Your SlideShare is downloading. ×
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
 แนวข้อสอบและแนวคำตอบ
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Thanks for flagging this SlideShare!

Oops! An error has occurred.

×
Saving this for later? Get the SlideShare app to save on your phone or tablet. Read anywhere, anytime – even offline.
Text the download link to your phone
Standard text messaging rates apply

แนวข้อสอบและแนวคำตอบ

631

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
631
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
3
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

Report content
Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
No notes for slide

Transcript

  • 1. แนวข้อสอบและแนวคาตอบ สาหรับ PS704 (เผือใช้สอบจังหวัดอานาจเจริญได้) โปรดใช้วิจารณาญาณ ในการอ่านน่ะครับ (อาจารย์บรรยายอาจคนละเครือข่าย) ขอบคุณ พี่เล็ก รองประธานฝ่ายวิชาการรุ่น 12 ……………………………………………………………………. ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนนะครับ ว่าวันที่ท่านอาจารย์ให้แนวข้อสอบผมมาไม่ทัน ก็เลยสอบถาม จากเพื่อนๆหลายคน บ้างก็ว่า  บ้างก็ว่าอาจารย์ให้ทา 2 ข้อ โดยให้เลือกทา 1 ข้อ จากโจทย์ที่ให้คือ ก ข และ ค และ บังคับ ทา 1 ข้อ โดยใช้แนวจากวีดีโอชุมชนพึ่งตนเองบ้านกลางดง  บ้างก็ว่า ให้ทา 1 ข้อ โดยเลือกทาจาก ข้อ ก ข และ ค ถึงแม้ว่าท่านอาจารย์จะออกแบบไหน 1 ข้อ หรือ 2 ข้อ ก็ตามผมว่า ไม่ใช่ประเด็น ขอให้เรา เตรียมพร้อมในการทาข้อสอบก็พอนะครับ ………………………………………………….. สมมติว่าท่านอาจารย์ออกข้อสอบดังนี้ ข้อสอบมีทั้งหมด 2 ข้อ ให้นักศึกษาเลือกทา ในข้อ 1 และให้บังคับทาในข้อ 2 ข้อสอบข้อ 1 ตัวแปรในการพัฒนาประเทศมี 3 ด้าน คือ ก. ด้านเศรษฐกิจ ข. ด้านแผนและนโยบายการพัฒนาประเทศ ค. ด้านการสื่อสารเพื่อการพัฒนาประเทศ ให้นักศึกษาเลือกตอบตามความสมัครใจ 1 ข้อ (เลือกข้อไหนก็ได้ระหว่าง ก ข และ ค) โดย ให้นักศึกษาอธิบายว่าในการพัฒนาประเทศในด้านที่ท่านเลือก ท่านจะนาหลักทฤษฎีอะไรมา อธิบาย จงให้เหตุผลประกอบพร้อมทั้งยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมมาอธิบายให้เข้าใจ ……………………………………………………………………………….. ข้อสอบข้อ 2 ให้นักศึกษานาหลักชุมชนพึ่งตนเองของหมู่บ้านกลางดงที่ได้ดจากวีดีโอ มาใช้ ู อธิบายการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบการอธิบาย(ข้อสอบข้อนี้บังคับทา) ………………………………………………………………………………
  • 2. คาตอบสาหรับการเลือกตอบข้อ ก ทฤษฎีทนามาใช้เป็นหลักในการพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วย 3 ทฤษฎี หลัก ี่ คือ 1. ทฤษฎีกระแสหลัก (Main Stream) 2. ทฤษฎีกระแสวิพากย์(ข้อโต้แย้งที่ไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีกระแสหลัก) 3. ทฤษฎีกระแสทางเลือก ในการพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจ สามารถนาหลักการตามทฤษฎีกระแสหลักและ ทฤษฎีกระแสวิพากย์มาใช้ได้ดังนี้ หลักการของทฤษฎี ตัวอย่างและดัชนีที่เป็น ข้อโต้แย้งในทฤษฎีกระแสวิพากย์ กระแสหลัก ตัวชี้วัดในการนาหลักทฤษฎี ประกอบด้วยหลักการ 10 มาใช้ในการพัฒนาประเทศ ประการ ด้านเศรษฐกิจ 1. ทุนนิยม (Capitalism) คือ ประเทศต่างๆ ใช้หลักการ พัฒนาเศรษฐกิจแบบทุน นิยมคือ มีการลงทุน เพื่อ หวังผลกาไร ทั้งภาครัฐและ เอกชน โดยเฉพาะภาครัฐ ได้มีการกู้ยืมเงินจาก ต่างประเทศ เพื่อ สนับสนุน การลงทุน จึงก่อให้เกิด ลักษณะ เช่น เกิดมีหนี้ สาธารณะ เกิดการร่วมทุน ของภาครัฐกับภาคเอกชน ดัชนีที่เป็นตัวชีวัดว่าระบบทุน ้ นิยมได้เข้ามามีบทบาทในการ พัฒนาประเทศมีดังนี้  หนี้สาธารณะของประเทศ มีมากน้อยเพียงใด  โครงการขนาดใหญ่ของ รัฐมีมากน้อยเพียงใด  จานวนบรรษัทข้ามชาติที่ เข้ามาลงทุนในประเทศมี มากน้อยเพียงใด ระบบทุนนิยมเปรียบเสมือนการล่าจักรวรรดิ นิยมของต่างชาติที่มีทุน มีเงิน และมีศักยภาพ ด้านการผลิตสูงว่า ส่งผลให้ประเทศด้อยพัฒนา หรือกาลังพัฒนาอย่างประเทศไทย ไม่ได้รับการ พัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น เนื่องจาก  ต่างชาติส่วนใหญ่เข้ามากอบโกย ผลประโยชน์และทรัพยากรของ ประเทศเราทาให้ประเทศไทยไม่ได้รับ ผลประโยชน์จากการลงทุนต่างๆ และ สงผลให้ประเทศชาติไม่พัฒนาอย่าง ยั่งยืน  ผลกาไรต่างๆที่บริษทข้ามชาติได้รับ ั จากการลงทุนในประเทศไทย จะถูก ส่งกลับประเทศต้นสังกัดของต่างชาติ ทาให้เงินต่างๆไม่ได้ถูกหมุนเวียนมา ใช้ในประเทศ  ต่างชาติที่เข้ามาลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้ ใส่ใจในคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ของประเทศไทย ทาให้มักสร้างปัญหา ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านมนุษยธรรม ด้าน การเอารัดเอาเปรียบ จนทาให้ ประชาชนไทย ถูกกดขี่ทางด้าน
