เตรี ยมสอบครู ผ้ ช่วย 81
ู
ผู้เรี ยบเรี ยง : ธีรภัทร วงษ์ สว่ าง

1. วินัยและการรักษาวินัยของข้าราชการครู
ข้าราชการครูและบ...
เตรี ยมสอบครู ผ้ ช่วย 82
ู
ผู้เรี ยบเรี ยง : ธีรภัทร วงษ์ สว่ าง

การลงโทษทางวินัย
 วัตถุประสงค์
◦ เพื่อส่งเสริมคุณภาพและ...
เตรี ยมสอบครู ผ้ ช่วย 83
ู
ผู้เรี ยบเรี ยง : ธีรภัทร วงษ์ สว่ าง

หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองห...
เตรี ยมสอบครู ผ้ ช่วย 84
ู
ผู้เรี ยบเรี ยง : ธีรภัทร วงษ์ สว่ าง

มาตรา ๙๐
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่กระทากา...
เตรี ยมสอบครู ผ้ ช่วย 85
ู
ผู้เรี ยบเรี ยง : ธีรภัทร วงษ์ สว่ าง

ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เสพยาเสพติด หรือสนับ...
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

ข้อสอบอบตเฉลย

68

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
68
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
0
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ข้อสอบอบตเฉลย

  1. 1. เตรี ยมสอบครู ผ้ ช่วย 81 ู ผู้เรี ยบเรี ยง : ธีรภัทร วงษ์ สว่ าง 1. วินัยและการรักษาวินัยของข้าราชการครู ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาวินัยที่บัญญัติเป็นข้อห้าม และข้อปฏิบัติโดย เคร่งครัดอยู่เสมอ ผู้ใดฝุาฝืนและเป็นผู้กระทาผิดวินัย จักต้องได้รับโทษทางวินัย ซึ่งมี 5 สถาน ดังนี้ 1. ภาคทัณฑ์ 2. ตัดเงินเดือน 3. ลดขั้นเงินเดือน 4. ปลดออก 5. ไล่ออก การกระทาผิดวินัยข้อ 1-3 เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง การกระทาผิดวินัยตามข้อ 4 หรือ ข้อ 5 เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ต้องพ้นจากหน้าที่ราชการ ผู้ใดถูกลงโทษปลดออกให้มีสิทธิรับบาเหน็จบานาญเสมือนเป็นผู้ลาออกจากราชการแต่ถ้าถูกลงโทษไล่ออกจะ ไม่มีสิทธิได้รับบาเหน็จบานาญ อนึ่ง เพื่อให้การพิจารณาโทษได้มาตรฐานเดียวกันหรือใกล้เคียง สานักงาน ก.ค.ศ. ได้กาหนดแนวการ ลงโทษไว้โดยให้ยึดแนวการลงโทษตามหนังสือสานักงาน ก.ค. จึงมีหนังสือที่ ศธ 1306/ว 4 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2543 กาหนดมาตรฐานโทษไว้ 6 กรณี ดังนี้ 1. กรณีประพฤติชั่วโดยการเล่นการพนัน 2. กรณีประพฤติชั่วโดยเสพสุรา 3. กรณีละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ 4. กรณีปลอมลายมือชื่อหรือปลอมเอกสาร 5. กรณีประพฤติชั่วทางเพศ 6. กรณีเกี่ยวกับความลับทางราชการ ทั้ง 6 กรณีดังกล่าวนี้ มีแนวการพิจารณาโทษครูผู้กระทาผิดวินัยเป็นมาตรฐาน ดังปรากฏรายละเอียด ดังนี้  ที่มา พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ๒๕๔๗ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๒) ๒๕๕๑ หมวด ๖ วินัยและการรักษาวินัย (มาตรา ๘๒ - มาตรา ๙๗) จานวน ๑๖ มาตรา  ความหมาย  วินัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาวินัยที่เป็นข้อบัญญัติที่กาหนดเป็น ข้อ ห้ามและข้อปฏิบัติ (ม.๘๒) วัตถุประสงค์ของวินัยข้าราชการครู     เป็นเครื่องมือรักษาคนดี คัดคนชั่ว คนไม่มีประสิทธิภาพออกจากราชการ เพื่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานและคุณภาพการศึกษา เพื่อความปลอดภัยและประโยชน์ของผู้เรียน เพื่อเกียรติยศชื่อเสียงของครูและองค์กรวิชาชีพครู
  2. 2. เตรี ยมสอบครู ผ้ ช่วย 82 ู ผู้เรี ยบเรี ยง : ธีรภัทร วงษ์ สว่ าง การลงโทษทางวินัย  วัตถุประสงค์ ◦ เพื่อส่งเสริมคุณภาพและประสิทธิภาพของข้าราชการ ◦ เพื่อธารงศักดิ์ศรีของข้าราชการ  หลักการลงโทษทางวินัย ◦ หลักนิติธรรม ◦ หลักมโนธรรม ◦ หลักคุณธรรม วินัยข้าราชการครูและบุคลากรฯ....มีอะไรบ้าง  จาแนกเป็นกลุ่ม หรือประเภท ◦ วินัยไม่ร้ายแรง ◦ วินัยร้ายแรง  ดู..