คิดต่างสร้างใหม่
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×
 

Like this? Share it with your network

Share

คิดต่างสร้างใหม่

on

  • 585 views

กดโหลด "Save"คิดต่างสร้างใหม่

กดโหลด "Save"คิดต่างสร้างใหม่

Statistics

Views

Total Views
585
Views on SlideShare
585
Embed Views
0

Actions

Likes
0
Downloads
0
Comments
0

0 Embeds 0

No embeds

Accessibility

Categories

Upload Details

Uploaded via as Adobe PDF

Usage Rights

© All Rights Reserved

Report content

Flagged as inappropriate Flag as inappropriate
Flag as inappropriate

Select your reason for flagging this presentation as inappropriate.

Cancel
  • Full Name Full Name Comment goes here.
    Are you sure you want to
    Your message goes here
    Processing…
Post Comment
Edit your comment

คิดต่างสร้างใหม่ Document Transcript

  • 1. ค ด ่ า ง ส ร ง ใ ห ม ส ามัญ
  • 2. คิ ด า ง ส ร้ ง ใ ห ม่ ญ ชน
  • 3. คำน � ำ � อาจจะมีซกครังในชีวิตของคุณที่เคยคิดว่าตนเอง ล้ มเหลว, ผิดหวัง, ั ้ ท้ อแท้ กบการเป็ นมนุษย์หรื อรู้สกว่าตนเองแตกต่างจาก “คนส่วนใหญ่” ในสังคม ั ึ แต่จงอย่าได้ กลัวหากซักวันคุณคิดว่าคุณกลายเป็ น “คนส่วนน้ อย” เพราะคนที่ สร้ างสิงที่ยิ่งใหญ่และเปลี่ยนแปลงโลกใบนี ้กลับกลายเป็ น “คนส่วนน้ อย” ที่ล้วน ่ มี “ความคิดที่แตกต่าง” จากคนส่วนใหญ่ในสังคมแทบทังสิ ้น ้
  • 4. กาลครังหนึง การบินอยูเ่ หนือท้ องฟาถือเป็ นความใฝ่ ฝั นอันยิ่งใหญ่ของมวล ้ ่ ้ มนุษย์ทงหลาย แต่สองพี่น้องตระกูลไรท์ (Wright Brother) ไม่คดว่ามันเป็ นเพียงแค่ ั้ ิ ความฝั น พวกเขาบอกกับโลกใบนีว่า เขาสามารถท�ำให้ มนุษย์ บินได้ จวบจนกระทั่ง ้ ทังสองคนได้ สร้ าง “เครื่ องบิน” ล�ำแรกของโลกขึ ้นมาได้ ส�ำเร็ จ ้ กาลครังหนึง ศาสตราจารย์ผ้ เู ก่งกาจทังหลาย เคยปฏิเสธวิทยานิพนธ์ของ ้ ่ ้ งานๆหนึง และบอกว่าเป็ นเรื่ องไร้ สาระ จวบจนกระทังทุกวันนี ้ มาร์ ค ซัคเคอร์ เบิร์ก ่ ่ (Mark Zuckerberg) ได้ สร้ างให้ “facebook” กลายเป็ นสิงที่ท�ำให้ มนุษย์ทวโลกได้ ร้ ูจกกัน ่ ั่ ั กาลครังหนึง สตีฟ จ๊ อบ (Steve Job) เปิ ดบริ ษัทเล็กๆแห่งหนึ่ง โดยใช้ ้ ่ สโลแกนว่า think different จวบจนกระทังในปั จจุบนเป็ นบริ ษัทซึงเป็ นเจ้ าของผลิตภัณฑ์ ่ ั ่ “iPod, iPhone และ iPad” กาลครังหนึง อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพฒน์ เคยโดนชาวบ้ านด่าว่า “บ้ า” ้ ่ ั หลังจากเดินเข้ าไปในหมูบ้านและบอกกับชาวบ้ านว่า จะมาสร้ างวัดที่ผ้ คนมากมายต้ อง ่ ู มาเยือนในแต่ละปี จวบจนกระทัง “วัดร่องขุน” ติด 1 ใน 10 ของวัดที่สวยงามที่สดในโลก ่ ุ กาลครังหนึง โน้ ต อุดม แต้ พานิช เคยเดินเข้ าไปขอสปอนเซอร์ กบบริ ษัท ้ ่ ั แห่งหนึงเพื่อที่จะท�ำ “โชว์เดี่ยว” ขึ ้นมา แต่เจ้ าของบริ ษัทแห่งนันบอก โน้ ต กลับมาว่า ่ ้ “ถ้ าหาค่าบัตรได้ เกิน 50,000 บาท โน้ ตกลับมาด่าพี่ได้ เลย” จวบจนกระทัง “เดี่ยว 9” ่ ของ โน้ ต อุดม แต้ พานิช ขายบัตรได้ เกินกว่า “หนึงร้ อยล้ านบาท” ภายในเวลาเพียงแค่ ่ “วันเดียว” การคิดในมุมที่ “ต่าง” จาก “คนส่วนใหญ่” และการเชื่อมันอย่างเต็มเปี่ ยมใน ่ สิงที่ท�ำของ “คนส่วนน้ อย” ข้ างต้ น ล้ วนเป็ นสิงที่สร้ าง “ความส�ำเร็ จ” ให้ กบคนเหล่านัน ่ ่ ั ้ และมอบความส�ำเร็จเหล่านันให้ คนทัวไปได้ ชื่นชม ้ ่ ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตล้ วนมีจดเริ่ มต้ นจาก “ความคิด” และการคิ ด ให้ ต่าง ุ ไม่ว่าจะในมุมไหนลักษณะใด ถึงแม้ ผลลัพธ์ มนจะออกมาในทิศทางที่ดีขึ ้นหรื อแย่ลง ั ก็ตาม แต่จะมีสงหนึงที่เกิดขึ ้นอย่างแน่นอน นันก็คือการ “สร้ างสิงใหม่” ขึ ้นมา ิ่ ่ ่ ่ หนังสือเล่มนี ้จะท�ำให้ คณเกิดอาการ “ฉุกคิด” ในมุมที่แตกต่างจากที่หลายๆ ุ คนมองข้ าม ไม่วาคุณจะเจอปั ญหาร้ ายแรงแค่ไหน ไม่วาคุณจะผิดหวังมากี่หนก็ตาม ่ ่ ไม่วาคุณจะล้ มเหลวมากี่ที ไม่ว่าคุณจะอกหักมากี่รอบ ไม่วาคุณจะสอบตกมากี่ครัง ่ ่ ้ ไม่วาคุณจะไม่เหลือตังค์ซกกี่หน ไม่วาคุณจะทนทุกข์ทรมานปวดร้ ายขนาดไหน อย่าได้ ่ ั ่ “เศร้ าใจ” เพราะทุก สิ่งทุก อย่างในชี วิต ล้ วนมี “หลายด้ า น” ให้ เ ราได้ เ ลื อกมองเสมอ อยากให้ คุณลองคิดลองมองในมุมที่แตกต่าง แล้ วคุณจะรั บรู้ ได้ ว่า “การคิ ด ให้ ต่าง มันอาจจะเปลี่ยนแนวคิดและชีวิตของคุณได้ ”
  • 5. หนังสือแทบจะทุกเล่มที่วางขายในท้ องตลาดล้ วนมีข้อความที่แสดง ให้ เห็นถึง “ข้ อดี” ที่มีอยูภายใน แต่หนังสือเล่มนี ้เคยโดนส�ำนักพิมพ์แห่งหนึง ่ ่ ปฏิเสธต้ นฉบับ โดยให้ เหตุผลว่า สาร บญ ั “เนื ้อหาไม่มีแก่นของเรื่ องที่ชดเจน เขียนไปเรื่ อยๆท�ำให้ เนื ้อเรื่ องอืด ั ไม่มีจดดึงอารมณ์คนอ่าน” ุ แต่ ส� ำ หรั บ คนที่ เ ขี ย นหนัง สื อ เล่ ม นี ขึ น มาอย่ า ง “ผม” สิ่ ง นี ถื อ เป็ น ้ ้ ้ หนึ่งในสิ่งที่ส�ำคัญที่สุดส�ำหรับชีวิต มีหลายๆเรื่ อง หลายๆคราวในชีวิตที่มัน บ่งบอกกับคุณว่าอย่าได้ เชื่อค�ำที่คนอื่นพูด จนกว่าคุณจะได้ พิสจน์ด้วยตัวของ ู คุณเอง หนังสือเล่มนี ้ก็อาจจะเป็ นเช่นนัน ลองดูซิว่ามันคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป ้ ในการหยิบมันขึ ้นมาอ่านหรื อเปล่า แต่มีอยูหนึงอย่างที่คณเชื่อผมได้ แน่นอนคือ ถ้ าเปรี ยบหนังสือเล่มนี ้ ่ ่ ุ เป็ นคน ผู้อานก็คงจะพอรับรู้ได้ วา คนทีกล้ าพอทีจะเอ่ยถึง “จุดด้ อย” ของตนเอง ่ ่ ่ ่ นันคือคนที่นา “คบ” ที่สดในโลก เพราะตลอดทังชีวิตและทุกๆ “หน้ า” ของเขา ้ ่ ุ ้ เขาไม่มีวนที่จะดูถกคุณและจะคอยอยูเ่ คียงข้ างคุณเสมอ ไม่วาเวลาใดก็ตาม ั ู ่ ในชีวิตจริ งของคนเรา มันคงจะไม่มีสารบัญที่คอยขีดเขียนเป็ นส่วนๆ ไว้ ให้ ก้าวเดินตรงตามความต้ องการเสมอไป จงใส่ใจกับทุกๆหน้ า ใส่ใจกับทุกๆ ช่วงของชีวิต เพราะหนังสือเล่มที่คณถืออยูคือ ุ ่ “ชีวตที่คิดต่างเพื่อสร้างความสุข” ิ
  • 6. ในชีวตของคนเรามันจะมีสิ่งที่เรียกกันว่า “ความทุกข์” ิ เกิดขึ้ นได้ซกกี่ครั้งกันเชียว ั ถ้าเรารูจกคิดให้เป็ น ้ั นันคือค�ำพูดของ “ชายแก่” ธรรมดาๆคนหนึ่ง ซึงนอนอยู่บนเตียงใน ่ ่ โรงพยาบาลสรรพสิทธิ ประสงค์ซึ่งตังอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีได้ พูดกับ “ผม” ้ ช่วงเวลาที่ยงหลงเหลืออยู่ในชีวิตของแกบนโลกที่สวยงามใบนี ้ช่างเหลือน้ อยลง ั เต็มแก่ แต่เมื่อผมมองไปที่ใบหน้ าของชายแก่ธรรมดาๆคนนัน สิงหนึงที่รับรู้ได้ ้ ่ ่ ก็คือ รอยยิ ้มที่เปื อนบนใบหน้ าของแกมันท�ำให้ คนที่อยู่รอบข้ างรู้ สึกอิ่มเอมใจ ้ ในความสุขไปด้ วย รอบๆเตียงที่แกนอนเพียบพร้ อมไปด้ วยลูกๆหลานๆ รวมถึง “ผม” เองด้ วย ซึงทุกคนมีหยดน� ้ำตาไหลอาบที่แก้ มทังสองข้ าง แล้ วอยูๆชายแก่ ่ ้ ่ คนนันก็พดขึ ้นมาว่า ้ ู ชายแก่ : นี่คือช่วงเวลาที่พอมีความสุขที่สดแล้ ว ่ ุ “น� ำ ตา กับ รอยยิ ม ถึ ง แม้ ว่ า มัน จะเกิ ด ขึ น ได้ ไม่ บ่ อ ยนั ก ในชี วิ ต ้ ้ ้ ของคนเรา แต่ถ้าครั งใดมันเกิ ดขึนพร้ อมกันแล้ ว เชื่ อพ่อเถอะว่า ้ ้ มัน จะเป็ นสิ่งที่ เข้ ากันได้ ดีที่สุด และมัน ก็ จ ะเป็ นช่ว งเวลาที่ ดี ที่สุด ในชี วิ ต ของคนเราเช่นกัน” พ่ออยากเห็นลูกๆหลานๆมีความสุขเหมือนกันกับพ่อ เพราะอย่างนันยิ ้มไว้ ให้ พอดูหน่อยนะ ้ ่
  • 7. หลังจากที่ ชายแก่ ค นนันพูด จบประโยคได้ ไ ม่น านนัก ความเหน็ ด ้ เหนื่อยตลอดทังชีวิตของแกก็พลันมลาญหายไป แกจากพวกเราไปอย่างไม่มีวน ้ ั หวนกลับ ทุกคนต่างพากันร้ องไห้ ออกมาอย่างสุดเสียง และผมก็เป็ นอีกหนึงคน ่ ที่เกิ ดความรู้ สึกว่าตัวเองได้ “สูญเสีย” บางอย่างในชี วิตไปอย่าง “แท้ จริ ง” เพราะผมได้ สญเสียคนหนึงคนซึงเป็ นคนที่ผมรักมากกว่า “ตัวผมเอง” ด้ วยซ� ้ำไป ู ่ ่ เอ่อ! ลืมบอกไป ผมชื่อ “อ๊ อฟ” อายุ 25 ปี มีคณตาชื่อว่า “ธรรม” ุ อายุ 86 ปี คุณตาของผมก็คนเดียวกันกับคนที่ผมพึงเสียน� ้ำตาให้ ไปเมื่อกี ้แหละ ่ บอกตามตรงนะ ผมคิดว่าคุณตาของผมนี่แหละคือคนที่มีความคิดที่ “วิเศษ” ที่สดในโลกแล้ ว ท�ำไมผมกล้ าที่จะพูดขนาดนันนะเหรอ ก็เพราะว่า 2 สัปดาห์ ุ ้ ก่อนที่คุณตาของผมท่านจะเข้ าโรงพยาบาล ท่านได้ ฝากบันทึกเล่มหนึ่งไว้ ให้ กับผม และหลังจากที่ผมอ่านบันทึกเล่มนันจบ ความรู้สกแรกที่เกิดขึ ้นภายในใจ ้ ึ เลยก็คือ “นี่คือหนังสือที่ผมใช้ เวลาตามหามาตลอดทังชีวิต” บันทึกเล่มนีคือ ้ ้ สิงที่มีคากับชีวิตของผมยิ่งกว่า “เงิน” ยิ่งกว่า “ทอง” เสียอีก พูดมาซะขนาดนี ้ ่ ่ หลายคนเริ่ มคิดในใจแล้ วว่าผม “โม้ ” มากเกินไปหรื อเปล่า ก็นนแหละ! อย่าได้ ั่ เชื่อค�ำใครง่ายๆ คุณต้ องตัดสินมันเองหลังจากที่คุณได้ อ่านบันทึกเล่มนีจบ ้ ดูซวามันจะให้ อะไรกับชีวิตของคุณบ้ าง ิ่ เนื ้อหาในบันทึกที่คณตาผมเขียน ท่านจะเล่าถึงประสบการณ์ใน ุ ชีวิตของแก ตังแต่ที่แกยังจ�ำความได้ ในวัยเด็ก โตขึ ้นเป็ นวัยรุ่น เติบใหญ่มา ้ ท�ำงาน จนกระทังความแก่เข้ ามาเยือน และบนหน้ าปกของบันทึกของคุณตา ่ จะมีข้อความอยูด้านล่าง ท่านเขียนเอาไว้ วา ่ ่ ในชีวิตของคนเรามันไม่เคยมี “สิงผิดพลาด” ่ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ ้นล้ วนเป็ น “สิงเติมเต็ม” ่ เอาละ! ต่อจากนีไ้ ปจะเป็ นบันทึกของคุณตาของผมที่ผมอยาก เผยแพร่ ให้ คนอื่นได้ อ่าน เป็ นบันทึกของคนที่มีความคิดที่ “มหัศจรรย์ ” ที่สุด ตังแต่ผมเคยรู้จกมา ้ ั
  • 8. ห ลังจากที่แม่คลอดผมออกมาลืมตาดูโลกที่จงหวัดอุบลราชธานี ั ชื่อที่คนแถวบ้ านเขาพากันเรี ยกผมก็คือ “ธรรม” มันเป็ นชื่อที่แม่ผมตังให้ เอง ้ กับมือ อาจจะเป็ นเพราะว่าแม่ของผมเป็ นคนธรรมะธรรมโม ชอบเข้ าวัดเข้ าวา ผมเลยได้ ชื่อนี ้ติดตัวมามัง? ้ “วัด” เป็ นสถานที่ที่ผมจ�ำได้ เป็ นอย่างดีในวัยเด็ก และที่จ�ำได้ อย่าง ไม่มีวนลืมเลยก็คือ ในเช้ าของวันๆหนึ่งซึ่งเป็ นวันส�ำคัญทางพระพุทธศาสนา ั แต่ผมจ�ำไม่ได้ ว่ามันเป็ นวันอะไรเพราะผมยังเด็กอยู่มาก แม่พาผมเข้ าวัดไป ท�ำบุญ ครังแรกที่เดินเข้ าไปในวัดก็เห็นผู้ชายใส่เสื ้อผ้ าแปลกประหลาดสีเหลือง ้ หลายคนเดินอยูในวัด และแต่ละคนก็ไม่มีผมบนหัว ผมไม่เคยเห็นจึงถามแม่วา ่ ่ เขาเป็ นใคร แม่ก็ตอบผมกลับมาว่า “พระครับ” ด้ วยความสนใจว่าพระคืออะไร เป็ นคนปกติและเป็ นคนดีหรื อเปล่า ผมจึงเดินเข้ าไปหาพระรู ปหนึ่ง แล้ วก็ถาม พระท่านไปว่า ธรรม : พระครับ! พระเป็ นคนดีไหมครับ พระ : ดีซลก! ท�ำไมถามแบบนันละครับ ิ ู ้ ธรรม : อืม! แล้ วหัวใจพระอยูข้างไหนเหรอครับ ่ พระ : อยูข้างซ้ ายลูก ่ ธรรม : อ่าว! พระเป็ นคนดีจริ งหรื อเปล่าครั บ ท� ำไมหัวใจพระไม่เห็นอยู่ ที่เดียวกันกับของผมเลย (พระรู ปนั น ท� ำ หน้ าตางงๆ แล้ วซั ก พั ก ก็ ต อบกลั บ มาใหม่ ) ้ พระ : งันหัวใจอยูตรงกลาง ใช่ไหมครับ ้ ่ 1
  • 9. ธรรม : ไม่ใช่อยูดีครับ ่ พระ : งันอยูด้านขวาเลยละกัน ้ ่ ธรรม : ก็ไม่ใช่อีกแหละครับ พระ : อ่าว! แล้ วหัวใจของลูกอยูข้างไหนละครับ ่ ธรรม : หวใจนะพระ! หัวใจน่ะก็อยู่ “ข้ างใน” นี ้ไง ั หลังจากที่ผมตอบท่านไป พระรูปนันท่านก็อมยิ ้มแล้ วก็หวเราะออกมา ้ ั ต่อจากนันท่านก็เอามือมาลูบบนหัวของผมแล้ วพูดกับผมว่า “ขอบคุณนะลูก” ้ ซึง ณ ตอนนันผมก็ไม่คอยจะรู้เรื่ องรู้ราวอะไรมากมายนักหรอก แล้ วที่ผมถาม ่ ้ ่ พระท่านไปแบบนันก็เพราะว่า แม่ของผมท่านเคยบอกเอาไว้ วาคนที่เป็ น “คนดี” ้ ่ ทุกๆคนจะมีหวใจที่ดีงามฝั งอยู่ “ข้ างใน” ของร่างกาย ั แล้ วหลังจากที่ผมคุยกับพระรูปนันเสร็จ แม่ก็มาพาผมเข้ าไปในโบสถ์ ้ วันนันเป็ นวันที่คนในวัดเยอะมาก หลังจากที่พระท่านฉันอาหารเช้ าเสร็ จ พระรูป ้ ที่ผมเคยเข้ าไปถามก่อนหน้ านี ้ท่านก็ขึ ้นนังบนธรรมมาตรเพื่อเทศน์ให้ ญาติโยม ่ ฟั ง และประโยคแรกที่ทานพูดออกมาก็คือ ่ พระ : ญาติโยมทังหลายมีใครรู้บ้างว่า “หัวใจ” ของคนเราน่ะอยูข้างไหน ้ ่ (หลั ง จากที่ พระท่ า นพู ด จบ ผมซึ่ ง นั่ ง อยู่ ท างด้ านหลั ง ของโบสถ์ ก็ ก� ำลั ง จะ ยกมื อ ขึ น ตอบ แต่ ท่ า นก็ พู ด ต่ อ ขึ น มาทั น ที ) ้ ้ พระ : อ่าว! ตาจันทร์ หัวใจของตาอยูข้างไหน ่
  • 10. ตาจันทร์ : หัวใจตาก็อยูข้างซ้ ายนะซิพระ ่ พระ : แล้ วยายข่องละ! หัวใจยายอยูด้านไหน ่ ยายข่อง : หัวใจอิฉนก็อยูด้านซ้ ายเจ้ าคะ ั ่ พระ : อืม! แต่หวใจของพระไม่ได้ อยูข้างซ้ ายหรอกนะ ั ่ (หลายๆคนท� ำ หน้ างง) หัวใจของพระนะอยู่ “ข้ างใน” นี ้ต่างหาก ทังซ้ าย ทังขวา ล้ วนเป็ น ้ ้ สิ่งที่มนุษย์สมมุติขึ ้น จริ งๆแล้ วหัวใจของคนเราทุกคนล้ วนอยู่ข้างใน เราไปยึดติดกับสิ่งสมมุติกนจนเกินไป ความสุขหรื อความทุกข์ก็เช่น ั เดียวกัน มันไม่ได้ เกิดมาจากทางซ้ าย มันไม่ได้ เกิดมาจากทางขวา จะทุกข์ก็อยูข้างใน ทุกข์ที่ใจ จะสุขก็ไม่ได้ ขึ ้นอยูกบรถ ไม่ได้ ขึ ้นอยูกบ ่ ่ ั ่ ั บ้ าน ไม่ได้ ขึ ้นอยูกบเงินทอง ไม่ได้ ขึ ้นอยู่กบของสมมุติทงหลายแหล่ ่ ั ั ั้ เหล่านันหรอก ถ้ าจะสุขให้ เป็ น มันก็ต้องสุขจาก “ข้ างใน” มันก็ต้องสุข ้ จาก “หัวใจ” เรานี่แหละ ผมก็ไม่ร้ ู หรอกว่าวันนันผมได้ พดอะไรออกไป แต่ร้ ู สกเหมือนกับมัน ้ ู ึ จะเป็ นวันที่ได้ ให้ ข้อคิดอะไรกับชีวิตหลังจากนันของผมเยอะเลยทีเดียว ้ และประโยคสุดท้ ายที่พระท่านเทศน์ให้ ฟัง ซึงผมชอบมากๆ ท่านบอก ่ เอาไว้ วา “ทุกๆวันอาจจะไม่ใช่วนที่ดี แต่มนก็มีสงดีๆบางอย่างเกิดขึ ้นในทุกๆวัน ่ ั ั ิ่ เสมอ จงมองหามันให้ เจอ” จงมอง “ทุ กข์” ทุกวัน ให้มี “ความ สข” ุ 3
