Act Of Skill Development

Loading...

Flash Player 9 (or above) is needed to view presentations.
We have detected that you do not have it on your computer. To install it, go here.

1 comments

Comments 1 - 1 of 1 previous next Post a comment

  • + wachrapongs wachrapongs 2 years ago
    If someone download its, Please comment to me.
Post a comment
Embed Video
Edit your comment Cancel

1 Favorite

Act Of Skill Development - Presentation Transcript

  1. พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ . ศ . 2545 ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 119 ตอนที่ 98 / 1 วันที่ 1 ตุลาคม 2545 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2546
  2. เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
    • การเปิดเสรีทางการค้า
    • การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม
    • การแข่งขันทางเศรษฐกิจทวีความรุนแรง
    • การบริหารจัดการทางการผลิต การค้าและการบริการ
    • ความต้องการแรงงานฝีมือเพิ่มขึ้น
    • ข้อจำกัดของภาครัฐในการผลิตแรงงานฝีมือให้ทันความต้องการ
    • - งบประมาณ
    • - บุคลากร
    • ข้อจำกัดของภาครัฐในการผลิตแรงงานฝีมือให้ตรงความต้องการ
    • - ภาคเอกชนมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยกว่า
    • - สถานประกอบกิจการบางแห่งมีเทคนิคเฉพาะที่เป็นความลับ
    • เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานประกอบการภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มากยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มมาตรการจูงใจด้านการยกเว้นและลดหย่อนภาษีอากรและสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งให้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาฝีมือแรงงาน
    วัตถุประสงค์ของ พรบ . ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ . ศ . 2545
  3. พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ . ศ . 2545 หมวด 1 การฝึกอบรมฝีมือแรงงาน หมวด 2 มาตรฐานฝีมือแรงงาน หมวด 3 กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน หมวด 4 สิทธิประโยชน์ของผู้ดำเนินการฝึก หมวด 5 คณะกรรมการส่งเสริม การพัฒนาฝีมือแรงงาน หมวด 6 นายทะเบียนและ พนักงานเจ้าหน้าที่ หมวด 7 การเพิกถอนการเป็น ผู้ดำเนินการฝึกการพักใช้ และการเพิกถอนใบอนุญาต หมวด 8 การอุทธรณ์ หมวด 9 บทกำหนดโทษ
  4. หมวด 1 การฝึกอบรมฝีมือแรงงาน หมวด 1 การฝึกอบรมฝีมือแรงงาน การฝึกเตรียมเข้าทำงาน การฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน การฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ ดำเนินการฝึกอบรมเอง ส่งไปฝึกภายนอก สถานศึกษา สถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานของทางราชการ สถานฝึกอบรมฝีมือแรงงานอื่น ( มูลนิธิ สมาคมหรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ) ฝึกในสถานประกอบกิจการ / สถานที่อื่น ฝึกในศูนย์ฝึกอบรมฝีมือแรงงาน อาจรับนักเรียน นิสิต นักศึกษาหรือบุคคลที่ทางราชการส่งมาฝึกเข้ารับการฝึก
  5. การรับนักเรียน นิสิต นักศึกษาจากสถานศึกษา และบุคคลที่ทางราชการส่งมาฝึกเข้ารับการฝึก ส่งหลักสูตรของสถานศึกษา หลักสูตรของผู้ดำเนินการฝึก หรือ หลักสูตรที่สถานศึกษากับผู้ดำเนินการฝึกร่วมกันจัดทำขึ้น ให้นายทะเบียนรับทราบก่อนเริ่มดำเนินการฝึก
    • จัดทำสัญญาการฝึกเป็นหนังสือกับผู้รับการฝึก
    • ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้รับการฝึก
    • จัดทำทะเบียนประวัติผู้รับการฝึกไว้เป็นหลักฐาน
    • ออกหนังสือรับรองแก่ผู้รับการฝึกที่สำเร็จการฝึก
    เงื่อนไข หน้าที่
  6. ประเภทของการฝึก
    • การฝึกเตรียมเข้าทำงาน หมายถึงการที่ผู้ประกอบกิจการจัดให้บุคคลทั่วไปได้ฝึกอบรมฝีมือแรงงาน ก่อนเข้าทำงาน เพื่อให้สามารถทำงานได้ตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน
    2. การฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน หมายถึงการที่ผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นนายจ้างจัดให้ลูกจ้างได้ฝึกอบรมฝีมือแรงงานเพิ่มเติมในสาขาอาชีพที่ ลูกจ้างได้ปฏิบัติงานอยู่ ตามปกติ เพื่อให้ลูกจ้างได้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในสาขาอาชีพนั้นสูงขึ้น 3. การฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ หมายถึงการที่ผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นนายจ้างจัดให้ลูกจ้างได้ฝึกอบรมฝีมือแรงงานเพิ่มเติมในสาขาอาชีพที่ ลูกจ้างมิได้ปฏิบัติงานอยู่ ตามปกติ เพื่อให้ลูกจ้างได้มีความรู้ ความสามารถ ที่จะทำงานในสาขาอาชีพอื่นนั้นได้ด้วย
  7. การฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ เสนอหลักสูตร รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และรายการค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมเสนอต่อนายทะเบียนเพื่อให้ความเห็นชอบ ( หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกอบรมแล้ว ) เงื่อนไข หน้าที่
