การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีDna

35,653
-1

Published on

Published in: Education
3 Comments
26 Likes
Statistics
Notes
No Downloads
Views
Total Views
35,653
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
4
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
3
Likes
26
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีDna

  1. 1. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของ DNA
  2. 2. การประยุกต์ใช้ในเชิงการแพทย์และเภสัชกรรม
  3. 3. การวินิจฉัยโรค ปัจจุบันมีการนาเอาเทคโนโลยีของDNAมาใช้ในการวินิจฉัยโรคที่เกิดจากการติดเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อไวรัส โดยการใช้เทคนิคPCR เพื่อตรวจสอบว่ามีจีโมนของไวรัสอยู่ในสิ่งมีชีวิตนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีความไวสูงและสามารถตรวจพบได้โดยมีตัวอย่างเพียงเล็กน้อย เทคนิคนี้ได้นามาใช้ในการตรวจวิเคราะห์การติดเชื้อ HIVเป็นต้น จากความรู้ทางพันธุศาสตร์ การค้นพบเครื่องหมายทางพันธุกรรมเชื่อมโยงกับแอลลีลที่ก่อโรค และลาดับนิวคลีโอไทด์ จึงสามารถนาไปใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมก่อนจะมีอาการของโรคหรือเป็นเพียงพาหะ ซึ่งทาให้สามารถป้องกันการถ่ายทอดลักษณะดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง
  4. 4. การบาบัดด้วยยีน จากความรู้เกี่ยวกับความผิดปกติต่างๆในคนที่เกิดความบกพร่องของยีน หากสามารถใส่ยีนที่ปกติเข้าไปในเซลล์ร่างกาย หรือเนื้อเยื่อที่แสดงอาการผิดปกติ แล้วทาให้ยีนนั้นแสดงออกเมื่อมีสารโปรตีนที่ปกติในบริเวณดังกล่าว จึงอาจเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยทาให้บาบัดอาการบกพร่องที่เกิดขึ้นได้
  5. 5. ในปัจจุบันเทคนิคหนึ่งที่ใช้ในการถ่ายยีนปกติ เพื่อใช้ในการทายีนบาบัด คือการใช้ไวรัสชนิดหนึ่งเป็นตัวนายีนที่ต้องการถ่ายเข้าสู่เซลล์คน ซึ่งยีนของไวรัสที่เป็นอันตรายต่อคนจะถูกตัดทิ้ง แล้วใส่ยีนของคนที่ต้องการเข้าไปแทนที่ ไวรัสที่สร้างขึ้นใหม่นี้จะมียีนที่ต้องการแทรกอยู่ และจะมีความสามารถในการแทรกจีโนมของตัวมันเข้าสู่โครโมโซมคนได้ แต่ไม่สามารถจาลองตัวเองเองเพิ่มจานวนได้ เนื่องจากยีนที่ทาหน้าที่ดังกล่าวที่มีอยู่เดิมในไวรัสได้ถูกตัดทิ้งไปแล้ว
  6. 6. อย่างไรก็ดีการบาบัดด้วยยีนยังไม่ที่แพร่หลาย และต้องใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากยังมีปัญหาทางด้านเทคนิคในการใช้ ตัวอย่างเช่น- การควบคุมกิจกรรมของยีนที่ใส่ให้กับเซลล์ให้มีการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ต้องการอย่างเหมาะสมได้อย่างไร- การแทรกตัวของยีนเข้าสูจีโนมของคนทาอย่างไร ่- เมื่อแทรกแล้วจึงจะไม่ไปทาให้เกิดมิวเทชันในยีนอื่นที่ปกติอยู่แต่เดิม- และไวรัสที่ใช้เป็นพาหะในการนายีนเข้าสู่จีโนมคนนั้นสามารถบรรจุยีนได้อย่างจากัด ไม่สามารถใส่ยีนที่มีขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษาวิธีการหรือเทคนิคในมีความเหมาะสมต่อการใช้ยีนบาบัดให้มากขึ้น