ตรงไหนว่า ร้ายแรง หรือไม่ร้ายแรง ◦ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ๒๕๔๗ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๒) ๒๕๕๑ หมวด ๖ วินัยและการรักษาวินัย (มาตรา ๘๒ - มาตรา ๙๗) จานวน ๑๖ มาตรา หมวด ๖ วินัยและการรักษาวินัย มาตรา ๘๒ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาวินัยที่บัญญัติเป็นข้อห้าม และข้อปฏิบัติไว้ในหมวด นี้โดยเคร่งครัดอยู่เสมอ มาตรา ๘๓ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจและมีหน้าที่ วางรากฐานให้เกิดระบอบการปกครองเช่นว่านั้น มาตรา ๘๔ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสมอภาค และเที่ยงธรรม มีความวิริยะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ดูแลเอาใจใส่ รักษาประโยชน์ของทางราชการ และต้อง ปฏิบัติตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างเคร่งครัดห้ามมิให้อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอานาจ และหน้าที่ราชการของตน ไม่ว่าจะโดยทางตรง หรือทางอ้อม หาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นการปฏิบัติ
  3. 3. เตรี ยมสอบครู ผ้ ช่วย 83 ู ผู้เรี ยบเรี ยง : ธีรภัทร วงษ์ สว่ าง หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่ มิควรได้ เป็นการ ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ เป็นความผิดวินัยอย่างร้างแรง มาตรา ๘๕ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ แบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาลโดยถือประโยชน์ สูงสุดของผู้เรียน และไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตาม กฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล ประมาทเลินเล่อหรือขาดการเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความ เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรงเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มาตรา ๘๖ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติตามคาสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการ โดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยงแต่ถ้าเห็นว่า การปฏิบัติตาม คาสั่งนั้นจะทาให้เสียหายแก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการจะเสนอความเห็นเป็น หนังสือภายในเจ็ดวัน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคาสั่งนั้นก็ได้และเมื่อเสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชา ยืนยันเป็นหนังสือให้ปฏิบัติตามคาสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาจะต้องปฏิบัติตาม การขัดคาสั่งหรือหลีกเลี่ยงไม่ ปฏิบัติตามคาสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มาตรา ๘๗ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องตรงต่อเวลา อุทิศเวลาของตนให้แก่ ทางราชการและ ผู้เรียน จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรมิได้การละทิ้งหน้าที่หรือทอดทิ้งหน้าที่ ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือ การละทิ้งหน้าที่ ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่าสิบห้าวัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือโดยมีพฤติการณ์อัน แสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มาตรา ๘๘ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องประพฤติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ชุมชน สังคม มี ความสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อผู้เรียนและระหว่างข้าราชการด้วยกันหรือผู้ร่วม ปฏิบัติราชการ ต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เรียนและประชาชนผู้มาติดต่อราชการ การกลั่น แกล้ง ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงผู้เรียน หรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการ อย่างร้ายแรง เป็น ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มาตรา ๘๙ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่กลั่นแกล้ง กล่าวหาหรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจาก ความเป็นจริง การกระทาตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นเหตุ ให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัย อย่างร้ายแรง
