Your SlideShare is downloading. ×
กฎหมายเลือ กตั้ง ส .ส .
วัน นี้ พระราชกฤษฎีก าเกี่ย วกับ การเลือ กตั้ง สมาชิก สภา
ผู้แ ทนราษฎร ในวัน ที่ 15 ตุล าคม พ.ศ. 2...
4. ตรวจสอบรัฐ บาลโดยตั้ง กระทู้ถ าม อภิป รายทั่ว ไป
อภิป รายไม่ไ ว้ว างใจนายกรัฐ มนตรี หรือ รัฐ มนตรีเ ป็น
รายบุค คลหรือ ค...
จบการศึก ษาไม่ต ำ่า กว่า ปริญ ญาตรี หรือ เทีย บเท่า
(เว้น แต่เ คยเป็น ส.ส. หรือ ส.ว.)
เป็น สมาชิก พรรคการเมือ งพรรคเดีย ว ...
แจ้ง เหตุต ่อ บุค คลซึ่ง กกต. แต่ง ตั้ง ภายใน 60 วัน นับ แต่ว ัน
ประกาศ คราวนี้ห ากไม่ไ ปแจ้ง เหตุอ ัน ควรจะเสีย สิท ธิต า...
เลือ กตั้ง ในประเทศนั้น น้อ ยกว่า 500 คน หรือ ในกรณี
ที่ก ารเดิน ทางไม่ส ะดวกหรือ มีค วามจำา เป็น อื่น
4. เมื่อ ย้า ยถิ่น ...
อาจเดิน ทางไปใช้ส ิท ธิเ ลือ กตั้ง ได้ สามารถแจ้ง เหตุท ี่
ไม่อ าจไปใช้ส ิท ธิเ ลือ กตั้ง
2. โดยขอรับ และยื่น หนัง สือ แจ้...
อาจเดิน ทางไปใช้ส ิท ธิเ ลือ กตั้ง ได้ สามารถแจ้ง เหตุท ี่
ไม่อ าจไปใช้ส ิท ธิเ ลือ กตั้ง
2. โดยขอรับ และยื่น หนัง สือ แจ้...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.

94

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
94
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
1
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Transcript of "กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส."

  1. 1. กฎหมายเลือ กตั้ง ส .ส . วัน นี้ พระราชกฤษฎีก าเกี่ย วกับ การเลือ กตั้ง สมาชิก สภา ผู้แ ทนราษฎร ในวัน ที่ 15 ตุล าคม พ.ศ. 2549 มีผ ลบัง คับ ใช้ ในวัน นี้ รายการทนายคลายทุก ข์ จึง ขอนำา กฎหมายเลือ กตั้ง ที่ ประชาชนควรรู้ม าแจ้ง ให้ท ราบ ดัง นี้ (ขอขอบคุณ ข้อ มูล จาก หนัง สือ คู่ม ือ ประชาชนสำา หรับ การเลือ กตั้ง ของสำา นัก งานคณะ กรรมการการเลือ กตั้ง ) การเลือ กตั้ง ส.