  • 3. 2. เสรีนิยม (Liberalization) ดัชนีชี้วัดผลของการนาระบบเสรี คือ ประเทศต่างๆ หันมาทา นิยมมาใช้ในการพัฒนาประเทศคือ การค้าขายแบบเสรีมากขึ้น  เกิดการรวมกลุ่มทาง ส่งผลให้เกิด การค้าระหว่าง การค้าระดับภูมิภาคเช่น ประเทศ เกิดการรวมกลุ่ม SAEAN ทางการค้า เกิดการทา FTA  รัฐฯเปิดการค้าเสรีกับ หรือการค้าเสรีระหว่าง ประเทศที่ได้ทาข้อตกลง ประเทศหรือระหว่างกลุ่ม กันไว้ในรูปของ FTA  มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน ทุน เทคโนโลยี จาก ต่างชาติเข้าสู่ประเทศไทย โดยผ่านทางระบบการเปิด เสรีทางการค้าและการ รวมกลุ่มเป็นประชาคมใน ภูมิภาค  ให้สิทธิต่างชาติในการซื้อ ทรัพย์สินของประเทศไทย ได้อย่างเสรีโดยไม่มีการ กีดกันเช่น บ้าน รถยนต์ ที่ดิน แรงงาน ดังนั้นจากปัญหาดังกล่าวที่โต้แย้งมา จึง เสนอแนะว่าประเทศไทยควรหันมาใช้วิธี พึ่งตนเองมากกว่าการพึ่งพาต่างชาติ เช่น  พัฒนาศักยภาพด้านการผลิต สินค้าให้มคุณภาพสามารถ ี แข่งขันกับต่างชาติได้  พัฒนากระบวนการผลิตให้มี ต้นทุนที่ต่าเพื่อให้แข่งขันใน ตลาดโลกและขายได้ราคา  ระดมทุนจากภายในประเทศใน โครงการขนาดใหญ่ของรัฐ มากกว่าการกู้เงินจากต่างชาติหรือ การระดมทุนจากต่างชาติใน รูปแบบบริษัทมหาชนข้ามชาติ จากการที่ประเทศไทยเปิดเสรีทางการค้าทั้งๆที่ ประเทศไม่ได้เตรียมความพร้อมที่จะรองรับ การค้าขายที่อาจส่งผลกระทบต่อสินค้าและ ธุรกิจของคนไทยได้ ทาให้ประเทศไทย เสียเปรียบประเทศที่มศักยภาพด้านการค้าการ ี ลงทุนมากกว่า ซึงปัญหาที่พบเห็นได้คือ ่  สินค้าของคนไทยขายไม่ได้เนื่องจาก ราคาสูงกว่าของต่างชาติ เช่น สินค้าจีน ราคาถูกกว่ามาก  สินค้าต่างๆชาติทะลักเข้ามามากจน ส่งผลทาให้สินค้าคนไทยต้องปรับ ราคาตาม ทาให้ราคาสินค้าไทยตกต่า จนขาดทุนและผู้ประกอบการอาจปิด กิจการลงไปเช่น Lotus BIG-C  ประเทศขาดดุลการค้าเนื่องจากสินค้า ไทยเป็นสินค้าเกษตรแต่ของต่างชาติ เป็นสินค้าอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง กว่า ดังนั้นจึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐต้องมี มาตรการป้องกันตัวเอง โดย  เปิดเสรีการค้าในกลุ่มสินค้าที่เรา มีศักภาพในการผลิตที่สูงกว่าและ ราคาต้นทุนต่ากว่า
  • 4. ตัวอย่างและผลของความทันสมัยที่ 3. ความทันสมัย ทาให้ประเทศเจริญพัฒนามีดังนี้ (Modernization) คือ ประเทศต่างๆ ต้องปรับตัว  การทาประเทศให้เป็น เหมือนอย่างตะวันตก ให้ทนต่อการเปลี่ยนแปลง ั ของโลกในยุคกระแสโลกา (westernization) ภิวัตน์ โดยปรับตัวให้เกิด  การเลียนแบบและเอา ความทันสมัยในด้านต่างๆ อย่างวัฒนธรรมและ เพื่อให้ทัดเทียมกับประเทศ ค่านิยมตะวันตก เช่น การ โลกตะวันตก หรือทีเ่ รียกว่า แต่งกาย การบริโภค ได้รับอิทธิพลมาจากโลก แฟชั่นต่างๆ ตะวันตกหรือ  การปรับวิถีชีวิตในสังคม Westernization เป็นการเอา เมืองให้เป็นอย่างตะวันตก อย่างตามแบบตะวันตก เช่นการทางานในออฟฟิศ เช่น ด้านแฟชั่น ด้านการ ในโรงงาน การเร่งรีบของ บริโภค ด้านวิถีชีวิต สังคมเมือง การมีรถยนต์ หรูหราต่างๆ  การปรับปรุงสิ่งปลูกสร้าง ให้เมืองมีความทันสมัย เช่น การสร้างตึก แทน บ้านทรงไทยสมัยก่อน  การนาเทคโนโลยีและการ สื่อสารแบบไร้สายต่างๆ มาใช้ เช่นมือถือ อินเตอร์เน็ต  รัฐต้องส่งเสริมและพัฒนาสินค้า ไทยให้มีตนทุนการผลิตที่ต่าและ ้ มีตลาดอย่างยั่งยืน  รัฐต้องสร้างจิตสานึกและค่านิยม ความเป็นชาติไทย และอุดหนุน สินค้าของคนไทยมากกว่าของ ต่างชาติ การทาให้ประเทศไทยมีความทันสมัยจนทาให้ เกิดชุมชนเมืองและเกิดวัฒนธรรมค่านิยมตาม อย่างตะวันตกโดยไม่ได้คานึงถึงขนบประเพณี วัฒนธรรมแบบไทยๆ จนทาให้ประเทศประสบ ปัญหาต่างๆมากมายเช่น  ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเช่นน้าเสีย มลพิษทางอากาศ ปริมาณฝุ่นสูง ขยะ ล้นเมือง  ปัญหาด้านสังคม เช่น ยาเสพติด อาชญากรรม การเป็นหนี้  ปัญหาด้านสาธารณสุข เช่น โรค ระบาดใหม่ๆ การติดโรคเอดส์ การ ระบาดของโรคที่มาจากแรงงานต่าง ด้าว ดังนั้นประเทศไทยควรพัฒนาประเทศโดย เน้นผสมผสานค่านิยมตะวันตกและ ตะวันออกเข้าด้วยกัน เพื่อมุ่งสู่การพัฒนา อย่างยั่งยืนเช่น  การพัฒนาความทันสมัยของ บ้านเมืองควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ วัฒนธรรมไทยและอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ ใช้อย่าง ประหยัดและคุ้มค่า  ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและ ค่านิยมที่ดๆของคนไทย ี  มีระบบการป้องกันปัญหาทาง สังคมอย่างมีระบบ มีการวาง แผนการพัฒนาประเทศอย่างมี แผนล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหา ที่อาจตามมาจากความทันสมัย ต่างๆ
