบของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา ๓) ส่งเสริม สนับสนุนข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาในสถานศึกษาให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ๔) จัดทามาตรฐาน ภาระงานสาหรับข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา ๕) ประเมินผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานของข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ การศึกษา ๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่นหรือตามที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาหรือ คณะกรรมการสถานศึกษามอบหมาย
  • 43. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 43เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๒ บททั่วไป ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 62 มาตรา ๒๙ การดาเนินการตาม พระราชบัญญัตินี้ให้เป็นไป โดยยึดหลักอะไร 1 หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยยึดถือ -ระบบคุณธรรม -ความเสมอภาคระหว่างบุคคล -และหลักการได้รับการปฏิบัติและการคุ้มครองสิทธิ อย่าง เสมอภาคเท่าเทียมกัน 63 หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ประกอบด้วยอะไรบ้าง นิติ คุณ ใส /ร่วม รับ ฆ่า (ค่า) หลักธรรมรัฐ หรือ หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) ประกอบด้วย 1. หลักนิติธรรม 2. หลักคุณธรรม 3. หลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 4. หลักการมีส่วนร่วม 5. หลักความรับผิดชอบ 6. หลักความคุ้มค่า 64 ระบบคุณธรรม ประกอบด้วยอะไรบ้าง ระบบคุณธรรมในระบบบริหารงานบุคคล (Merit System) 1. หลักความสามารถ (Competence) 2. หลักความเสมอภาค (Equality) 3. หลักความมั่นคงในการดารงสถานภาพ (Security 4. หลักความเป็นกลางทางการเมือง (Political neutrality) 65 การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม เพราะเหตุ แห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกาเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือ สังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันในเรื่องอื่น ๆ - จะกระทามิได้
  • 44. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 44เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 66 มาตรา ๓๐ คุณสมบัติทั่วไปของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มี 13 ข้อ อะไรบ้าง 1. มีสัญชาติไทย ( ระวังคาว่า เชื้อชาติ) 2. มีอายุไม่ต่ากว่า 18 ปี บริบูรณ์ 3. เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย 4. ไม่เป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง สมาชิกท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น 5. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือจิตฟ๎่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือมีโรคตามกฎ ก.ค.ศ. 6. ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน หรือถูกสั่งพัก หรือเพิกถอน ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ 7. ไม่เป็นผู้ปกพร่องในศีลธรรม ผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรฯ 8. ไม่เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง 9. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 10. ไม่เป็นผู้เคยต้องโทษจาคุกโดยคาพิพากษาให้ถึงที่สุดต้องจาคุก เว้นแต่เป็นโทษที่กระทาความผิด โดย ประมาท หรือความผิดลหุโทษ 11. ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก จากรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานอื่นของ รัฐ หรือองค์การระหว่างประเทศ 12. ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก เพราะกระทาการผิดวินัย 13. ไม่เป็นผู้เคยกระทาการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 64 มาตรา ๓๑ เงินวิทยฐานะและเงินประจา ตาแหน่งเป็นเงินเดือนหรือไม่ - ไม่เป็นเงินเดือน
  • 45. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 45เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๓ การกาหนดตาแหน่ง วิทยฐานะ และการให้ได้รับเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจาตาแหน่ง ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 65 มาตรา ๓๘ ตาแหน่งข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษามี กี่ประเภท 3 ประเภท คือ ก. ตาแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สอนในหน่วยงานการศึกษา ข. ตาแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา ค. ตาแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น 66 ตาแหน่งซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้สอน ในหน่วยงานการศึกษา มีอะไรบ้าง ๑) ครูผู้ช่วย ๒) ครู ๓) อาจารย์ ๔) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ๕) รองศาสตราจารย์ ๖) ศาสตราจารย์ 67 ตาแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหาร การศึกษา มีอะไรบ้าง ๑) รองผู้อานวยการสถานศึกษา ๒) ผู้อานวยการสถานศึกษา ๓) รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ๔) ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ๕) ตาแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่ ก.ค.ศ. กาหนด ๑ และ ๒ ให้มีในสถานศึกษาและหน่วยงานการศึกษา ตามประกาศกระทรวง ๓ และ ๔ ให้มีในสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา 68 ตาแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น มี อะไรบ้าง ๑) ศึกษานิเทศก์ ๒) ตาแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่ ก.ค.ศ. กาหนด 69 มาตรา ๓๙ ตาแหน่งใดที่มีวิทยฐานะ ก. ครู ข. ผู้บริหารสถานศึกษา ค. ผู้บริหารการศึกษา ง. ศึกษานิเทศก์ จ. ตาแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่ ก.ค.ศ. กาหนดให้ มีวิทยฐานะ จะมีในหน่วยงานการศึกษาใดก็ ให้มีในหน่วยงานการศึกษา ที่สอนระดับปริญญา
  • 46. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 46เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 70 ครู มีกี่วิทยฐานะ ๔ วิทยฐานะ ๑) ครูชานาญการ ๒) ครูชานาญการพิเศษ ๓) ครูเชี่ยวชาญ ๔) ครูเชี่ยวชาญพิเศษ 71 ผู้บริหารสถานศึกษา มีกี่วิทยฐานะ ดังต่อไปนี้ ๗ วิทยฐานะ ๑) รองผู้อานวยการชานาญการ ๒) รองผู้อานวยการชานาญการพิเศษ ๓) รองผู้อานวยการเชี่ยวชาญ ๔) ผู้อานวยการชานาญการ ๕) ผู้อานวยการชานาญการพิเศษ ๖) ผู้อานวยการเชี่ยวชาญ ๗) ผู้อานวยการเชี่ยวชาญพิเศษ 72 ผู้บริหารการศึกษา มีกี่วิทยฐานะ ๔ วิทยฐานะ ๑) รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ชานาญการพิเศษ (๒) รองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา เชี่ยวชาญ (๓) ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา เชี่ยวชาญ (๔) ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา เชี่ยวชาญพิเศษ 73 ศึกษานิเทศก์ มีกี่วิทยฐานะ ๔ วิทยฐานะ ๑) ศึกษานิเทศก์ชานาญการ ๒) ศึกษานิเทศก์ชานาญการพิเศษ ๓) ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ ๔) ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญพิเศษ 74 มาตรา ๔๐ ตาแหน่งทางวิชาการ ได้แก่ (ก) อาจารย์ (ข) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ค) รองศาสตราจารย์ (ง) ศาสตราจารย์ 75 มาตรา ๔๒ การจัดทามาตรฐานตาแหน่ง มาตรฐานวิทยฐานะ และมาตรฐาน ตาแหน่งทางวิชาการ คานึงถึงอะไรบ้าง 1 มาตรฐานวิชาชีพ 2คุณวุฒิการศึกษา 3 การอบรม 4 ประสบการณ์ 5 ระยะเวลาการปฏิบัติงาน 6 คุณภาพการปฏิบัติงาน หรือผลงานที่เกิดขึ้นจาก การปฏิบัติหน้าที่
  • 47. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 47เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 76 ให้ข้าราชการครูและบุคลากรฯ ได้รับอัตราเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจาตาแหน่ง ตามกฎหมายว่าด้วยอัตราเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจาตาแหน่ง ของข้าราชการครูและบุคลากรฯ (มาตรา 44) หมายเหตุ ขาราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตาแหนงที่มีวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ ผูใดไดรับเงินเดือนสูงกวาเงินเดือนขั้นสูงของเงินเดือนอันดับ คศ. ๔ แลว ใหไดรับเงินวิทยฐานะ ในอัตรา ๑๕,๖๐๐ บาท/เดือน บัญชีแนบท้าย เงินวิทยฐานะและเงินประจาตาแหน่ง ข้าราชการครูและบุคลากรฯ วิทยฐานะ อัตรา (บาท/เดือน) เงินประจาตาแหน่ง ชานาญการ 3,500 - ชานาญการพิเศษ 5,600 5,600 เชี่ยวชาญ 9,900 9,900 เชี่ยวชาญพิเศษ 13,000 (15,600*) 13,000 (15,600*)
  • 48. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 48เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๔ การบรรจุและการแต่งตั้ง ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 77 มาตรา ๔๕ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา ต้องดาเนินการอย่างไร ให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้สาหรับตาแหน่งนั้น โดยบรรจุและแต่งตั้งตามลาดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ 78 มาตรา ๔๖ ผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและ แต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา ๓๐ และต้องมี คุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่งตามมาตรฐานตาแหน่งนั้น ตามมาตรา ๔๒ ( มี 13 ข้อ) 79 มาตรา ๔๗ ใครเป็นผู้ดาเนินการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา - อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 80 มาตรา ๔๙ ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเข้า ขาดคุณสมบัติตามมาตรฐานตาแหน่ง ให้ ให้ผู้มีอานาจตามมาตรา ๕๓ สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการโดยพลัน 81 มาตรา ๕๐ อ.ก.ค.ศ. ดาเนินการโดยวิธี คัดเลือก เนื่องจากสาเหตุใด - ในกรณีที่มีความจาเป็นหรือมีเหตุพิเศษที่ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาไม่สามารถดาเนินการ สอบแข่งขันได้ - หรือการสอบแข่งขันอาจทาให้ไม่ได้บุคคลต้องตาม ประสงค์ 82 มาตรา ๕๑ หน่วยงานการศึกษาใดมีเหตุผล และความจาเป็น ที่จะต้องบรรจุและแต่งตั้ง บุคคลซึ่งมีความรู้ ความสามารถ มีความชานาญ หรือเชี่ยวชาญระดับสูง ต้อง ทาอย่างไร - ให้หน่วยงานการศึกษาดาเนินการขอความเห็นชอบจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา - ขออนุมัติจาก ก.ค.ศ.
  • 49. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 49เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) มาตรา ๕๓ การบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้มีอานาจดังต่อไปนี้เป็นผู้มี อานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 83 วิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ ใครมีอานาจบรรจุแต่งตั้ง - ได้รับอนุมัติ ก.ค.ศ. - ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของส่วนราชการ มีอานาจสั่งบรรจุ - รมต.เจ้าสังกัด เสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อนาความกราบบัง บังคมทูล - พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 84 ตาแหน่ง รอง.ผอ.สพท. ผอ.สพท. ที่มีวิทยฐานะชานาญการพิเศษ , เชี่ยวชาญ ผู้มีอานาจสั่งบรรจุแต่งตั้ง คือ - เลขาธิการ กพฐ. มีอานาจสั่งบรรจุ และแต่งตั้ง - โดยอนุมัติ ก.ค.ศ 85 ตาแหน่ง รอง.ผอ.สถานศึกษา ผอ.สถานศึกษา .ศึกษานิเทศก์ บุคลากรทางการศึกษาอื่น ใน สพท. ที่มีวิทยฐานะชานาญการ ,ชานาญการพิเศษ , เชี่ยวชาญ ผู้มีอานาจสั่งบรรจุแต่งตั้ง คือ - ผู้อานวยการ สพท. มีอานาจสั่งบรรจุ และแต่งตั้ง - โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 86 ตาแหน่งครูผู้ช่วย ตาแหน่งครู บุคลากรทางการศึกษาอื่น ในสถานศึกษา (ยังไม่มีวิทยฐานะ) ผู้มีอานาจสั่งบรรจุแต่งตั้ง คือ - ผู้อานวยการสถานศึกษา มีอานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง - โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา 87 ข้าราชการครูและบุคลากรฯที่ไม่ได้สังกัดเขต พื้นที่การศึกษาผู้มีอานาจสั่งบรรจุแต่งตั้ง คือ -ให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดส่วนราชการ มีอานาจสั่งบรรจุ และ แต่งตั้ง - โดยอนุมัติ ก.ค.ศ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. มอบหมาย 88 การบรรจุและแต่งตั้งตาแหน่งอาจารย์ ตาแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ตาแหน่งรองศาสตราจารย์ และตาแหน่งศาสตราจารย์ นากฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบัน อุดมศึกษามาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยให้ สภาสถาบันอุดมศึกษาทาหน้าที่แทน ก.ค.ศ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง แล้วแต่กรณี
  • 50. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 50เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 89 คณะกรรมการสรรหาผู้อานวยการสานักงาน เขตพื้นที่ ประกอบด้วยบุคคลใดบ้าง - คณะกรรมการ 7 คน ดังนี้ - ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประธานกรรมการ - เลขาธิการสภาการศึกษา - เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน - เลขาธิการ การอาชีวศึกษา - เลขาธิการ การอุดมศึกษา -เลขาธิการคุรุสภา - กรรมการและเลขานุการ : เลขาธิการ ก.ค.ศ. 90 มาตรา ๕๔ การให้ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษามีวิทยฐานะใด และการ เลื่อนเป็นวิทยฐานะใด ต้องคานึงถึงเรื่องใด 1ความประพฤติ ด้านวินัย คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ วิชาชีพ 2 ประสบการณ์ 3 คุณภาพการปฏิบัติงาน 4 ความชานาญ ความเชี่ยวชาญ 5 ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ในด้านการเรียน การ สอน ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กาหนด 91 มาตรา ๕๕ การประเมินตาแหน่งวิทยฐานะ 1 ให้มีการประเมินตาแหน่งและวิทยฐานะในตาแหน่งที่มี ใบอนุญาตประกอบวิชชาชีพเป็นระยะๆ เพื่อดารงไว้ ซึ่งความรู้- ความสามารถ ความชานาญการ หรือความเชี่ยวชาญในตาแหน่งละวิทยฐานะ 2 ผู้ใดไม่ผ่านการประเมิน ตามเกณฑ์ ก.ค.ศ. ให้ดาเนินการ ตามความเหมาะสม ดังนี้ (1) ให้มีการพัฒนาให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (2) ให้ดาเนินการเกี่ยวกับการเลื่อนขั้นเงินเดือน หรืองดเงิน ประจาตาแหน่ง หรือเงินวิทยฐานะ (3) ให้ออกจากราชการ เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติปฏิบัติ ราชการให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล 92 มาตรา ๕๖ ครูผู้ช่วยต้องเตรียมความพร้อม และพัฒนาอย่างเข้ม กี่ปี - ให้เตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มเป็น ระยะเวลา 2 ปี - โดยประเมิน เป็นระยะ ๆ ทุกๆ 3 เดือน (จานวน8ครั้ง)
  • 51. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 51เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 93 คณะกรรมการประเมินความพร้อม มีกี่คน - 3 คน 1 ผอ.สถานศึกษา ประธาน 2 ตัวแทนครูในสถานศึกษา 3 ตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒภายนอก (คณะกรรมการ สถานศึกษา) 94 หากประเมินไม่ผ่าน จะดาเนินการอย่างไร ให้ผู้มีอานาจตามมาตรา 53 (ผอ.สถานศึกษา) สั่งให้ออกจากราชการภายใน 5 วันทาการ และถือเสมือนว่าผู้นั้นไม่เคยรับราชการ หมวด ๕
  • 52. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 52เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 95 มาตรา ๗๒ ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ อย่างไร 1 ประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา โดยยึดหลักการปฏิบัติราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ถือว่าผู้นั้นมีความชอบสมควรได้รับบาเหน็จความชอบ ซึ่ง อาจเป็นบันทึก - คาชมเชย - รางวัล - เครื่องเชิดชูเกียรติ - หรือการเลื่อนขั้นเงินเดือน - หรือการบริหารงานบุคคลในเรื่องอื่น ทั้งนี้ ให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กาหนด 96 มาตรา ๗๓ การเลื่อนขั้นเงินเดือนของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องดาเนินการอย่างไร 1 ให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา โดยการ พิจารณาให้ยึด - หลักคุณธรรม - มีความเที่ยงธรรม - เปิดเผย โปร่งใสและพิจารณาจากผลการปฏิบัติงาน เป็นหลัก - และความประพฤติในการรักษาวินัย คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ 2 การเลื่อนขั้นเงินเดือนตามวรรคหนึ่ง ให้พิจารณาผลการ ปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนเป็นหลักตามแนวทางการ จัดการศึกษาที่กาหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ 97 มาตรา ๗๕ ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาผู้ใดมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีผลงานดีเด่นเป็นที่ประจักษ์ ให้เจ้ากระทรวงดาเนินการอย่างไร 1 ดาเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติ เพื่อประโยชน์ในการ เสริมสร้างขวัญและกาลังใจในการปฏิบัติงาน ก.ค.ศ. อาจกาหนดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ที่มี ผลงานหรือผลการปฏิบัติงานดีเด่นหรือผู้ที่ได้รับ - การยกย่องเชิดชูเกียรติ - ให้ได้รับเงินวิทยพัฒน์ได้ตามระเบียบที่ก.ค.ศ. กาหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ
  • 53. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 53เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) 98 มาตรา ๗๖ ส่วนราชการและหน่วยงาน การศึกษามีหน้าที่อะไร จัดสวัสดิการให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามความเหมาะสมกับฐานะทางสังคมและวิชาชีพ - เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจให้ปฏิบัติงานอย่างมี ประสิทธิภาพ 99 มาตรา ๗๗ ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาผู้ใดถึงแก่ความตายอันเนื่อง มาจาการปฏิบัติหน้าที่ราชการ จะ ดาเนินการอย่างไร 1 ให้จัดสวัสดิการแก่ครอบครัวตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ ก.ค.ศ.กาหนด อาจพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ผู้นั้นเป็นกรณีพิเศษ เพื่อประโยชน์ในการคานวณบาเหน็จบานาญก็ได้ 100 มาตรา ๗๘ ก่อนมอบหมายงาน ผู้บังคับบัญชาต้องทาอย่างไร ( ออกข้อสอบบ่อยมาก) ให้ผู้บังคับบัญชา - แจ้งภาระงาน - มาตรฐานคุณภาพงาน - มาตรฐานวิชาชีพ - จรรยาบรรณวิชาชีพ - เกณฑ์ การประเมิน ผลงาน - ระเบียบแบบแผน - หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติราชการ - บทบาทหน้าที่ของข้าราชการในฐานะเป็น พลเมืองที่ดี ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กาหนด 101 มาตรา ๗๙ ให้ผู้บังคับบัญชาปฏิบัติตน อย่างไร ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา 102 มาตรา ๘๐ ก่อนมีการเลื่อนวิทยฐานะ ต้อง ทาอะไร ต้องพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อน เข้าสู่ตาแหน่ง 103 มาตรา ๘๑ ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ในการ ส่งเสริม สนับสนุนผู้อยู่ ใต้บังคับบัญชา โดย วิธีใด - การให้ไปศึกษา - ฝึกอบรม - ดูงาน - หรือปฏิบัติงานวิจัยและพัฒนาตามระเบียบที่ ก.ค.ศ. กาหนด หมวด ๖
  • 54. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 54เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) วินัยและการรักษาวินัย มี 16 มาตรา ( มาตรา 82-97) รูป-ซัก-ควบ-กลั่นแกล้ง-ยินยอม-ผลกรรม-เมือง-ชั่ว-บัญชาโทษ-คาสั่ง อ่านว่า รูปซักควบ / กลั่นแกล้ง /ยินยอมผลกรรม /เมืองชั่ว /บัญชาโทษ /คาสั่ง ร รักษาวินัย มาตรา82 ป ปกครองระบอบประชาธิปไตย มาตรา83 ซ ปฏิบัติหน้าที่ซื่อสัตย์ มาตรา84 ก ปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรา85 ค คาสั่งผู้บังคับบัญชา มาตรา86 ว ตรงต่อ เวลา มาตรา87 บ ประพฤติเป็น แบบอย่าง มาตรา88 กลั่นแกล้ง ไม่กลั่นแกล้ง กล่าวหา ร้องเรียนผู้อื่น มาตรา89 ยินยอม ไม่กระทา ยินยอมผู้อื่น หาประโยชน์ มาตรา90 ผล คัดลอกผลงาน วิทยฐานะ มาตรา91 กรรม ไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ มาตรา92 เมือง เป็นกลางทางการ เมือง มาตรา93 ชั่ว รักษาชื่อเสียง เกียรติศักดิ์ ไม่ประพฤติชั่ว มาตรา94 บัญชา หน้าที่ของผู้บังคับบัญชา มาตรา95 โทษ โทษทางวินัย มาตรา96 คาสั่ง การดาเนินการทางวินัย ให้ออกเป็นคาสั่ง มาตรา97 โทษทางวินัยมี ๕ สถาน คือ (๑) ภาคทัณฑ์ (๒) ตัดเงินเดือน วินัยไม่ร้ายแรง (๓) ลดขั้นเงินเดือน (๔) ปลดออก (๕) ไล่ออก วินัยร้ายแรง ผู้ใดถูกลงโทษปลดออก ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับบาเหน็จบานาญเสมือนว่าเป็นผู้ลาออกจากราชการ
  • 55. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 55เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 85 มาตรา ๘๒ ข้าราชการครูต้องรักษาวินัย - วินัย หมายถึง ข้อห้ามและข้อปฏิบัติ 86 มาตรา ๘๓ ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา มีหน้าที่ - ต้องสนับสนุน การปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความ บริสุทธิ์ใจและมีหน้าที่วางรากฐานให้เกิดระบอบ การปกครองเช่นว่านั้น 87 มาตรา ๘๔ ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างไร - ความซื่อสัตย์สุจริต เสมอภาคและเที่ยงธรรม มีความวิริยะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ดูแลเอาใจใส่รักษาประโยชน์ของทางราชการ และต้องปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณ วิชาชีพอย่างเคร่งครัด 88 การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่น ได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อ หน้าที่ราชการ - เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 89 มาตรา ๘๕ ประมาทเลินเล่อหรือ ขาดการ เอาใจใส่ ระมัดระวัง รักษาประโยชน์ ของ ทางราชการ อัน เป็น เหตุ ให้เกิดความ เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง - เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 90 มาตรา ๘๖ ข้าราชการครู และบุคลากร ทางการศึกษาต้อง - ปฏิบัติตามคาสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ ราชการโดยไม่ ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง 91 คาสั่งนั้นจะทาให้เสียหายแก่ราชการ หรือจะ เป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ - เสนอความเห็นเป็นหนังสือภายในเจ็ดวัน - เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคาสั่งนั้นก็ได้ 92 ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันเป็นคาสั่งเดิม - ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจะต้องปฏิบัติตาม 93 การขัดคาสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งใน หน้าที่ราชการ แล้วทาให้ราชการเสียหาย อย่างร้ายแรง ถือว่า - เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
  • 56. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 56เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 94 มาตรา ๘๗ ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา - ต้องตรงต่อเวลา - อุทิศเวลาของตนให้แก่ทางราชการและผู้เรียน - จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผล อันสมควรมิได้ 95 การละทิ้ง หมายถึง ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ราชการตามหน้าที่ ซึ่งได้แก่ - การไม่มายังสถานที่ราชการเพื่อปฏิบัติราชการตาม หน้าที่ หรือเพื่อให้ผู้บังคับบัญชามอบหมายงานให้ ปฏิบัติ - การมายังสถานที่ราชการแล้วแต่ไม่อยู่ปฏิบัติงาน ละทิ้งไปยังสถานที่อื่น 96 การทอดทิ้ง หมายถึง การมาอยู่ในสถานที่ราชการ - มาปฏิบัติงานแต่ไม่สนใจ - ไม่ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบปล่อยให้ งานคั่งค้าง 97 การละทิ้งหน้าที่หรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้ เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง - เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 98 การละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราว เดียวกันเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน ถือเป็น - เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 99 มาตรา ๘๘ ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ต่อ - ผู้เรียน - ชุมชน - สังคม - 100 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้อง - มีความสุภาพเรียบร้อย - รักษาความสามัคคี - ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อผู้เรียนและระหว่างข้าราชการ ด้วยกันหรือผู้ร่วมปฏิบัติราชการ 101 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้อง - ต้อนรับ ให้ความสะดวก - ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เรียน - และประชาชนผู้มาติดต่อราชการ 102 การกลั่นแกล้ง ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงผู้เรียน หรือประชาชนผู้มาติดต่อ ราชการอย่างร้ายแรง ถือว่า - เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
  • 57. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 57เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 103 มาตรา ๘๙ ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาต้อง - ไม่กลั่นแกล้ง - กล่าวหา - ร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง 104 การกลั่นแกล้ง กล่าวหาหรือร้องเรียนผู้อื่น โดยปราศจากความเป็นจริง เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่าง ร้ายแรง ถือเป็น - ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 105 มาตรา ๙๐ ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาต้องไม่ - ไม่กระทาการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทาการ หาประโยชน์อันอาจทาให้เสื่อมเสียความเที่ยงธรรม หรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ 106 การซื้อขายหรือให้ได้รับแต่งตั้งให้ดารง ตาแหน่งหรือวิทยฐานะใดโดยไม่ชอบด้วย กฎหมาย ถือเป็น - เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 107 การให้ หรือได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือสิทธิ ประโยชน์อื่น เพื่อให้ตนเองหรือ ผู้อื่นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งโดยมิชอบ ถือเป็น - เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 108 มาตรา ๙๑ คัดลอกหรือลอกเลียนผลงาน ทางวิชาการ จ้าง วาน หรือรับจัดทาผลงาน ทางวิชาการไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ ถือเป็น - เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 109 มาตรา ๙๒ ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาต้องไม่เป็น - กรรมการผู้จัดการ - หรือผู้จัดการ หรือดารงตาแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะ งานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท 110 มาตรา ๙๓ ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาต้องไม่วางตนเป็นกลางทางการ เมือง - เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 111 การทุจริตโดยการซื้อสิทธิหรือขายเสียงในการ เลือกตั้ง ถือเป็น - เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
  • 58. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 58เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 112 มาตรา ๙๔ ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาต้อง - รักษาชื่อเสียงของตน - รักษาเกียรติศักดิ์มิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทาการใดๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว 113 การกระทาความผิดอาญาจนได้รับโทษจาคุก หรือโทษที่หนักกว่าจาคุก ถือเป็น (เว้นแต่ความผิดที่ได้กระทาโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ ) - ผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง - เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 114 - เสพยาเสพติดหรือสนับสนุนให้ผู้อื่น เสพยาเสพติด - เล่นการพนันเป็นอาจิณ - กระทาการล่วงละเมิดทางเพศต่อ ผู้เรียนหรือ ถือเป็น - เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง 115 มาตรา ๙๕ ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ - เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย - ปูองกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทาผิดวินัย - ดาเนินการทางวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาซึ่ง มีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทาผิดวินัย - 116 ผู้บังคับบัญชาเสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้ บังคับบัญชาให้มีวินัย โดยวิธีการใด - การปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี - การฝึกอบรม - การสร้างขวัญและกาลังใจ - การจูงใจ - หรือการอื่นใดในอันที่จะเสริมสร้างพัฒนาเจตคติ จิตสานึก และพฤติกรรมของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้ เป็นไปในทางที่มีวินัย 117 การปูองกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทา ผิดวินัยให้กระทาโดยวิธีใด - การเอาใจใส่ - สังเกตการณ์ - ขจัดเหตุที่อาจก่อให้เกิดการกระทาผิดวินัยใน เรื่องอันอยู่ในวิสัยที่จะดาเนินการปูองกันตามควร แก่กรณีได้ 118 กรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าข้าราชการครู กระทาผิดวินัยโดยมีพยานหลักฐานใน เบื้องต้นอยู่แล้ว - ให้ผู้บังคับบัญชาดาเนินการทางวินัยทันที
  • 59. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 59เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 119 บุคลากรทางการศึกษาผู้ใดกระทาผิดวินัย โดยยังไม่มีพยานหลักฐาน ผู้บังคับบัญชาต้อง ดาเนินการอย่างไร รีบดาเนินการสืบสวนหรือพิจารณาในเบื้องต้นว่ากรณีมีมูลที่ ควรกล่าวหาว่าผู้นั้นกระทาผิดวินัยหรือไม่ - ไม่มีมูล ยุติเรื่อง - มีมูล ดาเนินการทางวินัยทันที 120 มาตรา ๙๖ ผู้ใดฝุาฝืนข้อห้ามหรือไม่ปฏิบัติ ตามข้อปฏิบัติทางวินัยตามที่บัญญัติไว้ใน หมวดนี้ ถือว่า - กระทาผิดวินัย จักต้องได้รับโทษทางวินัย - เว้นแต่มีเหตุอันควรงดโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวด นี้ 121 โทษทางวินัยมี ๕ สถาน คือ (๑) ภาคทัณฑ์ (๒) ตัดเงินเดือน (๓) ลดขั้นเงินเดือน (๔) ปลดออก (๕) ไล่ออก 122 ผู้ใดถูกลงโทษปลดออก - ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับบาเหน็จบานาญเสมือนว่าเป็นผู้ ลาออกจากราชการ 123 มาตรา ๙๗ การลงโทษข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ทาอย่างไร - ให้ทาเป็นคาสั่ง 124 ผู้สั่งลงโทษ ต้องคานึงถึงอะไร - เหมาะสมกับความผิด - มิให้เป็นไปโดยพยาบาท อคติ โทสะจริต - ไม่สั่งลงโทษผู้ที่ไม่มีความผิด 125 คาสั่งลงโทษต้องแจ้งผู้ถูกลงโทษเรื่อง อะไรบ้าง ผู้ถูกลงโทษ - กระทาผิดวินัยในกรณีใด - ตามมาตราใด - และมีเหตุผลอย่างใดในการกาหนดสถานโทษ เช่นนั้น
  • 60. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 60เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๗ การดาเนินการทางวินัย ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 126 หากพบว่าผู้ใต้บังคับบัญชาผู้ใดกระทาผิด วินัยโดยมีพยานหลักฐานในเบื้องต้นอยู่แล้ว ผู้บังคับบัญชาสามารถดาเนินการทางวินัยได้ อย่างไร ผู้บังคับบัญชาสามารถดาเนินการทางวินัยได้ทันที 127 การร้องเรียนด้วยวาจา ต้องดาเนินการ อย่างไร ให้ผู้ร้องเรียน -ลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี - พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานอื่น ๆ ประกอบการพิจารณา แล้วดาเนินการให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริงโดยตั้งกรรมการ สืบสวนหรือสั่งให้บุคคลใดไปสืบสวน หากเห็นว่ามีมูล ก็ตั้ง คณะกรรมการสอบสวนต่อไป 128 กรณีมีการร้องเรียนเป็นหนังสือ ผู้บังคับบัญชาต้องทาอย่างไร สืบสวนในเบื้องต้นก่อน - หากเห็นว่าไม่มีมูลก็สั่งยุติเรื่อง - ถ้าเห็นว่ามีมูลก็ตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อไป 129 กรณีหนังสือร้องเรียนไม่ลงลายมือชื่อและที่ อยู่ของผู้ร้องเรียนหรือไม่ปรากฏ พยานหลักฐานที่แน่นอน จะทาอย่างไร ห้ามมิให้รับฟ๎งเพราะจะทาให้ข้าราชการเสียขวัญในการ ปฏิบัติหน้าที่ 130 มาตรา ๙๘ การดาเนินการทางวินัยแก่ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องดาเนินการอย่างไร - ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อดาเนินการสอบสวนให้ได้ความจริงและความยุติธรรม โดยมิชักช้า - การสอบสวนจะต้องแจ้งข้อกล่าวหา และสรุป พยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ ถูกกล่าวหาทราบ - โดยระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ เพื่อให้ผู้ถูก กล่าวหามีโอกาสชี้แจงและนาสืบแก้ข้อกล่าวหา 131 มาตรา ๙๙ การสอบสวนพบว่า ผู้ถูก กล่าวหามิได้กระทาผิดวินัย ให้ดาเนินการ อย่างไร - ให้สั่งยุติเรื่อง 132 การสอบสวน ถ้าฟ๎งได้ว่ากระทาผิดทางวินัย ต้องดาเนินการอย่างไร - ให้ลงโทษทางวินัย - กระทาผิดวินัยอย่างร้ายแรงต้องลงโทษปลดออก หรือไล่ออก ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนผ่อนโทษห้าม มิให้ลดโทษต่ากว่าปลดออก -
  • 61. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 61เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 133 มาตรา 100 ผู้บังคับบัญชา ลงโทษ วินัยไม่ ร้ายแรง ได้โดยวิธีใด - ภาคทัณฑ์ - ตัดเงินเดือน - ลดขั้นเงินเดือนตามควรแก่กรณีให้เหมาะสม ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนามาประกอบการพิจารณา ลดโทษก็ได้ 134 การลงโทษภาคทัณฑ์ให้ใช้ในกรณีใด -กรณีกระทาผิดวินัยเล็กน้อย - หรือมีเหตุอันควรลดหย่อนซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูก ลงโทษตัดเงินเดือน 135 กรณีกระทาผิดวินัยเล็กน้อยและมีเหตุอัน ควรงดโทษ สามารถดาเนินการได้อย่างไร - จะงดโทษให้โดยให้ทาทัณฑ์บนเป็นหนังสือ - หรือว่ากล่าวตักเตือนก็ได้
  • 62. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 62เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๘ การออกจากราชการ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 136 มาตรา ๑๐๗ ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาออกจากราชการ ด้วยเหตุ ใดบ้าง 1) ตาย 2) พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบาเหน็จบานาญ 3) ลาออกและได้รับอนุญาตให้ลาออก 4) ถูกสั่งให้ออกจากราชการ 5) ถูกสั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออก 6) ถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เว้นแต่ได้รับ แต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งอื่นที่ไม่ต้องมีใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพ 137 มาตรา ๑๐๘ การลาออกจากราชการ ให้ ดาเนินการอย่างไร - ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชา 138 การยื่นใบลาออกต้องยื่นก่อนวันที่ขอลาออก กี่วัน - ให้ยื่นก่อนวันที่ขอลาออก ไม่น้อยกว่า 30 วัน 139 ใครเป็นผู้พิจารณาผู้อนุญาตการลาออก - ผู้มีอานาจตาม มาตรา 53 140 ถ้าจาเป็น เพื่อประโยชน์ทางราชการ ผู้มี อานาจ ยับยั้งได้กี่วัน - ยับยั้งได้ไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันขอลาออก พร้อมเหตุผล 141 ผู้มีอานาจ ไม่อนุญาตและไม่ได้ยับยั้ง - ให้การลาออกนั้นมีผลตั้งแต่วันขอลาออก 142 ลาออกเพื่อดารงตาแหน่งทางการเมือง สมัครรับเลือกตั้ง - ให้การลาออกมีผลนับตั้งแต่วันวันที่ผู้นั้นขอลาออก 143 มาตรา ๑๐๙ ผู้ใดถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพ สามารถเปลี่ยนตาแหน่ง โดยเป็นตาแหน่งที่อื่นที่ไม่ต้องใช้ใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพ ภายในกี่วัน - ภายใน 30 วัน 144 ภายในกาหนดเวลาสามสิบวัน ถ้าไม่เปลี่ยน ตาแหน่งโดยเป็นตาแหน่งที่อื่นที่ไม่ต้องใช้ ใบอนุญาตได้ ผู้นั้นจะเป็นอย่างไร - ผู้มีอานาจตามมาตรา ๕๓ สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการโดยพลัน
  • 63. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 63เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 145 มาตรา ๑๑๐ ให้ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการ มีสิทธิได้รับบาเหน็จ บานาญ ด้วยเหตุ ทดแทน กรณี 1) เจ็บปุวยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างสม่าเสมอ 2) สมัครไปปฏิบัติงานตามความประสงค์ของทางราชการ 3) ขาดคุณสมบัติ ตามมาตรา 30 - สัญชาติไทย - เป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภา ท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น - ไร้ความสามารถ หรือจิตฟ๎่นเฟือน หรือ โรค ใน กฎ ก.ค.ศ. - บกพร่องในศีลธรรม - เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ พรรคการเมือง - เป็นบุคคลล้มละลาย 4) ถูกกล่าวหาว่าขาดคุณสมบัติตาม มาตรา 30 (3) -ไม่เลื่อมใสในการปกครองระบบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เป็นประมุข 5) ทางราชการเลิกหรือยุบตาแหน่ง 6) ไม่สามารถปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลในระดับที่พอใจของทางราชการ 146 มาตรา ๑๒๐ การออกจากราชการใน ตาแหน่งซึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง ( เชี่ยวชาญพิเศษ) ต้องดาเนินการอย่างไร - ให้นาความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ เว้นการ ตาย
  • 64. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 64เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๙ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 147 มาตรา ๑๒๑ ผู้ใดถูกสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัด เงินเดือนหรือลดขั้นเงินเดือน ต้องอุทธรณ์ต่อ ใคร - ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง หรือ ก.ค.ศ. แล้วแต่กรณี 148 การอุทธรณ์ ต้องอุทธรณ์ภายในกี่วัน ภายใน30วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคาสั่ง 149 มาตรา ๑๒๒ ผู้ใดถูกสั่งลงโทษ ปลดออก ไล่ออก ต้องอุทธรณ์ต่อใคร ภายในกี่วัน ก.ค.ศ. ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคาสั่ง ก.ค.ศ. พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน 150 ผู้ใดถูกสังให้ออกจากราชการ ผู้นั้นมีสิทธิ ร้องทุกข์ ต่อ ก.ค.ศ. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคาสั่ง ก.ค.ศ. พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน 151 มาตรา ๑๒๓ ผู้ใดเห็นว่าตนไม่ได้รับความ เป็นธรรมหรือมีความคับข้องใจเนื่องจากการ กระทาของผู้บังคับบัญชาหรือการแต่งตั้ง คณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ผู้นั้นมีสิทธิ - ร้องทุกข์ต่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง หรือ ก.ค.ศ. แล้วแต่กรณี 152 เห็นว่า อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาหรือ อ. ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง มีมติไม่ถูกต้องหรือไม่ เป็นธรรม ผู้นั้นมีสิทธิ - ร้องทุกข์ ต่อ ก.ค.ศ. 153 กรณีผู้ใดเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม คาสั่งของ อกคศ หรือ กคศ สามารถ - ฟูองร้องคดีต่อศาลปกครอง ได้ภายในกาหนดระยะเวลา 90 วัน
  • 65. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 65เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ผู้บังคับบัญชา ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือน ผอ.รร  5% ไม่เกิน1 เดือน - ผอ.เขต  5% ไม่เกิน 2 เดือน ไม่เกิน 1 ขั้น นายก รมต. ปลัด ศธ เลขา อธิบดี  5% ไม่เกิน 3 เดือน ไม่เกิน 1 ขั้น
  • 66. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 66เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) สรุปสาระสาคัญ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก 2546 ชื่อ พรบ. ประกาศใช้ มีผลบังคับใช้ พรบ.คุ้มครองเด็ก 2546 2 ตุลาคม 2546 1 พฤษภาคม 2547 ( พ้นวันประกาศ 180 วัน) โครงสร้าง พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา 2546 หมวด 1 คณะกรรมการคุ้มครองเด็ก หมวด 2 การปฏิบัติต่อเด็ก หมวด 3 การสงเคราะห์เด็ก หมวด 4 การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก หมวด 5 ผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก หมวด 6 สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพและสถาน พัฒนาและฟื้นฟู หมวด 7 การส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หมวด 8 กองทุนคุ้มครองเด็ก หมวด 9 บทกาหนดโทษ บทเฉพาะกาล
  • 67. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 67เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 1 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก 2546 มีกี่ฉบับ - 1 ฉบับ 2 พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก 2546 มีกี่หมวด กี่มาตรา - 9หมวด 88 มาตรา 1 บทเฉพาะกาล 4 “เด็ก” หมายความว่า - บุคคลซึ่งมีอายุต่ากว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ - แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส 5 “เด็กเร่ร่อน หมายความว่า - เด็กที่ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครอง - หรือมีแต่ไม่เลี้ยงดูหรือไม่สามารถเลี้ยงดูได้ จนเป็นเหตุให้เด็กต้องเร่ร่อนไปในที่ต่าง ๆ - เด็กที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตเร่ร่อนจนน่าจะเกิด อันตรายต่อสวัสดิภาพของตน 6 เด็กกาพร้า” หมายความว่า - เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต - เด็กที่ไม่ปรากฏบิดามารดาหรือไม่สามารถสืบหา บิดามารดาได้ 7 เด็กที่อยู่ในสภาพยากลาบาก” หมายความว่า - เด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาหย่า ร้าง ทิ้งร้าง ถูกคุมขัง หรือแยกกันอยู่และได้รับ ความลาบาก - หรือเด็กที่ต้องรับภาระหน้าที่ในครอบครัวเกินวัย หรือกาลังความสามารถและสติป๎ญญา - หรือเด็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ 8 “เด็กพิการ” หมายความว่า - เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สมอง สติป๎ญญา หรือจิตใจ ไม่ว่าความบกพร่องนั้นจะมีมาแต่กาเนิด หรือเกิดขึ้นภายหลัง 9 “เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทาผิด” หมายความว่า - เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร - เด็กที่ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคลที่ น่าจะชักนาไปในทางกระทาผิดกฎหมายหรือขัดต่อ ศีลธรรมอันดี หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมหรือสถานที่ อันอาจชักนาไปในทางเสียหาย
