Your SlideShare is downloading. ×
08
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
176
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
1
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. ใบงานที่ 8 เรื่อง โครงงานประเภท “การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ ”ความหมายโปรแกรมประยุกต์ หรื อ ซอฟต์แวร์ประยุกต์คือ แบ่งออกเป็ น 1.ซอฟต์ แวร์ สำเร็จ เป็ นซอฟต์แวร์ที่บริ ษทพัฒนาขึ้น แล้วนําออกมาจําหน่าย เพื่อให้ ัผูใช้งานซื้อไปใช้ได้โดยตรง ไม่ตองเสี ยเวลาในการพัฒนาซอฟต์แวร์อีก ้ ้ 2.ซอฟต์ แวร์ ใช้ งำนเฉพำะ มักเป็ นซอฟต์แวร์ที่ผพฒนาต้องเข้าไปศึกษารู ปแบบการ ู้ ัทํางานหรื อความต้องการของธุรกิจนั้น ๆ แล้วจัดทําขึ้น โดยทัวไปจะเป็ นซอฟต์แวร์ที่มีหลาย ่ ัส่วนรวมกันเพื่อร่ วมกันทํางาน ตัวอย่างของซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะที่ใช้กนในทางธุรกิจ เช่นระบบงานทางด้านบัญชี ระบบงานจัดจําหน่าย ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม บริ หารการเงิน และการเช่าซื้อ เป็ นต้นCredit : http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=1bf12134f88bc8ebตัวอย่ างที่ 1 การประยุกต์ คอมพิวเตอร์ เพือพัฒนาโครงงาน ่ประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์ 1. โครงงานพัฒนาสื่อเพือการศึกษา ลักษณะเด่นของโครงงานประเภทนี้ คือ เป็ น ่โครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการผลิตสื่ อเพื่อการศึกษา โดยการสร้างโปรแกรมบทเรี ยนหรื อหน่วยการเรี ยน ซึ่งอาจจะต้องมีภาคแบบฝึ กหัด บททบทวน และคําถามคําตอบไว้พร้อม ผูเ้ รี ยนสามารถเรี ยนแบบรายบุคคลหรื อรายกลุ่มการสอน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้ถือว่าคอมพิวเตอร์เป็ นอุปกรณ์การสอน ซึ่งอาจเป็ นการพัฒนาบทเรี ยนแบบออนไลน์ ให้ผเู้ รี ยนเข้ามาศึกษาด้วยตนเองก็ได้ โครงงาน ประเภทนี้สามารถพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนใน
  • 2. วิชาต่างๆ โดยผูเ้ รี ยนอาจคัดเลือกเนื้อหาที่เข้าใจยาก มาเป็ นหัวข้อในการพัฒนาสื่ อเพื่อการศึกษา ตัวอย่างโครงงาน เช่น การเคลื่อนที่แบบโปรเจ็กไตล์ ระบบสุริยจักรวาล ตัวแปรต่างๆ ที่มีผลต่อการชํากิ่งกุหลาบ หลักภาษาไทย และสถานที่สาคัญของประเทศไทย เป็ นต้น ํ 2. โครงงานประเภทการประยุกต์ ใช้ งาน โครงงานประยุกต์ใช้งานเป็ นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการ สร้างผลงานเพื่อประยุกต์ใช้งานจริ งในชีวิตประจําวัน อาทิเช่นซอฟต์แวร์สาหรับการออกแบบและตกแต่งภายในอาคาร ซอฟต์แวร์สาหรับการผสมสี และ ํ ํซอฟต์แวร์สาหรับการระบุคนร้าย เป็ นต้น โครงงานประเภทนี้จะมีการประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ํซอฟต์แวร์ หรื ออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ ซึ่งอาจเป็ นการคิดสร้างสิ่ งของขึ้นใหม่ หรื อปรับปรุ ง ่เปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีอยูแล้วให้มีประสิ ทธิภาพสูงขึ้น โครงงานลักษณะนี้จะต้องศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผูใช้ก่อน แล้วนําข้อมูลที่ได้มาใช้ในการออกแบบ และพัฒนา ้สิ่ งของนั้นๆ ต่อจากนั้นต้องมีการทดสอบการทํางานหรื อทดสอบคุณภาพของสิ่ งประดิษฐ์แล้วปรับ ปรุ งแก้ไขให้มีความสมบูรณ์ โครงงานประเภทนี้ผเู้ รี ยนต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเครื่ องคอมพิวเตอร์ ภาษาโปรแกรม และเครื่ องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 3. โครงงานพัฒนาเกม โครงงานประเภทนี้เป็ นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อความรู้หรื อเพื่อความ เพลิดเพลิน เกมที่พฒนาควรจะเป็ นเกมที่ไม่รุนแรง เน้นการใช้สมอง ัเพื่อฝึ กคิดอย่างมีหลักการ โครงงานประเภทนี้จะมีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่นเพื่อให้น่าสนใจแก่ผเู้ ล่น พร้อมทั้งให้ความรู้สอดแทรกไปด้วย ผูพฒนาควรจะได้ทาการสํารวจ ้ ั ํและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเกมต่างๆ ที่มีอยูทวไป และนํามาปรับปรุ งหรื อพัฒนาขึ้นใหม่ ่ ั่เพื่อให้เป็ นเกมที่แปลกใหม่ และน่าสนใจแก่ผเู้ ล่นกลุ่มต่างๆ 4. โครงงานพัฒนาเครื่องมือ โครงงานประเภทนี้เป็ นโครงงานเพื่อพัฒนาเครื่ องมือช่วย สร้างงานประยุกต์ต่างๆ โดยส่วนใหญ่จะอยูในรู ปซอฟต์แวร์ เช่น ซอฟต์แวร์วาด ่รู ป ซอฟต์แวร์พิมพ์งาน และซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่างๆ เป็ นต้น สําหรับซอฟต์แวร์เพื่อการพิมพ์งานนั้นสร้างขึ้นเป็ นโปรแกรมประมวลคํา ซึ่งจะเป็ นเครื่ องมือให้เราใช้ในการพิมพ์งานต่างๆบนเครื่ องคอมพิวเตอร์ ส่วนซอฟต์แวร์การวาดรู ป พัฒนาขึ้นเพื่ออํานวยความสะดวกให้การวาดรู ปบนเครื่ องคอมพิวเตอร์ให้เป็ นไปได้ โดยง่าย สําหรับซอฟต์แวร์ช่วยการ
  • 3. มองวัตถุในมุมต่างๆ ใช้สาหรับช่วยการออกแบบสิ่ งของ อาทิเช่น ผูใช้วาดแจกันด้านหน้า และ ํ ้ ่ต้องการจะดูวาด้านบนและด้านข้างเป็ นอย่างไร ก็ให้ซอฟต์แวร์คานวณค่าและภาพที่ควรจะ ํเป็ นมาให้ เพื่อพิจารณาและแก้ไขภาพแจกันที่ออกแบบไว้ได้อย่างสะดวก 5. โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี โครงงานประเภทนี้เป็ นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการ จําลองการทดลองของสาขาต่างๆ ซึ่งเป็ นงานที่ไม่สามารถทดลองด้วยสถานการณ์จริ งได้ เช่น การจุดระเบิด เป็ นต้น และเป็ นโครงงานที่ผทาต้องศึกษารวบรวม ู้ ํความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริ ง และแนวคิดต่างๆ อย่างลึกซึ้งในเรื่ องที่ตองการศึกษาแล้วเสนอเป็ น ้ ่แนวคิด แบบจําลอง หลักการ ซึ่ งอาจอยูในรู ปของสูตร สมการ หรื อคําอธิบาย พร้อมทั้งาร ็จําลองทฤษฏีดวยคอมพิวเตอร์ให้ออกมาเป็ นภาพ ภาพที่ได้กจะเปลี่ยนไปตามสูตรหรื อสมการ ้ ่ ู้ ํนั้น ซึ่งจะทําให้ผเู้ รี ยนมีความเข้าใจได้ดียงขึ้น การทําโครงงานประเภทนี้มีจุดสําคัญอยูที่ผทา ิ่ต้องมีความรู้ในเรื่ องนั้นๆ เป็ นอย่างดี ตัวอย่างโครงงานจําลองทฤษฎี เช่น การทดลองเรื่ องการไหลของของเหลว การทดลองเรื่ องพฤติกรรมของปลาปิ รันย่า และการทดลองเรื่ องการมองเห็นวัตถุแบบสามมิติ เป็ นต้น จากการศึกษาประเภทของโครงงานคอมพิวเตอร์ ทําให้ผจดทําได้ทราบว่า โครงงาน ู้ ัคอมพิวเตอร์มีกี่ประเภท รายละเอียดของแต่ละประเภท มีอะไรบ้าง ทําให้ผจดทําสามารถนํา ู้ ัความรู้ท่ีได้รับไปสร้างสรรค์ผลงานให้ถูกประเภทยิงขึ้น และสามารถนําความรู้ที่ได้รับไป ่เผยแพร่ แก่ผอื่นได้ ู้ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ 1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ 2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล 3. จัดทําเค้าโครงของโครงงาน เมื่อผูเ้ รี ยนได้ศึกษาเอกสารอ้างอิงต่างๆ และเลือกเรื่ องที่จะทําโครงงานคอมพิวเตอร์ รวมทั้งวางแผนการทําโครงงานทุกขั้นตอน โดยปรึ กษากับอาจารย์ที่ปรึ กษาหรื อผูทรงคุณวุฒิแล้ว จึงเขียนเค้าโครงของโครงงานเพื่อใช้เป็ นกรอบแนวคิดและ ้แนวทาง ตลอดจนข้อตกลงต่างๆ ในการทําโครงงานคอมพิวเตอร์ระหว่างผูเ้ รี ยน อาจารย์ และ
  • 4. ผูเ้ กี่ยวข้อง นอกจากจะต้องใช้หลักการทางวิชาการแล้ว ยังจําเป็ นต้องมีขอตกลงและเงือนไข ้ต่างๆ ด้วย เช่น การขออนุญาตใช้หองปฏิบติการคอมพิวเตอร์ การจัดหาลิขสิ ทธิ์ของซอฟต์แวร์ ้ ัเครื่ องมือและตัวแปลภาษาโปรแกรม เป็ นต้น เพื่อช่วยให้การทําโครงงานดําเนินไปอย่างราบรื่ น 4. การลงมือทําโครงงาน 5. การเขียนรายงาน 6. การนําเสนอและแสดงโครงงานคอมพิวเตอร์ กราฟิ กกับการประยุกต์ ใช้ ในงานด้านต่ างๆ1. คอมพิวเตอร์ กราฟิ กกับการออกแบบ คอมพิวเตอร์กราฟิ กได้ถูกนํามาใช้ในการออกแบบมาเป็ นเวลานาน เราคงจะเคยได้ยนคํา ิว่า CAD (Computer - Aided