  • 5.  ส่งเสริมให้มีการพัฒนาแบบค่อย เป็นค่อยไป ให้ประชาชนปรับตัว อย่างมีเหตุผล เชื่อว่าหากประเทศต่างๆในโลกมี แต่จากการที่ไทยเป็นประเทศที่ปกครองแบบ 4. ลัทธิประชาธิปไตย การปกครองแบบประชาธิปไตย ประชาธิปไตยมานานก็น่าจะนามาซึ่งความมั่งคั่ง (Democraticism) ชาติ และประเทศพัฒนาเจริญก้าวหน้า แต่ในความ ตะวันตก โดยเฉพาะ USA ย่อมนามาซึ่งความสันติและความ ่ และยุโรปตะวันตก เน้นการ เจริญรุงเรืองในการพัฒนาประเทศ เป็นจริงประเทศไทยยังคงเป็นประเทศด้อย ซึ่งไทยก็มีการปกครองแบบ พัฒนาหรือกาลังพัฒนาอยู่ จึงเชื่อว่าระบบการ ส่งเสริมให้ทุกประเทศมี ประชาธิปไตยตามอย่างตะวันตก ที่ ปกครองประชาธิปไตยไม่สามารถทาให้ประเทศ การปกครองแบบ พัฒนาได้อย่างยั่งยืนเสมอไป เช่น ประชาธิปไตย เพราะเชื่อว่า เชื่อว่า ระบบการปกครองแบบ  นามาซึ่งความเสมอภาค  จีนและรัสเซีย ปกครองแบบ ของคนในสังคม คอมมิวนิสต์แต่ยังมีระบบเศรษฐกิจ ประชาธิปไตย จะนามาซึ่ง ความสันติภาพของโลก ดีกว่าไทย  นามาซึ่งสันติภาพของ และนามาซึ่งสิทธิเสรีภาพที่ ภูมิภาคและของโลก  อเมริกาหรือญี่ปน ปกครองแบบ ุ่ เท่าเทียมกันของคนในชาติ ประชาธิปไตย เหมือนไทย แต่ประเทศ  ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ เหล่าพัฒนาเจริญรุ่งเรืองมากกว่าไทย ในการดาเนินชีวิต ซึ่งปัญหาทีทาให้ไทยยังไม่พัฒนาไปได้ ่  ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน เท่าทีควรทั้งที่ปกคอรองแบบประชาธิปไตย ่ และเคารพความเป็น เหมือนอย่างอเมริกา เพราะ มนุษย์  ประชาชนยังไม่มีความรู้ความ  ประชาชนมีส่วนร่วมใน เข้าใจในระบบประชาธิปไตยที่ดี การปกครองประเทศอย่าง เพียงพอ แท้จริง  นักการเมืองยังยึดผลประโยชน์  ประชาชนมีส่วนร่วมใน ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม การพัฒนาประเทศทุกๆ  กลุ่มผู้มีอานาจในการปกครอง ด้าน ประเทศ มีเพียงบางกลุ่มคน เท่านั้น ไม่ได้กระจายสู่กลุ่มคน ทั่วไป ทาให้เกิดการผูกขาด อานาจและเกิดการทุจริตต่างๆขึน ้  ประชาชนขาดระเบียบวินัย จึงเกิด การละเมิดสิทธิเสรีภาพซึ่งกัน และกัน  ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการ ปกครอง ในการกาหนดนโยบาย การบริหารประเทศ และ ประชาชนไม่ค่อยสนใจการเมือง แบบประชาธิปไตย เพราะมีความ เชื่อว่าไม่ใช่เรืองของตนเอง เป็น
  • 6. 5. การจ้างงาน (Employment) ผลจากการจ้างงานอันเกิดจากการ พัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ เชื่อว่า ในการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศย่อม เช่น นามาสู่การจ้างงานของ  ประชาชนตกงานน้อยลง ประชาชน ทาให้เกิดความ อัตราการว่างงานน้อยลง มั่งคั่งและลดช่องว่างทาง  รายได้ต่อหัวเพิ่มสูงขึน ้ สังคมลง รวมถึงทาให้  ช่องว่างระหว่างคนจนกับ ประชาชนมีรายได้ต่อ คนรวยลดน้อยลง ครัวเรือนมากขึน ้  มีคนชั้นกลางเพิ่มมากขึ้น  มีเงินสะพัดในประเทศ มากขึ้น อันเกิดจากการนา เงินที่ได้จากการใช้ แรงงานมาใช้จ่ายใน ชีวิตประจาวัน  ประชาชนมีเครดิตในการ กู้ยืมมากขึ้น เพราะเชื่อว่ามี เงินมาชาระหนี้ได้อัน เนื่องจากมีงานทา มีรายได้ ประจา 6. โครงสร้างพื้นฐานด้าน สาธารณูปโภคของรัฐ (Infrastructures) การ พัฒนาประเทศ จะต้อง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทางด้านสาธารณูปโภค เพื่อให้มความพร้อมในการ ี รองรับการพัฒนาด้าน เศรษฐกิจและสังคมต่อไป ตัวอย่างโครงสร้างพื้นฐานที่มีการ พัฒนาเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ เช่น  การพัฒนาระบบคมนาคม การขนส่งต่างๆให้ ทันสมัย เช่น ถนน เรือ ขนส่งสินค้า ท่าเรือ ท่า อากาศยาน เครื่องบิน  การพัฒนาระบบไฟฟ้า ประปา ให้เข้าถึงทุกชุมชน และมีเพียงพอต่อการ นาไปใช้ในโรงงาน อุตสาหกรรมต่างๆ เรืองของนักการเมืองหรือของ ผู้นาบ้านเมือง แต่ในความเป็นจริง ประเทศไทยไม่ได้พัฒนา และมีความมั่งคั่งตามหลักการของการจ้างงาน มากนัก เพราะ  ค่าครองชีพมักจะเพิ่มตามค่าแรงขั้นต่า เสมอ ทาให้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย  มีการสร้างหนี้ภาคประชาชนมากกว่า ปกติ เพราะคิดว่ามีรายได้มาชาระหนี้ ได้ แต่เนื่องจากค่าครองชีพสูงจึงเกิด ภาวะไม่มีเงินชาระหนี้ เกิดเป็น NPL มากขึ้น  ยังคงมีช่องว่างระหว่างคนรวยกับคน จนมากเหมือนเดิมเพราะคนรวยมี โอกาสทางเศรษฐกิจมากกว่าคนจน เพราะมีเงินมีทุนมากกว่า  เกิดปัญหาโรคระบาดอันเกิดจาก แรงงานต่างด้าว เนื่องจากแรงงานต่าง ด้าวมีราคาถูกจึงทะลักเข้ามาทางานใน ไทยมาก  เกิดปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ตามมามากมาย เพราะประชาชนจะ แออัดกันอยู่ตามชุมชนอุตสาหกรรมที่ เป็นแหล่งจ้างงาน เช่น กทม นิคมต่างๆ หัวเมืองใหญ่ๆ แต่จากการเตรียมตัวพัฒนาด้านโครงสร้าง พื้นฐานของภาครัฐ ก็ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต และระบบสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ของประเทศ จนก่อให้เกิดปัญหาที่นามาซึ่งการ ประท้วงของประชาชนต่างๆ เช่น  เกิดการทาลายป่าไม้จากโครงการสร้าง ถนนขนาดใหญ่ของรัฐเช่นทีเ่ ขาใหญ่  เกิดการทาลายป่าและระบบนิเวศน์ ขนาดใหญ่จากโครงการสร้างเขื่อน ต่างๆ  ในการสร้างเขื่อนต่างๆของรัฐ บาง พื้นที่กระทบต่อพื้นดินทากินของ ประชาชน เพราะสูญเสียที่ดินทากิน