  • 68. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 68เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 10 “นักเรียน” หมายความว่า - เด็กซึ่งกาลังรับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับ ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา - ทั้งประเภทสามัญศึกษาและอาชีวศึกษาหรือ เทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน 11 นักศึกษา” หมายความว่า - เด็กซึ่งกาลังรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือ เทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน 12 บิดามารดา” หมายความว่า - บิดามารดาของเด็กไม่ว่าจะสมรสกันหรือไม่ 13 “ผู้ปกครอง” หมายความว่า - บิดามารดา ผู้อนุบาล ผู้รับบุตรบุญธรรม - ผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ - พ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง ผู้ปกครองสวัสดิภาพ นายจ้าง - - บุคคลอื่นซึ่งรับเด็กไว้ในความอุปการะเลี้ยงดูหรือ ซึ่งเด็กอาศัยอยู่ด้วย 14 ครอบครัวอุปถัมภ์” หมายความว่า - บุคคลที่รับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูอย่างบุตร 15 การเลี้ยงดูโดยมิชอบ” หมายความว่า - การไม่ให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน หรือ พัฒนาเด็กตามมาตรฐานขั้นต่าที่กาหนดใน กฎกระทรวง - จนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก 16 ทารุณกรรม” หมายความว่า - การกระทาหรือละเว้นการกระทาด้วยประการใด ๆ จน เป็นเหตุให้เด็กเสื่อมเสียเสรีภาพหรือเกิดอันตรายแก่ ร่างกายหรือจิตใจ - การกระทาผิดทางเพศต่อเด็ก การใช้เด็กให้กระทาหรือ ประพฤติในลักษณะที่น่าจะเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือ จิตใจหรือขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี ทั้งนี้ ไม่ว่า เด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม - 17 “สืบเสาะและพินิจ” หมายความว่า - การค้นหาและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุคคล และนามาวิเคราะห์วินิจฉัยตามหลักวิชาการทางสังคม สงเคราะห์ แพทย์ จิตวิทยา กฎหมาย และหลักวิชาการ อื่นที่เกี่ยวข้องกับบุคคลและครอบครัวของบุคคลนั้น
  • 69. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 69เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 18 สถานรับเลี้ยงเด็ก” หมายความว่า (6 ปี 6 คน) - สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกินหกปี บริบูรณ์ - และมีจานวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป - ซึ่งเด็กไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของหรือผู้ดาเนินการ สถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าว - ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานพยาบาลหรือโรงเรียนทั้งของรัฐ และเอกชน 19 “สถานแรกรับ” หมายความว่า - สถานที่รับเด็กไว้อุปการะเป็นการชั่วคราวเพื่อสืบเสาะ และพินิจเด็กและครอบครัว เพื่อกาหนดแนวทางในการ สงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็กแต่ ละราย 20 สถานสงเคราะห์” หมายความว่า - สถานที่ให้การอุปการะเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กที่จาต้อง ได้รับการสงเคราะห์ - ซึ่งมีจานวนตั้งแต่หกคนขึ้นไป 21 สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ” หมายความว่า - สถานที่ให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพ เพื่อแก้ไข ความประพฤติ บาบัด รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจแก่เด็กที่พึงได้รับการ คุ้มครองสวัสดิภาพ 22 สถานพัฒนาและฟื้นฟู” หมายความว่า - สถานที่ โรงเรียน สถาบัน หรือศูนย์ที่จัดขึ้นเพื่อให้ การบาบัดรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้าน ร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการศึกษา แนะแนว และการฝึกอบรมอาชีพแก่เด็กที่จาต้องได้รับการ สงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเป็นกรณีพิเศษ 23 สถานพินิจ” หมายความว่า - สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรุงเทพมหานคร - สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด - และสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของ แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด - ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาล เยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชน และครอบครัว -
  • 70. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 70เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 24 กองทุน” หมายความว่า - กองทุนคุ้มครองเด็ก 25 คณะกรรมการ” หมายความว่า - คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ 26 พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า - ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ 27 ผู้ว่าราชการจังหวัด” หมายความรวมถึง - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ซึ่งได้รับ มอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด 28 ปลัดกระทรวง” หมายความว่า - ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย จากปลัดกระทรวง 29 “รัฐมนตรี” หมายความว่า - รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ 30 มาตรา ๕ ศาลใดมีอานาจพิจารณาพิพากษา คดีเยาวชนและครอบครัว - ศาลที่จัดตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาล เยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชน และครอบครัว 31 จังหวัดใดยังมิได้เปิดทาการศาลเยาวชนและ ครอบครัวหรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ขึ้นในศาลจังหวัด ให้ศาลใดมีอานาจตัดสิน - ให้ศาลจังหวัดมีอานาจพิจารณาพิพากษาคดีตาม 32 มาตรา ๖ ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ คือใคร - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
  • 71. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 71เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๑ คณะกรรมการคุ้มครองเด็ก ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 33 มาตรา ๗ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ประกอบด้วย (23 คน) - ประธานกรรมการ - รองประธานกรรมการ - กรรมการ - กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์แต่งตั้ง) - - รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกรรมกา - -ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ เป็นรองประธานกรรมการ - ปลัดกระทรวงมหาดไทย - ปลัดกระทรวงยุติธรรม - ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ - อัยการสูงสุด - ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ - อธิบดีกรมการปกครอง - อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ - อธิบดีกรมสุขภาพจิต - อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - ผู้อานวยการสานักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและ พิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และ ผู้สูงอายุ เป็นกรรมการ - กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แต่งตั้งจาก ผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ในการงานที่ทาใน วิชาชีพ - สังคมสงเคราะห์ - ครู - จิตวิทยา - กฎหมาย - แพทย์ - ไม่น้อยกว่าเจ็ดปีวิชาชีพละสองคน โดยจะต้องมีผู้แทนจากภาคเอกชนอย่างน้อย วิชาชีพละหนึ่งคน และแต่งตั้งจากผู้มีประสบการณ์ซึ่งมีผลงานเป็นที่ ประจักษ์ในด้านสวัสดิการเด็กมาไม่น้อยกว่าเจ็ดปีอีกสอง คน โดยมีรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายเป็นกรรมการ และเลขานุการ
  • 72. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 72เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 34 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง - ต้องเป็นสตรีไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม 35 คณะกรรมการจะแต่งตั้งข้าราชการในกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็น ผู้ช่วยเลขานุการได้กี่คน - ไม่เกินสองคน 36 มาตรา ๘ ให้สานักงานปลัดกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทาหน้าที่เป็น อะไร - สานักงานเลขานุการของคณะกรรมการ 37 สานักงานเลขานุการของคณะกรรมการ ( ๑) ปฏิบัติงานธุรการทั่วไปของคณะกรรมการ (๒) ประสานงานและร่วมมือกับส่วนราชการ หน่วยงาน ของรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องในการดาเนินงานเกี่ยวกับ การสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความ ประพฤติเด็ก (๓) พัฒนาระบบ รูปแบบ และวิธีการ ตลอดจนให้บริการ ด้านสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความ ประพฤติเด็ก (๔) รวบรวมผลการวิเคราะห์ วิจัย ดาเนินการติดตามและ ประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบาย (๕) ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการหรือตามที่ คณะกรรมการมอบหมาย 38 มาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ใน ตาแหน่งคราวละกี่ปี - 3 ปี 39 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตาแหน่งเพราะ ครบวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้หรือไม่ - ได้ - แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน 40 มาตรา ๑๐ นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตาม วาระตามมาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้น จากตาแหน่ง เมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ (๔) ได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก (๕) เป็นบุคคลล้มละลาย (๖) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๗) ขาดการประชุมติดต่อกันสามครั้งโดยไม่มีเหตุอัน สมควร
  • 73. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 73เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 41 มาตรา ๑๑ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้น จากตาแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดาเนินการ อย่างไร - ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติเช่นเดียวกัน ตามมาตรา ๗ เป็นกรรมการแทน - ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งแทนอยู่ใน ตาแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตน แทน 42 มาตรา ๑๒ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดารง ตาแหน่งครบวาระแล้ว แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ - ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตาแหน่งตาม วาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน 43 มาตรา ๑๓ การประชุมคณะกรรมการต้องมี กรรมการมาประชุมอย่างไร - ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจานวนกรรมการทั้งหมด 44 กรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจ ปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ - รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม 45 หากรองประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติ หน้าที่ได้ให้ทาอย่างไร - กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุม 46 การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ - ถือเสียงข้างมาก 47 ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน - ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียง หนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด 48 มาตรา ๑๔ คณะกรรมการมีอานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน งบประมาณ (๒) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในการออกกฎกระทรวงและระเบียบ (๓) วางระเบียบโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุน (๔) วางระเบียบเกี่ยวกับวิธีการดาเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๔๗ (๕) วางหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ (๖) ให้คาปรึกษา แนะนา และประสานงานแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชนที่ปฏิบัติงานด้านการศึกษา การ สงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก รวมทั้งมีอานาจเข้าไปตรวจสอบในสถานรับ เลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟื้นฟู สถานพินิจ (๗) ติดตาม ประเมินผลและตรวจสอบการดาเนินงานของคณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานครและ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด (๘) ดาเนินการอื่นใดที่เกี่ยวกับการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก
  • 74. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 74เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 49 มาตรา ๑๕ คณะกรรมการมีอานาจแต่งตั้งผู้ใด - คณะอนุกรรมการหรือคณะทางานเพื่อปฏิบัติการ 50 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง - ต้องเป็นสตรีไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม 51 คณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานครจะ แต่งตั้งข้าราชการในสานักสวัสดิการสังคม - ไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้ 52 มาตรา ๑๗ ให้มีคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด ประกอบด้วย ประธานกรรมการ ผู้ว่าราชการจังหวัด รองประธานกรรมการ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็น กรรมการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 53 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งต้องเป็น - สตรีไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม 54 คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดจะแต่งตั้ง ข้าราชการในจังหวัดนั้น - ไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้ 55 มาตรา ๒๐ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานครและคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัดมีอานาจและ หน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน งบประมาณ และมาตรการในการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ (๒) ให้คาปรึกษา แนะนา และประสานงานแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชนที่ปฏิบัติงานด้านการศึกษา การ สงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก (๓) กาหนดแนวทางการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กในเขตกรุงเทพมหานคร หรือเขตจังหวัด แล้วแต่กรณี (๔) จัดหาทุนเพื่อการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กในเขตกรุงเทพมหานคร หรือเขตจังหวัด (๕) ตรวจสอบหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงกรณีมีการปฏิบัติต่อเด็กโดยมิชอบ (๖) เรียกเอกสารหรือพยานหลักฐานใด ๆ หรือขอคาชี้แจงจากผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการวินิจฉัยในการ ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ (๗) ติดตาม ประเมินผลและตรวจสอบการดาเนินงานเกี่ยวกับการสงเคราะห์ และส่งเสริมความประพฤติเด็กใน กรุงเทพมหานครและระดับจังหวัด แล้วแต่กรณี แล้วรายงานผลต่อคณะกรรมการ (๘) ดาเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย 56 มาตรา ๒๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม พระราชบัญญัตินี้ให้กรรมการและอนุกรรมการ - เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
  • 75. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 75เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๒ การปฏิบัติต่อเด็ก ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 57 มาตรา ๒๒ การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใด ให้ คานึงถึงอะไร - ประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสาคัญ - ไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม 58 มาตรา ๒๓ ผู้ปกครองต้องกระทาสิ่งใด - อุปการะเลี้ยงดู - อบรมสั่งสอน - พัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนตาม สมควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่ง ท้องถิ่น 59 มาตรา ๒๔ ปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อานวยการเขต นายอาเภอ ปลัดอาเภอผู้เป็น หัวหน้าประจากิ่งอาเภอ หรือผู้บริหารองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่ใด - คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่ รับผิดชอบ ไม่ว่าเด็กจะมีผู้ปกครองหรือไม่ก็ตาม - มีอานาจและหน้าที่ดูแลและตรวจสอบสถานรับ เลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถาน คุ้มครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟื้นฟู และ สถานพินิจที่ตั้งอยู่ในเขตอานาจ - แล้วรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด แล้วแต่ กรณี 60 มาตรา ๒๕ ผู้ปกครองต้องไม่กระทาการ ดังต่อไปนี้ ๑) ทอดทิ้งเด็กไว้ในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือสถานพยาบาล หรือไว้กับบุคคลที่รับจ้างเลี้ยงเด็กหรือที่สาธารณะหรือ สถานที่ใด โดยเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืน (๒) ละทิ้งเด็กไว้ ณ สถานที่ใด ๆ โดยไม่จัดให้มีการ ปูองกันดูแลสวัสดิภาพหรือให้การเลี้ยงดูที่เหมาะสม (๓) จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งที่จาเป็นแก่การดารงชีวิต หรือสุขภาพอนามัยจนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือ จิตใจของเด็ก (๔) ปฏิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการขัดขวางการ เจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็ก ๕) ปฏิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการเลี้ยงดูโดยมิชอบ
  • 76. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 76เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 61 มาตรา ๒๖ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ห้ามมิให้ผู้ใดกระทาการ ดังต่อไปนี้ ๑) กระทาหรือละเว้นการกระทาอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก (๒) จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งจาเป็นแก่การดารงชีวิตหรือรักษาพยาบาลแก่เด็กที่อยู่ในความดูแลของตน จน น่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก (๓) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทาให้เด็กมีความประพฤติ เสี่ยงต่อการกระทาผิด (๔) โฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพร่ด้วยประการใด เพื่อรับเด็กหรือยกเด็กให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ญาติของ เด็ก เว้นแต่เป็นการกระทาของทางราชการหรือได้รับอนุญาตจากทางราชการแล้ว (๕) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทาด้วยประการใดให้เด็กไปเป็นขอทาน เด็กเร่ร่อน หรือใช้ เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทานหรือการกระทาผิด หรือกระทาด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์ โดยมิชอบจากเด็ก (๖) ใช้ จ้าง หรือวานเด็กให้ทางานหรือกระทาการอันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจมีผลกระทบต่อการ เจริญเติบโต หรือขัดขวางต่อพัฒนาการของเด็ก (๗) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กเล่นกีฬาหรือให้กระทาการใดเพื่อแสวงหา ประโยชน์ทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือมีลักษณะ เป็นการทารุณกรรมต่อเด็ก (๘) ใช้หรือยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใดหรือเข้าไปในสถานที่เล่นการพนัน สถานค้าประเวณี หรือ สถานที่ที่ห้ามมิให้เด็กเข้า ๙) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทาการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด (๑๐) จาหน่าย แลกเปลี่ยน หรือให้สุราหรือบุหรี่แก่เด็ก เว้นแต่การปฏิบัติการทางการแพทย์ (ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ) 62 มาตรา ๒๗ ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศประเภทใด ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัว เด็กหรือผู้ปกครอง โดยเจตนาที่จะทาให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อื่น ใดของเด็ก หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สาหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ (ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ) 63 มาตรา ๒๙ ผู้ใดพบเห็นเด็กตกอยู่ในสภาพ จาต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิ ภาพตามหมวด ๓ และหมวด ๔ จะต้อง ดาเนินการอย่างไร - จะต้องให้การช่วยเหลือเบื้องต้นและแจ้งต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝุายปกครองหรือ ตารวจ หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตาม มาตรา ๒๔ โดยมิชักช้า 64 มาตรา ๓๐
  • 77. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 77เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) พนักงานเจ้าหน้าที่มีอานาจและหน้าที่ (๑) เข้าไปในเคหสถาน สถานที่ใด ๆ หรือยานพาหนะใด ๆ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ ตกเพื่อตรวจค้นในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทาทารุณกรรมเด็ก (๒) เข้าไปในเคหสถาน สถานที่ใด ๆ หรือยานพาหนะใด ๆ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ ตกเพื่อตรวจค้นในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทาทารุณกรรมเด็ก (๓) มีหนังสือเรียกผู้ปกครอง หรือบุคคลอื่นใดมาให้ถ้อยคาหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ ความประพฤติ สุขภาพ และความสัมพันธ์ในครอบครัวของเด็ก (๔) ออกคาสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองของเด็ก ส่งเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ การศึกษา การทางาน หรือความประพฤติของเด็ก (๕) เข้าไปในสถานที่อยู่อาศัยของผู้ปกครอง และรวบรวมข้อมูลหรือหลักฐานเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ การเลี้ยงดู อุปนิสัย และความประพฤติของเด็ก (๖) มอบตัวเด็กให้แก่ผู้ปกครองพร้อมกับแนะนาหรือตักเตือนผู้ปกครองให้ดูแลและอุปการะเลี้ยงดูเด็ก ในทางที่ถูกต้อง (๗) ทารายงานเกี่ยวกับตัวเด็กเพื่อมอบให้แก่สถานแรกรับหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อมีการร้องขอ
  • 78. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 78เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๓ การสงเคราะห์เด็ก ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 65 มาตรา ๓๒ เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ได้แก่ (๑) เด็กเร่ร่อน หรือเด็กกาพร้า (๒) เด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือพลัดหลง ณ ที่ใดที่หนึ่ง (๓) เด็กที่ผู้ปกครองไม่สามารถอุปการะเลี้ยงดูได้ด้วยเหตุใด ๆ เช่น ถูกจาคุก กักขัง พิการ ทุพพลภาพ เจ็บปุวย เรื้อรัง ยากจน เป็นผู้เยาว์ หย่า ถูกทิ้งร้าง เป็นโรคจิตหรือโรคประสาท (๔) เด็กที่ผู้ปกครองมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไม่เหมาะสมอันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกาย หรือจิตใจของเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแล (๕) เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูโดยมิชอบ ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทาหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ถูก ทารุณกรรม หรือตกอยู่ในภาวะอื่นใดอันอาจเป็นเหตุให้เด็กมีความประพฤติเสื่อมเสียในทางศีลธรรมอันดีหรือ เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ (๖) เด็กพิการ (๗) เด็กที่อยู่ในสภาพยากลาบาก (๘) เด็กที่อยู่ในสภาพที่จาต้องได้รับการสงเคราะห์ตามที่กาหนดในกฎกระทรวง 66 มาตรา ๓๓ ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ได้รับแจ้งจาก บุคคลตามมาตรา ๒๙ หรือพบเห็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๒ ให้พิจารณาให้การสงเคราะห์ ตามวิธีการที่เหมาะสม ดังต่อไปนี้ ๑ ให้ความช่วยเหลือและสงเคราะห์แก่เด็กและครอบครัวหรือบุคคลที่อุปการะเลี้ยงดูเด็กเพื่อให้สามารถ อุปการะเลี้ยงดูเด็กได้ตามมาตรา ๒๓ (๒) มอบเด็กให้อยู่ในความอุปการะของบุคคลที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูตามระยะเวลาที่ เห็นสมควร แต่ต้องไม่เกินหนึ่งเดือน ในกรณีที่ไม่อาจดาเนินการตาม (๑)ได้ (๓) ดาเนินการเพื่อให้เด็กได้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (๔) ส่งเด็กเข้ารับการอุปการะในครอบครัวอุปถัมภ์หรือสถานรับเลี้ยงเด็กที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไว้ อุปการะ (๕) ส่งเด็กเข้ารับการอุปการะในสถานแรกรับ (๖) ส่งเด็กเข้ารับการอุปการะในสถาน สงเคราะห์ (๗) ส่งเด็กเข้าศึกษาหรือฝึกหัดอาชีพ หรือส่งเด็กเข้าบาบัดฟื้นฟู ในกรณีที่บุคคลที่ได้รับการสงเคราะห์มีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์แต่ยังอยู่ในสภาพที่จาเป็นจะต้องได้รับการ สงเคราะห์ต่อไป ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี อาจสั่งให้บุคคลนั้นได้รับการสงเคราะห์ ต่อไปจนอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ก็ได้ แต่ถ้ามีเหตุจาเป็นต้องให้การสงเคราะห์ต่อไปอีกและบุคคลนั้นมิได้คัดค้าน ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี อาจสั่งให้สงเคราะห์บุคคลนั้นต่อไปตามความจาเป็นและ สมควร แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินเวลาที่บุคคลนั้นมีอายุครบยี่สิบสี่ปีบริบูรณ์( 18-20-24 ปีบริบูรณ์)
  • 79. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 79เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๔ การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 67 มาตรา ๔๐ เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ได้แก่ ๑) เด็กที่ถูกทารุณกรรม (๒) เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทาผิด (๓) เด็กที่อยู่ในสภาพที่จาต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ตามที่กาหนดในกฎกระทรวง 68 มาตรา ๔๑ ผู้ใดพบเห็นหรือประสบพฤติการณ์ ที่น่าเชื่อว่ามีการกระทาทารุณกรรมต่อเด็ก ให้รีบแจ้งหรือรายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝุาย ปกครองหรือตารวจ หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตามมาตรา ๒๔ 69 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝุายปกครอง หรือตารวจ หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพ เด็กตามมาตรา ๒๔ ได้รับแจ้งเหตุตามวรรค หนึ่ง หรือเป็นผู้พบเห็นหรือประสบพฤติการณ์ ที่น่าเชื่อว่ามีการกระทาทารุณกรรมต่อเด็กใน สถานที่ใด - ให้มีอานาจเข้าตรวจค้นและมีอานาจแยกตัวเด็กจาก ครอบครัวของเด็กเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กโดยเร็ว ที่สุด 70 การแจ้งหรือการรายงานตามมาตรานี้ เมื่อได้ กระทาโดยสุจริต - ย่อมได้รับความคุ้มครอง - ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทาง ปกครอง 71 มาตรา ๔๒ การดาเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพ เด็กตามมาตรา ๔๑ วรรคสอง ให้มี(อานาจเข้า ตรวจค้นและมีอานาจแยกตัวเด็กจากครอบครัว ของเด็กเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กโดยเร็ว ที่สุด) ต้องรีบจัดให้มีการตรวจรักษาทางร่างกายและจิตใจทันที 72 ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรต้องสืบเสาะ และพินิจเกี่ยวกับเด็กและครอบครัวเพื่อหา วิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็ก ให้ดาเนินการอย่างไร - ส่งตัวเด็กไปสถานแรกรับก่อนได้ - หรือถ้าจาเป็นต้องให้การสงเคราะห์ก็ให้พิจารณาให้ การสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๓ และถ้าจาเป็นต้องให้ การฟื้นฟูสภาพจิตใจก็ให้รีบส่งเด็กไปยังสถานพัฒนา และฟื้นฟู 73 การส่งเด็กไปสถานแรกรับ สถานพัฒนาและ ฟื้นฟู หรือสถานที่อื่นใดตามวรรคหนึ่ง ต้อง กระทาภายในกี่วัน - กระทาได้ไม่เกิน 7 วัน - กรณีที่มีเหตุจาเป็นและพนักงานอัยการจะยื่นคาร้อง ขอต่อศาล เพื่อมีคาสั่งขยายระยะเวลาออกไปรวม แล้วไม่เกิน 30 วันก็ได้
  • 80. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 80เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 74 มาตรา ๔๓ กรณีที่ผู้ปกครองหรือญาติของเด็ก เป็นผู้กระทาทารุณกรรมต่อเด็ก ถ้ามีการฟูอง คดีอาญาแก่ผู้กระทาผิดและมีเหตุอันควรเชื่อ ว่าผู้ถูกฟูองนั้นจะกระทาทารุณกรรมแก่เด็กอีก จะดาเนินการอย่างไร - ให้ศาลที่พิจารณาคดีนั้นมีอานาจกาหนดมาตรการ คุมความประพฤติผู้นั้น ห้ามเข้าเขตกาหนด หรือห้ามเข้าใกล้ตัวเด็กในระยะ ที่ศาลกาหนด 75 หากยังไม่มีการฟูองคดีอาญาหรือไม่ฟูอง คดีอาญาแต่มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะมีการ กระทาทารุณกรรมแก่เด็กอีก ให้ดาเนินการ อย่างไร - ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝุายปกครองหรือ ตารวจ ผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ หรือพนักงานอัยการ - ยื่นคาขอต่อศาล เพื่อออกคาสั่งมิให้กระทาการ ดังกล่าวโดยกาหนดมาตรการคุมความประพฤติและ เรียกประกันด้วยก็ได้ 76 ในกรณีตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หากศาล เห็นว่ามีเหตุจาเป็นเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองเด็กมิ ให้ถูกกระทาทารุณกรรมอีก - ให้ศาลมีอานาจออกคาสั่งให้ตารวจจับกุมผู้ที่เชื่อว่า จะกระทาทารุณกรรมแก่เด็กมากักขัง - 77 - ศาลมีอานาจออกคาสั่งให้ตารวจจับกุมผู้ที่เชื่อ ว่าจะกระทาทารุณกรรมแก่เด็กมากักขัง ครั้งละกี่วัน - ไว้มีกาหนดครั้งละไม่เกิน 30 วัน 78 การพิจารณาออกคาสั่งหรือการเรียกประกัน ตามมาตรานี้ ให้คานึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสาคัญ 79 มาตรา ๔๕ ห้ามมิให้เด็กซื้อหรือเสพสุราหรือ บุหรี่ หรือเข้าไปในสถานที่เฉพาะเพื่อการ จาหน่ายหรือเสพสุราหรือบุหรี่ หากฝุาฝืนจะ ดาเนินการอย่างไร - พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามเด็กเพื่อทราบข้อมูล เกี่ยวกับเด็ก - มีหนังสือเรียกผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อ ปรึกษาหารือว่ากล่าวตักเตือน ให้ทาทัณฑ์บน หรือมี ข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับวิธีการและระยะเวลาในการ จัดให้เด็กทางานบริการสังคมหรือทางาน สาธารณประโยชน์ - 80 การว่ากล่าวตักเตือน ทาทัณฑ์บน และจัดให้ เด็กทางานบริการสังคมหรือทางาน สาธารณประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กาหนดใน กฎกระทรวง
  • 81. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 81เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 81 มาตรา ๔๖ ในกรณีที่ออกข้อกาหนดให้เด็ก ทางานบริการสังคมหรือทางาน สาธารณประโยชน์ หากผู้ปกครองไม่เห็นด้วย จะต้องทาอย่างไร - ให้มีสิทธินาคดีไปสู่ศาล ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันรับทราบคาสั่ง
  • 82. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 82เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๕ ผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 82 กรณีที่เด็กพ้นจากความปกครองดูแลของ สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถาน คุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานที่พัฒนาและ ฟื้นฟูแล้ว ถ้ามีเหตุผลสมควรก็ - ให้ผู้ปกครองสวัสดิภาพยื่นคาขอ ต่อปลัดกระทรวง หรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี - ให้ตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ นักสังคมสงเคราะห์ หรือ บุคคลที่สมัครใจและมีความเหมาะสมเป็นผู้คุ้มครอง สวัสดิภาพเด็กได้ 83 การแต่งตั้งผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กให้มี ระยะเวลากี่ปี - คราวละไม่เกินสองปี 84 มาตรา ๔๙ ผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กมีอานาจ และหน้าที่อะไร ๑) เยี่ยมเยียน ให้คาปรึกษา แนะนา และตักเตือนเกี่ยวกับ เรื่องความประพฤติ การศึกษา และการประกอบอาชีพแก่เด็ก ที่อยู่ในการกากับดูแล (๒) เยี่ยมเยียน ให้คาปรึกษา และแนะนาแก่ผู้ปกครอง เกี่ยวกับเรื่องการอบรมสั่งสอนและเลี้ยงดูเด็กที่อยู่ในการกากับ ดูแล (๓) จัดทารายงานและความเห็นเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ ของเด็กและของผู้ปกครอง 85 มาตรา ๕๐ ห้ามมิให้ผู้ปกครองสวัสดิภาพ หรือผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก กระทาการใด - เปิดเผยชื่อตัว ชื่อสกุล ภาพหรือข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับ ตัวเด็ก ผู้ปกครอง ( ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่ เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ) 86 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศประเภทใดซึ่งข้อมูลที่เปิดเผยโดยฝุาฝืน บทบัญญัติในวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง
  • 83. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 83เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๖ สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพและสถานพัฒนาและฟื้นฟู - ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 87 มาตรา ๕๑ ปลัดกระทรวงมีอานาจจัดตั้ง - สถานรับเลี้ยงเด็ก - สถานแรกรับ - สถานสงเคราะห์ - สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ - และสถานพัฒนาและฟื้นฟู - ได้ทั่วราชอาณาจักร 88 ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอานาจจัดตั้ง - สถานรับเลี้ยงเด็ก - สถานแรกรับ - สถานสงเคราะห์ - สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ - สถานพัฒนาและฟื้นฟูภาย - ในเขตจังหวัดนั้น 89 หน่วยงานอื่นของรัฐนอกจากที่มีอานาจ หน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้อาจจัดตั้งและ ดาเนินกิจการได้เฉพาะสถานรับเลี้ยงเด็ก โดยแจ้งให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดกรณี 90 มาตรา ๕๒ ผู้ใดจะจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถาน คุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและ ฟื้นฟู ต้องขออนุญาตต่อใคร ต้องขอรับใบอนุญาตต่อ - ปลัดกระทรวงหรือ - ผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี 91 มาตรา ๕๔ ในสถานแรกรับ สถาน สงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และ สถานพัฒนาและฟื้นฟูจะต้องไม่ดาเนิน กิจการในลักษณะใด - แสวงหากาไรในทางธุรกิจ - และต้องมีผู้ปกครองสวัสดิภาพเป็นผู้ปกครองดูแลและ บังคับบัญชา 92 มาตรา ๕๕ ให้ปลัดกระทรวงและผู้ว่า ราชการจังหวัด มีอานาจใด - แต่งตั้งหรือถอดถอน ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู ตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กาหนดในกฎกระทรวง
  • 84. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 84เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 93 มาตรา ๕๖ ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานแรกรับมีอานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) รับตัวเด็กที่จาต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพไว้เพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและครอบครัว วินิจฉัยกาหนดวิธีการที่เหมาะสมในการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็กแต่ละคน ถ้าจาเป็นอาจรับตัว เด็กไว้ปกครองดูแลชั่วคราวได้ไม่เกินสามเดือน (๒) สืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับอายุ ประวัติ ความประพฤติ สติป๎ญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่งจิต นิสัย อาชีพ และฐานะของเด็กที่จาต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพ รวมทั้งของผู้ปกครอง หรือ บุคคลที่เด็กอาศัยอยู่ด้วย ตลอดจนสิ่งแวดล้อมทั้งปวงเกี่ยวกับเด็ก และมูลเหตุที่ทาให้เด็กตกอยู่ในสภาวะ จาต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพ เพื่อรายงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (๓) จัดให้มีการตรวจสุขภาพกายและสุขภาพจิต พร้อมทั้งดาเนินการรักษาเยียวยาแก่เด็กที่อยู่ในความปกครอง ดูแล (๔) จัดที่พักอาศัย ที่หลับนอน เครื่องนุ่งห่ม ให้เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ และจัดอาหารให้ถูกอนามัยและ เพียงพอแก่เด็กที่อยู่ในความปกครองดูแล (๕) จัดการศึกษา การกีฬา และนันทนาการให้แก่เด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลให้เหมาะสมกับวัยและสภาพ ของเด็กแต่ละคน (๖) จัดส่งเด็กที่ได้ดาเนินการตาม (๑) และ (๒) ไปยังสถานสงเคราะห์ สถานพัฒนาและฟื้นฟู โรงเรียน หรือ สถานที่อื่นใดที่มีวัตถุประสงค์ในการสงเคราะห์ หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กให้เหมาะสมกับวัยและสภาพของ เด็กแต่ละคน (๗) มอบตัวเด็กแก่ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดู และถ้าเห็นสมควร อาจยื่นคาขอให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี แต่งตั้งผู้คุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็กตาม มาตรา ๔๘ (๘) ให้คาปรึกษา แนะนา และช่วยเหลือแก่ผู้ปกครอง ในกรณีที่เด็กจาต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครอง สวัสดิภาพ 94 มาตรา ๕๗ ผู้รับใบอนุญาตและผู้ปกครอง สวัสดิภาพของสถานสงเคราะห์และสถาน คุ้มครองสวัสดิภาพที่จัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นต้องกระทา การใด - ควบคุมดูแลให้มีการรับเด็กที่จาต้องได้รับการ สงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพทุกคนไว้อุปการะ เลี้ยงดู 95 มาตรา ๕๘ ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานสงเคราะห์ มีอานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดการศึกษา อบรม สั่งสอน และฝึกหัดอาชีพแก่เด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของสถานสงเคราะห์ให้ เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน (๒) จัดบริการแนะแนว ให้คาปรึกษา และช่วยเหลือแก่ผู้ปกครอง (๓) สอดส่องและติดตามให้คาปรึกษา แนะนา และช่วยเหลือแก่เด็กที่ออกจากสถานสงเคราะห์ไปแล้ว เพื่อเป็น การสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็กที่เคยอยู่ในสถานสงเคราะห์มิให้กลับไปสู่สภาพเดิม การสืบเสาะและพินิจ
  • 85. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 85เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 96 มาตรา ๕๙ ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถาน คุ้มครองสวัสดิภาพมีอานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ๑) ปกครองดูแลและอุปการะเลี้ยงดูเด็กที่อยู่ในสถาน คุ้มครองสวัสดิภาพ (๒) จัดการศึกษา อบรม และฝึกอาชีพแก่เด็กที่อยู่ใน สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ (๓) แก้ไขความประพฤติ บาบัดรักษาและฟื้นฟู สมรรถภาพทั้งทางร่างกายจิตใจแก่เด็กที่อยู่ในสถาน คุ้มครองสวัสดิภาพ (๔) สอดส่องและติดตามให้คาปรึกษา แนะนา และ ช่วยเหลือแก่เด็กที่ออกจากสถานคุ้มครองสวัสดิภาพไป แล้ว 97 มาตรา ๖๐ ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานพัฒนา และฟื้นฟูมีอานาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) รับเด็กที่จาต้องได้รับการบาบัดฟื้นฟูสมรรถภาพด้าน ร่างกายหรือจิตใจไว้ปกครองดูแล (๒) ทาการสืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับเด็กและครอบครัว เพื่อกาหนดแนวทางการพัฒนาและฟื้นฟูเด็กแต่ละคน (๓) จัดการศึกษา ฝึกอบรม สั่งสอน บาบัดรักษา แนะ แนว และฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจให้เหมาะสมแก่ เด็กแต่ละคนที่อยู่ระหว่างการปกครองดูแล 98 มาตรา ๖๑ ห้ามมิให้เจ้าของ ผู้ปกครองสวัสดิภาพ และผู้ปฏิบัติงานในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และ สถานพัฒนาและฟื้นฟู กระทาการใด - ทาร้ายร่างกายหรือจิตใจ - กักขัง - ทอดทิ้ง - หรือลงโทษเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลโดย วิธีการรุนแรงประการอื่น เว้นแต่กระทาเท่าที่สมควรเพื่ออบรมสั่งสอนตาม ระเบียบที่รัฐมนตรีกาหนด ( ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่ เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ) 99 มาตรา ๖๒ ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม พระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่ได้รับมอบหมายจาก ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ ผู้ปกครองสวัสดิภาพ ตามกฎหมายใด เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
  • 86. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 86เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๗ การส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา 100 มาตรา ๖๓ โรงเรียนและสถานศึกษาต้องจัด ให้มี - ระบบงานและกิจกรรมในการแนะแนวให้คาปรึกษา - ฝึกอบรมแก่นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมความประพฤติที่เหมาะสม ความรับผิดชอบต่อ สังคม และความปลอดภัยแก่นักเรียนและนักศึกษา 101 มาตรา ๖๔ นักเรียนและนักศึกษาต้อง ประพฤติตนตามระเบียบของโรงเรียนหรือสถานศึกษาและ ตามที่กาหนดในกฎกระทรวง 102 มาตรา ๖๕ นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ใดฝุาฝืน มาตรา ๖๔ -ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐมนตรีกาหนด - และมีอานาจนาตัวไปมอบแก่ผู้บริหารโรงเรียนหรือ สถานศึกษาของนักเรียนหรือนักศึกษานั้น เพื่อดาเนินการสอบถามและอบรมสั่งสอนหรือลงโทษตาม ระเบียบ ในกรณีที่ไม่สามารถนาตัวไปมอบได้จะแจ้งด้วยวาจา หรือเป็นหนังสือก็ได้ 103 เมื่อได้อบรมสั่งสอนหรือลงโทษนักเรียนหรือ นักศึกษาแล้ว - ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารโรงเรียนหรือ สถานศึกษาแจ้งให้ผู้ปกครองว่ากล่าวตักเตือนหรือสั่ง สอนเด็กอีกชั้นหนึ่ง 104 การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้กระทา เท่าที่สมควร เพื่อการอบรมสั่งสอนตามระเบียบที่รัฐมนตรีกาหนด 105 มาตรา ๖๖ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามหมวดนี้มีอานาจดาเนินการเพื่อส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและ นักศึกษา ดังต่อไปนี้ (๑) สอบถามครู อาจารย์ หรือหัวหน้าสถานศึกษา เกี่ยวกับความประพฤติ การศึกษา นิสัยและสติป๎ญญาของ นักเรียนหรือนักศึกษาที่ฝุาฝืนมาตรา ๖๔ (๒) เรียกให้ผู้ปกครอง ครู อาจารย์ หรือหัวหน้าสถานศึกษาที่นักเรียนหรือนักศึกษานั้นกาลังศึกษาอยู่มารับตัว นักเรียนหรือนักศึกษา เพื่อว่ากล่าวอบรมสั่งสอนต่อไป (๓) ให้คาแนะนาแก่ผู้ปกครองในเรื่องการอบรมและสั่งสอนนักเรียนหรือนักศึกษา (๔) เรียกผู้ปกครองมาว่ากล่าวตักเตือน หรือทาทัณฑ์บนว่าจะปกครองดูแลมิให้นักเรียนหรือนักศึกษาฝุาฝืน มาตรา ๖๔ อีก (๕) สอดส่องดูแลรวมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคลหรือแหล่งที่ชักจูงนักเรียน หรือนักศึกษาให้ประพฤติในทางมิชอบ (๖) ประสานงานกับผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง ตารวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นเพื่อ ดาเนินการให้เป็นไปตามหมวดนี้