Design) ซึ่งเป็ นโปรแกรมสําหรับช่วยในการออกแบบทางวิศวกรรม โปรแกรมเหล่านี้จะช่วยให้ผออกแบบหรื อวิศวกรออกแบบงานต่างๆ ได้สะดวกขึ้น ู้กล่าวคือ ผูออกแบบสามารถเขียนเป็ นแบบลายเส้นแล้วลงสี แสงเงา เพื่อให้ดูคล้ายกับของจริ ง ้ได้ นอกจากนี้แล้วเมื่อผูออกแบบกําหนดขนาดของวัตถุลงในระบบ CAD แล้ว ผูออกแบบยัง ้ ้สามารถย่อหรื อขยายภาพนั้น หรื อต้องการหมุนภาพไปในมุมต่างๆ ได้ดวย การแก้ไขแบบก็ทา ้ ํได้ง่ายและสะดวกกว่าการออกแบบบนกระดาษ ทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้ าและอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์กราฟิ กถูกนํามาใช้ในการออกแบบวงจรต่างๆ ผูออกแบบสามารถวาดวงจรบนจอภาพโดยใช้สญลักษณ์ต่างๆ ที่ระบบ ้ ัจัดเตรี ยมไว้ให้แล้วมาประกอบกันเป็ นวงจรที่ตองการ ผูออกแบบสามารถแก้ไข ตัดต่อ เพิ่มเติม ้ ้วงจรได้โดยสะดวก นอกจากนี้ยงมีโปรแกรมสําหรับออกแบบ PCB (Printed Circuit ัBoard) ซึ่งมีความสามารถจัดการให้แผ่นปริ นต์มีขนาดที่จะวางอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้เหมาะสมที่สุด การออกแบบพาหนะต่างๆ เช่น รถยนต์ เครื่ องบิน หรื อเครื่ องจักรต่างๆ ในปัจจุบนก็ใช้ ัระบบ CAD นักออกแบบสามารถจะออกแบบส่วนย่อยๆ แต่ละส่วนก่อน แล้วนํามาประกอบ
  • 5. กันเป็ นส่วนใหญ่ข้ ึนจนเป็ นเครื่ องจักรเครื่ องยนต์ที่ตองการได้ นอกจากนี้ในบางระบบยัง ้สามารถที่จะทดสอบแบบจําลองที่ออกแบบไว้ได้ดวย เช่น อาจจะออกแบบรถยนต์แล้วนํา ้โครงสร้างของรถที่ออกแบบนั้นมาจําลองการวิ่ง โดยให้วงที่ความเร็วต่างๆ กันแล้วตรวจดูผลที่ ิ่ได้ ซึ่งการทดลองแบบนี้สามารถทําได้ในระบบคอมพิวเตอร์และจะประหยัดกว่าการสร้างรถจริ งๆ แล้วนําออกมาศึกษาทดสอบการวิ่ง การออกแบบโครงสร้าง เช่น ตึก บ้าน สะพาน หรื อโครงสร้างใดๆ ทางวิศวกรรมโยธาและสถาปัตยกรรม ก็สามารถทําได้โดยใช้ CAD ช่วยในการออกแบบ หลังจากสถาปนิกออกแบบโครงสร้างในแบบ 2 มิติเสร็จแล้ว ระบบ CAD สามารถจัดการให้เป็ นภาพ 3 มิติ และยังสามารถแสดงภาพที่มุมมองต่างๆ กันได้ตามที่ผออกแบบต้องการ นอกจากนี้ในบางระบบ ู้สามารถแสดงภาพให้ปรากฏต่อผูออกแบบราวกับว่าผูออกแบบสามารถเดินเข้าไปภายใน ้ ้อาคารที่ออกแบบได้ดวย ้2. กราฟและแผนภาพ คอมพิวเตอร์กราฟิ กถูกนํามาใช้ในการแสดงภาพกราฟและแผนภาพของข้อมูลได้เป็ นอย่างดี โปรแกรมทางกราฟิ กทัวไปในท้องตลาดจะเป็ นโปรแกรมที่ใช้ในการสร้างภาพกราฟ ่และแผนภาพ โปรแกรมเหล่านี้ยงสามารถสร้างกราฟได้หลายแบบ เช่น กราฟเส้น กราฟแท่ง ัและกราฟวงกลม นอกจากนี้ยงสามารถแสดงภาพกราฟได้ท้งในรู ปแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ทําให้ ั ัภาพกราฟที่ได้ดูดีและน่าสนใจ กราฟและแผนภาพทางธุรกิจ เช่น กราฟหรื อแผนภาพแสดงการเงิน สถิติ และข้อมูลทางเศรษฐกิจ จะเป็ นประโยชน์ต่อผูบริ หารหรื อผูจดการกิจการมาก ้ ้ัเนื่องจากสามารถทําความเข้าใจกับข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วกว่าเดิม ในงานวิจยต่างๆ เช่น ัการศึกษาทางฟิ สิ กส์ กราฟและแผนภาพมีส่วนช่วยให้นกวิจยทําความเข้าใจกับข้อมูลได้ง่ายขึ้น ั ัเมื่อข้อมูลที่ตองวิเคราะห์มีจานวนมาก ้ ํ ระบบข้อมูลทางภูมิศาสตร์ หรื อ GIS (Geographical Information System) ก็เป็ นรู ปแบบหนึ่งของการแสดงข้อมูลในทํานองเดียวกับกราฟและแผนภาพ ข้อมูลทางภูมิศาสตร์จะถูกเก็บ