  • 7.  การพัฒนาด้านการสื่อสาร เช่น ระบบอินเตอร์เน็ต มือถือ3G,4G ระบบ ดาวเทียม  ระบบบาบัดสิ่งแวดล้อม ต่างๆเช่น โรงงานกาจัด ขยะ ระบบบาบัดน้าเสีย ระบบการกรองน้าและ ผลิตน้าประปาขนาดใหญ่ มหาศาล จนมีการประท้วงกันเกิดขึ้น  ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ส่งผลให้เกิดมลภาวะทางอากาศต่อ ชุมชนเช่นที่แม่เมาะลาปาง  ในการสร้างท่าเรือน้าลึกและโครงการ ขนาดใหญ่บริเวณรอบๆท่าเรือส่งผล ต่อการทาประมงพื้นบ้านของ ประชาชน เช่นโครงการเซาร์เทิรนซี ์ บอร์ด  ในการขุดเจาะน้ามันในอ่าวไทย ส่งผล กระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวและการ ประมงชายฝั่ง เช่นที่เกาะสมุย ดังนั้นในการพัฒนาประเทศ การพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานยังคงจาเป็นแต่ต้อง กระทาอย่างมีระบบและให้ภาคประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด เช่น  ต้องไม่กระทบต่อ ทรัพยากรธรรมชาติ  ต้องไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศวิทยา  ต้องไม่กระทบต่อวิถีชีวิตและการ ทามาหากินในชุมชนหรือท้องถิน ่  ต้องนาพลังงานทางเลือกเข้ามาใช้ ให้มากขึ้น  ส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วน ร่วมในการจัดทาโครงการขนาด ใหญ่และมีผลกระทบต่อชุมชน  ต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผลที่ตามมาในการทาประเทศให้ แต่จากการพัฒนาอุตสาหกรรมส่งผลให้เกิด 7. อุตสาหกรรม ปัญหาต่างๆมากมายเช่น (Industrialization) เชื่อว่า เป็นประเทศอุตสาหกรรมและ การพัฒนาประเทศจะต้องมี ตัวอย่างที่เกิดขึ้น เช่น  ปัญหาสิ่งแวดล้อม การพัฒนาทางด้าน  สินค้าขายได้ราคาสูงกว่า  ปัญหาสังคม อุตสาหกรรม และการ  เกิดธุรกิจลูกโซ่ที่เกี่ยวข้อง  ปัญหาสาธารณสุข พัฒนาอุตสาหกรรมเป็น กับอุตสาหกรรม ดังนั้นควรมีการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างมี ตัวชี้วัดด้านการพัฒนาตัว  เกิดพัฒนาและถ่ายทอด ระบบมีแบบแผนและมีการควบคุมที่ดี เช่น หนึ่ง ทีจะนามาซึ่งความมั่ง ่ เทคโนโลยีจากต่างชาติที่  ควบคุมด้านสิ่งแวดล้อมและการ
  • 8. คั่งของคนในชาติต่อไป เข้ามาลงทุน  มีการเคลื่อนย้ายทุน เทคโนโลยีจากต่างชาติ  เกิดการจ้างงานเพิ่ม  ลดช่องว่างคนรวยกับคน จน ความเป็นเมือง (Urbanization) เชื่อว่า การพัฒนาประเทศ จาเป็นต้องพัฒนาชนบทให้ กลายเป็นเมือง ให้มความ ี ทันสมัยและอารยธรรมทัดเทียม กับประเทศตะวันตกและความ เป็นเมืองเป็นตัวชี้วัดการพัฒนา ประเทศตัวหนึ่ง ดัชนีชวัดความเจริญและการพัฒนา ี้ ของประเทศคือ ความเป็นเมือง ซึง ่ ความเป็นเมืองมีตัวอย่างให้เห็นดังนี้  ด้านพัฒนาที่อยู่อาศัย จาก บ้านชนบทสู่บ้านจัดสรร แบบสังคมเมือง  การพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานสู่ชุมชนอย่าง ทั่วถึงทั้งประเทศ  การเปลี่ยนวิถีชีวิตจาก ชนบทเป็นวิถีชีวิตแบบคน เมือง  การเลียนแบบความเป็น เมืองและค่านิยมอย่าง ตะวันตก 8. การส่งออก (Export) เชื่อว่า ประเทศจะมีความมั่งคั่งและ ได้เปรียบดุลการค้า จะต้อง มีการผลิตสินค้าเพื่อการ ส่งออกให้มากๆและลดการ เชื่อว่าหากต้องการให้ประเทศ ได้เปรียบดุลการค้าและมีความมั่งคั่ง ทางเศรษฐกิจ จะต้องส่งออกให้ มากๆและลดการนาเข้าลง ซึ่งดัชนีที่ ชี้วัดว่าประเทศพัฒนาจากการ ทาลายสิ่งแวดล้อมจากโรงงาน อุตสาหกรรม  ส่งเสริมการกระจายตัวของ โรงงานสู่ชนบท  มีระบบกฎหมายเข้ามาควบคุม ครบทุกด้าน เพื่อเอื้อต่อการ อนุรักษ์และการไม่ทาลาย สิ่งแวดล้อม  ส่งเสริมสินค้าเกษตรกรรมมาก ขึ้น  เปลี่ยนค่านิยมของประชาชนจาก บริโภคนิยมเป็น แบบพึ่งตนเอง ได้และพอเพียง พออยู่พอกิน  กาหนดนโยบายการพัฒนาแบบ บูรณาการ แต่จากการพัฒนาประเทศจากการทาให้ชนบท กลายเป็นเมือง ก็นามาซึ่งปัญหามากมายเช่น  ปัญหาสังคม  ปัญหาสิ่งแวดล้อม  ปัญหาการเมือง ดังนั้นจึงต้องพัฒนาประเทศที่ผสมผสาน ระหว่างความเป็นเมืองกับวิถีชีวิตชนบท แบบสังคมไทย เช่น  อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยๆเอาไว้ ควบคู่กบการพัฒนาสู่ความเป็น ั เมือง  อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่าง ยั่งยืนควบคู่กับการทาให้เป็นเมือง  สร้างจิตสานึกของคนในชาติให้ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่าง ประหยัดและไม่ทาลาย สิ่งแวดล้อม จากที่ไทยได้ส่งออกและได้เปรียบดุลการค้า มากมาย แต่ประเทศก็ยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร ยัง ไม่มีความเจริญมั่งคั่ง เป็นเพราะ  ต่างชาติมีการกีดกันทางการค้า  มีระบบการค้าระหว่างประเทศทีไม่ ่