  4. 4. เตรี ยมสอบครู ผ้ ช่วย 84 ู ผู้เรี ยบเรี ยง : ธีรภัทร วงษ์ สว่ าง มาตรา ๙๐ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่กระทาการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทาการหาประโยชน์ อันอาจทาให้เสื่อมเสียความเที่ยงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ในตาแหน่งหน้าที่ราชการของตนการกระทา ตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกระทาโดยมีความมุ่งหมายจะให้เป็นการซื้อขาย หรือให้ได้รับแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่ง หรือวิทยฐานะใดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นการกระทาอันมีลักษณะเป็นการให้ หรือได้มาซึ่งทรัพย์สิน หรือสิทธิประโยชน์อื่น เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งโดยมิชอบ หรือเสื่อมเสียความเที่ยง ธรรม เป็นความผิดวินัยอย่างร้าย มาตรา ๙๑ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่คัดลอกหรือลอกเลียนผลงาน ทางวิชาการของผู้อื่น โดยมิชอบ หรือนาผลงานทางวิชาการของผู้อื่น หรือจ้างวาน ใช้ผู้อื่นทาผลงานทางวิชาการเพื่อใช้ในการเสนอ ขอปรับปรุง การกาหนดตาแหน่ง การเลื่อนตาแหน่ง การเลื่อนวิทยฐานะ หรือการให้ได้รับเงินเดือนสูงขึ้น เป็น ความผิดวินัยร้ายแรงข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ร่วมคัดลอกหรือลอกเลียนผลงานทางวิชาการ ของผู้อื่นโดยมิชอบ หรือรับจัดทาผลงานทางวิชาการไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ เพื่อให้ผู้อื่นนาผลงานไปใช้ ประโยชน์เป็นความผิดวินัยร้ายแรง มาตรา ๙๒ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดารง ตาแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท มาตรา ๙๓ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องวางตนเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่ และใน การปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชน โดยต้องไม่อาศัยอานาจและหน้าที่ราชการของตนแสดงการฝักใฝุ ส่งเสริม เกื้อกูล สนับสนุนบุคคล กลุ่มบุคคล หรือพรรคการเมืองใดข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดาเนินการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการทุจริตโดยการซื้อสิทธิหรือขายเสียงใน การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นผู้บริหารท้องถิ่น หรือการเลือกตั้งอื่นที่มีลักษณะเป็นการส่งเสริม การปกครองในระบอบประชาธิปไตยรวมทั้งจะต้องไม่ให้การส่งเสริม สนับสนุน หรือชักจูงให้ผู้อื่นกระทาการใน ลักษณะเดียวกัน การดาเนินการที่ฝุาฝืนหลักการดังกล่าวนี้ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มาตรา ๙๔ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตาแหน่ง หน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทาการใดๆ อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วการกระทาความผิด อาญาจนได้รับโทษจาคุก หรือโทษที่หนักกว่าจาคุก โดยคาพิพากษาถึงที่สุด ให้จาคุกหรือให้รับโทษที่หนักกว่า จาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิดที่ได้กระทาโดยประมาท หรือความผิด ลหุโทษ หรือกระทาการอื่นใดอัน ได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
  5. 5. เตรี ยมสอบครู ผ้ ช่วย 85 ู ผู้เรี ยบเรี ยง : ธีรภัทร วงษ์ สว่ าง ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เสพยาเสพติด หรือสนับสนุนให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด เล่นการ พนันเป็นอาจิณ หรือกระทาการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบ ของตนหรือไม่ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มาตรา ๙๕ ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย ปูองกัน มิให้ผู้อยู่ใต้บังคับ บัญชากระทาผิดวินัย และดาเนินการทางวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทา ผิดวินัย การเสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย ให้กระทาโดยการปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี การฝึกอบรม การสร้างขวัญและกาลังใจ การจูงใจ หรือการอื่นใดในอันที่จะเสริมสร้างและพัฒนาเจตคติ จิตสานึก และพฤติกรรมของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไปในทางที่มีวินัย การปูองกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทาผิดวินัยให้กระทาโดยการเอาใจใส่ สังเกตการณ์และขจัด เหตุที่อาจก่อให้เกิดการกระทาผิดวินัย