  7. 7. นอกจากนี้ในการทายีนบาบัด ยังมีข้อโต้แย้งเชิงจริยธรรมเกิดขึ้นในสังคม ว่าหากเราทราบความผิดปกติของยีนต่างๆแล้ว เราควรบาบัดข้อบกพร่องในเซลล์ตั้งต้นที่จะสร้างเซลล์ไข่และตัวอสุจิหรือไม่หากอนุญาตให้มีการบาบัดในลักษณะดังกล่าว จะมีผลต่อวิวัฒนาการของมนุษย์หรือไม่ในอนาคต
  8. 8. การสร้างผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม การประยุกต์เทคโนโลยีเกี่ยวกับ DNA มาใช้ในเชิงเภสัชกรรมเป็นการประยุกต์ใช้ที่มีมาเป็นเวลาหลายสิบปี โดยมีการสร้างผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรมเป็นจานวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการผลิตโปรตีน การผลิตฮอร์โมนอินซูลิน เป็นตัวอย่างแรกที่นาเทคนิคทาง DNA มาใช้ ในการผลิตสารที่ใช้ในเชิงเภสัชกรรมเพื่อรักษาโรคเบาหวาน ผู้ป่วย โรคเบาหวานจาเป็นต้องได้รับอินซูลิน เพื่อควบคุมระดับน้าตาล จากการตัด และต่อ DNA ให้มียีนที่สร้างอินซูลิน แล้วใส่เข้าไปในเซลล์แบคทีเรีย เพื่อให้เกิดการแสดงออกและสร้างพอลิเพปไทด์ที่ต้องการ จากนั้นจึงนาเซลล์ ไปเพื่อเพิ่มจานวนยีนที่สร้างสายพอลิเพปไทด์ดังกล่าว และผลิตอินซูลินที่ ทางานได้
  9. 9. การผลิตฮอร์โมนอินซูลิน
  10. 10. การใช้พันธุวิศวกรรมเพื่อผลิตโปรตีน หรือฮอร์โมนที่บกพร่องในมนุษย์ นอกจากอินซูลินแล้วยังใช้พันธุวิศวกรรมในการผลิตโกรทฮอร์โมน เพื่อที่รักษาเด็กที่เจริญเติบโตเป็นคนแคระ เนื่องจากได้รับโกรทฮอร์โมนไม่เพียงพอ เป็นต้น
  11. 11. นอกจากการผลิตฮอร์โมนเพื่อใช้ทดแทนในคนที่มีความบกพร่องของฮอร์โมนดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีการประยุกต์ใช้ในการผลิตยาเพื่อรักษาโรคบางชนิดอีกด้วย เช่น ใช้ในการผลิตยาที่จะยับยั้งไวรัส HIVโดยอาศัยเทคนิคทางพันธุวิศวกรรมในการสร้างโมเลกุลของโปรตีนที่จะป้องกันหรือเลียนแบบตัวรับที่ HIV ใช้ในการเข้าสู่เซลล์ ซึ่งตัวรับเหล่านี้จะอยู่บนเยื่อหุ้มเซลล์ของคน หากมีโมเลกุลที่เลียนแบบตัวรับเหล่านี้อยู่ในกระแสเลือด HIV จะเข้าเกาะกับโมเลกุลเหล่านี้แทนที่จะเกาะที่ตัวรับที่เซลล์เม็ดเลือดขาว แล้วเข้าทาลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ตัวยาเหล่านี้จึงสามารถยับยั้งการทางานของ HIV ได้