  • 87. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 87เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 106 มาตรา ๖๗ ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการ ฝุาฝืนกฎหมายหรือระเบียบเกี่ยวกับความ ประพฤติของนักเรียนหรือนักศึกษา - ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอานาจเข้าไปในเคหสถาน สถานที่ หรือยานพาหนะใด ๆ ในระหว่างเวลา พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก - หรือในระหว่างเวลาทาการ เพื่อทาการตรวจสอบ การฝุาฝืนดังกล่าวได้ 107 ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง - พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจาตัวก่อน - และให้บุคคลที่เกี่ยวข้องอานวยความสะดวกตาม สมควร - 108 บัตรประจาตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกาหนดโดยประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา
  • 88. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 88เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๘ กองทุนคุ้มครองเด็ก ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 109 มาตรา ๖๘ ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อ จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสานักงาน ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ เรียกว่า กองทุนคุ้มครองเด็ก” 110 มาตรา ๖๙ กองทุนประกอบด้วย ( ๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้ (๒) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจาปี (๓) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้ (๔) เงินอุดหนุนจากต่างประเทศหรือองค์การระหว่าง ประเทศ (๕) เงินหรือทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุนหรือที่กองทุน ได้รับตามกฎหมายหรือโดยนิติกรรมอื่น (๖) เงินที่ริบจากเงินประกันของผู้ปกครองที่ผิดทัณฑ์บน ตามมาตรา ๓๙ (๗) ดอกผลที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน 111 มาตรา ๗๐ เงินและดอกผลที่กองทุนได้รับตาม มาตรา ๖๙ ไม่ต้องนาส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน 112 มาตรา ๗๑ ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุน คณะหนึ่ง ประกอบด้วย ประธาน (ปลัด) กรรมการ กรรมการละเลขานุการ(รองปลัด) - ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ เป็นประธานกรรมการ - ปลัดกระทรวงมหาดไทย - ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ - ผู้แทนสานักงบประมาณ - ผู้แทนกรมบัญชีกลาง - และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งไม่เกิน สามคน - ในจานวนนี้ต้องเป็นผู้แทนจากภาคเอกชนซึ่ง เกี่ยวข้องกับงานด้านสวัสดิการเด็กอย่างน้อยหนึ่ง คน เป็นกรรมการ - รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายเป็น กรรมการและเลขานุการ
  • 89. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 89เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 113 มาตรา ๗๓ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนมี อานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ( ๑) บริหารกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการ กาหนด (๒) พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินเพื่อการสงเคราะห์ คุ้ม ครองสวัสดิภาพและส่งเสริมความประพฤติเด็ก รวมทั้ง ครอบครัวและครอบครัวอุปถัมภ์ของเด็กตามระเบียบที่ คณะกรรมการกาหนดหรือตามคาสั่งศาล (๓) รายงานสถานะการเงินและการบริหารกองทุนต่อ คณะกรรมการตามระเบียบที่คณะกรรมการกาหนด 114 มาตรา ๗๔ การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บ รักษาเงิน การจัดหาผลประโยชน์และการจัดการ กองทุน ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกาหนด 115 มาตรา ๗๕ ให้มีคณะกรรมการติดตามและ ประเมินผลการดาเนินงานของกองทุน - จานวนห้าคน ประกอบด้วย - ประธานกรรมการ - กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้ง จากผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ด้านการเงิน การสวัสดิการเด็ก และการ ประเมินผล - รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายเป็น กรรมการและเลขานุการ - 116 มาตรา ๗๖ คณะกรรมการติดตามและ ประเมินผลตามมาตรา ๗๕ มีอานาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ( ๑) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดาเนินงาน ของกองทุน (๒) รายงานผลการปฏิบัติงานพร้อมทั้งข้อเสนอแนะต่อ คณะกรรมการ (๓) มีอานาจเรียกเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับ กองทุนจากบุคคลใดหรือเรียกบุคคลใดมาชี้แจง ข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณาประเมินผล 117 มาตรา ๗๗ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุน จัดทางบดุลและบัญชีทาการส่งผู้สอบบัญชีตรวจสอบ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีทุกปี
  • 90. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 90เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 118 ให้สานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน -เป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปี -ทารายงานผลการสอบและรับรองบัญชีและการเงิน ของกองทุนเสนอต่อคณะกรรมการภายในหนึ่งร้อยห้า สิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี เพื่อคณะกรรมการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ 119 รายงานผลการสอบบัญชีตามวรรคสองให้ รัฐมนตรี เสนอต่อใคร - เสนอต่อนายกรัฐมนตรี - เพื่อนาเสนอต่อรัฐสภาเพื่อทราบและจัดให้มีการ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  • 91. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 91เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๙ บทกาหนดโทษ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 120 มาตรา ๗๘ ผู้ใดฝุาฝืนมาตรา ๒๖ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกิน สามหมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ 121 มาตรา ๗๙ ผู้ใดฝุาฝืนมาตรา ๒๗ มาตรา ๕๐ หรือมาตรา ๖๑ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหก หมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ 122 มาตรา ๘๐ ผู้ใดขัดขวางไม่ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๐ (๑) หรือ (๕) หรือไม่ยอมส่งเอกสารหรือส่งเอกสารโดยรู้อยู่ว่า เป็นเอกสารเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อถูก เรียกให้ส่งตามมาตรา ๓๐ (๔) ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ 123 ผู้ใดไม่ยอมมาให้ถ้อยคา ไม่ยอมให้ถ้อยคาโดย ไม่มีเหตุอันสมควร หรือให้ถ้อยคาอันเป็นเท็จ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตาม มาตรา ๓๐ (๓) ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ แต่ถ้าผู้ให้ถ้อยคากลับ ให้ข้อความจริงในขณะที่การให้ถ้อยคายังไม่เสร็จสิ้น การ ดาเนินคดีอาญาต่อบุคคลนั้นให้เป็นอันระงับไป 124 มาตรา ๘๑ ผู้ใดฝุาฝืนข้อกาหนดของศาลในการ คุมความประพฤติ ห้ามเข้าเขตกาหนด หรือ ห้ามเข้าใกล้ตัวเด็กตามมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ 125 มาตรา ๘๒ ผู้ใดจัดตั้งหรือดาเนินกิจการสถาน รับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือสถานพัฒนาและ ฟื้นฟูตามมาตรา ๕๒ โดยมิได้รับใบอนุญาตหรือ ใบอนุญาตถูกเพิกถอนหรือหมดอายุ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ 126 มาตรา ๘๓ เจ้าของหรือผู้ปกครองสวัสดิภาพ ของสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถาน สงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือสถาน พัฒนาและฟื้นฟูผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง หรือ ระเบียบที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ
  • 92. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 92เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ ประเด็นคาตอบ 127 มาตรา ๘๔ ผู้ใดกระทาการเป็นผู้ปกครองสวัสดิ ภาพของสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถาน คุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู โดยมิได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๕๕ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ 128 มาตรา ๘๕ ผู้ใดกระทาการอันเป็นการยุยง ส่งเสริม ช่วยเหลือ หรือสนับสนุนให้นักเรียน หรือนักศึกษาฝุาฝืนบทบัญญัติตามมาตรา ๖๔ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกิน สามหมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ 129 มาตรา ๘๖ ผู้ใดไม่อานวยความสะดวกแก่ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๖๗ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจาทั้งปรับ
  • 93. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 93เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร)
  • 94. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 94เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) สรุปสาระสาคัญ พรบ. ระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๔ ชื่อ พรบ. ให้ไว้ ณ ประกาศใช้วันที่ พรบ. ระเบียบข้าราชการ กรุงเทพมหานครและบุคลากร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๔ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๔ (เป็นปีที่ ๖๖ ในรัชกาลป๎จจุบัน) ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๘๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย บัญญัติให้การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการและลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ้นจากตาแหน่ง ต้อง เป็นไปตามความเหมาะสมและความจาเป็นของแต่ละท้องถิ่น รวมทั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีจานวนเท่ากัน โดยการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต้องมีองค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมของข้าราชการส่วนท้องถิ่นเพื่อสร้างระบบคุ้มครองคุณธรรมและ จริยธรรมในการบริหารงานบุคคล ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติประกอบกับในป๎จจุบันได้มีการปรับปรุงระบบ ตาแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ซึ่งมีผลกระทบต่อการที่ กรุงเทพมหานครได้นากฎหมายดังกล่าวมาใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้น เพื่อให้กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยและสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน จึงจาเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้ โครงสร้าง หมวด ๑ คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร หมวด ๒ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมกรุงเทพมหานคร หมวด ๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ส่วนที่ ๑ บททั่วไป ส่วนที่ ๒ การกาหนดตาแหน่ง การบรรจุ และการแต่งตั้ง ส่วนที่ ๓ วินัยและการดาเนินการทางวินัย ส่วนที่ ๔ การอุทธรณ์ ส่วนที่ ๕ การร้องทุกข์ หมวด ๔ การคุ้มครองระบบคุณธรรม หมวด ๕ บุคลากรกรุงเทพมหานคร บทเฉพาะกาล
  • 95. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 95เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 1 มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและ บุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๔” 2 มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป 3 มาตรา ๓ ให้ยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ (๒) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ 4 มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “ข้าราชการกรุงเทพมหานคร” หมายความ ว่า - บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้รับราชการ โดยได้รับเงินเดือนจาก - เงินงบประมาณหมวดเงินเดือนของกรุงเทพมหานคร หรือ จากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่ให้แก่ กรุงเทพมหานครและกรุงเทพมหานครนามาจัดเป็นเงินเดือน ของข้าราชการกรุงเทพมหานคร 5 ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ” หมายความว่า - ข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งรับราชการในสังกัด กรุงเทพมหานคร แต่ไม่รวมถึง ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษกรุงเทพมหานคร และข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา 6 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กรุงเทพมหานคร” หมายความว่า (๑) ข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งทาหน้าที่หลักทางด้าน การเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ (๒) ข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งดารงตาแหน่งผู้บริหาร สถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และให้หมายความรวมถึง ข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งดารงตาแหน่งที่มีหน้าที่ ให้บริการ หรือปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการ เรียนการสอน การนิเทศ การบริหาร การศึกษา และ ปฏิบัติงานอื่น - ในหน่วยงานการศึกษาของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ตามที่ คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครและ บุคลากรกรุงเทพมหานครกาหนด
  • 96. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 96เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 8 “ข้าราชการกรุงเทพมหานครใน สถาบันอุดมศึกษา” หมายความว่า - ข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งทาหน้าที่หลัก ทางด้านการสอนและการวิจัยในสถาบันอุดมศึกษา ตามที่คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครและ บุคลากรกรุงเทพมหานครกาหนด 9 “บุคลากรกรุงเทพมหานคร” หมายความว่า - ลูกจ้างกรุงเทพมหานคร - และพนักงานกรุงเทพมหานคร 10 “ลูกจ้างกรุงเทพมหานคร” หมายความว่า - บุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานของ กรุงเทพมหานคร - โดยได้รับค่าจ้างจากเงินงบประมาณหมวดค่าจ้าง ของกรุงเทพมหานคร - หรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของ รัฐบาลที่ให้แก่กรุงเทพมหานครและ กรุงเทพมหานครนามาจัดเป็นค่าจ้างของลูกจ้าง กรุงเทพมหานคร 11 พนักงานกรุงเทพมหานคร” หมายความว่า - บุคคลซึ่งได้รับการจ้างตามสัญญาจ้างโดยได้รับ ค่าตอบแทนจากเงินงบประมาณหมวดค่าตอบแทนของ กรุงเทพมหานคร 12 “หน่วยงานการศึกษา” หมายความว่า ๑) สถานศึกษา (๒) แหล่งการเรียนรู้ตามประกาศกรุงเทพมหานคร (๓) ส่วนราชการอื่นตามประกาศกรุงเทพมหานคร 13 สถานศึกษา” หมายความว่า - โรงเรียนหรือสถานศึกษาของกรุงเทพมหานคร ที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามประกาศกรุงเทพมหานคร 14 สถาบันอุดมศึกษา” หมายความว่า - สถาบันการศึกษาที่จัดการศึกษาระดับปริญญาของ กรุงเทพมหานครตามประกาศกรุงเทพมหานคร
  • 97. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 97เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 10 มาตรา ๕ ในกรณีที่มีกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับใด ใช้บังคับเพื่อให้สวัสดิการหรือสิทธิ ประโยชน์อื่นแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ - ให้ใช้กฎหมาย ประกาศ ระเบียบหรือข้อบังคับนั้นแก่ข้าราชการกรุงเทพมหานครด้วย โดยให้บรรดาคาว่า “ข้าราชการพลเรือน” หรือ “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” หรือ “ข้าราชการครู” หรือ “บุคลากรทางการศึกษา” หรือ “ข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษา” ที่มีอยู่ในกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับนั้น - หมายความถึง“ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ” หรือ “ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กรุงเทพมหานคร”หรือ “ข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา” แล้วแต่กรณีด้วย แต่ให้ใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้มีกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับอื่น ใดบัญญัติไว้สาหรับข้าราชการกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะ 11 มาตรา ๖ ให้นายกรัฐมนตรี - รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
  • 98. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 98เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๑ คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 8 มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “ - คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร และบุคลากรกรุงเทพมหานคร 9 คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร และบุคลากรกรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่าอะไร - ก.ก. 10 คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร ก.ก. ประกอบด้วย (๑) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ (๒) กรรมการโดยตาแหน่ง จานวนห้าคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการ ก.พ.ร. เลขาธิการ ก.ค.ศ. และเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (๓) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนกรุงเทพมหานคร จานวนสี่คน ได้แก่ รองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้แทนบุคลากร กรุงเทพมหานครซึ่งคัดเลือกกันเองจานวนหนึ่งคน และหัวหน้าสานักงานคณะกรรมการข้าราชการ กรุงเทพมหานคร (๔) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานครโดยข้าราชการกรุงเทพมหานครแต่ละประเภท คัดเลือกกันเอง จานวนห้าคน ได้แก่ (ก) ผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ จานวนสองคน (ข) ผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร จานวนสองคน (ค) ผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา จานวนหนึ่งคน (๕) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งกรรมการตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) ประชุมร่วมกันคัดเลือกจากบุคคลซึ่งมี ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในด้านการบริหารงานส่วนท้องถิ่น ด้านการบริหาร ทรัพยากรบุคคล ด้านระบบราชการ ด้านการบริหารและการจัดการด้านกฎหมาย ด้านการศึกษา หรือด้านอื่น ที่เป็นประโยชน์แก่การบริหารทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานคร จานวนห้าคน - ให้รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นรองประธานกรรมการ - และหัวหน้าสานักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครเป็นเลขานุการ ก.ก. - ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครดาเนินการให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากร กรุงเทพมหานครคัดเลือกกันเองเป็นผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้แทนกรุงเทพมหานคร ในส่วนของผู้แทนบุคลากรกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี - หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือกกรรมการตาม (๓) ในส่วนของผู้แทนบุคลากร กรุงเทพมหานคร รวมทั้งกรรมการตาม (๔) และ (๕) ให้เป็นไปตามที่กาหนดในกฎ ก.ก.
  • 99. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 99เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 11 มาตรา ๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ากว่าสี่สิบปีบริบูรณ์ (๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๔) ไม่เคยได้รับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิดที่ ได้กระทาโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๕) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตาแหน่งหรือเงินเดือนประจา (๖) ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น (๗) ไม่เป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง (๘) ไม่เป็นกรรมการหรือผู้ดารงตาแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมืองหรือ เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง (๙) ไม่เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร 12 มาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและ กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการ กรุงเทพมหานคร มีวาระการดารงตาแหน่งคราวละกี่ปี - 4 ปี 13 เมื่อครบกาหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการคัดเลือกกรรมการขึ้นใหม่ - ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตาแหน่งตามวาระนั้นอยู่ใน ตาแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไป - จนกว่ากรรมการซึ่งได้รับคัดเลือกใหม่เข้ารับหน้าที่ 14 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการซึ่งเป็น ผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งพ้นจาก ตาแหน่งตามวาระ - อาจได้รับคัดเลือกอีกได้ 15 ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการ ซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการกรุงเทพมหานคร จะพ้นจากตาแหน่งตามวาระ - ให้ดาเนินการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิหรือกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการ กรุงเทพมหานครประเภทนั้นแทน - ก่อนวันครบวาระภายในหกสิบวัน 16 มาตรา ๑๐ นอกจากการพ้นจากตาแหน่ง ตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ ๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๘
  • 100. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 100เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 17 มาตรา ๑๑ นอกจากการพ้นจากตาแหน่ง ตามวาระ กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการ กรุงเทพมหานครพ้นจากตาแหน่งเมื่อ ๑) ตาย (๒) ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อประธานกรรมการ (๓) พ้นจากการเป็นข้าราชการประเภทที่ตนเป็นผู้แทน 18 มาตรา ๑๒ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ หรือกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการ กรุงเทพมหานครพ้นจากตาแหน่งก่อนวาระ ให้ดาเนินการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ หรือกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนข้าราชการ ประเภทนั้นแทนภายในกี่วัน - สามสิบวัน - นับแต่วันที่กรรมการผู้นั้นพ้นจากตาแหน่ง 19 ให้ผู้ได้รับคัดเลือกแทนตาแหน่งที่ว่างอยู่ใน ตาแหน่ง - เท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการ ซึ่งได้คัดเลือกไว้แล้ว - เว้นแต่วาระของกรรมการผู้นั้นเหลือไม่ถึง - หนึ่งร้อยแปดสิบวัน( 180 วัน) จะไม่ดาเนินการ คัดเลือกกรรมการแทนก็ได้ 20 ในระหว่างที่ยังมิได้ดาเนินการคัดเลือก กรรมการแทนตาแหน่งที่ว่างตามวรรคหนึ่ง และยังมีกรรมการเหลืออยู่เกินกึ่งหนึ่ง - ให้กรรมการที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ 21 มาตรา ๑๓ ให้นาความในมาตรา ๙ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกับผู้แทนกรุงเทพมหานครใน ส่วนของผู้แทนบุคลากรกรุงเทพมหานครด้วยโดยอนุโลม
  • 101. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 101เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 22 มาตรา ๑๔ ก.ก. มีอานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) ให้คาแนะนาแก่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับนโยบายและยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากร บุคคล การจัดระบบราชการกรุงเทพมหานคร และการพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากร กรุงเทพมหานคร (๒) ร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเสนอให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๔๔ (๓) ออกกฎ ก.ก. ข้อบังคับ หรือระเบียบ เพื่อกาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานเกี่ยวกับการ บริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่นที่พระราชบัญญัตินี้ให้ นามาใช้บังคับ กฎ ก.ก. เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ (๔) ให้ความเห็นชอบการตั้ง ยุบ หรือเปลี่ยนแปลงสานัก หรือการแบ่งส่วนราชการภายในหน่วยงานของ กรุงเทพมหานคร (๕) ให้ความเห็นชอบกรอบอัตรากาลังของหน่วยงานในกรุงเทพมหานคร (๖) พิจารณาเทียบตาแหน่งและระดับตาแหน่งของข้าราชการกรุงเทพมหานคร (๗) ตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ เมื่อ ก.ก. มีมติเป็น ประการใดแล้วให้กรุงเทพมหานครปฏิบัติตามนั้น (๘) กากับ ดูแล ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการ กรุงเทพมหานครเพื่อรักษาความเป็นธรรมและมาตรฐานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลรวมทั้งตรวจสอบ และติดตามการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ในการนี้ ให้มีอานาจเรียกเอกสารและหลักฐานจากหน่วยงาน และส่วนราชการ การพาณิชย์หรือสหการในสังกัดกรุงเทพมหานคร และให้ผู้แทนหน่วยงานและส่วนราชการ การพาณิชย์หรือสหการในสังกัดกรุงเทพมหานคร ข้าราชการกรุงเทพมหานครบุคลากรกรุงเทพมหานคร หรือ บุคคลใด ๆ มาชี้แจงข้อเท็จจริงได้ (๙) กาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการสอบแข่งขัน การสอบคัดเลือก การคัดเลือกและการ ขึ้นบัญชี รวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบและการคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ (๑๐) กาหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (๑๑) พิจารณาจัดระบบทะเบียนประวัติและแก้ไขทะเบียนประวัติเกี่ยวกับวัน เดือน ปีเกิด และการ ควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร (๑๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น 23 มาตรา ๑๕ ให้นาบทบัญญัติว่าด้วย คณะกรรมการที่มีอานาจดาเนินการพิจารณา ทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติ ราชการทางปกครอง - มาใช้บังคับแก่การประชุม ก.ก. โดยอนุโลม - เว้นแต่กรณีตามมาตรา ๔๓ วรรคสอง 24 มาตรา ๑๖ ให้มีคณะอนุกรรมการสามัญ ประจากรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า “ - อ.ก.ก.สามัญข้าราชการ” 25 อ.ก.ก.สามัญข้าราชการ” เป็นองค์กร - เป็นองค์กรบริหารทรัพยากรบุคคล ของกรุงเทพมหานคร
  • 102. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 102เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 26 มาตรา ๑๖ ให้มีคณะอนุกรรมการสามัญประจากรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า “อ.ก.ก.สามัญข้าราชการ” เพื่อเป็นองค์กรบริหารทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานครดังต่อไปนี้ (๑) คณะอนุกรรมการสามัญข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ เรียกโดยย่อว่า “อ.ก.ก.สามัญข้าราชการสามัญ” (๒) คณะอนุกรรมการสามัญข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อ ว่า “อ.ก.ก. สามัญข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา” (๓) คณะอนุกรรมการสามัญข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา เรียกโดยย่อว่า “อ.ก.ก. สามัญข้าราชการอุดมศึกษา” 27 คณะอนุกรรมการสามัญข้าราชการ กรุงเทพมหานครสามัญ เรียกโดยย่อว่า - อ.ก.ก.สามัญข้าราชการสามัญ” 28 คณะอนุกรรมการสามัญข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า - “อ.ก.ก. สามัญข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา” 29 คณะอนุกรรมการสามัญข้าราชการ กรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา เรียก โดยย่อว่า - “อ.ก.ก. สามัญข้าราชการอุดมศึกษา 30 ให้มีคณะอนุกรรมการสามัญประจาหน่วยงาน กรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า “ - อ.ก.ก. สามัญหน่วยงาน” โดยออกชื่อหน่วยงานนั้น - เพื่อเป็นองค์กรบริหารทรัพยากรบุคคลของ หน่วยงานกรุงเทพมหานครทั้งนี้ ตามที่ ก.ก. กาหนด 31 หน่วยงานใดที่ ก.ก. ยังมิได้กาหนดให้มี อ.ก.ก. สามัญหน่วยงาน ให้ - อ.ก.ก. สานักปลัดกรุงเทพมหานคร - ทาหน้าที่ อ.ก.ก. สามัญหน่วยงานนั้น - โดยให้หัวหน้าหน่วยงานนั้นเป็นอนุกรรมการ เพิ่มขึ้นด้วย 32 - ให้นามาตรา ๑๕ มาใช้บังคับแก่การประชุมของ - อ.ก.ก. สามัญข้าราชการ และ อ.ก.ก.สามัญหน่วยงาน โดยอนุโลม
  • 103. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 103เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 33 มาตรา ๑๗ อ.ก.ก. สามัญข้าราชการสามัญ ประกอบด้วย (๑) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบหมาย เป็นประธาน (๒) ปลัดกรุงเทพมหานครหรือรองปลัดกรุงเทพมหานครซึ่งปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย เป็นรองประธาน (๓) หัวหน้าหน่วยงานที่เป็นส่วนราชการของกรุงเทพมหานครตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ กรุงเทพมหานครซึ่งคัดเลือกกันเอง จานวนหนึ่งคน (๔) หัวหน้าสานักงาน ก.ก. (๕) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งประธานตาม (๑) แต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ในด้าน- การบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการด้านกฎหมาย หรือด้านอื่นที่เป็น ประโยชน์แก่การบริหารทรัพยากรบุคคล และมิได้เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร จานวนสี่คนทั้งนี้ ให้ ประกอบด้วยชายและหญิง (๖) ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญซึ่งคัดเลือกกันเอง จานวนสี่คน ให้ อ.ก.ก. นี้ ตั้งเลขานุการหนึ่งคน และผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน ให้ปลัดกรุงเทพมหานครจัดให้มีการคัดเลือกกรรมการตาม (๓) และ (๖) ทั้งนี้ หลักเกณฑ์วิธีการ และ เงื่อนไขการคัดเลือก ให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกาหนด 34 มาตรา ๑๘ อ.ก.ก. สามัญข้าราชการสามัญ มีอานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณากาหนดนโยบาย ระบบ และระเบียบวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการ กรุงเทพมหานครสามัญในกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐาน ที่ ก.ก. กาหนด (๒) เสนอแนะต่อ ก.ก. เพื่อให้ความเห็นชอบในการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานการจัดและการพัฒนา หน่วยงานในกรุงเทพมหานคร (๓) พิจารณาการเกลี่ยอัตรากาลังระหว่างหน่วยงานในกรุงเทพมหานคร (๔) กาหนดนโยบาย กากับ ดูแล และส่งเสริมเกี่ยวกับการพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อเพิ่มพูน ความรู้ ทักษะ ทัศนคติที่ดี คุณธรรม และจริยธรรม อันจะทาให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ (๕) พิจารณากาหนดตาแหน่ง จานวน ประเภทตาแหน่ง สายงาน และระดับของตาแหน่งของข้าราชการ กรุงเทพมหานครสามัญ โดยต้องคานึงถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความไม่ซ้าซ้อนและความประหยัดเป็น หลัก ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ก. กาหนด และต้องเป็นไปตามกรอบอัตรากาลังและ มาตรฐานกาหนดตาแหน่งที่ ก.ก. กาหนด (๖) ปฏิบัติการอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ และช่วย ก.ก. ปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ตามที่ ก.ก. มอบหมาย
  • 104. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 104เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 35 มาตรา ๑๙ อ.ก.ก. สามัญข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย (๑) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบหมาย เป็นประธาน (๒) ปลัดกรุงเทพมหานครหรือรองปลัดกรุงเทพมหานครซึ่งปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย เป็นรองประธาน (๓) ผู้อานวยการสานักการศึกษา (๔) หัวหน้าสานักงาน ก.ก. (๕) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งประธานตาม (๑) แต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการ ด้านกฎหมายหรือด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ แก่การบริหารทรัพยากรบุคคลในหน่วยงานการศึกษาและมิได้เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร จานวนสี่คน ทั้งนี้ ให้ประกอบด้วยชายและหญิง (๖) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานครผู้ดารงตาแหน่งผู้อานวยการสถานศึกษาซึ่ง คัดเลือกกันเอง จานวนสองคน (๗) ผู้ดารงตาแหน่งครูซึ่งคัดเลือกกันเอง จานวนสองคน ให้ อ.ก.ก. นี้ ตั้งเลขานุการหนึ่งคน และผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน ให้ปลัดกรุงเทพมหานครจัดให้มีการคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการตาม (๖) และ (๗) ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือก ให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกาหนด 36 มาตรา ๒๐ อ.ก.ก. สามัญข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีอานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณากา หนดนโยบาย ระบบ และระเบียบวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการและมาตรฐานที่ ก.ก. กาหนด (๒) เสนอแนะต่อ ก.ก. เพื่อให้ความเห็นชอบในการปรับปรุงโครงสร้าง การบริหารงานการจัดและการพัฒนา หน่วยงานการศึกษา (๓) พิจารณาการเกลี่ยอัตรากาลังระหว่างหน่วยงานการศึกษา (๔) พิจารณาให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการพิจารณาความดีความชอบของผู้บริหารสถานศึกษาและ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานครในหน่วยงานการศึกษา ทั้งนี้ ตามที่ ก.ก.กาหนด (๕) ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนา การเสริมสร้างขวัญกาลังใจ การปกปูอง คุ้มครองระบบคุณธรรม การจัด สวัสดิการ และการยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร (๖) พิจารณาให้ความเห็นชอบเรื่องการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษากรุงเทพมหานครที่ไม่อยู่ในอานาจหน้าที่ของผู้บริหารของหน่วยงานการศึกษา (๗) ปฏิบัติการอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ และช่วย ก.ก. ปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ตามที่ ก.ก. มอบหมาย
  • 105. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 105เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 37 มาตรา ๒๑ อ.ก.ก. สามัญข้าราชการอุดมศึกษา ประกอบด้วย (๑) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบหมาย เป็นประธาน (๒) ปลัดกรุงเทพมหานครหรือรองปลัดกรุงเทพมหานครซึ่งปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย เป็นรองประธาน (๓) ผู้อานวยการสานักการแพทย์ (๔) หัวหน้าสานักงาน ก.ก. (๕) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งประธานตาม (๑) แต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการด้านกฎหมาย หรือด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ แก่การบริหารทรัพยากรบุคคลในสถาบันอุดมศึกษาและมิได้เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร จานวนสี่คน ทั้งนี้ ให้ประกอบด้วยชายและหญิง (๖) ข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาดารงตาแหน่งประเภทผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาซึ่ง คัดเลือกกันเอง จานวนสองคน (๗) ข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาซึ่งคัดเลือกกันเอง จานวนสองคน ให้ อ.ก.ก. นี้ ตั้งเลขานุการหนึ่งคน และผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน ให้ปลัดกรุงเทพมหานครจัดให้มีการคัดเลือกข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา เป็นกรรมการตาม (๖) และ (๗) ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือกให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกาหนด
  • 106. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 106เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 38 มาตรา ๒๒ อ.ก.ก. สามัญข้าราชการอุดมศึกษา มีอานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณากาหนดนโยบาย ระบบ และระเบียบวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการ กรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานที่ ก.ก.กาหนด (๒) เสนอแนะต่อ ก.ก. เพื่อให้ความเห็นชอบในการปรับปรุงโครงสร้าง การบริหารงานการจัดและการ พัฒนาสถาบันอุดมศึกษา (๓) พิจารณาการเกลี่ยอัตรากาลังระหว่างสถาบันอุดมศึกษา (๔) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลสาหรับข้าราชการกรุงเทพมหานคร ในสถาบันอุดมศึกษา และการพิจารณาตาแหน่งวิชาการ (๕) กาหนดนโยบาย กากับ ดูแล และส่งเสริมเกี่ยวกับการพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานครใน สถาบันอุดมศึกษา เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนคติที่ดี คุณธรรมและจริยธรรม อันจะทาให้ปฏิบัติหน้าที่ ราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ (๖) กาหนดกรอบของตาแหน่ง อันดับเงินเดือนของตาแหน่ง และจานวนของข้าราชการกรุงเทพมหานครใน สถาบันอุดมศึกษาที่พึงมีในสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของตาแหน่ง และ คุณสมบัติเฉพาะตาแหน่ง โดยต้องคานึงถึงความมีประสิทธิภาพ ความไม่ซ้าซ้อน และความประหยัด และต้อง สอดคล้องกับกรอบอัตรากาลังและหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ก.กาหนด (๗) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการบังคับบัญชาข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาโดยข้อบังคับ ดังกล่าวต้องไม่ก่อให้เกิดขั้นตอนโดยไม่จาเป็น (๘) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาโดย ข้อบังคับดังกล่าวต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่ ก.ก. กาหนด (๙) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการของข้าราชการกรุงเทพมหานครใน สถาบันอุดมศึกษา (๑๐) อนุญาตให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษาซึ่งดารงตาแหน่งทางวิชาการลาหยุด ราชการเพื่อไปเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ หรือตามโครงการแลกเปลี่ยนคณาจารย์ระหว่างสถาบันอุดมศึกษา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการและได้รับเงินเดือน เงินประจาตาแหน่ง และเงินอื่นในระหว่างลาได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ก.ก. กาหนด (๑๑) ปฏิบัติการอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ และช่วย ก.ก. ปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ตามที่
  • 107. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 107เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 39 มาตรา ๒๓ ให้ อ.ก.ก. สามัญหน่วยงาน ประกอบด้วย (๑) หัวหน้าหน่วยงาน เป็นประธาน (๒) รองหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้ช่วยหัวหน้าหน่วยงานซึ่งหัวหน้าหน่วยงานมอบหมาย เป็นรองประธาน (๓) หัวหน้าส่วนราชการในหน่วยงานนั้นซึ่งคัดเลือกกันเอง จานวนหนึ่งคน (๔) ผู้แทนสานักงาน ก.ก. จานวนหนึ่งคน (๕) ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการ ด้าน กฎหมายหรือด้านอื่นที่เป็นประโยชน์แก่การบริหารทรัพยากรบุคคลและมิได้เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร จานวนสี่คน ทั้งนี้ ให้ประกอบด้วยชายและหญิง (๖) ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญในหน่วยงานนั้นซึ่งคัดเลือกกันเอง จานวนสี่คนให้ อ.ก.ก. นี้ ตั้ง เลขานุการหนึ่งคน และผู้ช่วยเลขานุการไม่เกินสองคน ให้หัวหน้าหน่วยงานจัดให้มีการคัดเลือกกรรมการตาม (๓) และ (๖) ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดเลือก ให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกาหนด 40 มาตรา ๒๔ อ.ก.ก. สามัญหน่วยงาน มีอานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณากา หนดนโยบาย ระบบ และระเบียบวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการ กรุงเทพมหานครในหน่วยงาน ซึ่งต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานที่ก.ก. กาหนด (๒) เสนอแนะต่อ ก.ก. เพื่อให้ความเห็นชอบในการปรับปรุงโครงสร้าง การบริหารงานการจัดและการ พัฒนาหน่วยงาน (๓) พิจารณาการเกลี่ยอัตรากาลังระหว่างส่วนราชการในหน่วยงาน (๔) กาหนดนโยบาย กากับ ดูแล และส่งเสริมเกี่ยวกับการพัฒนาข้าราชการภายในส่วนราชการในหน่วยงาน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ทัศนคติที่ดี คุณธรรม และจริยธรรม อันจะทาให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างมี ประสิทธิภาพ (๕) ปฏิบัติตามที่ อ.ก.ก. สามัญข้าราชการ มอบหมาย (๖) ปฏิบัติการอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ และช่วย ก.ก. ปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ตามที่ ก.ก. มอบหมายมาตรา ๒๕ ให้ 41 มาตรา ๒๕ ให้ผู้ทรงคุณวุฒิและข้าราชการ กรุงเทพมหานครซึ่งได้รับการคัดเลือกตาม มาตรา ๑๗มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๓ มีวาระการดารงตาแหน่งคราวละกี่ปี - สองปี 42 มาตรา ๒๖ ให้นามาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับแก่ อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและอนุกรรมการที่ได้มาโดยการคัดเลือกตามมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๓ แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม
  • 108. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 108เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 43 นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระตาม มาตรา ๙ และเหตุอื่นตามมาตรา ๑๐ แล้วให้ อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่ง เมื่อใด - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่งด้วย 44 มาตรา ๒๗ ก.ก. มีอานาจแต่งตั้ง อนุกรรมการวิสามัญ เรียกโดยย่อว่าอย่างไร - “อ.ก.ก. วิสามัญ” - เพื่อปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่ ก.ก. มอบหมาย 45 จานวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการ แต่งตั้ง อ.ก.ก. วิสามัญ รวมตลอดทั้งวิธีการ ได้มาวาระการดารงตาแหน่ง และการพ้นจาก ตาแหน่ง - ให้เป็นไปตามที่กาหนดในกฎ ก.ก. 46 ให้นามาตรา ๑๕ มาใช้บังคับ - แก่การประชุมของ อ.ก.ก. วิสามัญ โดยอนุโลม 47 มาตรา ๒๘ ให้กรรมการและอนุกรรมการใน ก.ก. อ.ก.ก. สามัญข้าราชการ อ.ก.ก. สามัญ หน่วยงาน และ อ.ก.ก. วิสามัญ - ได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่น - ในการปฏิบัติงานตามที่กาหนดในข้อบัญญัติ กรุงเทพมหานคร 48 มาตรา ๒๙ ให้มีสานักงานคณะกรรมการ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า - “สานักงาน ก.ก.”