  • 9. นาเข้าลง ส่งออกเช่น  ดุลบัญชีเงินเดินสะพัด เพิ่มขึ้น  ได้เปรียบดุลการค้ากับ ต่างประเทศมากขึ้น  ได้เปรียบดุลการชาระเงิน  รายได้ต่อหัวของ ประชาชนโดยเฉลี่ยเพิ่ม สูงขึ้น  คนชั้นกลางเพิ่มมากขึ้น ดัชนีชีวัดการเจริญเติบโตด้าน 9. การเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจของประเทศ เช่น เศรษฐกิจ (Economic  GDP Growth) เชื่อว่าประเทศ ต่างๆจะมีการพัฒนา เมื่อ  GNP ระบบเศรษฐกิจในประเทศ  ภาวะเงินเฟ้อ มีความเจริญเติบโตก้าวหน้า  ภาวะเงินฝืด และความก้าวหน้าทาง  อัตราดอกเบี้ย เศรษฐกิจเป็นดัชนีชี้วัดการ  รายได้ต่อครัวเรือน พัฒนาตัวหนึ่ง เช่น  รายได้ต่อหัว GDP,GNP,รายได้ต่อ  การกินดีอยู่ดี ครัวเรือนต่อปี ฯลฯ  ยอดขายบ้านและ อสังหาริมทรัพย์  ยอดขายรถยนต์ เป็นธรรม เอาเปรียบประเทศด้อย พัฒนากว่า  ระบบการผลิตไม่ทันสมัยทาให้สนค้า ิ มีต้นทุนสูง และไม่มีนวัตกรรม ทาให้ ราคาขายต่า  สินค้าที่ส่งออกส่วนใหญ่เป็นของคน ต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย ดังนั้นควรทีจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบาย ่ ของรัฐให้มีการพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน แบบพี่งตนเองได้ ไม่เน้นการส่งออกเพียง อย่างเดียว เช่น  ส่งเสริมการผลิตที่ใช้วัตถุดิบใน ประเทศ  เน้นการใช้ของไทย กินของไทย  เพิ่มความเป็นชาตินิยมและรักคน ไทยให้มากขึน ้  ลดการพึ่งพาการส่งออกแต่เน้น การผลิตเพื่อใช้ในประเทศ ผลิต แบบพึ่งตนเองในทุกขั้นตอนและ ลดการพึ่งพาสารเคมีต่างๆ  เน้นเศรษฐกิจพอเพียงและชุมชน พึ่งตนเองให้มาก  นาระบบเศรษฐกิจทางเลือกเข้ามา ใช้ให้มากขึ้น แต่การพัฒนาด้านเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่ได้ช่วย ให้ประเทศพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะยังเกิดปัญหา ตามมามากมายเช่น  ปัญหาสังคม  ปัญหาสิ่งแวดล้อม  ปัญหาสาธารณสุข ดังนั้นควรมีการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไป กับการพัฒนาด้านอื่นๆของประเทศเช่น  พัฒนาด้านสังคม  พัฒนาด้านการเมือง  พัฒนาด้านค่านิยมและความเชื่อ  พัฒนาด้านการศึกษา  ส่งเสริมอาชีพที่เลี้ยงตนเองได้
  • 10.  พัฒนาด้านเกษตร  การอนุรักษ์และใช้ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า 2. การนาทฤษฎีกระแสทางเลือกมาใช้ในการพัฒนาประเทศ เช่น 1. Easternization หรือการทาให้เป็นตะวันออก ก่อนที่จะนาระบบตะวันออกมาใช้ ต้องเข้าใจที่มาของแนวคิดนี้เสียก่อน ซึ่งในการทาความเข้าใจ จะศึกษาองค์ประกอบ 3 ด้านคือ 1. โครงสร้างอานาจ 2. กระบวนการทางการเมือง 3. พฤติกรรมทางการเมือง 1. โครงสร้างอานาจทางการเมืองของตะวันออก มีลักษณะดังนี้  สมัยก่อนยังใช้ระบบกษัตริย์เป็นผู้ปกครอง  ใช้ระบบเจ้าขุนมูลนายในการปกครอง  มีระบบการแบ่งอานาจตามเพศ  มีการเคารพผู้นาที่มีอานาจและมีบารมี ดังนั้นการที่นาระบบตะวันออกมาใช้ในการพัฒนาประเทศ จะต้องทราบ ประวัติ วิถีชีวิต และรูปแบบการปกครองของทั้งผู้ปกครองและผู้ถูก ปกครองดังกล่าวข้างต้น จากนั้นจึงปรับปรุงและประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประเทศ โดยอาศัยความ เป็นตะวัน เพื่อให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยด้านโครงสร้างทางการเมือง ควรจะมีการปรับปรุงและประยุกต์ใช้ ดังนี้  ควรให้ประชาชนมีหลักยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจร่วมกัน โดยให้มี การเคารพรักในพระมหากษัตริย์
  • 11.  ควรให้ประชาชนอาศัยอยู่ร่วมกันแบบ สังคมตะวันออกคือ มี ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละซึ่งกันและกันให้มากขึ้น เช่นให้ ประชาชนรู้จักกันในชุมชน คอยเป็นหูเป็นตาให้กันและกัน คอย ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ซึ่งสังคมตะวันตกไม่มีระบบแบบนี้  ระบบการปกครองและโครงสร้างอานาจ ผู้นาต้องตระหนักและมี ความเข้าใจในวิถีชีวิตและค่านิยมแบบตะวันออก เช่น ปกครอง แบบอะลุ่มอะหล่วย ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว แต่มีการ ประนีประนอมกันมากขึ้น ซึ่งประเทศทางตะวันตกส่วนใหญ่ เมื่อ ประชาชนมีปัญหากันก็มักจะฟ้องร้องกันอย่างเดียว ให้ศาลเป็นผู้ ตัดสิน แต่ทางตะวันออก จะต้องใช้วิธีประนีประนอม เพื่อให้ สังคมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และลดภาระของศาลลง รวมทั้ง ทาให้การปกครองง่ายขึ้น  พยายามนาความเป็นตะวันออกมาใช้ในการปกครอง เช่น ใช้ผู้นา ชุมชนที่ชาวบ้านเคารพ มาปกครองชุมชนโดยอาศัยการยอมรับ และเชื่อฟังผู้นา  พยายามใช้ตัวผู้นาที่ชาวบ้านยอมรับและเคารพ ในการทาตัวเป็น ตัวอย่างในการดาเนินชีวิต ซึ่งจะทาให้สังคมอยู่อย่างปกติสุขและ ทาให้เกิดการปกครองตนเองซึ่งกันและกัน มีการลงโทษทาง สังคมกับคนไม่ดี และมีการให้รางวัลและยกย่องคนที่ทาความดี จึงนาไปสู่สังคมสงบสุขและการปกครองมีประสิทธิผล 2. กระบวนการทางการเมืองของตะวันออก มีลักษณะดังนี้  มีระบบอุปถัมภ์  มีการผลิตแบบทาเองทุกขั้นตอน  ผู้นามีบทบาทและอานาจในทางการเมือง ประชาชนไม่ค่อยไม่มี ส่วนร่วมมากนัก  มีระบบต้นสังกัดของนักการเมือง