  12. 12. การใช้พันธุวิศวกรรมยังสามารถนามาประยุกต์ใช้ในการผลิตวัคซีน แต่เดิมนั้นใช้วัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคที่เกิดจากไวรัสโดยใช้ไวรัสที่ไม่สามารถก่อโรค เพราะได้รับสารเคมี หรือวิธีทางกายภาพบางอย่าง หรือเป็นไวรัสในสายพันธุ์ที่ไม่นาโรค มาฉีดให้กับคน เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน แต่เมื่อการศึกษาในระดับโมเลกุลเกี่ยวกับไวรัสมีความชัดเจนขึ้น จนทราบว่าโปรตีนชนิดใดที่ผิวของไวรัสที่เป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกันในคนได้ ก็สามารถใช้วิธีทางพันธุวิศวกรรมตัดต่อ เฉพาะยีนที่เป็นต้นแบบในการสร้างโปรตีนชนิดนั้น แล้วใช้โปรตีนดังกล่าวเป็นแอนติเจนในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันแทนการใช้ไวรัสซึ่งทาให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น
  13. 13. การประยุกต์ใช้ในเชิงนิติวิทยาศาสตร์• DNA เป็นสารพันธุกรรม ซึ่ง DNA ของคนๆเดียวกันไม่ว่าจะมาจาก เซลล์ส่วนใดของร่างกายจะมีรูปแบบที่เหมือนกัน ดังนั้น DNA จึงเป็น เหมือนสิ่งที่บอกให้รู้ว่าคนๆนั้นเป็นใครและแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร
  14. 14. โดยทั่วไปแล้วการที่จะบอกได้ว่าคนๆนั้นเป็นใคร จะพิจารณาจากรูปร่างหน้าตา วัน เดือน ปีเกิด ตามข้อมูลในบัตรประชาชน หรือ หนังสือ เดินทาง และถ้าจะให้ชัดเจนยิ่งขึ้นอาจดูจากรอยแผลเป็นหรือลายพิมพ์นิ้วมือ อย่างไรก็ตามลักษณะ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุ หรือจากอุบัติเหตุ หรือจากสารเคมี แม้ว่าลายพิมพ์นิ้วมือจะไม่ สามารถบอกความสัมพันธ์ทางสายเลือดได้ว่าลายพิมพ์ นิ้วมือของลูกนั้นส่วนใดได้มาจากพ่อหรือ แม่ แต่ลายพิมพ์ DNA สร้างมาจาก DNA ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อและแม่อย่างละครึ่งและ เปลี่ยนแปลงไม่ได้ จึงมีลักษณะเฉพาะบุคคล ซึ่งทาให้สามารถบอกความแตกต่างของบุคคล ได้ ความแตกต่างที่มีความจาเพาะของแต่ละบุคคลนี้เอง เราจึงนามาใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน เช่น การพิสูจน์ตัวบุคคล การพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด การตรวจทางนิติเวชศาสตร์เพื่อหา ผู้กระทาความผิด เป็นต้น และจากความแตกต่างที่มีเฉพาะบุคคล จึงทาให้บุคคลมีรูปแบบ ของ DNA ที่แตกต่างกัน เมื่อใช้เทคนิคต่างๆ เช่น การใช้ RFLP marker ตรวจสอบ จะเกิด เป็นแถบ DNA รูปแบบของแถบ DNA (DNA band) ที่เป็นความแตกต่างของขนาด ชิ้น DNA ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล เรียกว่า ลายพิมพ์ DNA (DNA fingerprint) เพราะ โอกาสที่คนสองคน(ที่ไม่ใช่ฝาแฝดแท้) จะมีรูปแบบของลายพิมพ์ DNA เหมือนกันมีน้อยมาก
  15. 15. (ลายพิมพ์ DNA (DNA fingerprint)
  16. 16. นอกจากนี้ได้มีการใช้ลายพิมพ์ DNA เพื่อพิสูจน์ความเกี่ยวพันในคดีอาญาที่รุนแรง เช่น ฆาตกรรม ทาร้ายร่างกาย ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานสาคัญอย่างหนึ่งประกอบการพิจารณาคดีศาล ตัวอย่างเช่น ในคดีฆาตกรรมคดีหนึ่ง ได้นาคราบเลือดของฆาตกรที่พบในสถานที่เกิดเหตุและเลือดของผู้ต้องสงสัยจานวน 7 คน มาทาลายพิมพ์ DNA และนามาเปรียบเทียบกัน เมื่อนาลายพิมพ์ DNA ของผู้ต้องสงสัยมาเปรียบเทียบกับลายพิมพ์ DNA ของคราบเลือดฆาตกรพบว่าเป็นดังนี้