  • 11. พ อเริ่ มโตขึ ้นมาอีกหน่อย แม่ก็จบผมไปเข้ าเรี ยนชันอนุบาลที่โรงเรี ยน ั ้ แถวบ้ าน เริ่ มมีเพื่อน เริ่ มอยากเรี ยนอยากรู้ในทุกๆสิง เริ่ มมีคณครูที่คอยเป็ นคน ่ ุ ชี ้แนะแนวทาง อยูมาวันหนึงคุณครูของผมก็เริ่ มที่จะสอนเกี่ยวกับอวัยวะภายใน ่ ่ ร่างกายของตัวเรา คุณครูเริ่ มสอนโดยพูดขึ ้นมาว่า คุณครู : คนเรานะค่ะเด็กๆ ใครที่เกิดมามีอวัยวะครบทัง้ 32 ประการ ก็ถือว่า โชคดีอย่างหาที่สดไม่ได้ แล้ ว ุ (หลั ง จากที่ ผ มได้ ยิ น คุ ณ ครู พู ด ขึ น มาแบบนั น ผมจึ ง ยกมื อ ขึ น แล้ วพู ด กั บ คุ ณ ครู ) ้ ้ ้ ธรรม : คุณครูครับ ผมไม่อยากมี “เปลือกตา” เลยครับ (คุ ณ ครู ท� ำ ท่ า ทาง งงๆ แล้ วก็ ต อบผมกลั บ มา) คุณครู : อ่าว! ท�ำไมถึงพูดแบบนันละครับ ้ ธรรม : ก็ เพราะว่ามันเป็ นส่วนที่ กันระหว่าง “ความฝั น” กับ “ความจริ ง” ้ ในชีวิตของผมนะซิครับ (หลั ง จากที่ ผ มพู ด เสร็ จ คุ ณ ครู ของผมท่ า นก็ อึ ง ไปซั ก พั ก แล้ วสั ก ครู่ ท่ า นก็ พู ด ้ ขึ น มาสอนผม) ้ คุณครู : ธรรมครั บ ! เปลื อ กตาไม่ ไ ด้ เป็ นสิ่ ง เลวร้ ายที่ เ อาไว้ กั น ระหว่ า ง ้ ความฝั น กับ ความจริ ง ของชีวิตเราหรอกนะครับ แต่สงทีมนจะท�ำให้ ิ่ ่ ั ความฝั นของเรากลายมาเป็ นความจริ ง ได้ ก็ คื อ ความตั ง ใจ ้ ความมุงมันและสิงที่ส�ำคัญที่สดคือการที่เรา “ลงมือท�ำ” มันให้ ส�ำเร็ จ ่ ่ ่ ุ ตามความฝั นต่างหากละครับ ให้ ธรรมจ�ำค�ำนี ้ไว้ นะครับ “ความตังใจมันจะไร้ คา ถ้ าเราไม่ลงมือท�ำ” ้ ่ ถ้ าอย่างนันครูขอถามธรรมอย่างหนึง ความฝั นของธรรมคืออะไรครับ ้ ่ โตขึ ้นธรรมอยากเป็ นอะไรเหรอ 5
  • 12. ธรรม : ผมก็ คิ ด อยู่ ทุ ก วัน แหละครั บ คุ ณ ครู ว่ า โตขึ น แล้ ว ผมจะเป็ นอะไร ้ แต่ก็ยงคิดไม่ออกซักที ั คุณครู : อืม! อย่ากังวลไปเลย ในโลกนีก็มีอยู่หลายต่อหลายคนนะที่เกิดมา ้ จนแก่แล้ วแต่ก็ยงไม่ร้ ูวาตัวเองชอบอะไรหรื ออยากจะท�ำอะไร แต่ช่าง ั ่ มันเถอะ อย่างน้ อ ยถ้ าเรารู้ ว่าอะไรที่ มันไม่ใ ช่ อะไรที่ เ ราไม่ชอบ ก็เท่ากับว่าเราเขยิบเข้ าใกล้ สงที่ใช่ สิงที่เราอยากเป็ นแล้ วแหละครับ ิ่ ่ สิงที่ผมได้ รับจากคุณครูในวันนันก็คือ ต่อให้ เราจะฝั นไว้ ดี ฝั นไว้ เลิศหรู ่ ้ ซักเพียงใด แต่ถ้าไม่ลงมือกระท�ำมัน ทุกอย่างที่เราฝั นไว้ มันก็จะยังคงเป็ นแค่ ฝั นลมๆแล้ งๆซึงอยูได้ เพียงแค่ภายใน “เปลือกตา” ของเราเท่านัน ไม่มีทางที่มน ่ ่ ้ ั จะเกิดขึ ้นในชีวิตจริ ง หากตังใจจะท�ำอะไรซักอย่างในชีวิต ไม่ต้องสรรหาถ้ อยค�ำ ้ ที่เลิศหรู ไม่ต้องมีค�ำมันสัญญา แต่ถ้าอยากให้ มนประสบผลส�ำเร็ จ คนเราล้ วน ่ ั ต้ องการแค่ ค�ำพูด “ธรรม ดา” แต่วา “ลงมือทำ�” ่
  • 13. โ ดยส่วนตัวแล้ วผมเป็ นคนที่ชอบฝั นบ่อยมาก อาจจะเป็ นเพราะว่า ผมเป็ นคนที่ชอบคิด ชอบจินตนาการก็เป็ นได้ และในตอนเช้ าของวันๆหนึ่ง ในช่วงที่ผมก�ำลังเรี ยนอยูชนประถมศึกษา ผมตื่นขึ ้นมาพร้ อมกับอากาศที่แจ่มใส ่ ั้ เหมือนปกติในทุกๆวัน แต่มีบางสิงที่แตกต่างออกไปก็คือการตื่นขึ ้นมาพร้ อมกับ ่ คราบของรอยน� ้ำตาที่ใหลอาบบนแก้ มทังสองข้ าง ในตอนนันเองที่ผมรู้สกมึนงง ้ ้ ึ กับน� ้ำตาที่ไม่ร้ ูไหลออกมาในตอนไหน เกิดความสงสัยอย่างมากจึงเดินเข้ าไป ถามแม่ในห้ องครัว ธรรม : แม่ครับ! เมื่อคืนผมฝั นด้ วยแหละ รู้ สกเหมือนกับว่ามันจะเป็ นฝั นดี ึ ด้ วยนะแม่ ดีจนน� ้ำตาไหลเลยครับ แต่พอตื่นขึ ้นมากลับจ�ำอะไรไม่ได้ ซักอย่างเลย ท�ำไมมันเป็ นแบบนันครับแม่ ้ แม่ : แม่ว่า นะลูก “บางที ส มองของคนเรามันอาจจะสร้ างมาเพื่ อให้ ชี วิ ต ของเราอยูกบโลกแห่งความเป็ นจริ ง มากกว่าอยู่กบโลกแห่งความฝั น ่ ั ั ก็เป็ นได้ นะครับ” ลูกเลยจ�ำอะไรไม่ได้ ไงละครับ แต่ลกก็ไม่ต้องคิดมาก ู หรอกนะ เพราะแม่คดว่า ิ “คนเราจะเจอกับฝั นที่สวยงามที่สดในชีวิตได้ ก็เมื่อตอนตื่นนันแหละ” ุ ่ หลังจากฟั งที่แม่พูดจบ ผมก็เลิกที่จะนึกคิดว่าเมื่อคืนผมฝั นถึงอะไร และน� ้ำตามันไหลออกมาตอนไหน และผมก็หาค�ำตอบให้ กับตัวเองได้ แล้ วว่า ท�ำไมคนเราถึงมีความฝั นในตอนที่นอนหลับอยู ผมคิดว่า “บางทีการที่คนเรามี ่ ชี วิ ต อยู่กับ ความเป็ นจริ งมากจนเกิ นไป มันคงเจ็ บปวดจนเกิ นที่ จะทนรั บได้ ดังนันคนเราจึงต้ องมีสงที่เรี ยกกันว่าความฝั นไว้ คอยเป็ นส่วนเติมเต็มให้ กบชีวิต” ้ ิ่ ั หรื อมันอาจจะเป็ นเพราะเหตุผลอะไรอื่นๆอีกมากมายก็ตามที แต่ ณ ตอนนี ้ผม ก็ดีใจที่ผมได้ “ตื่น” ขึ ้นมาและเจอกับสิงที่เป็ นยิ่งกว่าในความฝั นซะอีก นันก็คือ ่ ่ โลกแห่ง “ความเป็ นจริ ง” นันเอง ่ 7
  • 14. ชี วิตในวัยประถมเป็ นชีวิตที่แสนจะสุขสบาย ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้อง รับผิดชอบอะไรมากมาย ผมโชคดีมากๆที่มีพอแม่คอยดูแล คอยท�ำตามที่ทาน ่ ่ บอกท่านสอน ลูกที่เกิดมาในครอบครัวที่อบอุนมีฐานะค่อนข้ างดีหรื อปานกลาง ่ พออยูพอกินก็คงจะไม่ล�ำบาก ในแต่ละวันพอเรี ยนเสร็ จก็วิ่งเล่น แต่กบคนที่เกิด ่ ั มาในครอบครัวที่ยากจน ปากกัดตีนถีบไปในแต่ละวัน ล�ำบากล�ำบนข้ นแค้ น จงเชื่อผมเถอะว่า อย่าได้ พยายามไปกล่าวโทษพระเจ้ าว่าล�ำเอียงแล้ วท�ำให้ เรามี ชีวิตแบบนี ้เลย “ความล�ำบาก” นันอาจจะเป็ นของขวัญที่คนส่วนใหญ่ไม่คอยจะ ่ ่ อยากได้ กนซักเท่าไหร่ แต่จะคิดให้ มนทุกข์ไปใย ในเมื่อเราคือคนพิเศษที่ได้ รับ ั ั ของขวัญแห่งความยากจนมาแล้ ว จงเปิ ดใช้ ของขวัญชิ ้นนันให้ ชีวิตมันแข็งแกร่ง ้ มากขึ ้นกว่าเดิม จงคิดเสียว่า “คุณเป็ นคนที่ได้ รับรู้ถงความรู้สกที่คนยากคนจน ึ ึ เท่านันถึงจะมีสทธิรับรู้มนได้ ” ก็มนเกิดมาแล้ ว ชีวิตมันก็ยงคงต้ องด�ำเนินต่อไป ้ ิ ั ั ั “ความยากจนถึงแม้ มนจะไม่ใช่ความสุข แต่มันก็ใช่ว่าจะเป็ นความ ั ทุกข์เสมอไป” ถึงแม้ จะเลือกเกิดไม่ได้ แต่ชีวิตมันเลือกที่จะเป็ นได้ คุณไม่สามารถเลือกเกิดเป็ น “ทายาท” ของตระกูลที่ยงใหญ่ ิ่ แต่คุณสามารถเลือกเป็ น “บรรพบุรุษ” ของตระกูลที่ใหญ่ยงได้ ิ่ หากใครคิดว่าตนเองเจอกับเหตุการณ์ หรื อสภาพแวดล้ อมที่เลวร้ าย ที่สดแล้ ว จงคิดไว้ เถอะว่า “ยังมีคนที่เลวร้ ายกว่าเราเสมอในโลกใบนี ้ แล้ วท�ำไม ุ เราจะก้ าวข้ ามผ่านมันไปไม่ได้ ” อย่าได้ พยายามหาคนที่เราจะไปกล่าวโทษเขา แต่จงหาข้ อดีของมันให้ เจอ ทุกอย่างมันไม่ได้ มีแค่สองด้ าน ทุกๆอย่างมันมีอยู่ หลายๆด้ านให้ ชีวิตเราได้ เลือกมองเสมอ เพราะขนาด “คนที่เลวร้ ายที่สด เขาก็ ุ อาจจะให้ ค�ำแนะน�ำที่ดีที่สดได้ เช่นกัน” และถ้ าเมื่อใดเราเจอปั ญหาเจอความ ุ ทุกข์ ให้ คดไว้ เสมอว่า นันคือความโชคดีอย่างสุดๆ เพราะว่า “ความสุขไม่ได้ ิ ่ ให้ อะไรมากมายกับชีวิตนักหรอก กับความทุกข์ตางหากที่จะท�ำให้ คนเราเรี ยนรู้ ่ และเติบโตขึ ้นเป็ นผู้ใหญ่อย่างแท้ จริ ง”
  • 15. เมื่อใดที่เรารู้สกว่าชีวิตของตนเองต�่ำต้ อย รู้สกท้ อแท้ ด้วยเรื่ องใดก็ตาม ึ ึ ถ้ าเรามองตนเองเทียบกับคนที่สงกว่า เราจะรู้สกแย่มากที่ส้ เู ขาไม่ได้ แต่ถ้ามอง ู ึ เทียบกับคนที่ต�่ำกว่า เราจะรู้ สกล�ำพองอหังการ ขณะเดียวกันถ้ าเรามองตัวเอง ึ เทียบกับคน “ธรรมดา” ทัวไป เราก็จะพบว่ายังมีคนอีกมากมายที่เขาก็พบกับ ่ ปั ญหา มีความทุกข์มากมายในชีวิตเหมือนกันกับเรา และนันจะท�ำให้ เราค้ นพบ ่ ความจริ งว่าเรายังคงมี “เพื่อนทุกข์ ” อีกมากมายในโลกใบนี ้ ไม่ว่าชีวิตคุณ มันจะตกต�่ำหรื อล้ มเหลวซักเพียงใดก็ตาม แต่จงจ�ำไว้ เถอะว่า ในขณะที่คุณ “เกลี ยด” ชีวตของคุณ ิ มีบางคน “ฝัน” อยากที่จะมีชีวตแบบคุณ ิ 9
  • 16. ถ้ าเราตังใจว่า "ความทุกข์เกิดขึ ้นมาเพื่อเป็ นอาจารย์ของเรา" ความทุกข์ก็ไม่ใช่สิ่ง ้ น่ากลัว ถ้ าเราไม่กลัวความทุกข์ ยังจะมีอะไรในโลกนี ้ให้ ต้องประหวันพรั่นพรึงกันอีก จงเรี ยนรู้ ่ จากทุกข์ อย่ามัวแต่เป็ นทุกข์ จงเติบโตจากความทุกข์ อย่ายอมสยบเพราะความทุกข์
  • 17. จ ากเด็กบ้ านนอกต่างอ�ำเภอที่พอจะมีดีตดตัวอยูบ้าง พอเข้ าเรี ยนชัน ิ ่ ้ มัธ ยมศึก ษาก็ ต้ อ งจากบ้ า นไปเข้ าเรี ย นในโรงเรี ย นที่ มีชื่อเสี ยงในตัว จัง หวัด ชันมัธยมต้ นคือช่วงเวลาแห่งการอยากรู้ อยากเห็นและเป็ นช่วงเวลาแห่งการล้ อ ้ ชื่อพ่อชื่อแม่ ในห้ องผมมันก็จะมีเด็กในตัวเมืองอยูคนหนึงชื่อว่า “เก่ง” มันเป็ น ่ ่ เด็ก เรี ย นเก่ ง หน้ าตาดี และผิ วขาว เสมื อ นว่าจะเพี ยบพร้ อมไปซะทุกอย่า ง แต่เสียอย่างเดียวคือมัน “ปากหมา” ชอบดูถกคนอื่น ตอนเข้ าไปเรี ยนในวันแรกๆ ู มัน ก็ ไ ม่ ก ล้ า ที่ จ ะคุย กับ ผมเท่ า ไหร่ นั ก หรอก เพราะผมเป็ นเด็ ก บ้ า นนอก ตัวคล� ้ำๆด�ำๆ แต่อยูมาวันหนึงระหว่างเปลี่ยนคาบเรี ยนมันก็เดินมาพูดกับผม ่ ่ เก่ง : คนบ้ าอะไรว่ะ ชื่อโครตเชยเลยวะ (ผมมองหน้ ามั น แล้ วก็ นั่ ง อ่ า นหนั ง สื อ การ์ ตู น ต่ อ ) เก่ง : เด็กบ้ านนอกสอบเข้ าโรงเรี ยนดังในตัวเมืองได้ เนี่ย มึงคิดว่ามึงเจ๋งนักเหรอวะ! ธรรม : กูไม่เคยคิดว่ากูเจ๋งไปกว่าใครหรอกนะ แต่ ถ้ า “ตอนไหนที่มึงดูถูก คนอื่น ณ ตอนนันใจมึงก็ต�่ำกว่าเขาคนนันแล้ วแหละเพื่อนเอ๋ย” ้ ้ เก่ง : อ่าว! ไอ้ นี่ มึงรู้หรื อเปล่ากูเป็ นใคร กูสอบเข้ าโรงเรี ยนนี ้ได้ ที่หนึงนะโว้ ย ่ ธรรม : แล้ วไงวะ ก็เรื่ องของมึงนิ แล้ วเกี่ยวอะไรกับกูละ แต่กจะบอกมึงไว้ ู อย่างนะ “อย่าคิดว่ามึงเหนือกว่าใครเขา เพราะขนาดหนังสือที่มึง ใช้ เรี ยน มันยังมีคนเขียนให้ มงอ่านเลย” ึ (หลั ง จากที่ ผ มพู ด จบ มั น ก็ เ งี ย บไปซั ก พั ก ส่ ว นผมก็ นั่ ง อ่ า นการ์ ตู น ของผมต่ อ แต่ สุ ด ท้ ายมั น ก็ พู ด ขึ น มาอี ก ว่ า ) ้ เก่ง : 11 ด�ำเอ้ ย! พ่อแม่มึงคน “ผิวสี” หรื อเปล่านิ เกิดมามึงถึงได้ ด�ำขนาดนี ้
  • 18. (หลั ง จากมั น พู ด ประโยคนั น จบ ผมก็ ลุ ก ขึ น ชกมั น ลงไปนอนกองกั บ พื น ้ ้ ้ จากนั น ผมก็ ดึ ง คอเสื อ มั น ขึ น มา ) ้ ้ ้ ธรรม : ตอนกูเกิดมานะ ผิวกูก็ “สีด�ำ” ตอนกูโตขึ ้น ผิวกูก็ “สีด�ำ” ตอนกูออกไปเจอแสงแดด ผิวกูก็ “สีด�ำ” ตอนกูมีแผล ผิวกูก็ “สีด�ำ” ตอนกูเจ็บป่ วย ผิวกูก็ “สีด�ำ” และเมื่อวันที่จะตายมาถึง ผิวกูก็ยงคง “สีด�ำ” ั แต่ส�ำหรับมึง บุคคลผู้สง่างาม มีผิว “ขาวผ่อง” ตอนมึงเกิดมา ผิวมึง “สีชมพู” ตอนมึงโตขึ ้น ผิวมึง “สีขาว” ตอนมึงออกไปเจอแสงแดด ผิวมึง “สีแดง” ตอนมึงมีแผล ผิวมึง “สีเหลือง” ตอนมึงเจ็บป่ วย ผิวมึง “สีเขียว” และเมื่อถึงวันตายนะ ซึงมันอาจจะเป็ นวันนี ้ก็ได้ ่ ผิวมึงก็จะเป็ น “สีเทา” มึงได้ ค�ำตอบหรื อยัง ว่าพ่อแม่กู “ผิวสี” หรื อเปล่า ค�ำว่า “ผิวสี” มันควรจะใช้ กบใคร มึงเข้ าใจรึยง! ั ั เก่ง : เอ่อๆ! กูเข้ าใจละ กูขอโทษ มีคนเคยพูดเอาไว้ วา ่ ไม่วาตอนเกิดคุณจะมีสีผิวอย่างไร แต่ตอนปิ ดไฟทุกคนสีผิวเดียวกัน ่ “อย่าได้ดู ถกใคร เพราะไม่มีใคร ต่างจากตัวเรา”
  • 19. หลังจากที่ผมและเก่งได้ “คุย” กันในวันนัน สิงที่ท�ำให้ ผมคิดว่าผมเป็ น ้ ่ คนที่ฉลาดกว่าไอ้ เก่งก็คือ “ผมเห็นความโง่ในตัวของผมเอง ในขณะที่ไอ้ เก่งมัน อวดฉลาดไปซะทุกเรื่ อง” จงจ�ำเอาไว้ วา “ความโง่” คือสิงที่ “คนฉลาด” พึงมีเอา ่ ่ ไว้ ใช้ ในเวลาที่เหมาะสมที่สด แต่หลังจากวันนันเป็ นต้ นมา ไอ้ เพื่อนคนนี ้ของผม ุ ้ มันก็เริ่ มเปลี่ยนไป เลิกดูถกและก็คอยช่วยเหลือเพื่อนคนอื่นๆ และมีอีกสิงหนึง ู ่ ่ ที่มนเปลี่ยนก็คือ มันเรี ยกผมว่า “ลูกพี่” ั พูดถึงการเรี ยนในช่วง ม.ต้ น พ่อของผมเคยสอนเคล็ดลับในการเรี ยน เอาไว้ ใ ห้ ผ มหนึ่ง ข้ อ โดยพ่อบอกผมว่าลูกไม่ต้องไปพึ่งการเรี ยนพิเศษหรอก แค่ตงใจเรี ยนในห้ องก็พอแล้ ว ไม่เข้ าใจอะไรตรงไหนก็ถามคุณครู “ถ้ าลูกถามครู ั้ ลูกอาจจะดูวาโง่เพียงแค่ 5 นาที แต่คนที่ไม่เคยถามซักทีนนแหละ มันอาจจะโง่ ่ ั่ ไปตลอดชีวิต” เด็กหลายๆคนไม่กล้ าถามครู ในห้ องเรี ยนเพราะกลัวถูกเพื่อนใน ห้ องมองว่า “โง่” แต่ในความเป็ นจริ งแล้ ว มันเป็ นสิงที่ตรงข้ ามกันอย่างสิ ้นเชิง ่ คนที่กล้ าถามในสิ่งที่ตนไม่เข้ าใจและอาจโดนเพื่อนมองว่าโง่นนแหละ ต่อไป ั่ ในอนาคตเขาจะเป็ นคนที่ “ฉลาด” ที่สดในห้ อง ส่วนคนที่ฉลาดตลอดเวลาเพราะ ุ ถึงจะไม่เข้ าใจก็ไม่เคยจะถามซักที เชื่อเถอะว่าคนประเภทนันคือคนที่ “โง่” ที่สด ้ ุ คนที่ “เ ข ้าใจ” อะไรต่อมิอะไรได้ดีที่สุดคือ คนที่สามารถเอ่ยถามในเวลาที่ตน “ไม่เข้าใจ” 13
  • 20. พ อเริ่ มเข้ าเรี ยนช่วงมัธยมปลาย รู้ สึกว่ามันเป็ นช่วงเวลาแห่งการ “ติดเพื่อน” อยากรู้ อยากลองไปซะทุกอย่าง เริ่ มรู้ สกว่าอยากมีแฟน เป็ นช่วง ึ เวลาของความ “กวนตีน” ทะลึงตึงตัง สิ่งที่ผมจ�ำได้ เป็ นอย่างดีในช่วงชีวิตวัยนี ้ ่ ก็คือในคาบเรี ยนวิชาภาษาไทย ในวันนันมีคณครู สาวสวยพึ่งจบใหม่มาสอน ้ ุ แทนอาจารย์ประจ�ำวิชาที่แกลาป่ วย หลังจากที่คณครูคนสวยสอนเสร็ จ คุณครู ุ ก็พดขึ ้นมาว่า ู คุณครู : มีใครมีค�ำถามอะไรไหมค่ะ (ผมยกมื อ ขึ น แล้ วก็ ถ ามคุ ณ ครู ) ้ ธรรม : ผมมี ค�ำถามครั บคุณครู ! อยากถามครู ว่าใครเป็ นคนคิดค้ นค� ำว่า “ผมรักคุณ” ขึ ้นมาครับ คุณครู : เอ่อ! เอ่อ! มันต้ องคิดขึนมาเลยเหรอค่ะค�ำนี คุณครู ไม่ร้ ู ค่ะ ้ ้ ท�ำไมถึงถามแบบนัน นักเรี ยนรู้เหรอว่าใครเป็ นคนที่คดค�ำๆนี ้ขึ ้นมา ้ ิ ธรรม : ผมว่าน่าจะเป็ น “ประเทศจีน” นะครับ คุณครู : ท�ำไมเธอว่าอย่างนันละ ้ ธรรม : “ก็เพราะว่ามันไม่มีทงคุณภาพและการรับประกันนะซิครับ” ั้ หากมันได้ ผลมันก็จะคงอยูตลอดไปแต่หากว่ามันไม่ได้ ผล ่ มันก็จะไม่มีสงใดเกิดขึ ้นเลย ิ่ คุณครู : ฮาๆ คิดได้ นะเราน่ะ! งันคุณครูขอถามคืนหน่อยละกัน ้ ให้ เธอแหละตอบ ครูจะถามว่า สสารคืออะไร 15
