• Share
  • Email
  • Embed
  • Like
  • Save
  • Private Content
ระบบหายใจ
 

ระบบหายใจ

on

  • 18,775 views

 

Statistics

Views

Total Views
18,775
Views on SlideShare
18,736
Embed Views
39

Actions

Likes
4
Downloads
123
Comments
0

2 Embeds 39

http://wan1966.wordpress.com 32
http://www.facebook.com 7

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel

ระบบหายใจ ระบบหายใจ Presentation Transcript

  • • ครูฉวีวรรณ นาคบุตร โรงเรียนบ้านสวน(จันอนุสรณ์) ่
  • ทาไมสิ่งมีชีวิตต้องรักษาดุลยภาพการรักษาดุลยภาพของร่างกาย(Homeostasis) เป็นคุณสมบัติที่สาคัญของสิ่งมีชีวิต ดูแลโดยระบบต่างๆ ได้แก่ระบบหายใจ ระบบขับถ่าย ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบน้าเหลือง และระบบภูมิคุ้มกัน ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • ระบบหายใจRespiration ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • การแลกเปลี่ยนแก๊สในสัตว์นา ้สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้าได้รับแก๊สออกซิเจนซึ่งละลายอยู่ในน้าแพร่เข้าสูอวัยวะ ่หายใจโดยตรงในน้ามีแก๊สออกซิเจนร้อยละ 0.446 เท่านั้น น้อยกว่าในอากาศมาก ในอากาศมีออกซิเจนมากถึงร้อยละ 21 นอกจากนี้การแพร่ของออกซิเจนในน้าก็ช้ากว่าในอากาศมากดังนั้นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในน้า จึงต้องให้น้าไหลผ่านบริเวณทีมีการแลกเปลี่ยน ่แก๊สอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ได้แก๊สมากและเพียงพอต่อการดารงชีวิต
  • สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวเซลล์จะสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นน้าอยู่ตลอดเวลาการแลกเปลี่ยนแก๊สจึงแลกเปลี่ยนโดยตรงกับสิ่งแวดล้อมโดยอาศัยกระบวนการแพร่(diffusion) พารามีเซียม อะมีบา ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • สัตว์หลายเซลล์ เมื่อสิ่งมีชีวิตมีจานวนเซลล์มากขึ้นพร้อมกับมีขนาดใหญ่ขึ้น การแลกเปลี่ยนแก๊สต้องมีโครงสร้างซับซ้อนมากขึ้น ใน ฟองน้า การแลกเปลี่ยนแก๊สเกิดกับเซลล์แต่ละเซลล์ที่น้า ผ่านเข้าไปถึงทางช่องน้าเข้าฟองน้า มีรูพรุน คือ ออสเทีย(ostia) รอบตัว น้าจะไหลเข้าทางรูพรุนนี้ และไหลออกทางรู ออสคิวลัม (osculum) ในขณะเกิดการไหลเวียนของน้าผ่านเซลล์และผ่านลาตัวฟองน้า จะเกิดการแลกเปลี่ยนแก๊สโดยการแพร่ ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • ลักษณะภายนอก-ภายในของฟองน้า ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • แสดงทางน้าไหลภายใน ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • ซีเลนเตอเรต เช่น ไฮดรายังคงใช้ช่องแกสโตรวาสคูลาร์เป็นทางผ่านของน้า เป็นตัวนาออกซิเจนและรับคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์ออกมา ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • การใช้ผวหนังหรือผิวลาตัว ิ หนอนตัวแบน เช่น พลานาเรียใช้การแลกเปลี่ยนแก๊สผ่านผิวหนังแก๊สจะผ่านไปทีละเซลล์เช่นเดียวกับอะมีบา ผนังลาตัวของพลานาเรียบางและเปียกชื้นอยู่เสมอ โครงสร้างของร่างกายพลานาเรียมีลาตัวแบน จึงมีพื้นที่ผิวมากทาให้มีประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนแก๊สได้ดี ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • หากเปรียบเทียบกับ ไส้เดือนดิน ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนแก๊สกับสิ่งแวดล้อมทางผิวหนัง ซึ่งเปียกชั้นเช่นเดียวกับพลานาเรียแล้ว จะเห็นได้ว่าพื้นที่ผิวของไส้เดือนดินน้อยกว่าพลานาเรียหากเปรียบเทียบ ในปริมาตรเท่า ๆกัน เพราะ พลานาเรียตัวแบนกว่านอกจากนั้นแล้วในสภาพความเป็นจริงไส้เดือนดินมีขนาดใหญ่กว่าพลานาเรีย ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • การแลกเปลี่ยนแก๊สของเซลล์ในร่างกายไส้เดือนดินนั้น เซลล์มิได้แลกเปลี่ยนกับสภาพแวดล้อมโดยตรง แต่เป็นการแลกเปลี่ยนกับเลือด จึงเป็นการแลกเปลี่ยนแก๊สที่ซับซ้อนขึ้น เพราะครั้งแรกเลือดแลกเปลี่ยนแก๊สกับบรรยากาศ และอีกครั้งหนึ่งเลือดแลกเปลี่ยนแก๊สกับเซลล์แก๊สที่แพร่ผ่านผิวหนังไส้เดือนดินเข้าไปจะเข้าสู่หลอดเลือดหมุนเวียนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายต่อไป ในขณะเดียวกันคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายทีปล่อยออกมา ่จากเลือดจะแพร่ออกทางผิวหนังของไส้เดือนดิน ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • ฉวีวรรณ นาคบุตร คาถาม- การแลกเปลียนแก๊สของฟองน้า ไฮดรา พลานาเรีย และไส้เดือนดิน ่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรตอบ ฟองน้า ไฮดรา พลานาเรีย จะใช้เซลล์ที่ผวหนังที่สัมผัสกับสิ่งแวดล้อม ิ แลกเปลี่ยนแก๊สกับสิ่งแวดล้อม และมีการแพร่ของแก๊สระหว่างเซลล์กับ เซลล์ ส่วนไส้เดือนดินมีการแลกเปลี่ยนแก๊สโดยผ่านทางผิวหนังคล้ายกับ พลานาเรีย แต่ไส้เดือนดินมีร่างกายขนาดใหญ่การแลกเปลี่ยนแก๊สใช้ วิธีการแพร่อย่างเดียวยังไม่เพียงพอและรวดเร็วจึงต้องมีระบบหมุนเวียนเลือด ช่วยในการลาเลียงแก๊สไปยัง ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทาให้การ แลกเปลี่ยนแก๊สมีประสิทธิภาพดีขึ้น ซึ่งเหมาะสมกับโครงสร้างของร่างกาย