ส. ประเทศไทยเป็น ประเทศที่ป กครองในระบอบ ประชาธิป ไตยอัน มีพ ระมหากษัต ริย ์ท รงเป็น ประมุข หลัก การสำา คัญ ของการปกครองระบอบประชาธิป ไตย คือ ประชาชนทุก คนเป็น เจ้า ของอำา นาจในการปกครอง ประเทศ แต่ก ารจะให้ป ระชาชนทั้ง 64 ล้า นคน เข้า ไปบริห าร ประเทศ หรือ ออกกฎหมายพร้อ ม ๆ กัน ย่อ มทำา ไม่ไ ด้ จึง ต้อ ง เลือ ก ส.ส.เป็น ผู้แ ทนของเราเข้า ไปทำา หน้า ที่ บริห ารประเทศชาติแ ทน เรีย กว่า ระบอบประชาธิป ไตยแบบผู้ แทนหรือ แบบทางอ้อ ม โดยส่ว นหนึ่ง เข้า ไปเป็น รัฐ บาลส่ว น หนึ่ง ไปเป็น ส.ส. หลัก การสำา คัญ ของการปกครองในระบอบ ประชาธิป ไตย ปัจ จุบ ัน จึง เป็น การปกครองโดยประชาชน แต่ ประชาชนได้ม อบอำา นาจให้ต ัว แทนของตนหรือ ส.ส.ที่เ ลือ ก เข้า ไปได้ใ ช้อ ำา นาจในการบริห ารประเทศ และออกกฎหมาย แทนในช่ว งระยะเวลาที่ก ำา หนด อำา นาจหน้า ที่ข อง ส.ส. ส.ส. คือ ตัว แทนของประชาชนที่เ ราเลือ กเข้า ไปทำา หน้า ที่ สำา คัญ คือ 1. ออกกฎหมายเพื่อ ประโยชน์ข องประชาชน และ แผ่น ดิน 2. ดูแ ลทุก ข์ส ุข ปัญ หา ความต้อ งการของประชาชนใน เขตของเรา แล้ว นำา ไป เสนอรัฐ บาลแก้ไ ข หรือ เสนอรัฐ บาลออกกฎหมายที่เ ป็น ประโยชน์ต ่อ ประชาชน 3. แต่ง ตั้ง นายกรัฐ มนตรีแ ละรัฐ มนตรี เข้า บริห าร ประเทศ
  2. 2. 4. ตรวจสอบรัฐ บาลโดยตั้ง กระทู้ถ าม อภิป รายทั่ว ไป อภิป รายไม่ไ ว้ว างใจนายกรัฐ มนตรี หรือ รัฐ มนตรีเ ป็น รายบุค คลหรือ คณะ 5. ถอดถอนนายกรัฐ มนตรี รัฐ มนตรี ถ้า กระทำา ผิด 6. ควบคุม การบริห ารราชการแผ่น ดิน และการใช้จ ่า ย ของรัฐ บาล ในปีห นึ่ง งบประมาณแผ่น ดิน สำา หรับ พัฒ นาประเทศ มีป ระมาณไม่น ้อ ยกว่า 1,000,000 ล้า นบาท ส.ส.มีก ี่ป ระเภท ส.ส. แบ่ง ออกเป็น 2 ประเภท 1. ส.ส. แบบแบ่ง เขต คือ แบ่ง เขตเลือ กตั้ง ทั่ว ประเทศออกเป็น 400 เขต ในแต่ล ะเขตเลือ กตั้ง มี ส.ส.ได้ 1 คน รวมทั้ง ประเทศจึง มี ส.ส.400 คน หลัก การนี้ม าจากเหตุผ ลที่ว ่า แต่ล ะเขตเลือ กตั้ง ควร มีจ ำา นวน ส.ส.เท่า กัน อย่า งสมำ่า เสมอประชาชนหนึ่ง คนมีห นึ่ง เสีย งเท่า กัน มีค วามเสมอภาคกัน ไม่ว ่า จะมีภ ูม ิล ำา เนาอยู่ใ น พื้น ที่ใ ดหรือ จะยากดีม ีจ น เป็น ชาวไร่ช าวนา หรือ เศรษฐี ซึ่ง แตกต่า งกับ การเลือ กตั้ง แบบเดิม ที่แ ต่ล ะเขต มี ส.