  • 21. ธรรม : ง่ายมากๆเลยครับคุณครู ตัวอย่างของสสารเอาแบบชัดๆเลยก็คือ น� ้ำแข็ง เพราะว่ามันมีอยู่จริ งบนโลกใบนี ้ เราสามารถสัมผัสได้ และ มันไม่สูญสลายไปไหน อย่างเช่น น�ำแข็งสามารถเปลี่ยนกลายมา ้ เป็ นน� ้ำได้ และจากน� ้ำสามารถเปลี่ยนกลายเป็ นไอน� ้ำได้ ด้วยเช่นกัน คุณครู : เก่งมากๆเลยค่ะ! ถูกต้ องที่สด! ุ แล้ วถ้ าอย่างนัน “ความรัก” ก็เป็ น “สสาร” เหมือนกันซิคะ ้ ่ ธรรม : เอ่อ! ท�ำไมครูพดแบบนันละครับ ู ้ คุณครู : ก็มน “เปลี่ยนสถานะ” ได้ เหมือนกันนี่คะ ั ่ หลังจากคุณครูพดจบ นักเรี ยนในห้ องทุกคนต่างพากันหัวเราะออกมา ู และผมก็ ป ระทับ ใจใน “ไหวพริ บ ” ของคุณ ครู ค นสวยคนนี เ้ ป็ นอย่ า งมาก เพราะในการใช้ ชีวิตในสังคมของโลกแห่งความเป็ นจริ งแล้ ว ไม่จ�ำเป็ นว่าคุณ ต้ องเป็ นคนที่เรี ยนเก่ง ไม่จ�ำเป็ นว่าคุณต้ องเป็ นคนที่มีการศึกษาสูง ขอเพียง แค่ในชีวิตมี “ไหวพริ บ” ในการใช้ ชีวิตให้ อยูรอด ใช้ ชีวิตให้ มีความสุข แค่นนมันก็ ่ ั้ เพียงพอแล้ วส�ำหรับการ “ใช้ ชีวิตให้ มนมีชีวิตอย่างแท้ จริ ง” ั พอพูดถึงเรื่ องไหวพริ บ มันท�ำให้ ผมนึกถึงเรื่ องๆหนึ่งขึนมาทันที ้ เพื่อนของผมคนหนึงมันเคยเอาข่าวๆหนึงมาให้ ผมอ่าน เนื ้อหาในข่าวมันมีอยูวา ่ ่ ่่ มีนกหนังสือพิมพ์ปากจัดนายหนึง ถูกฟองร้ องข้ อหาหมิ่นประมาทเนื่องจากเขา ั ่ ้ ไปเรี ยก รัฐมนตรี ทานหนึง (จ�ำไม่ได้ วามาจากรัฐบาลไหน) ว่า “ควาย” หลังจาก ่ ่ ่ การไต่สวนหลายนัด ศาลก็ตดสินให้ นกหนังสือพิมพ์มีความผิดตามฟอง ลงโทษ ั ั ้ ปรับ 5,000 บาทกับจ�ำคุกอีก 1 เดือน โดยให้ รอลงอาญาไว้ ก่อน นักหนังสือพิมพ์รับค�ำตัดสินอย่างไม่ยินยอมพร้ อมใจนัก เขาจึงถาม ผู้พิพากษาไปว่า
  • 22. นักหนังสือพิมพ์ : อย่างนัน ถ้ าผมเรี ยก “ควาย” ว่า “รัฐมนตรี ” ้ ผมจะมีความผิดไหมครับ ผู้พิพากษา : อืม! ก็คงจะไม่ผิดอะไร (นั ก หนั ง สื อ พิ ม พ์ ยิ ม รั บ ค� ำ ตอบอย่ า งพอใจ ก่ อ นจะหั น ไปหารั ฐ มนตรี คู่ ก รณี ) ้ นักหนังสือพิมพ์ : ไงครับ! ท่านรัฐมนตรี ข้ อคิดของข่าวๆนี ้ ท�ำให้ ร้ ูวาในประเทศไทย “ควาย” สามารถเป็ นได้ ่ ทุกๆอย่าง หลายต่อหลายคนเข้ าใจผิดคิดว่ามนุษย์เป็ นสิงมีชีวิตที่ประเสริ ฐสุด ่ บนโลกใบนี ้ แต่จะพยายามยกตนไว้ สงเหนือสัตว์อื่นท�ำไมละคนเอ๋ย เพราะสิง ู ่ ที่เราอยากเป็ นนัน "เยี่ยงสัตว์" ทังนัน อยากบินได้ เหมือนนก อยากอยู่ในน�ำ ้ ้ ้ ้ เหมือนปลา อยากรวดเร็ วปานสัต ว์ สี่ขาและอยากมี ความอดทนได้ เ หมื อน "ควาย" ผมก็งงเหมือนกันนะ เวลามีใครด่ากันว่า “ควาย” ท�ำไมต้ องโกรธ แต่พอด่ากันว่า ไอ้ ปลาดาว ไอ้ กระต่าย ไอ้ แมงกะพรุน กลับไม่มีใครสนใจที่จะ เดือดร้ อนซักนิด 17 “ควาย” อยูอย่างเป็ นสุขในขณะที่โดนมนุษย์กร่นด่า แต่มนุษย์กลับไม่ ่ เคยมองเห็นความสุขจากการ “เพิกเฉย” ในสิงที่ไม่ควรสนใจของควายในขณะ ่ ที่เราไปด่ามัน มนุษย์กลับไปคิดว่าควาย “โง่” แต่ในความเป็ นจริ งแล้ ว ควาย ไม่ได้ สนใจซักนิดในสิ่งที่มนุษย์หลายคนถากถางแต่คนที่ร้อนรนกลับเป็ นมนุษย์ หลายๆคนที่ตนเองเป็ นยิ่งกว่า “ควาย” จงอย่าใส่ใจและจงภูมิใจ หากมีใคร เรี ยกเราว่า “ควาย”
  • 23. อี กหนึงช่วงเวลาที่เป็ นช่วงหัวเลี ้ยวหัวต่อในชีวิต คือช่วงชันมัธยมศึกษา ่ ้ ปี ที่ 6 ซึงมันก็มาพร้ อมกับการสอบเข้ าเรี ยนในมหาวิทยาลัย ในช่วงที่ใกล้ จะ ่ สมัครสอบ ผมก็ยงตัดสินใจไม่ได้ ซกทีวาจะลงคณะไหน เรี ยนอะไร เย็นวันหนึง ั ั ่ ่ จึงตัดสินใจเดินเข้ าไปคุยกับพ่อ ธรรม : พอครับ! ผมจะเลือกเรี ยนคณะไหนดี ่ ให้ มนจบออกมาแล้ วมีงานดีๆท�ำ ั พ่อ : สงที่ลกจะเรี ยนนะ พ่อเลือกไว้ ให้ ตงแต่แรกแล้ ว ิ่ ู ั้ ธรรม : อะไรเหรอพ่อ พ่อ : สิ่งที่ พ่อจะให้ ธรรมเรี ยนก็ คือ สิ่งเดี ยวกันกับสิ่งที่ อยู่ในใจของธรรม นันแหละ ชอบอะไรก็เรี ยนอันนันไปเลย เพราะสิ่งที่ลูกชอบกับสิ่งที่ ่ ้ ลูก เรี ย นมันจะอยู่กับลูก ไปตลอดชี วิต ดัง นัน ลูก คื อ คนที่ ตัด สิ น ใจ ้ พ่อว่านะ! จะเรี ยนอะไรก็ตามแต่ไม่ต้องไปห่วงหรอกว่าจบมาแล้ ว จะมีงานแบบไหนให้ เราท�ำ เพราะว่ามัน ไม่มีงานใดหรอกที่ ต่ำ� ถ้าเราท�ำด้วยใจที่ สูง ธรรม : ครับพ่อ! แต่แม่หรื อญาติๆก็อยากให้ ผมเรี ยนหมอกันทังนัน ก็มนมี ้ ้ ั ทัง เงิ น มี ทังเกี ย รติ สังคมไทยก็ ย อมรั บว่า เป็ นอาชี พ อัน ดับ หนึ่ ง ้ ้ แต่ผมก็ไม่ได้ อยากเป็ นเท่าไหร่หรอก เอาไงดีพอ! ่ พ่อ : งันพ่อขอถามอะไรเราซักข้ อนะ ธรรมคิดว่าอะไรที่ มันส�ำคัญที่ สุด ้ ในโลกใบนี ้ อากาศ, น� ้ำ, ดิน, มนุษย์, สัตว์ หรื อธรรมคิดว่าอะไร 19
  • 24. ธรรม : เอ่อ! อืม! ไม่ร้ ูซพอ ิ ่ พ่อ : น� ้ำหยดเล็กๆมันก่อให้ เกิดผืนป่ า ป่ าย่อมๆมันช่วยฟอกอากาศให้ สดชื่น อากาศเพียงน้ อยนิดท�ำให้ เกิดสิ่งมีชีวิต ชีวิตมนุษย์ พกพิงอยู่บนผืน ั แผ่นดินหรื อแม้ แต่จลนทรี ย์ที่ดไร้ คามันยังช่วยย่อยสลายสิงต่างๆให้ เกิด ุิ ู ่ ่ สมดุล พ่อเองก็ไม่ร้ ูเหมือนกันหรอกนะว่าสิงไหนมันส�ำคัญที่สดในโลก ่ ุ รู้ แต่ว่าถ้ าขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป โลกใบนีมันก็จะไม่เป็ นโลกอีกต่อไป ้ แล้ วมันจะมีอาชีพไหนไหมละลูกที่ดีที่สุดหรื อส�ำคัญที่สุด มันอยู่ที่ ตัวเราจะมองจะตัดสินใจต่างหาก อย่า ตัดสิน ใจอะไรเพี ยงเพราะ บรรทัดฐานของสังคมจนเกินไป ธรรม : ครับพ่อ! เข้ าใจแล้ วครับพ่อ พ่อ : สิ่งที่ลูกต้ องเรี ยนก็เรี ยนตามหัวใจตัวเองนั่นแหละ ไม่ต้องห่วงหรอก ว่าจบออกมาแล้ วจะมาท�ำอะไร เพราะไม่ว่าจะท�ำอะไรขอแค่ท�ำให้ มันสุดๆ เพราะมันจะเป็ นความรู้ สกที่ยิ่งใหญ่เวลาที่เราบอกใครไปว่า ึ “เราเก่ งในสิ่งที่ เราเป็ น” แม้ ว่าหน้ าที่ นัน มัน จะเป็ นเรื่ องที่ เ ล็กน้ อย ้ ต้ อยต�่ำเพียงใดก็ตาม และมีอีกสิ่งหนึ่งที่พ่ออยากจะบอกลูกมากคือ อย่า ไปดูถูก ใครหรื อ ดูถูก อาชี พใดๆ เพี ยงเพราะเราคิดว่า เขา “โง่” หรื อต้ อยต�่ำ ในโลกนี้ ไม่เคยมี “คนโ ง ่” ทุกคนล้วนแต่เป็ นคน “อัจฉริยะ” เพราะถ้าเราไปตัดสินปลาโดยใช้ความสามารถในการปี นต้นไม้ ทั้งชีวตมันก็จะคิดว่ามันโง่ ิ ธรรม : ขอบคุณครับพ่อ
  • 25. วันนันหลังจากที่ผมคุยกับพ่อเสร็จ ผมก็ตดสินใจได้ วาสิงที่ผมต้ องการ ้ ั ่ ่ จะเรี ย นในมหาวิ ท ยาลัย คื อ สิ่ ง ใด และมี อี ก สิ่ ง หนึ่ ง ที่ ผ มได้ เ รี ย นรู้ มาก็ คื อ “ใจเราเป็ นเช่นไร โลกของเราก็จะเป็ นเช่นนัน ้ ถ้ าใจเราแคบ โลกของเรามันก็แคบ ถ้ าใจเรากว้ าง โลกของเรามันก็กว้ าง และถ้ าใจเราสว่างต่อให้ โลกมืดซักแค่ไหน ก็จะยังคงเห็นทางไปเสมอ” อย่าไปดูถกใคร อย่าไปดูถกอาชีพใด เพราะถ้ าขาดใครไป โลกใบนี ้ ู ู มันก็คงไม่นาอยูอีกต่อไป ่ ่ 21
  • 26. ห นึงในช่วงชีวิตที่สนุกและมีความสุขมากที่สดก็คือการได้ เข้ าเรี ยนใน ่ ุ มหาวิทยาลัย ผมตัดสินใจสอบเข้ าเรี ยนได้ ที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่ น ที่ ผ มเลื อกคณะนี เ้ ป็ นเพราะผมเป็ นคน “ขี โ้ รค” มี โ รคประจ� ำ ตัว เยอะแยะไปหมด จึงอยากเรี ยนเกี่ยวกับยาเพื่อให้ มีความรู้ และไม่ไปเป็ นภาระ ของคนอื่น สิงที่ประทับใจมากที่สดในการเรี ยนเกิดขึ ้นในคาบเรี ยนแรกของการ ่ ุ เป็ นนักศึกษา วิชานันก็คือจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยหลังจากที่ อาจารย์ เ ดิน ้ เข้ ามาในห้ อง นักศึกษาทุกคนต่างก็พากันนังเงียบ ่ อาจารย์ : สวัสดีและยินดีต้อนรับทุกคนเข้ าสูชวงชีวิตที่สนุกที่สด ่่ ุ (หลั ง จากพู ด จบ อาจารย์ ก็ ห ยิ บ ตั ง ค์ แ บงค์ 1,000 หนึ่ ง ใบออกมาจากกระเป๋ า แล้ วก็ ชู มั น ขึ น เหนื อ หั ว ) ้ อาจารย์ : แบงค์ 1,000 ในมืออาจารย์เนี่ย! มีใครอยากได้ บ้าง (นั ก ศึ ก ษาในห้ องต่ า งมองหน้ ากั น แล้ วท� ำ หน้ า งงๆ แต่ ก็ ย กมื อ ขึ น และตอบ ้ อาจารย์ ไ ปว่ า ) นักศึกษา : ผมอยากได้ ครับ! เอาให้ หนูก็ได้ คะอาจารย์! ่ อาจารย์ : แล้ วถ้ าหากว่าอาจารย์ขย�ำจนมันยับยูยี่แบบนี ้ แล้ วยังจะมีใครอยาก ่ ได้ อยูหรื อเปล่า ่ นักศึกษา : ผมยังอยากได้ ครับอาจารย์! อาจารย์ไม่เอาก็เอามาให้ หนูเถอะค่ะ! อาจารย์ : แล้ วหากว่าแบงค์ 1,000 แบงค์นี ้ มันหล่นอยู่บนพื ้นถนนที่เปื อนไป ้ ด้ วยโคลน พวกเธอยังอยากที่จะหยิบแบงค์ 1,000 แบงค์นีขึนมา ้้ อยูรึเปล่า ่ 23
  • 27. นักศึกษา : ผมไม่ รั ง เกี ย จเลยครั บ ! ถ้ า หนูเ ห็ น ต่ อ ให้ มัน สกปรกแค่ ไ หน หนูก็จะหยิบขึ ้นมาค่ะ! อาจารย์ : นันแหละคือสิงมีคาที่พวกเธอได้ เรี ยนรู้ไปในวันนี ้ ่ ่ ่ “ไม่ ว่ า พวกเธอจะท� ำ อะไรกั บ ธนบัต รใบนี ้ มั น ก็ ยั ง คงมี ร าคา 1,000 บาท ชี วิ ต ของคนเราก็ เ ช่ น เดี ย วกั น บางครั ง ล้ ม เหลว ้ บางครังถูกคนอื่นเหยียบย�่ำ จนบางครังเกิดความรู้ สกว่าตัวเองไร้ ค่า ้ ้ ึ แต่ ไ ม่ ว่ า อะไรจะเกิ ด ขึ น พวกคุณ ทุก คนก็ ยัง มี คุณ ค่ า ของความ ้ เป็ นคนอยู่ ไม่วาพวกเธอจะสะอาดเอี่ยมหรื อยับยูยี่อยูก็ตาม” ่ ่ ่ (นั ก ศึ ก ษาทุ ก คนในห้ องต่ า งเงี ย บกริ บ) อาจารย์ : บางคนในห้ องนี ้อาจใช้ ชีวิตตังแต่เกิดมาจนถึง ณ ตอนนี ้โดยที่ไม่เคย ้ เจอกั บ ความผิ ด หวัง เลยแม้ แต่ ค รั ง เดี ย ว เรี ย นหนัง สื อ ตามที่ ้ พ่อแม่บอก ไม่เคยเที่ยวกลางคืน สอบอะไรก็ผานหมด แต่ตอจากนี ้ ่ ่ ไปคือชีวิตที่ต้องรับผิดชอบด้ วยตัวของเราเอง คือเวลาแห่งการเติบโต เป็ นผู้ใหญ่อย่างแท้ จริ ง และจากนีไ้ ป หากใครเจอเรื่ องใดๆที่ท�ำให้ ท้ อแท้ ใจในชีวิตก็ตาม ขอให้ จ�ำแบงค์ 1,000 ในมืออาจารย์แบงค์นี ้ไว้ ให้ ดี และจดจ�ำมันไปตลอดทังชีวิต ้
  • 28. บทสรุ ป สุด ท้ ายของวันนันก็ คือ ไม่มี ใ ครได้ แ บงค์ 1,000 ในมื อของ ้ อาจารย์ ไ ป แต่ทุก คนล้ วนอมยิ ม เพราะสิ่งที่ ไ ด้ จากอาจารย์ นั น มั น เป็ นสิ่ง ที่ ้ ้ มีค่าที่ประเมินเป็ นราคาไม่ได้ เลย พระนักปราชญ์อย่างท่าน ว.วชิรเมธี เคยกล่าวเอาไว้ วา การเกิดเป็ น ่ “มนุษย์ ” เป็ นสิ่งที่เป็ นไปได้ แสนยาก ต้ องใช้ เวลาสังสมบุญญาบารมีกันกว่า ่ แสนล้ านชาติภพ แต่ไม่ว่าจะยากเพียงไร เราก็ควรดีใจที่ได้ เกิดมาเป็ นคนกับ เขาชาติหนึง ่ ต่อให้ชีวตนี้ หมดสิ้ นทุกอย่าง ไม่เหลืออะไรเป็ นสมบัติติดตัวเลย ิ ก็ขอให้ภมิใจเถิดว่า ู การที่เรายังคงเป็ นมนุ ษย์อยู่ แค่นี้ก็นับเป็ นสมบัติที่สงค่าที่สุดแล้ว ู ชี วิตในรัวมหาวิทยาลัยเป็ นอะไรที่ “วิเศษ” อย่างมากมาย มีเพื่อนให้ ้ สนุกสนานร่วมกันอย่างมากมาย รับน้ องก็ซึ ้งอย่างมากมาย ใกล้ วนสอบก็ ั เครี ยดอย่างมากมาย รับผิดชอบชีวิตตัวเองอย่างมากมาย ทุกสิงทุกอย่างล้ วน ่ “มากมาย” ผมโชคดีที่ตนเอง “อดเปรี ยวไว้ กินหวาน” ตังใจเรี ยนในช่วงมอปลาย ้ ้ และบอกได้ เ ลยว่ า ความสนุก ของช่ ว งชี วิ ต ในตอนมอปลาย มัน เที ย บกัน ไม่ติดเลยกับช่วงที่เรี ยนในรัวของมหาวิทยาลัย ้ 25
  • 29. ในช่วงที่ เรี ย น ผมอาจจะเป็ นคนที่ ขี เ้ กี ยจที่ สุดคนหนึ่ ง เลยก็ ว่ า ได้ แต่มีอยู่วนหนึ่งที่เปลี่ยนแนวคิดในการเรี ยนและการท�ำงานของผมไป คื อ ใน ั ชั่วโมงของการท�ำแลบยาน�ำ กลุ่มผมก็จะมีอยู่ 3 คน เป็ นผู้หญิ ง 2 คนแล้ วก็ ้ รวมผมอีก 1 คน ปกติแล้ วในความเป็ นผู้หญิงเวลาท�ำแลบก็จะมีความ “alert” ในตัว มีความกระตื อ รื อ ร้ นในการใฝ่ เรี ย นใฝ่ รู้ มากกว่า ผู้ช ายอยู่แล้ ว ปกติ เวลาท�ำแลบในกลุม เพื่อนผู้หญิงของผมทัง 2 คนก็มกจะเป็ นคนที่เตรี ยมอุปกรณ์ ่ ้ ั และเป็ นคนท� ำ แลบให้ เ สร็ จ สรรพ ส่ว นผมจะกลายเป็ นคนที่ ม องดูเ พื่ อ นทัง ้ 2 คนท�ำ แต่ผมก็จะมีหน้ าที่ที่ส�ำคัญที่สดอยู่หนึ่งอย่างคือ “การล้ างเครื่ องแก้ ว” ุ ที่ใช้ เสร็ จแล้ ว และในวันที่เปลี่ยนวิถีการเรี ยนและแนวคิดของผมออกไปก็มาถึง อาจารย์ประจ�ำห้ องแลบเดินเข้ ามาหาผมแล้ วก็พดกับผมว่า ู อาจารย์ : เธอรู้หรื อเปล่าว่าขันตอนการเตรี ยมยาน� ้ำ ต้ องท�ำยังไงบ้ าง ้ ธรรม : รู้ซครับอาจารย์ ผมอ่านจากหนังสือมาหมดแล้ ว ิ อาจารย์ : แล้ วท�ำไมเธอไม่ชวยเพื่อนท�ำแลบละ ่ ธรรม : มันเกะกะกันเฉยๆครั บอาจารย์ สองคนนี เ้ ขาก็ เต็มใจที่จะท�ำเอง ทังหมด แล้ วผมก็มองดูอยูในทุกๆขันตอนครับ ้ ่ ้ อาจารย์ : อาจารย์จะบอกอะไรเธอซักอย่างนะ “หากวันนี ้เธอเห็น ซักวันหนึงเธอก็จะลืมมัน ่ หากวันนี ้เธอเขียน ซักวันหนึงเธอก็จะจ�ำมันได้ ่ และหากวันนีเ้ ธอลงมือท�ำ ซักวันหนึ่งเธอก็จะสามารถเข้ าใจมันได้ ทังหมด สุด ท้ ายซัก วันหนึ่งเธออาจจะสามารถถ่ า ยทอดมัน ให้ กับ ้ คนอื่นๆได้ เช่นกัน” นันคืออีกหนึงค�ำพูดที่ได้ “เปลี่ยน” แนวคิดในการเรี ยนและการท�ำงาน ่ ่ ของผมออกไปจากเดิมอย่างสิ ้นเชิง และสิ่งที่ผมได้ รับมาจากวันนันก็คือ “การ ้ ลงมือท�ำเองมันส�ำคัญกว่าการมองเห็นและการจดบันทึกอย่างมากมายมหาศาล”