  • 12. ดังนั้นการพัฒนาประเทศจะต้องมีการเรียนรู้กระบวนการทางการ เมืองของตะวันออกและประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิผล เช่น  ใช้ประโยชน์จากระบบอุปถัมภ์ ในการคัดเลือกคนดีเข้ามา ทางานทางการเมือง เช่น อุปถัมภ์คนดีให้เข้าเป็น สส และไม่ ส่งเสริมหรือไม่อุปถัมภ์คนไม่ได้เข้ามาเล่นการเมือง  ประชาชนต้องอุปถัมภ์พรรคการเมืองที่ทาประโยชน์ให้ ประเทศชาติและสังคมส่วนรวม เช่น การบริจาคเงินเข้าพรรค ที่มีนโยบายทาประโยชน์เพื่อส่วนรวม และร่วมกันกดดันทาง สังคมกับพรรคการเมืองที่เอาแต่ผลประโยชน์แก่พวกพ้องและ ตนเอง เช่น ไม่เลือกสส ไม่เข้าร่วมฟังปราศรัย ไม่อุปถัมภ์ใน การเป็นสมาชิกพรรคต่างๆ ฯลฯ  ต้องปรับปรุงกระบวนการผลิต ให้มีการลดต้นทุนและเพิ่ม มูลค่าให้สูงขึ้น โดยลดขั้นตอนการผลิตให้สั้นลง เช่นนา เทคโนโลยีมาใช้ในการผลิต ,ส่งเสริมให้การศึกษาด้านความรู้ แก่เกษตรกร  ต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติของประชาชนที่มีต่อตัวผู้นา โดยต้อง ไม่ยึดติดในตัวผู้นาหรือตระกูลผู้นา แต่ให้ประชาชนมีมุมมอง ใหม่ๆคือ ดูที่ความมีคุณธรรม จริยธรรม,ดูความสามารถ มากกว่าความมีอานาจบารมี,ส่งเสริมผู้นาที่ทาความดีให้มี โอกาสปกครองประเทศ, สร้างจิตสานึกผู้นาให้ตระหนักถึง ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตนและพวกพ้อง 3. พฤติกรรมทางการเมืองอย่างตะวันออก พฤติกรรมทางการเมืองของคนตะวันออกมักจะมีลักษณะดังนี้  มีระบบความเชื่อ เช่น เชื่อผู้นาหรือคนที่มีบารมี คนที่มีอานาจ เช่นเชื่อกานันผู้ใหญ่บ้าน เชื่อบุคคลที่มีความรู้สูงกว่า
  • 13.  ลักษณะของคนตะวันออก มีลักษณะเป็นแบบ Passive คือ ไม่ค่อย กล้าแสดงออก มักจะคล้อยตามผู้นา ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นที่ แตกต่าง  มักมองผลประโยชน์ใกล้ตัวมากกว่าที่จะมองผลประโยชน์ ส่วนรวมของประเทศ  มักเป็นนักฉวยโอกาสทางการเมือง คือเลือกข้างฝ่ายที่มีอานาจ หรือไม่เลือกข้างใดๆจนกว่าจะรู้ผลทางการเมืองว่าใครคือผู้มี อานาจหรือเป็นผู้นา  มักเป็นนักวัตถุนิยม และนักเลียนแบบ เอาอย่างตะวันตก ดังนั้นการพัฒนาประเทศตามอย่างตะวันออกจะต้องมีการปรับวิธีการให้เข้า กับพฤติกรรมของประชาชนอย่างตะวันออก เช่น  ส่งเสริมการพัฒนาประเทศในการกาหนดนโยบายต่างๆ โดย สอดแทรกระบบความเชื่อดั้งเดิมของสังคมตะวันออก เช่น ต้องการให้ประชาชนนับถือและเคารพผู้นาที่ทาตนเป็น ตัวอย่างที่ดี และส่งเสริมผู้นาให้ทาดีต่อไปโดยการให้รางวัล ต่างๆ เช่นรางวัลกานันแหนบทอง นายอาเภอแหวนเพชร ฯลฯ  ส่งเสริมการแสดงออกของประชาชนให้กล้าแสดงออกทาง การเมืองให้มากขึ้น โดยเริ่มปลูกฝังตั้งแต่วัยเรียน เช่น การ บรรจุหลักสูตรการมีส่วนร่วม หลักสูตรการเมืองไทย หลักสูตรนักประชาธิปไตย ฯลฯ  ส่งเสริมให้ประชาชนปรับทัศนคติ ให้คิดถึงผลประโยชน์ของ ชาติและส่วนรวมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตนหรือ ผลประโยชน์ใกล้ตัว เช่น การให้การศึกษาแก่ประชาชน เกี่ยวกับผลกระทบที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการแสดงออกและ การรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของชาติ  ให้ประชาชนตระหนักถึงโทษของการเห็นแก่ประโยชน์ส่วน ตนของนักการเมืองและของประชาชน เช่นหากยังรับสินบน
  • 14. ก็จะมีการเรียกทุนคืน โดยการทุจริตและส่งผลทาให้ประเทศ ยากจน ประชาชนก็ยากจนตาม  ให้ประชาชนรู้จักการเลือกข้างอย่างมีเหตุผล เช่นการเลือกข้าง ความยุติธรรม การเลือกข้างในหลักการของผลประโยชน์ ส่วนรวม ฯลฯ 2. การพัฒนาประเทศโดยใช้ระบบเศรษฐกิจพอเพียงและชุมชนพึ่งตนเอง เป็นการปฏิรูปสังคมและการดาเนินชีวิต ที่เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งด้าน การ ผลิต การบริโภค การใช้จ่าย การดารงชีพ ของประชาชนในประเทศ โดยยึดหลัก เศรษฐกิจพอเพียงพึ่งตนเองได้ของในหลวง เช่น  ค้นหาปัญหาในชุมชน โดยคนในชุมชนเอง  คัดเลือกปัญหามาจัดลาดับความสาคัญเร่งด่วนเพื่อนามาแก้ปัญหา โดยกลุ่ม คนในชุมชนเอง  ค้นหาสาเหตุปัญหา โดยการระดมสมองจากประชาชนในชุมชน  หาหนทางและแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยยึดแนวทางของในหลวง ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในท้องถิ่น ยึดหลักความประหยัด ความคุ้มค่า และต้นทุนต่ามาใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา  ค้นหาจุดยืนร่วมกันในการป้องกันปัญหาเช่น การสาบาน การทาโทษทาง สังคมโดยคนในชุมชน การไม่ยอมรับให้เข้ากลุ่ม การไม่ให้กู้ยืมเงินของ ชุมชน ฯลฯ 3. การพัฒนาประเทศ โดยใช้ระบบหลักความเชื่อทางศาสนา เช่น  ใช้วิถีชาวพุทธในการพัฒนาจิตใจประชาชนให้เป็นคนดี เน้นเรื่องบาปบุญ และ ความเชื่อหลังความตาย เพื่อให้คนในประเทศได้เห็นคุณค่าของคนที่ทาความดี เพื่อยกระดับในการทาความดีระดับประเทศต่อไป เช่น ส่งเสริมให้เชื่อว่า หากมี การโกงบ้านเมือง จะตกนรก ทากินไม่ขึ้น หรือ หากทุจริตเงินส่วนรวม ก็จะได้รับ อันไปเป็นตามความเชื่อทางศาสนา  ใช้มูลนิธิทางศาสนาคริสต์ ในการให้ทุนอุดหนุนประเทศที่นับถือศาสนาเดียวกัน เพื่อนาเงินไปพัฒนาประเทศ