  17. 17. การเปรียบเทียบลายพิมพ์ DNA ของผู้ต้องสงสัยกับคราบเลือดฆาตกร
  18. 18. การประยุกต์ใช้ในเชิงการเกษตร• การทาฟาร์มสัตว์เพื่อสุขภาพของมนุษย์• ในการใช้เทคโนโลยี DNA เพื่อปรับปรุงพันธุ์สัตว์ในมีลักษณะที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับเป้าหมายหนึ่งคือการในการปรับปรุงพันธุ์สตว์ที่อาศัยการผสม ั พันธุ์ และคัดเลือกพันธุ์ดั้งเดิม แต่ด้วยเทคโนโลยี DNA ทาให้ นักวิทยาศาสตร์สามารถหาได้ว่ายีนที่จะทาให้สัตว์ลักษณะตามต้องการ เช่น หมูมีไขมันต่า วัวให้นมเร็วขึ้นและมากขึ้น เมื่อทราบว่ายีนควบคุมลักษณะ นั้นคือยีนใดแล้วจึงย้ายยีนดังกล่าวเข้าสู่สัตว์ที่ต้องการ
  19. 19. • อีกรูปแบบหนึ่งของการทาฟาร์มในอนาคต คือการสร้างฟาร์ม สัตว์ที่เสมือนเป็นโรงงานผลิตยาเพื่อสกัดนาไปใช้ในการแพทย์ ตัวอย่างเช่น การสร้างแกะที่ได้รับการถ่ายยีน เพื่อให้สร้างโปรตีนที่ มีอยู่ในเลือดของคน และให้แกะผลิตน้านมที่มีโปรตีนนี้ โปรตีน ชนิดนี้จะยับยั้งเอนไซม์ที่ก่อให้เกิดการทาลายเซลล์ปอดในผู้ป่วยที่ เป็นโรคซิสติกไฟโปรซิส (cystic fibrosis)และโรคระบบทางเดิน หายใจที่เรื้อรังชนิดอื่นๆ
  20. 20. • ในการสร้างสัตว์ดัดแปลงพันธุกรรม (transgenic animal) จะ เริ่มจากการแยกเซลล์ไข่ออกจากเพศเมีย และฉีดยีนที่ต้องการเข้าไป ในนิวเคลียสของเซลล์ไข่ (microinjection) ซึ่งจะมีเซลล์ไข่บาง เซลล์ยอมให้ยีนดังกล่าวแทรกเข้าในจีโนมของนิวเคลียสและ แสดงออกได้ จากนั้นทาการผสมพันธุ์ในหลอดทดลอง (in vitro fertilization)และถ่ายฝากเข้าในตัวแม่ผู้รับ เพื่อให้เจริญ เป็นตัวใหม่ ซึ่งจะมียีนที่ต้องการอยู่โดยไม่จาเป็นต้องมาจากสปีชีส์ เดียวกัน
  21. 21. แอนดี (ANDi) ลิงดัดแปลงพันธุกรรมเรืองแสงตัวแรกของโลก
  22. 22. การสร้างพืชดัดแปลงพันธุกรรม (trensgenic plant)• การสร้างพืชดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อให้มียีนของลักษณะตามที่ต้องการ เช่น การชะลอการสุกของผลไม้ หรือเพื่อยืดเวลาการเก็บรักษาผลผลิต มีความต้านทานโรคและแมลง มีความต้านทานต่อสารฆ่าแมลงมีคุณค่า ด้านอาหารมากขึ้น เป็นต้น ในพืชสามารถทาได้ง่ายกว่าในสัตว์ เนื่องจาก มีการศึกษาเทคโนโลยีในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในหลอดทดลอง ซึ่ง สามารถสร้างต้นพืชขึ้นใหม่จากเซลล์เนื้อเยื่อ หรือส่วนต่างๆ ของพืชได้ เป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้ว ดังนั้นถ้าสามารถถ่ายยีนเข้าสู่เซลล์พืชได้ และพืชนั้นมีเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชรองรับอยู่แล้ว ก็สามารถ สร้างพืชดัดแปลงทางพันธุกรรมได้