  • 30. ชี วิตของผมด�ำเนินไปภายในรั วของมหาวิทยาลัยอย่างมีความสุข ้ มีแฟนอยู่หนึ่งคน เพราะถ้ ามีหลายคน เค้ าก็คงจะไม่เรี ยกกันว่า “แฟน” ฮา เรี ยนมาจนใกล้ จะจบปี 6 ซึ่งเป็ นปี สุดท้ ายของการเป็ นนักศึกษาเภสัชศาสตร์ และช่วงปลายปี ก่อนที่จะจบการศึกษาก็ต้องไปฝึ กงานกับเพื่อนอีกหนึ่งคนอยู่ที่ “โรงงานยา” แถวสมุทรปราการนาน 2 เดือน เริ่ มที่จะห่างกันกับแฟนคนที่คบกัน มาได้ ประมาณ 2 ปี สิ่งที่เรี ยนรู้ ได้ จากประสบการณ์ ครั งนันคือ ในบางกรณี ้ ้ รั กแท้ มันก็คงแพ้ ระยะทาง จากตอนเรี ยนเราอยู่ใกล้ กันเจอกันทุกวัน แต่หลัง จากที่เธอเรี ยนจบก่อนผม เธอก็เริ่ มท�ำงานที่ธนาคารแห่งหนึ่ง เราก็เปลี่ยน มาเป็ นเจอกัน ทุก อาทิ ต ย์ แต่ด้ วยเหตุผ ลในหลายๆด้ า นท� ำ ให้ หลายๆอย่า ง มันเริ่ มเปลี่ยนไป จากที่คยโทรศัพท์กนทุกวันก็เริ่ มห่างหายไปเป็ น 2 เป็ น 3 วัน ุ ั และในวันสุดท้ ายของความรู้ สกที่เริ่ มไม่เหมือนเดิม ตัดสินใจโทรหา ึ “กวาง” หลัง จากที่ เ ธอเลิ ก งานเพื่ อ ที่ จ ะคุย และเคลี ย ร์ ค วามรู้ สึก ในใจให้ มัน กระจ่าง ธรรม : ฮัลโหล กวาง! วันนี ้ขอถามอะไรตรงๆหน่อยได้ หรื อเปล่า กวาง : อืม! เรื่ องอะไรละ ถามมาซิ ธรรม : กวางมีคนอื่นมาจีบเหรอ! ท�ำไมช่วงนี ้เค้ ารู้ สกเหมือนว่ากวางเปลี่ยน ึ ไปจากเดิม กวาง : ก็มีอยูนะ ่ ธรรม : อ่าว! แล้ วมันเป็ นใครเหรอ กวาง : จะบ้ าเหรอ! ไม่มี! เค้ าแค่ล้อเล่น คิดมากไปหรื อเปล่า 27
  • 31. ธรรม : เค้ ารู้ดีวา “มันมักจะมีความจริ งไม่มากก็น้อยปนอยูเ่ สมอในทุกๆครังที่ ่ ้ กวางพูดว่าแค่ล้อเล่น” กวางยังจ�ำได้ ไหมในวันแรกทีเ่ ค้ าขอกวางเป็ นแฟน มีสิ่งเดียวที่เค้ าพูดและก็ขอกวางไว้ คือ ไม่ว่ามันจะมีเรื่ องที่ร้ายแรง ซักแค่ไหนหรื อไม่ว่ามันจะเกิดเรื่ องอะไรขึน มีสิ่งเดียวที่เค้ าอยากได้ ้ จากกวางก็ คื อ “ความจริ ง ” เค้ า ก็ แ ค่ไ ม่ อ ยากเป็ นคนโง่ที่ คอยรั บ รู้ เรื่ องราวเป็ นคนสุดท้ าย อยากได้ ยินจากปากกวางเอง ดีกว่าไปได้ ยิน จากปากคนอื่น กวาง : อืม! จ�ำได้ (เงี ย บไปซั ก พั ก ) ธรรม : กวางมีคนอื่นเข้ ามาจีบเหรอ กวาง : อืม! ก็มีอยู่ แต่ก็ไม่มีอะไรมากมายหรอก ธรรม : อาว! แล้ วมันเป็ นใครละ ่ กวาง : ก็ลกค้ าอยูที่ท�ำงานนันแหละ ู ่ ่ ธรรม : ไหนเอาเบอร์ โทรมันมาซิ เค้ าจะโทรไปเคลียร์ กบมัน ั มาจีบแฟนเค้ าได้ ไงวะ กวาง : จะเอาไปท�ำไม มันไม่มีอะไรจริ งๆ
  • 32. หลังจากที่พดจบประโยค กวางก็บอกว่าง่วงนอนแล้ วก็วางสายไป ู ผมเริ่ มรู้ สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากผู้หญิ งคนที่เคยไว้ ใจมากที่สดคนหนึ่ง ุ แต่เพราะความเชื่อใจจึงยอมที่จะเชื่อว่ามันไม่มีอะไร ทังที่ลกๆในใจแล้ วมัน ้ ึ จะบอกว่า มี ก็ต าม และแล้ ว คื น นัน ผมก็ น อนไม่ ห ลับ ทัง คื น ด้ ว ยความคิด ้ ้ ต่างๆนาๆที่มนประเดประดังเข้ ามาในหัวสมอง เช้ าวันรุ่ งขึนเลยตื่นขึนมาด้ วย ั ้ ้ อาการหายใจไม่เต็มอิ่ม หัวสมองมึนตึบ ฝึ กงานไม่ร้ ูเรื่ อง มัวแต่คิดว่าคนๆนัน ้ มันเป็ นใคร แต่สงหนึงทีมอยูและไม่เปลียนแปลงไปก็คอความเชือใจในตัวของกวาง ิ่ ่ ่ ี ่ ่ ื ่ แต่หลังจากที่โทรไปหาในเย็นของวันต่อมา หารู้ ไม่ว่า ทุกสิงที่เคยเชื่อ ่ ในชีวิตมันได้ เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ ้นเชิง ธรรม : ฮัลโหล! กวาง! กลับถึงบ้ านหรื อยัง กวาง : ถึงแล้ ว มีอะไรเหรอ ธรรม : ไม่มีอะไรแล้ วโทรหาไม่ได้ เหรอ กวาง : ได้ ๆ! ไม่มีอะไรก็โทรหาได้ ธรรม : กวาง! เค้ าขอถามตรงๆนะ ต่อให้ ค�ำตอบมัน จะเป็ นยัง ไงแต่สิ่งที่ อยากได้ มากที่สดส�ำหรับเค้ าก็คือ “ความจริ ง” ุ กวางชอบไอ้ คนที่มาจีบเหรอ? (เงี ย บไปซั ก พั ก ) กวาง : อืม! ก็ชอบอยู่ ธรรม : อ่าว! ไหงเป็ นอย่างนันละ แล้ วเค้ าละ เอาเค้ าไปไว้ ที่ไหน ้ 29
  • 33. (ทั ง สองคนต่ า งก็ เ งี ย บไปอี ก พั ก ใหญ่ ) ้ ธรรม : งันเอาแบบนี ้ เลือกมาเลย กวางจะเลือกใคร ้ กวาง : เค้ าเลือกไม่ได้ ธรรม อย่าบังคับเค้ าเลย ธรรม : แล้ วกวางจะปล่อยให้ เค้ าทรมานอยูอย่างนี ้เหรอ เห็นใจเค้ าหน่อยเถอะ ่ แล้ วต่อให้ ค�ำตอบมันจะเป็ นยังไงเค้ าก็จะรับมันให้ ได้ แต่สงที่อยากได้ ิ่ ก็คือความจริ งที่อยู่ในใจของกวาง ต่อให้ เค้ าต้ องเจ็บแค่ไหนแต่ถ้า มันจะจบ เค้ าก็พร้ อมที่จะเจ็บ ดีกว่าต้ องทรมานต่อไปแบบนี ้ กวาง : อย่าบังคับเค้ าเลย เค้ าเลือกไม่ได้ จริ งๆ ธรรม : กวางรักมันใช่ไหม! (กวางไม่ ย อมตอบแล้ วก็ เ งี ย บ ไม่ ย อมพู ด อะไร) ธรรม : งันเค้ าก็คงจะได้ ค�ำตอบแล้ วแหละ คนที่ไม่มีใจให้ กนแล้ ว ต่อให้ จะดึง ้ ั จะรั งไว้ มันก็คงไม่มีความหมายใดๆแล้ ว แต่ตอบมาหน่อยเถอะ ้ ความรู้สกจริ งๆที่อยูในใจนะ “ณ ตอนนี ้เรายังเป็ นแฟนกันอยูไหม” ึ ่ ่ (จากนั น กวางก็ เ งี ย บพร้ อมกั บ เริ่ มร้ องไห้ ) ้ ธรรม : กวาง! มัน อาจจะเหลือเพี ย งสิ่ ง เดี ย วที่ เ ค้ าพอจะร้ องขอได้ แ ล้ ว ตอบเค้ าหน่อยเถอะ “เราไม่ได้ เป็ นแฟนกันแล้ วใช่ไหม” กวาง : อื อ! ผู้ชายคนนันเขาขอกวางแต่งงาน แล้ วกวางก็ ตอบตกลงไป ้ ้ แล้ วด้ วย ธรรมเค้ าขอโทษ (หลั ง จากนั น กวางก็ ร้ องไห้ ไม่ ห ยุ ด ) ้
  • 34. หลังจากค�ำพูดสุดท้ ายหลุดออกมาจากปากของผู้หญิงที่ครังหนึ่งเคย ้ เชื่อใจเป็ นอย่างมาก น� ้ำตาลูกผู้ชายของผมมันก็เริ่ มไหลออกมาโดยที่ไม่ร้ ูสกตัว ึ หูอื ้อไปหมด อารมณ์เหมือนโดนคนตีด้วยท่อนไม้ กลางกระหม่อนโดยที่ไม่ทน ั ได้ ตงตัว แล้ วชีวิตของผมจะเป็ นยังไงต่อไป คนที่คอยอยูเ่ คียงข้ างกันเสมอมา ั้ คนที่ไว้ ใจที่สด ใครเป็ นคนแย่งเอาเธอไป ในหัวสมองว่างเปล่า เคยแต่ด่าว่า ุ ให้ คนอื่นพวกที่โดนแฟนทิง อกหัก ท�ำไมต้ องฆ่าตัวตาย? มันเป็ นความคิดที่ ้ ไร้ สาระสิ น ดี แต่พอมาถึงวันนี พึ่งเข้ าใจว่าความรู้ สึกแบบนันมันเป็ นเช่นไร ้ ้ ้ มันตรงที่สุดกับค�ำว่า “ไม่โดนกับตัวเองคงไม่ร้ ู สึก” แต่หลังจากที่ทุกอย่างใน หัวสมองสับสนวุนวายไปหมด ก็มีเสียงๆหนึง ดังขึ ้นมาว่า ่ ่ แม็ค : เห้ ย!! มึงเป็ นอะไรวะ (อ้ าว! ลื ม ไปเลยว่ า มาฝึ กงานกั บ เพื่ อนอี กคนหนึ่ ง นี่ หว่ า นึ ก ว่ า อยู่ ใ นห้ อง คนเดี ย ว) ธรรม : แม็ค! กูโดนทิ ้งวะ กูเลิกกับกวางแล้ ววะ เขาจะไปแต่งงานแล้ วเพื่อน แม็ค : อ่าวเชี่ย! เรื่ องไรวะ เลิกกันจริ งเหรอวะ (พู ด ไป น� ำ ตาก็ ยั ง ไหลไม่ ห ยุ ด ) ้ ธรรม : เออ! กูค งไม่ มี ทางไหนที่ จะไปเปลี่ยนใจให้ เขากลับมาแล้ วแหละ ก็คนมันหมดใจไปแล้ วนี่หว่า แมร่ งเอ้ ย!!! วันนี ้มันเป็ นวันอะไรวะเนี่ย มันเป็ นวันที่เลวร้ ายที่สดในชีวิตของกูละ ุ (น� ำ ตามั น ก็ ยั ง ไหลออกมาได้ อย่ า งไม่ มี วั น หมด) ้ แม็ค : มึงร้ องออกมาให้ มนพอ ร้ องออกมาให้ มนหมด ั ั อย่างน้อยข้อดีอย่างหนึ่ งของวันที่เ ลวร้ายที่สุดในชีวตมึงก็คือ ิ พ ร ุ่งนี้ มึงจะต้อง ดีขึ้นเสมอละวะ 31
  • 35. ธรรม : แมร่ง! แมร่งเอ้ ย!! กูแมร่งโครตอ่อนแอเลยวะเพื่อน น� ้ำตามันไหลไม่หยุดซักที แม็ค : มึงร้ องออกมาให้ มนหมดแล้ วก็จ�ำไว้ ั “ประโยชน์ของน� ้ำในตามึงที่มันไหลออกมานะ ก็เพื่อที่จะล้ างให้ ตา กลับมาสดใสและก็มองโลกด้ วยใจที่สดชื่น มากกว่าที่มึงเป็ นอยู่ใน ตอนนี ้ ดังนันน� ้ำตามันไม่ใช่สิ่งที่แสดงถึงความอ่อนแอหรอก แต่มน ้ ั หมายถึงความเข้ มแข็งภายในจิตใจที่พร้ อมจะลุกขึ ้นมาสู้ใหม่อีกครัง ้ ต่างหาก” และมึงก็อย่าพยายามคิดว่ามึงไม่เหลือใคร อย่างน้ อยๆก็ พ่อกับแม่มงแหละ แล้ วก็กอีกคน ึ ู ธรรม : อืม! ขอบใจมากวะเพื่อน พอมึงพูดขึนมา กูก็คิดถึงแม่ทันทีเลยวะ ้ อยากได้ ยินเสียงแก แม็ค : งันมึงก็โทรหาแกตอนนี ้เลยดิ ้ อ กหักครังแรกในชีวิตมันรู้สกเจ็บแบบนี ้นี่เอง และผมสามารถบอกได้ ้ ึ เลยว่าสิงที่คนอกหักใหม่ๆต้ องการมากที่สด ไม่ใช่ค�ำแนะน�ำหรื อแนวทางในการ ่ ุ ปฏิบติตวให้ ร้ ู สกดีขึ ้น แต่เป็ นคนที่จะคอยรับฟั ง คนที่จะอยู่ฝั่งเดียวกันกับเรา ั ั ึ ซะมากกว่า สิ่งเดียวที่อยูในหัวสมองตอนนี ้ก็คืออยากได้ ยินเสียงแม่ ทันใดนัน ่ ้ ผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ ้นมา โทรหาแม่ในทันที แม่ : ว่าไงลูก โทรมาซะดึกเชียว ธรรม : ไม่มีอะไรหรอกแม่ อยากได้ ยินเสียงแม่เฉยๆ (พร้ อมด้ วยเสี ย งสะอึ ก ) แม่ : ธรรมเป็ นอะไรลูก มีเรื่ องอะไร ไหนบอกแม่มาซิลก ู
  • 36. ธรรม : แม่! ผมเลิกกับกวางแล้ ว เค้ าไม่มีวนจะกลับมาอีกแล้ ว ั เค้ าไปกับคนอื่นแล้ วแม่ (แม่ เ งี ย บไปซั ก พั ก ) แม่ : ฟั งแม่นะลูก ผู้หญิงไม่ได้ มีคนเดียวบนโลกหรอก บางครั งลูกก็ต้อง ้ ปล่อยเขาไป ไม่ใช่เพราะลูกรักเขาไม่พอ แต่เขาอาจจะไม่ใช่ของๆลูก มากกว่า แล้ วลูกก็อย่าพยายามไปโทษไปโกรธเค้ าเลย น่าจะขอบคุณ เขามากกว่าที่เค้ าเดินร่วมทางมากับเรา จ�ำค�ำแม่ไว้ นะครับ ใบไม้ร่วงบางใบ มันก็ไม่ได้หมายความว่า ต้นไม้จะต้อง ตาย การสูญหายของบางคน มันก็ไม่ได้หมายความว่า ชีวตของเรานี้ มันจะต้องสิ้ น สุดลงเช่นกัน ิ ธรรม : ครับแม่ แต่น� ้ำตามันไหลไม่หยุดซักที แม่ : ร้ องออกมาให้ มนพอเลยครับ คนบางคนเข้ ามาท�ำให้ เรารักเพียงเพื่อ ั จะสอนให้ เราได้ ร้ ู จัก “วิธีตดใจ” นะลูก แต่ธรรมอย่าไปโทษกวางที่ ั ท� ำ ให้ ธ รรมต้ อ งเสีย น� ำตาเลยนะ ลูก น่าจะขอบคุณ เธอที่ ท�ำ ให้ ลูก ้ ไม่ต้องเสียเวลามากไปกว่านี ้ “ลูกนะแค่เสียคนที่ไม่เห็นค่าของลูกไปแค่หนึงคน ่ แต่กวางน่าจะเป็ นคนที่เสียใจมากกว่า เพราะเขานันเสียคนที่รักเขามากที่สดไปตังหนึงคน” ้ ุ ้ ่ ธรรม : แล้ วธรรมต้ องท�ำยังไงต่อแม่ ต้ องท�ำยังไงถึงจะลืมเขาได้ แม่ 33
  • 37. แม่ : แม่ ว่ า มัน ไม่ จ� ำ เป็ นต้ อ งลื ม หรอกนะลู ก ในเรื่ อ งของความรั ก นะ “สิ่งที่มันยากมากกว่าการจ�ำก็คือ การลืม แต่สิ่งที่มันยากมากกว่า การลืม มันคือการยอมรับความจริ ง” นันคือสิงที่ลกต้ องท�ำ ่ ่ ู “เวลาอาจไม่ ส ามารถเยี ย วยาได้ ทุก สิ่ ง แต่ ก ารยอมรั บ ความจริ ง มันจะรักษาทุกอย่างที่เหลือในชีวิตของลูกไว้ ” ในช่วงเวลาที่ลกยอมรับ ู ได้ ว่าไม่มีเค้ าคอยเดินเคียงข้ างไปด้ วยกันอี กแล้ ว ในตอนนันแหละ ้ ลูกก็จะไม่เจ็บปวดอีกต่อไป แล้ วแม่ว่าอย่าพยายามไปฝื นให้ เราลืมเรื่ องราวเหตุการณ์ ทังหลาย ้ เลย “ความพยายามมันท�ำให้ คนเราจ�ำได้ แต่ความพยายามมันกลับ ไม่สามารถท�ำให้ คนเราลืมได้ หรอก” ทุก สิ่งทุก อย่างที่ ผ่านมามันคื อ ประสบการณ์ มัน คื อส่ว นเติ ม เต็ ม ให้ กบชีวิตของเรา แล้ วเราจะไปลืมให้ มน “ขาดทุน” ท�ำไมกันละครับ ั ั ธรรม : ครับแม่! เข้ าใจแล้ วครับ ผ มรั บรู้ และเข้ าใจได้ เป็ นอย่างดี ถึงความรู้ สึกอยาก “ฆ่า ตัว ตาย” เพียงเพราะอารมณ์ชววูบนันมันเป็ นเช่นไร เพราะผมเคยผ่านความรู้สกแบบนัน ั่ ้ ึ ้ มาก่อน ความรักมันท�ำให้ ผมเจ็บปวดเพียงใดผมรู้ซึ ้งได้ อย่างถึงทรวง ในห้ วง อารมณ์ที่คดว่า “ตัวเองไม่เหลือใคร” โดนเขาทิ ้งไปอย่างไม่ใยดี แล้ วเราจะอยู่ ิ ต่อไปเพื่อใคร แต่ผมกลับลืมคิดไปว่า ก่อนที่จะมีเธอคนนี ้เข้ ามาในชีวิต ผมก็ ยังคงมีชีวิตที่ปกติสขดี ทังพ่อแม่ ทังเพื่อนฝูง ไม่เคยมีใครที่จะทิ ้งผมไปซักคน ุ ้ ้ แล้ ว ท� ำ ไมคนๆเดี ย วถึ ง จะมี สิ ท ธิ ม าท� ำ ลายชี วิ ต ที่ ทัง พ่ อ และแม่ ข องผมเฝ า ้ ้ ทะนุถนอมเลี ้ยงดูมาจนเติบใหญ่ได้ เรานะแค่เสียคนที่ไม่เห็นค่าของเราไปแ ค่หนึ่ งคน แต่เขานั้นกลับเสียคนที่ รักเขามากที่สุดไปต ั้งหนึ่ งคน
  • 38. ประโยคนี ้ที่แม่บอกกับผม มันท�ำให้ ผมตระหนักได้ วา คนที่เห็นคุณค่า ่ ในตัวผมนันไม่ได้ มีใครสูญหายไปจากชีวิตของผมซักคน แล้ วจะมานังโศกเศร้ า ้ ่ อะไรนักหนา แต่ก็อย่างว่าแหละ “ความรัก” มันคือสิ่งมหัศจรรย์ บนโลกใบนี ้ ที่ให้ คนเราได้ ทงความเศร้ าเคล้ าความสุข ถึงจะมานังปลอบใจตัวเองซักแค่ไหน ั้ ่ แต่ผมก็ไม่เคยที่จะลืมเธอได้ ซกวัน เคยคิดบ้ างไหมว่าท�ำไมคนเราถึงไม่เคยที่ ั จะลืม “รั กครั งแรก” ได้ เลย ถึงแม้ ว่า ความทรงจ� ำนัน มันจะค่อยๆเจื อจางไป ้ ้ กับกาลเวลา แต่ถงแม้ มนจะเลือนลางซักเพียงใดก็ตาม แต่มนไม่เคยที่จะ “หาย” ึ ั ั ไปจากความทรงจ�ำของเราได้ เลย และเหตุผลที่เราไม่เคยที่จะลืมรักครังแรก ้ มันอาจจะเป็ นเพราะว่าเรารับมือกับมันด้ วยหัวใจที่ “ไร้ เดียงสา” คาดหวังให้ มน ั เป็ นรักที่สมบูรณ์แบบ คาดหวังว่ามันจะเป็ นความรักที่งดงามเหมือนดังในนิยาย ่ หรื อในละคร แต่สดท้ ายแล้ วก็ยงคงมีหลายต่อหลายคนที่ผิดหวังจากความรัก ุ ั ครังแล้ วครังเล่า จนกลัวที่จะเริ่ มต้ นใหม่กบใครซักคน ที่มนเป็ นแบบนันก็เพราะ ้ ้ ั ั ้ ว่าเกือบทังหมดของความทุกข์ที่มาจากความรัก ล้ วนเกิดจากการคาดหวังให้ ้ เขาเป็ นหรื อ เกิ ด จากการไม่ ไ ด้ ค รอบครองในตัวเขา มันเป็ นสิ่ง ที่ บ่ง บอกว่า คนเรานันล้ วน “เห็นแก่ตว” ้ ั หากว่าใครอยากได้ ความรั กที่สมบูรณ์ แบบจริ งๆ อย่ า ได้ พ ยายาม บัง คับ อย่ า ได้ พ ยายามคาดหวัง ว่ า เราต้ อ งให้ เ ขาเป็ นอย่ า งที่ เ ราต้ อ งการ เพราะใครต่อใครก็คงต้ องการที่จะเป็ นตัวของตัวเองให้ มากที่สดเท่าที่จะท�ำได้ ุ “ไม่คาดหวัง ไม่ทกข์ นันคือความสุขของสิงที่เรี ยกว่า การปล่อยวาง” ุ ่ ่ หลายๆคนคงเคยถามกับตัวเองว่า ตอนไหนที่เราจะหายเศร้ าซักที โปรดอย่าได้ พยายามไปถามคนอื่นด้ วยค�ำถามแบบนี ้เด็ดขาด เพราะทุกอย่าง มันล้ วนขึ ้นอยูกบตัวเรา ่ ั ทุกที่ทุกเวลามีความเ ศร้า ตราบเท่าที่เราพกมันไปด้วย และทุกที่ทุกเวลาก็มีความ สุข ตราบเท่าที่เราสนุกกับทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามา 35