ในเรื่องอันอยู่ในวิสัยที่จะดาเนินการปูองกันตามควรแก่กรณีได้เมื่อ ปรากฏกรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดกระทาผิดวินัยโดยมี พยานหลักฐานในเบื้องต้นอยู่แล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาดาเนินการทางวินัยทันที เมื่อมีการกล่าวหาโดยปรากฏตัวผู้ กล่าวหาหรือกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดกระทาผิดวินัยโดยยังไม่มี พยานหลักฐาน ให้ผู้บังคับบัญชารีบดาเนินการสืบสวนหรือพิจารณา ในเบื้องต้นว่ากรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่าผู้ นั้นกระทาผิดวินัยหรือไม่ ถ้าเห็นว่ากรณีไม่มีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทาผิดวินัยจึงจะยุติเรื่องได้ ถ้าเห็นว่ากรณี มีมูล ที่ควรกล่าวหาว่ากระทาผิดวินัยก็ให้ดาเนินการทางวินัยทันที การดาเนินการทางวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาซึ่งมีกรณีอันมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทาผิดวินัย ให้ ดาเนินการตามที่บัญญัติไว้ในหมวด 7ผู้บังคับบัญชาผู้ใดละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรานี้และตามหมวด 7 หรือมีพฤติกรรมปกปูอง ช่วยเหลือเพื่อมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาถูกลงโทษ ทางวินัย หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว โดยไม่สุจริตให้ถือว่าผู้นั้นกระทาผิดวินัย มาตรา ๙๖ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดฝุาฝืนข้อห้าม หรือ ไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติทางวินัยตาม ที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ ผู้นั้น เป็นผู้กระทาผิดวินัย จักต้องได้รับโทษทางวินัยเว้นแต่มีเหตุอันควร งดโทษ โทษทางวินัยมี 5 สถาน คือ (1) ภาคทัณฑ์ (2) ตัดเงินเดือน (3) ลดขั้นเงินเดือน (4) ปลดออก (5) ไล่ออก ผู้ใดถูกลงโทษปลดออก ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับบาเหน็จบานาญเสมือนว่าเป็นผู้ลาออกจากราชการ มาตรา ๙๗ การลงโทษข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ทาเป็นคาสั่ง วิธีการออกคาสั่งเกี่ยวกับการ ลงโทษให้เป็นไปตามระเบียบของ ก.ค.ศ. ผู้สั่งลงโทษต้องสั่งลงโทษให้เหมาะสมกับความผิดและมิให้เป็นไปโดย พยาบาท โดยอคติหรือโดยโทสะจริต หรือลงโทษผู้ที่ไม่มีความผิด ในคาสั่งลงโทษให้แสดงว่าผู้ถูกลงโทษกระทา ผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมีเหตุผลอย่างใดในการกาหนดสถานโทษเช่นนั้น
  6. 6. เตรี ยมสอบครู ผ้ ช่วย 86 ู ผู้เรี ยบเรี ยง : ธีรภัทร วงษ์ สว่ าง สรุปวินัยไม่ร้ายแรง ได้แก่ 1. ไม่สนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยด้วยความบริสุทธิ์ใจ 2. ไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสมอภาค และเที่ยงธรรม ต้องมีความวิริยะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ดูแลเอาใจใส่ รักษาประโยชน์ของทางราชการ และต้องปฏิบัติตนตามมาตรฐานและ จรรยาบรรณวิชาชีพ 3. อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยอานาจและหน้าที่ราชการของตนไม่ว่าจะโดยทางตรง หรือทางอ้อม หาประโยชน์ให้แก่ตนเองและผู้อื่น 4. ไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงาน การศึกษา มติ ครม. หรือนโยบายของรัฐบาลโดยถือประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน และไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ ราชการ 5. ไม่ปฏิบัติตามคาสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของ ทางราชการ แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติตามคาสั่งนั้นจะทาให้เสียหายแก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษา ประโยชน์ของทางราชการ จะเสนอความเห็นเป็นหนังสือภายใน 7 วัน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคาสั่งก็ได้ และเมื่อเสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันเป็นหนังสือให้ปฏิบัติตามคาสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้อง ปฏิบัติตาม 6. ไม่ตรงต่อเวลา ไม่อุทิศเวลาของตนให้แก่ทางราชการและผู้เรียน ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร 7. ไม่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน ชุมชน สังคม ไม่สุภาพเรียบร้อยและรักษาความสามัคคี ไม่ช่วยเหลือเกื้อกูลต่อผู้เรียนและข้าราชการด้วยกัน หรือผู้ร่วมงานไม่ต้อนรับหรือให้ความสะดวก ให้ความเป็น ธรรมต่อผู้เรียนและประชาชนผู้มาติดต่อราชการ 8. กลั่นแกล้ง กล่าวหา หรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง 9. กระทาการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทาการหาประโยชน์อันอาจทาให้เสื่อมเสียความเที่ยงธรรมหรือ เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ในตาแหน่งหน้าที่ราชการของตน 10. เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดารงตาแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้น ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท 11. ไม่วางตนเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่ และในการปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้อง กับประชาชน อาศัยอานาจและหน้าที่ราชการของตนแสดงการฝักใฝุส่งเสริม เกื้อกูล สนับสนุนบุคคล กลุ่มบุคคลหรือพรรคการเมืองใด 12. กระทาการอันใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว 13. เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย ไม่ปูองกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา กระทาผิดวินัย หรือละเลย หรือมีพฤติกรรมปกปูอง ช่วยเหลือมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาถูกลงโทษทางวินัย หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวโดยไม่สุจริต
  7. 7. เตรี ยมสอบครู ผ้ ช่วย 87 ู ผู้เรี ยบเรี ยง : ธีรภัทร วงษ์ สว่ าง สรุปวินัยร้ายแรง ได้แก่ 1. ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ 2. จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ แบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา มติ ครม. หรือนโยบายของรัฐบาล ประมาทเลินเล่อหรือขาดการเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ ของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง 3. ขัดคาสั่งหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคาสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วย กฎหมายและระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง 4. ละทิ้งหน้าที่หรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการ อย่างร้ายแรง 5. ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร 6. กลั่นแกล้ง ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงผู้เรียนหรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการอย่าง ร้ายแรง 7. กลั่นแกล้ง กล่าวหา หรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความ เสียหายอย่างร้ายแรง 8. กระทาการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทาการหาประโยชน์อันอาจทาให้เสื่อมเสียความเที่ยงธรรมหรือ เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ในตาแหน่งหน้าที่ราชการ โดยมุ่งหมายจะให้เป็นการซื้อขาย หรือให้ได้รับแต่งตั้งให้ดารง ตาแหน่งหรือวิทยฐานะใดโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นการกระทาอันมีลักษณะเป็นการให้หรือได้มาซึ่ง ทรัพย์สินหรือสิทธิประโยชน์อื่นเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับการบรรจุและแต่งตั้งโดยมิชอบ 9. คัดลอกหรือลอกเลียนผลงานทางวิชาการของผู้อื่นโดยมิชอบหรือนาเอาผลงานทางวิชาการของ ผู้อื่น หรือจ้าง วาน ใช้ผู้อื่นทาผลงานทางวิชาการ เพื่อไปใช้ในการเสนอขอปรับปรุงการกาหนดตาแหน่ง การ เลื่อนตาแหน่ง การเลื่อนวิทยฐานะ หรือการให้ได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้น 10. ร่วมดาเนินการคัดลอกหรือลอกเลียนผลงานของผู้อื่นโดยมิชอบ หรือรับจัดทาผลงานทางวิชาการ ไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ เพื่อให้ผู้อื่นนาผลงานนั้นไปใช้ประโยชน์เพื่อปรับปรุงการกาหนดตาแหน่ง เลื่อน ตาแหน่ง เลื่อนวิทยฐานะ หรือให้ได้รับเงินเดือนในอันดับที่สูงขึ้น 11. เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดาเนินการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการทุจริตโดยการซื้อสิทธิหรือขายเสียง ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือการเลือกตั้งอื่นที่มีลักษณะเป็นการ ส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งการส่งเสริม สนับสนุน หรือชักจูงให้ผู้อื่นกระทาการใน ลักษณะเดียวกัน 12. กระทาความผิดอาญาจนได้รับโทษจาคุก หรือโทษที่หนักกว่าจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้