  23. 23. ตัวอย่างการสร้างพืชดัดแปลงทางพันธุกรรม• พืชดัดแปลงทางพันธุกรรมที่มีความสามารถในการต้านทาน แมลง โดยการถ่ายยีนบีทีที่สร้างสารพิษจากแบคทีเรีย(Bacillua Thuringiensis ; BT) สารพิษนี้สามารถทาลายตัวอ่อนของแมลง บางประเภทอย่างเฉพาะเจาะจง โดยไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตชนิด อื่น เมื่อนายีนที่สร้างสารพิษไปใส่ในเซลล์ของพืช เช่น ฝ้าย ข้าวโพด มันฝรั่ง ยาสูบ มะเขือเทศ พืชเหล่านี้สามารถผลิตสาร ทาลายตัวหนอนที่มากัดกิน ทาให้ผลผลิตของพืชเหล่านี้ เพิ่มขึ้น ลดการใช้สารเคมีหรือไม่ต้องใช้เลย
  24. 24. การเปรียบเทียบระหว่างฝ้ายที่มียีนบีที (ซ้าย)และ ฝ้ายธรรมดา (ขวา) สมอฝ้ายจากต้นฝ้ายบีที
  25. 25. • พืชต้านทานต่อโรค นักวิจัยไทยสามารถดัดแปลงพันธุกรรมของมะละกอ ให้ต้านทานต่อโรคใบด่างจุดวงแหวน ซึ่งเกิดจากไวรัสชนิดหนึ่ง โดยนายีนที่ สร้างโปรตีนเปลือกไวรัส (coat protein gene) ถ่ายฝากเข้าไปในเซลล์ มะละกอ แล้วชักนาให้เป็นมะละกอสร้างโปรตีนดังกล่าว ทาให้สามารถ ต้านทานต่อเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงพันธุกรรมของมันฝรั่ง ยาสูบ ให้มีความต้านทานต่อไวรัสที่มาทาลายได้
  26. 26. • พืชดัดแปลงทางพันธุกรรมทีสามารถต้านสารปราบวัชพืช เช่น นาเอา ่ ยีนที่ต้านทานสารปราบวัชพืชใส่เข้าไปในพืช เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพด ฝ้าย ทาให้สามารถต้านทานสารปราบวัชพืช ทาให้สารเคมีที่ปราบวัชพืช ไม่มีผลต่อพืชดังกล่าวและสามารถใช้ประโยชน์จากดินและปุ๋ยอย่างมี ประสิทธิภาพ การปลูกพืชหมุนเวียนยังทาได้ง่ายขึ้น ผลผลิตก็เพิ่มมากขึ้น ด้วย
  27. 27. พืชดัดแปลงทางพันธุกรรมที่มีคณค่าทางอาหาร ุเพิ่มขึ้น เช่น ในกรณีของข้าวที่เป็นธัญพืชที่เป็นอาหารหลักของโลก ได้มีนักวิทยาศาสตร์ นายีนจากแดฟโฟดิล(Daffodils)และยีนจากแบคทีเรียErwinia bretaria ถ่ายฝากให้ข้าว ทาให้ข้าวสร้างวิตามินเอ ในเมล็ดได้ เรียกว่า ข้าวสีทอง(golden rice)โดยหวังว่าการสร้างข้าวสีทองจะมีส่วนช่วยในการลดภาวะการขาดวิตามินในประเทศที่ขาดแคลนอาหารในโลกได้
  28. 28. ข้าวทองหรือโกลเดนไรซ์ พัฒนาจากข้าวพันธุ์ญี่ปุ่น ข้าวทองหรือโกลเดนไรซ์2 พัฒนาจากข้าวสายพันธุ์อินดิคาที่มา www.biotec.or.th/biotechnology-th/Unit-Halabala.asp
  29. 29. • ใน ส่วนของไม้ดอกไม้ประดับซึ่งมีมูลค่าสูง มีการศึกษาวิถีและกลไกของการ เปลี่ยนสีดอกในพืชหลายชนิด พืชต้นแบบที่ใช้ในการศึกษา คือ พิทเู นีย และสแนปดรากอน โดยมีบริษัทฟลอริยีน และบริษัท ซันทอรีของญี่ปุ่น เป็นผู้นาในการวิจัยด้านนี้ และประสบความสาเร็จในการทาคาร์เนชั่นและ ดอกกุหลาบให้เป็นสีน้าเงินดอกคาร์เนชั่นดัดแปลงพันธุกรรมให้เป็นสีม่วง ของ บ.Florigene Flower ดอกกุหลาบดัดแปลงพันธุกรรมให้เป็นสีม่วงของ บ.Suntoryที่มา www.biotec.or.th/biotechnology-th/newsdetail.asp?id=3624