  • 39. อย่าถามถึงเวลาว่าตอนไหนจะหายเศร้ า เพราะเอาเข้ าจริ ง คุณจะ หายเศร้ า ณ ตอนนี ้ก็ยงท�ำได้ สิ่งส�ำคัญของการจัดการกับความคิดหรื อศัตรู ั ตัวร้ ายที่ท�ำให้ เราเป็ นทุกข์คือการอยูกบ “ปั จจุบน” เพราะความคิดจะเข้ ามาเล่น ่ ั ั งานเราได้ จากทางอดีตกับทางอนาคตเท่านัน ้ “ความรัก” คือสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สดในโลกเพราะมันสามารถท�ำให้ คน ุ เรามี ค วามสุข ได้ อ ย่า งมากมาย ในทางตรงข้ า มมัน ก็ ส ามารถท� ำ ให้ ค นเรา เจ็บปวดได้ อย่างเกินทนเช่นกัน หลายๆคนอกหัก หลายๆคนโดนทิ ้ง หลายๆคน บอกว่าผมคงอยู่บนโลกใบนีไ้ ม่ได้ หากไม่มีคุณ หลายๆคนรับไม่ได้ กับความ ผิดหวังจนต้ องท�ำร้ ายตัวเอง และหลายๆคนคิดที่จะหลบหนีจากความผิดหวัง เหล่า นัน ด้ ว ยการ “ไม่อ ยู่บนโลกใบนี ”้ ้ หลายๆคนที่ อ กหัก มัก จะบอกว่ า ในชี วิ ต นี ฉัน คงไม่ ส ามารถลื ม ้ คุณได้ ในเรื่ องของความรัก สิ่งที่มนยากยิ่งกว่าการจ�ำคือการลืม ส่วนสิ่งที่ ั ยากยิ่งกว่าการลืมคือการยอมรั บความจริ ง นั่นคือสิ่งที่คุณต้ องพยายามท�ำ “ยอมรับความจริ ง” หลายๆคนมัวแต่ตามหาในสิ่งที่ตนเอง “ ขาด” ในชีวตมันเลยมองไม่เห็นในสิ่งที่ตวเอง “ มี” ซักที ิ ั ต่อ ให้ คุณ จะเจอกับ เรื่ อ งราวอะไรมา ทัง พ่ อ ทัง แม่ แ ละทัง เพื่ อ น ้ ้ ้ คือกลุมคนที่ไม่เคยจะ “ขาด” ส�ำหรั บชีวิตคุณ จงให้ ความส�ำคัญกับพวกเขา ่ ให้ มากๆ หลายๆคนใช้ เวลาเกือบทังชีวิตเพื่อเสาะแสวงหา “รั กแท้ ” แต่กลับลืม ้ ไปว่า “มันไม่ใช่สิ่งจ�ำเป็ นที่ต้องตาหาเลย เพราะตังแต่ออกมาจากท้ องแม่ ้ เราก็ได้ รบมันมาเรียบร้ อยแล้ว” และไม่วาความรักมันจะท�ำให้ คณเจ็บปวด, ผิดหวัง ั ่ ุ หรื อชินชาภายในหัวใจมากน้ อยเพียงไร แต่จงเชื่อมันอย่างเต็มหัวใจเถอะว่า ่ ความรักที่ไม่วามันจะมาจากใครก็ตามแต่ ่ มันคือส่วนเติมเต็มที่ทำให้ชีวตของคนเราสมบูรณ์แบบ � ิ
  • 40. เพราะถึงแม้ สุดท้ ายแล้ วผมจะรู้ ว่าความรั กของผมมันจะจบลงด้ วย ความเจ็บปวด แต่ผมก็ยงยินดีที่จะเรี ยนรู้และพร้ อมให้ มนเกิดขึ ้นกับชีวิตของผม ั ั เช่นเดิม “ความสุข” อยูที่ตวเราคิด ่ ั “ชีวต” อยูที่ตวเราปั้ น ิ ่ ั “ความฝัน” อยูที่ตวเราสร้าง ่ ั ทุกสิ่งทุกอย่างอยูที่ “ตัวเ ราเอง” ่ ห ลังจาก “ประสบการณ์” ในความรักครังแรกได้ ผานพ้ นไปอย่างบอบช� ้ำ ้ ่ ภายในหัว ใจ “กาลเวลา” ก็ ท� ำให้ ห ลายสิ่ ง หลายอย่ า งในชี วิ ต เริ่ ม กลับมา “คล้ ายเดิม” แต่มนก็ไม่มีทางที่จะ “เหมือนเดิม” ั ผมสามารถบอกได้ เลยว่าเวลาอาจจะไม่ได้ ช่วยให้ อะไรดีขึน หาก ้ คนๆหนึงยังไม่สามารถลุกขึ ้นมาได้ ด้วยตนเอง และช่วงเวลา 3 เดือนหลังจากที่ ่ “อกหัก” เพื่อนฝูง, พ่อแม่และ “ตนเอง” คือกลุ่มคนที่ช่วยได้ มากในการท�ำให้ ความทรงจ�ำเศร้ าๆค่อยๆเลือนรางจางไป หลายๆคนเคยเกิดค�ำถามว่า “ท�ำยังไง ถึงจะลืมมันได้ ” แต่ผมกลับไม่คิดเช่นนัน ทุกสิ่งที่ผ่านเข้ ามาทังหมดไม่ว่าจะ ้ ้ เป็ นเรื่ องดีหรื อเรื่ องร้ าย ทุกอย่างล้ วนเป็ นประสบการณ์ให้ กบชีวิต “แล้ วท�ำไม ั ผมจะต้ องไปลืม ลบสิ่งเหล่านันออกจากความทรงจ�ำให้ มนขาดทุนด้ วยละ” ้ ั ความทรงจ�ำมันเป็ นสิ่งที่ไม่มีวนเปลี่ยนแปลง หลายๆคนจึงเกิดอาการ “เจ็บ” ั ในทุกๆครังหากพยายามไปลบเลือนมัน ้ 37 ผมบอกได้ เลยว่าหลังจากอกหักครังแรกในชีวิต คนที่อยากเห็นหน้ า ้ มากที่สดในโลก ณ ตอนนันก็คือ พ่อกับแม่ และเมื่อฝึ กงานวันสุดท้ ายเสร็ จ ุ ้ เรี ยบร้ อย ผมก็รีบขึนรถกลับบ้ านทันที และตลอดช่วงระยะเวลาที่ผมเดินทาง ้ กลับบ้ าน พ่อกับแม่ก็จะโทรถามตลอดว่าเหนื่อยไหม ถึงไหนแล้ วหรื อใกล้ ถง ึ หรื อยัง นั่นแหละคือสิ่งที่ผม “โหยหา” สายใยของความผูกพันที่เรี ยกกันว่า “ครอบครั ว” แล้ วหลังจากที่ผมกลับถึงบ้ าน อารมณ์แวบแรกที่พงผ่านเข้ ามาใน ุ่ หัวสมองหลังจากที่ได้ เห็นหน้ าพ่อกับแม่คือ ตังแต่เกิดมานี่เป็ นหนึงในช่วงเวลา ้ ่ ที่ผมมีความสุขมากที่สดในชีวิต ุ
  • 41. หลังจากที่ฝึกงานเสร็ จเรี ยบร้ อย ผมก็ได้ กลับมาอยู่ที่ “บ้ านนอก” อยูกบธรรมชาติ อยูกบท้ องไร่ท้องนา อยูกบอากาศที่แสนบริ สทธิ์ และหนึงใน ่ ั ่ ั ่ ั ุ ่ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากที่ผมกลับมาบ้ านในครั ง นี ก็คื อ “เถี ยงนาน้ อย” ้ ้ ของพ่อ ซึงแกสร้ างขึ ้นมาใหม่และมันแลดูใหญ่ซะยิ่งกว่าบ้ านที่ผมนอนเสียอีก ่ พ่อของผมท่านเป็ นครู เป็ นผู้อ�ำนวยการโรงเรี ยนที่พอจะมีชื่อเสียงอยู่บ้างใน จั ง หวัด อุบลราชธานี มีคนรู้ จกเยอะแยะ รู้ สกว่าท่านจะมีหน้ ามีตาในสังคม ั ึ อยู่มิ ใ ช่น้อ ย แต่เวลาว่างหลังจากท� ำงาน แทนที่ พ่อจะไปออกงานสัง คม ไปกินเลี ้ยงกับเจ้ านายหรื อท�ำให้ ตนเองมีชื่อมีเสียงเพิ่มมากขึ ้น แต่พ่อของผม กลับเลือกที่จะอยู่กบท้ องไร่ ท้องนา อยู่กบเถียงนาน้ อยของแก และแล้ วหนึ่ง ั ั ในวัน ที่ ผ มรู้ จัก กับค� ำว่า “ความสุข” มากที่ สุด ก็ มาถึง บ่า ยของวัน นัน ผมขี่ ้ รถจักรยานยนต์ออกจากบ้ านไปหาพ่อที่เถียงนาน้ อยของแก พอผมเจอพ่อ ผมก็ถามพ่อว่า ธรรม : พ่อเนี่ยชอบอยูเ่ ถียงนามากกว่าอยูบ้านซะอีกนะ ่ พ่อ : ก็มนมี “ความสุข” นิลก ั ู ธรรม : ธรรมขอถามอะไรพ่อซักอย่างนะ! พ่อก็มีต�ำแหน่งใหญ่ต�ำแหน่งโตอยูนะ มีหน้ ามีตาในสังคม ่ แต่ท�ำไมเวลาว่างชอบที่จะมาอยูกบไร่กบนาละพ่อ ่ ั ั พ่อ : ฮาๆ แล้ วซักวันลูกจะเข้ าใจเอง สุดท้ ายแล้ วคนเราคงไม่เคยต้ องการ อะไรมากมายไปกว่า “ความสุขจากการปล่อยวางทุกๆอย่า งลง” ไม่ต้องคิด ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ไม่วาจะเป็ นทังต�ำแหน่ง, ลาภยศ, ่ ้ เงินทองหรื อภาระหน้ าที่ตางๆที่แบกไว้ บนบ่า แล้ วมันจะดีกว่ามากๆ ่ หากเราไม่ต้องมีอะไรเลย
  • 42. ผมยอมรั บว่าหลังจากที่ ผ มฟั งพ่อ พูด จบ ผมถึง กับอึง นิ ดๆเลยนะ ้ ท้ ายที่สดแล้ วความสุขที่มีค่ามากที่สดในชีวิตของคนเรา อาจจะเป็ นเพียงแค่ ุ ุ การไม่ต้องแบกอะไรไว้ บนบ่า และความสุขที่แท้ จริ งอาจจะเป็ นการที่เราไม่ต้อง มีอะไรในชี วิตเลยก็เป็ นได้ เจ้ าของธุรกิ จ “พันล้ าน” อาจจะไม่ได้ มีความสุข มากไปกว่าเจ้ าของร้ านค้ า “โชห่วย” เสมอไปหรอก เพราะคนที่เขามีความสุข ไม่ได้ หมายความว่าเขามีสงที่ดีที่สด เพียงแต่เขาสามารถมีความสุขกับสิงที่เขามี ิ่ ุ ่ ความสุขที่ สูงที่สุด คือใ จที่หยุดในความพอเพียง ก ารได้ กลับมาอยูกบครอบครัวมันท�ำให้ ความรู้สกที่มีตอผู้หญิงคนเก่า ่ ั ึ ่ เริ่ ม เจ็ บ ปวดน้ อ ยลงเรื่ อ ยๆถึ ง น้ อ ยที่ สุด ผมเคยได้ ยิ น มาว่ า บางที “ทฤษฏี โลกกลม” มันอาจจะมีไว้ เพื่อให้ เราหยุดวิ่งตามคนที่วิ่งหนีเรา เพราะถ้ าหากว่า เขาคนนัน “เกิดมาเพื่อเรา” จริ งๆ ซักวันแล้ วเค้ าก็จะวิ่งวนกลับมาหาเราเอง ้ และมันก็ถึงเวลาที่ผมต้ องหยุดวิ่งตามคนเก่าและเปิ ดโอกาสให้ กบตัวเองเพื่อที่ ั จะท�ำความรู้ จักกับคนใหม่ๆ เผื่อซักวันผมจะได้ เจอคนที่เกิดมาเพื่อผมซักที และแล้ ววันที่ฟาเริ่ มกลับมาสดใสอีกครั งก็มาถึง ผมได้ ร้ ูจกกับรุ่นน้ องคนหนึง ้ ้ ั ่ เธอชื่อ “อุ๊” เธอเป็ นคนน่ารัก เป็ นคนคุยเก่ง แล้ วหลังจากที่เราคุยกันมาได้ ประมาณเดื อ นครึ่ ง ในวันที่ ค รบรอบ 2 เดื อ น ผมก็ ตัดสิน ใจจะขอเธอเป็ น “แฟน” ผมรวบรวมความกล้ าอยูนานก่อนจะพูดกับเธอไปว่า ่ ธรรม : น้ องอุ๊ไหนลองนับ 1 ถึง 5 ดูซิ น้ องอุ๊ : อะไร! จะให้ นบท�ำไมเนี่ย ั ธรรม : เอาน่า! ลองนับดู น้ องอุ๊ : หนึง, สอง, สาม, สี่, ห้ า ่ 39
  • 43. ธรรม : “คบ” รึยง ั น้ องอุ๊ : อืม! “ครบ” แล้ ว ธรรม : พูดเองแล้ วนะ “คบ” แล้ วนะ “คบ” แล้ วห้ ามเลิกนะ น้ องอุ๊ : อะไร! พูดอะไร! อุ๊ งง! (หลั ง จาก “มุ ก เสี่ ย วๆ” ของผมที่ ป ล่ อ ยออกไป มั น กลั บ ไม่ เ ป็ นที่ เ ข้ าใจของ น้ อ ง อุ๊ ผ ม จึ ง ก ลั บ ม า คิ ด ว่ า ค ง พู ด แ บ บ อ้ อ ม ค้ อ ม ๆ กั บ เ ธ อ ไ ม่ ไ ด้ อี ก แ ล้ ว จึ ง รวบรวมความกล้ าอี ก ครั ง ก่ อ นจะพู ด ไป) ้ ธรรม : อุ๊! เป็ นแฟนกับพี่นะ น้ องอุ๊ : เอ่อ! ขอกันตรงๆแบบนี ้เลยเหรอพี่ อืม! แล้ วถ้ าอุ๊เป็ นแฟนกับพี่ อุ๊จะได้ อะไรบ้ างละค่ะ ธรรม : ก็ถ้าอุ๊เป็ นแฟนกับพี่นะ พี่ก็จะท�ำให้ อ๊ เุ ป็ นคนที่มีความสุขเป็ นอันดับ ที่ 2 ของโลกเลยทีเดียว น้ องอุ๊ : อ่าว! แล้ วท�ำไมไม่ได้ เป็ นที่ 1 ละค่ะ ธรรม : ก็ถ้าอุ๊ตกลงเป็ นแฟนกับพี่ แล้ วมันจะมีใครในโลกนีที่มีความสุขไป ้ มากกว่า “พี่” อีกละ มันอาจจะเป็ นเพราะมุกเสี่ยวๆของผม หรื อเป็ นเพราะความมึนงง ของเธอก็ไม่อาจจะรู้ได้ ที่ท�ำให้ หลังจากวันนันเธอก็ตดสินใจมาเป็ นแฟนกับผม ้ ั และที่ผมกล้ าพูดตรงๆกับเธอเป็ นเพราะ ไม่วาเราจะท�ำอะไร ผมเชื่ออยูเสมอว่า “ความจ ริงใจ” ่ ่ เข้าได้กบทุกคนบนโลกใบนี้ ั
  • 44. ชี วิตของผมเริ่ มกลับมาเป็ นปกติสขอีกครังและก่อนที่ผมจะจบไปเป็ น ุ ้ เภสัชกรอย่างเต็มตัวก็ต้องสอบใบประกอบวิชาชีพให้ ผ่านเสียก่อน แล้ วพอถึง ช่วงที่ใกล้ จะสอบ ผมกับเพื่อนอีก 4 คนก็เดินทางเข้ ากรุ งเทพมหานครเพื่อไป สอบใบประกอบวิ ช าชี พ พอถึงวันสอบพวกเราทัง หมดก็ ตื่ นกันตัง แต่เ ช้ า ้ ้ ในระหว่างที่ก�ำลังรอขึ ้นรถที่ปายรถเมล์เพื่อไปยังสนามสอบ ผมก็ตาดีเหลือบ ้ ไปเห็นเหรี ยญ 1 บาทตกอยูที่ริมฟุตบาท มีคนเดินข้ ามไปข้ ามมาแต่ไม่เห็นมีใคร ่ ก้ มลงเก็บเหรี ยญๆนันขึ ้นมาซักที ผมเห็นแบบนันเลยรี บวิ่งไปเก็บ จนเพื่อนอีก ้ ้ 4 คนที่มาด้ วย มันทักผมขึ ้นมาว่า เพื่อน : เห้ ย! ไอ้ ธรรม มึงไม่มีตงค์ขนาดนันเลยเหรอวะ ั ้ แค่บาทเดียวเองนะมึง ธรรม : ก็ส�ำหรับพวกมึงมันมีคาแค่นน กูจะบอกไว้ เลยนะว่า “คุณค่าในของ ่ ั้ แต่ละอย่างของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน” และส�ำหรับตัวกูเหรี ยญๆนี ้ มันมีคายิ่งกว่านันเยอะเลยแหละ ่ ้ เพื่อน : อะไรของมึงวะ! ธรรม : กูก็แค่ไม่อยากให้ ใครต่อใครเดินข้ าม “พ่อหลวง” ของกู ก็ แค่นัน ้ นนแหละคือคุณค่าที่กเู ห็นในเหรี ยญบาทที่มนตกอยูเ่ หรี ยญนี ้ ั่ ั เพื่อน : เอ่ อ ! เอ่ อ ! กูเ ข้ า ใจละ กูข อโทษวะเพื่ อ น รี บ ๆเช็ ด เหรี ย ญให้ สะอาดๆด้ วยละมึงนะ 41
  • 45. มี ห ลายๆสิ่ ง ในชี วิ ต ที่ ถื อ ว่ า เป็ นโชคดี ข องผมและหนึ่ ง ในนัน ก็ คื อ ้ การได้ เกิดมาเป็ นคนไทย ได้ เกิดมาอยูใต้ ฝ่าละอองธุลีพระบาทของ “ในหลวง” ่ ท่านคือ “เทวดา” ที่คอยปกปองและคุ้มครองประเทศไทย และเป็ นเทวดาที่ ้ “คนธรรมดา” อย่างผมสามารถมองเห็นและสัมผัสได้ อย่างแท้ จริ ง รู้สกภูมิใจ ึ เป็ นอย่างยิ่งที่ได้ เกิดมาในยุคสมัยของ “พระราชา” ที่ยิ่งใหญ่ที่สดในความคิด ุ ของผม ท่านทรงเป็ นแบบอย่างให้ กบชีวิตของผมอย่างแท้ จริ ง ั นักการเมืองยืนปลา ่ นักการเมืองซื้ อแบบส�ำเร็จ นักการเมืองห่วงอ�ำนาจ นักการเมืองสร้างสัญญา นักการเมืองหาเรื่องกิน นักการเมืองยุให้รำ � นักการเมืองชอบแบ่งขั้ว นักการเมืองท�ำสี่ปี นักการเมืองชอบแบ่งเสียง นักการเมืองคิดสั้น พระราชายืนเบ็ด ่ กษัตริยแนะเคล็ดวิชา ์ มหาราชห่วงประชา องค์เจ้าฟ้ าสร้างสรรค์ธรรม องค์ภมินทร์หาเรื่องท�ำ ู ในหลวงย�ำให้ทำดี ้ � องค์เหนื อหัวไม่แบ่งสี องค์ภมีทำทุกวัน ู � พ่อพอเพียงชอบแบ่งปั น องค์ราชันย์คิดยาว ผมมีความฝั นที่ “สูง” ที่สดอย่างหนึงในชีวิต มันคงจะเป็ นความสุข ุ ่ อย่างหาที่เปรี ยบไม่ได้ หากว่าได้ มีโอกาส “ก้ ม” ลงเช็ดรองเท้ าของ “พ่อหลวง” พ่อที่คอยดูแลลูกๆทุกคนให้ อยูดีมีสขอย่างที่ไม่เคยจะเหน็ดเหนื่อยมาโดยตลอด ่ ุ ชีวิตของพระองค์ทาน ่ 43
  • 46. ห ลังจากที่เรี ยนจบออกมาด้ วย “เกรด” นิยม มนุษย์ปถชน “ธรรมดา” ุุ อย่า งผมก็ ต้ อ งหางานท� ำอย่างใครคนอื่ น เขา จะไปสมัค รเป็ นอาจารย์ ตาม มหาวิทยาลัยมันก็คงจะเข้ าท่า จะท�ำงานตามโรงพยาบาลมันก็คงเท่ใช่ย่อย หรื อจะเป็ นนายจ้ างตัวเองเปิ ดร้ านยาก็อิสระดีมิใช่น้อย แต่ความรู้ สกลึกๆในใจ ึ อยากท�ำอะไรที่มน “แตกต่าง” ั ในเมื่อผมก้ าวเข้ ามาสูเ่ ส้ นทางของการเป็ น “เภสัชกร” มันก็คือเส้ นทาง ของการใช้ “ยา” สิงที่อยากท�ำมากที่สดก็คือ ขอเป็ นคนเริ่ มต้ นของกระบวนการ ่ ุ ทังหมดเลยละกัน เพราะชีวิตผมมันยังรู้ สึกตื่นเต้ นในทุกๆครั งที่มีการค้ นพบ ้ ้ อะไรใหม่ๆ สุดท้ ายแล้ วผมก็ตดสินใจจะท�ำงานที่ “โรงงานยา” แต่จะให้ เดินหางาน ั ตามปายประกาศหรื อตามหน้ าหนังสือพิมพ์ที่เขาประกาศรับ มันก็คงจะไม่ใช่ ้ ตัวเองซักเท่าไหร่ ท�ำไมต้ องท�ำในรูปแบบที่คนอื่นเขาท�ำ สังคมไม่ได้ บงคับไว้ วา ั ่ ต้ องไปสมัครในส่วนที่เขาเปิ ดรับเท่านัน มันใจว่าตัวเองก็มีดีใช่ยอย หยิบปากกา ้ ่ ่ หนึงแท่งพร้ อมด้ วยกระดาษหนึงแผ่นขึ ้นมา เขียนประวัติการศึกษาและแนวคิด ่ ่ ของตนเองเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยาในเมืองไทย แล้ วก็ยื่นจดหมาย ไปทางไปรษณีย์ให้ กบบริ ษัทยา 3 แห่งโดยมีเนื ้อหาที่เขียนด้ านในเหมือนกันหมด ั โดยที่ทง้ั 3 บริ ษัทที่ผมยื่นจดหมายไปให้ เขาไม่ได้ ประกาศรับสมัครพนักงานเลย หลังจากนัน 4 วันต่อมา สงสัยจะด้ วยแนวคิดที่ “บ้ า” และ “ต่าง” ้ จากคนทั่วไป หรื ออาจจะเป็ นเพราะเนื ้อหาที่เขียนลงไปในเอกสารสมัครงานมัน น่าสนใจก็ ไ ม่ท ราบได้ บริ ษัทยาทัง 3 แห่งโทรศัพ ท์ มาหาผมเพื่อนัดให้ ไป ้ สัมภาษณ์งาน แล้ วหลังจากนันอีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมาผมก็ได้ ไปสัมภาษณ์งาน ้ กับบริ ษัทยาแห่งแรก 45