  8. 8. เตรี ยมสอบครู ผ้ ช่วย 88 ู ผู้เรี ยบเรี ยง : ธีรภัทร วงษ์ สว่ าง จาคุกหรือให้รับโทษที่หนักกว่าจาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิดที่ได้กระทาโดยประมาทหรือลหุโทษ หรือ กระทาการอื่นใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง 13. เสพยาเสพติด หรือสนับสนุนให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด 14. เล่นการพนันเป็นอาจิณ 15. กระทาการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษาไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตน หรือไม่ การดาเนินการทางวินัย การดาเนินการทางวินัย กระบวนการและขั้นตอนการดาเนินการในการออกคาสั่งลงโทษ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มีลาดับก่อนหลังต่อเนื่องกัน อันได้แก่ การตั้งเรื่องกล่าวหา การสืบสวนสอบสวน การพิจารณาความผิดและกาหนดโทษและการสั่งลงโทษ รวมทั้งการดาเนินการต่าง ๆ ในระหว่าง การสอบสวนพิจารณา เช่น การสั่งพัก การสั่งให้ออกไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณา หลักการดาเนินการทางวินัย 1. กรณีที่ผู้บังคับบัญชาพบว่าผู้ใต้บังคับบัญชาผู้ใดกระทาผิดวินัยโดยมีพยานหลักฐาน ในเบื้องต้นอยู่แล้ว ผู้บังคับบัญชาก็สามารถดาเนินการทางวินัยได้ทันที 2. กรณีที่มีการร้องเรียนด้วยวาจาให้จดปากคา ให้ผู้ร้องเรียนลงลายมือชื่อ และวัน เดือน ปี พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานอื่น ๆ ประกอบการพิจารณาแล้วดาเนินการให้มีการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยตั้งกรรมการสืบสวนหรือสั่งให้บุคคลใดไปสืบสวน หากเห็นว่ามีมูล ก็ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ต่อไป 3. กรณีมีการร้องเรียนเป็นหนังสือ ผู้บังคับบัญชาต้องสืบสวนในเบื้องต้นก่อน หากเห็นว่า ไม่มีมูลก็สั่งยุติเรื่อง ถ้าเห็นว่ามีมูลก็ตั้งคณะกรรมการสอบสวนต่อไป กรณีหนังสือร้องเรียนไม่ลง ลายมือชื่อและที่อยู่ของผู้ร้องเรียนหรือไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่แน่นอนจะเข้าลักษณะของบัตร สนเท่ห์ มติ ครม. ห้ามมิให้รับฟังเพราะจะทาให้ข้าราชการเสียขวัญในการปฏิบัติหน้าที่ ขั้นตอนการดาเนินการทางวินัย 1. การตั้งเรื่องกล่าวหา เป็นการตั้งเรื่องดาเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการเมื่อปรากฏกรณีมีมูลที่ควรกล่าวหาว่ากระทาผิดวินัย มาตรา 98 กาหนดให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อดาเนินการสอบสวนให้ได้ความจริงและ ความยุติธรรมโดยไม่ชักช้า ผู้ตั้งเรื่องกล่าวหาคือผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นคือ ผู้อานวยการสถานศึกษา สามารถแต่งตั้งกรรมการสอบสวนข้าราชการในโรงเรียนทุก คน ความผิดวินัยร้ายแรง ผู้บังคับบัญชาผู้มีอานาจบรรจุและแต่งตั้งตาม มาตรา 53 เป็นผู้มีอานาจบรรจุและ แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
  9. 9. เตรี ยมสอบครู ผ้ ช่วย 89 ู ผู้เรี ยบเรี ยง : ธีรภัทร วงษ์ สว่ าง 2. การแจ้งข้อกล่าวหา มาตรา 98 กาหนดไว้ว่า ในการสอบสวนจะต้องแจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานที่สนับสนุนข้อ กล่าวหาเท่าที่มีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ โดยระบุหรือไม่ระบุชื่อพยานก็ได้ เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหามีโอกาสชี้แจงและ นาสืบแก้ข้อกล่าวหา 3. การสอบสวน คือ การรวบรวมพยานหลักฐานและการดาเนินการทั้งหลายอื่นเพื่อจะทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ ต่าง ๆ หรือพิสูจน์เกี่ยวกับเรื่องที่กล่าวหาเพื่อให้ได้ความจริงและยุติธรรม และเพื่อพิจารณาว่าผู้ถูกกล่าวหาได้ กระทาผิดวินัยจริงหรือไม่ ถ้าผิดจริงก็จะได้ลงโทษข้อยกเว้น กรณีที่เป็นความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามที่กาหนด ในกฎ ก.