ส. ไม่เ ท่า กัน บางเขตมี 1 คน บางเขตมี 2 คน หรือ 3 คน 2. ส.ส.แบบบัญ ชีร ายชื่อ คือ ส.ส. ที่ท ุก พรรคการเมือ ง ต้อ งส่ง บัญ ชีร ายชื่อ พรรคละไม่เ กิน 100 คน เรีย งลำา ดับ ไว้ เพื่อ ให้ผ ู้ม ีส ิท ธิเ ลือ กตั้ง ควบคู่ก ับ การเลือ กตั้ง ส.ส.แบบแบ่ง เขต เหตุผ ลของการมี ส .ส .แบบบัญ ชีร ายชื่อ ก็ค ือ พรรคการเมือ งจะคัด ผู้ส มัค รที่ม ีค วามรู้ ความสามารถของ พรรคมาลง ส .ส .ประเภทนี้ เมื่อ พรรคได้เ สีย งข้า งมากก็จ ะแต่ง ตั้ง ส .ส .จากบัญ ชีน ี้เ ป็น รัฐ มนตรี แล้ว แต่น โยบายของแต่ล ะ พรรคการเมือ ง ทั้ง นี้ เพื่อ ให้ ส .ส . แบบแบ่ง เขต ทำา หน้า ที่ ส .ส .ด้า น นิต ิบ ัญ ญัต ิห รือ อาจแต่ง ตั้ง ให้ด ำา รงตำา แหน่ง ทางการเมือ ง ดูแ ลทุก ข์ส ุข ของประชาชนในพื้น ที่ แต่เ พีย งอย่า งเดีย ว ส่ว น ส .ส .แบบบัญ ชีร ายชื่อ ให้ท ำา หน้า ที่เ ป็น รัฐ มนตรี ถ้า พรรคได้ เสีย งข้า งมาก ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง - มีส ัญ ชาติไ ทยโดยการเกิด มีอ ายุไ ม่ต ำ่า กว่า 25 ปีบ ริบ ูร ณ์ใ นวัน เลือ กตั้ง
  3. 3. จบการศึก ษาไม่ต ำ่า กว่า ปริญ ญาตรี หรือ เทีย บเท่า (เว้น แต่เ คยเป็น ส.ส. หรือ ส.ว.) เป็น สมาชิก พรรคการเมือ งพรรคเดีย ว นับ ถึง วัน สมัค รรับ เลือ กตั้ง ติด ต่อ กัน ไม่น ้อ ยกว่า 90 วัน - ด้วย ผู้สมัครแบบแบ่งเขตต้องมีลักษณะเข้าข้อหนึ่งข้อใดก็ได้ ดังนี้ มีช ื่อ อยู่ใ นทะเบีย นบ้า นในจัง หวัด ที่ส มัค รติด ต่อ กัน ไม่ น้อ ยกว่า 1 ปี นับ ถึง วัน สมัค ร เคยเป็น ส.ส.จัง หวัด ที่ส มัค รหรือ เคยเป็น สมาชิก สภาท้อ งถิ่น หรือ ผู้บ ริห ารท้อ งถิ่น ในจัง หวัด นั้น เกิด ในจัง หวัด ที่ส มัค ร เคยศึก ษาในสถานศึก ษาในจัง หวัด ที่ส มัค ร (ติด ต่อ กัน ไม่น ้อ ยกว่า 2 ปีก ารศึก ษา) ผู้ม ีส ิท ธิเ ลือ กตั้ง ต้อ งมีค ุณ สมบัต ิด ัง นี้ 1. มีส ัญ ชาติไ ทย (ถ้า แปลงสัญ ชาติต ้อ งได้ส ัญ ชาติ ไทยมาแล้ว ไม่น ้อ ยกว่า 5 ปี) 2. มีอ ายุไ ม่ต ำ่า กว่า 18 ปีบ ริบ ูร ณ์ ในวัน ที่ 1 มกราคม ของปีท ี่ม ีก ารเลือ กตั้ง 3. มีช ื่อ อยู่ใ นทะเบีย