  30. 30. พืชดัดแปลงทางพันธุกรรม พืชดัดแปลงพันธุกรรมอืนๆ เช่น ทาให้พืช ่เพื่อให้ยืดอายุของผลผลิตได้ ต้านทานความแห้งแล้ง ต้านทานดินยาวนานขึน โดยนายีนที่มี ้ เค็ม ดัดแปลงพืชให้แปลกและแตกต่างไปผลต่อเอนไซม์ที่สังเคราะห์เอ จากเดิมเพื่อให้เหมาะสมกับตลาดและความทิลีนใส่เข้าไปในผลไม้ เช่น ต้องการของมนุษย์มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามมะเขือเทศ ทาให้มะเขือเทศสุก พืชดัดแปลงพันธุกรรมช้าลง เนื่องจากไม่มีการสร้างเอ (Genetically Modified Organism :ทิลีน ลดความเน่าเสียของ GMOs) ถึงจะมีประโยชน์มากมายแต่ก็ยังมีข้อมะเขือเทศ สามารถเก็บรักษา โต้แย้งทางสังคมเป็นอย่างมากว่าอาจจะไม่ได้นานขึ้นและขนส่งได้เป็น ปลอดภัยกับผู้บริโภคและอาจก่อให้เกิดปัญหาระยะทางไกลขึ้น ทางด้านพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ความ หลากหลายทางชีวภาพ การมิวเทชันและอาจ เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคตได้
  31. 31. • วิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน ทาให้เราสามารถเลือกซื้อผักผลไม้จาก การตัดแต่งพันธุกรรม หรือที่เรียกกันติดปากว่า จีเอ็มโอ (GMOs) ที่ สามารถคัดเลือกพันธุ์ที่ดี และเติบโตขึ้นโดยปราศจากยาฆ่าแมลง ที่สาคัญ ยังสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นภายในบ้าน หรือตู้แช่ภายในห้างสรรพสินค้าได้ นานถึง 15 วัน• การตัดแต่งพันธุกรรมเพื่อให้เก็บความสดไว้ได้นานนี้ ยังสามารถใช้ได้กับผัก ผลไม้ประเภทอื่น ๆ เช่น มะละกอ กล้วย มะม่วง เป็นต้น
  32. 32. • ที่สาคัญ ผู้บริโภค คิดอย่างไรกับการบริโภค ผักและผลไม้ที่มาจากการตัด แต่งพันธุกรรมเหล่านี้
  33. 33. • พันธุ วิศวกรรมเพื่อผลิตพืชเวชกรรมกาลังมาแรง และมีแนวโน้มจะได้รับการ ยอมรับมากกว่าพืชอาหารพืชดัดแปลง• พันธุ กรรมมีข้อได้เปรียบหลายประการที่ทาให้เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เช่น ราคา ถูกกว่าการผลิตในยีสต์หรือแบคทีเรีย ราว 10–100 เท่า ขยายขนาดได้ง่าย ปลอดภัย ง่ายต่อการสกัดและการนาสารมาใช้• ใน ปี พ.ศ. 2548 มีการผลิตยาสูบที่มีตัวยาสาหรับรักษาโรคมะเร็ง นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยอื่นๆ เช่น การผลิตยีนภูมิคุ้มกันในน้านมคนให้อยู่ในน้านมข้าว การใช้ยีนจากหญิงที่เป็น หมัน ซึ่งมีฤทธิ์ทาลายสเปิร์มมาผลิตในข้าวโพด เพื่อทา ยาคุมกาเนิดใส่ในถุงยางอนามัย หรือการพัฒนาให้ข้าวโพดผลิตวัคซีนไวรัสตับ อักเสบ