  • 109. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 109เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 49 มาตรา ๒๙ ให้มีสานักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร เรียกโดยย่อว่า“สานักงาน ก.ก.” มี อานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดาเนินงานในหน้าที่ของ ก.ก. และ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครและดาเนินการ ตามที่ ก.ก. หรือ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร มอบหมาย (๒) วิเคราะห์และวิจัยเกี่ยวกับการจัดระบบราชการกรุงเทพมหานครเพื่อเสนอ ก.ก. (๓) เสนอแนะและให้คาปรึกษาแก่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หน่วยงานและส่วนราชการในสังกัด กรุงเทพมหานครเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการ กรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร (๔) พัฒนา ส่งเสริม วิเคราะห์ และวิจัยเกี่ยวกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ ระบบ หลักเกณฑ์วิธีการ และ มาตรฐานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร (๕) จัดทา ยุทธศาสตร์ ประสาน และดาเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของข้าราชการ กรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร ๖) ดาเนินการเกี่ยวกับแผนกาลังคนของข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร (๗) ดาเนินการสอบแข่งขันหรือสอบคัดเลือกหรือคัดเลือกเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในกรุงเทพมหานคร ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ก. กาหนด (๘) เป็นศูนย์กลางข้อมูลทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร (๙) ติดตามและประเมินผลการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากร กรุงเทพมหานคร (๑๐) ส่งเสริม ประสานงาน เผยแพร่ ให้คาปรึกษาแนะนา และดาเนินการเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการและการ เสริมสร้างคุณภาพชีวิตสาหรับทรัพยากรบุคคลของข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร (๑๑) ดาเนินการเกี่ยวกับการรับรองคุณวุฒิของผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพหรือ คุณวุฒิอย่างอื่น เพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากร กรุงเทพมหานคร และการกาหนดอัตราเงินเดือนหรือค่าตอบแทนรวมทั้งระดับตาแหน่งและประเภทตาแหน่ง สาหรับคุณวุฒิดังกล่าว (๑๒) ดาเนินการเกี่ยวกับการรักษาทะเบียนประวัติและการควบคุมเกษียณอายุของข้าราชการ กรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร (๑๓) จัดทารายงานประจาปีเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลในราชการกรุงเทพมหานครเสนอต่อ ก.ก. และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (๑๔) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่น หรือตามที่ ก.ก. หรือก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมอบหมาย
  • 110. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 110เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๒ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมกรุงเทพมหานคร ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 50 มาตรา ๓๐ ให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบ คุณธรรมข้าราชการกรุงเทพมหานครและ บุคลากรกรุงเทพมหานครคณะหนึ่ง เรียกโดย ย่อว่า อะไร - ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร” 51 ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย กรรมการจานวนกี่คน - ห้าคน - ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๓๒ 52 กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร - ต้องทางานเต็มเวลา 53 ให้หัวหน้าสานักงาน ก.ก. - เป็นเลขานุการของ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร 54 มาตรา ๓๑ ผู้จะได้รับการแต่งตั้งเป็น กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ากว่าสี่สิบห้าปี (๓) มีคุณสมบัติอื่นอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ 55 (๓)คุณสมบัติอื่นอย่างหนึ่งอย่างใด (ของ กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ) ดังต่อไปนี้ ก) เป็นหรือเคยเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครคณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือน คณะกรรมการข้าราชการครู คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หรือคณะกรรมการข้าราชการตารวจ (ข) เป็นหรือเคยเป็นกรรมการกฤษฎีกา (ค) รับราชการหรือเคยรับราชการในตาแหน่งไม่ต่ากว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์หรือเทียบเท่า หรือตุลาการ หัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้น (ง) รับราชการหรือเคยรับราชการในตาแหน่งไม่ต่ากว่าอธิบดีอัยการพิเศษประจาเขตหรือเทียบเท่า (จ) รับราชการหรือเคยรับราชการในตาแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือเทียบเท่าหรือตาแหน่งอื่นที่ เทียบเท่าตาแหน่งบริหารระดับสูงตามที่ ก.ก. กาหนด (ฉ) เป็นหรือเคยเป็นผู้สอนวิชาในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือวิชาที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินในสถาบันอุดมศึกษาและดารงตาแหน่งหรือเคยดารงตาแหน่งไม่ ต่ากว่ารองศาสตราจารย์ แต่ในกรณีที่ดารงตาแหน่งรองศาสตราจารย์ต้องดารงตาแหน่งหรือเคยดารงตาแหน่ง มาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
  • 111. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 111เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 56 มาตรา ๓๒ ให้มีคณะกรรมการคัดเลือก กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย - ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธาน - รองประธานศาลฎีกาที่ได้รับมอบหมายจากประธาน ศาลฎีกาหนึ่งคน กรรมการ ก.ก. - ผู้ทรงคุณวุฒิหนึ่งคนซึ่งได้รับเลือกโดย ก.ก. และให้ หัวหน้าสานักงาน ก.ก.เป็นกรรมการและเลขานุการ 57 ให้คณะกรรมการคัดเลือกมีหน้าที่คัดเลือก บุคคลผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๑ - จานวนห้าคน ให้ผู้ได้รับคัดเลือกตามวรรคสองประชุมและ เลือกกันเอง ให้ - คนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ ก.พ.ค กรุงเทพมหานคร - แล้วให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร - ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการคัดเลือกกาหนด 56 มาตรา ๓๓ กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๑) เป็นข้าราชการ (๒) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลใด (๓) เป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง กรรมการหรือผู้ดารงตาแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง (๔) เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจ (๕) เป็นกรรมการในองค์กรกลางบริหารงานบุคคลในหน่วยงานของรัฐ (๖) ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอย่างอื่นหรือดารงตาแหน่งหรือประกอบการใด ๆ หรือเป็นกรรมการใน หน่วยงานของรัฐหรือเอกชน อันขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กาหนดในพระราชกฤษฎีกา (๗) เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๘) เคยต้องคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษในความผิด อันได้กระทาโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท 57 มาตรา ๓๔ ผู้ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ผู้ใดมีลักษณะ ต้องห้ามตามมาตรา ๓๓ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖). .ผู้นั้นต้อง - ผู้นั้นต้องลาออกจากการเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะ ต้องห้ามหรือแสดงหลักฐานให้เป็นที่เชื่อได้ว่าตนได้ เลิกการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือการ ประกอบการอันมีลักษณะต้องห้าม - โดย ยื่น ต่อ เลขานุการ ก.พ.ค กรุงเทพมหานคร ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับคัดเลือก
  • 112. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 112เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 58 ในกรณีที่ผู้ได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร มิได้ลาออกหรือเลิก การประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือการ ประกอบการภายในเวลาที่กาหนดตามวรรค หนึ่ง - ให้ถือว่าผู้นั้นมิเคยได้รับคัดเลือกเป็นกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร - และให้ดาเนินการคัดเลือกกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ขึ้นใหม่ 59 มาตรา ๓๕ กรรมการ ก.พ.คกรุงเทพมหานคร มีวาระการดารงตาแหน่งกีปี - หกปีนับแต่วันที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง - และให้ดารงตาแหน่งได้เพียงวาระเดียว 60 ให้กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ซึ่งพ้น จากตาแหน่งตามวาระ อยู่ในตาแหน่งเพื่อ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป - จนกว่านายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ใหม่ 61 มาตรา ๓๖ นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระ กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร พ้นจากตาแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) มีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ (๔) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๓๑ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๓ (๕) ต้องคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุก แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษในความผิดอัน ได้กระทาโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท (๖) ไม่สามารถปฏิบัติงานได้เต็มเวลาอย่างสม่าเสมอตามระเบียบของ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครเมื่อมีกรณี ตามวรรคหนึ่ง ให้กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ และให้ถือว่า ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครเท่าที่เหลืออยู่ เว้นแต่มีกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เหลืออยู่ไม่ถึงสามคน เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่งหรือกรณีที่กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร พ้นจากตาแหน่ง ตามวาระ ให้คณะกรรมการคัดเลือกดาเนินการคัดเลือกกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครแทนกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ซึ่งพ้นจากตาแหน่งโดยเร็ว
  • 113. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 113เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 62 มาตรา ๓๗ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร มีอานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอแนะต่อ ก.ก. เพื่อให้ ก.ก. ดาเนินการจัดให้มีหรือปรับปรุงนโยบายการบริหาร ทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานครในส่วนที่เกี่ยวกับการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (๒) พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๖๐ (๓) พิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ตามมาตรา ๖๔ (๔) พิจารณาเรื่องการคุ้มครองระบบคุณธรรมตามมาตรา ๖๖ (๕) ออกกฎ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ข้อบังคับ ระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร และข้อบังคับเมื่อประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ (๖) แต่งตั้งบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร กาหนด เพื่อเป็นกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร หรือเป็นกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร ๗) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนบัญญัติให้เป็นอานาจหน้าที่ของ ก.พ.ค. ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ 63 มาตรา ๓๘ ให้ กรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร และกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร - ได้รับเงินประจาตาแหน่ง ประโยชน์ตอบแทนอย่าง อื่นและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เช่นเดียวกับ - - กรรมการ ก.พ.ค. กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ - และกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน 64 มาตรา ๓๙ การประชุมของ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร กรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร และกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร - ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร กาหนด
  • 114. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 114เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ส่วนที่ ๑ บททั่วไป ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 65 มาตรา ๔๐ การจัดระเบียบข้าราชการ กรุงเทพมหานครต้องเป็นไปเพื่อ - ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของกรุงเทพมหานคร - ความมีประสิทธิภาพ - และความคุ้มค่า 66 ข้าราชการกรุงเทพมหานครปฏิบัติ ราชการ - อย่างมีคุณภาพ - คุณธรรม - และมีคุณภาพชีวิตที่ดี 67 มาตรา ๔๑ การจัดระเบียบข้าราชการ กรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัตินี้ให้ คานึงถึง - ระบบคุณธรรม 68 การจัดระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัตินี้ให้คานึงถึงระบบคุณธรรม ดังต่อไปนี้ (๑) การรับบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งต้องคานึงถึงความรู้ความสามารถของ บุคคล ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และประโยชน์ของทางราชการ (๒) การบริหารทรัพยากรบุคคล ต้องคานึงผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพขององค์กรและลักษณะของงาน โดย ไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม (๓) การพิจารณาความดีความชอบ การเลื่อนตาแหน่ง และการให้ประโยชน์อื่นแก่ข้าราชการ กรุงเทพมหานครต้องเป็นไปอย่างเป็นธรรมโดยพิจารณาจากผลงาน ศักยภาพ ความประพฤติและพฤติกรรม ทางจริยธรรม และจะนาความคิดเห็นทางการเมืองหรือสังกัดพรรคการเมืองมาประกอบการพิจารณามิได้ (๔) การดาเนินการทางวินัย ต้องเป็นไปด้วยความยุติธรรมและโดยปราศจากอคติ (๕) การบริหารทรัพยากรบุคคลต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง 69 (๑) การรับบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ และแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งต้องคานึงถึง - ความรู้ - ความสามารถของบุคคล - ความเสมอภาค - ความเป็นธรรม - และประโยชน์ของทางราชการ 70 (๒) การบริหารทรัพยากรบุคคล ต้องคานึง - ผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพขององค์กร - และลักษณะของงาน - โดยไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
  • 115. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 115เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 71 ๓) การพิจารณาความดีความชอบ การเลื่อน ตาแหน่ง และการให้ประโยชน์อื่นแก่ ข้าราชการกรุงเทพมหานครต้องเป็นไป อย่างเป็นธรรม โดยพิจารณาจาก - ผลงาน - ศักยภาพ - ความประพฤติ - และพฤติกรรมทางจริยธรรม 72 การพิจารณาความดีความชอบ การเลื่อน ตาแหน่ง และการให้ประโยชน์อื่นแก่ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร - จะนาความคิดเห็นทางการเมืองหรือสังกัดพรรค การเมืองมาประกอบการพิจารณามิได้ 73 ๔) การดาเนินการทางวินัย ต้องเป็นไปด้วย - ความยุติธรรม - และโดยปราศจากอคติ 74 ๕) การบริหารทรัพยากรบุคคลต้อง - มีความเป็นกลางทางการเมือง 75 มาตรา ๔๒ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร มี กีประเภท - ๓ ประเภท คือ 76 ข้าราชการกรุงเทพมหานคร มี 3ประเภท คือ ๑) ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ (๒) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กรุงเทพมหานคร (๓) ข้าราชการกรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา 77 มาตรา ๔๓ ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็น ข้าราชการกรุงเทพมหานครต้องมีคุณสมบัติ อย่างไร - ก. คุณสมบัติทั่วไป - ข. ลักษณะต้องห้าม 78 ก. คุณสมบัติทั่วไป มี 3 ข้อ คือ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไม่ต่ากว่าสิบแปดปี (๓) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
  • 116. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 116เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 79 ข. ลักษณะต้องห้าม (๑) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟ๎่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็น โรคตามที่กาหนดในกฎ ก.ก. (๒) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามพระราชบัญญัตินี้หรือตาม กฎหมายอื่น (๓) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม (๔) เป็นบุคคลล้มละลาย (๕) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุกเพราะกระทาความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็น โทษสาหรับความผิดที่ได้กระทาโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๖) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากส่วนราชการรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ (๗) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออกหรือปลดออก เพราะกระทาผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น (๘) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทาผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น (๙) เป็นผู้เคยกระทา การทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ - ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (๓) (๔) (๕)(๖) (๗) (๘) หรือ (๙) ก.ก. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ - แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (๖) หรือ (๗) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว - และในกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (๘) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงาน หรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ - มติของ ก.ก. ในการยกเว้นดังกล่าวต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสี่ในห้าของจานวนกรรมการที่มา ประชุม การลงมติให้กระทาโดยลับ - การขอยกเว้นตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.ก. กาหนด - ในกรณีตามวรรคสอง ก.ก. จะยกเว้นให้เป็นการเฉพาะราย หรือจะประกาศยกเว้นให้เป็นการ ทั่วไปก็ได้ 80 ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ กรุงเทพมหานครผู้ใดเป็นผู้ดารงตาแหน่งทาง การเมืองหรือเป็นกรรมการหรือผู้ดารง ตาแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรค การเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง ผู้นั้นต้อง - ลาออกจากการดารงตาแหน่งหรือการประกอบ อาชีพนั้น - และการลาออกต้องมีผลก่อนวันบรรจุเข้ารับ ราชการ
  • 117. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 117เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 81 ในกรณีที่ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการ กรุงเทพมหานครมิได้มีการดาเนินการตาม วรรคห้า ( ลาออก) - ให้ถือว่าผู้นั้นมิเคยได้รับคัดเลือกหรือเลือกเพื่อเข้า รับราชการเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร 82 มาตรา ๔๔ การบริหารทรัพยากรบุคคลของ กรุงเทพมหานครให้เป็นไปตาม - ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ - หรือตามที่กาหนดในพระราชกฤษฎีกา - เว้นแต่กรณีที่มิได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือ มิได้กาหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา 83 ให้นากฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพล เรือนมาใช้บังคับกับ - การบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการ กรุงเทพมหานครสามัญ 84 กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษามาใช้บังคับกับ - การบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร 85 กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษามาใช้บังคับกับ - การบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการ กรุงเทพมหานครในสถาบันอุดมศึกษา โดยอนุโลม 86 ในการนากฎหมายตามวรรคหนึ่งมาใช้บังคับ โดยอนุโลม ให้อานาจหน้าที่ของ คณะรัฐมนตรี ก.พ. ก.ค.ศ. และ ก.พ.อ. - เป็นอานาจหน้าที่ของ ก.ก. 87 สาหรับผู้ใช้อานาจหน้าที่อื่น - ให้เป็นไปตามที่ ก.ก. กาหนด 88 การใช้อานาจหน้าที่ ต้องคานึงถึง - ตาแหน่งผู้ใช้อานาจหรือการปฏิบัติหน้าที่ - ที่กาหนดไว้ในกฎหมายนั้นด้วย 89 มาตรา ๔๕ วันเวลาทางาน วันหยุดราชการ ตามประเพณี วันหยุดราชการประจาปีและ การลาหยุดราชการของข้าราชการ กรุงเทพมหานคร - ให้เป็นไปตามที่ ก.ก. กาหนด 90 ในกรณีที่ ก.ก. ยังมิได้กาหนด - ให้นาหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวที่ใช้กับ ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา หรือข้าราชการพลเรือนใน สถาบันอุดมศึกษา มาใช้บังคับโดยอนุโลม
  • 118. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 118เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 91 ในกรณีจาเป็นเร่งด่วนหรือมีเหตุพิเศษและ เพื่อประโยชน์แก่การบริหารราชการ กรุงเทพมหานคร - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอาจกาหนดให้ ข้าราชการกรุงเทพมหานครในหน่วยงานหรือส่วน ราชการใดหรือที่ปฏิบัติงานประเภทใดของ กรุงเทพมหานคร - มีวันเวลาทางาน หรือวันหยุด รวมทั้งการลาหยุด เป็นอย่างอื่นได้ 92 มาตรา ๔๖ เครื่องแบบของข้าราชการ กรุงเทพมหานครและระเบียบการแต่ง เครื่องแบบ - ให้เป็นไปตามที่กาหนดในพระราชกฤษฎีกา 93 มาตรา ๔๗ บาเหน็จบานาญข้าราชการ กรุงเทพมหานคร ให้เป็นไปตาม - กฎหมายว่าด้วยบาเหน็จบานาญข้าราชการ กรุงเทพมหานคร 94 มาตรา ๔๘ ข้าราชการกรุงเทพมหานครผู้ใด ถึงแก่ความตายเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ ราชการ ผู้มีอานาจสั่งบรรจุ - จะพิจารณาเลื่อนเงินเดือนให้ผู้นั้นเป็นกรณีพิเศษ - เพื่อประโยชน์ในการคานวณบาเหน็จบานาญหรือให้ ได้รับสิทธิประโยชน์อื่นตามที่ ก.ก. กาหนดก็ได้ 95 มาตรา ๔๙ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร - อาจได้รับเงินเพิ่มสาหรับตาแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตามระเบียบที่ ก.ก. กาหนด 96 ข้าราชการกรุงเทพมหานคร - อาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามภาวะ เศรษฐกิจ - ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ก. กาหนด 97 มาตรา ๕๐ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร - มีเสรีภาพในการรวมกลุ่ม 98 มาตรา ๕๐ ข้าราชการกรุงเทพมหานครมี เสรีภาพในการรวมกลุ่ม แต่ทั้งนี้ต้องไม่ กระทบ - ประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน - และความต่อเนื่องในการจัดทาบริการสาธารณะ 99 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการ รวมกลุ่มตามวรรคหนึ่ง - ให้เป็นไปตามที่กาหนดในพระราชกฤษฎีกา
  • 119. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 119เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ส่วนที่ ๒ การกาหนดตาแหน่ง การบรรจุ และการแต่งตั้ง ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 100 มาตรา ๕๑ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๔ (๕) นอกจากตาแหน่งที่กาหนดในกฎหมายว่า ด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร แล้ว - อ.ก.ก. สามัญข้าราชการ อาจกาหนดตาแหน่งที่มีชื่ออย่างอื่นเพื่อประโยชน์ ในการบริหารงาน - และแจ้งให้ ก.ก. ทราบ 101 มาตรา ๕๒ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญและ การแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่ง - ให้ผู้มีอานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง 102 ๑) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่ง -ปลัดกรุงเทพมหานคร - หัวหน้าหน่วยงานระดับสานัก - ตาแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ หรือตาแหน่งอื่นที่ ก.ก. กาหนดในระดับ เทียบเท่า - ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอานาจสั่ง บรรจุ - และให้นายกรัฐมนตรีนาความกราบบังคมทูลเพื่อ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง 102 ๒) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่ง - รองหัวหน้าหน่วยงานระดับสานัก - ตาแหน่งหัวหน้าหน่วยงานต่ากว่าระดับ สานัก - ตาแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ - ตาแหน่งประเภททั่วไประดับทักษะ พิเศษ หรือตาแหน่งอื่นที่ ก.ก. กาหนดใน ระดับเทียบเท่า - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอานาจ สั่งบรรจุและแต่งตั้ง 104 ๓) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่ง - หัวหน้าส่วนราชการระดับกอง -ตาแหน่งประเภทวิชาการระดับชานาญ การพิเศษ - ตาแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโส หรือตาแหน่งอื่นที่ ก.ก. กาหนดในระดับ เทียบเท่า ให้ - ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอานาจสั่งบรรจุและ แต่งตั้ง - โดยคาแนะนาหรือความเห็นชอบของผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร
  • 120. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 120เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 106 (๔) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งอื่น นอกจากตาแหน่งตาม (๑) (๒) และ (๓)ใน สานักปลัดกรุงเทพมหานคร สานักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่ง มีฐานะเป็นสานัก สานักงาน ก.ก.สานักงาน เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร สานักงาน เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและ สานักงานเขต ให้ - ปลัดกรุงเทพมหานคร - ผู้อานวยการสานัก - หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งมีฐานะเป็นสานัก หัวหน้าสานักงาน ก.ก. เลขานุการสภา กรุงเทพมหานคร หัวหน้าสานักงานเลขานุการผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครหรือผู้อานวยการเขต แล้วแต่กรณี เป็นผู้มีอานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง 107 แต่ถ้าเป็นการแต่งตั้งจากสานักหรือส่วน ราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็น สานัก หรือสานักงานหรือสานักงานเขตหนึ่ง ไปอีกสานักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่าง อื่นซึ่งมีฐานะเป็นสานักหรือสานักงาน หรือสานักงานเขตหนึ่ง - ให้ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอานาจสั่งแต่งตั้ง 108 มาตรา ๕๓ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กรุงเทพมหานครและการแต่งตั้งให้ดารง ตาแหน่ง - ให้ผู้มีอานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง 109 ๑) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งซึ่งมี วิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ - เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ก. แล้ว ให้ - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอานาจสั่ง บรรจุ - และให้นายกรัฐมนตรีนาความกราบบังคมทูลเพื่อ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง 110 ๒) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งซึ่งมี วิทยฐานะเชี่ยวชาญ - เมื่อได้รับความเห็นชอบจากก.ก. แล้ว ให้ - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้มีอานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง 111 ๓) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งซึ่งมี วิทยฐานะชานาญการพิเศษ เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ก. แล้ว ให้ - ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นผู้มีอานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
  • 121. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 121เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 112 ๔) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งอื่น นอกจากตาแหน่งตาม (๑) (๒) และ (๓) ในสานักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งมีฐานะเป็นสานัก และสานักงานเขต เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ก. แล้ว ให้ - ผู้อานวยการสานักหรือหัวหน้าส่วนราชการที่ เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสานัก หรือ ผู้อานวยการเขต แล้วแต่กรณี - เป็นผู้มีอานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง 113 แต่ถ้าเป็นการแต่งตั้งจากสานักหรือส่วน ราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็น สานักหรือสานักงานเขตหนึ่งไปอีกสานักหรือ ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็น สานักหรือสานักงานเขตหนึ่ง เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ก. แล้ว ให้ - ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอานาจสั่งแต่งตั้ง 114 มาตรา ๕๔ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ เป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครใน สถาบันอุดมศึกษาและการแต่งตั้งให้ดารง ตาแหน่ง - ให้ผู้มีอานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง 115 (๑) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดารง ตาแหน่ง ศาสตราจารย์ เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ก. แล้ว ให้ - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอานาจสั่ง บรรจุ - และให้นายกรัฐมนตรี นาความกราบบังคมทูลเพื่อ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง 116 (๒) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดารง ตาแหน่งรองศาสตราจารย์ เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ก. แล้ว ให้ - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้มีอานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง 117 (๓) การบรรจุและแต่งตั้ง ตาแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ก. แล้วให้ - ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นผู้มีอานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
  • 122. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 122เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 118 (๔) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งอื่น นอกจากตาแหน่งตาม (๑) (๒) และ (๓) ในสานักหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งมีฐานะเป็นสานัก และสานักงานเขตเมื่อ ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ก. แล้ว ให้ - ผู้อานวยการสานักหรือหัวหน้าส่วนราชการ ที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสานัก หรือ ผู้อานวยการเขต แล้วแต่กรณี เป็นผู้มีอานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง 119 แต่ถ้าเป็นการแต่งตั้งจากสานักหรือส่วน ราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็น สานักหรือสานักงานเขตหนึ่งไปอีกสานักหรือ ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็น สานักหรือสานักงานเขตหนึ่ง เมื่อได้รับความเห็นชอบจากก.ก. แล้ว ให้ - ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีอานาจสั่งแต่งตั้ง 120 มาตรา ๕๕ ภายใต้บังคับมาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๔ และมาตรา ๕๘ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการบรรจุ และการให้พ้นจากการเป็นข้าราชการ กรุงเทพมหานคร - ให้เป็นไปตามที่ ก.ก. กาหนด 121 มาตรา ๕๖ การแต่งตั้งข้าราชการ กรุงเทพมหานครจากข้าราชการประเภทหนึ่ง ไปเป็นข้าราชการอีกประเภทหนึ่ง กระทาได้ หรือไม่ - อาจกระทาได้ - หากผู้นั้นสมัครใจและหน่วยงานต้นสังกัดเห็นชอบ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ก. กาหนด 122 ในกรณีที่ได้ดาเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว - ให้ผู้มีอานาจตามมาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ หรือ มาตรา ๕๔ แล้วแต่กรณี - เป็นผู้มีอานาจสั่งแต่งตั้ง
  • 123. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 123เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 123 มาตรา ๕๗ การโอนพนักงานส่วนท้องถิ่น การโอนข้าราชการที่ไม่ใช่ข้าราชการ กรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัตินี้และ ไม่ใช่ข้าราชการการเมือง และการโอน เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ ก.ก. กาหนด มาบรรจุเป็นข้าราชการ กรุงเทพมหานคร ตลอดจนจะแต่งตั้งให้ดารง ตาแหน่งประเภทใด สายงานใด ระดับใด หรือตาแหน่งใด วิทยฐานะใด และให้ได้รับเงินเดือนเท่าใด - ให้กระทาได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ก. กาหนด 124 เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาราชการ ให้ถือ เวลาราชการหรือเวลาทางานของผู้ซึ่งโอนมา รับราชการตามวรรคหนึ่ง - เป็นเวลาราชการของข้าราชการกรุงเทพมหานคร ตามพระราชบัญญัตินี้
  • 124. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 124เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ส่วนที่ ๓ วินัยและการดาเนินการทางวินัย ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 118 มาตรา ๕๘ การสั่งลงโทษทางวินัย อย่างร้ายแรง หรือการสั่งให้ออกจากราชการ กระทาได้โดย ให้ - ผู้มีอานาจสั่งบรรจุส่งเรื่องให้ ก.ก. พิจารณา - เมื่อ ก.ก. มีมติเป็นประการใด - ให้ผู้มีอานาจสั่งบรรจุสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไป ตามนั้น 119 การสั่งให้ออกจากราชการในระหว่างทดลอง ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือเตรียมความพร้อม และพัฒนาอย่างเข้มเนื่องจากมีผลการ ประเมินต่ากว่าเกณฑ์หรือมาตรฐาน - ดาเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ก. กาหนด 120 การสั่งให้ออกจากราชการไปรับราชการ ทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการ ทหารให้ - ดาเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ก. กาหนด 121 มาตรา ๕๙ เมื่อผู้บังคับบัญชาได้ดาเนินการ ทางวินัย หรือดาเนินการเพื่อสั่งให้ข้าราชการ กรุงเทพมหานครผู้ใดออกจากราชการ ให้ - รายงานการดาเนินการทางวินัยหรือการสอบสวน หรือการสั่งให้ออกจากราชการต่อผู้บังคับบัญชา ตามลาดับจนถึงผู้มีอานาจสั่งบรรจุ - ทั้งนี้ ตามระเบียบว่าด้วยการรายงานการ ดาเนินการทางวินัยที่ ก.ก. กาหนด 122 ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาที่ได้รับรายงานตาม วรรคหนึ่งเห็นว่าการยุติเรื่อง การงดโทษหรือ การลงโทษ เป็นการไม่ถูกต้องหรือไม่ เหมาะสม ก็ให้มีอานาจสั่งลงโทษ - เพิ่มโทษ เป็นสถานโทษหรืออัตราโทษที่หนักขึ้น - ลดโทษ เป็นสถานโทษหรืออัตราโทษที่เบาลง - งดโทษ โดยให้ทาทัณฑ์บนเป็นหนังสือหรือ ว่ากล่าวตักเตือน หรือยกโทษให้ถูกต้องหรือ เหมาะสมตามควรแก่กรณี - ตลอดจนแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในคาสั่งเดิม ให้เป็นการถูกต้องหรือเหมาะสมได้ด้วย - 123 - เพิ่มโทษ - เป็นสถานโทษหรืออัตราโทษที่หนักขึ้น 124 - ลดโทษ - เป็นสถานโทษหรืออัตราโทษที่เบาลง 125 - งดโทษ - ทาทัณฑ์บนเป็นหนังสือ - หรือว่ากล่าวตักเตือน หรือยกโทษให้ถูกต้องหรือเหมาะสมตามควรแก่กรณี
  • 125. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 125เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 126 ในกรณีที่เห็นว่าควรดาเนินการอย่างใด เพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาให้ได้ความจริง และยุติธรรม ก็ให้ - มีอานาจดาเนินการหรือสั่งดาเนินการได้ตามควรแก่ กรณี 127 การสั่งลงโทษหรือเพิ่มโทษเป็นสถานโทษที่ หนักขึ้น - ต้องไม่เกินอานาจของตน 128 และการเพิ่มอัตราโทษเมื่อรวมกับอัตราโทษ เดิม ต้องไม่เกินอานาจนั้นด้วย 129 ถ้าเกินอานาจของตน ให้ - รายงานต่อผู้บังคับบัญชาของผู้นั้นตามลาดับ - เพื่อให้พิจารณาดาเนินการตามควรแก่กรณี 130 ในกรณีที่ผู้มีอานาจสั่งบรรจุที่ได้รับรายงาน ตามวรรคหนึ่งเห็นว่ากรณีเป็นการกระทาผิด วินัยอย่างร้ายแรง - ให้ผู้มีอานาจสั่งบรรจุมีอานาจ - ดาเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ก. กาหนด 131 เมื่อได้มีคาสั่งเพิ่มโทษ ลดโทษ งดโทษ หรือ ยกโทษ ถ้าเพิ่มโทษเป็นสถานโทษที่หนักขึ้น หรือลดโทษเป็นสถานโทษที่เบาลง หรืองด โทษ หรือยกโทษ - คาสั่งลงโทษเดิมให้เป็นอันยกเลิก 132 ถ้าลดโทษเป็นอัตราโทษที่เบาลง - อัตราโทษส่วนที่เกินก็ให้เป็นอันยกเลิก 133 ในกรณีที่คาสั่งลงโทษตัดเงินเดือนหรือ ลดเงินเดือนหรือลดขั้นเงินเดือนเป็นอัน ยกเลิก หรืออัตราโทษส่วนที่เกินเป็นอัน ยกเลิก - ให้คืนเงินเดือนที่ได้ตัดหรือลดไปแล้วตามคาสั่งที่ เป็นอันยกเลิก หรืออัตราโทษส่วนที่เกินเป็นอัน ยกเลิกนั้นให้แก่ผู้ถูกลงโทษ 134 เมื่อผู้มีอานาจสั่งบรรจุได้ดาเนินการทางวินัย หรือได้รับรายงานตามวรรคหนึ่งและได้ พิจารณาดาเนินการตามอานาจหน้าที่แล้ว - ให้รายงานไปยัง ก.ก. เพื่อพิจารณา 135 ในกรณีที่ ก.ก. ได้รับรายงานตามวรรคห้า และเห็นว่าการดาเนินการทางวินัยเป็นการ ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมและมีมติเป็น ประการใด ให้ - ผู้มีอานาจสั่งบรรจุ - หรือปลัดกรุงเทพมหานคร - หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร - สั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น - ภายใน สามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติ ก.ก.