  • 15. 4. การพัฒนาประเทศ โดยใช้ระบบปลูกฝังเยาวชนร่วมกัน เช่น  โครงการเรือเยาวชน ที่นาเยาวชนของประเทศต่างๆมาอยู่รวมกัน เพื่อให้ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน จนนาไปสู่ความรักใคร่ปรองดองและเมื่อ เด็กโตขึ้น และได้เป็นผู้นา ก็จะมีความรักใคร่กันระหว่างประเทศมากขึ้นและเกิด การช่วยเหลือกันระหว่างประเทศ  โครงการเด็กนักเรียนทุน โดยการให้ทุนนักเรียนที่เรียนดี ระดับหัวกะทิของชาติ ไปเรียนในประเทศชั้นนา และกลับมาใช้ทุนในการพัฒนาประเทศต่อไป เช่น ทุน อานันทมหิดล  โครงการเด็กช้างเผือก ที่ส่งเสริมเด็กเรียนดีให้ได้เรียนในคณะที่เป็นชั้นนาของ ประเทศ และหวังว่าจะได้กลับมาทางานให้ประเทศชาติในหน่วยงานของรัฐ ตามที่รัฐวางแผนไว้ ……………………………………………………………………… คาตอบสาหรับการเลือกตอบข้อ ข ด้านแผนและนโยบายการพัฒนาประเทศ ในการพัฒนาประเทศ จาเป็นต้องทราบ สิ่งดังต่อไปนี้ 1. ลักษณะของนโยบายทางสังคม 2. ปัจจัยที่นาไปสู่แห่งความสาเร็จของแผนและนโยบาย นโยบายทางสังคม มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาสังคม ให้สังคมอยู่ดีกินดี มีความสงบสุขและสันติ ไร้ปัญหา ทางสังคมต่างๆ นโยบายทางสังคม แบ่งออกเป็น 4 ลักษณะคือ 1. นโยบาย กระจายผลประโยชน์ (Distributive) อธิบายด้วยกราฟหน้า 24 โดย นโยบายนี้ มุ่งกระจายผลประโยชน์ให้แก่คนบางกลุ่มของประเทศ นโยบายนี้จะได้รับการผลักดันหรือกลุ่มที่มีอานาจในการกาหนดนโยบายคือ  ภาคเอกชนหรือกลุ่มผลประโยชน์  ภาคส่วนราชการ
  • 16.  คณะกรรมาธิการรัฐสภา เช่นนโยบายการสร้างโรงพยาบาล การขนส่งมวลชน การลดภาษีให้คนซื้อ บ้าน การจัดสรรน้าชลประทานเพื่อทาการเกษตร 2. นโยบาย กระจายผลประโยชน์ซ้า (Redistributive) อธิบายด้วยกราฟหน้า 25 นโยบายนี้ มุ่งกระจายผลประโยชน์ให้แก่ผู้ด้อยสิทธิหรือการลดช่องว่างทาง สังคม ผู้มีบทบาทหรืออิทธิพลต่อการผลักดันนโยบายคือ  ภาคเอกชนหรือกลุ่มผลประโยชน์  ผู้นาฝ่ายบริหาร เช่น รมต,นายกรัฐฯ  รัฐสภา เช่น นโยบายเรียนฟรี , ชนกลุ่มน้อยได้รับการว่าจ้างงาน, การฝึกอาชีพให้แก่ผู้ใช้ แรงงาน, การให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ด้อยโอกาส 3. นโยบาย ควบคุมพฤติกรรมประชาชน (Regulatory) อธิบายด้วยกราฟหน้า 26 เป็นนโยบายที่ต้องการควบคุมพฤติกรรมของประชาชน โดยการบังคับให้ต้อง กระทาอย่างใดอย่างหนึ่งหรือ ห้ามไม่ให้กระทาอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เพื่อรักษา ความสงบเรียบร้อย หรือการจัดระเบียบของสังคมต่างๆ เช่น นโยบาย การเกณฑ์ ทหาร นโยบายการเก็บภาษีเหล้าและบุหรี่ในอัตราที่สูงเพื่อต้องการให้ประชาชนมี การลดการบริโภคเหล้าและบุหรี่ โดยต้องการให้ประชาชนมีสุขาภาพดีขึ้น ลดการ เป็นปัญหาทางสังคมลงหรือ การเก็บภาษีน้ามันที่สูง เพื่อต้องการให้คนลดการใช้ น้ามัน ผู้มีอิทธิพลหรือบทบาทในการกาหนดนโยบายนี้คือ ทุกกลุ่มของทุกภาคส่วนคือ  ภาคเอกชนหรือกลุ่มผลประโยชน์  ภาคราชการ  คณะกรรมาธิการรัฐสภา  ผู้นาฝ่ายบริหาร
  • 17.  รัฐสภา 4. นโยบายในภาวะวิกฤติ (Crisis Policy) อธิบายด้วยกราฟหน้า 27 เป็นนโยบายเร่งด่วนที่ถูกจัดทาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนของชาติ เช่น การเกิดภัย พิบัติ น้าท่วม แผ่นดินไหว ดังนั้นผู้กาหนดนโยบาย จะอยู่ที่ ผู้นาฝ่ายบริหาร และรัฐสภา โดยอาจมีหน่วยงาน ราชการบางหน่วยเท่านั้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการกาหนดนโยบาย ความสาเร็จของแผนการพัฒนาประเทศ ปัจจัยของความสาเร็จของแผน ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ 1. การยอมรับแผน (เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของนักการเมือง) 2. การปฏิบัติได้จริง (หน่วยงานราชการนาไปปฏิบัติได้หรือไม่) องค์ประกอบ ที่เกี่ยวข้องกับ การยอมรับแผนและการปฏิบัติได้จริงของแผน มี 10 อย่าง ประกอบด้วย 1. ขอบเขต ของแผน กว้าง แคบ แค่ไหน 2. ช่วงระยะเวลา ในการดาเนินการ สั้นหรือยาว 3. วัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย ชัดเจนแค่ไหน 4. ความสอดคล้องระหว่างนโยบายและแผน 5. เครื่องมือที่ช่วยในการจัดทาแผน 6. ทรัพยากร ในการใช้ทาแผนมีมากหรือน้อย 7. กิจกรรมนาเข้า ในการดาเนินการมีความหลากหลายมากน้อยแค่ไหน 8. กิจกรรมนาออก หรือผลผลิตของแผน มีตัววัดกี่ตัว ได้รับการยอมรับหรือไม่จากผู้ปฏิบัติ 9. การมีส่วนร่วมของฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับแผน มีมากน้อยแค่ไหน 10. โครงการนาร่อง มีประสิทธิผลมากน้อยแค่ไหน เพื่อนาไปอธิบายและเป็นตัวต้นแบบ สาหรับโครงการต่อไป ……………………………………………………………………..