  • 6. ลงในระบบคอมพิวเตอร์ แล้วให้ระบบคอมพิวเตอร์กราฟิ กจัดการแสดงข้อมูลเหล่านั้นออกมาทางจอภาพในรู ปของแผนที่ทางภูมิศาสตร์3. ภาพศิลป์ โดยคอมพิวเตอร์ กราฟิ ก การวาดภาพในปัจจุบนนี้ใครๆ ก็สามารถวาดได้แล้วโดยไม่ตองใช้พ่กนกับจานสี แต่จะ ั ้ ู ัใช้คอมพิวเตอร์กราฟิ กแทน ภาพที่วาดในระบบคอมพิวเตอร์กราฟิ กนี้เราสามารถกําหนดสีแสงเงา รู ปแบบลายเส้นที่ตองการได้โดยง่าย ภาพโฆษณาทางโทรทัศน์หลายชิ้นก็เป็ นงานจาก ้การใช้คอมพิวเตอร์กราฟิ ก ข้อดีของการใช้คอมพิวเตอร์วาดภาพก็คือ เราสามารถแก้ไขเพิ่มเติมส่วนที่ตองการได้ง่าย นอกจากนี้เรายังสามารถนําภาพต่างๆ เก็บในระบบคอมพิวเตอร์ได้โดย ้ใช้เครื่ องสแกนเนอร์ (Scanner) แล้วนําภาพเหล่านั้นมาแก้ไข4. ภาพเคลือนไหวโดยใช้ คอมพิวเตอร์ ่ ภาพยนตร์การ์ตนและภาพยนต์ประเภทนิยายวิทยาศาสตร์หรื อภาพยนตร์ที่ใช้เทคนิค ูพิเศษต่างๆ ในปัจจุบนมีการนําคอมพิวเตอร์กราฟิ กเข้ามาช่วยในการออกแบบและสร้าง ัภาพเคลื่อนไหว (Computer Animation) มากขึ้น เนื่องจากเป็ นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว และง่ายกว่าวิธีอื่นๆ นอกจากนี้ภาพที่ได้ยงดูสมจริ งมากขึ้น เช่น ภาพยานอวกาศที่ปรากฏในภาพยนตร์ ั ่ประเภทนิยายวิทยาศาสตร์ เป็ นต้น การใช้คอมพิวเตอร์กราฟิ กช่วยให้ภาพที่อยูในจินตนาการของมนุษย์สามารถนําออกมาทําให้ปรากฏเป็ นจริ งได้ ภาพเคลื่อนไหวมีประโยชน์มากทั้งในระบบการศึกษา การอบรม การวิจย และการจําลองการทํางาน เช่น จําลองการขับรถ การขับ ั ็เครื่ องบิน เป็ นต้น เกมส์คอมพิวเตอร์หรื อวิดีโอเกมส์กใช้หลักการทําภาพเคลื่อนไหนในคอมพิวเตอร์กราฟิ กเช่นกัน5. อิเมจโปรเซสซิงก์ คําว่าอิเมจโปรเซสซิงก์ (Image Processing) หมายถึง การแสดงภาพที่เกิดจากการถ่ายรู ปหรื อจากการสแกนภาพให้ปรากฏบนจอภาพคอมพิวเตอร์ วิธีการทางอิเมจโปรเซสซิงก์จะต่าง
  • 7. กับวิธีการของคอมพิวเตอร์กราฟิ ก กล่าวคือ ในระบบคอมพิวเตอร์กราฟิ ก ตัวคอมพิวเตอร์เองจะเป็ นตัวที่สร้างภาพ แต่เทคนิกทางอิเมจโปรเซสซิงก์น้ นใช้คอมพิวเตอร์สาหรับการ ั ํ ่จัดรู ปแบบของสี และแสงเงาที่มีอยูแล้วในภาพให้เป็ นข้อมูลทางดิจิตอล แล้วอาจจะมีวิธีการทําให้ภาพที่รับเข้ามานั้นมีความชัดเจนมากขึ้นก่อน จากนั้นก็จดการกับข้อมูลดิจิตอลนี้ให้เป็ นภาพ ัส่งออกไปที่จอภาพของคอมพิวเตอร์อีกที วิธีการนี้มีประโยชน์ในการแสดงภาพของวัตถุท่ีเราไม่สามารถจะเห็นได้โดยตรง เช่น ภาพถ่ายดาวเทียม ภาพจากทีวีสแกนของหุ่นยนต์อุตสาหกรรม เป็ นต้น เมื่อภาพถ่ายถูกทําให้เป็ นข้อมูลดิจิตอลแล้ว เราก็สามารถจะจัดการแก้ไขเปลี่ยนแปลงภาพนั้นได้โดยจัดการกับข้อมูลดิจิตอลของภาพนันเอง ซึ่งเราก็จะใช้หลักการของคอมพิวเตอร์ ่ ักราฟิ กมาใช้กบข้อมูลเหล่านี้ได้ เช่น ในภาพสําหรับการโฆษณา เราสามารถทําให้ภาพที่เห็นเหมือภาพถ่ายนั้นแปลกออกไปจากเดิมได้โดยมีภาพบางอย่างเพิ่มเข้าไปหรื อบางส่วนของภาพนั้นหายไป ทําให้เกิดภาพที่ไม่น่าจะเป็ นจริ งแต่ดูเหมือนกับเกิดขึ้นจริ งได้ เป็ นต้น ั เทคนิคของอิเมจโปเซสซิงก์สามารถประยุกต์ใช้กบการแพทย์ได้ เช่น เครื่ องเอกซเรย์ โทโมกราฟี (X-ray Tomography)ซึ่ งใช้สาหรับแสดงภาพตัดขวางของระบบร่ างกายมนุษย์ เป็ นต้น ํ ่จากที่กล่าวมาแล้ว เราจะเห็นได้วาคอมพิวเตอร์กราฟิ กนั้นนับวันยิงมีความสําคัญในสาขาวิชา ่ต่างๆ มากขึ้น ดังนั้นจึงเป็ นการดีที่เราควรจะมีความรู้ความเข้าใจในหลักการและทคนิคเบื้องต้นต่างๆ ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์กราฟิ กที่มาhttp://namkwanmay.wordpress.com/2011/02/
  • 8. http://www.rayongwit.ac.th/computer/m2fri49/g21m2fri/apply.htmhttp://www.mc.ac.th/learning/chaiwbi/project/p111.htmlตัวอย่ างที่ 2 โครงการ การทบทวนวรรณกรรมและพัฒนาเครื่ องมือประเมินความพิการ กันยายน 2554 พญ.ศิรินาถ ตงศิริ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คํานําเอกสารฉบับนี้เป็ นรายงานปิ ดโครงการการทบทวนวรรณกรรม และพัฒนาเครื่ องมือเพื่อใช้ในการประเมินความพิการในชุมชนโดยใช้รหัส ICF ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนการดําเนินงานจากสถาบันสร้างเสริ มสุขภาพคนพิการ (สสพ.) ได้เริ่ มดําเนินโครงการมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2553 และกําหนดแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2554 ดําเนินการโดย อ.ดร.พญ.