ค.ศ. จะดาเนินการทางวินัยโดยไม่สอบสวนก็ได้ ความผิดที่ปรากฏชัดแจ้งตามที่กาหนดใน กฎ ก.ค.ศ. ว่าด้วยกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง พ.ศ. 2549 ก. การกระทาผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงที่เป็นกรณีความผิดที่ปรากฏอย่างชัดแจ้ง ได้แก่ (1) กระทาความผิดอาญาจนต้องคาพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้นั้นกระทาผิดและผู้บังคับ บัญชาเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคาพิพากษาประจักษ์ชัด (2) กระทาผิดวินัยไม่ร้ายแรงและได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาหรือ ให้ถ้อยคารับสารภาพต่อผู้มีหน้าที่สืบสวนหรือคณะกรรมการสอบสวน โดยมีการบันทึกถ้อยคา เป็นหนังสือ ข. การกระทาผิดวินัยอย่างร้ายแรงที่เป็นกรณีความผิดที่ปรากฏชัดแจ้ง ได้แก่ (1) กระทาความผิดอาญาจนได้รับโทษจาคุกหรือโทษที่หนักกว่าจาคุกโดยคาพิพากษา ถึงที่สุดให้จาคุกหรือลงโทษที่หนักกว่าจาคุก (2) ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินกว่า 15 วัน ผู้บังคับบัญชา สืบสวนแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร หรือมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ของทางราชการ (3) กระทาผิดวินัยอย่างร้ายแรงและได้รับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชา หรือให้ ถ้อยคารับสารภาพต่อผู้มีหน้าที่สืบสวนหรือคณะกรรมการสอบสวนโดยมีการบันทึกถ้อยคา เป็นหนังสือ การอุทธรณ์ มาตรา 121 และมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. 2547 บัญญัติให้ผู้ถูกลงโทษทางวินัยมีสิทธิอุทธรณ์คาสั่งลงโทษต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตัง แล้วแต่กรณี ภายใน 30 วัน ้
  10. 10. เตรี ยมสอบครู ผ้ ช่วย 90 ู ผู้เรี ยบเรี ยง : ธีรภัทร วงษ์ สว่ าง เงื่อนไขในการอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์ ต้องเป็นผู้ที่ถูกลงโทษทางวินัยและไม่พอใจผลของคาสั่งลงโทษผู้อุทธรณ์ ต้องอุทธรณ์เพื่อตนเองเท่านั้น ไม่อาจอุทธรณ์แทนผู้อื่นได้ ระยะเวลาอุทธรณ์ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคาสั่งลงโทษ ต้องทาเป็นหนังสือ การอุทธรณ์โทษวินัยไม่ร้ายแรง การอุทธรณ์คาสั่งโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือนที่ผู้บังคับบัญชาสั่งด้วย อานาจของตนเอง ต้องอุทธรณ์ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาหรือ อ.ก.ค.ศ. ส่วนราชการ เว้นแต่ การสั่งลงโทษตามมติให้อุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. การอุทธรณ์โทษวินัยร้ายแรง การอุทธรณ์คาสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ ต้องอุทธรณ์ต่อ ก.ค.ศ. ทั้งนี้ การร้องทุกข์คาสั่งให้ออกจากราชการ หรือคาสั่งพักราชการหรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน ก็ต้อง ร้องทุกข์ต่อ ก.ค.ศ. เช่นเดียวกัน การร้องทุกข์ หมายถึง ผู้ถูกกระทบสิทธิหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคาสั่งของฝุายปกครอง หรือคับข้องใจจาก การกระทาของผู้บังคับบัญชา ใช้สิทธิร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม ขอให้เพิกถอนคาสั่งหรือทบทวนการกระทา ของฝุายปกครองหรือของผู้บังคับบัญชามาตรา 122 และมาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 บัญญัติให้ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการมีสิทธิร้องทุกข์ต่อ ก.ค.ศ. และ ผู้ซึ่งตนเห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือมีความคับข้องใจเนื่องจากการกระทาของผู้บังคับบัญชา หรือ กรณีถูกตั้งกรรมการสอบสวน มีสิทธิร้องทุกข์ต่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตัง ้ หรือ ก.ค.ศ. แล้วแต่กรณี ภายใน 30 วัน ผู้มีสิทธิร้องทุกข์ ได้แก่ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เหตุที่จะร้องทุกข์ (1) ถูกสั่งให้ออกจากราชการ (2) ถูกสั่งพักราชการ (3) ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน (4) ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือคับข้องใจจากการกระทาของผู้บังคับบัญชา (5) ถูกตั้งกรรมการสอบสวน

×