  • 47. อาจจะเพราะความตื่นเต้ น ผมจึงเดินทางไปถึงบริ ษัทยาแห่งแรกตังแต่ ้ เช้ าตรู่ ของวันจันทร์ มันเป็ นบริ ษัทยาซึ่งใหญ่เป็ นอันดับต้ นๆของประเทศไทย เป็ นบริ ษัทที่มีโรงงานผลิตยาขนาดใหญ่และได้ มาตรฐานสากล ประกอบกับมี จ�ำนวนบุคลากรผู้มีความรู้ ความช�ำนาญและมีประสบการณ์ เป็ นจ�ำนวนมาก สิงแวดล้ อมล้ วนเอื ้ออ�ำนวยเป็ นอย่างยิ่งต่อการท�ำงาน ่ หลังจากทีผมเดินเข้ าไปในห้ องสัมภาษณ์ ซึงในห้ องมีคนนังรออยู่ 3 คน ่ ่ ่ คนสัมภาษณ์เขาก็เริ่ มซักถามผมทันที คนสัมภาษณ์ : สิงทีคณเขียนมาให้ ผมอ่านเนียมันน่าสนใจดีนะ แล้ วก็แปลกใหม่ ่ ่ ุ ่ ดีด้วย แต่ที่เขียนมาแล้ วอดหัวเราะไม่ได้ ตงแต่ครังแรกที่ได้ อ่านเลย ั้ ้ ก็คือ คุณบอกว่าจะท�ำให้ บริ ษัทแห่งนี ้กลายเป็ นบริ ษัทยาอันดับหนึ่ง ของประเทศไทยภายในระยะเวลา 6 ปี และเป็ นบริ ษัทยาอันดับหนึ่ง ของเอเชี ย ภายใน 15 ปี แล้ วนอกจากนันคุณยังเขียนต่อไปอีกว่า ้ แล้ วท�ำไมผมจะท�ำให้ บริษทยาของคนไทยกลายเป็ นบริษทยาอันดับหนึง ั ั ่ ของโลกไม่ได้ ฮาๆ คุณคิดอะไรอยู คุณคิดแบบนันจริ งๆเหรอ ่ ้
  • 48. ธรรม : มีสิ่งเดียวที่ผมไม่เคยคิดจะท�ำอย่างเด็ดขาดในชีวิตนีก็คือ ้ การหัวเราะเยาะ “ความฝั น” ของคนอื่น ถึงแม้ ว่าในความคิดของผม ความฝั นนันมันจะเป็ นฝั นที่ไร้ สาระมาก ้ เพียงใดก็ตาม เพียงเพราะผมเชื่อว่า “If you can dr eam it, you c a n do it.” หากคุณสามารถฝั นถึงได้ คุณก็สามารถทำ�มันได้ นั่นแหละคือสิ่งที่ตวผมเรี ยกมันว่า “แรงบัลดาลใจ” ในการท� ำงาน ั ผมไม่ร้ ูวาคุณมีมนบ้ างหรื อเปล่านะ ่ ั แต่ “แรงจูงใจ” มันอาจจะแค่ท�ำให้ คุณ “ตื่น” และ “ท�ำงานไป” ใน แต่ละวัน ส่วน “แรงบัลดาล” ใจนัน มัน จะท� ำ ให้ คุณ “อยากตื่น” ้ และ “อยากท�ำงาน” ไปในแต่ละวัน ลองค้ นหามันดูแล้ วคุณจะรู้วามัน ่ จะท�ำให้ ชีวิตของคุณมีความหมายขึ ้นอีกมากมายเลยทีเดียวครับ คนสัมภาษณ์ : อืม! ขอบคุณส�ำหรับข้ อแนะน�ำนะ แล้ วคุณรู้ ไหมว่า ถ้ าคุณได้ เข้ า มาท� ำ งานที่ บริ ษัทยาแห่งนี ้ ซึ่งเป็ นบริ ษั ท ที่ มี ข นาดใหญ่ มาก คุณจะต้ องรับผิดชอบคนงานทังหมดเกือบ 200 กว่าชีวต ผมอยากรู้ ว่า ้ ิ ในความคิดของคุณ หัวหน้ าหรื อผู้น�ำ มันมีหมายความว่าอย่างไร ธรรม : ในความคิดของผม ผู้น�ำอาจจะไม่ใช่คนที่ “แข็งแกร่ ง” ที่สดหรอกนะ ุ แต่ ผ้ ู น� ำ คื อ คนที่ รั บ รู้ ได้ ถึ ง ความ “อ่ อ นแอ” ของผู้ ตามต่ า งหาก คนที่จะเป็ นหัวหน้ า คนที่จะคุมคนงานได้ คนที่จะเป็ นที่เคารพของ คนอื่นและคนที่จะยิ่งใหญ่อยูเ่ หนือคนอื่นๆได้ คือคนที่เข้ าใจในความ รู้สกของคนที่อยูต�่ำที่สดครับ ึ ่ ุ คนสัมภาษณ์ : อืม! เป็ นความคิดที่ดี! แล้ วคนงานที่อยู่ในบริ ษัทแห่งนี ้ ก็ต่างคน ต่า งที่ มา ต่างคนต่างความคิด แล้ วคุณคิ ดว่า จะคุมงานพวกเขา ได้ เหรอ ตัวคุณมีวิธีการแบบไหนในการจัดการงานและคนของคุณ 47
  • 49. ธรรม : โดยส่ ว นตัว ของผมแล้ ว ไม่ เ คยมี ซัก ครั ง ที่ ผ มจะตัด สิ น คนอื่ น ว่ า ้ คิด “ผิด” เพียงเพราะเขาไม่ได้ คดเช่นเดียวกันกับผม พ่อผมเคยสอน ิ เคล็ดลับให้ หนึงข้ อในการท�ำงานร่ วมกับคนอื่นให้ ประสบความส�ำเร็จ ่ พ่อบอกเอาไว้ วา “การยอมรับฟั งเหตุผลของคนอื่น สิงนันจะท�ำให้ เรา ่ ่ ้ รู้ และเข้ าใจได้ มากกว่าคนอื่นเสมอ” ในการท�ำงาน มันไม่ใช่เรื่ องที่ ต้ องเก็บมาคิดให้ รกสมองเลยว่า ความคิดของใครผิดหรื อความคิด ของใครถูก เพราะในความคิดของแต่ละคน ความคิดของตนเองเป็ น สิงที่ถกต้ องเสมอ แต่สงที่จะท�ำให้ การท�ำงานร่วมกันประสบผลส�ำเร็ จ ่ ู ิ่ ก็ คื อ “การฟั งให้ มากและยอมรั บ ในความคิ ด เห็ น ของคนอื่ น ” สุดท้ ายแล้ วจุดประสงค์ของคนเราอาจจะไม่เหมือนกันแต่ขอแค่ให้ อยู่ ร่วมกันได้ ก็คงเพียงพอแล้ ว บริ ษั ทใหญ่ โ ตใช่ว่าจะมี แต่สิ่งที่ ดีงามเสมอไป เพราะยิ่ ง เยอะคน ยิ่ ง มากความ และมี สิ่ ง หนึ่ ง ที่ ผ มเห็ น ได้ จากบริ ษั ท ใหญ่ ๆ ก็ คื อ มี ผ้ ู คน จ�ำนวนมากที่คิดว่าตนเองเป็ นผู้มีความรู้ เยอะ เป็ นผู้เชี่ยวชาญ และมีอีกสิ่งที่ คนทัวไปพากันเรี ยกว่า “Ego” ในตนเองสูง สิ่งที่ตามมาส�ำหรับคนพวกนี ้ก็คือ ่ การมองข้ ามในความคิดเห็นของคนอื่น มันมีเคล็ดลับง่ายๆที่บคคลผู้ยิ่งใหญ่หลายท่า นในโลก ฝากไว้ ให้ กบ ุ ั คนรุ่นหลังได้ ปฏิบตตาม อับราฮัม ลินคอล์ น (ประธานาธิ บดี คนที่ 16 ของ ัิ สหรัฐอเมริ กา) และเนลสัน มัน เดลา (ประธานาธิ บดีและมหารัฐบุรุษแห่ง แอฟริ กาใต้ ) เวลาที่มีการประชุมงาน บุคคลทังสองจะให้ ผ้ ูที่เข้ าร่ วมประชุม ้ ทุกคนพูดและแสดงความคิดเห็นก่อนตนเสมอ และหลังจากที่ผ้ เู ข้ าร่วมประชุม คนสุดท้ ายพูดจบ บุคคลทังสองก็จะเป็ นคนสรุ ปประเด็นในท้ ายที่สด นันคือ ้ ุ ่ เคล็ดลับที่ผ้ น�ำที่ประสบความส�ำเร็ จต้ องมีติดตัวอยู่เสมอ “ฟั งและยอมรั บใน ู ความคิดเห็นของคนอื่น”
  • 50. 49
  • 51. ห ลังจากการสัมภาษณ์กบบริ ษัทแรกจบลงด้ วยการโชว์ “Ego” ซะเป็ น ั ส่วนใหญ่ พอถึงเช้ าวันอังคาร ผมก็เดินทางไปสัมภาษณ์งานกับบริ ษัทยาแห่ง ที่สอง เป็ นบริ ษัทยาที่มีขนาดใหญ่พอๆกับบริ ษัทแรก และในห้ องสัมภาษณ์ก็มี หัวหน้ าฝ่ ายบุคคลและคนอื่นๆอีกรวม 4 คน นังรอสัมภาษณ์ผม ่ คนสัมภาษณ์ : คุณคิดว่าคุณมีความสามารถพอที่จะช่วยให้ บริ ษัทของผมเติบโต ได้ มากกว่านี ้หรื อเปล่า ธรรม : งานแรกที่ผมจะท�ำให้ กบคุณมันอาจจะล้ มเหลวลงอย่างไม่มีชิ ้นดีเลย ั ก็เป็ นได้ แต่ผมเชื่อว่าแนวทางในการ “คิดให้ ต่าง” จากบริ ษัทอื่น และสร้ างเอกลัก ษณ์ ใ ห้ กั บ บริ ษั ท ของตนเองดัง ที่ ผ มเขี ย นมาใน จดหมายให้ คุณ อ่ า น มัน จะท� ำ ให้ บ ริ ษั ท ยาเล็ ก ๆในประเทศไทย สามารถก้ าวหน้ าขึ ้นไปเทียบเท่าบริษทยาชันน�ำของโลกได้ อย่างแน่นอน ั ้ คนสัมภาษณ์ : แนวคิดที่คณเขียนมาเนี่ย มันก็นาสนใจดีนะ แต่เงินเดือนที่คณ ุ ่ ุ ขอเรามาเนีย มันจะเกินไปหรือเปล่าส�ำหรับการที่คณเพิ่งเริ่ มต้ นท�ำงาน ่ ุ และยังไม่เคยมีประสบการณ์ ตอนที่คณกรอกตัวเลขเงินเดือนลงเนี่ย ุ คุณก�ำลังเมาอยูหรื อเปล่า ่ ธรรม : เงินเดือนระดับที่ผมเขียนลงไปเนี่ย ผมคิดว่ามันจะมีคนอยู 2 ประเภท ่ ที่กล้ าขอในระดับนี ้ หนึ่งคือคนที่มั่นใจในความสามารถของตนเอง ว่าดีพอกับเงินเดือนในระดับนี ้ สองคือคนที่ก�ำลังเมาหรื อก็บ้าไปแล้ ว ในตอนที่กรอกตัวเลขจ�ำนวนนี ้ลงไป แล้ วคุณคิดว่าผม “บ้ า” พอที่จะ ให้ คณสัมภาษณ์ตอหรื อเปล่าละครับ ุ ่ คนสัมภาษณ์ : อืม! โอเคครับ! แล้ วมีอีกเรื่ องที่เกี่ยวกับเงิ นเดือน ผมก็ชัก ไม่แน่ใจว่าคุณบ้ าหรื อเพี ยนแค่ไหนหรอกนะ แต่ที่เขียนมาเนี่ยเอา ้ จริงเหรอ “ทดลองงาน 3 เดือนแรก คุณจะยังไม่รับเงินเดือนซักบาทเดียว แต่ถ้าครบสามเดือนแล้ วบริ ษัทอยากให้ คุณอยู่ต่อ คุณค่อยจะรับ เงินเดือนในเดือนที่สี่”
  • 52. ธรรม : ผมเอาจริ งครับ เพราะผมก้ าวเข้ ามาท�ำงานนีด้วย “ใจ” ที่อยากท�ำ ้ จริ งๆ ผมให้ “ใจ” แก่บริ ษัทคุณ และ 3 เดือนแรกถ้ าผมไม่มีผลงาน อะไรเลยหรื อผมไม่สามารถพัฒนาอะไรให้ กบบริ ษัทคุณได้ เลย ผมก็ ั “ใจนักเลง” พอที่จะไม่รับเงินเดือน แล้ วพอครบสามเดือนคุณก็แค่ ไม่ต้องรับผมท�ำงานต่อ คุณก็ไม่ต้องเสียอะไรซักอย่าง แต่ถ้าคุณเห็น ว่าผมดีพอ คุณก็คอยให้ ใจของคุณกลับคืนมาให้ ผม ่ คนสัมภาษณ์ : โอเค! ผมเข้ าใจแล้ ว แต่ก็ยงมีอีกเรื่ องคือ มีคนสมัครเข้ ามา ั พร้ อมๆกั บ คุ ณ อี ก 1 คน เขาเป็ นผู้ห ญิ ง ที่ จ บการศึ ก ษามาด้ วย “เกียรติ” นิยมเหรี ยญทอง ซึงถ้ าเทียบกับคุณซึงเป็ น “เกรด” นิยมแล้ ว ่ ่ ผมก็ควรจะรับอีกคนเข้ ามาท�ำงานมากกว่าคุณ แล้ วคุณคิดเกี่ยวกับ เรื่ องนี ้ยังไงบ้ าง ธรรม : ค�ำตอบของผมมันอาจจะเป็ นแค่การหาเหตุผลเข้ าข้ างตัวเองก็เป็ นได้ แต่สดท้ ายแล้ วคุณก็ต้องเป็ นคนพิจารณาเอง แต่ความคิดของผมคือ ุ คุณค่าของคนมันไม่ได้วดกันที่การศึกษาหรอก ั เพราะวุฒิปริญญามันไม่ได้บอกว่าคนๆนั้นเป็ นคนดีหรือท�ำงานเก่ง คุณก็ท�ำงานมาแล้ วน่าจะหลายปี คุณน่าจะรู้ ดีว่าการเรี ยนกับการ ท� ำ งานในชี วิต จริ งมันแตกต่างกันแค่ไ หน แต่ความคิดเห็นในช่ว ง สัมภาษณ์นี่แหละที่ผมคิดว่ามันพอที่จะวัดอะไรต่อมิอะไรได้ มากกว่า การดูแค่เพียง “เกรด” คนสัมภาษณ์ : อืม! โอเครับ! ค�ำถามนี ้เป็ นค�ำถามสุดท้ ายที่ผมจะถามคุณนะ “ท�ำไมผมต้ องรับคุณเข้ ามาท�ำงานในบริ ษัทของผม” 51
  • 53. ธรรม : ผมก็ ข อตอบคุณว่า มี ค นเยอะแยะข้ า งนอกบริ ษั ท แห่งนี ที่เก่งและ ้ มีความรู้มากมายกว่าผม เยอะพอที่จะเดินชนกันตายอยูแล้ ว และคน ่ ที่ มี ป ระสบการณ์ ใ นการท� ำ งานเยอะกว่ า ผม ก็ นั่ง สัม ภาษณ์ อ ยู่ ตรงหน้ าผมในห้ องนี ก็มีตังหลายคน “ทุกคนล้ วนแข่งขันกันเพื่อให้ ้ ้ ตัวเองได้ งาน, ก้ าวหน้ าในชีวิตหรื อท�ำให้ ตวเองได้ เป็ นที่ สุด แต่ผม ั คิดว่ามันมีวิธีที่ง่ายกว่านันในการอยู่เหนือผู้คนเหล่านัน เพียงแค่การ ้ ้ กล้ าที่จะคิดให้ ตาง พร้ อมที่จะสร้ างสิงใหม่ๆ มอบให้ กบบริ ษัทของคุณ ่ ่ ั และโลกใบเดิม ๆใบนี ้ ซึ่งคุณสมบัติข้ อนี ้ ผมคิดว่า มันมี อยู่อย่า ง เต็มเปี่ ยมในตัวของผม เพราะหากคุณอ่านจดหมายสมัครงานของผม แล้ ว หากคุณคิดว่าผมไม่ “บ้ า” หรื อไม่ “แตกต่าง” พอ พวกคุ ณ ทังหลายก็คงไม่มานังสัมภาษณ์ผมเยอะแยะอย่างนี ้หรอกมัง ้ ่ ้ คนสัมภาษณ์ : ฮาๆ ยอดเยี่ ยม! ผมชักอยากที่ จะร่ วมงานกับคุณแล้ วแหละ อยากรู้วาความบ้ าในตัวของคุณมันจะมีมากมายซักแค่ไหน ่ ธรรม : ครับ! ขอบคุณมากครับ
  • 54. ก ารสัมภาษณ์กบบริ ษัทยาแห่งที่สองจบลงด้ วยเสียงหัวเราะ และใน ั เช้ าของวันพุธ ผมก็เดินทางไปสัมภาษณ์งานกับบริ ษัทที่สาม ซึงเป็ นบริ ษัทยา ่ ขนาดกลางที่พงเปิ ดได้ ไม่นาน แต่มีความกระตือรื อร้ นในการพัฒนา ในขณะที่ ึ่ ผมเดินเข้ าไปในห้ องสัมภาษณ์มีคน 2 คนนังรอผมอยู หนึงคนคือเจ้ าของบริ ษัท ่ ่ ่ และอีกหนึงคนคือหัวหน้ าฝ่ ายบุคคล ่ 53
  • 55. หัวหน้ าบริ ษัท : สวัสดีครับ ผมเป็ นเจ้ าของบริ ษัทยาแห่งนี ้ ยินดีมากนะที่คณ ุ มาสัมภาษณ์งานกับเรา ธรรม : สวัสดีครับ รู้สกเป็ นเกียรติอย่างยิ่งครับ ึ หัวหน้ าบริ ษัท : อย่างแรกสุดเลยที่ผมอยากรู้คือ ตัวคุณเป็ นคนอย่างไร ธรรม : เอ่อ! ถ้ าอย่างนันผมขอถามพี่ก่อนอย่างหนึงนะครับ ้ ่ หัวหน้ าบริ ษัท : อืม! อะไรละ ธรรม : พี่คดว่าเงิน “สิบบาท” กับ “สิบล้ าน” อันไหนมีคามากกว่ากันครับ ิ ่ หัวหน้ าบริ ษัท : เอ่อ! คุณต้ องการค� ำตอบจริ งๆ หรื อคุณแค่กวนตี นผมเนี่ ย มันก็ต้องสิบล้ านอยูแล้ วซิครับ ่ ธรรม : แล้ วถ้ าสิบล้ านบาทของพี่กบสิบบาทของผม ั พี่วาอันไหนมีคามากกว่ากันครับ ่ ่ หัวหน้ าบริ ษัท : ถามอะไรของคุณนิ มันก็ต้องสิบล้ านของผมซิคณ ุ ธรรม : อืม! ผมว่าพี่ก็ตอบ “ถูก” นะ หัวหน้ าบริ ษัท : มันก็ต้องแน่นอนอยูแล้ ว มันก็ต้องเป็ นแบบนันอยูแล้ วซิคณ ่ ้ ่ ุ
  • 56. ธรรม : แต่ส�ำหรับ “ผม” แล้ วนะครับพี่ ผมคิดว่าสิบบาทของผมมีคามากกว่า ่ สิบล้ านของพี่ เพราะถึงมันจะเป็ นแค่สิบบาทแต่มันก็ เ ป็ นของผม และถึงแม้ มันจะเป็ นสิบล้ านแต่มันก็ เป็ นของพี่ นั่นแหละคือตัวตน ของผมครับ การมองเห็นคุณค่าในตัวเองของผม มันมีคามากกว่าการอิจฉาริษยาคนอื่น ่ หัวหน้ าบริ ษัท : อืม! ยอดเยี่ยม! ตอบได้ ดี แล้ วผมก็อ่านสิ่งที่คณส่งมาให้ แล้ ว ุ ความคิดคุณน่าสนใจดีนะ ธรรม : ครับ! ขอบคุณมากครับ! แล้ วบริ ษัทนี ้มีแนวทางในการพัฒนายาใหม่ๆ ยังไงบ้ างครับ หัวหน้ าบริ ษัท : ขอพูด ตามตรงเลยนะ ผมคิ ด ว่ า แนวคิ ด ที่ คุณ เขี ย นมาเนี่ ย มันตรงกับสิงที่บริ ษัทของผมอยากท�ำพอดีเลย ผมอยากได้ คณมาร่วม ่ ุ ท�ำงานด้ วยจริ งๆนะ แล้ วคุณไปสัมภาษณ์งานกับอีก 2 บริ ษัทมาแล้ ว เหรอ เห็นเขียนบอกในจดหมายที่เขียนมาว่า ส่งจดหมายสมัครงาน แบบเดียวกันนี ้ไปให้ กบอีก 2 บริ ษัท ั ธรรม : ครับ! ก็วนจันทร์ กบวันอังคารที่ผานมาเนี่ยแหละครับ ั ั ่ หัวหน้ าบริ ษัท : แล้ วคุณตัดสินใจเลือกหรื อยังละว่าจะท�ำงานที่ไหน ธรรม : ก็เดี๋ยวพรุ่งนี ้ตัดสินใจแล้ วผมจะโทรบอกครับ 55