  • คาถาม - โครงสร้างของร่างกายที่ทาหน้าที่แลกเปลียนแก๊สจะต้องมี ่ลักษณะสาคัญอย่างไรตอบ มีพื้นที่ผิวมากและบางพอที่จะแลกเปลี่ยนแก๊สได้อย่างมี ประสิทธิภาพ มีการลาเลียงแก๊สไปยังบริเวณอื่นๆ ได้อย่าง รวดเร็ว มีการป้องกันอันตรายให้กับโครงสร้างที่ใช้ แลกเปลี่ยนแก๊สและโครงสร้างในการแลกเปลี่ยนแก๊สต้องชุ่ม ชื้นอยู่เสมอ ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • ท่อลม ( Trachea ) ในสัตว์ชั้นสูงขึ้นมา ได้แก่ พวกอาร์โทรพอด เช่น แมลงบริเวณท้องจะพบว่ามีรูเล็ก ๆ เรียกว่า ช่องหายใจ หรือ สไปเรเคิล(Spiracle) อยู่ที่ผนังลาตัว ตามปกติมี 10 คู่ คือ ปล้องอก 2 คู่และปล้องท้อง 8 คู่ ถัดจากรูเปิดสไปเรเคิลเข้าไปในลาตัวจะเป็นท่อลม ( trachea ) เป็นหลอดใสๆ เล็กๆ ยืดหดได้คล้ายสปริงเมื่ออากาศเข้าไปตามท่อลมแล้วจะผ่านไปตามท่อลมที่แตกแขนงเป็นท่อลมฝอย ( tracheole ) จนถึงท่อที่เล็กที่สุดมีผนังบางมากที่สัมผัสกับเซลล์ร่างกาย ปลายท่อที่เล็กที่สุดมีของเหลวอาบอยู่ออกซิเจนจากท่อลมจะละลายในของเหลวและแพร่เข้าสู่เนื้อเยื่อใกล้เคียง ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • แสดงท่อลมของแมลง ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • เนื่องจากระบบลาเลียงในแมลงเป็นระบบเลือดเปิด และมีสารที่รับออกซิเจนเป็นฮีโมไซยานิน ระบบเลือด หรือเลือด หรือหลอดเลือดของแมลงเกือบไม่จาเป็นที่จะต้องรับออกซิเจนไปส่งที่เซลล์เพราะระบบท่อลมของแมลงนาอากาศส่งไปถึงเนื้อเยื่อได้รวมทั้งการเคลื่อนไหวของลาตัวแมลง ทาให้ท่อลมยืดหดช่วยให้อากาศไหลเวียนเข้าออกจากระบบท่อลมได้ดี ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • แสดงระบบท่อลมในแมลงฉวีวรรณ นาคบุตร
  • ผนังของท่อลมมีความแข็งแรง ประกอบด้วยคิวติเคิล( Cuticle ) จึงทาให้คงรูปอยู่ได้แมลงบางชนิดมีถุงลม ( Air sac ) ขนาดใหญ่ช่วยเก็บอากาศไว้หายใจเพื่อช่วยอัดอากาศให้ผ่านเข้าออกได้เร็วขึ้นแมลงบางชนิด เช่น ตั๊กแตนใช้การยืดหดของกล้ามเนื้อหน้าท้องและอก เพื่อช่วยดันอากาศให้เข้าออกจากตัวทางช่องหายใจ ดังนั้นถ้าแมลงตัวโตมากๆ จะไม่มีความดันบรรยากาศเพียงพอที่จะส่งแก๊สเข้าไปสูปลายสุดของท่อลม ่(Tracheole ) ได้ เป็นสาเหตุทาให้แมลงมีขนาดจากัด ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • บุคลัง ( Book lung ) มีลักษณะเป็นห้องเล็ก ๆ มีทางติดต่อกับอากาศภายนอกภายในห้องเล็กๆมีแผ่นเยื่อบาง ๆ เรียงซ้อนเป็นปึก ออกซิเจนจากอากาศจะเข้าสู่ของเหลวที่หมุนเวียนอยู่ในบุคลัง ของเหลวนาออกซิเจนไปให้เนื้อเยื่อร่างกายและดึงคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา บุคลัง พบในแมงมุมบางชนิดเท่านั้น ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • คาถาม - เพราะเหตุใด แมลงจึงไม่จาเป็นต้องมีระบบหมุนเวียนเลือดเป็นตัวนาแก๊สออกซิเจนไปใช้เซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกายตอบ แมลงมีระบบท่อลมซึ่งแตกแขนงไปทั่วร่างกาย ระบบท่อลมนี้ สามารถนาแก๊สไปใช้เซลล์ต่างๆ ของร่างกายได้โดยตรง ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • เหงือก ( Gill ) ในสัตว์น้าหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลาล้วนมีเหงือกเป็นอวัยวะ ทาหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊สกับน้าโดยมีพื้นที่สัมผัสกับน้ามากมาย และในเหงือกของสัตว์ชั้นสูงจะมีหลอดเลือดฝอยมาเลี้ยงเหงือก อาจมีผิวบาง ๆ หรือมีเซลล์เพียงแถวเดียวกั้นระหว่างเลือดกับน้า หรือ มีผนังหลอดเลือดบาง ๆ เพื่อสะดวกในการรับออกซิเจนจากน้าและคายคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากเลือด ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • ลักษณะเหงือกของปลา ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • ลักษณะเหงือกของกุ้ง ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • คาถาม - อวัยวะแลกเปลี่ยนแก๊สของสัตว์น้ามีความเหมาะสมต่อการ ดารงชีวิตอย่างไร ในน้ามีแก๊สออกซิเจนที่ละลายอยู่ในปริมาณน้อยมาก และมีการแพร่ช้ามากเมื่อเทียบกับในอากาศ สัตว์ที่ ตอบ อยู่ในน้า เช่น ปลาและกุ้ง จึงพัฒนาโครงสร้างที่ ใช้แลกเปลี่ยนแก๊ส คือ เหงือกให้มีลักษณะเป็นซี่ๆ เรียงกันเป็นแผง เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวที่สัมผัสกับ ออกซิเจนในน้าฉวีวรรณ นาคบุตร
  • นกเป็นสัตว์ทมี Metabolism สูง ี่ ใช้พลังงานมาก ดังนั้นระบบ หายใจของนกต้องดี และมี ประสิทธิภาพสูงมากด้วย ปอดนก มีขนาดเล็ก แต่นกมีถุงลม(airsac) ซึ่งเจริญดีมาก แยกออกจากปอดหลอดลมคอ หลอดลม เป็นคู่ๆ ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • ถุงลมส่วนหน้า อากาศออก อากาศเข้า ถุงลมส่วนหลัง หลอดลม ปอด ปอดเมื่อหายใจเข้าถุงลมจะพองออก เมื่อหายใจออกถุงลมจะยุบลงปอดจะอากาศจะผ่านเข้าสู่หลอดลม พอง อากาศจากปอดและจากถุงลมส่วนผ่านปอด เข้าสูถุงลมที่อยู่ส่วน ่ หน้าถูกขับออกจากตัวนก อากาศทีผ่าน ่หลัง อากาศที่ใช้แล้ว ออกจาก ปอดทั้งหายใจเข้าและหายใจออกจะเป็นปอดเข้าสู่ถุงลมส่วนหน้า อากาศที่มีแก๊ส o2 สูงทั้งสิ้น ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • นกมีปอดและถุงลมอีก 9 อัน(ในนกส่วนใหญ่) ซึ่งช่วยให้การไหลของอากาศมีปริมาณมากขึ้นและมีปริมาณออกซิเจนสูง ซึ่งการไหลของอากาศในปอดจะเป็นไปในทิศทางเดียว (unidirection) ซึ่งต่างจากในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านมที่มีการไหลเวียนของอากาศภายในปอดแบบ 2 ทิศทาง ทาให้อากาศมีทั้งอากาศใหม่และเก่ารวมกัน และมีปริมาณออกซิเจนน้อยกว่า ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • คาถาม - นักเรียนคิดว่าถุงลมของนกทาหน้าที่แลกเปลี่ยน แก๊สได้หรือไม่ เพราะเหตุใด ตอบ ถุงลมของนกไม่ได้ทาหน้าที่แลกเปลียนแก๊ส ่ เนื่องจากผนังของถุงลมไม่บาง ถึงแม้วาจะมี ่ หลอดเลือดฝอยมาล้อมรอบก็ตาม แต่มีหน้าที่ สารองอากาศเพื่อส่งให้ปอดแลกเปลี่ยนแก๊สให้ นกใช้ในขณะบิน ฉวีวรรณ นาคบุตร
  • สวัสดี ฉวีวรรณ นาคบุตร