  • 126. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 126เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ส่วนที่ ๔ การอุทธรณ์ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 136 มาตรา ๖๐ ผู้ใดถูกสั่งลงโทษหรือสั่งให้ออก จากราชการตามพระราชบัญญัตินี้ - ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร 137 ถูกสั่งลงโทษหรือสั่งให้ออก ต้อง อุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ภายในกี่วัน - ภายในสามสิบวัน - นับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าทราบคาสั่ง 138 การอุทธรณ์และการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ ตามวรรคหนึ่ง - ให้เป็นไปตามที่กาหนดในกฎ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร 139 มาตรา ๖๑ การพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ตาม มาตรา ๖๐ ให้ดาเนินการให้แล้วเสร็จภายใน กี่วัน - ภายใน 120 วันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ - เว้นแต่มีเหตุขัดข้องที่ทาให้การพิจารณาไม่แล้ว เสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ก็ให้ขยายระยะเวลา ได้อีกซึ่งไม่เกินสองครั้ง - โดยแต่ละครั้งจะต้องไม่เกิน 60 วัน - และให้บันทึกเหตุขัดข้องให้ปรากฏไว้ด้วย 140 การขยายระยะเวลาพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ สามารถทาได้กี่ครั้ง - ไม่เกินสองครั้ง 141 การขยายระยะเวลาพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ สามารถขยายเวลาได้ ครั้งละกี่วัน - ครั้งจะต้องไม่เกิน 60 วัน 142 การขยายระยะเวลาพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ ต้อง - บันทึกเหตุขัดข้องให้ปรากฏไว้ด้วย 143 ในการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ - ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร จะพิจารณาวินิจฉัยเอง - - หรือจะตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ กรุงเทพมหานคร เพื่อทาหน้าที่เป็นผู้พิจารณา วินิจฉัยอุทธรณ์ก็ได้ - ทั้งนี้ ตามที่กาหนดในกฎ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
  • 127. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 127เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 144 ในกรณีที่การพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่อาจ กระทาได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง และผู้อุทธรณ์เห็นว่ากรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้ ตนได้รับความเสียหาย - ให้ถือว่าผู้อุทธรณ์เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือ เสียหายตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง 145 มาตรา ๖๒ เมื่อ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์แล้วให้ - ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอานาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๒ มาตรา ๕๓ หรือมาตรา ๕๔ แล้วแต่กรณี - ดาเนินการให้เป็นไปตามคาวินิจฉัยนั้น - ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครมีคาวินิจฉัย 146 ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับคาวินิจฉัย อุทธรณ์ของ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร - ให้ฟูองคดีต่อศาลปกครอง - การฟูองคดีต่อศาลปกครอง กระทาได้ ภายในกี่วัน - ภายใน 90 วัน - นับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าทราบคาวินิจฉัย อุทธรณ์ - 147 ผู้บังคับบัญชาผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง - ให้ถือว่าเป็นการจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิ ชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น -
  • 128. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 128เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ส่วนที่ ๕ การร้องทุกข์ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 148 มาตรา ๖๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานครผู้ใด มีความคับข้องใจอันเกิดจากการปฏิบัติหรือ ไม่ปฏิบัติต่อตนของผู้บังคับบัญชา และเป็น กรณีไม่อาจอุทธรณ์ตามส่วนที่ ๔ การ อุทธรณ์ ได้ - ผู้นั้นมีสิทธิร้องทุกข์ได้ - ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กาหนดไว้ในส่วนนี้ 149 มาตรา ๖๔ การร้องทุกข์ที่เหตุเกิดจาก ผู้บังคับบัญชา - ให้ร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป ตามลาดับ 150 การร้องทุกข์ที่เหตุเกิดจาก ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลัด กรุงเทพมหานคร หัวหน้าหน่วยงานระดับ สานัก หรือตาแหน่งอื่นที่ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร กาหนดให้ - ร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค.กรุงเทพมหานคร 151 เมื่อ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ได้พิจารณา วินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ประการใดแล้ว - ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร - ปลัดกรุงเทพมหานคร หรือผู้บังคับบัญชา แล้วแต่ กรณี - ดาเนินการให้เป็นไปตามคาวินิจฉัยของ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร 152 การร้องทุกข์และการพิจารณาวินิจฉัยเรื่อง ร้องทุกข์ตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง - ให้เป็นไปตามที่กาหนดในกฎ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร 153 มาตรา ๖๕ ในการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้อง ทุกข์ ให้ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครมีอานาจ - ไม่รับเรื่องร้องทุกข์ - ยกคาร้องทุกข์ - หรือมีคาวินิจฉัยให้แก้ไข - หรือยกเลิกคาสั่ง - และให้เยียวยาความเสียหายให้ผู้ร้องทุกข์ หรือให้ ดาเนินการอื่นใดเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ตามระเบียบที่ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร กาหนด -
  • 129. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 129เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 154 ในการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ - ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร จะพิจารณาวินิจฉัยเอง - หรือจะตั้งกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร คน หนึ่ง - หรือจะตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร - เพื่อทาหน้าที่เป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ก็ ได้ ทั้งนี้ ตามที่กาหนดในกฎ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
  • 130. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 130เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๔ การคุ้มครองระบบคุณธรรม ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 156 มาตรา ๖๖ ในกรณีที่ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เห็นว่ากฎ ระเบียบ หรือ คาสั่งใดที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้และมุ่ง หมายให้ใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่สอดคล้อง กับระบบคุณธรรมตามมาตรา ๔๑ - ให้ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร - แจ้งให้หน่วยงานหรือผู้ออกกฎระเบียบ หรือคาสั่ง ดังกล่าวทราบ - เพื่อดาเนินการแก้ไขหรือยกเลิกตามควรแก่กรณี
  • 131. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 131เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หมวด ๕ บุคลากรกรุงเทพมหานคร ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 157 มาตรา ๖๗ บุคลากรกรุงเทพมหานคร มีกี่ประเภท - ๒ ประเภท คือ 158 บุคลากรกรุงเทพมหานครมี ๒ ประเภท คือ (๑) ลูกจ้างกรุงเทพมหานคร (๒) พนักงานกรุงเทพมหานคร 159 มาตรา ๖๘ การบริหารทรัพยากรบุคคลของ ลูกจ้างกรุงเทพมหานคร - ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ ก.ก. กาหนด 160 ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออก ข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล ของลูกจ้างกรุงเทพมหานคร - ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการบริหารทรัพยากร บุคคลที่ ก.ก. กาหนดตามวรรคหนึ่ง 161 ค่าจ้าง ค่าตอบแทน สิทธิหรือประโยชน์ตอบ แทนอื่นใด และบาเหน็จของลูกจ้าง กรุงเทพมหานคร - ให้ตราเป็นข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร 162 มาตรา ๖๙ ลูกจ้างกรุงเทพมหานครผู้ใดถึง แก่ความตายเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ ราชการ - ผู้มีอานาจสั่งแต่งตั้งจะพิจารณาเลื่อนค่าจ้างให้ผู้นั้น เป็นกรณีพิเศษเพื่อประโยชน์ในการคานวณ บาเหน็จก็ได้ - ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ก. กาหนด 163 มาตรา ๗๐ กรุงเทพมหานครอาจมีพนักงาน กรุงเทพมหานคร เพื่อปฏิบัติงานในลักษณะที่ต้องใช้ - ความรู้ - หรือความเชี่ยวชาญ - หรือเพื่อปฏิบัติงานในเรื่องที่มีความจาเป็นได้ 164 การบริหารทรัพยากรบุคคลของพนักงาน กรุงเทพมหานคร - ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ ก.ก. กาหนด 165 ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครออก ข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล ของพนักงานกรุงเทพมหานคร - ให้สอดคล้องกับ - มาตรฐานการบริหารทรัพยากรบุคคล ที่ ก.ก. กาหนดตามวรรคสอง
  • 132. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 132เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 166 ค่าตอบแทนและสิทธิหรือประโยชน์ตอบ แทนอื่นใดของพนักงานกรุงเทพมหานคร ให้ ตราเป็น - ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร 167 มาตรา ๗๑ วันเวลาทางาน วันหยุดราชการ ตามประเพณี วันหยุดราชการประจาปีและ การลาหยุดราชการของบุคลากร กรุงเทพมหานคร - ให้เป็นไปตามที่ ก.ก. กาหนด 168 ในกรณีจาเป็นเร่งด่วนหรือมีเหตุพิเศษและ เพื่อประโยชน์แก่การบริหารราชการ กรุงเทพมหานคร - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อาจกาหนดให้ บุคลากรกรุงเทพมหานครในหน่วยงานหรือส่วน ราชการใดหรือที่ปฏิบัติงานประเภทใดของ กรุงเทพมหานคร - มีวันเวลาทางาน หรือวันหยุด รวมทั้งการลาหยุด เป็นอย่างอื่นได้ 169 มาตรา ๗๒ เครื่องแบบของบุคลากร กรุงเทพมหานครและระเบียบการแต่ง เครื่องแบบ - ให้เป็นไปตามข้อบังคับที่ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครกาหนด - และประกาศในราชกิจจานุเบกษา 170 มาตรา ๗๓ บุคลากรกรุงเทพมหานครมี เสรีภาพในการรวมกลุ่ม - แต่ทั้งนี้ต้องไม่กระทบ - ประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน - และความต่อเนื่องในการจัดทาบริการสาธารณะ 171 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการ รวมกลุ่มตามวรรค - หนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กาหนดในพระราชกฤษฎีกา
  • 133. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 133เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) บทเฉพาะกาล ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 172 มาตรา ๗๔ ให้ ก.ก. อ.ก.ก. วิสามัญ อ.ก.ก. ข้าราชการครู อ.ก.ก. สามัญ และ อ.ก.ก. สานัก ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ - ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะแต่งตั้ง ก.ก. อ.ก.ก. วิสามัญ อ.ก.ก. สามัญข้าราชการ หรือ อ.ก.ก. สามัญหน่วยงาน แล้วแต่กรณี ตามพระราชบัญญัติ นี้ 173 การดาเนินการให้มี ก.ก. ให้กระทาให้แล้ว เสร็จ ภายใน กี่วัน - ภายใน 120 วันนับ - แต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ 174 ในการปฏิบัติหน้าที่ของ อ.ก.ก. วิสามัญ อ.ก.ก. ข้าราชการครู อ.ก.ก. สามัญ และ อ.ก.ก. สานักตามวรรคหนึ่ง - ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ก. กาหนด 175 ในกรณีที่ผู้ดารงตาแหน่งใน ก.ก. อ.ก.ก. วิสามัญ อ.ก.ก. ข้าราชการครู อ.ก.ก. สามัญ หรืออ.ก.ก. สานัก ตามวรรคหนึ่งพ้นจาก ตาแหน่งซึ่งมิใช่ตามวาระ - ให้ ก.ก. อ.ก.ก. วิสามัญ อ.ก.ก. ข้าราชการครู อ.ก.ก. สามัญ หรือ อ.ก.ก. สานัก ประกอบด้วยกรรมการ หรืออนุกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ - เว้นแต่กรณีมีกรรมการหรืออนุกรรมการเหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ให้ดาเนินการให้ได้มาซึ่งกรรมการหรืออนุกรรมการ - ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ก. กาหนด 176 มาตรา ๗๕ ในระหว่างที่ยังมิได้ดาเนินการให้ มี ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร - ให้ ก.ก. ทาหน้าที่ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร - ตามพระราชบัญญัตินี้ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้แต่งตั้ง ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัตินี้ 177 การดาเนินการแต่งตั้ง ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร ให้กระทาให้แล้วเสร็จ ภายในกี่วัน - 180 สิบวัน - นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ 178 มาตรา ๗๖ ผู้ใดเป็นข้าราชการ กรุงเทพมหานครสามัญหรือข้าราชการครู กรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ - ให้ผู้นั้นเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญ - หรือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัตินี้ - แล้วแต่กรณีต่อไป
  • 134. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 134เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 179 มาตรา ๗๗ ในระหว่างที่ ก.ก. ยังมิได้จัดทามาตรฐานกาหนดตาแหน่ง มาตรฐานตาแหน่งมาตรฐานวิทย ฐานะ และมาตรฐานตาแหน่งวิชาการตามความในหมวด ๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานครแห่งพระราชบัญญัติ นี้ - ให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งดารงตาแหน่งอยู่เดิมมีสิทธิได้รับเงินเดือนเงินประจาตาแหน่ง ตลอดจนมีสิทธิอื่น ๆ ตามที่เคยมีสิทธิอยู่ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องไปพลางก่อน - จนกว่า ก.ก. จะจัดทามาตรฐานกาหนดตาแหน่งมาตรฐานตาแหน่ง มาตรฐานวิทยฐานะ และ มาตรฐานตาแหน่งวิชาการเสร็จและจัดตาแหน่งข้าราชการกรุงเทพมหานครของทุกหน่วยงานเข้า ประเภทตาแหน่ง สายงาน ระดับตาแหน่งตาแหน่งที่มีวิทยฐานะ และตาแหน่งวิชาการตามที่ได้ จัดทาและประกาศให้ทราบ - จึงให้นาบทบัญญัติในหมวด ๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ ก.ก. ประกาศเป็นต้นไป - และให้ผู้มีอานาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง สั่งแต่งตั้งข้าราชการกรุงเทพมหานครให้ดารงตาแหน่งใหม่ ภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่ ก.ก. ประกาศ 180 การปรับเงินเดือนและเงินประจาตาแหน่ง ของข้าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งได้รับ แต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งตามที่ ก.ก. กาหนด ตามวรรคหนึ่ง - ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ก. กาหนด 181 ให้ ก.ก. ดาเนินการประกาศตามวรรคหนึ่งให้ แล้วเสร็จ - ภายใน 1 ปี - นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ 182 มาตรา ๗๘ บรรดาบทบัญญัติของกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือคาสั่งใด ที่อ้างถึงตาแหน่งและระดับตาแหน่งของ ข้าราชการกรุงเทพมหานครตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ และที่แก้ไข เพิ่มเติม - ให้ถือว่าอ้างถึงตาแหน่งและระดับตาแหน่งของ ข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ ก.ก. กาหนดตาม พระราชบัญญัตินี้
  • 135. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 135เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 183 มาตรา ๗๙ ผู้ใดเป็นลูกจ้างของ กรุงเทพมหานครอยู่ในวันก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ นี้ - ให้ผู้นั้นเป็นลูกจ้างกรุงเทพมหานครตาม พระราชบัญญัติ 184 ในระหว่างที่ยังมิได้กาหนดมาตรฐานการ บริหารทรัพยากรบุคคลหรือออกข้อบังคับ หรือตราข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครตาม มาตรา ๖๘ - ให้นาข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยลูกจ้าง ซึ่งใช้บังคับอยู่เดิมมาใช้บังคับไปพลางก่อน 185 มาตรา ๘๐ ในระหว่างที่ยังมิได้ตราพระราช กฤษฎีกา หรือออกข้อบัญญัติ กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ มติ หรือข้อกาหนดอื่นใดเพื่อ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ - ให้นาพระราชกฤษฎีกา ข้อบัญญัติ กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ มติ หรือข้อกาหนดอื่นใดซึ่งใช้บังคับกับ กรุงเทพมหานครหรือข้าราชการกรุงเทพมหานคร อยู่เดิมมาใช้บังคับโดยอนุโลม เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้ง กับพระราชบัญญัตินี้ 186 ในกรณีที่ไม่อาจนาพระราชกฤษฎีกา ข้อบัญญัติ กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ มติ หรือ ข้อกาหนดอื่นใดที่กาหนดไว้แล้วมาใช้บังคับ ได้ตามวรรคหนึ่ง - การจะดาเนินการเป็นประการใดให้เป็นไปตามที่ ก.ก. กาหนด
  • 136. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 136เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 187 มาตรา ๘๑ ข้าราชการกรุงเทพมหานครผู้ใดมีกรณีกระทาผิดวินัยหรือมีกรณีที่สมควรให้ออกจากราชการ ก่อนวันที่บทบัญญัติในหมวด ๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ผู้บังคับบัญชา ตามพระราชบัญญัตินี้มีอานาจสั่งลงโทษผู้นั้นหรือสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ใช้อยู่ในขณะนั้น ส่วนการสอบสวน การพิจารณา และการดาเนินการเพื่อ ลงโทษหรือให้ออกจากราชการ ให้ดาเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ (๑) กรณีที่ผู้บังคับบัญชาได้สั่งให้สอบสวนโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นไปแล้วก่อนวันที่ บทบัญญัติในหมวด ๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังสอบสวน ไม่แล้วเสร็จ ก็ให้สอบสวนตามกฎหมายนั้นต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ (๒) กรณีที่ได้มีการสอบสวนหรือพิจารณาโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้นเสร็จไปแล้วก่อน วันที่บทบัญญัติในหมวด ๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้การสอบสวนหรือ การพิจารณา แล้วแต่กรณี นั้นเป็นอันใช้ได้ (๓) กรณีที่ได้มีการรายงานหรือส่งเรื่อง หรือนาสานวนเสนอ หรือส่งให้ ก.ก. อ.ก.ก. สามัญหรือ อ.ก.ก. สานัก ใด พิจารณาโดยถูกต้องตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะนั้น และ ก.ก. อ.ก.ก. สามัญหรือ อ.ก.ก. สานัก แล้วแต่กรณี พิจารณาเรื่องนั้นยังไม่เสร็จ ให้ ก.ก. อ.ก.ก. สามัญ หรือ อ.ก.ก.สานัก พิจารณาตามกฎหมาย นั้นต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ 188 มาตรา ๘๒ ข้าราชการกรุงเทพมหานครผู้ใดซึ่งโอนมาจากพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือข้าราชการประเภทอื่น ก่อนวันที่บทบัญญัติในหมวด ๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับมีกรณีกระทาผิด วินัยหรือกรณีที่สมควรให้ออกจากงานหรือให้ออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารงานบุคคล ส่วนท้องถิ่นหรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการนั้นอยู่ในวันก่อนวันที่บทบัญญัติในหมวด ๓ ข้าราชการ กรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้บังคับบัญชาตามพระราชบัญญัตินี้มีอานาจดาเนินการ ทางวินัยแก่ผู้นั้น หรือดาเนินการสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการได้ตามพระราชบัญญัตินี้ 189 มาตรา ๘๓ ผู้ใดถูกสั่งลงโทษหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ ถ้ายังมิได้ยื่นอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวและยังไม่พ้น กาหนดเวลาอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ในวันที่บทบัญญัติในหมวด ๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานครแห่ง พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ตามพระราชบัญญัตินี้ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่บทบัญญัติในหมวด ๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ 190 มาตรา ๘๔ เรื่องอุทธรณ์และเรื่องร้องทุกข์ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่บทบัญญัติในหมวด ๓ ข้าราชกากรุงเทพมหานครแห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และอยู่ในอานาจการพิจารณาของ ก.ก. อ.ก.ก. สามัญ หรือ อ.ก.ก.สานัก ให้ ก.ก. อ.ก.ก. สามัญ หรือ อ.ก.ก. สานัก แล้วแต่กรณีพิจารณาต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ
  • 137. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 137เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 191 เรื่องอุทธรณ์และเรื่องร้องทุกข์ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ ที่ได้ยื่นต่อ ก.ก. อ.ก.ก. สามัญ หรือ อ.ก.ก. สานัก ในวันหรือหลังวันที่บทบัญญัติในหมวด ๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเป็นกรณีที่มีการลงโทษหรือสั่งการไว้ ก่อนวันที่บทบัญญัติในหมวด ๓ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร แห่งพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เป็นผู้พิจารณาดาเนินการต่อไป 192 มาตรา ๘๕ การใดที่อยู่ระหว่างดาเนินการหรือเคยดาเนินการได้ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ และมิได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือมีกรณีที่ไม่อาจดาเนินการตาม พระราชบัญญัตินี้ การดาเนินการต่อไปในเรื่องนั้นจะสมควรดาเนินการประการใดให้เป็นไปตามที่ ก.ก. กาหนด 194 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ - อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
  • 138. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 138เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร)
  • 139. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 139เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) คุณธรรมจริยธรรมและค่านิยม คุณธรรม ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 1 คุณธรรม มาจากคาใน ภาษาอังกฤษว่า - Virtue 2 คุณธรรม ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง - สภาพคุณงามความดี 3 กูด (Good 1973: 641) ไดใหความหมายของคุณธรรม (Virtue) ไวดังนี้คือ . 1 คุณธรรม คือ ความดีงามของลักษณะนิสัยหรือพฤติกรรมที่ ไดกระทาจนเคยชิน 2. คุณธรรม คือ คุณภาพที่บุคคลไดกระทาตามความคิดและ มาตรฐานของสังคมซึ่งเกี่ยวของกับความประพฤติและศีลธรรม 3. คุณธรรม คือ คุณสมบัติที่ยึดมั่นในการปฏิบัติทางจรรยาต่อ สังคม 4 สรุป คุณธรรม คือ - อุปนิสัยอันดีงามที่อยูในจิตใจของคน จริยธรรม 5 จริยธรรม มาจากคาใน ภาษาอังกฤษว่า - Ethics 6 “จริยธรรม” มาจาก คาว่า - จริยะ + ธรรมะ 7 “จริยะ” หมายถึง - ความประพฤติ - หรือกริยาที่ควรประพฤติปฏิบัติ 8 “ธรรมะ” มีความหมายวา - คุณความดี 9 “จริยธรรม” จึง หมายถึง - ความประพฤติที่ดีงาม สรุป 8 คุณธรรม - ธรรมด้านดีใน จิตใจของแต่ละบุคคล 9 จริยธรรม - การกระทา/ แสดงออกของคุณธรรม
  • 140. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 140เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ค่านิยม ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 11 ค่านิยม มาจากคาใน ภาษาอังกฤษว่า - Value 12 ค่านิยม ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง - สิ่งที่บุคคลหรือสังคมยึดถือ - เป็นเครื่องช่วยตัดสินใจ และกาหนดการกระทาของ ตนเอง. 13 ประเภทของค่านิยม มีกี่ประเภท - 2 ประเภท 14 ค่านิยม มี 2 ประเภท คือ 1. ค่านิยมส่วนบุคคล 2. ค่านิยมของสังคม 15 ค่านิยมส่วนบุคคล หมายถึง - การที่บุคคลตัดสินใจเลือกในสิ่งหรือสถานการณ์ที่ตน ต้องการหรือพอใจ 16 ค่านิยมของสังคม หมายถึง - ค่านิยมของคนส่วนใหญ่ในสังคม กล่าวคือสมาชิกของสังคมส่วนใหญ่ยอมรับ ว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม หรือควรแก่การปฏิบัติสิ่งหรือสถานการณ์นั้น
  • 141. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 141เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หลักธรรมที่เคยออกข้อสอบ.. ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 17 ทศพิธราชธรรม เรียกอีกอยางหนึ่งวา “ - ราชธรรม 10 18 ทศพิธราชธรรม คือ - จริยวัตร 10 ประการที่พระเจาแผนดินปฏิบัติ - เปนคุณธรรมประจาตนของผูปกครองบานเมือง - บริหารระดับสูงในทุกองคกร ทศพิธราชธรรมทั้ง 10 ขอ มีดังนี้ ๑ ทาน : การให ๒. ศีล : ความประพฤติที่ดีงาม ทั้ง กาย วาจา และใจ ๓. บริจาค : การเสียสละ ความสุขสวนตนเพื่อความสุขสวนรวม ๔. อาชวะ : ความซื่อตรง ซื่อสัตย์ ๕. มัทวะ : นิสัยอ่อนโยน มนุษยสัมพันธ์ดี ๖. ตบะ : ความเพียร ๗. อกฺโกธะ : ความไมแสดงความโกรธ ๘. อวิหิงสา : การไมเบียดเบียน ๙. ขันติ : การมีความอดทน ตอสิ่งทั้งปวง ๑๐. อวิโรธนะ : ความหนักแนน ถือความถูกตอง เที่ยงธรรมเปนหลัก เสมอต้นเสมอปลาย สูตรการจา อินดี้ ง่ายโคตร ๑ ทาน : การให ๒. ศีล : ความประพฤติที่ดีงาม ทั้ง กาย วาจา และใจ ๓. บริจาค : การเสียสละ ความสุขสวนตนเพื่อความสุขสวนรวม ๔. อาชวะ : ความซื่อตรง ซื่อสัตย์ ( ช ช้าง กับ ซ โซ่ คล้ายๆกัน) ๕. มัทวะ : นิสัยอ่อนโยน มนุษยสัมพันธ์ดี ( ม ม้า เหมือนกัน) ๖. ตบะ : ความเพียร ๗. อกฺโกธะ : ความไมแสดงความโกรธ ( อะ คือ ไม่) ๘. อวิหิงสา : การไมเบียดเบียน ( อะ คือ ไม่ ) ๙. ขันติ : การมีความอดทน ตอสิ่งทั้งปวง ( ขันแตก เพราะ ไม่อด ไม่ทน) ๑๐. อวิโรธนะ : ความหนักแนน ถือความถูกตอง เที่ยงธรรมเปนหลัก เสมอต้นเสมอปลาย
  • 142. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 142เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ธรรมหลัก ๔ ประการ อริสโตเติล ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 19 คุณธรรมหลัก ๔ ประการ เป็นแนวคิดของใคร - อริสโตเติล 20 คุณธรรมหลัก ๔ ประการ มีอะไรบ้าง - ความรอบคอบ - ความกล้าหาญ - การรู้จักประมาณ - ความยุติธรรม 21 ความรอบคอบ คือ - รู้ว่าอะไรควรประพฤติปฏิบัติ - อะไรไม่ควรประพฤติปฏิบัติ 22 ความกล้าหาญ คือ - ความกล้าเผชิญต่อความเป็นจริง 23 การรู้จักประมาณ คือ - รู้จักควบคุมความต้องการ - การกระทาให้เหมาะสมกับ สภาพและ ฐานะของตน 24 ความยุติธรรม คือ - การให้แก่ทุกคนตามความเหมาะสม