ศิรินาถ ตงศิริ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในระหว่างการดําเนินโครงการ ผูวิจยได้เขียนรายงานสรุ ปโครงการที่ได้ดาเนินการเสร็จ ้ ั ํ ัสิ้นในแต่ละขั้นตอนเพื่อรายงานความก้าวหน้าให้กบสสพ. และเมื่อได้ดาเนินโครงการแล้ว ํเสร็จทั้งหมด ผูวิจยได้เขียนรายงานฉบับเต็มนี้ข้ ึนและได้มีการปรับปรุ งเนื้อหาบางส่วนให้มี ้ ั ่ความถูกต้อง และปรับเนื้อความให้กระชับมากยิงขึ้น ดังนั้น เนื้อหาบางอย่างที่อยูในรายงาน ่ฉบับนี้อาจมีความแตกต่างกับรายงานย่อยที่ได้ส่งไปก่อนหน้านี้ ความรู้ที่ผวิจยได้รับมากที่สุดในการดําเนินโครงการนี้ คือ การนํารหัส ICF ไปใช้ในการ ู้ ัเก็บข้อมูลคนพิการ ผูวจยได้รู้จกรหัส ICF ตั้งแต่ประมาณ 5-6 ปี ที่แล้ว แต่ยงไม่มีโอกาสได้ ้ิั ั ั
  • 9. เรี ยนรู้ ทําความเข้าใจ และได้ทดลองนําไปใช้งานจนกระทังได้มาทํางานวิจยนี้ ผูวิจยเห็นว่า ่ ั ้ ัการใช้รหัส ICF นี้มีประโยชน์อย่างยิงในการปรับมุมมองการทํางานกับคนพิการให้ครอบคลุม ่ ่ทุกมิติ ใช้ในการสื่ อสารกับผูให้บริ การที่ไม่ได้อยูในสายงานอาชีพเดียวกันให้สามารถทํางาน ้ไปด้วยกันได้ ประโยชน์สูงสุดที่เกิดขึ้น คือ คุณภาพชีวิตของคนพิการที่ควรจะได้รับการ ่พัฒนาให้ดียงขึ้นจากการมีมุมมองรอบด้านและการสื่ อสารที่เป็ นไปอย่างดีอยูบนพื้นฐานของ ิ่การเข้าใจและพูดถึงสิ่ งเดียวกันของผูปฏิบติงาน ้ ั หวังเป็ นอย่างยิงว่า ผูที่ได้นารหัส ICF ไปใช้ในงานของตน จะได้รับความรู้สึกอย่างนี้ และ ่ ้ ํนําไปพัฒนาคุณภาพชีวตคนพิการอย่างได้ผลดีและมีประสิ ทธิภาพต่อไป.. ิที่มา http://www.healthyability.com/detail_new.php?content_id=804ตัวอย่ างที่ 3โครงการ เครื่ องมือวัดสเปกตรัมแสงสําหรับนาโนพลาสโมนิกส์และการ ประยุกต์ใช้งานทางชีวภาพโครงการวิจยนี้ ตัวอย่ างเครื่องมือที่ต้องการสร้ างขึนประกอบด้ วย ั ้ อุปกรณ์สาหรับวัดสเปกตรัมการกระเจิงแสงสําหรับโครง สร้างระดับนาโนของโลหะ ํ ัสําหรับใช้กบกล้องจุลทรรศน์เชิงแสงทัวไป ่ ชุดทดลองสําหรับวัดสเปกตรัมการกระเจิงแสง (Scattering spectrum) หรื อการลดทอนแสง (Extinction spectrum) สําหรับสารตัวอย่างที่เป็ นสารละลายและมีปริ มาณน้อย เช่น มีปริ มาตร 10 - 100 ไมโครลิตร เป็ นต้น
  • 10. อุปกรณ์และชุดทดลองเชิงแสงดังกล่าว จะช่วยให้นกวิจยในประเทศสามารถตรวจวัด ั ัคุณสมบัติเชิงแสงของโครงสร้างระดับ นาโนได้แม่นยํามากขึ้น โดยไม่ตองจัดหาเครื่ องมือ ้วิเคราะห์ที่มีราคาแพงจากต่างประเทศ เครื่ องมืออีกชนิดหนึ่งที่มีความสําคัญในการศึกษาคุณสมบัติเชิงแสงของโครง สร้างระดับนาโนคือ ซอฟต์แวร์สาหรับการจําลองเชิงตัวเลขโดยใช้เทคนิค Finite-different time- ํdomain (FDTD) ซอฟต์แวร์ดงกล่าวนิยมใช้ในการคํานวณหาสเปกตรัมแสงของอนุภาคและ ัสนามไฟฟ้ ารอบๆ อนุภาค ผลการคํานวณสามารถนํามาอธิบายผลการทดลองได้ เพื่อให้เข้าใจหลักการทํางานของอนุภาคได้ชดเจนมากขึ้น ซอฟต์แวร์ FDTD มีใช้งานโดยทัวไป แต่การใช้ ั ่งานกับโครงสร้างระดับนาโนของโลหะนั้นต้องใช้ความรู้ความชํานาญเฉพาะ ด้าน การพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านนี้ข้ ึนในเนคเทค จะสามารถช่วยสนับสนุนการวิจยและ ัพัฒนาในสาขานี้ได้ เพื่อแสดงความเป็ นไปได้ของการประยุกต์ใช้โครงสร้างระดับนาโนของโลหะกับการพัฒนาเป็ นไบโอเซนเซอร์ขนาดเล็ก ทีมวิจยจะเลือกตัวอย่างโครงสร้างนาโนที่ได้รับการ ัศึกษาวิจยไประดับหนึ่ง เช่น อนุภาคนาโนของทองหรื ออนุภาคนาโนคู่ของทอง (Gold ั ัnanoparticle dimers) ซึ่งเป็ นโครงสร้างที่มีอนุภาคนาโน 2 อนุภาค ถูกจับยึดเข้าใกล้กนด้วยสาย ัดีเอ็นเอเป้ าหมาย ดังรู ปที่ 4 (ดร.สุกญญา แซ่เอี๋ยว, BIOTEC) โครงสร้างดังกล่าวถูกนําไปใช้เป็ นดีเอ็นเอเซนเซอร์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รับการศึกษาคุณสมบัติเชิงแสงโดยละเอียดโดยเฉพาะระดับอนุภาค ซึ่งทีมวิจยจะนําโครงสร้างนาโนดังกล่าวมาทดลองวัดคุณสมบัติเชิง ัแสงเพิ่มเติม ด้วยอุปกรณ์และชุดทดลองที่สร้างขึ้น และเปรี ยบเทียบกับผลการจําลองด้วยซอฟต์แวร์ FDTD ทีมวิจยคาดหมายว่าจากผลการทดลองและการคํานวณที่ได้ จะทําให้สามารถ ัพัฒนาแนวทางใหม่ๆ ในการพัฒนาไบโอเซนเซอร์ดงกล่าวให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เช่น ัสามารถตรวจวัดได้ที่ความเข้มข้นของดีเอ็นเอเป้ าหมายได้ต่าลงกว่าเดิม ํครุ ภณฑ์หลักที่สาคัญในการสร้างอุปกรณ์และชุดทดลองดังกล่าว เช่น กล้องจุลทรรศน์เชิงแสง ั ํกล้องซีซีดีสาหรับแสงความเข้มตํ่า ซอฟต์แวร์ FDTD สเปกโตรมิเตอร์ เป็ นต้น ห้องปฏิบติการ ํ ั