    • ผู้ดำเนินการฝึกมีหน้าที่ต่อลูกจ้างตามกฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
    • หากฝึกอบรมนอกเวลาทำงานปกติหรือในวันหยุด ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างผู้เข้ารับการฝึก
    • ห้ามเรียกหรือรับเงินค่าฝึกอบรม หรือค่าตอบแทนในลักษณะใดๆ จากผู้รับการฝึก
  8. เงื่อนไขการขอรับสิทธิและประโยชน์ การฝึกเตรียมเข้าทำงาน ( กรณีฝึกเอง ) การฝึกเตรียมเข้าทำงาน ( กรณีส่งไปฝึก ) การรับนักเรียน นิสิต นักศึกษาและบุคคลที่ทางราชการส่งมาฝึก การฝึกยกระดับฝีมือแรงงานและการฝึกเปลี่ยนสาขาอาชีพ ( ทั้งกรณีฝึกเองและส่งไปฝึก ) ขอรับความเห็นชอบรายละเอียดเกี่ยวกับการฝึก ( ก่อนการฝึก ) ขอรับความเห็นชอบหลักสูตรรายการค่าใช้จ่าย ( หลังการฝึก ) ส่งหลักสูตรให้นายทะเบียนรับทราบ ( ก่อนการฝึก ) ขอรับความเห็นชอบหลักสูตรรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และรายการค่าใช้จ่าย ( หลังการฝึก )
  9. หลักเกณฑ์การพิจารณาหลักสูตร 1. ลักษณะของหลักสูตร 2. วัตถุประสงค์และเนื้อหาวิชาของหลักสูตร ต้องเป็นการฝึกอบรม ไม่ใช่การประชุมหรือสัมมนา ( ที่ไม่ได้ให้ความรู้แก่ผู้รับการฝึกอบรม ) ต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะและทัศนคติต่อการปฏิบัติงาน 3. ระยะเวลาการฝึก ต้องสอดคล้องกับหลักสูตรและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ( ฝึกเตรียมฯ 30, ฝึกยกระดับฯ 6, ฝึกเปลี่ยนสาขาฯ 18) ต้องมีเนื้อหาวิชาที่มีความสอดคล้องและเป็นประโยชน์กับกิจการ
  10. หลักเกณฑ์การพิจารณาหลักสูตร 4. จำนวนผู้เข้ารับการฝึก 5. คุณสมบัติของวิทยากร ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ( ฝึกเตรียมฯ ไม่ได้กำหนด , ฝึกยกระดับฯ และ ฝึกเปลี่ยนสาขาฯ แต่ละกลุ่มเกิน 50 คน ) ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ( ฝึกเตรียมฯ กำหนด , ฝึกยกระดับฯ และ ฝึกเปลี่ยนสาขาฯ ไม่ได้กำหนด ) 6. คุณสมบัติของผู้รับการฝึก ฝึกเตรียมฯ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี , ฝึกยกระดับฯ และ ฝึกเปลี่ยนสาขาฯ ต้องมีฐานะเป็นลูกจ้างของผู้ดำเนินการฝึก
  11. กรอบค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมลูกจ้าง
  12. หมวด 4 สิทธิประโยชน์ที่ผู้ดำเนินการฝึกจะได้รับ การนำค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมไปหักลดหย่อนภาษี 150 % 200 %
  13. หมวด 3 กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
    • เพื่อให้นายจ้าง หรือสถานประกอบกิจการมีส่วนร่วมในการพัฒนาฝีมือแรงงานมากขึ้น
    • เพื่อสนับสนุนการพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยจัดตั้งเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน
    เหตุผลและความจำเป็นในการจัดตั้งกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
  14. เงินสบทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
    • ประกาศกระทรวงแรงงานที่ออกตามคามในมาตรา 29 และมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ . ศ . 2545 กำหนดให้
    • ผู้ประกอบกิจการประเภทอุตสาหกรรม พาณิชยกรรมหรือธุรกิจอย่างอื่นซึ่งมีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปทุกท้องที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ในอัตราร้อยละ 1 ของค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ
    • เว้นแต่เป็นผู้ซึ่งจัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงานตามที่กำหนดไว้ในหมวด 1 ในสัดส่วนร้อยละ 50 ของลูกจ้างทั้งหมด
    ที่มา
  15. เงินสบทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
    • ห้ามนับซ้ำคน ในปีเดียวกันถ้าผู้รับการฝึกคนเดียวกันได้รับการฝึกอบรมมากกว่า 1 หลักสูตร ให้นับ 1 คน 1 หลักสูตร
    • ให้นับจำนวนผู้รับการฝึก ซึ่งเป็นลูกจ้างที่ได้ลาออกไปแล้วในระหว่างปีด้วย
    • ให้นับรวมจำนวนผู้รับการฝึกของทุกสาขาที่ได้ขึ้นทะเบียนรวมกันที่สำนักงานใหญ่ด้วย
    หลักเกณฑ์การนับจำนวนผู้รับการฝึกเพื่อประเมินเงินสมทบ
  16. เงินสบทบกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน
    • กรณีผู้ประกอบกิจการจัดฝึกอบรมไม่ครบตามสัดส่วนที่กำหนดให้นำจำนวนลูกจ้างที่ไม่ได้รับการฝึกอบรมมาคำนวณเงินสมทบ
    การคำนวณเงินสมทบ สูตรการคำนวณ [(3,990  12 เดือน )  1%]  จำนวนลูกจ้างที่ไม่ได้รับการฝึกอบรมตามสัดส่วนที่กำหนด
  17.  

+ wachrapongswachrapongs, 2 years ago

custom

729 views, 1 favs, 0 embeds more stats

Act of Skill Development BE:2545 in Thailand

More info about this document

© All Rights Reserved

Go to text version

  • Total Views 729
    • 729 on SlideShare
    • 0 from embeds
  • Comments 1
  • Favorites 1
  • Downloads 19
Most viewed embeds

more

All embeds

less

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate. If needed, use the feedback form to let us know more details.

Cancel
File a copyright complaint
Having problems? Go to our helpdesk?

Categories