  • 143. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 143เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) คุณธรรมของครู (ที่ออกข้อสอบบ่อย) กัลยาณมิตรธรรม 7 : ธรรมบุคคลที่เป็นเพื่อนที่ดี ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 25 “กัลยาณมิตร” มาจากคาใด - กัลยาณ + มิตร 26 “กัลยาณ” หมายถึง “ - งาม, ดี 27 มิตร” หมายถึง - เพื่อนรักใคร่ที่สนิทสนมคุ้นเคย 28 กัลยาณมิตร ความหมายว่า - เพื่อนที่ดี - หรือเพื่อนที่รักใคร่คุ้นเคยที่ดี, 29 คุณสมบัติของกัลยาณมิตร มีกี่ประการ 7 ประการ 30 กัลยาณมิตร 7 1. ปิโย น่ารัก 2. ครุ น่าเคารพ 3. ภาวนีโย น่ายกย่อง 4. วัตตา รู้จักพูด 5. วจนักขโม อดทนต่อถ้อยคา 6. คัมภีรัญจะกถัง กัตตา กล่าวเรื่องยากให้เข้าใจได้ง่าย 7. โน จักฏฐาเน นิโยชเย ไม่แนะนาในเรื่องเหลวไหล หรือชักจูงไปในทางไม่ดี สูตรการจา..ความคิดรวบยอด แนวอินดี้ๆง่ายโคตร ปิโย ( โยที่เป็น ดารา ) น่ารัก ครุ ( สระ อู ครู ) น่าเคารพ ( เราต้องเคารพ ครู ) ภาวนีโย (ลงท้ายด้วย ย ) น่ายกย่อง วัตตา รู้จักพูด ( ขีดละ แสดงว่า คิดไม่ออก ไม่รู้จะพูดอะไร) วจนักขโม (วจ คือ วจี ) อดทน ถ้อยคา ( วจนัก ภาษาเหนือ แปลว่า มาก พูดมาก อดทนฟัง ) คัมภีร์ (น่าจะเป็นตารา) อธิบายหนังสือเป็นเล่มได้ แสดงว่า กล่าวได้เข้าใจ โน (NO แปลว่า ไม่) ไม่แนะนาเรืองเหลวไหล
  • 144. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 144เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) พรหมวิหาร 4 ธรรมสาหรับผู้ใหญ่ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 24 พรหมวิหาร 4 เป็นธรรมสาหรับผู้ใด - - ธรรมของพรหม - - หรือ ธรรมของท่านผู้เป็นใหญ่ - 25 พรหมวิหาร 4 เมตตา - ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับสุข กรุณา - ความปราถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ มุทิตา - ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี อุเบกขา - การรู้จักวางเฉย สูตรการจา..ความคิดรวบยอด แนวอินดี้ๆง่ายโคตร เมก-มอ / สุข – ยินดี (เม) เมตตา - ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับสุข (ก) กรุณา - ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ (ม) มุทิตา - ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี (อ) อุเบกขา - การรู้จักวางเฉย คาถามที่มักออกข้อสอบ เมก มอ สุข ตรงข้าม ทุกข์ ยินดี ตรงข้าม วางเฉย
  • 145. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 145เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) อิทธิบาท 4 คุณธรรมที่ทาให้ประสบความสาเร็จ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 26 อิทธิบาท หมายถึง คุณธรรมที่ทาให้ประสบความสาเร็จ 27 อิทธิบาท ซึ่งจาแนกไว้เป็น ๔ คือ ฉันทะ ความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น วิริยะ ความพากเพียรในสิ่งนั้น จิตตะ ความเอาใจใส่ฝ๎กใฝุในสิ่งนั้น วิมังสา ความหมั่นสอดส่องในเหตุผลของสิ่งนั้น สูตรติวอินดี้ ง่ายโคตรๆ ฉัน-วิจิตา / รัก-หมั่นเพียร-ใส่ใจ-ทบทวน ฉันทะ รักในสิ่งที่ทา วิริยะ หมั่นเพียร ทุ่มเท จิตตะ ใส่ใจ ใจจดจ่อ วิมังสา ทบทวนในสิ่งที่ทางาน
  • 146. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 146เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) สังคหวัตถุ 4 คุณธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางใจ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 28 สังคหวัตถุ 4 คีอ หลักธรรม ที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจของผู้อื่น 29 สังคหวัตถุ มี 4 ประกอบด้วย ทาน การให้สิ่งที่ควรให้ ปิยวาจา การพูดจาด้วยถ้อยคาไพเราะนาฟ๎งพูดในสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ อัตถจริยา ประพฤติประโยชน์แก่ผู้อื่น และแก่ตนเอง สมานัตตตา ประพฤติตนให้เสมอต้นเสมอปลาย ไม่ถือตัว สูตรติวอินดี้ ง่ายโคตรๆ ท่องคาแปลว่า ให้ – พูด – เป็นประโยชน์ -เสมอ ทาน การให้สิ่งที่ควรให้ ปิยวาจา การพูดจาด้วยถ้อยคาไพเราะนาฟ๎งพูดในสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ อัตถจริยา ประพฤติประโยชน์แก่ผู้อื่น และแก่ตนเอง สมานัตตตา ประพฤติตนให้เสมอต้นเสมอปลาย ไม่ถือตัว
  • 147. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 147เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ธรรมของฆราวาส 4 คุณธรรมของผู้ครองเรือน ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 30 ฆราวาสธรรม เป็นธรรมของผู้ใด - ฆราวาสหรือผู้ครองเรือน 31 ฆราวาสธรรม 4 ประกอบด้วย 1. สัจจะ คือ ความซื่อสัตย์ต่อกัน ซื่อตรงต่อกัน 2. ทมะ คือ การรู้จักข่มจิตข่มใจของตน 3. ขันติ คือ ความอดทน อดทนต่อความลาบากตรากตรา 4. จาคะ คือ ความเสียสละ สละวัตถุสิ่งของสงเคราะห์เอื้อเฟื้อกัน สติสัมปชัญญะธรรม ธรรมมีอุปการะมาก : สมเด็จพระญาณสังวรฯ 32 สติสัมปชัญญะธรรม คือหลักธรรมใด - ธรรมมีอุปการะมาก 33 สติสัมปชัญญะ มาจาก 2 คา คือ - สติ ( ความระลึกได้) - สัมปชัญญะ ( ความรู้ตัวอยู่เสมอ) ขันติโสรัจจะ : ธรรมอันทาให้งาม 34 ขันติโสรัจจะ คือหลักธรรมใด - ธรรมอันทาให้งาม 35 ขันติ หมายถึงอะไร - ความอดทน 36 โสรัจจะ หมายถึงอะไร - ความสงบเสงี่ยม ความมีอัธยาศัยงดงาม - ความประณีต ความเรียบร้อย หิริโอตตัปปะ คุณธรรมอันเป็นเครื่องคุ้มครองโลก 37 หิริโอตตัปปะ คือหลักธรรมใด - คุณธรรมอันเป็นเครื่องคุ้มครองโลก 38 หิริ หมายถึงอะไร - ความละอายใจต่อการทาบาป 39 โอตัปปะ หมายถึง อะไร - ความเกรงกลัวต่อบาป ที่จะเกิดขึ้นจากการกระทาของตนเอง 40 หิริโอตัปปะ หมายถึง - ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป เป็นหลักที่คอยเตือนใจเมื่อเราจะทาบาปทั้งปวง
  • 148. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 148เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) สัปปุริสธรรม 7 ธรรมของสัตบุรุษ(บุคคลที่น่านับถือ/ธรรมของคนดี) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 41 สัปปุริสธรรม แปลว่า - ธรรมของสัตบุรุษ (บุคคลที่น่านับถือ/ธรรมของคนดี) 42 สัปปุริสธรรมอีกหมวดมี ๗ ประการ ดังนี้ ๑) ธัมมัญํุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักวิเคราะห์สาเหตุของสถานการณ์และความเป็นไปของชีวิต ๒) อัตถัญํุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักวิเคราะห์สาระและผลอันเกิดจากสาเหตุดังกล่าว ๓) อัตตัญํุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักวิเคราะห์ตนเองทั้งในด้านความรู้ คุณธรรม และความสามารถ ๔) มัตตัญํุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักหลักของความพอดี การรู้จักประมาณในการดาเนินชีวิตพอเหมาะ พอควร ๕) กาลัญํุตา คือ ความเป็นรู้จักปฏิบัติตนให้ถูกกาลเทศะ ๖) ปริสัญํุตา คือ ความเป็นผู้รู้ปฏิบัติ การปรับตนและแก้ไขตนให้เหมาะกับสภาพของกลุ่มและชุมชน ๗) ปุคคลัญํุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับบุคคลที่มีความแตกต่างกัน สูตรติวอินดี้ ง่ายโตร ท่องคาแปล ว่า เหตุ-ผล / ตน – มาณ / กาล – ชุมชน /บุคคล
  • 149. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 149เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) เบญจศีล (ศีล5) คุณธรรมที่เป็นข้อห้าม ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 43 เบญจศีล คือ - คุณธรรมที่เป็นข้อห้าม 44 ศีล ๕ ได้แก่ ๑. ปาณาติปาตา เวรมณี เว้นจากฆ่าสัตว์มีชีวิต ๒. อทินนาทานา เวรมณี เว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของมิได้ให้ ๓. กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี เว้นจากการประพฤติผิดในกาม ๔. มุสาวาทา เวรมณี เว้นจากการกล่าวเท็จ ๕. สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี เว้นจากการดื่มน้าเมา คือ สุรา และเมรัย - เบญจธรรม” (เบญจกัลยาณธรรม) ธรรม ๕ ธรรมอันดีงามห้าอย่าง คุณธรรมห้าประการ 45 เบญจธรรม มี 5 ประการได้แก่ (๑) เมตตาและกรุณา คือ ความรักใคร่ปรารถนาให้มีความสุขความเจริญ และความสงสารคิดช่วยให้ พ้นทุกข์ (ซึ่งคู่กับศีลข้อที่ ๑) (๒) สัมมาอาชีวะ คือ การหาเลี้ยงชีพในทางสุจริต หรือ “ทาน” คือ การแบ่งป๎นเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ( ซึ่งคู่กับศีลข้อที่ ๒ ) (๓) กามสังวร คือ ความสังวรในกาม ความสารวมระวังรู้จักยับยั้งควบคุมตนในทางกามารมณ์ ไม่ให้ หลงใหลในรูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส หรือ “สทารสันโดษ” คือ ความพอใจด้วยภรรยาของตน (ซึ่งคู่กับศีลข้อที่ ๓) (๔) สัจจะ คือ ความสัตย์ ความซื่อตรง (ซึ่งคู่กับศีลข้อที่ ๔) (๕) สติสัมปชัญญะ คือ ระลึกได้และรู้ตัวอยู่เสมอ คือ ฝึกตนให้เป็นคนรู้จักยั้งคิด รู้สึกตัวเสมอว่า สิ่ง ใดควรทา และไม่ควรทา ระวังมิให้เป็นคนมัวเมาประมาท หรือ “อัปปมาทะ” คือ ความไม่ ประมาท (ซึ่งคู่กับศีลข้อที่ ๕) เบญจศีล เบญจธรรม (๑) ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต (๑) เมตตาและกรุณา (๒) ไม่ลักขโมย (๒) สัมมาอาชีวะ (๓) ไม่ผิดในกาม (๓) กามสังวร (๔) ไม่พูดเท็จ (๔) สัจจะ (๕) ไม่ดื่มสุราน้าเมา (๕) สติสัมปชัญญะ
  • 150. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 150เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) อคติ 4 ความลาเอียง ( คุณธรรมที่ไม่ควรปฏิบัติ) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 46 อคติ 4 หมายถึง - ความลาเอียง ( คุณธรรมที่ไม่ควรปฏิบัติ) 47 อคติ 4 ประกอบด้วย ฉันทาคติ หมายถึง ความลาเอียงเพราะรัก เพราะชอบเป็นพิเศษ โทสาคติ หมายถึง ความลาเอียงเพราะชัง เพราะความเกลียดชัง ความไม่ชอบ ภยาคติ หมายถึง ความลาเอียงเพราะกลัวหรือเกรงใจ โมหาคติ หมายถึง ความลาเอียงเพราะไม่รู้ สูตรติวอินดี้ ง่ายโตร ฉัน – โท –หา –ภรรยา / รัก –ไม่ชอบ –เขลา –กลัว อบายมุข 4 / อบายมุข 6 ทางแห่งความเสื่อม 48 อบายมุข เป็นหลักธรรมใด - ทางแห่งความเสีย ( อบาย = เสื่อม ไม่เจริญ + มุข = ทางหรือปากทาง ) 49 อบายมุข 4 1. เป็นนักเลงหญิง 2. เป็นนักเลงสุรา 3. เป็นนักเลงการพนัน 4. คบคนชั่วเป็นมิตร อบายมุข 6 1. เป็นนักเลงหญิง 2. เป็นนักเลงสุรา 3. เป็นนักเลงการพนัน 4. คบคนชั่วเป็นมิตร 5 เที่ยวกลางคืน 6 เกียจคร้านทางาน
  • 151. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 151เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) มรรค 8 ทางดาเนินชีวิตอันประเสริฐ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 50 มรรค 8 คือธรรมข้อใด - ทางดาเนินชีวิตอันประเสริฐ 51 มรรค 8 ประกอบด้วย 1. สัมมาทิฏฐิ คือ ความเข้าใจถูกต้อง 2. สัมมาสังกัปปะ คือ ความใฝุใจถูกต้อง 3. สัมมาวาจา คือ การพูดจาถูกต้อง 4. สัมมากัมมันตะ คือ การกระทาถูกต้อง 5. สัมมาอาชีวะ คือ การดารงชีพถูกต้อง 6. สัมมาวายามะ คือ ความพากเพียรถูกต้อง 7. สัมมาสติ คือ การระลึกประจาใจถูกต้อง 8. สัมมาสมาธิ คือ การตั้งใจมั่นถูกต้อง สูตรติวอินดี้ ง่ายโตร 1. สัมมาทิฏฐิ คือ ความเข้าใจถูกต้อง 2. สัมมาสังกัปปะ คือ ความใฝุใจถูกต้อง 3. สัมมาวาจา คือ การพูดจาถูกต้อง ( วาจา – พูดจา) 4. สัมมากัมมันตะ คือ การกระทาถูกต้อง (กัม – การกระทา) ออกเสียง กรรม-การกระทา 5. สัมมาอาชีวะ คือ การดารงชีพถูกต้อง ( ชี – ชีพ) = ช ช้างเหมือนกัน 6. สัมมาวายามะ คือ ความพากเพียรถูกต้อง 7. สัมมาสติ คือ การระลึกประจาใจถูกต้อง 8. สัมมาสมาธิ คือ การตั้งใจมั่นถูกต้อง สุจริต 3 ความประพฤติชอบ 3 ประการ 52 สุจริต 3 หมายถึงหลักธรรมใด - ความประพฤติชอบ 3 ประการ 53 สุจริต 3 ประกอบด้วย 1. กายสุจริต ( กาย) 2. วจีสุจริต (วาจา) 3. มโนสุจริต (ใจ) 54 กายสุจริต 3 อย่างมีอะไรบ้าง ความประพฤติชอบทางกาย มี 3 ประการ - เว้นจากการฆ่าสัตว์ - เว้นจากการลักทรัพย์ - และเว้นจากการประพฤติผิดในกาม
  • 152. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 152เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 55 วจีสุจริต มี4 ประการ ได้แก่ได้แก่ ความประพฤติชอบทางวาจา มี 4 ประการ - เว้นจากการพูดเท็จ - เว้นจากการพูดส่อเสียด - เว้นจากการพูดคาหยาบ - และเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ 56 . มโนสุจริต มี 3 ประการ ได้แก่ ความประพฤติชอบทางใจ มี 3 ประการ - ไม่โลภ - ไม่พยาบาท - และมีความเห็นถูกต้อง 57 คุณประโยชน์ของความสุจริต มีอะไรบ้าง 1. พ้นจากความเดือดร้อน 2. มีแต่คนสรรเสริญ 3. มีความสุขทางโลก 4. มีความสุขทางธรรม โลกธรรม 8 ธรรมที่ครอบงาสัตว์โลกเป็นความจริงที่ทุกคนต้องประสบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 58 โลกธรรม 8 ความหมายอะไร - ธรรมที่ครอบงาสัตว์โลกเป็นความจริงที่ทุกคนต้องประสบ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 59 โลกธรรม 8 จาแนกออกเป็น 2 ฝุายควบคู่กัน - ฝุายที่มนุษย์พอใจมี 4 อย่าง - ฝุายที่มนุษย์ไม่พอใจมี 4อย่าง 60 โลกธรรม 8 ประกอบด้วย2 ฝุายควบคู่กัน - ฝุายที่มนุษย์พอใจมี 4 อย่าง - ฝุายที่มนุษย์ไม่พอใจมี 4อย่าง ฝุายที่มนุษย์พอใจมี 4 อย่าง ฝุายที่มนุษย์ไม่พอใจมี 4อย่าง มีลาภ ไม่มีลาภ มียศ มีมียศ สรรเสริญ นินทา มีสุข ทุกข์
  • 153. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 153เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) อริยสัจ 4 ธรรมที่เป็นความจริงอันประเสริฐ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 61 อริยสัจ 4 หมายถึง ธรรมที่เป็นความจริงอันประเสริฐ 62 อริยสัจ 4 ประกอบด้วย 1. ทุกข์ การมีอยู่ของทุกข์ 2. สมุทัย เหตุแห่งทุกข์ 3. นิโรธ ความดับทุกข์ 4. มรรค หนทางนาไปสู่ความดับทุกข์ 63 ทุกข์ หมายถึงอะไร - การมีอยู่ของทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ และตายล้วนเป็นทุกข์ ความเศร้าโศก ความโกรธ เป็นตั้น 64 สมุทัย หมายถึงอะไร - เหตุแห่งทุกข์ มี3 ประการ คือ 1. กามตัณหา คือ ความอยากได้ 2. ภวตัณหา คือความอยากเป็น 3. วิภวตัณหา คือความไม่อยากเป็น ไม่อยากได้ 65 นิโรธ หมายถึงอะไร - ความดับทุกข์ การเข้าใจความจริงของชีวิตนาไปสู่การดับความเศร้า โศกทั้งมวล อันยังให้เกิดความสงบและความเบิกบาน 66 มรรค หมายถึงอะไร - หนทางนาไปสู่ความดับทุกข์ อันได้แก่ อริยมรรค 8 1. สัมมาทิฏฐิ คือ ความเข้าใจถูกต้อง 2. สัมมาสังกัปปะ คือ ความใฝุใจถูกต้อง 3. สัมมาวาจา คือ การพูดจาถูกต้อง 4. สัมมากัมมันตะ คือ การกระทาถูกต้อง 5. สัมมาอาชีวะ คือ การดารงชีพถูกต้อง 6. สัมมาวายามะ คือ ความพากเพียรถูกต้อง 7. สัมมาสติ คือ การระลึกประจาใจถูกต้อง 8. สัมมาสมาธิ คือ การตั้งใจมั่นถูกต้อง
  • 154. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 154เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ไตรลักษณ์ ธรรมที่เป็นสามัญลักษณะ หรือลักษณะที่เสมอกันเป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ ๓ อย่าง ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 67 ไตรลักษณ์ หมายถึงหลักธรรมใด - ธรรมที่เป็นสามัญลักษณะ หรือลักษณะที่เสมอกันเป็น ธรรมที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ ๓ อย่าง 68 ไตรลักษณ์ ประกอบด้วย 1. อนิจจตา (อนิจจัง) - ความไม่เที่ยง 2. ทุกขตา (ทุกขัง) – ความเป็นทุกข์ 3. อนัตตตา (อนัตตา) - ความไม่ใช่ตัวตน ทิศหก บุคคลประเภทต่างๆ ที่เราต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์ ดุจทิศที่อยู่รอบตัวจัดเป็น ๖ ทิศ 69 ทิศ6 หมายถึงหลักธรรมใด -บุคคลประเภทต่างๆ ที่เราต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์ 70 ทิศ 6 ประกอบด้วย ๑. ปุรัตถิมทิส ทิศเบื้องหน้า ได้แก่ บิดา มารดา ๒. ทักขิณทิสทิศ เบื้องขวา ได้แก่ ครูอาจารย์ ๓. ป๎จฉิมทิสทิศ เบื้องหลัง ได้แก่ สามีภรรยา ๔. อุตตรทิสทิศ เบื้องซ้าย ได้แก่ มิตรสหาย ๕. เหฏฐิมทิสทิศ เบื้องล่าง ได้แก่ ลูกจ้างกับนายจ้าง (บ่าว) ๖.อุปริมทิสทิศ เบื้องบน ได้แก่ พระสงฆ์ สมณพราหมณ์ สูตรติวอินดี้ ง่ายโตร - ท่อง คาว่า ปู-ทักษิณ-ป๎จฉิม / อุต-ฐิม-ปะริม (ปู-ทักษิณ สื่อถึง ผู้นาประเทศ....!!!!!!55) (ตรงข้าม) (ตรงข้าม) - ใช้อนุกรมเข้าช่วย หน้า - ขวา - หลัง - ซ้าย - ล่าง - บน ( หน้า - ขวา – ล่าง) (ตรงข้าม) - ดา-จารย์-ภรรยา / มิตร – บ่าว – บวช (ปู) ปุรัตถิมทิสทิศ หน้า บิดา มารดา (ทัก) ทักขิณทิสทิศ ขวา ครูอาจารย์ (ป๎จฉิม) ปัจฉิมทิสทิศ หลัง สามีภรรยา (อุต) อุตตรทิสทิศ ซ้าย มิตรสหาย (ฐิม) เหฏฐิมทิสทิศ ล่าง ลูกจ้างกับนายจ้าง (บ่าว) (ปะริม) อุปริมทิสทิศ บน พระสงฆ์ สมณพราหมณ์ ( บวช)
  • 155. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 155เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ขันธ์ 5 (เบญจขันธ์ ) องค์ประกอบของชีวิตมนุษย์ 71 ขันธ์ 5 หรือเบญจขันธ์ หมายถึง องค์ประกอบของชีวิตมนุษย์ คือ - ส่วนที่เป็นร่างกาย - และส่วนที่เป็นจิตใจ 72 ขันธ์ 5 หรือเบญจขันธ์ ได้แก่ 1. รูปขันธ์ 2. วิญญาณขันธ์ 3. เวทนาขันธ์ 4. สัญญาขันธ์ 5. สังขารขันธ์ ศาสนาที่สาคัญของโลก ศาสนา พระศาสดา คัมภีร์ ศาสนาอิสลาม (Islam) พระนบีมูฮัมมัด อัล-กุรอาน ศาสนาคริสต์ (Christianity พระเยซู ไบเบิ้ล ศาสนาพุทธ (Buddhism) พระพุทธเจ้า พระไตรปิฎก ศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู (Hinduism) ไม่ปรากฎนาม ไตรเวท องค์ประกอบของศาสนา ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 73 องค์ประกอบศาสนาที่สาคัญที่สุด มี 5 ประการ คือ 1. ศาสดา 2. คัมภีร์ศาสนา 3. นักบวช 4. ศาสนสถาน 5. พิธีกรรม 74 ประโยชน์ของศาสนา - ศาสนาเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคน 75 ศาสนาทุกศาสนามีจุดมุ่งหมาย คือ - สอนให้ทุกคนทาความดี และละเว้นจากการทาความชั่ว
  • 156. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 156เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หลักคาสอนที่สาคัญในแต่ละศาสนา ศาสนาคริสต์ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 76 หลักบัญญัติ ๑๐ ประการ ๑. จงนมัสการพระเจ้าแต่ผู้เดียว ๒. อย่าออกพระนามพระเจ้าโดยไม่สมควร ๓.วันพระเจ้าให้ถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ ๔. จงนับถือบิดามารดา ๕. อย่าฆ่าคน ๖. อย่าล่วงประเวณี ๗. อย่าลักทรัพย์ ๘. อย่าขโมย ๙. อย่าเป็นพยานเท็จต่อเพื่อนบ้านของเจ้า ๑๐. อย่าโลภอยากได้เรือนของเพื่อนบ้าน อย่าโลภมากอยาก ได้เมียของเพื่อนบ้าน หรือทาสของเขา โค ลา ของเขา หรือ สิ่งหนึ่งสิ่งใดของเพื่อนบ้านนั้น 77 หลักตรีเอกานุภาพ หมายถึง เป็นหลักคาสอนที่ให้ศรัทธาในพระเจ้าพระองค์เดียว แต่มี ๓ สภาวะ ๑. พระบิดา คือ องค์พระเจ้าผู้สร้างโลกและมนุษย์ ๒. พระบุตร คือ ผู้เกิดมาเพื่อช่วยไถ่บาปให้แก่มนุษย์ ๓. พระจิตร คือ พระวิญญาณอันบริสุทธ์เพื่อมอบความรักและบันดาลให้มนุษย์ประพฤติดี 78 หลักความรัก เป็นหลักคาสอนเกี่ยวกับ สิ่งใด คาสอนเรื่องความรักในศาสนาคริสต์ - การปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข - มีความเมตตากรุณา ให้อภัยซึ่งกันและกัน - และยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี 79 หลักคาสอนเรื่องความรัก มีกี่ระดับ - มี ๒ ระดับ คือ 80 หลักคาสอนเรื่องความรักในศาสนา คริสต์ มี 2 ระดับ อะไรบ้าง ๑.ความรักระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า เปรียบเหมือนความรักระหว่างบิดากับบุตร ๒.ความรักระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ พระเยซูสอนให้รักเพื่อนบ้าน (มนุษย์ทั้งโลก) สอนให้รัก ศัตรู รู้จักการให้อภัยและเสียสละ
  • 157. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 157เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 81 พิธีกรรมทางศาสนาคริสต์ มีอะไรบ้าง ๑. พิธีศีลล้างบาป หรือพิธีศีลจุ่ม ๒. พิธีศีลกาลัง ๓. พิธีศีลมหาสนิท ๔. พิธีศีลแก้ ๕. พิธีศีลเจิมคนไข้ ๖. พิธีศีลบวช ๗. พิธีศีลสมรส 82 พิธีศีลล้างบาป หรือพิธีศีลจุ่ม - เป็นพิธีกรรมแรกที่ผู้จะเป็นคริสต์ศาสนิกชนจะต้องรับ เพื่อเป็นการล้างบาปมลทินต่าง ๆ ที่ติดตัวอยู่ 83 พิธีศีลกาลัง - เป็นพิธีที่กระทาเพื่อยืนยันถึงการยอมรับนับถือศาสนา คริสต์ 84 พิธีศีลมหาสนิท - เป็นพิธีที่ชาวคริสต์จะไปร่วมกันทาที่โบสถ์ทุกวันอาทิตย์ เพื่อระลึกถึงพระเยซู 85 พิธีศีลแก้บาป - เป็นพิธีกรรมที่ชาวคริสต์จะไปสารภาพบาปที่ตนเอง กระทาไว้กับบาทหลวง 86 พิธีศีลเจิมคนไข้ - เป็นพิธีที่บาทหลวงเจิมน้ามันให้แก่คนไข้ เพื่อสร้าง กาลังใจให้แก่ผู้ปุวยให้เอาชนะ ความเจ็บได้ 87 พิธีศีลบวช - เป็นพิธีบวชสาหรับผู้ที่จะเป็นบาทหลวง 88 พิธีศีลสมรส - เป็นพิธีแต่งงานที่ต้องกระทาต่อหน้าบาทหลวง ซึ่งเป็น ประธานและเป็นพยานทางศาสนา
  • 158. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 158เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ศาสนาอิสลาม ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 89 หลักศรัทธา 6 ประการ คาว่าศรัทธา สาหรับชาวมุสลิม หมายถึงอะไร - ความเชื่อมั่นด้วยจิตใจโดยปราศจากการระแวงสงสัย หรือการโต้แย้งใดๆ 90 หลักศรัทธาในศาสนา อิสลาม มี6 ประการ คือ 1) ศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า ชาวมุสลิมต้องศรัทธาต่อพระอัลลอฮ์แต่เพียงพระองค์เดียว 2) ศรัทธาในบรรดามลาอีกะฮฺ ว่ามีจริง คาว่า “มลาอีกะฮฺ” หมายถึง ทูตสวรรค์หรือเทวทูต ของพระเจ้า เป็นคนกลางระหว่างพระเจ้ากับศาสดา เป็นวิญญาณที่มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ 3) ศรัทธาในคัมภีร์อัลกุรอาน 4) ศรัทธาในบรรดาศาสนทูต ในคัมภีร์อัลกุรอานกล่าวถึงศาสนทูตว่ามีทั้งหมด 25 ท่าน ท่าน แรก คือ นบีอาดัม และท่านสุดท้ายคือ นบีมุฮัมมัด 5) ศรัทธาในวันพิพากษา มุสลิมต้องเชื่อว่าโลกนี้ไม่จีรัง ต้องมีวันแตกสลายหรือมีวันสิ้นโลก 6) ศรัทธาในกฎสภาวะ (ลิขิต) ของพระเจ้า ชาวมุสลิมเชื่อว่าพระเจ้าได้ทรงกาหนดกฎอัน แน่นอนไว้ 2 ประเภท คือ - กฎที่ตายตัว เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทุกสิ่งเป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า เช่น การถือ กาเนิดชาติพันธุ์ รูปร่างหน้าตา ฯลฯ - กฎที่ไม่ตายตัว เป็นกฎที่ดาเนินไปตามเหตุผล เช่นทาดีได้ดี ทาชั่วได้ชั่ว ซึ่งพระเจ้าได้ ประทานแนวทางชีวิตที่ดีงามพร้อมกับสติป๎ญญาของมนุษย์ ดังนั้นมุสลิมทุกคนต้องพยายามทาให้ดีที่สุด - 91 หลักปฏิบัติ 5 ประการ เป็นพิธีกรรมใด - พิธีกรรมเพื่อให้เข้าสู่ความเป็นมุสลิมโดยสมบูรณ์ อันถือเป็นความภักดีตลอดชีวิต 92 หลักปฏิบัติ 5 ประการ มีอะไรบ้าง 1 การปฏิญาณตน 2 การละหมาด 3 การถือศีลอด 4 การบริจาคซะกาต 5 การประกอบพิธีฮัจญ์
  • 159. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 159เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ศาสนาพรามหมณ์-ฮินดู ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 93 หลักอาศรม ๔ เป็นหลักธรรมใด - เป็นขั้นตอนการดาเนินชีวิตของผู้ที่นับถือศาสนา พราหมณ์-ฮินดู เพื่อยกระดับชีวิตให้สูงขึ้น 94 หลักอาศรม ๔ มี ๔ ประการ อะไรบ้าง ๑. พรหมจารี ๒. คฤหัสถ์ ๓. วานปรัสถ์ ๔. สันยาสี 95 พรหมจารี ในหลักอาศรม ๔ หมายถึงอะไร - ต้องเข้าพิธีมอบตนเป็นนักศึกษา - และจะต้องปรนนิบัติรับใช้อาจารย์พร้อมกับศึกษาเล่า เรียน 96 คฤหัสถ์ ในหลักอาศรม ๔ หมายถึงอะไร - เป็นวัยแห่งการครองเรือน 97 วานปรัสถ์ ในหลักอาศรม ๔ หมายถึงอะไร - เป็นขั้นที่แสวงหาธรรม โดยการออกบวชสู่ปุา 98 สันยาสี ในหลักอาศรม ๔ หมายถึงอะไร - เป็นขั้นสุดท้ายแห่งชีวิต โดยสละชีวิตทางโลกออกบวช - บาเพ็ญเพียรตามหลักศาสนา เพื่อความหลุดพ้น 99 หลักธรรม ๑๐ ประการ ๑. ธฤติ ๒. กษมา ๓. ทมะ ๔. อัสเตยะ ๕. เศาจะ ๖. อินทรียนิครหะ ๗. ธี ๘. วิทยา ๙. สัตยา ๑๐. อโกธะ
  • 160. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 160เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ค่านิยม ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 100 ค่านิยม มาจากคาใน ภาษาอังกฤษว่า - Value 101 ค่านิยม ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง - สิ่งที่บุคคลหรือสังคมยึดถือ - เป็นเครื่องช่วยตัดสินใจ และกาหนดการกระทาของ ตนเอง. 102 ประเภทของค่านิยม มีกี่ประเภท 2 ประเภท 103 ค่านิยม มี 2 ประเภท คือ 1. ค่านิยมส่วนบุคคล 2. ค่านิยมของสังคม 104 ค่านิยมส่วนบุคคล หมายถึง - การที่บุคคลตัดสินใจเลือกในสิ่งหรือสถานการณ์ที่ตนต้องการ หรือพอใจ 105 ค่านิยมของสังคม หมายถึง - ค่านิยมของคนส่วนใหญ่ในสังคม กล่าวคือสมาชิกของสังคมส่วนใหญ่ยอมรับ ว่าเป็นสิ่งที่ดีงาม หรือควรแก่การปฏิบัติสิ่งหรือสถานการณ์นั้น ค่านิยมพื้นฐาน 106 คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ให้ความหมายของค่านิยมพื้นฐาน ไว้ 5 ประการ คือ ๑. การพึ่งตนเอง ขยันหมั่นเพียร และมีความรับผิดชอบ ๒. การประหยัด อดออม ๓. การมีระเบียบวินัย และเคารพกฏหมาย ๔. การปฏิบัติตามคุณธรรมทางศาสนา ๕. ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
  • 161. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 161เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ค่านิยมสร้างสรรค์ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ๕ ประการ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 108 ค่านิยมสร้างสรรค์ ๕ ประการ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีอะไรบ้าง 1 กล้ายืนหยัดทาในสิ่งที่ถูกต้อง 2 ซื่อสัตย์ และมีความรับผิดชอบ 3 โปร่งใส ตรวจสอบได้ 4 ไม่เลือกปฏิบัติ 5 มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน คุณลักษณะที่พึงประสงคของขาราชการและเจาหนาที่ภาครัฐยุคใหม (I AM READY) 109 คุณลักษณะที่พึงประสงคของขาราชการ และเจาหนาที่ภาครัฐยุคใหม เรียกเป็น ภาษาอังกฤษว่า - (I AM READY) 110 (I AM READY) ประกอบดวย - คุณสมบัติหรือพฤติกรรมที่บุคลากรภาครัฐ - ที่ควรมีหรือควรปฏิบัติ 112 (I AM READY) มีคุณสมบัติ กี่ประการ - 8 ประการ 113 (I AM READY) ประกอบด้วย I - Integrity การปฏิบัติงานอยางมีศักดิ์ศรีของขาราชการ A – Activeness ความขยันตั้งใจทางาน ปฏิบัติงานเชิงรุก M - Morality การมีใจคุณธรรม ปฏิบัติราชการดวยใจบริสุทธิ์และกุศลเจตนา R – Relevancy การเรียนรูและ ปรับตัวทันโลก ตรงกับสังคม E - Efficiency การทางานที่มีประสิทธิภาพสามารถวัดและแสดงไวอยางชัดเจน A – Accountability ความรับผิดชอบตอผลสาเร็จของงานและตอสาธารณะ D - Democracy การมีใจเปนประชาธิปไตย Y -Yield การมีผลงานเปนที่ประจักษ และปฏิบัติงานโดยเนนผลสัมฤทธิ์
  • 162. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 162เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ค่านิยมหลักของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 11 ประการ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 114 ค่านิยมหลักของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 11 ประการ 1. ยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรม 2. ยึดมั่นในการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมาหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3. ต้องแยกเรื่องส่วนตัวออกจากตาแหน่งหน้าที่ 4. มีจิตสานึกที่ดีและมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่เสียสละ 5. ยึดมั่นในหลักนิติธรรม 6. มีความซื่อสัตย์สุจริต 7. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง 8. ใช้ข้อมูลเอกสารที่ได้มาจากการดาเนินงานเพื่อการในหน้าที่ 9. เคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฏหมายอย่างตรงไปตรงมา 10. มีจิตบริการ มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน โดยยึดหลักประหยัดคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ 11. เป็นแบบอย่างที่ดีในการดารงตน
  • 163. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 163เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) เพิ่มเติม จาก สพฐ.