  • 18. โดยการตอบข้อสอบของข้อนี้ ต้องวาดแผนภาพประกอบการอธิบาย พร้อมทั้ง ยกตัวอย่างให้ท่านอาจารย์เข้าใจอย่างเป็นรูปธรรม และควรมีความรู้ที่เกี่ยวข้องกับคาถามข้อนี้ที่เพื่อนๆต้องไปอ่านและท่องมาคือ 1. ความสัมพันธ์ระหว่าง การเมือง เศรษฐกิจ การบริหารและสังคม ด้านการพัฒนา เป็นกราฟหน้า 19 ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ ระหว่าง การเมือง เศรษฐกิจ การบริหาร และสังคม 2. ปัญหาในการบริหารงานด้านการพัฒนาประเทศ สรุปได้ว่า ปัญหาในการพัฒนาประเทศ เกิดปัญหาสองอย่างคือ 1. ปัญหาจากระบบอามาตยาธิปไตย ที่มีข้าราชการใช้อานาจอธิปไตยแทน ประชาชน ทาให้ประชนไม่ได้ใช้อานาจอธิปไตยของตัวเอง 2. ปัญหาจากระบบอุปถัมภ์ ทาให้ ไม่สามารถที่จะทาให้นักการเมืองบริหาร ประเทศแบบคุณธรรม ที่มีความเสมอภาคเท่าเทียมกันได้ 3. ปรัชญาของการพัฒนาประเทศ ปรัชญาที่แฝงอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ตั้งแต่ฉบับที่ 1 ถึง 9 มีปรัชญา ดังนี้ 1.หลักความสมดุลของการพัฒนา 2.หลักอรรถประโยชน์สูงสุดของการใช้ทรัพยากร 3. หลักการจัดลาดับความสาคัญ 4. หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน 5. หลักการประสานเป้าหมายด้านจิตใจ ด้านวัฒนธรรม ด้านสันติ 6.หลักการเพิ่มพูนความเจริญเติบโตและก้าวหน้า 7. หลักการพัฒนาด้วยวิธีการวิวัฒนาการแบบค่อยเป็นค่อยไป 4. สาเหตุหรืออาการของการด้อยพัฒนา 5. วิธีการพัฒนาประเทศ จะต้องอาศัยกระบวนการเปลี่ยนแปลงดังนี้ 1. การใช้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ของแต่ละชุมชน มากาหนดเป็นแผนการพัฒนาประเทศ
  • 19. 2. การกระจายภารกิจ เป็นการกาหนดอานาจหน้าที่ และภารกิจหรือความรับผิดชอบให้ ชัดเจน ว่าหน่วยงานไหนทาอะไรบ้าง 3. หลีกเลี่ยงการใช้อานาจ คือหลีกเลี่ยงวิธีแบบเผด็จการ แต่ให้ใช้วิธี แนะนาหรือ ข้อเสนอแนะ ในการให้ประชาชนมีส่วนร่วมหรือให้ประชาชนปฏิบัติตามนโยบายต่างๆ 4. อาศัยความรูจากหลายๆสาขา ต้องมีการประสานความคิดของผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ ้ 5. ต้องแยกการพัฒนาประเทศ ออกจาก การรักษากฎหมาย คือต้องมีความยืดหยุ่น หากมีข้อ กฎหมายใดที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ก็จาเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย 6. ต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างขององค์การ โดยเฉพาะองค์กรหลักของประเทศ(นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ) รวมไปถึงโครงสร้างของสังคมด้วย ………………………………………………………………………… ข้อสอบข้อ 2 ให้นักศึกษานาหลักชุมชนพึ่งตนเองของหมู่บ้านกลางดงที่ได้ดจากวีดีโอ มาใช้ ู อธิบายการพัฒนาประเทศ พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบการอธิบาย(ข้อสอบข้อนี้บังคับทา) ก่อนตอบเพื่อนๆควรไปดูวีดีโอ ชุมชนพึ่งตนเองบ้างกลางดง และสรุปให้ได้วา ่  ปัญหาที่บ้านกลางดงประสบอยู่ก่อนที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขคืออะไรบ้าง เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาการลักขโมย ปัญหาหนี้สิน  ขั้นตอนการแก้ปัญหาและแนวทางการวางแผนพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนมีอะไรบ้าง คาตอบข้อ 2 ขั้นตอนในการพัฒนาประเทศ โดยยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแบบชุมชนพึ่งตนเอง ของชุมชนบ้านกลางดง มีขั้นตอนในการวางแผนพัฒนาและแก้ปัญหาดังนี้ 1. การออกแบบ แบบสอบถาม เพื่อนาไปใช้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับ  ความต้องการอย่างแท้จริงของประชาชนทั้งประเทศมีอะไรบ้าง  ปัญหาของประเทศมีอะไรบ้าง  ควรจะออกแบบ แบบสอบถามอย่างไร เพื่อให้เก็บข้อมูลจากการ สอบถามให้ครอบคลุมทุกปัญหาและทุกความต้องการของประชาชนทั้ง ประเทศ
  • 20. 2. การเก็บข้อมูลที่เป็นจริงและมีความถูกต้อง จะต้องพิจารณา  วิธีการเก็บข้อมูลต้องเป็นวิธีการที่ได้ข้อมูลถูกต้อง เป็นจริงมากที่สุด  เก็บข้อมูลโดยการกระจายครอบคลุมทั่วประเทศ  จานวนชุดข้อมูลต้องมีมากพอที่สามารถเป็นตัวแทนของประชากรทั้งประเทศ ได้ หรือหากเก็บได้ 100% ก็ยิ่งดี  ต้องคานึงถึงค่าใช้จ่ายในการเก็บข้อมูลให้มีความคุ้มค่า 3. การรวบรวมข้อมูลและสังเคราะห์ข้อมูล  รวบรวมจัดหมวดหมู่ให้ง่ายต่อการนาไปวิเคราะห์  จัดทาและรวบรวมข้อมูลให้อยู่ในรูป ตาราง กราฟ แผนภูมิ ค่าเฉลี่ย เพื่อให้ ง่ายต่อการวิเคราะห์ทางสถิติ 4. การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อ  ค้นหาปัญหาที่แท้จริงของประเทศ  จัดลาดับความสาคัญเร่งด่วนของปัญหาที่มีผลกระทบมากที่สุด เพื่อมาค้นหา สาเหตุต่อไป  ระดมสมองร่วมกันของตัวแทนหรือกลุ่มคนในชาติ เช่นการทาประชาสังคม การทาเวทีชาวบ้าน การเสวนาเวทีชาวบ้าน ฯลฯ เพื่อค้นหาแนวทางการแก้ไข และป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดซ้า ดังนั้นในการตอบคาถามข้อนี้ ท่านจะต้อง 1. ทราบขั้นตอนการวางแผนการพัฒนาประเทศตามต้นแบบของชุมชน พึ่งตนเองดังกล่าวข้างต้น 2. ในแต่ละขั้นตอน ต้องอธิบายให้เข้าใจว่า  วิธีการต้องทาอย่างไรบ้าง  ยกตัวอย่างประกอบให้ชัดเจน  มีข้อเสนอแนะที่เป็นรูปธรรม และนาไปปฏิบัติได้จริง
  • 21. 3. เพื่อนๆจะต้องใช้ความรอบรู้ต่างๆเช่น ปัญหาประเทศไทยในปัจจุบันมี อะไรบ้าง ข่าวสารรอบตัวเกี่ยวกับการเมือง เศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันมี อะไรบ้าง และปัจจุบันรัฐแก้ปัญหาอย่างไร แก้ได้หรือไม่ หากเราเป็นนายกฯ ควรแก้ปัญหานั้นอย่างไร ฯลฯ …………………………………………………………………..

×