นบ้า นในเขตเลือ กตั้ง มาแล้ว ไม่น ้อ ยกว่า 90 วัน นับ ถึง วัน เลือ กตั้ง ดัง นี้ นอกจากนี้ ในวัน เลือ กตั้ง ยัง ต้อ งไม่ม ีล ัก ษณะต้อ งห้า ม 1. วิก ลจริต หรือ จิต ฟั่น เฟือ นไม่ส มประกอบ 2. เป็น ภิก ษุ สามเณร นัก พรต หรือ นัก บวช 3. ต้อ งคุม ขับ อยู่โ ดยหมายของศาลหรือ โดยคำา สั่ง ที่ช อบด้ว ยกฎหมาย 4. อยู่ใ นระหว่า งถูก เพิก ถอนสิท ธิเ ลือ กตั้ง การแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่น ้อ ยกว่า 7 วัน ก่อ นวัน เลือ กตั้ง ให้ไ ปแจ้ง เหตุท ี่ไ ม่อ าจ ไปลงคะแนนเลือ กตั้ง ต่อ นายทะเบีย นอำา เภอหรือ นายทะเบีย น ท้อ งถิ่น หรือ ผอ.เขต ของ กทม. หรือ ปลัด เมือ งพัท ยา หรือ ทำา เป็น หนัง สือ มอบหมายให้บ ุค คลใดไปยื่น แทนหรือ ส่ง ทาง ไปรษณีย ์ล งทะเบีย นก็ไ ด้ หลัง วัน เลือ กตั้ง 30 วัน กกต. ประกาศรายชื่อ ผู้ไ ม่ไ ปลง คะแนนและไม่ไ ด้แ จ้ง เหตุอ ัน ควร เพื่อ ให้ผ ู้ไ ม่ไ ปลงคะแนนมา
  4. 4. แจ้ง เหตุต ่อ บุค คลซึ่ง กกต. แต่ง ตั้ง ภายใน 60 วัน นับ แต่ว ัน ประกาศ คราวนี้ห ากไม่ไ ปแจ้ง เหตุอ ัน ควรจะเสีย สิท ธิต ามที่ กฎหมายบัญ ญัต ิ การลงคะแนนล่ว งหน้า ณ ที่เ ลือ กตั้ง กลางของจัง หวัด ที่ อาศัย อยู่ กรณีก ารเลือ กตั้ง ทั่ว ไป (พร้อ มกัน ทั่ว ประเทศ ) ถ้า ไป เลือ กตั้ง วัน จริง ไม่ไ ด้ สามารถไปเลือ กตั้ง ล่ว งหน้า ได้ ณ ที่ เลือ กตั้ง กลางของจัง หวัด มีท ุก จัง หวัด ๆ ละ 1 แห่ง รวม 76 แห่ง มีไ ว้ใ ห้ ผู้ม ีส ิท ธิเ ลือ กตั้ง ที่อ าศัย อยู่ใ นถิ่น ที่อ ยู่ป ัจ จุบ ัน ซึ่ง ไม่ไ ด้อ ยู่ใ น จัง หวัด ที่ต นมีช ื่อ อยู่ใ นทะเบีย นบ้า นได้ ลงคะแนนเลือ กตั้ง ล่ว งหน้า กัน โดยไม่ต ้อ งเดิน ทางกลับ ภูม ิล ำา เนา แต่ต ้อ งยื่น คำา ร้อ งขอลงทะเบีย นก่อ นวัน เลือ กตั้ง ไม่ น้อ ยกว่า 20 วัน ดัง นี้ 1. ขอรับ แบบพิม พ์ล งทะเบีย น และ ยื่น ต่อ นายอำา เภอ ปลัด เทศบาล และ ผอ.