  • 11. วิจยเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ได้จดหาไว้แล้วผ่านการจัดสรร ครุ ภณฑ์ประจําปี (Capacity ั ั ั ่building) และบางส่วนอยูในระหว่างการจัดหาเพิ่มเติม อนึ่ง โครงสร้างระดับนาโนของโลหะ (Metallic nanostructures) มีปรากฎการณ์เชิงแสงที่แตกต่างจากโครงสร้างโลหะทัวไปอย่างมาก เมื่อมองด้วยตาเปล่าเราจะพบว่าโครงสร้าง ่ระดับนาโนของโลหะจะมีสีต่างๆ ขึ้นอยูกบขนาด ชนิดโลหะ และสภาพแวดล้อม ่ ัปรากฏการณ์ดงกล่าวสามารถอธิบายได้โดยใช้ทฤษฎีการกระเจิงแสงสําหรับโครงสร้าง ระดับ ันาโน และการเกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ าเนื่องจากการสันของอิเล็กตรอนอิสระที่ผวโลหะ คลื่น ่ ิแม่เหล็กไฟฟ้ าดังกล่าวเป็ นคลื่นผิวและสามารถเคลื่อนที่ได้ตามแนวพื้น ผิวเป็ นระยะทางสั้นๆนิยมเรี ยกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ าดังกล่าวว่า Surface plasmon polaritons (SPP) หรื อเรี ยกสั้นๆ ว่าพลาสโมนิกส์หรื อนาโนพลาสโมนิกส์ (Plasmonics/Nanoplasmonics) ปรากฏการณ์น้ ีได้รับความสนใจอย่างมากจากนักวิจยทัวโลก เพราะสามารถนําไปประยุกต์ใช้ได้หลายด้าน ั ่โดยเฉพาะในสาขาชีวภาพ เช่น การตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็ง ไบโอเซนเซอร์ที่มีขนาดเล็ก การศึกษากลไกการทํางานของเซลล์สิ่งมีชีวิต เป็ นต้น ปัจจุบนนี้โครงสร้างระดับนา ัโนของโลหะกลายเป็ นวัสดุที่สาคัญสําหรับการ ประยุกต์ใช้ในทางชีวภาพหรื อในสาขาไบโอ ํนาโนเทคโนโลยี (Nanobiotechnology)วัตถุ ประสงค์ของโครงการ 1. สร้างชุดลองวัดสเปกตรัมการกระเจิงแสงและสเปกตรัมการลดทอนของแสงสําหรับอนุภาค นาโนหรื อโครงสร้างระดับนาโนของโลหะ สําหรับใช้ในการวิจยและพัฒนา ั 2. ศึกษาคุณสมบัติเชิงแสงโครงสร้างระดับนาโนของโลหะ เช่น อนุภาคนาโนเดี่ยวหรื ออนุภาคนาโนคู่ของทอง (Gold nanoparticle dimers) โดยใช้การศึกษาทางทฤษฎีและโปรแกรมFinite difference time domain (FDTD) และการทดลองโดยใช้ชุดทดลองที่สร้างขึ้น 3. ศึกษาแนวทางการประยุกต์ใช้อนุภาคนาโนของทองเป็ นไบโอเซนเซอร์ที่มีขนาดเล็กบทคัดย่ อ
  • 12. อนุภาค นาโนของทองขนาด 10 - 100 nm มีสเปกตรัมการกระเจิงแสงในช่วง 530 - 600nm โดยเมื่อขนาดใหญ่ข้ ึนสเปกตรัมการกระเจิงแสงจะเลื่อนไปทางขวา คุณสมบัติเชิงแสงดังกล่าว ทําให้เมื่อสังเกตุอนุภาคนาโนของทองด้วยกล้องจุลทรรศน์ในโหมดดาร์คฟิ ลด์ (Dark-field microscopy) จะพบว่าอนุภาคขนาด 40 nm จะมีสีเขียวและอนุภาคที่มีขนาดใหญ่ข้ ึนจะมีสีเขียว-เหลืองหรื อค่อนข้างแดง ดังรู ปที่ 1 ปรากฏการณ์ดงกล่าวได้ถูกประยุกต์ใช้เป็ นหลักการ ัวัดไบโอเซนเซอร์ที่มีขนาด เล็กและราคาถูก เช่น เมื่อเติมสารตัวอย่างที่มีโมเลกุลสารชีวภาพที่ต้องการวัดปนอยู่ ลงไปในสารละลายที่มีอนุภาคนาโนของทองซึ่งติดผิวด้วยสารชีวภาพสําหรับตรวจจับ (Ligands) จะทําให้อนุภาคนาโนของทองเกิดการจับกลุ่มกัน (Aggregation)ทําให้สเปกตรัมการกระเจิงเลื่อนไปทางขวา ซึ่งสังเกตการเปลี่ยนสี ได้ดวยตาเปล่า ดังรู ปที่ 2 ้และรู ปที่ 3 หรื อสามารถตรวจวัดด้วยเครื่ องมือเชิงแสงที่มีราคาถูก เหมาะสําหรับการใช้งานแบบภาคสนามและการใช้งานแบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable) นอกจากอนุภาคนาโนของทองแล้ว โครงสร้างระดับนาโนของโลหะรู