  • 57. หัวหน้ าบริ ษัท : อืม! แล้ วมีอีกเรื่ องหนึ่งคือ เงินเดือนที่คุณเขียนขอมาในนีเ้ นี่ย บริ ษัทเราคงให้ ตามที่คณขอไม่ได้ หรอก มันเยอะเกินไปส�ำหรับบริ ษัท ุ เล็กๆอย่างเรา แล้ วอีกอย่างคุณก็พึ่งจบออกมาท�ำงาน ประสบการณ์ ก็ยงไม่มี ั ธรรม : ครับ! ผมเข้ าใจ แต่ผมขอมองในมุมของผมนะครับ สิงที่ผมอยากท�ำ ่ ก็คือการวิจัย, การพัฒนาตัวยาหรื อ ต� ำ รั บยา มัน เป็ นงานที่ ต้ อ งใช้ ความรู้, ความคิดและใช้ “จินตนาการ” คนบางคนยิ่งมีประสบการณ์ ในการท� ำ งานเยอะก็ มัก จะรู้ ไว้ ก่ อ นล่ ว งหน้ า แล้ ว ว่ า สิ่ ง ไหนท� ำ ได้ หรื อสิงไหนท�ำไม่ได้ ทงที่ยงไม่ลองท�ำดู การที่ผมยังไม่มีประสบการณ์ ่ ั้ ั แต่ผมคิดว่าผมมีอย่างหนึ่งที่อาจจะเหนื อกว่าผู้คนที่มีประสบการณ์ นั่น คื อ “จิ นตนาการ” ในการท� ำงานของผม ทุกอย่า งมันล้ ว นเป็ น ไปได้ แล้ ว ในความคิ ด ของผม “บางคน” ประสบการณ์ ยิ่ งเยอะ จินตนาการในการท�ำงานกลับยิ่งน้ อยลง มันก็อาจจะเป็ นแค่ข้ออ้ าง ส�ำหรับคนที่ ไม่เ คยมี ป ระสบการณ์ ใ นการท� ำ งานอย่า งผมก็ เป็ นได้ คุณก็ลองตัดสินใจดูเองก็แล้ วกันครับ หัวหน้ าบริ ษัท : อืม! มันก็อาจจะจริ งนะส�ำหรั บบางคน แต่เงินเดือนที่คุณขอ มาเนี่ย มันก็ยงเยอะมากกว่าปกติอยูดี ั ่ ธรรม : ครับผม! แล้ วพี่พอจะให้ ผมได้ เท่าไหร่ครับ หัวหน้ าฝ่ ายบุคคล : งันเอาอย่างงี ้ละกัน บริ ษัทให้ คณได้ แค่ครึ่ งเดียวจากที่คณ ้ ุ ุ ขอมา แต่เราจะจ่ายให้ คุณตังแต่เดือนแรกที่คุณเข้ ามาทดลองงาน ้ เลยแล้ วกัน ธรรม : ก็ฟังดูเข้ าท่าดีนะครับ
  • 58. ก ารสัมภาษณ์ งาน มองอี ก มุม มัน ก็ เ ป็ นเรื่ องที่ น่า สนุก ได้ มีการ แลกเปลี่ยนความคิดความเห็น และจากการพูดจาก็พอท�ำให้ ร้ ู ได้ อย่างคร่ าวๆ ว่าแต่ละคนเป็ นคนเช่นไร บริ ษัทมีมมมองแบบไหนและน่าเข้ าไปร่ วมงานด้ วย ุ มากน้ อยซักเพียงใด และในเช้ าของวันพฤหัส บดี วันแห่งการตัดสินใจเลื อกบริ ษั ท ใน การท�ำงานก็มาถึง หลังจากทานอาหารเช้ าเสร็จ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ ้นมาโทรหา บริ ษัทยาทันที ธรรม : สวัสดีครับ “พี่ไพศาล” ผมธรรมนะครับ ไพศาล : สวัสดี! ดีใจนะที่ได้ ยินเสียงคุณอีกครัง ตกลงตัดสินใจหรื อยังครับ ้ ธรรม : ตัดสินใจแล้ วครับ! ตกลงผมขอท�ำงานร่ วมกับบริ ษัทยาของพี่นะครับ ไพศาล : จริ ง เหรอ! พูด จริ ง นะ! ผมดี ใ จมากนะครั บ ที่ คุณ ตัด สิ น ใจแบบนี ้ แต่ เ อ่ อ ! พี่ ข อถามอย่ า งหนึ่ ง นะ คื อ ว่ า ท� ำ ไมคุณ เลื อ กบริ ษั ท พี่ ล ะ ธรรม : พ่อ ผมท่า นเคยสอนไว้ ว่า “จงอยู่กับ คนที่ เ ขาเห็ น คุณ ค่า ในตัว เรา” เพราะถึงแม้ ว่าเราจะเป็ นคนที่ท�ำงานเก่งที่สดในโลก แต่ถ้าอยู่กบคน ุ ั หรื อ สถานที่ ที่ม องไม่ เ ห็ น ความส�ำคัญของเรา สิ่ง ต่า งๆที่ เ ฝาเพี ยร ้ พยายามสร้ างขึ ้นมา มันก็คงดูไร้ คาไปในทันที ่ ไพศาล : เอ่อ! แต่เงินเดือนที่พี่ให้ กับคุณมันแค่ “ครึ่ งเดียว” เองนะ เมื่อเทียบกับสองบริ ษัทแรก 57
  • 59. ธรรม : สิ่งที่ผมก�ำลังจะท�ำ ผมท�ำมันด้ วย “ใจ” ที่อยากจะท�ำและผมคิดว่า “หากผมเลือกท�ำในงานที่ผมรัก แล้ วตลอดชีวิต ผมก็จะคิดว่าชีวิตนี ้ ไม่ได้ ท�ำงานอะไรเลย” แล้ วต่ อ ให้ ผ มมี เ งิ น เดื อ นเป็ นแสนแต่อยู่ใน สภาพแวดล้ อ มการท� ำ งานที่ อึ ด อัด ไม่ มี ค วามสุข ในแต่ละวัน ผม ก็คงจะมัวแต่มานั่งคิดว่า ตอนไหนมันจะสิ ้นเดือนซักทีวะ! แต่ถ้ าผมอยู่ใ นบริ ษัทที่ ท�ำงานแล้ วสบายใจ ต่อให้ มีเ งิ นเดื อนน้ อย แค่ ไ หน มัน ก็ ค งจะรู้ สึก ว่ า อ่ า ว! วัน นี สิ น เดื อ นอี ก แล้ ว เหรอเนี่ ย ้ ้ ท�ำไมมันเร็ วจัง เงินเดือนออกอีกแล้ ว “สบายกายมันไม่เท่าสบายใจหรอกครับพี่” ไพศาล : ผมดีใจนะที่ได้ คณมาร่วมท�ำงานกับบริ ษัทของผม ุ ธรรม : ขอบคุณพี่ มากเช่นเดี ยวกันครั บ แล้ วผมจะตอบแทนความเชื่อใจ จากพี่ให้ อย่างสาสมเลยทีเดียว ฮาๆ ไพศาล : ฮาๆ ชอบคุณจริ งๆเลย สุดท้ ายผมก็เลือกท�ำงานในบริ ษัทที่ให้ เงินเดือนผมน้ อยกว่าบริ ษัทอื่น แต่ผมคิดว่าเขาให้ ความส�ำคัญกับผมเยอะเลยทีเดียว โปรดจ�ำค�ำนี ้ไว้ “จงอยูกบคนที่เขาเห็นคุณค่าในตัวของเรา” เพราะมัน ่ ั ใช้ ได้ กบทุกเรื่ องในชีวิต ั
  • 60. ห ลังจากที่ตดสินใจเข้ าท�ำงานในโรงงานยาของพี่ไพศาล ตกเย็นของ ั วั น นั น ผมเลยไปเลี ย งข้ าวเพื่ อ นที่ ส นิ ท ที่ สุ ด คนหนึ่ ง และเล่ า เรื่ อ งราวการ ้ ้ สัมภาษณ์งานให้ มนฟั ง ั โบ้ : มึง บ้ า หรื อเปล่าวะ! มึงเลือ กบริ ษัทที่ เขาให้ เ งิ นเดื อนมึง น้ อยกว่า อีกสองบริ ษัทแรกตังครึ่งหนึงเนี่ยนะ ้ ่ ธรรม : เอ่อ! แล้ วไงวะ โบ้ : มึงไม่ต้องกินข้ าว มึงไม่ต้องซื ้อของใช่ปะนิ แล้ วมึงไม่อยาก “รวย” เหรอวะ ธรรม : ก็ร้ ู ว่าต้ องกิ นต้ องใช้ มันก็ พออยู่ได้ แล้ วตอนนี กูก็คิดว่ากูรวยอยู่ ้ แล้ วแหละ โบ้ : เลี ้ยงข้ าวกูวนเดียวเนี่ย บอกรวยแล้ วเหรอ! ไหนเอาตังค์ในกระเป๋ า ั มาดูซ มีเยอะแค่ไหน ิ ธรรม : กูมีวิธีที่ดีกว่านันในการนับว่าใครรวยแค่ไหน ้ โบ้ : ธรรม : “ถ้ ามึงอยากรู้ ว่ามึงรวยแค่ไหนนะ อย่าไปเสียเวลานับเงินในกระเป๋ า ตังค์ แต่มึงลองมองดูตอนที่มึงมีน� ้ำตานันแหละ แล้ วดูซิว่ามือที่ยื่น ่ เข้ ามาซับน� ้ำที่มนไหลออกมานันมันมีมากเพียงใด” ั ้ แล้ วอย่างน้ อยกูก็คดว่าชีวิตนี ้กูคงไม่จนหรอกวะ! ิ โบ้ : 59 ท�ำไงวะ! ท�ำไมวะ!
  • 61. ธรรม : ยังไงซะก็ยงมีมงอยูข้างๆกูนี่ไง ั ึ ่ โบ้ : มึงแอบชอบกูอยูปะนิ ่ ธรรม : ไอ้ บ้า! แมร่ง ก�ำลังจะซึ ้งเลย ท�ำเสียอารมณ์หมด แล้ วกูก็คดว่าเงินทองมันไม่ได้ ส�ำคัญขนาดนันหรอก ิ ้ เอาเข้าจริงๆแล้วสมบัติติดตัวชิ้ นเดียวของทุกๆคนคือ “อดีต” เพราะ “ปั จ จุบน” ก�ำลังจากไปทุกวินาที ั และ “อนาคต” ก็เป็ นสิ่งที่เราไม่เคยรูเ้ ลยว่ามันมีเหลือเท่าไหร่ โบ้ : อืม! ในบางครั ง “ราคา” ก็ ไ ม่ ไ ด้ เ ป็ นตัว ก� ำ หนดสิ่ ง ที่ “มี ค่ า ” เสมอไป ้ เงินไม่ใช่สิ่งที่ส�ำคัญที่สดกับชีวิตคนเราหรอก การมีคนร่ วมแบ่งปั นยามมีสุข ุ และคอยปลอบโยนยามมีทกข์ตางหากที่จะท�ำให้ คนเรา “รวย” อย่างแท้ จริ ง ุ ่
  • 62. ห ลังจากที่ตดสินใจเข้ าท�ำงานที่บริ ษัทยาของพี่ไพศาล ซึ่งตังอยู่ ั ้ แถวจัง หวัด ปทุม ธานี ช่วงเวลาแห่ง “ความรั บผิ ด ชอบ” ต่อชี วิ ตของตนเอง อย่า งแท้ จ ริ ง ก็ ไ ด้ เ ริ่ มต้ นขึน ช่วงเวลา 3 เดื อ นแรกที่ อ ยู่ใ นบริ ษั ทยาแห่ง นี ้ ้ รู้ ตัว ดี ว่า ต้ อ งแสดงศัก ยภาพออกมาให้ เต็ม ที่ ให้ ส มกับค� ำ ที่ ตนเองได้ “คุย” เอาไว้ ต้ องแสดงให้ คนอื่นรู้ ว่าตัวเราท�ำอะไรได้ บ้าง ในเรื่ องของอุตสาหกรรม “ยา” ในประเทศไทยนัน บริ ษัทยาส่วนใหญ่ ้ ในประเทศจะแบ่งออกได้ เป็ น 2 ประเภทหลักๆคือ ประเภทแรกเป็ นบริ ษัทที่เป็ น ตัวแทนน�ำยาใหม่ๆ ซึงส่วนใหญ่คดค้ นได้ จากโลกฝั่ งตะวันตกเข้ ามาจ�ำหน่ายใน ่ ิ ประเทศไทย และยาตัวใหม่ๆต้ องมีการจดสิทธิบตรยาเพื่อเป็ นการคุ้มครองและ ั ให้ สทธิแก่บริ ษัทยาที่สามารถพัฒนายาใหม่ออกมาได้ โดยตัวยาที่คดค้ นขึ ้นมา ิ ิ ใหม่นี ้ บริ ษัทอื่นทัวโลกไม่สามารถที่จะผลิตเลียนแบบได้ จนกว่าจะหมดอายุ ่ ของสิทธิบตรยา ส่วนมากเราเรี ยกยาพวกนี ้ว่า “ยา original” ั ส่วนประเภทที่สองคือ บริ ษัทยาที่น�ำยาซึงหมดอายุของสิทธิบตรแล้ ว ่ ั น�ำมาผลิตและจ�ำหน่ายภายในประเทศ โดยส่วนใหญ่เจ้ าของบริ ษัทจะเป็ น คนไทย ส่ ว นมากสิ ท ธิ บัต รยาจะคุ้ม ครองยาใหม่ อ ยู่ ป ระมาณ 10-20 ปี และหากสิทธิบตรยาหมดอายุลง บริ ษัทต่างๆทัวโลกก็สามารถที่จะด�ำเนินการ ั ่ ผลิต ยาตัว นัน เพื่ อ จ� ำหน่ายเองได้ โ ดยไม่ผิด กฎหมาย เราเรี ยกยาพวกนี ว่า ้ ้ “ยา local made” มันก็อาจจะจริ งที่หลายต่อหลายคนมองว่า “ยา” ที่คิดค้ นและผลิตได้ จากซีกโลก “ฝั่ งตะวันตก” เป็ นสิงที่มีคณภาพซึงซีกโลกฝั่ งตะวันออกอย่างเอเชีย ่ ุ ่ ไม่มีวนที่จะสามารถเทียบได้ แต่ในความเป็ นจริ งที่วานี ้ มันก็ยงคงมีความจริ ง ั ่ ั อี ก อย่ า งคื อ สิ่ ง ที่ โ ลกตะวัน ตกมี ซี ก โลกตะวัน ออกไม่ มี เช่ น เดี ย วกั น สิ่ ง ที่ โ ลกตะวัน ออกมี ซีกโลกตะวันตกก็กลับไม่มี สิ่ ง ส� ำ คัญ ในการพัฒ นา หลายๆอย่างหรื อหลายๆผลิตภัณฑ์คือ การมองหาความส�ำคัญในสิ่งที่เรา “มี” และเป็ นทรั พ ยากรที่ ต่ า งชาติ ไ ม่ มี นั่น คื อ หลัก การที่ ส� ำ คัญ ในการพัฒ นา อย่างยังยืน เพราะในปั จจุบนหลายต่อหลายคนมัวแต่มองหาในสิงที่ตน “ขาด” ่ ั ่ แล้ วเมื่อไหร่ที่คณจะมองเห็นในสิงที่ตนเอง “มี” ซักที ุ ่ 61
  • 63. ทรั พยากรธรรมชาติและความรู้ ที่คนรุ่ นก่อนฝากไว้ ให้ เป็ นของขวัญ อันล� ้ำค่าของเมืองไทยก็คือ “สมุนไพร” นั่นคือสิ่งที่ประเทศเรา “มี” และเป็ น สิงที่หลายประเทศยัง “ขาด” อยู ไม่เว้ นแม้ แต่ประเทศญี่ปนที่เป็ นประเทศอันดับ ่ ่ ุ่ ต้ นๆในเอเชียที่มีชื่อเสียงในด้ านการพัฒนาเกี่ยวกับยา แต่การศึกษาวิจยในบาง ั ครังประเทศญี่ปนยังต้ องมีการขอสมุนไพรของประเทศไทยไปเพื่อแยกสกัดและ ้ ุ่ ค้ นหาตัวยาใหม่ๆ ก็ในเมื่อเราเป็ นบริ ษัทยาของคนไทย สิ่งนี ้แหละคือจุดแข็ง ที่จะท�ำให้ อตสาหกรรมยาของไทยก้ าวไกลไปเทียบเท่าบริ ษัทยาระดับโลก ุ แล้ วงานแรกที่ “ตัวเอง” มอบหมายให้ “ตนเอง” ท�ำก็คือ การรวบรวม สมุนไพรจากหลากหลายแหล่งในประเทศและท�ำการแยกสกัด, ศึกษาฤทธิ์ทาง ชีวภาพเพื่อหวังที่จะเป็ นบริ ษัทยาของคนไทยที่คิดค้ นยาตัวใหม่ๆขึนมาใช้ เอง ้ ถื อ เป็ นแนวคิ ด ที่ ดี ที่ ไ ด้ รั บ การสนับ สนุน จากทางบริ ษั ท เป็ นอย่ า งมาก แต่ ทุกอย่างในชี วิตใช่ว่ามันจะเป็ นไปตามแผนที่เราวางไว้ เสมอไป ด้ วยความ ที่ ยัง เป็ นบริ ษั ทยาเล็ก ๆ ซึ่งยังไม่มี เงิ นทุนสนับ สนุนในการค้ น คว้ า วิ จัยมาก เท่าที่ควร ท�ำให้ งานที่ท�ำใน 3 เดือนแรกของชีวิตผมต้ องจบลงด้ วยการ “ขาดทุน” อย่างย่อยยับ บวกกับผลที่ได้ รับกลับมามันกลับไม่ค้ มค่าเท่าที่ควร ผมกลาย ุ เป็ นคนที่ “ประสบความล้ มเหลว” ในการท�ำงานไปในทันที
  • 64. ห ลังจากงานแรกที่มนใจนักหนาว่ามันจะประสบความส�ำเร็ จ แต่แล้ ว ั่ มัน กลับ ล้ ม เหลวลงอย่ า งไม่ มี ชิ น ดี รู้ สึ ก ชี วิ ต ท้ อแท้ หมดเรี่ ย วแรงที่ จ ะ ้ ท� ำ อะไรต่อ รู้ สึกชีวิตเดียวดาย ณ ช่วงเวลานันคื อ ต้ องการใครสักคนที่ คอย ้ อยู่เคียงข้ าง ความรู้ สกแวบแรกที่วิ่งเข้ ามาในหัวสมองก็คือแค่อยากได้ ยินเสียง ึ ของ “พ่อ” บุคคลที่คอยเป็ นแบบอย่างในชีวิตและคอยอยูเ่ คียงข้ างเสมอ ไม่วา ่ ลูกชายคนนี ้จะเจอเรื่ องร้ ายแรงมากขนาดไหนก็ตาม ในทันใดนันก็หยิบโทรศัพท์ ้ ขึ ้นมา โทรหาพ่อทันที พ่อ : ว่าไงลูก! โทรมาซะดึกเชียว ธรรม : พ่ อ ! งานที่ ธ รรมรั บ ผิ ด ชอบงานแรกในชี วิ ต มัน ล้ ม เหลวลงอย่ า ง ไม่เป็ นท่าเลย รู้ สึกว่าความฝั นที่ เคยเล่าให้ พ่อฟั ง มันจะยากกว่าที่ คิดไว้ เยอะเลยแหละ พ่อ : “ความผิดหวังนั่นแหละที่มันท�ำให้ เรารู้ ว่า นี่ แ หละชี วิ ตจริ ง ลูกเอ๊ ย” ฟั งพ่อดีๆนะครับ คนเรานะ “ก่อนที่จะกระโดดขึ้ นให้สูงที่สุดในชีวตได้ ิ ทุกครั้งมันจะต้องย่อตัวลงให้ต ่ำ�ที่สุดเท่าที่จะท�ำได้กอน ่ กฎของธรรมชาติมนเป็ นเช่นไร ั ชีวตและจิตใจคนเรามันก็เป็ นเช่นนั้นแหละ” ิ 63 อย่า คิด มากไปเลยลูก แล้ วไอ้ ค วามรู้ สึก “ผิ ดหวัง ” นะ มัน ก็ เ ป็ น ความรู้ สึกของคนที่ “ประสบความส�ำเร็ จ” เขาเคยรู้ สึกมาก่อนแล้ ว “ทุกคน” นันแหละ ่
  • 65. ธรรม : ฮาๆ เป็ นเพราะแบบนีแหละ มีปัญหาตอนไหนผมเลยอยากได้ ยิน ้ เสี ย งพ่ อ ทุ ก ที เ ลย แต่ มัน คงต้ องยากขึ น อี ก เยอะเลยแหละพ่ อ ้ งานแรกล้ มเหลว ใครๆในบริ ษัทก็คงจะดูถกเหยียดหยาม ด่าว่าเรา ู ไม่เห็นมีความสามารถอย่างที่พดไว้ เลย ไม่ร้ ู บริ ษัทเขาจะยังต้ องการ ู ให้ ธรรมอยูตอหรื อเปล่า ่ ่ พ่อ : เอาน่า! เรื่ องแค่นี ้เอง “มันไม่มีความล้ มเหลวครังใดหรอกที่มนไม่ให้ ้ ั ประโยชน์กบชีวิตของเรา และสิงที่มนไม่ได้ เป็ นไปตามแผนที่เราวางไว้ ั ่ ั ใช่วามันจะไร้ คาเสมอไปหรอกนะ” พ่ออยากให้ ลกพยายามสู้ให้ ถึงที่ ่ ่ ู สุดก่อน แสดงความสามารถที่เรามีที่เราเชื่อมันออกมาให้ มนเต็มที่ ่ ั แต่ถ้าท�ำไปแล้ วไม่มีใครเห็นคุณค่า จงจ�ำค�ำพ่อไว้ วา ่ “จงอยูในที่ที่คนอื่นเห็นคุณค่าของตัวเรา” ่ ยัง ไงซะก็ ยัง คงมี พ่ อ คนหนึ่ ง แหละที่ เ ชื่ อ มั่น และอยู่เ คี ย งข้ า งเสมอ ไม่วาสิงที่ลกท�ำมันจะล้ มเหลวกี่ครังก็ตาม ่ ่ ู ้ ธรรม : ขอบคุณพ่อมากเลยนะครั บ ธรรมอยากบอกพ่อให้ ร้ ู ไว้ อย่างหนึ่ง นะว่า “สิ่งที่ภมิใจมากที่สดในชีวิตนี ้ก็คือการได้ เกิดมาเป็ นลูกของพ่อ ู ุ นี่แหละ” จากสิ่งที่ตวเองเคยมั่นใจอย่างหนักแน่นมาตลอดว่านี่คือแนวทางที่ ั จะท� ำ ให้ ต นเองประสบความส�ำเร็ จ แต่แล้ วสิ่งที่ บริ ษั ทเคยให้ การสนับสนุน ตลอดมากลับจบลงด้ วยสิงที่เรี ยกว่า “ความล้ มเหลว” และส�ำหรับคนไทยแล้ ว ่ สิงที่ตามมาหลังจากความล้ มเหลวของใครซักคนคือ ค�ำติฉิน “นินทา” การด่าซ� ้ำ ่ การท� ำ ให้ ค นๆนัน แทบอยากแทรกแผ่ น ดิ น หนี จงอย่ า ได้ ค าดหวัง ว่ า จะมี ้ สถานที่ใดหรื องานใดที่ท�ำไปแล้ วจะไม่มีค�ำนินทาตามหลังมา เพราะตราบใด ที่สงคมยังมีสตว์ที่เรี ยกว่า “มนุษย์” อยู่ฉันใด ตราบนันก็ยงคงมีค�ำนินทาเกิด ั ั ้ ั ขึ ้นอยูเ่ สมอ และในบางครังค�ำพูด ค�ำนินทาเหล่านันมันอาจจะเป็ นสิงที่ท�ำร้ าย ้ ้ ่ จิตใจของคนอื่นได้ มากกว่าการกระท�ำด้ วยซ� ้ำไป