เขตของ กทม. ในจัง หวัด ที่เ ราอาศัย อยู่ด ้ว ย ตนเองทางไปรษณีย ์ หรือ ทำา หนัง สือ มอบหมายให้ผ ู้ม ีส ิท ธิ เลือ กตั้ง อื่น ทำา แทน 2. หลัก ฐาน สำา เนาบัต รประชาชน หรือ สำา เนาบัต รที่ม ี รูป ถ่า ยซึ่ง ทางราชการออกให้ และมีห มายเลขประจำา ตัว ประชาชน สำา เนาทะเบีย นบ้า น หนัง สือ รับ รอง สถานที่อ ยู่ป ัจ จุบ ัน จากบริษ ัท นายจ้า ง สถานศึก ษา หรือ ผู้ใ ห้เ ช่า บ้า น ฯลฯ (กรณีท ี่ย ้า ย ทะเบีย นบ้า นมาแล้ว แต่ไ ม่ถ ึง 90 วัน ไม่ต ้อ งมีห นัง สือ รับ รอง นี้) พร้อ มซองเปล่า ติด แสตมป์จ ่า หน้า ซองถึง ตนเอง เพื่อ รอคำา ตอบรับ จากอำา เภอ เทศบาลหรือ เขต การลงคะแนนล่วงหน้า นอกราชอาณาจักร กกต. จัด ให้ม ีก ารลงคะแนนเลือ กตั้ง ล่ว งหน้า สำา หรับ ผู้ม ี สิท ธิเ ลือ กตั้ง ซึ่ง มีถ ิ่น ที่อ ยู่น อกราชอาณาจัก ร ดัง นี้ 1. ผู้ม ีส ิท ธิเ ลือ กตั้ง นอกราชอาณาจัก รของแต่ล ะ ประเทศ ต้อ งขอลงทะเบีย นไว้ก ่อ น 2. ไปลงคะแนนล่ว งหน้า ณ สถานทูต สถานกงสุล หรือ ที่เ ลือ กตั้ง กลางในประเทศนั้น 3. เอกอัค รราชทูต หรือ กงสุล ใหญ่ อาจจัด ให้ม ีก ารลง คะแนนล่ว งหน้า ทางไปรษณีย ์ ในกรณีท ี่ม ีผ ู้ข อใช้ส ิท ธิ
  5. 5. เลือ กตั้ง ในประเทศนั้น น้อ ยกว่า 500 คน หรือ ในกรณี ที่ก ารเดิน ทางไม่ส ะดวกหรือ มีค วามจำา เป็น อื่น 4. เมื่อ ย้า ยถิ่น ที่อ ยู่ก ลับ ประเทศอย่า ลืม แจ้ง ขอเปลี่ย น การลงทะเบีย นเพื่อ กลับ มาลงคะแนนที่ต นเองมีช ื่อ อยู่ ในทะเบีย นบ้า นเดิม การเสียสิทธิทางการเมือง รัฐ ธรรมนูญ กำา หนดให้ค นไทยทุก คนที่ม ีอ ายุค รบ 18 ปีบ ริบ ูร ณ์ใ นวัน ที่ 1 มกราคม ของปีท ี่ม ีก ารเลือ กตั้ง ถือ เป็น หน้า ที่ต ้อ งไปเลือ กตั้ง เมื่อ กฎหมายกำา หนดให้เ ป็น หน้า ที่แ ล้ว ผู้ใ ดไม่ไ ป เลือ กตั้ง ตามหน้า ที่แ ละไม่ไ ปแจ้ง สาเหตุไ ม่ไ ปเลือ กตั้ง จะเสีย สิท ธิท างการเมือ ง 8 ประการดัง นี้ 1. สิท ธิย ื่น คำา ร้อ งคัด ค้า นการเลือ กตั้ง ส.ส. ส.ว. ส.ก. ส.อบจ. ส.ท. ส.อบต. และสมาชิก สภาเมือ งพัท ยา รวมทั้ง ผู้ บริห ารท้อ งถิ่น เช่น นายกรัฐ มนตรี นายก อบจ. ถ้า เห็น ว่า มี การทุจ ริต การเลือ กตั้ง 2. สิท ธิร ้อ งคัด ค้า นการเลือ กกำา นัน ผู้ใ หญ่บ ้า น ถ้า เห็น ว่า การเลือ กตั้ง ไม่ส ุจ ริต 3. สิท ธิส มัค รรับ เลือ กตั้ง ส.ส. ส.ว. ผู้บ ริห ารท้อ งถิ่น สมาชิก สภาท้อ งถิ่น 4. สิท ธิส มัค รรับ เลือ กตั้ง เป็น กำา นัน ผู้ใ หญ่บ ้า น 5. สิท ธิเ ข้า ชื่อ ร้อ งขอเพื่อ ให้ร ัฐ สภาพิจ ารณากฎหมาย 6. สิท ธิเ ข้า ชื่อ ร้อ งขอเพื่อ ให้ ส.ว. มีม ติถ อดถอนบุค คล ในตำา แหน่ง สำา คัญ เช่น นายกรัฐ มนตรี หรือ รัฐ มนตรี ที่ม ีพ ฤติก ารณ์ส ่อ ไปในทางทุจ ริต 7. สิท ธิเ ข้า ชื่อ ร้อ งขอให้ส ภาท้อ งถิ่น เช่น สภา อบต. สภาเทศบาล พิจ ารณาออกข้อ บัญ ญัต ิท ้อ งถิ่น 8. สิท ธิเ ข้า ชื่อ ร้อ งขอให้ถ อดถอนสมาชิก สภาท้อ งถิ่น เช่น สภาเทศบาล หรือ ผู้บ ริห ารท้อ งถิ่น เช่น นายก อบจ. การแจ้ง เหตุท ี่ท ำา ให้ไ ม่อ าจไปใช้ส ิท ธิเ ลือ กตั้ง 1. ผู้ท ี่ไ ปใช้ส ิท ธิเ ลือ กตั้ง ไม่ไ ด้ เนื่อ งจากมีธ ุร ะสำา คัญ หรือ มีค วามจำา เป็น เร่ง ด่ว นต้อ งเดิน ทางไปในพื้น ที่ห ่า ง ไกลจากที่เ ลือ กตั้ง หรือ อาศัย อยู่ไ กลจากหน่ว ยเลือ ก ตั้ง เกิน กว่า 100 กิโ ลเมตร และไม่ส ามารถไปใช้ส ิท ธิ เลือ กตั้ง ในวัน เลือ กตั้ง ได้ ป่ว ย พิก าร สูง อายุ ทำา ให้ไ ม่
  6. 6. อาจเดิน ทางไปใช้ส ิท ธิเ ลือ กตั้ง ได้ สามารถแจ้ง เหตุท ี่ ไม่อ าจไปใช้ส ิท ธิเ ลือ กตั้ง 2. โดยขอรับ และยื่น หนัง สือ แจ้ง เหตุ (ส.ส. 30) ได้ท ี่ นายอำา เภอ ปลัด เทศบาลหรือ ผอ.เขตของ กทม.ด้ว ย ตัว เองหรือ มอบหมายให้ผ ู้อ ื่น ไปยื่น แทนหรือ ส่ง ทาง ไปรษณีย ์ล งทะเบีย น 3. หลัง การเลือ กตั้ง กกต. จะประกาศรายชื่อ ผู้ท ี่ไ ม่ไ ปเลือ ก ตั้ง และไม่แ จ้ง เหตุล ่ว งหน้า ไว้ ณ ที่ท ำา การผู้ใ หญ่บ ้า น อบต. ฯลฯ เพื่อ ให้โ อกาสผู้ท ี่ไ ม่ไ ด้ไ ปเลือ กตั้ง แจ้ง เหตุอ ีก ครั้ง หนึ่ง ภายใน 60 วัน นับ แต่ว ัน ประกาศรายชื่อ ถ้า ครั้ง นี้ไ ม่ไ ปแจ้ง เหตุ อีก จะประกาศชื่อ เป็น ครั้ง ที่ส องและต้อ งเสีย สิท ธิท างการ เมือ ง 8 ประการดัง กล่า วไปจนกว่า จะไปใช้ส ิท ธิเ ลือ กตั้ง ส.ส. หรือ ส.