ปแบบอื่นๆ ยังได้รับความสนใจอย่างมากนํามาประยุกต์ใช้เป็ นวัสดุตรวจวัดสําหรับไบโอเซน เซอร์ โดยมีเป้ าหมายการใช้งานที่คล้ายคลึงกันคือ การพัฒนาเซนเซอร์ที่มีขนาดเล็กเหมาะสําหรับการใช้งานภาคสนาม ตัวอย่างโครงสร้างระดับนาโนที่มีการรายงานไว้ เช่น นาโนโฮลและนาโนโฮลอาร์เรย์ นาโนปิ ระมิด นาโนรอด สายอากาศนาโน เป็ นต้น ซึ่งเทคนิคการตรวจวัดคุณสมบัติโครงสร้างนาโนเหล่านิ้ ส่วนใหญ่แล้วจะใช้การวัดการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติเชิงแสงของอนุภาคมากกว่าการ ตรวจวัดคุณสมบัติดานอื่นๆ เนื่องจากทําได้ง่ายกว่า ้ระยะ เวลาดาเนินโครงการ : 1 พฤษภาคม พ.ศ.2554 ถึง 30 เมษายน พ.ศ.2555คณะผู้ วิจยัหัวหน้าโครงการ : นายบุญส่ง สุตะพันธ์ผูร่วมวิจย : นายสถาพร จันทน์หอม, นายอาโมทย์ สมบูรณ์แก้ว, นายรัฐศาสตร์ อัมฤทธิ์ ้ ั
  • 13. ที่มา http://www.nectec.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=2314:r54-&catid=340:2011-07-02-05-49-13&Itemid=1066ตัวอย่างที่ 4 โครงงานประเภทการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์"(GameDevelopment)โครงงานพัฒนาโปรแกรมประยุกต์หรื อโครงงานพัฒนาเกมโครงงานประเภทนีเป็ นโครงงานพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพือความรู้หรื อเพือความเพลิดเพลินเกมทีพฒนาควรจะเป็ นเกมทีไม่รุนแรงเน้นการใช้ ัสมองเพือฝึ กคิดอย่างมีหลักการโครงงานประเภทนีจะมีการออกแบบลักษณะและกฎเกณฑ์การเล่นเพือให้น่าสนใจแก่ผเู้ ล่นพร้อมทังให้ความรู้สอดแทรกไปด้วยผูพฒนาควรจะได้ทาการ ้ ั ํ ่ ัสํารวจและรวบรวมข้อมูลเกียวกับเกมต่างๆทีมีอยูทวไปและนํามาปรับปรุ งหรื อพัฒนาขึนใหม่เพือให้เป็ นเกมทีแปลกใหม่และน่าสนใจแก่ผเู้ ล่นกลุ่มต่างๆตัวอย่างโครงงานประเภทพัฒนาโปรแกรมประยุกต์1.เกมผจญภัยกับพระอภัยมณี 2.เกมอักษรเขาวงกต3.เกมเลือกตังสมาชิกสภาผูแทนราษฎร4.เกมผจญภัยกับภาษาอังกฤษ5.เกมหมากฮอส6.เกมบวกลบเลขแสน ้สนุก7.เกมศึกรามเกียรติC8.เกมมวยไทย9.เกมอักษรไขว้โครงงานคอมพิวเตอร์เรื่ องสร้างเกมคณิ ตคิดเร็วออนไลน์ ่โดย 1.เด็กชายธันธวัช เอียมสะอาด 2.เด็กชายเสนา สุภาวะหา 3.เด็กชายสิ ทธิกร สังข์อยูสุขครู ที่ปรึ กษา นายณรงค์ ศักดิ์เจริ ญสิ ทธิชย ับทคัดย่ อ โครงงานสร้างเกมคณิตคิดเร็วออนไลน์เป็ นโครงงานทีประยุกต์เอาซอฟแวร์ประเภทต่างๆมาใช้งานร่ วมกันเพือให้ได้โปรแกรมทีใช้งานได้ตามจุดมุ่งหมายตามทีตงจุดประสงค์ไว้ ัได้แก่โปรแกรมออเธอร์แวร์โปรแกรมเฟรชแชตโปรแกรมแอปเซฟเวอร์โปรแกรมดรี มเว็บเวอร์และภาษาพีเฮชพีซึงโปรแกรมแบ่งออกเป็ น3ส่วนใหญ่ดงต่อไปนี1.เซฟเวอร์ทีทาหน้าที ั ํ
  • 14. รับส่งข้อมูลระหว่างผูใช้ใช้โปรแกรมแอปเซฟเวอร์เป็ นเซฟเวอร์และใช้ภาษาพีเฮชพีเขียนด้วย ้โปรแกรมดรี มเว็บเวอร์ใช้ในการรับส่งข้อมูลผูเ้ ล่น2.โปรแกรมติดต่อสื อสารระหว่างผูใช้งาน ้โปรแกรมได้แก่โปรแกรมเฟรชแชต3.โปรแกรมออเธอร์แวร์ใช้ในการเขียนโปรแกรมเพือผสมผสานการทํางานของโปรแกรมข้างต้นเพือให้ใช้งานได้ตามจุดประสงค์ผลการทําสร้างโปรแกรมปรากฏว่าสามารถสร้างโปรแกรมเกมคณิ ตคิดเร็วออนไลน์ทีสามารถเล่นผ่านระบบเครื อข่ายตามจุดมุ่งหมายทีตงไว้ ัขอบคุณข้อมูลจากhttp://www.gistda.or.thตัวอย่ างที่ 5 โครงงานพัฒนาเครื องมือ(ToolsDevelopment)เป็ นโครงงานเพือพัฒนาเรื องมือมาใช้ช่วยสร้างงานประยุกต์ต่างๆซึงโดยส่วนใหญ่จะเป็ นในรู ปซอฟต์แวร์ตวอย่างของเครื องมือ ัช่วยงานเช่นซอฟต์แวร์วาดรู ปซอฟต์แวร์พิมพ์งานซอฟต์แวร์ช่วยการมองวัตถุในมุมต่างๆเป็ นต้นสําหรับซอฟต์แวร์เพือการพิมพ์งานนั-นสร้างขึ-นเป็ นโปรแกรมประมวลผลภาษาซึงจะเป็ นเครื องมือให้เราใช้งานในงานพิมพ์ต่างๆบนเครื องคอมพิวเตอร์เป็ นไปได้โดยง่ายซึงรู ปทีได้สามารถนําไปใช้งานต่างๆได้มากมายสําหรับซอฟต์แวร์ช่วยในการมองวัตถุในมุมต่างๆใช้สําหรับช่วยในการออกแบบสิ งของต่างๆตัวอย่างเช่น1.โปรแกรมการค้นหาคําภาษาไทย2.