  • 164. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 164เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ระเบียบกรุงเทพมหานคร วาดวยประมวลจริยธรรมของขาราชการและลูกจางกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๕๒ หมวด ๑ มาตรฐานจริยธรรม สวนที่ ๑ คานิยมหลัก ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 115 ขอ ๕ ขาราชการและลูกจางของ กรุงเทพมหานครตองปฏิบัติหนาที่ โดยยึดมั่นในคานิยมหลัก กี่ข้อ - 9 ข้อ 116 ขอ ๕ ขาราชการและลูกจางตองปฏิบัติหนาที่โดยยึดมั่นในคานิยมหลัก ดังนี้ (๑) ยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักคุณธรรมและจริยธรรมอันดี (๒) มีจิตสานึกที่ดี ซื่อสัตย สุจริตและรับผิดชอบ (๓) ยึดถือประโยชนของประเทศชาติเหนือกวาประโยชนสวนตน และไมมีผลประโยชนทับซอน (๓) ยืนหยัดทาในสิ่งที่ถูกตอง และเปนไปตามหลักนิติธรรม (๔) ใหบริการแกประชาชนดวยความรวดเร็ว มีอัธยาศัยอันดี และไมเลือกปฏิบัติ (๕) ใหขอมูลขาวสารแกประชาชนอยางครบถวน ถูกตองและไมบิดเบือนขอเท็จจริง (๖) มุงผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปรงใส และตรวจสอบได (๗) ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข (๙) ยึดมั่นในหลักจรรยาวิชาชีพขององคการ
  • 165. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 165เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) สวนที่ ๒ มาตรฐานจริยธรรมขององคการ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 117 มาตรฐานจริยธรรมขององค์การ มีกี่ข้อ - 10 ข้อ 118 มาตรฐานจริยธรรมขององค์การ 1 ขาราชการและลูกจางตองจงรักภักดีตอชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย 2 ขาราชการและลูกจางตองเปนแบบอยางที่ดีในการรักษาไวและปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญแหงราช อาณาจักรไทยทุกประการ 3 ขาราชการและลูกจางตองซื่อสัตย สุจริต พิทักษรักษาไวซึ่งชื่อเสียง เกียรติ และศักดิ์ศรีของ กรุงเทพมหานคร 4 ขาราชการและลูกจางตองเปนพลเมืองดี เคารพกฎ ระเบียบขององคการและ ปฏิบัติตนเปนแบบ อยางที่ดีในการดาเนินการใหเปนไปตามนโยบายของกรุงเทพมหานคร 5 ขาราชการและลูกจางตองมีจิตสานึกที่ดี มีความขยัน หมั่นเพียร รับผิดชอบ มุงแกปญหาความ เดือดรอนของประชาชน ละเวนจากการกระทาทั้งปวงอันอาจกอใหเกิด ความเสียหายตอตาแหนงหนาที่ ของตน 6 ขาราชการและลูกจางมีหนาที่เสริมสรางความเขาใจอันดีระหวางกรุงเทพมหานครกับประชาชน 7 ขาราชการและลูกจางตองไมใชสถานะหรือตาแหนงของตนไมวาจะโดยทางตรงหรือทางออมไป แสวงหาประโยชนที่มิควรไดสาหรับตนเองหรือผูอื่น 8 ขาราชการและลูกจางตองละเวนการกระทาใด ๆ อันทาใหเกิดความเสียหาย ตอภาพลักษณ ชื่อเสียงของกรุงเทพมหานคร เวนแตเปนการแสดงความเห็นทางวิชาการตามหลักวิชาโดยสุจริต 9 ขาราชการและลูกจางตองไมใชหรือแนะนาใหประชาชนใชชองวางของกฎหมายในงานที่อยูในความ รับผิดชอบของตนเพื่อประโยชนของตนเองหรือผูอื่นโดยมิชอบ 10 ขาราชการและลูกจางตองไมยอมใหบุคคลอื่นอาศัยชื่อตนเองถือครองทรัพยสิน สิทธิ หรือประโยชน อื่นใดแทนบุคคลอื่น หรือใชชื่อบุคคลอื่นถือครองสิ่งดังกลาวแทนตนเพื่อปกปดทรัพยสินของตนอันเปน การเลี่ยงกฎหมาย
  • 166. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 166เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร)
  • 167. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 167เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) จิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว คาศัพท์ที่ออกข้อสอบบ่อยๆ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 1 จิตวิทยา ตรงกับคาในภาษาอังกฤษ ว่า Psychology 2 Psychology มาจากรากศัพท์ภาษากรีก 2 คา -Psyche + Logos 3 Psyche หมายถึง - วิญญาณ (Soul) 4 Logos หมายถึง - วิทยาการหรือการศึกษา 5 Psychology ความหมายดั้งเดิม หมายถึง - การศึกษาเกี่ยวกับจิตหรือวิญญาณ ( Study of mind หรือ Study of soul ) 6 Psychology ป๎จจุบัน หมายถึง - การศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรม(Behavior) ของมนุษย์ (Psychology is the science of behavior) 7 พฤติกรรม ตรงกับคาในภาษาอังกฤษ คือ - Behavior 8 พฤติกรรม (Behavior ) หมายถึง - กริยาอาการที่แสดงออกหรือปฏิกิริยาโต้ตอบเมื่อเผชิญ กับสิ่งเร้า (Stimulus) หรือสถานการณ์ต่าง ๆ - อาการแสดงออก เช่น การเดิน การพูด การเขียน การ คิด การเต้นของหัวใจ เป็นต้น - ส่วนสิ่งเร้าที่มากระทบแล้วก่อให้เกิดพฤติกรรมก็อาจจะ เป็นสิ่งเร้าภายใน และสิ่งเร้าภายนอก 9 สิ่งเร้า (Stimulus )หมายถึง - คือ สัญญาณหรือการเปลี่ยนแปลงซึ่งมีผลต่อ กิจกรรมของสิ่งมีชีวิต 10 สิ่งเร้า (Stimulus ) แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ - สิ่งเร้าภายใน (Internal Stimulus) - สิ่งเร้าภายนอก(External Stimulus) 11 สิ่งเร้าภายใน (Internal Stimulus) ได้แก่ - ฮอร์โมน เอนไซม์ ความหิว ความเครียด ความ ต้องการทางเพศ เป็นต้น
  • 168. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 168เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 12 สิ่งเร้าภายนอก(External Stimulus) ได้แก่ - แสง เสียง อุณหภูมิ อาหาร น้า การสัมผัส สารเคมี เป็นต้น 13 พฤติกรม (Behavior) แบ่งกี่ประเภท - 2 ประเภท 14 พฤติกรม(Behavior) มี 2 ประเภทคือ 1. พฤติกรรมภายใน (Invert Behaviors) 2. พฤติกรรมภายนอก(Overt Behaviors) 15 พฤติกรรมภายใน (InvertBehaviors) หมายถึง - ความคิด ความรู้สึก จินตนาการ อื่นๆ - ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า - ไม่สามารถสังเกตได้ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ 16 พฤติกรรมภายนอก (Overt Behaviors) หมายถึง - การกระทาหรือการแสดงออกด้านกิริยาท่าทางต่างๆ ของมนุษย์ เช่น การเดิน การพูด การเล่น การแสดงสี หน้า และกิจกรรมอื่นๆ - พฤติกรรมหรือการกระทาที่ปรากฏออกมาให้ สังเกตเห็นได้ รับรู้ได้ ใช้เครื่องมือตรวจสอบได้ 17 พฤติกรรมภายนอก (Overt Behaviors) แบ่งออกเป็น - 2 ประเภท 18 พฤติกรรมภายนอก (Overt Behaviors) แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ 1) แบบโมลาร์ (molar) 2) แบบโมเลคิวลาร์ (molecular) 19 แบบโมลาร์ (molar) - เป็นพฤติกรรมภายนอก - ที่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า - เช่น การยืน การเดิน การนั่ง การนอน ฯลฯ 20 แบบโมเลคิวลาร์ (molecular) - เป็นพฤติกรรมภายนอกที่จะรับรู้ได้ - โดยอาศัยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ เช่น ความดันเลือด คลื่นสมอง คลื่นหัวใจ การเต้นชีพจร เป็นต้น
  • 169. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 169เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) แนวคิดนักจิตวิทยากลุ่มต่างๆ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ แนวคิดนักจิตวิทยากลุ่มต่างๆ 1. กลุ่มโครงสร้างแห่งจิต (Structuralism) 2. กลุ่มหน้าที่ของจิต (Functionalism) 3. กลุ่มจิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis) 4. กลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behaviorism) 5. กลุ่มมนุษยนิยม (Humanism) 6. กลุ่มเกสตัลท์ (Gestalt Psychology)) ที่ แนวคิดนักจิตวิทยากลุ่มต่างๆ นักจิตวิทยาที่สาคัญ 1 กลุ่มโครงสร้างทางจิต (Structuralism) - วุ้นด์ (Wilhelm max Wundt) - ทิชเชนเนอร์ (Titchener) - เฟชเนอร์ ( Fechner) 2 กลุ่มหน้าที่ของจิต (Functionalism) - จอน์ ดิวอี้ (John Dewey) - วิลเลียม เจมส์ (Williaam James) - วู้ดเวิร์ธ ( R.S.wOODWORTH) 3 กลุ่มจิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis) - ฟรอยด์ (Sigmund Freud) - แอดเลอร์ (Alfred Adler) - จุง (Carl G.Jung) 4 กลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behaviorism) - วัตสัน (John B.Watson) - พาฟลอฟ (Ivan P.Pavlov) - ธอร์นไดค์ (Edward L.Thorndike) - ฮัล (Clark L.Hull) - 5 กลุ่มมนุษยนิยม (Humanism) - คาร์ล โรเจอร์ (Carl R.Rogers) - มาสโลว์ (Abrahaham H. Maslow) 6 กลุ่มเกสตัลท์ (Gestalt Psychology) - เวอร์ไธเมอร์ (Max Wertheimer) - คอฟกา (Kurt Kofga) - เลอวิน (Kurt Lewin) - โคเลอร์ (Wolfgang Kohler)
  • 170. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 1เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) - - นักจิตวิทยากลุ่มต่างๆ กลุ่มโครงสร้างทางจิต (Structuralism) กลุ่มหน้าที่ของจิต (Functionalism) กลุ่มจิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis) กลุ่มพฤติกรรมนิยม (Behaviorism) กลุ่มมนุษยนิยม (Humanism) กลุ่มเกสตัลท์ (Gestalt Psychology) - วุ้นด์ (Wilhelm max Wundt) - ทิชเชนเนอร์ (Titchener) - เฟชเนอร์ ( Fechner) จอน์ ดิวอี้ (John Dewey) วิลเลียม เจมส์ (Williaam James) วู้ดเวิร์ธ ( R.S.wOODWORTH) - ฟรอยด์ (Sigmund Freud) - แอดเลอร์ (Alfred Adler) - จุง (Carl G.Jung) - วัตสัน (John B.Watson) - พาฟลอฟ (Ivan P.Pavlov) - ธอร์นไดค์ (Edward L.Thorndike) - ฮัล (Clark L.Hull) - คาร์ล โรเจอร์ (Carl R.Rogers) - มาสโลว์ (Abrahaham H. Maslow) เวอร์ไธเมอร์ (Max Wertheimer) - คอฟกา (Kurt Kofga) - โคเลอร์ (Wolfgang Kohler - เลอวิน (Kurt Lewin))
  • 171. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 5เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) กลุ่มโครงสร้างทางจิต ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 21 กลุ่มโครงสร้างทางจิต ตรงกับภาษาอังกฤษ ว่า (Structuralism) 22 ผู้ก่อตั้ง คือ - วิลเฮล์ม วุนต์ (Wilhelm Woundt) 23 วิลเฮล์ม วุนต์ (Wilhelm Woundt) - บิดาแห่งจิตวิทยาการทดลอง 23 กลุ่มโครงสร้างของจิตเชื่อว่า - โครงสร้างของจิตประกอบด้วยจิตธาตุ (Mental Elements) 24 จิตธาตุ ประกอบด้วย - ธาตุ 3 ชนิด 25 ธาตุ 3 ชนิด มีอะไรบ้าง 1. การรับสัมผัส (Sensation) 2. ความรู้สึก (Feeling) 3. จินตนาการหรือมโนภาพ (Image) 26 1. การสัมผัส (Sensation) คือการทางานของอวัยวะรับสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ หู ตา จมูก ลิ้น และผิวหนัง โดยการตอบ สนองต่อสิ่งเร้านั้น ๆ เช่น ตามองเห็น จมูกได้ กลิ่น ฯลฯ 27 2. การรู้สึก (Feeling) คือการตีความหรือแปลความหมายของการสัมผัส เช่น การมองเห็นสิ่งเร้า ก็ตีความหมายว่า สวย ไม่สวย หูได้ยินก็ตีความหมายว่า ไพเราะ เป็นต้น 28 3. มโนภาพ (Image) คือการคิดและการวิเคราะห์ ตลอดจนการจดจาประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับจากการสัมผัสและ รู้สึก
  • 172. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 6เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) กลุ่มหน้าที่ของจิต ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 29 กลุ่มหน้าที่ทางจิต ตรงกับภาษาอังกฤษว่า (Functionalism) 30 ผู้ก่อตั้ง คือ - จอน์ ดิวอี้ (John Dewey) - วิลเลียม เจมส์ (Williaam James) 31 จอน์ ดิวอี้ (John Dewey) มีความเชื่อว่า - การเรียนรู้เกิดขึ้นได้จากการกระทา (Learning by doing) ประสบการณ์เป็นสิ่งสาคัญในการปรับตัวของมนุษย์ 32 วิลเลียม เจมส์ (Williaam James) - สัญชาตญาณเป็นส่วนที่ทาให้เราปรับตัวเข้ากับ สิ่งแวดล้อม 33 แนวคิดที่มีอิทธิพลต่อการศึกษา วิธีการ เรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนได้ประสบการณ์ มากที่สุด - วิธีการเรียนการสอนแบบแก้ป๎ญหา 34 แนวคิดกลุ่มนี้สรุปได้ว่า จิตมีหน้าที่ควบคุมกระบวนการทุกอย่างในร่างกายทาให้ ปรับเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม
  • 173. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 7เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) กลุ่มกลุ่มจิตวิเคราะห์ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 35 กลุ่มจิตวิเคราะห์ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า - Psychoanalysis 36 ผู้ก่อตั้ง คือ - ฟรอยด์ (Sigmund Freud) 37 นักจิตวิทยาที่สาคัญในกลุ่มนี้ คือ - ฟรอยด์ (Sigmund Freud) - แอดเลอร์ (Alfred Adler) - จุง (Carl G.Jung) 38 แนวคิดสาคัญในกลุ่มนี้ เชื่อว่า - พฤติกรรมส่วนใหญ่ของมนุษย์ มีแรงจูงใจมาจากจิตไร้ สานึก - เกิดจากแรงขับทางเพศ 39 ผู้นาคนสาคัญ คือ - ฟรอยด์ (Sigmund Freud) 40 (Sigmund Freud) แบ่งลักษณะจิตเป็น กี่ส่วน - 3 ส่วน 41 (Sigmund Freud) แบ่งจิตเป็น 3 ส่วน อะไรบ้าง 1. จิตสานึก (Conscious) แสดงความรู้ตังตลอดเวลา 2. จิตใต้สานึก (Subconscious) รู้ตัวตลอดเวลาแต่ ไม่แสดงออกในขณะนั้น 3. จิตไร้สานึก (Unconscious) 42 ฟรอยด์เน้นความสาคัญเรื่อง จิตใต้สานึก (Subconsious) 43 จิตใต้สานึก Subconsious แยกเป็น กี่ลักษณะ 3 ลักษณะ 44 จิตใต้สานึก Subconsious มี 3 ลักษณะ อะไรบ้าง 1. Id 2. Superego 3. ego
  • 174. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 8เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 45 (Id) - ส่วนที่ยังไม่ได้ขัดเลา - จะทาอย่างเดียวไม่สนเหตุผล ถูกผิด - ทาเพื่อตอบสนองความรู้สึกพึงพอใจตัวเอง 46 (Superego) - ส่วนที่ได้มาจากการเรียนรู้เป็นส่วนที่คิดถึงผิดชอบชั่วดี - คิดถึงคนอื่นก่อนตัดสินใจอะไรลงไป - จะทาอะไรตามความเป็นจริง มีความสมเหตุสมผล 47 (ego) - ส่วนที่เป็นตัวตัดสินใจโดยคานึงถึงสภาพความเป็นจริงใน สภาพการณ์นั้น ๆ - ทาความประนีประนอมระหว่างส่วนที่ยึดความสุขส่วนตัว กับส่วนที่รู้จักผิดชอบชั่วดี - จะทาอะไร ต้องอยู่ภายใต้ประสบกาณ์ที่ถูกอบรมสั่ง สอนมา ทาอะไรต้องรู้จักผิด ถูก มีศิลธรรม
  • 175. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 9เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) กลุ่มพฤติกรรมนิยม ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 48 กลุ่มพฤติกรรมนิยม ตรงกับภาษาอังกฤษว่า - Behavior 49 นักจิตวิทยาที่สาคัญในกลุ่มนี้ คือ - วัตสัน (John B.Watson) - พาฟลอฟ (Ivan P.Pavlov) - ธอร์นไดค์ (Edward L.Thorndike) - ฮัล (Clark L.Hull) - โทลแมน (Edward C.Tolman) 50 ผู้นาคนสาคัญ คือ - วัตสัน (John B.Watson) - พาฟลอฟ (Ivan P.Pavlov) 51 นักจิตวิทยากลุ่มนี้ เชื่อว่า - พฤติกรรมทุกอย่างต้องมีสาเหตุ สาเหตุมาจาก สิ่งเร้า (Stimulus) - จะมีพฤติกรรมแสดงออกมา เรียกว่า การตอบสนอง(Respones) 52 วัตสัน (John B.Watson) - การวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค - หนูสีขาว + เด็กชายชื่อ อัลเบิร์ต (Albert) 53 - พาฟลอฟ (Ivan P.Pavlov) - ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค - (Classical Conditioning) - ทดลองกับสุนัข + กระดิ่ง 54 ธอร์นไดค์ (Edward L.Thorndike) - การลองผิดลองถูก ( Trial and Error ) - ทฤษฎีสัมพันธ์เชื่อมโยง (Connectionism Theory) - ทดลองกับ แมว + แตะคานเปิดกรง ธอร์นไดค์ได้เสนอกฎการเรียนรู้ 3 กฎ ได้แก่ 1 กฎแห่งการฝึกหัดหรือการกระทาซ้า (The Law of Exercise or Repetition) 2 กฎแห่งผล (The Law of Effect) คือรางวัลหรือความสมหวัง จะช่วยส่งเสริมการแสดงพฤติกรรม นั้น มากขึ้น แต่การทาโทษหรือความผิดหวังจะลดอาการแสดงพฤติกรรมนั้นลง 3 กฎแห่งความพร้อม (The Law of Readiness) ความพร้อมของร่างกาย ในอันที่จะแสดง พฤติกรรมใด ๆ ออกมา
  • 176. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 10เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) กลุ่มมนุษย์นิยม (Humanism) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 55 กลุ่มมนุษย์นิยม ตรงกับภาษาอังกฤษว่า (Humanism) 56 นักจิตวิทยาที่สาคัญในกลุ่มนี้ คือ - คาร์ล โรเจอร์ (Carl R.Rogers) - มาสโลว์ (Abrahaham H. Maslow) 57 ผู้นาคนสาคัญ คือ - มาสโลว์ (Abrahaham H. Maslow) 58 ทฤษฏีของ Maslow จะอยู่บนพื้นฐาน ของสมมติฐาน กี่ข้อ 3 ข้อ 59 ทฤษฏีของ Maslow จะอยู่บนพื้นฐาน ของสมมติฐาน 3 ข้อ คือ 1. มนุษย์มีความต้องการอยู่เสมอและไม่มีที่สิ้นสุด 2. ความต้องการของบุคคลจะถูกเรียงลาดับตาม ความสาคัญ หรือเป็นลาดับขั้นความต้องการพื้นฐาน 3. ความต้องการที่ได้รับการตอบสนองแล้ว จะไม่เป็น สิ่งจูงใจของพฤติกรรมนั้นๆ ต่อไป 60 มาสโลว์ (Abrahaham H. Maslow) เสนอทฤษฎี ที่สาคัญคือ ทฤษฎีลาดับขั้นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ 61 ทฤษฎีลาดับขั้นความต้องการพื้นฐานของ มนุษย์ มีกี่ขั้น 5 ขั้น 62 ทฤษฎีลาดับขั้นความต้องการพื้นฐานของ มนุษย์ 5 ขั้น มีอะไรบ้าง 1 ความต้องการทางร่างกาย (Physiological Needs) 2 ความต้องการความปลอดภัย (Safety Needs) 3 ความต้องการทางสังคม (Social Needs) 4 ความต้องการเกียรติยศชื่อเสียง (Esteem Needs) 5 ความต้องการเติมความสมบูรณ์ให้ชีวิต (Self- actualization Needs)
  • 177. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 11เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 63 สูตร ติวอินดี้ ง่ายโคตรๆๆ ทฤษฎีลาดับขั้นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ มีอะไรบ้าง ท่องว่า กอ สอ / กอ ชอ 1 ความต้องการทางร่างกาย (Physiological Needs) ก 2 ความต้องการความปลอดภัย (Safety Needs) ( ภ ) 3 ความต้องการทางสังคม (Social Needs) ส 4 ความต้องการเกียรติยศชื่อเสียง (Esteem Needs) ก 5 ความต้องการเติมความสมบูรณ์ให้ชีวิต (Self-actualization Needs) ช หมายเหตุ..... ภ ( ภอ สาเภา) เขียนเหมือน ก ( กอไก่) แค่ เพิ่ม หัว มาเป็น ภ เฉยๆ)
  • 178. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 12เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) กลุ่มเกสตัลท์ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 64 กลุ่มเกสตัลท์ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า (Gestalt Psychology) 65 นักจิตวิทยาที่สาคัญในกลุ่มนี้ คือ - เวอร์ไธเมอร์ (Max Wertheimer) - โคเลอร์ (Wolfgang Kohler) - คอฟกา (Kurt Kofga) - เลอวิน (Kurt Lewin) 66 นักจิตวิทยาในกลุ่มกลุ่มเกสตัลท์ มีความเชื่อว่า - การเรียนรู้เกิดจากส่วนรวม ไปหา ส่วนย่อย - การเรียนรู้ คือ การแก้ป๎ญหา - การเรียนรู้เกิดจากการ 2 ลักษณะ การรับรู้ (Perception) หยั่งเห็น (Insight) 67 เวอร์ไธเมอร์ (Max Wertheimer) คอฟกา (Kurt Kofga)  กฎแห่งความคล้ายคลึง (The Law of Similarity)“ สิ่งเร้าใด ๆ ก็ตาม ที่มีรูปร่าง ขนาด หรือสี ที่ คล้ายกัน คนเราจะรับรู้ว่า เป็นสิ่งเดียวกัน หรือพวก เดียวกัน ”  กฎแห่งความใกล้ชิด (The Law of Proximity)“ สิ่งเร้าใดๆ ที่อยู่ใกล้ชิดกัน มนุษย์มีแนวโน้มที่จะรับรู้ สิ่งต่างๆ ที่อยู่ใกล้ชิดกันเป็นพวกเดียวกัน หมวดหมู่ เดียวกัน ”  กฎแห่งความสมบูรณ์ (The Law of Closure)“ สิ่งเร้าที่ขาดหายไปผู้เรียนสามารถรับรู้ให้เป็นภาพ สมบูรณ์ได้โดยอาศัยประสบการณ์เดิม”  กฎแห่งความต่อเนื่อง (Law of Continuity) “สิ่งเร้าที่มีทิศทางในแนวเดียวกัน ซึ่งผู้เรียนจะรับรู้ ว่าเป็นพวกเดียวกัน” 68 - โคเลอร์ (Wolfgang Kohler) การหยั่งเห็น(Insight) ทดลอง ลิงชิมแพนซี + ไม้สอยกล้วยที่แขวนอยู่ 69 - เลอวิน (Kurt Lewin) - ทฤษฎีสนาม (Field Theory) การเรียนรู้เกิดจากการสร้างแรงขับ ชักนาพฤติกรรม การเรียนรู้ไปจุดหมายปลายทาง (goal) เพื่อ ตอบสนองแรงขับที่เกิดขึ้น
  • 179. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 13เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) จิตวิทยาการเรียนรู้ ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 70 การเรียนรู้ คือ - การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเดิมเป็นพฤติกรรมใหม่ที่ ค่อนข้างถาวร - อันเป็นผลมาจากประสบการณ์ 71 จุดมุ่งหมายการเรียนรู้ บลูม และคณะ (Bloom and Others ) มุ่งพัฒนา ผู้เรียนใน ๓ ด้าน ดังนี้ ๑. ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain ๒. ด้านเจตพิสัย (Affective Domain ) ๓. ด้านทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) 72 ด้านพุทธิพิสัย (Cognitive Domain - ผลของการเรียนรู้ที่เป็นความสามารถทางสมอง ครอบคลุมพฤติกรรมประเภท - ความจา - ความเข้าใจ - การนาไปใช้ - การวิเคราะห์ - การสังเคราะห์ - และประเมินผล - ฉ ด้านเจตพิสัย (Affective Domain ) - ผลของการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงด้านความรู้สึก ครอบคลุมพฤติกรรมประเภท - ความรู้สึก - ความสนใจ - ทัศนคติ - การประเมินค่า - และค่านิยม 74 ด้านทักษะพิสัย (Psychomotor Domain) คือ ผลของการเรียนรู้ที่เป็นความสามารถด้านการปฏิบัติ ครอบคลุมพฤติกรรมประเภท - การเคลื่อนไหว - การกระทา - การปฏิบัติงาน - การมีทักษะ - และความชานาญ
  • 180. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 14เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 75 องค์ประกอบที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1. วุฒิภาวะ (Maturity) 2. ความพร้อม (Readiness) 3. แรงจูงใจ (Motivation) 4. การเสริมแรง (Reinforcement) 5. การถ่ายโยงการเรียนรู้ (Transfer of Learning) 76 วุฒิภาวะ (Maturity) หมายถึง - ลาดับขั้นของความเจริญงอกงาม หรือพัฒนาการของ บุคคลที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ - โดยไม่ต้องอาศัยสิ่งเร้า หรือการฝึกฝนใดๆ วุฒิภาวะ ของแต่ละบุคคลจะพัฒนาไปตามลาดับวัย ทั้งทางร่างกาย สติป๎ญญา อารมณ์ และสังคม - เป็นภาวะของการบรรลุถึงขั้นสุดยอดของการ เจริญเติบโตเต็มที่ในระยะใดระยะหนึ่ง - และพร้อมที่จะประกอบ กิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งได้ เหมาะสมกับวัย 77 ความพร้อม (Readiness) หมายถึง - สภาวะที่จะเรียนรู้อย่างบังเกิดผล - ความพร้อมขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม อารมณ์ 78 แรงจูงใจ (Motivation) หมายถึง - เป็นกระบวนการที่บุคคลถูก กระตุ้นจากสิ่งเร้า - โดยจงใจ ให้กระทาหรือดิ้นรนเพื่อให้บรรลุ วัตถุประสงค์บางอย่าง 79 การเสริมแรง (Reinforcement) - เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้ากับ ปฏิกิริยาตอบสนอง - ให้แสดงพฤตินั้นบ่อยขึ้น 80 การถ่ายโยงการเรียนรู้ (Transfer of Learning) - การเรียนรู้สิ่งใหม่ โดยอาศัยประสบการณ์เดิมเป็น พื้นฐาน - จะช่วยให้การเรียนรู้สิ่งใหม่นั้นดีขึ้น
  • 181. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 15เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) อิวาน พาฟลอฟ (Ivan Pavlov) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 81 อิวาน พาฟลอฟ (Ivan Pavlov) ทดลองกับสัตว์ชนิดใด สุนัข ( กระดิ่ง น้าลายไหล) 82 Ivan Pavlov ทฤษฎีของพาฟลอฟ ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค (Classical Conditioning Theories) 83 การทดลอง คือ - สุนัขหลั่งน้าลายเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง - โดย สุนัข เกิดการเชื่อมโยงสิ่งเร้า 2 สิ่ง คือ เสียงกระดิ่ง ผงเนื้อ -จนเกิดการตอบสนองโดยน้าลายไหล เมื่อได้ยิน เสียงกระดิ่ง 84 ก่อนวางเงือนไข 85 ขณะวางเงื่อนไข 86 หลังจากวางเงื่อนไข
  • 182. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 16เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 87 88 ทาความเข้าใจกับคาศัพท์การทดลอง UCS = สิ่งเร้าไม่มีเงื่อนไข (Unconditioned Stimulus) เป็นสิ่งเร้าที่ทาให้เกิดกิริยาสะท้อนหนึ่งๆอย่างอัตโนมัติ เช่น ผงเนื้อ (ทาให้น้าลายไหล) UCR = (Unconditioned Response) เป็นการตอบสนองต่อ UCS อย่างอัตโนมัติ เช่นการหลั่งน้าลาย (เมื่อถูกกระตุ้นด้วยผงเนื้อ) CS = สิ่งเร้าเงื่อนไข (Conditioned Stimulus) เป็นสิ่งเร้าเป็นกลางที่นามาคู่กับ UCS ( กระดิ่ง) CR = การตอบสนองตามเงื่อนไข (Conditioned Response) เป็นการตอบสนองต่อ CS (น้าลายไหล) 89 ผลจากการทดลอง Pavlov สรุปหลักเกณฑ์ของการเรียนรู้ได้ 4 ประการ คือ 1. การดับสูญหรือการลดภาวะ (Extinction) เมื่อให้ CR นานๆ โดยไม่ให้ UCS เลย การตอบสนองที่มีเงื่อนไข (CR) จะค่อยๆ ลดลงและหมดไป 2. การฟื้นกลับหรือการคืนสภาพ ( Spontaneous Recovery ) เมื่อเกิดการดับสูญของการตอบสนอง (Extinction) แล้วเว้นระยะการวางเงื่อนไขไปสักระยะหนึ่ง เมื่อให้ CS จะเกิด CR โดยอัตโนมัติ 3. การแผ่ขยาย หรือ การสรุปความ (Generalization) หลังจากเกิดการตอบสนองที่มีเงื่อนไข ( CR ) แล้ว เมื่อให้สิ่งเร้าที่วางเงื่อนไข (CS) ที่คล้ายคลึงกัน จะเกิดการตอบสนองแบบเดียวกัน 4. การจาแนกความแตกต่าง (Discrimination) เมื่อให้สิ่งเร้าใหม่ที่แตกต่างจากสิ่งเร้าที่วางเงื่อนไข จะมีการจาแนกความแตกต่างของสิ่งเร้า และมี การตอบสนองที่แตกต่างกันด้วย
  • 183. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 17เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) จอห์น บี วัตสัน (John B. Watson) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 90 John B. Watson ทดลองกับอะไร หนูขาว เด็กชายอัลเบิร์ต 91 John B. Watson ทดลองโดยเป็นการวางเงือนไขแบบใด ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค (Classical Conditioning Theories) 92 การทดลอง คือ - หนูขาว - เด็กชายอัลเบิร์ต (Albert) ไม่กลัว - แต่ขณะที่หนูน้อยยื่นมือไปจับเสียงแผ่นเหล็กก็ดัง - ทาให้เด็กชายอัลเบิร์ต (Albert) กลัว - ทาคู่กันเช่นนี้เพียงเจ็ดครั้ง - ปรากฏว่าตอนหลังหนูน้อยเห็นแต่เพียงหนูขาวก็ แสดงความกลัวทันที 93 ทาความเข้าใจกับคาศัพท์การทดลอง UCS = สิ่งเร้าไม่มีเงื่อนไข (Unconditioned Stimulus) เป็นสิ่งเร้าที่ทาให้เกิดกิริยาสะท้อนหนึ่งๆอย่างอัตโนมัติ เช่น หนูขาว (อัลเบิร์ตไม่กลัว กล้าจับต้อง) UCR = (Unconditioned Response) เป็นการตอบสนองต่อ UCS อย่างอัตโนมัติ เช่น อัลเบิร์ตไม่กล้ว (เมื่อถูกกระตุ้นหนูขาว) CS = สิ่งเร้าเงื่อนไข (Conditioned Stimulus) เป็นสิ่งเร้าเป็นกลางที่นามาคู่กับ UCS ( เสียงดัง) CR = การตอบสนองตามเงื่อนไข (Conditioned Response) เป็นการตอบสนองต่อ CS ( กลัว)
  • 184. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 18เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 94 ขั้นตอนการทดลอง ก่อนวางเงื่อนไข หนูขาว(UCS) -------------- อัลเบิร์ตกล้าจับต้อง ไม่กลัว (UCR) เสียงดัง (UCS) -------------- กลัว (UCR) ระหว่างวางเงื่อนไข หนูขาว(UCS) + เสียงดัง(CS) -------------- กลัว (UCR) หลังการวางเงื่อนไข หนูขาว (CS) -------------- กลัว (CR) ( เห็นแค่หนูขาว ก็กลัวแล้ว)
  • 185. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 19เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) เอ็ดเวิร์ด ลี ธอร์นไดค์ (Edward Lee Thomdike) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 95 เอ็ดเวิร์ด ลี ธอร์นไดค์ ทดลองกับอะไร แมว กรงปริศนา กดคานเปิดประตู 96 (Edward Lee Thomdike) ทฤษฏีของธอร์นไดค์ เรียกว่า - ทฤษฏีการเชื่อมโยง (Connetionism Theory) 97 การเชื่องโยงระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนอง โดยการลองถูกลองผิด คือ - การลองถูกลองผิด (Trialand error) 98 การทดลอง คือ - จับแมวใส่กรง แมวจะแสดงพฤติกรรมเดาสุ่มเพื่อจะออกมาจากกรงมากินอาหารให้ได้ - ความสาเร็จในครั้งแรก เกิดขึ้นโดยบังเอิญ โดยที่เท้าของแมวบังเอิญไปแตะเข้าที่คานทาให้ประตู เปิดออก แมวจะวิ่งออกไปทางประตูเพื่อกินอาหาร - พบว่ายิ่งทดลองซ้ามากเท่าใดพฤติกรรมเดาสุ่มของแมวจะลดลง จนในที่สุดแมวเกิดการเรียนรู้ ความสัมพันธ์ระหว่างคานกับประตูกรงได้ - หลังจากการทดลองครบ 100 ครั้ง ทิ้งระยะเวลานานประมาณ 1 สัปดาห์ แล้วทดสอบ โดยจับ แมวตัวนั้นมาทาให้หิวแล้วจับใส่กรงปริศนาใหม่ แมวจะใช้อุ้งเท้ากดคานออกมากินอาหารทางประตู ที่เปิดออกได้ทันที 99 กฎการเรียนรู้ของธอร์นไดน์ มีอะไรบ้าง 1. กฎแห่งความพร้อม (Law of Readiness) 2. กฎแห่งการฝึกหัด (Law o f Exercise) 3. กฎแห่งความพอใจ (Law of Effect) 100 กฎแห่งความพร้อม (Law of Readiness) หมายถึง สภาพความพร้อมหรือวุฒิภาวะของผู้เรียนทั้งทางร่างกาย อวัยวะต่างๆ ในการเรียนรู้และจิตใจ รวมทั้งพื้นฐานและ ประสบการณ์เดิม 101 กฎแห่งการฝึกหัด(Law o f Exercise) หมายถึง - การที่ผู้เรียนได้ฝึกหัดหรือกระทาซ้าๆบ่อยๆ ย่อมจะ ทาให้เกิดความสมบูรณ์ถูกต้อง 102 กฎแห่งความพอใจ(Law of Effect) หมายความว่า เมื่ออินทรีย์ได้รับความพอใจ จะทาให้หรือสิ่งเชื่อมโยงแข็ง มั่นคง ได้รับความพอใจจากผลการทากิจกรรม ก็จะเกิด ผลดีกับการเรียนรู้ทาให้อินทรีย์อยากเรียนรุ้เพิ่มมากขึ้นอีก