ว. ในครั้ง ต่อ ไป กฎหมายห้ามกระทำาอย่างไรที่เรียกว่าผิดกฎหมายเลือกตั้ง วิธ ีก ารกระทำา ดัง ต่อ ไปนี้เ ป็น การต้อ งห้า มในการหาเสีย งเลือ ก ตั้ง ของผู้ส มัค รรับ เลือ กตั้ง ห้า มซื้อ เสีย งหรือ จัด เตรีย มซื้อ เสีย ง ห้า มบริจ าคหรือ สัญ ญาว่า จะบริจ าค ให้แ ก่ช ุม ชน สมาคม มูล นิธ ิ วัด สถาบัน การศึก ษา สถานสงเคราะห์ หรือ สถาบัน อื่น ใด ห้า มทำา การโฆษณาหาเสีย งด้ว ยการจัด ให้ม ี มหรสพ หรือ การรื่น เริง ต่า ง ๆ ห้า มเลี้ย งหรือ รับ จะจัด เลี้ย งผู้ใ ด ห้า มหลอกลวง บัง คับ ขู่เ ข็ญ ใช้อ ิท ธิพ ลคุก คามใส่ ร้า ยด้ว ยความเท็จ หรือ จูง ใจให้เ ข้า ใจผิด ในคะแนน นิย มของผู้ส มัค รหรือ พรรคการเมือ งใด
  7. 7. อาจเดิน ทางไปใช้ส ิท ธิเ ลือ กตั้ง ได้ สามารถแจ้ง เหตุท ี่ ไม่อ าจไปใช้ส ิท ธิเ ลือ กตั้ง 2. โดยขอรับ และยื่น หนัง สือ แจ้ง เหตุ (ส.ส. 30) ได้ท ี่ นายอำา เภอ ปลัด เทศบาลหรือ ผอ.เขตของ กทม.ด้ว ย ตัว เองหรือ มอบหมายให้ผ ู้อ ื่น ไปยื่น แทนหรือ ส่ง ทาง ไปรษณีย ์ล งทะเบีย น 3. หลัง การเลือ กตั้ง กกต. จะประกาศรายชื่อ ผู้ท ี่ไ ม่ไ ปเลือ ก ตั้ง และไม่แ จ้ง เหตุล ่ว งหน้า ไว้ ณ ที่ท ำา การผู้ใ หญ่บ ้า น อบต. ฯลฯ เพื่อ ให้โ อกาสผู้ท ี่ไ ม่ไ ด้ไ ปเลือ กตั้ง แจ้ง เหตุอ ีก ครั้ง หนึ่ง ภายใน 60 วัน นับ แต่ว ัน ประกาศรายชื่อ ถ้า ครั้ง นี้ไ ม่ไ ปแจ้ง เหตุ อีก จะประกาศชื่อ เป็น ครั้ง ที่ส องและต้อ งเสีย สิท ธิท างการ เมือ ง 8 ประการดัง กล่า วไปจนกว่า จะไปใช้ส ิท ธิเ ลือ กตั้ง ส.ส. หรือ ส.ว. ในครั้ง ต่อ ไป กฎหมายห้ามกระทำาอย่างไรที่เรียกว่าผิดกฎหมายเลือกตั้ง วิธ ีก ารกระทำา ดัง ต่อ ไปนี้เ ป็น การต้อ งห้า มในการหาเสีย งเลือ ก ตั้ง ของผู้ส มัค รรับ เลือ กตั้ง ห้า มซื้อ เสีย งหรือ จัด เตรีย มซื้อ เสีย ง ห้า มบริจ าคหรือ สัญ ญาว่า จะบริจ าค ให้แ ก่ช ุม ชน สมาคม มูล นิธ ิ วัด สถาบัน การศึก ษา สถานสงเคราะห์ หรือ สถาบัน อื่น ใด ห้า มทำา การโฆษณาหาเสีย งด้ว ยการจัด ให้ม ี มหรสพ หรือ การรื่น เริง ต่า ง ๆ ห้า มเลี้ย งหรือ รับ จะจัด เลี้ย งผู้ใ ด ห้า มหลอกลวง บัง คับ ขู่เ ข็ญ ใช้อ ิท ธิพ ลคุก คามใส่ ร้า ยด้ว ยความเท็จ หรือ จูง ใจให้เ ข้า ใจผิด ในคะแนน นิย มของผู้ส มัค รหรือ พรรคการเมือ งใด

×