  • 15. โปรแกรมอ่านอักษรไทย3.โปรแกรมวาดภาพสามมิติ4.โปรแกรมบีบอัดข้อมูล5.โปรแกรมประมวลผลคําไทยบนระบบปฏิบติการลีนุกซ์ั ตัวอย่างโครงงานชื่อโครงงานระบบบาร์โค้ดบนโทรศัพท์เคลือนทีเพือการดําเนินธุรกิจชื่อผูทาโครงงานนาย ฑีฆวัฒน์ เทพานวล, นาย ปวีณวัช สุรินทร์, นาย ปิ ยะพงษ์ บุญมี ชื่อ ้ ํอาจารย์ทีปรึ กษาผศ.ดร.สุ ขมาลกิติสินสถาบันการศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระดับชั8 ุนปริ ญญาตรี หมวดวิชาคอมพิวเตอร์วน/เดือน/ปี ทําโครงงาน1/1/2549บทคัดย่อโครงการนี-มี ัวัตถุประสงค์เพือนําเทคนิคการสร้างบาร์โค้ดบนจอภาพโทรศัพท์เคลือนทีมาใช้ในการพัฒนาระบบทีประกอบด้วยโปรแกรมประยุกต์บนโทรศัพท์เคลือนทีและเว็บเซอร์วิสเพือรองรับการทํางานดังนี-คือการขอรับใบแจ้งค่าบริ การการขอทําบัตรสมาชิกการจองและการซื-อตัCวต่างๆจากเว็บเซอร์วิสผูให้บริ การคือหน่วยงานของรัฐและเอกชนทีมีการใช้ใบแจ้งค่าบริ การหรื อบัตร ้สมาชิกผูให้บริ การในระบบธุรกิจทีมีการใช้ตCวตามลําดับผ่านโปรแกรมประยุกต์บนโทรศัพท์ ้ ัเคลือนทีเพือใช้โปรแกรมประยุกต์บนโทรศัพท์เคลือนทีแทนใบแจ้งค่าบริ การบัตรสมาชิกตัCวต่างๆและใช้ในการยืนยันการออกตัCวจริ งจากจองตัCวต่างๆโดยระบบมีการทํางานดังนี-คือเว็บเซอร์วิสของระบบจะทําหน้าทีรวบรวมบริ การและเป็ นตัวกลางในการเชือมต่อประสานการทํางานเพือส่งผ่านข้อมูลใบแจ้งค่าบริ การข้อมูลบัตรสมาชิกข้อมูลหมายเลขเฉพาะหรื อข้อมูลหมายการจองของตัCวต่างๆระหว่างเว็บเซอร์วิสผูให้บริ การกับโปรแกรมประยุกต์บนโทรศัพท์ ้เคลือนทีโดยลักษณะข้อมูลทีใช้ในการแลกเปลียนเป็ นรู ปแบบเอกสารXMLซึงโปรแกรมประยุกต์บนโทรศัพท์เคลือนทีของระบบสามารถนําข้อมูลหมายเลขบาร์โค้ดบนใบแจ้งค่าบริ การหมายเลขบาร์โค้ดบนบัตรสมาชิกและหมายเลขเฉพาะหรื อหมายเลขการจองของตัCวต่างๆทั-งจากการเชือมต่อกับเว็บเซอร์วิสของระบบการรับข้อความSMSจากผูให้บริ การและ ้การพิมพ์ขอมูลโดยตรงมาทําการสร้างเป็ นบาร์โค้ดบนจอภาพโทรศัพท์เคลือนทีเพือรองรับการ ้อ่านจากเครื องอ่านบาร์โค้ดในการใช้งานต่อไปโดยระบบทีพฒนาขึ้นจะเป็ นนวัตกรรม ั ใหม่ซึงช่วยอํานวยความสะดวกและช่วยให้เกิดความรวดเร็วในการดําเนินธุรกิจโดยทําให้ผใช้ระบบในส่วนโปรแกรมประยุกต์บนโทรศัพท์เคลือนทีของระบบสามารถลดภาระการ ู้เก็บดูแลรักษาบัตรสมาชิกใบแจ้งค่าบริ การและตัCวต่างๆเพิมความสะดวกรวดเร็วในการยืนยัน
  • 16. ออกตัCวจริ งจากการจองตัCวต่างๆด้านผูให้บริ การต่างๆสามารถลดการใช้ตนทุนและ ้ ้ทรัพยากรธรรมชาติจากการผลิตบัตรสมาชิกใบแจ้งค่าบริ การและตัCวต่างๆเช่นพลาสติกกระดาษหมึกพิมพ์เป็ นต้นโครงการนี-ได้มีการสร้างส่วนจําลองเพือใช้ในการทดสอบระบบสองส่วนส่วนแรกคือส่วนเว็บเซอร์วิสและโปรแกรมประยุกต์สาขาของผูให้บริ การส่วนทีสอง ้คือส่วนโปรแกรมประยุกต์ของบริ ษทตัวแทนรับชําระเงิน ัทีมา:http://www.thaigoodview.com/node/17030?page=0%2C7http://namkwanmay.wordpress.com/2011/02/08/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7/https://sites.google.com/site/luksaduankhorngnganthekhnoloyi/tawxyang-khorng-ngan-khxmphiwtexr

×