  • 186. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 20เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) สกินเนอร์( B.F. Skinner ) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 103 สกินเนอร์( B.F. Skinner ) ทดลองกับอะไร หนู กล่องสกินเนอร์ 104 ( B.F. Skinner ) ทฤษฏี( B.F. Skinner ) คือ - ทฤษฎีการวางเขื่อนไขแบบการกระทา (Operant Conditioning Theory) 105 ผลงานของสกินเนอร์ ที่ได้รับการยอมรับ - บทเรียนสาเร็จรูป หรือการสอนแบบโปรแกรม (Program Instruction or Program Learning) - และเครื่องมือช่วยในการสอน (Teaching Machine) 106 การทดลอง คือ ขั้นที่ 1 เตรียมการทดลอง ทาให้หนูหิวมาก ๆ เพื่อสร้างแรงขับ (Drive) ทาให้เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นแนวทางที่จะผลักดันให้แสดง พฤติกรรมการเรียนรู้ได้เร็วขึ้น ขั้นที่ 2 ขั้นการทดลอง เมื่อหนูหิวมาก ๆ สกินเนอร์ปล่อยหนูเข้าไปในกล่องสกินเนอร์ หนูจะวิ่งเปะปะและแสดงอาการ ต่าง ๆ เช่น การวิ่งไปรอบ ๆ กล่อง การกัดแทะสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในกล่องซึ่งหนูอาจจะไปแตะลงบนคานที่มี อาหารซ่อนไว้ หนูก็จะได้อาหารกินจนอิ่มและสกินเนอร์สังเกตเห็นว่า ทุกครั้งที่หนูหิวจะใช้เท้าหน้ากดลงไป บนคานเสมอ ขั้นที่ 3 ขั้นทดสอบการเรียนรู้ สกินเนอร์จะจับหนูเข้าไปในกล่องอีก หนูจะกดคานทันที แสดงว่า หนูเกิดการเรียนรู้แล้วว่า การ กดคานจะทาให้ได้กินอาหาร 107 การทดลองนี้ สรุปได้ว่า การเรียนรู้ที่ดีจะต้องมีการเสริมแรง 108 การเสริมแรง ตรงกับภาษาอังกฤษ ว่า - Reinforcement 109 การเสริมแรง (Reinforcement) หมายถึง - สิ่งเร้าที่ทาให้พฤติกรรมการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น มี ความคงทนถาวร
  • 187. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 21เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 120 การเสริมแรง (Reinforcement ) มีกี่ลักษณะ - 2 ลักษณะ 121 การเสริมแรง (Reinforcement) มี 2 ลักษณะ คือ การเสริมแรงชนิดบวก (Position Reinforcement) การเสริมแรงชนิดลบ (Negative Reinforcement) 122 การเสริมแรงชนิดบวก (Position Reinforcement) คือ - เป็นการให้สิ่งเสริมแรงที่บุคคลพึงพอใจ มีผลทาให้ บุคคลแสดงพฤติกรรมถี่ขึ้น เช่น คาชมเชย รางวัล เป็นต้น 123 การเสริมแรงชนิดลบ (Negative Reinforcement) คือ - เป็นการนาเอาสิ่งที่บุคคลไม่พึงพอใจออกไป มีผลทา ให้บุคคลแสดงพฤติกรรมถี่ขึ้น เช่น คาตาหนิ เสียง ดัง เป็นต้น 124 การลงโทษ (Punishment) - การลงโทษจะให้ผลตรงกันข้ามกับการเสริมแรง กล่าวคือ การเสริมแรงเป็นการทาให้การตอบสนองเพิ่มมาก ขึ้น การลงโทษเป็นการทาให้การตอบสนองลด น้อยลง - การลงโทษทาโดยการให้สิ่งเร้าที่ไม่พึงประสงค์หรือ สิ่งเร้าที่เป็นภัย ในทันทีทันใดหลังจากการแสดง พฤติกรรมที่ไม่ดีหรือไม่ต้องการออกมา
  • 188. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 22เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มเกสตัลท์ (Gestalt ‘s Theory) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 125 กลุ่มเกสตัลท์ (Gestalt ‘s Theory) ประกอบด้วย เวอร์ไธเมอร์ (Wertheimer) โคห์เลอร์ (Kohler) คอฟฟ์กา (Koffka) และเลวิน (Lewin) 126 หลักการเรียนรู้กลุ่มเกสตัส เน้น การเรียนรู้ที่ส่วนรวมมากกว่าส่วนย่อย 127 การเรียนรู้ที่ส่วนรวมมากกว่าส่วนย่อย ซึ่งจะ เกิดขึ้นจากประสบการณ์และการเรียนรู้เกิดขึ้น จาก 2 ลักษณะ คืออะไร 1. การรับรู้ (Perception) 2. การหยั่งเห็น (Insight) 128 การรับรู้ (Perception) เป็นการแปรความหมายจากการสัมผัสด้วยอวัยวะ สัมผัสทั้ง 5 ส่วนคือ หู ตา จมูก ลิ้นและผิวหนัง 129 เกสตัลท์จึงจัดระเบียบการรับรู้โดยแบ่งเป็น กฎ 4 ข้อ เรียกว่า กฎแห่งการจัดระเบียบ 130 กฎแห่งการจัดระเบียบ 4 ข้อ มีอะไรบ้าง .1 กฎแห่งความชัดเจน (Clearness) การเรียนรู้ที่ดีต้องมีความชัดเจนและแน่นอน เพราะผู้เรียนมี ประสบการณ์เดิมแตกต่างกัน 1.2 กฎแห่งความคล้ายคลึง (Law of Similarity) เป็นการวางหลักการรับรู้ในสิ่งที่คล้ายคลึงกันเพื่อจะ ได้รู้ว่าสามารถจัดเข้ากลุ่มเดียวกัน 1.3 กฎแห่งความใกล้ชิด (Law of Proximity) เป็นการกล่างถึงว่าถ้าสิ่งใดหรือสถานการณ์ใดที่มีความ ใกล้ชิดกัน ผู้เรียนมีแนวโน้มที่จะรับรู้สิ่งนั้นไว้แบบเดียวกัน 1.4 กฎแห่งความต่อเนื่อง (Law of Continuity) สิ่งเร้าที่มีทิศทางในแนวเดียวกัน ซึ่งผู้เรียนจะรับรู้ว่า เป็นพวกเดียวกัน 1.5 กฎแห่งความสมบูรณ์ (Law of Closer) สิ่งเร้าที่ขาดหายไปผู้เรียนสามารถรับรู้ให้เป็นภาพ สมบูรณ์ได้โดยอาศัยประสบการณ์เดิม 131 การหยั่งเห็น (Insight) หมายถึง การเกิดความคิดแวบขึ้นมาทันทีทันใด ในขณะที่ประสบป๎ญหาโดยมองเห็นแนวทางในการแก้ป๎ญหา ตั้งแต่เริ่มแรกเป็นขั้นตอนจนสามารถแก้ป๎ญหาได้ เป็นการมองเห็นสถานการณ์ในแนวทางใหม่ ๆ ขึ้น โดยเกิดจากความเข้าใจและความรู้สึกที่มีต่อ สถานการณ์ว่า ได้ยินได้ค้นพบแล้ว ผู้เรียนจะมองเห็นช่องทางการแก้ปัญหาขึ้นได้ในทันทีทันใด
  • 189. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 23เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 132 โคห์เลอร์ (Wolfgang Kohler ) ทดลองกับสัตว์ชนิดใด ลิงซิมแปนซี ชื่อ สุลตาน กล่องไม้ 2 กล่อง กล้วยผูกด้วยเชือกแขวนอยู่ด้านบนของกรง 133 โคห์เลอร์ เกี่ยวกับ ทฤษฎีใด การหยั่งเห็น (Insight) 134 การทดลอง คือ 1 การนาลิงใส่ไว้ในกรงที่มีกล่องไม้ 2 กล่องวางอยู่บนพื้นกรง 2 และมีกล้วยผูกด้วยเชือกแขวนอยู่ด้านบนของกรงในระยะที่ลิงไม่อาจเอื้อมถึงได้ 3ลิงเอากล่อง 2 กล่องมาวางซ้อนกันแล้วปีนขึ้นไปบนกล่องไม้เอื้อมมือไปหยิบกล้วยมากินได้ 135 สรุปได้ว่า การเรียนรู้เกิดจาก การหยั่งเห็น (Insight) โดยอาศัยประสบการณ์เดิม ที่คล้ายคลึงกันมาแก้ป๎ญหา ใหม่ที่ประสบ” ทฤษฎีสนามของเลวิน (Lewin's Field Theory) 136 เลวิน (Kurt Lewin) เกี่ยวกับทฤษฎีใด ทฤษฎีสนามของเลวิน (Lewin's Field Theory) 137 เลวิน (Kurt Lewin) มีความเชื่อว่า - พฤติกรรมมนุษย์แสดงออกมาอย่างมีพลังและ ทิศทาง (Field of Force) 138 สิ่งที่อยู่ในความสนใจและต้องการ จะมีพลังเป็นบวก ซึ่งเขาเรียกว่า Life space 139 สิ่งใดที่อยู่นอกเหนือความสนใจ จะมีพลังเป็นลบ 140 Lewin กาหนดว่า สิ่งแวดล้อมรอบตัว มนุษย์ จะมีกี่ ชนิด - 2 ชนิด 141 สิ่งแวดล้อมรอบตัวมนุษย์ จะมี 2 ชนิด ตือ - สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ (Physical environment) - สิ่งแวดล้อมทางจิตวิทยา (Psychological environment)
  • 190. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 24เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) จิตวิทยาพัฒนาการ (development psychology) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 142 พัฒนาการ ตรงกับคาในภาษาอังกฤษ ว่า Development 143 พัฒนาการ (Development) หมายความว่า - การเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ทั้งในด้าน โครงร่าง (Structure) และแบบแผน (Pattern) ของร่างกายทุกส่วน - อย่างมีขั้นตอนและเป็นระเบียบแบบแผน - นับแต่เริ่มปฏิสนธิจนกระทั่งเสียชีวิต - ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในเชิง คุณภาพ (Quality) - เพื่อให้บุคคลนั้นพร้อมจะแสดงความสามารถในการ กระทากิจกรรมใหม่ ๆ ที่เหมาะสมกับวัย - 144 การเจริญเติบโต ตรงกับคาภาษาอังกฤษ ว่า (Growth) 145 การเจริญเติบโต หมายถึง - การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางร่างกายที่มีความ เกี่ยวข้องกับ ขนาด น้าหนัก ส่วนสูง กระดูก กล้ามเนื้อ รูปร่าง - ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงของปริมาณ เช่น ส่วนสูงที่เพิ่มขึ้น การปรากฏสัดส่วนวัยสาวของ เด็กหญิง 146 ลักษณะเฉพาะของการพัฒนา มีกี่ข้อ 4 ข้อ 147 ลักษณะเฉพาะของการพัฒนา มี 4 ข้อ อะไรบ้าง ( เคยออกข้อสอบ) 1 พัฒนาการจะเกิดขึ้นในลักษณะที่ต่อเนื่อง (Continuety) 2 พัฒนาการจะเป็นไปตามแบบฉบับของตัวมันเอง (Sequence) 3 พัฒนาการจะเกิดขึ้นในอัตราส่วนที่ไม่เท่ากัน (Ratio) 4 พัฒนาการจะเกิดขึ้นเป็นทิศทางเฉพาะ (Development Direction) 148 องค์ประกอบของการพัฒนา มีอะไรบ้าง วุฒิภาวะ (Maturity) ความเจริญเติบโตทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมที่จา ทางานตามหน้าที่ การเรียนรู้(Learning) การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอันเป็นผลมาจาก ประสบการณ์หรือการฝึกหัด
  • 191. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 25เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ทฤษฎีพัฒนาการ ทฤษฎีการพัฒนาการของ Freud (Psychosexual developmental stage) 149 ฟรอยด์ (Sigmund Freud) เสนอแนวคิดทฤษฎีทางพัฒนาการไว้ว่า - พัฒนาการความต้องการทางเพศและบุคลิกภาพของ บุคคล - ต้องอาศัยการพัฒนาที่ต่อเนื่องอย่างเป็นลาดับขั้นจน กลายเป็นบุคลิกภาพที่ถาวรในที่สุด 150 ฟรอยด์ได้ให้ความสาคัญกับ ช่วง - ระยะวิกฤติ (Crisis Period) 151 ระยะวิกฤติ (Crisis Period) - ช่วงระยะแรกเกิดถึงห้าปี 152 ฟรอยด์เชื่อว่า เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมความ ต้องการในการแสวงหา สิ่งใด - ความสุขและความพึงพอใจ (Pleasure Principle) ให้กับตนเอง 153 ฟรอยด์ได้เสนอแนวคิดว่าคนเราจะมีบริเวณที่ ต้องการให้สนองตอบที่เรียกว่า - อีโรจีเนียส (Erogenous zone) 154 ฟรอยด์ได้กาหนดบริเวณที่อีโรจีเนียส เคลื่อนที่ไปตามอายุ ไว้ - 5 ระยะ 155 ถ้าบริเวณอีโรจีเนียสไปหยุดอยู่ตรงที่ใดแล้ว ไม่ได้รับการสนองตอบที่พึงพอใจ - จะเกิดการติดตรึงหรือชะงักงัน (Fixation) 156 ฟรอยด์ (Sigmund Freud) แบ่งการพัฒนาบุคลิกภาพออกเป็น - 5 ขั้น 157 ฟรอยด์ (Sigmund Freud) แบ่งการพัฒนาบุคลิกภาพออกเป็น 5 ขั้น คือ 1. ขั้นปาก (Oral Stage) 2. ขั้นทวารหรือขั้นอวัยวะขับถ่าย (Anal Stage) 3. ขั้นอวัยวะเพศตอนต้น (Phallic Stage) 4. ขั้นแฝง (Latency Stage) 5. ขั้นสืบพันธุ์ (Genital Stage)
  • 192. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ....... 1เรียบเรียงโดย ครูวัชรพล ดลภักดี สพป.ชม.5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ฟรอยด์ (Sigmund Freud) แบ่งการพัฒนาบุคลิกภาพออกเป็น 5 ขั้น คือ ระยะ อายุ ความต้องการ 1. ขั้นปาก (Oral Stage) อายุระหว่าง 0-18 เดือน เป็นขั้นปากเพราะความพึงพอใจอยู่ที่ช่องปาก เป็น วัยที่ความพึงพอใจ เกิดจากการดูดนมแม่ นมขวด และดูดนิ้ว 2. ขั้นทวารหรือขั้นอวัยวะขับถ่าย (Anal Stage) 2-3 ปี เด็กวัยนี้ได้รับความพึงพอใจทางทวารหนัก มี ความสุขกับการขับถ่าย 3. ขั้นอวัยวะเพศตอนต้น (Phallic Stage) อายุ 3-5 ปี ความพึงพอใจของเด็กวัยนี้อยู่อวัยวะสืบพันธุ์ เด็ก มักจะจับต้องลูกคลาอวัยวะเพศ เด็กผู้ชายหวงแม่ (Oedipus Complex) เด็กหญิงหวงพ่อ (Electra Complex) 4. ขั้นแฝง (Latency Stage) อายุ 6-12 ปี สนุกสนานกับสิ่งรอบตัว 5 ขั้นสืบพันธุ์ (Genital Stage) อายุ 12 ปี - วัย ผู้ใหญ่ วัยนี้เป็นวัยรุ่นเริ่มตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป จะมีความต้องการทางเพศ วัยนี้จะมีความสนใจใน เพศตรงข้าม ซึ่งเป็นระยะเริ่มต้นของวัยผู้ใหญ่
  • 193. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีความมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ 2เรียบเรียงโดย นายวัชรพล ดลภักดี สพป.เชียงใหม่ เขต 5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ทฤษฎีพัฒนาการ ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาเพียเจต์ 158 เพียเจต์ (Piaget) ศึกษาเกี่ยวกับอะไร - พัฒนาการทางด้านความคิดของเด็ก - ว่ามีขั้นตอนหรือกระบวนการอย่างไร 159 เพียเจต์ (Piaget) เสนอแนวคิดทฤษฎีตั้งอยู่บนรากฐาน องค์ประกอบ อะไร - พันธุกรรม - และสิ่งแวดล้อม 160 ทฤษฎีพัฒนาการทางสติป๎ญญา ของเพียเจต์ มีกี่ขั้น - 4 ขั้นตอน 161 ทฤษฎีพัฒนาการทางสติป๎ญญา 4 ขั้นตอน มีอะไรบ้าง 1.1) ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว (Sensori-Motorb Stage) 1.2) ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด(Preoperational Stage) 1.3 ) ขั้นปฏิบัติการคิดด้านรูปธรรม (Concrete Operation Stage) 1.4 ) ขั้นปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม (Formal Operational Stage) 162 ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา 4 ขั้นตอน 1.1) ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว(Sensori-Motorb Stage) ขั้นนี้เริ่มตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ปี 1.2) ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational Stage) ขั้นนี้เริ่มตั้งแต่อายุ 2-7 ปี แบ่งออกเป็นขั้นย่อยอีก 2 ขั้น · ขั้นก่อนเกิดสังกัป (Preconceptual Thought) เด็กอายุ 2-4 ปี · ขั้นการคิดแบบญาณหยั่งรู้ (Intuitive Thought) เด็ก อายุ 4-7 ปี 1.3 ) ขั้นปฏิบัติการคิดด้านรูปธรรม (Concrete Operation Stage) ขั้นนี้จะเริ่มจากอายุ 7-11 ปี 1.4 ) ขั้นปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม (Formal Operational Stage) จะเริ่มจากอายุ 11-15 ปี
  • 194. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีความมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ 3เรียบเรียงโดย นายวัชรพล ดลภักดี สพป.เชียงใหม่ เขต 5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ทฤษฎีพัฒนาการ ทฤษฎีพัฒนาการทางจิตสังคมของอิริคสัน 163 อีริคสัน แบ่งพัฒนาการทางบุคลิกภาพ เป็นกี่ขั้น - ออกเป็น 8 ขั้น 164 พัฒนาการทางบุคลิกภาพ 8 ขั้น มีอะไรบ้าง ขั้นที่ 1 ความไว้วางใจ – ความไม่ไว้วางใจ (Trust vs Mistrust) ซึ่งเป็นขั้นในวัยทารก อีริควันถือว่าเป็นรากฐานที่สาคัญของพัฒนาการในวัยต่อไป ขั้นที่ 2 ความเป็นตัวของตัวเองอย่างอิสระ – ความสงสัยไม่แน่ใจตัวเอง (Autonomous vs Shame and Doubt) อยู่ในวัยอายุ 2-3 ปี วัยนี้เป็นวัยที่เริ่มเดินได้ สามารถที่จะพูดได้และความเจริญเติบโตของร่ายการ ช่วยให้เด็กมีความอิสระ พึ่งตัวเองได้ ขั้นที่ 3 การเป็นผู้คิดริเริ่ม – การรู้สึกผิด (Initiative vs Guilt) วัยเด็กอายุประมาณ 3-5 ปี อีริคสันเรียกวัยนี้ว่าเป็นวัยที่เด็กมีความคิดริเริ่มอยากจะทาอะไรด้วย ตนเอง วัยนี้เรียกว่า วัยซุกซน (play age) ขั้นที่ 4 ความต้องการที่จะทากิจกรรมอยู่เสมอ – ความรู้สึกด้อย (Industry vs Inferiority) อีริคสันใช้คาว่า Industry กับเด็กอายุประมาณ 6-12 ปี วัยนี้เรียกว่า วัยเข้าเรียน (school age) ขั้นที่ 5 อัตภาพหรือการรู้จักว่าตนเองเป็นเอกลักษณ์ – การไม่รู้จักตนเองหรือสับสนในบทบาทในสังคม (Ego Identity vs Role Confusion) เด็กในวัยนี้ที่มีอายุระหว่าง 12-18 ปี จะรู้สึกตนเองว่า มีความเจริญเติบโต โดยเฉพาะทางด้าน ร่างกายเหมือนกับผู้ใหญ่ทุกอย่าง เริมใช้ชีวิตเหมือนวัยผู้ใหญ่ ขั้นที่ 6 ความใกล้ชิดผูกพัน – ความอ้างว้างตัวคนเดียว (Intimacy vs Isolation) วัยนี้เป็นวัยผู้ใหญ่ ระยะต้น (Young Adulthood) เป็นวัยที่ทั้งชายและหญิงเริ่มที่จะรู้จักตนเองว่ามีจุดมุ่งหมายในชีวิตอย่างไร เป็นวัยที่พร้อมที่จะมี ความสัมพันธ์กับเพื่อนต่างเพศในฐานะเพื่อนสนิทที่จะเสียสละให้กันและกัน ขั้นที่ 7 ความเป็นห่วงชนรุ่นหลัง – ความคิดถึงแต่ตนเอง (Generativity vs Stagnation) Generativity ว่าเป็นวัยที่เป็นห่วงเพื่อนร่วมโลกโดยทั่วไป หรือเป็นห่วงเยาวชนรุ่นหลัง อยากจะ ให้ความรู้ สั่งสอนคนรุ่นหลังต่อไป ขั้นที่ 8 ความพอใจในตนเอง – ความสิ้นหวังและความไม่พอใจในตนเอง (Ego Integrity vs
  • 195. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีความมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ 4เรียบเรียงโดย นายวัชรพล ดลภักดี สพป.เชียงใหม่ เขต 5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) Despair) วัยนี้เป็นระยะบั้นปลายของชีวิต เรียกว่า วัยชรา จิตวิทยาบุคลิกภาพ (Personality Psychology) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 165 บุคลิกภาพ" ตรงกับคาในภาษาอังกฤษ ว่า (personality) 166 (personality) มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกว่า “Persona” Persona (Per + Sonar) ซึ่งหมายถึง Mask 167 Persona (Per + Sonar) ซึ่งหมายถึง Mask แปลว่า แปลว่าหน้ากากที่ตัวละครใช้สวมใส่ในการเล่นเป็นบทบาท แตกต่างกันไปตามได้รับ 168 บุคลิกภาพ” ที่ยอมรับโดยทั่วไป คือ - คุณลักษณะ ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล แสดงออกโดยพฤติกรรมที่บุคคลนั้นมีต่อสิ่งแวดล้อมที่ ตนกาลังเผชิญอยู่ และพฤติกรรมนี้จะคงเส้นคงวา พอสมควร
  • 196. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีความมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ 5เรียบเรียงโดย นายวัชรพล ดลภักดี สพป.เชียงใหม่ เขต 5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) จิตวิทยาบุคลิกภาพ (Personality Psychology) ทฤษฎีจิตวิเคราะของฟรอยด์ (Freud’s psychoanalytic theory) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 169 ซิกมันด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) เป็นบิดาของกลุ่มทฤษฎีจิตวิเคราะห์ 170 ทฤษฎีของฟรอยด์ คือ ทฤษฎีจิตวิเคราะห์เกี่ยวกับบุคลิกภาพ (psychoanalytic theory of personality 171 ฟรอยด์ ได้อธิบายว่า มนุษย์มีจิตมีกี่ระดับ - 3 ระดับ 172 มนุษย์มีจิตมี 3 ระดับ อะไรบ้าง 1) จิตสานึก (Coscious mind) 2) จิตใต้สานึก (Preconscious or Subconscious mind) 3) จิตไร้สานึก (Unconscious mind) เป็นตัวคอยควบคุมกากับพฤติกรรมของมนุษย์ให้ แสดงพฤติกรรมออกมาต่าง 173 พลังผลักดันที่เป็นแรงขับให้มนุษย์แสดง พฤติกรรมส่วนใหญ่แล้วมาจาก จิตส่วนใด - จิตไร้สานึก (Unconscious mind) 174 ฟรอยด์ แบ่งโครงสร้างของจิตใจออกตาม หน้าที่ออกเป็น กี่ ส่วน 3 ส่วน 175 โครงสร้างของจิตใจออกตามหน้าที่ 3 ส่วน คือ 1. Id 2. Ego 3. Superego 176 Id (คนเบื้องต้น) คือ - เป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกภาพที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด - แต่เป็นส่วนที่จิตไร้สานึก - มีหลักการที่จะสนองความต้องการของตนเองเท่านั้น - เอาแต่ได้อย่างเดียว - และจุดเปูาหมายก็คือ หลักความพึงพอใจ (Pleasure Principle) Id จะผลักดันให้ Ego ประกอบในสิ่งต่างๆ ตามที่ Id ต้องการ
  • 197. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีความมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ 6เรียบเรียงโดย นายวัชรพล ดลภักดี สพป.เชียงใหม่ เขต 5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 177 Ego (คนปัจจุบัน) - เป็นส่วนของบุคลิกภาพ ที่พัฒนามาจากการที่ทารกได้ ติดต่อ หรือมีปฎิสัมพันธ์กับโลก ภายนอก - บุคคลที่มีบุคลิกภาพปกติ คือ บุคคลที่ Ego สามารถ ที่ปรับตัวให้เกิดสมดุลระหว่างความต้องการของ Id โลกภายนอก และ Superego - หลักการที่ Ego ใช้คือหลักแห่งความเป็นจริง (Reality Principle) 178 Superego ( คนในคุณธรรม) - ส่วนที่ควบคุมให้บุคคลแสดงออกในด้านคุณธรรม ความดี 179 Superego แบ่งเป็น 2 อย่างคือ 1. "Conscience” ซึ่งคอยบอกให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ ไม่พึงปรารถนา 2. "Ego ideal” ซึ่งสนับสนุนให้มีความประพฤติดี 180 ฟรอยด์และบุตรีแอนนา ฟรอยด์ ได้เสนอ กลไกในการปูองกันตัว (Defense Mechanism) 181 กลไกในการปูองกันตัว (Defense Mechanism) มีอะไรบ้าง 1 การเก็บกด (Repression) 2 การปูายความผิดให้แก่ ผู้อื่น (Projection 3 การ หาเหตุผลเข้าข้างตนเอง (Rationalization) 4 การ ถดถอย (Regression) 5 การหาสิ่งมาแทนที่ (Displacement) 6 การเลียนแบบ (Identification) 182 การเก็บกด (Repression) หมายถึง - การเก็บกดความรู้สึกไม่สบายใจ หรือความรู้สึก ผิดหวัง ความคับข้องใจไว้ในจิตใต้สานึก จนกระทั่ง ลืมกลไกปูองกันตัวประเภทนี้มีอันตราย เพราะถ้าเก็บกดความรู้สึกไว้มากจะมีความวิตก กังวลใจมาก และอาจทาให้เป็นโรคประสาทได้ 183 การปูายความผิดให้แก่ ผู้อื่น (Projection) หมายถึง - การลดความวิตกกังวล โดยการปูายความผิด ให้แก่ ผู้อื่น - ตัวอย่าง ถ้าตนเองรู้สึกเกลียด หรือไม่ชอบใครที่ตน ควรจะชอบก็อาจจะบอกว่า คนนั้นไม่ชอบตน เด็ก บางคนที่โกงในเวลาสอบ ก็อาจจะปูายความผิด
  • 198. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีความมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ 7เรียบเรียงโดย นายวัชรพล ดลภักดี สพป.เชียงใหม่ เขต 5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) หรือใส่โทษว่าเพื่อโกง ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 184 การ หาเหตุผลเข้าข้างตนเอง (Rationalization) หมายถึง - องุ่นเปรี้ยว - มะนาวหวาน การปรับตัว โดยการหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง โดยให้ คาอธิบายที่เป็นที่ยอมรับสาหรับคนอื่น "องุ่นเปรี้ยว เป็นวิธีการที่ทาให้ตนเองหรือคนอื่นเข้าใจ ว่าสิ่งที่ตนอยากได้ แล้วไม่ได้นั้น ไม่ดี เช่น อยากมีรถเก๋งขี่ แต่ไม่มีก็ปลอบใจตนเองว่าไม่มีดีแล้ว มีแล้วรอจ่ายเพิ่ม หรือเสียค่าดูแลรักษามากขึ้น มะนาวหวาน ตรงกันข้ามกับองุ่นเปรี้ยว คือการที่บุคคล พยายามทาให้ผู้อื่นเข้าใจว่าสิ่งที่เราได้นั้นดีเลิศอยู่แล้ว ทั้งๆ ที่ความจริงตัวอาจจะไม่ต้องการมาก่อน เช่น สอบ เข้าครูได้ ก็บอกใครๆ ว่าครูนี้สอบเข้ายากนะ เป็นแล้วรู้จัก คนมาก สังคมยกย่องด้วย เป็นต้น 185 การถดถอย (Regression) หมายถึง - การหนีกลับไปอยู่ในสภาพอดีตที่เคยทาให้ตนมี ความสุข ตัวอย่างเช่น เด็ก 2-3 ขวบ ที่ช่วยตนเองได้ มี น้องใหม่ เห็นแม่ให้ความเอาใจใส่กับน้อง มีความรู้สึกว่า แม่ไม่รัก และไม่สนใจตนเท่าที่เคยได้รับ จะมีพฤติกรรม ถดถอยไปอยู่ในวัยทารกที่ช่วยตนเองไม่ได้ ต้องให้แม่ทาให้ ทุกอย่าง 186 การหาสิ่งมาแทนที่ (Displacement) เป็นการระบายอารมณ์โกรธ หรือคับข้องใจต่อคน หรือ สิ่งของ ที่ไม่ได้เป็นต้นเหตุของความคับข้องใจ เป็นต้นว่า บุคคลที่ถูกนายข่มขู่ หรือทาให้คับข้องใจ เมื่อกลับมาบ้าน อาจจะใช้ภรรยา หรือลูกๆ เป็นแพะรับบาป เช่น อาจจะมี พฤติกรรมก้าวร้าวต่อภรรยา และลูก ๆ นักเรียนที่โกรธครู แต่ทาอะไรครูไม่ได้ ก็อาจจะเลือกสิ่งของ เช่น โต๊ะเก้าอี้ เป็นสิ่งแทนที่ เช่น เตะโต๊ะ เก้าอี้ 187 การเลียนแบบ (Identification) หมายถึง การปรับตัวโดยการเลียนแบบบุคคลที่ตนนิยมยกย่อง ตัวอย่างเช่น เด็กชายจะพยายามทาตัวให้เหมือนพ่อ เด็กหญิงจะทาตัวให้เหมือนแม่ 188 การชดเชย (compensation) เป็นการปรับตัวโดยหาจุดเด่นของตนเองมาทดแทน ความบกพร่องของตนเพื่อจะลดความด้อยของตนเอง เช่น หญิงสาวที่หน้าตาไม่สวยจะพยายามแต่งกายให้เด่น โดยใช้สีฉูดฉาด แต่งหน้าเข้ม เป็นต้น
  • 199. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีความมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ 8เรียบเรียงโดย นายวัชรพล ดลภักดี สพป.เชียงใหม่ เขต 5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) จิตวิทยาบุคลิกภาพ (Personality Psychology) ทฤษฎีการวิเคราะห์ของจุง (Jung’s Personality Theory) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 189 คาร์ล จี จุง (Carl G. Jung) ทฤษฏีบุคลิกภาพของ จุง (Jung’s Personality Theory) 190 คาร์ล จี จุง (Carl G. Jung) มีความคิดที่เชื่อว่า - บุคลิกของคนเราซึ่งแต่ละคนมีความเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัว มีการสะสมต่อเนื่องมาตลอดนับตั้งแต่เริ่มมี ชีวิต 191 จุง แบ่งบุคลิกภาพออกเป็น กี่แบบ - 2 แบบ 192 จุง แบ่งบุคลิกภาพออกเป็น 2 แบบ คือ แบบที่ 1 บุคลิกภาพแบบปกปิด (Introverts) แบบที่ 2 บุคลิกภาพแบบเปิดเผย (Extroverts) 193 บุคลิกภาพแบบปกปิด (Introverts) - เป็นลักษณะบุคคลที่ไม่ชอบการเข้าสังคมมีเพื่อน มาก - ยึดมั่นในความรู้สึกของตนเอง - ไม่ชอบคบเพื่อนมาก - บางขณะจะมีความรู้สึกว้าเหว่ ชอบอยู่ตามลาพัง สันโดษ ชอบอ่านหนังสือ เหงา จิตใจไม่มีความ มั่นคง - อารมณ์หงุดหงิดหวั่นไหวง่ายและไม่ชอบการ ก้าวร้าวรุนแรง 194 บุคลิกภาพแบบเปิดเผย (Extroverts) - เป็นลักษณะบุคคลที่ถูกครอบงาโดยอิทธิพลจากสิ่ง ภายนอก - มีเปูาหมายที่เป็นความจริงมาก - ชอบมีประสบการณ์ด้วยตนเอง - ชอบเข้าสังคม ชอบมีเพื่อนมาก - ชอบพูดมากกว่าฟ๎ง ช่างพูด จิตใจมั่นคง ร่าเริง แจ่มใส - ปรับตนเองได้ค่อนข้างดี และสามารถที่จะแสดง ความก้าวร้าวรุนแรงได้ โดยขาดการควบคุมอารมณ์
  • 200. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีความมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ 9เรียบเรียงโดย นายวัชรพล ดลภักดี สพป.เชียงใหม่ เขต 5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) จิตวิทยาแนะแนว (Guidance Psychology) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 195 แฟรงค์ พาร์สันส์(Frank Parsons) บิดาแห่งการแนะแนว 196 การแนะแนว มาจากคาในภาษาอังกฤษว่า Guidance 197 การแนะแนว หมายถึง - กระบวนการทางการศึกษาที่ช่วยให้ บุคคลรู้จัก และ เข้าใจ -ตนเอง - และสิ่งแวดล้อม - แก้ป๎ญหาได้ด้วยตนเอง - และพัฒนาตนเองได้ตามศักยภาพ - ปฏิบัติตนให้เป็นสมาชิกที่ดีของสังคม 198 การแนะแนวไม่ใช่การแนะนา อาจกล่าวได้ว่า การแนะแนวเป็นการช่วยเหลือ ให้เขาสามารถช่วย ตนเองได้ 199 ประเภทของการแนะแนว 1. การแนะแนวการศึกษา (Education Guidance) 2. การแนะแนวอาชีพ (Vocational Guidance) 3. การแนะแนวส่วนตัวและสังคม (Personal and Social Guidance) 200 ปรัชญาของการแนะแนว การแนะแนวยึดหลักปรัชญาต่อไปนี้ 1 บุคคลต่ละคนย่อมมีความแตกต่างกันทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติป๎ญญา ความสนนใจ ความสามารถ ความถนัดและเจตคติ 2 บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีค่ามีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคน และมีศักยภาพแฝงอยู่ในตน ควรพัฒนาให้ เจริญขึ้นทุกด้าน 3 พฤติกรรมย่อมมีการเปลี่ยนแปลง บุคคลมีการเปลี่ยนแปลงทุกๆ ด้านการเปลี่ยนแปลงจะเป็นไป ด้วยดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับป๎จจัยและสาเหตุการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ 4 พฤติกรรมทุกอย่างของบุคคลย่อมมีสาเหตุ การที่บุคคลจะแสดงออกอย่างไรหรือเป็นเช่นไร ย่อม เกิดจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมเป็นเหตุ 5 บุคคลย่อมมีศักดิ์ศรีและการย่อมรับซึ่งกันและกัน 6 ธรรมชาติของคนอยู่รวมกันเป็นสังคม ไม่มีใครสามารถมีชีวิติอยู่คนเดี่ยวเพียงลาพัง จาเป็นต้องมี ความสัมพันธ์และพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
  • 201. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีความมุ่งมั่นและพยายามเท่านั้นที่จะได้พบเจอ 10เรียบเรียงโดย นายวัชรพล ดลภักดี สพป.เชียงใหม่ เขต 5 (ติวอินดี้ ง่ายโคตร) ข้อ คาถามที่เคยออกข้อสอบ คาตอบ 201 หลักของการแนะแนว 1 บริการแนะแนวในโรงเรียนจัดตั้งขึ้นเพื่อนักเรียนทุกคน 2. การแนะแนวช่วยให้นักเรียนสามารถนาตนเองได้ 3. การแนะแนวที่ดีต้องมีข้อมูลนักเรียนในด้านต่างๆตรงตามข้อเท็จจริง 4. การแนะแนวต้องจัดทาอย่างต่อเนื่อง 5. การแนะแนวในโรงเรียนต้องมีการประสานงานร่วมมือกัน กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกส่วนทั้งในและ นอกโรงเรียน 6. การแนะแนวต้องทาควบคู่กันไปกับการเรียนการสอน 7. การแนะแนวต้องจัดบริการต่างๆ ให้ครอบคลุมทั้งด้านการเรียนการศึกษา ด้านอาชีพ ด้านส่วนตัว และสังคม 202 เปูาหมายการแนะแนว มี 3 ประการ คือ .1ปูองกันป๎ญหา 2. แก้ไขป๎ญหา 3. ส่งเสริมพัฒนา 203 เหตุผลและความจาเป็นในการพัฒนากิจกรรมแนะแนว 1. เด็กต้องเผชิญสิ่งแวดล้อมใหม่ในโรงเรียน ก่อให้เกิดป๎ญหาต่างๆ 2. เด็กกาลังพัฒนาในทุกด้าน ควรได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน 3. สภาพสังคมและเศรษฐกิจทาให้นักเรียนและผู้ปกครองห่างเหินกัน 4. สภาพแวดล้อมทางสังคมทาให้นักเรียนเกิดความสับสน 5. นักเรียนต้องดิ้นรนเพื่อการเรียนและการเตรียมตัวในอาชีพมากขึ้น 204 ประโยชน์ที่จะได้รับจากบริการแนะแนว 1 ประโยชน์แก่ผู้ปกครองหรือบิดามารดา 2 ประโยชน์ต่อนักเรียน 3 ประโยชน์แก่ครู 4 ประโยชน์แก่โรงเรียน 205 ประโยชน์แก่ผู้ปกครองหรือบิดามารดา - ได้รับรู้และเข้าใจสถานภาพทางการเรียนของบุตร หลานของท่าน เมื่อท่านได้มีโอกาสปรึกษาหารือกับครู แนะแนว - ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสที่บุตรหลานของท่านจะได้ เรียนต่อหรือออกไปประกอบอาชีพ - รับรู้และเข้าใจสภาพปัญหาของเด็กวัยรุ่นเพื่อจะได้ให้ ความร่วมมือกับโรงเรียนในการปรับปรุงพฤติกรรมของ บุตรหลานของท่านต่อไป
  • 202. ความสาเร็จไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน คนที่มีความมุ่งมั่นและพยายามเท่านั