  34. 34. มันฝรั่งตัดต่อพันธุกรรมสายพันธุ์นี้มีชื่อว่า Am flora ที่ปรับปรุงพันธุ์โดยบริษัท BASF ที่ได้ทาการดัดแปลงพันธุกรรมในการให้ผลผลิตแป้งจากหัวมันนั้นอยู่ในรูปของโครงสร้างที่เป็นกิ่งสาขา(Amylopectin) เกือบทั้งหมด ซึ่งจะแตกต่างจากแป้งที่มีอยู่ในหัวมันฝรั่งทั่วๆไปที่มีโครงสร้างของแป้งแบบผสมทั้ง แบบสายโซ่ตรง(Amylose) และแบบกิ่งสาขา โดยผลผิตผลมันฝรั่งพวกนี้จะไม่ได้มีจุดมุ่งหมายในการนามาบริโภค แต่จะนาไปใช้ในอุตสาหกรรมการทากระดาษและผลิตภัณฑ์กาวยึดเกาะซึ่งจากการเปิดเผยของ Thornston Storck นักวิชาการพืชศาสตร์ของบริษัท BASF กล่าวว่า ทางบริษัทได้ทาการวิจัยและทดสอบปลูกมันฝรั่งที่ตัดต่อพันธุกรรมนี้มาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว และเฝ้าติดตามถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งความปลอดภัยทางด้านสุขภาพและสภาพแวดล้อมแล้ว ไม่มีผลเสียหายใดๆเกิดขึ้นทั้งสิ้น
  35. 35. ฉลาก Genetically Modified Organisms (GMOs)-Conventional Fruit Labels - Four digits starting with 4ฉลากผลไม้ทั่วไป - มีตัวเลขสี่หลัก ขึ้นต้นด้วย 4 เช่น 4 xxx- Organic Fruit Labels -Five digits and starts with number 9ฉลากผลไม้ Organic ( ผลไม้ที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี) - มีตัวเลขห้าหลักขึ้นต้นด้วย 9 เช่น 9 xxxx-Genetically Modified Fruits (GMOs) -Start with the digit 8ฉลากผลไม้ GMOs ( ผลไม้ที่ปลูกโดยใช้พันธ์ที่ผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรม)- มีตัวเลขห้าหลัก ขึ้นต้นด้วย 8 เช่น 8xxxx
  36. 36. แอปเปิ้ล ที่มีรหัส 4922 แปลว่า แอปเปิ้ลนี้เป็นแอปเปิลทั่วๆ ไป ที่ปลูกด้วยการใส่ปุ๋ยปกติถ้าแอปเปิ้ลติดสติ๊กเกอร์ มีรหัส 99222 แสดงว่าเป็นแอปเปิลที่ปลูกโดยวิธีปลอดสารเคมี และปลอดภัยถ้าแอปเปิลติดสติ๊กเกอร์ มีรหัส 89222 อย่าซื้อ!!!!!!แสดงว่าเป็นแอปเปิลที่ผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรม ( GMO)
  37. 37. ศูนย์ ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตรัง ประสบความสาเร็จในการพัฒนา และปลูกข้าวโพดเหนียวพันธุแฟนซีสีม่วง 111 และพันธุสีขาวม่วง 212 พบคุณสมบัติ ์ ์ เยี่ยมด้านการต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็ง เตรียมเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ ผลิตได้รุ่นแรก เพื่อแจกจ่ายแก่เกษตรกรที่สนใจ จากการพัฒนาสายพันธุ์มาจาก ข้าวโพดสีม่วงผสมกับข้าวโพดเหนียว ทาให้ได้ข้าวโพดเหนียวสีม่วง ที่มีฝักใหญ่ รสชาตินุ่มลิ้น หวานและเหนียว โดย สีม่วงเข้มในเมล็ดนั้น เป็นสารแอนโทไซยานิน ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งชนิดเนือ ้งอก เสริมให้รางกายต่อต้านเชือโรคและสมาน ่ ้แผล เสริมการทางานของเม็ดเลือดแดง ชะลอการเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือด ช่วยควบคุมระดับน้าตาลและชะลอความแก่
  38. 38. The End

×