  • 66. สิงส�ำคัญอยูที่การท�ำตัวเองไม่ให้ ถกนินทา แต่สิ่งที่ส�ำคัญกว่านันคือ ่ ่ ู ้ การอยูกบค�ำนินทาเหล่านันให้ ได้ หากมันเกิดขึ ้นมาแล้ ว ่ ั ้ ค�ำนิ นทาเกิดขึ้ นจากคนที่เกลี ยดเรา และค�ำนิ นทาแพร่กระจายโดยคนที่โ ง ่ แล้วสุดท้ายค�ำนิ นทาก็ถกเชื่อโดยคนที่บ้า ู หากเราโดนคนอื่นนินทา แล้ วเราจะไปใส่ใจท�ำไมกับคนที่เกลียดเรา คนที่โง่และคนที่บ้าในสายตาเรา ในเมื่อคนที่รักและจริ งใจต่อเรายังคงเชื่อมัน ่ ในความคิดของเราต่อไป แค่นนมันก็คงเพียงพอแล้ ว ั้ ทุกสิงทุกอย่างมันขึ ้นอยูกบความคิด ความรู้ สกของเรา เพราะคนที่ ่ ่ ั ึ อิจฉาและนินทาเราได้ คือคนที่อยู่ต�่ำกว่าเรา คนที่เหยียดหยามเราได้ คือคนที่ อยูสงกว่าเรา แต่คนที่ท�ำร้ ายเราได้ จากทัง้ 2 กรณีคือตัวเราเอง ่ ู “ไม่เคยมีใครท�ำร้ ายตัวเราได้ มากไปกว่า ตัวเราเอง” และก็ อ ย่ า ให้ น� ำ ลายราคาถูก มาท� ำ ลายชี วิ ต ราคาแพงของคุณ ้ อย่าให้ ค�ำพูดของคนอื่นมาท�ำลายความเชื่อมันของเรา ในโลกนี ้ไม่มีใครดีหรื อ ่ ด้ อยไปกว่ากัน มีเพียงคนที่เห็นหรื อไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ดินหนึ่ งก้อนอาจมีคามากกว่าทองหนึ่ งก้อน ่ เพราะอย่างน้อยต้นไม้มนก็ไม่อาจงอกเงยบนก้อนทอง ั แล้ วก็อย่าไปโกรธไปเกลียดให้ กบคนที่นินทาเราเลย เพราะว่า “สนิม” ั ที่เกิดจากเหล็ก มันก็คอยกัดกินเหล็กฉันใด “ความคิดที่ไม่ดี” ที่เกิดจากตัวเขา ที่มีตอเรา มันก็จะคอยกัดกินตัวเขาเองฉันนัน ่ ้ 65
  • 67. เคล็ดลับที่จะขจัดค�ำนินทาที่เกิดขึ ้นออกไป ไม่ใช่ให้ คนอื่นหยุดพูด ถึงเรา แต่สิ่งที่ควรท�ำคือการที่เราหยุดใส่ใจกับค�ำพูดของคนอื่น เพราะชีวิต จะมีความสุขมากขึ ้นหากชีวิตไม่ยดติดกับค�ำว่า “คนอื่น” เพราะนี่คือ “ชีวิตของ ึ เรา” จงเชื่อมันและมันใจในตัวของตนเอง ไม่วาใครจะพูดเกี่ยวกับชีวิตของเรา ่ ่ ่ อย่างไร แต่คนที่ร้ ูตวดีที่สดก็คือตัวของเราเอง ให้ ร้ ูวาตัวเองท�ำอะไรอยู ให้ ร้ ู ั ุ ่ ่ ว่าสิงที่ก�ำลังท�ำส�ำคัญกับตัวเองแค่ไหน เพราะผลลัพธ์ ที่มันออกมาก็คือสิ่งที่ ่ ตนเองได้ ท�ำลงไปและก็จงจ�ำไว้ วา ่ “เหตุผลเดียวที่คนอื่นนินทาคุณลับหลัง ก็เพราะว่าคุณได้ เดินแซงหน้ าพวกเขาไปแล้ ว” แค่นนมันก็คงเพียงพอแล้ วส�ำหรับการก�ำจัดเสียงนินทาออกไปจากชีวิต ั้ คนที่ระงับอารมณ์ได้คือ คนที่ไม่ทุ กข์ที่สุด คนที่เฉยชาได้คือ คนที่มีความสุ ข ที่สุด ห ลังจากงานแรกที่ผมรับผิดชอบจบลงไปด้ วยความล้ มเหลว แต่ถงจะ ึ เลวร้ ายยังไงชีวิตก็ยังคงไม่จบไม่สิ ้นแค่นี ยังไงชีวิตมันก็ยังคงต้ องก้ าวเดิน ้ ต่อไปข้ างหน้ า และ “การยอมรั บในความจริ ง” ก็เป็ นทางออกที่ถกต้ องเสมอ ู ส�ำหรับทุกๆเรื่ อง ยิ่งวิ่งหนีปัญหา มันยิ่งห่างไกลจากค�ำตอบ ชีวิตคนเรามัน ไม่ได้ อยู่ที่ว่าเราไม่มีปัญหา แต่มันส�ำคัญที่ว่าเรามีปัญหาแต่เราจัดการกับ ปั ญ หานัน ๆได้ ต่ า งหาก ผมตัด สิ น ใจเดิ น เข้ า ไปในห้ อ งเจ้ า ของบริ ษั ท ยา ้ เพื่อที่จะพูดคุยกับพี่ไพศาล ธรรม : พี่ไพศาล! พี่ยงอยากให้ ผมท�ำงานที่นี่ต่ออยู่หรื อเปล่าครับ ั ขอให้ พี่ตอบผมแบบไม่ต้องเกรงใจผมหรอกนะ เพราะผมรู้ตวดีวาผมได้ ท�ำอะไรลงไปกับบริ ษัทของพี่ ั ่
  • 68. พี่ไพศาล : อืม! พี่เข้ าใจ! งันพี่ขอพูดตรงๆกับเราเลยละกันนะ ้ หลัง จากที่ อ ยู่ด้ ว ยกัน มาประมาณ 3 เดื อ นเนี่ ย เราก็ ไ ด้ ส อนอะไร หลายๆอย่างให้ กับชี วิตของพี่ อยู่เหมื อนกัน ถ้ าอย่างนัน วัน นี พี่ขอ ้ ้ สอนเราคืนบ้ างจะได้ ไหม ธรรม : ได้ ครับพี่ พี่ไพศาล : หลัง จากที่ พี่ ไ ด้ ท� ำ งานมายาวนานหลายปี มัน ท� ำ ให้ พี่ ไ ด้ ร้ ู อยู่ อย่างหนึงก็คือ ในการท�ำงานมันไม่เคยมีความล้ มเหลวใดๆที่สญเปล่า ่ ู หรอกนะ เพราะอย่างน้ อยมันก็ท�ำให้ เราได้ พบกับอีกหนึงวิธีทมนไม่ใช่ ่ ี่ ั แม้ วันนี ธ รรมอาจจะยังไปไม่ถึงความส�ำเร็ จ แต่วันนี ธรรมก็น่าจะ ้ ้ เข้ าไปใกล้ มนได้ มากกว่าเมื่อวานแล้ วแหละ เพราะว่าทังหมดของชีวิต ั ้ คนเรามันคือการทดลอง ยิ่งเราทดลองมากขึ ้นเท่าใดเราก็ยิ่งท�ำได้ ดี มากขึ ้นเท่านัน นันแหละมันคือข้ อดีของ “ความล้ มเหลว” ้ ่ และธรรมจ� ำ ไว้ ใ ห้ ดี เ ลยนะว่ า “ความล้ ม เหลว” ครั ง ส� ำ คัญ ในชี วิ ต ้ มัน จะเป็ นองค์ ป ระกอบหลัก ต่อ “ความส� ำ เร็ จ ” ในชี วิ ต ในภาย ภาคหน้ าอย่างแน่นอน ธรรม : ครับพี่! ขอบคุณมากครับพี่! แล้ วพี่ยงจะเชื่อมันในตัวผมอีกเหรอครับ ั ่ ผมรู้สกว่าได้ ท�ำผิดต่อความไว้ วางใจของพี่และความเชื่อใจ ของบริ ษั ท ึ พี่มากมายเหลือเกิน พี่ไพศาล : เอาน่า! คนที่มันไม่เคยที่ จะท�ำผิด มันคือคนที่ ไม่เคยท�ำอะไรเลย ต่างหาก ธรรมอย่าลืมซิว่า ธรรมเลือกเข้ ามาท�ำงานที่ บ ริ ษั ทแห่งนี ้ เพราะอะไร เพราะถ้ าพี่ ไ ม่ เ ห็ น คุ ณ ค่ า ในแนวคิ ด หรื อ เห็ น ความ สามารถในตัวธรรม แล้ วเราจะได้ มานั่งอยูตรงหน้ าของพี่ ในเวลานี ้ ่ เหรอ ส�ำหรับพี่แล้ ว บางครังการมาผิดทาง มันก็ยัง คงดี ก ว่ าการที่ ้ ไม่กล้ าก้ าวเดินไปซักทาง “โอกาสยังมีให้ เสมอ ส�ำหรับคนที่ไม่เคยยอมแพ้ ” 67
  • 69. ธรรม : ผมจะยอมแพ้ ได้ ยั ง ไงละพี่ นังอยูตรงหน้ าผมในตอนนี ้ ่ ่ ก็ ใ นเมื่ อ มี ค นที่ เ ชื่ อ มั่ น ในตั ว ผม พี่ไพศาล : อืม! ดี! ถ้ าอย่างนันเรามาลองเริ่ มต้ นกันใหม่อีกซักครั งแล้ วกัน ้ ้ แต่วา เอ่อ! ธรรมตอนนี ้มันเวลาเท่าไหร่แล้ วละ ่ ธรรม : อะไรนะครับพี่ พี่ไพศาล : ดูนาฬิกาที่ข้อมือของธรรม ดูซวาตอนนี ้มันกี่โมงแล้ ว ิ่ ธรรม : เอ่อ! ตอนนี ้มัน สิบโมงสิบเอ็ดนาทีครับ ท�ำไมเหรอครับพี่
  • 70. พี่ไพศาล : ก็ นั่นแหละประเด็น คนเราส่ว นมากมัก จะเป็ นแบบนี กันทุกคน ้ ใส่ ใ จแต่ กับ เรื่ อ งใหญ่ ๆ โดยที่ ไ ม่ ไ ด้ ส นใจเรื่ อ งเล็ ก ๆเลย เข็ ม วิ น าที ข องนาฬิ ก ามัน ท� ำ งานหนัก ที่ สุด แต่ มัน กลับ ถู ก ละเลย จากการมองของคนมากที่สด พี่อยากจะสอนเคล็ดลับในการท�ำงาน ุ ไว้ ให้ ธรรมข้ อหนึงนะ ่ มันไม่เคยมีใครเดินสะดุดภูเข าล้ม หากแต่เป็ นก้อนหินก้อนเล็ กๆต่างหาก ชีวตหรือการท�ำงานก็เหมือนกัน ิ สิ่งเล็กๆน้อยๆนันแหละส�ำคัญที่สุด ่ ธรรม : ครับพี่! ผมสัญญาครับว่าผมจะไม่ท�ำให้ พี่ผิดหวัง หาก “พระพุทธเจ้ า” ตรัสรู้อย่างง่ายดาย โดยไม่มีพญามารมาผจญ ไฉนเลยการตรัสรู้ของพระองค์จะกลายเป็ นปรีชาญาณอันสูงสุดที่มวลมนุษยชาติ ต่างยอมค้ อมคารวะให้ อย่างซาบซึ ้งมาทุกยุคทุกสมัย คนเราก็เช่นกัน หากชีวิต มีแต่ความราบรื่ นปราศจากอุปสรรค คงยากที่จะมีรสชาติแห่งชีวิตที่น่าจดจ�ำ ให้ ร�ำลึกถึง เ หตุผลส�ำคัญที่คนเราเจออุปสรรคแล้ ว “ล้ มเลิก” เร็ วเกินไปเนื่องจาก เขามักมองเห็นระยะทางที่แสนไกลที่ยังต้ องก้ าวต่อไป มากกว่าระยะทางที่ ยาวไกลแค่ไหนที่ตนเองได้ ก้าวเดินผ่านมา และหลังจากที่ช่วงเวลาแห่งความ “ผิดหวัง” ผ่านพ้ นไป มันท�ำให้ รู้วาการที่ยงมีคนเชื่อมันในตัวตนของเรามันส�ำคัญเพียงใด ทุกคนล้ วนต้ องการ ่ ั ่ ก�ำลังใจในเวลาที่ท้อแท้ แต่ที่ส�ำคัญที่สดคือ ุ ก�ำลังใจจากใครก็ไม่ยงใหญ่เทียบเท่า ก�ำลังใจจากตนเอง ิ่ 69
  • 71. สิงที่เรามีหรื อสิงที่เราท�ำมันอยู่ ่ ่ จะยิ่งใหญ่หรื อไร้ คา มันไม่ใช่หน้ าที่ของ ่ “คนส่วนใหญ่” ในสังคมที่ต้องมาตัดสิน แต่ มั น คื อ หน้ าที่ ข อง “คนส่ ว นน้ อย” ที่ เ ราเรี ย กกัน ว่ า “ตัว เอง” แล้ ว อย่ า กัง วลให้ กับ ช่ว งเวลาที่ เลวร้ ายในชี วิต ให้ มากนั ก เพราะขนาดท้ องฟ า ้ ยั ง ไม่ เ คยเป็ น “สี ฟ า” ตลอดเวลา ้ แล้ วจะกลัวอะไรกันนักหนากับช่วงเวลา “หมองเศร้ า” ในชีวิต มันผ่านมาแล้ ว เดี๋ ย วมัน ก็ ผ่ า นไปเพื่ อ ท� ำ ให้ ชี วิ ต ของ เราเติบโตขึ ้น มีคนเคยบอกว่าหากเราลงมือท�ำในสิ่งที่ตนเองรั กและเชื่อมั่นมันอยู่เ สมอ อย่างน้ อยที่สุดจะมีคนหนึ่งคนที่พอใจในสิ่งที่เราก�ำลังท�ำ และนั่นคือสิ่งที่ผมก�ำลัง จะท�ำ หากผมยัง ท� ำ ในสิ่ ง ที่ ผ มรั ก อย่ า งน้ อ ยที่ สุด “ตัว ผมเอง” ก็ จ ะกลายเป็ น คนหนึ่ ง คนนัน ในเมื่ อ สิ่ ง เล็ ก ๆน้ อยๆคื อ เรื่ อ งที่ ส� ำ คัญ ที่ สุ ด ถ้ าอย่างนันผมจึง ้ ้ ต้ องเหลียวหันกลับมามองในสิ่งที่มันเป็ นพืนฐานที่สุดแล้ วแหละ บริ ษั ทยาของเรา ้ คือบริ ษัทเล็กๆเมื่อเทียบกับบริ ษัทยาชันน� ำของโลก แต่ สิ่ ง ที่ ยิ่ ง ใหญ่ ห ลายๆสิ่ ง ก็ ้ ล้ ว นเกิ ด ขึ น มาจากสิ่ ง เล็ ก ๆเกิ ด การรวมตัว กัน เพราะอย่างนันสิ่งที่ผมจะท�ำต่อ ้ ้ จากนีไ้ ปคือ การจับมือร่วมกันพัฒนาระหว่างบริ ษัทยากับภาคมหาวิทยาลัย บริ ษัท ยาเล็กๆถ้ าอยากจะเจริ ญขึ ้นอย่างรวดเร็วได้ มีอยู่ 2 วิ ธี คือ อย่า งแรกต้ อ งมี เ งิ น ทุน ส� ำ หรั บ การพัฒ นาอย่างมหาศาล หรื ออย่างที่สองคือการจับมื อร่ ว มกัน ระหว่า ง สิ่ง ที่ มี แ นวคิด ร่ วมกัน ในเมื่อบริ ษัทยาของผมไม่มีเงินทุนเยอะแยะ เพราะอย่าง นัน การเซ็นสัญญาจับมือร่ วมกันพัฒนาและศึกษาวิจัยระหว่างบริ ษัทยาของผม ้ และมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศจึงเกิดขึน เป็ นการเอือเฟื อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน ้ ้ ้ บริ ษัทยาของผมได้ ข้อมูลที่หลากหลายแถมเงินทุนที่เสียไปในการวิจยมหาวิทยาลัย ั ก็เป็ นคนรับผิดชอบ เช่นเดียวกัน มหาวิทยาลัยก็สามารถส่งนักศึกษามาฝึ กงานหรื อ หาข้ อมูลที่บริ ษัทยาของผมได้ เครื่ องมือที่จ�ำเป็ นที่มีราคาค่อนข้ างแพงและเป็ น สิงที่บริ ษัทยาของผม “มี” หากมหาวิทยาลัยไม่มี เราก็พร้ อมที่จะสนับสนุนในการเรี ยน ่ การสอนอย่างเต็มที่ ด้ วยหลักการของการรวมสิงเล็กๆหลายๆสิงเพื่อให้ เกิดเป็ นสิงที่ ่ ่ ่ ยิ่งใหญ่ มันท�ำให้ งานหลังจากนันของผมเป็ นไปด้ วยดี บริ ษัทยาเล็กๆของผมก็คอยๆ ้ ่ เติบโตขึ ้นตามกาลเวลาที่สญเสียไป ู
  • 72. เ มื่อเรื่ องหน้ าที่การงานของผมเริ่ มที่จะลงตัว เข้ าร่องเข้ ารอย ก็ถงเวลา ึ ที่จะคิดถึงเรื่ องอื่นๆในชีวิต “แฟน” ที่ผมคบมาตลอดก็ยังเป็ นผู้หญิ งคนเดิม คือ “น้ องอุ๊” ผมเป็ นผู้ชายที่จริ งใจคนหนึงเลยก็วาได้ เคยได้ ยินคนบอกเอาไว้ วา ่ ่ ่ “ผู้ชายเจ้ าชู้ส่วนใหญ่ มักเกิดจากผู้ชายจริ งใจที่โดนผู้หญิงหลอก” ประโยคนี ้ มัน ก็ อ าจจะใช้ ไ ม่ ไ ด้ เ สมอไป เพราะแท้ ที่ จ ริ ง แล้ ว ส่ว นใหญ่ มัน ก็ ขึนอยู่กับ ้ “สันดาน” ของแต่ละคนอยูดี ส่วนผมถึงจะโดนผู้หญิงท�ำร้ ายทางจิตใจมาอย่าง ่ หนักหนาสาหัสแค่ไหน แต่ผมก็ยงมีความเชื่อว่ายังไง “ความจริ งใจ” ก็เข้ าได้ กบ ั ั ทุกคนบนโลกใบนี ้ และสิ่ ง หนึ่ ง ที่ ข าดไม่ ไ ด้ เลยส� ำ หรั บ การเป็ นแฟนกั น นั่ น ก็ คื อ “การทะเลาะ”เบาะแว้ ง เพื่อท�ำให้ ชีวิตของแต่ละฝ่ ายเกิดความกระชุ่มกระชวย อยู่ต ลอดเวลา คนสองคน มาจากต่ า งที่ ต่ า งการเลี ย งดู ต่ า งความคิ ด ้ ต่างความเข้ าใจ ดังนันความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันมันย่อมเกิดขึนอย่างแน่นอน ้ ้ หากคูไหนทะเลาะกัน สิงที่ดีที่สดคือการ “พูดคุย” กัน ไม่ใช่หนหน้ าหนีและ ่ ่ ุ ั การที่ธรรมชาติสร้างสมองของคนเราให้มนอยูสงกว่าหัวใจ ั ่ ู ก็เพื่อที่จะบอกเราว่า “ให้ใช้เหตุผลเหนื อความรู ้ สึกก็เป็ นได้” คุยกันโดยใช้ เหตุผลไม่ใช่ใช้ อารมณ์เป็ นใหญ่ และเพราะว่าโลกของเรา มันมี “แรงโน้ มถ่วง” ในหลายๆครั งที่เราทะเลาะกัน เมื่อได้ ยินเสียงของคนที่ ้ เรารัก คลื่นเสียงมันจะไหลจากหูลงสู่ปาก และท�ำให้ เราตอบโต้ กลับไปด้ วย ถ้ อ ยค� ำ ที่ รุ น แรง บั่น ทอนจิ ต ใจของกัน และกัน ผลสุด ท้ า ยก็ มี แ ต่ เ จ็ บ กัน ทัง สองฝ่ าย ไม่ มี อ ะไรดี ขึ น มาซัก นิ ด มัน จะดี ก ว่ า ไหม ถ้ า เราลองฝื นใจ ้ ้ ดันคลื่นเสียงต้ านแรงโน้ มถ่วงให้ มันขึนไปถึงสมอง เพื่อไตร่ ตรองและ “คิด” ้ หาทางออกร่วมกันแทน 71
  • 73. การยอมเป็ นคนที่จะขอโทษก่อน มันไม่ได้ หมายความว่าคุณนันผิด ้ ส่วนอีกคนนันถูกหรื อคุณนันแพ้ ส่วนอีกคนนันชนะ แต่การยอมเป็ นคนที่จะ ้ ้ ้ ประนี ป ระนอมก่ อ น มัน มี ค วามหมายเพี ย งอย่ า งเดี ย วคื อ คุ ณ ค่ า ของ “ความสัมพันธ์ ” มันมีค่ามากกว่าค�ำว่า “Ego” ในตัวของคุณทังสอง และใน ้ เรื่ องของความรักแล้ ว คนที่ยอมให้ อภัยเมื่ออีกฝ่ ายท�ำผิดครังแล้ วครังเล่าไม่ใช่ ้ ้ “คนโง่” หรอก เพราะคนโง่ที่แท้ จริ งนันหมายถึง คนที่ยังท�ำผิดในเรื่ องเดิมๆ ้ ครังแล้ วครังเล่าต่างหาก เขาโง่เพราะมีคนดีๆที่รักเขาอย่างจริ งใจอยูในมือแท้ ๆ ้ ้ ่ แต่เขากลับดูแลไม่เป็ น คนเราถ้ ามันได้ ท�ำผิดซักครังแล้ ว มันก็จะไม่เหลือความไว้ วางใจให้ ้ กันและกันอีกต่อไป แต่ความรักที่จะยืนยาวใช่ว่าเราจะต้ องคอยจับผิดเขาอยู่ ตลอดเวลาหรื อรับรู้เรื่ องราวของเขาทุกวินาที เพราะคุณคงอาบน� ้ำอย่างสบายใจ ไม่ไ ด้ ใ นห้ อ งน� ำ ที่ มี ก ระจกใสรอบด้ าน คุณคงนอนหลับอย่า งเต็มตื่ นไม่ไ ด้ ้ ในห้ องที่มีกล้ องวงจรปิ ดคอยจับผิดตลอดเวลา คุณคงรับประทานอาหารอย่าง เอร็ ด อร่ อ ยไม่ ไ ด้ ตราบใดที่ ค นทั ง ร้ านหั น มามองทางคุ ณ อย่ า งตาเป็ นมั น ้ ความรักเองก็เช่นกัน ค�ำว่า “ไม่มีความลับต่อกัน” เป็ นสิ่งที่ค่รักสามารถท�ำให้ ู กันและกันได้ แต่มนต้ องไม่มากเกินไปจนก้ าวก่ายไปถึง “พื ้นที่ความเป็ นส่วนตัว” ั และสุดท้ ายเป็ นสิ่งที่จะท�ำให้ ความรักของคนสองคนเป็ นความรักที่ “นิรันดร์ ” คือหากคุณรักใครซักคน อย่ามามัวเสียเวลาคิดให้ ปวดหัว ว่าใคร เป็ นคนที่ให้ ความรักมากไปหรื อใครเป็ นฝ่ ายที่ให้ ความรักไม่เพียงพอ เพราะเรื่ อง ที่คุณสมควรจะคิดและท�ำให้ คุณต้ องเกิดค�ำถามขึนมามากมายก็คือ คุณจะ ้ คาดหวังผลตอบแทนไปท�ำไม ในเมื่อคุณได้ มอบความรักให้ ใครซักคนไปแล้ ว
  • 74. พ่อของผมเคยสอนเคล็ดลับให้ กับผมอยู่อย่างหนึ่ง และผมก็มกจะ ั ใช้ มันประจ�ำเมื่อผมมีปัญหากับคนอื่นหรื อตอนที่โมโหทะเลาะกับใครคนอื่น พ่อผมท่านบอกเอาไว้ วา ่ แม้ถงที่เต็มไปด้วยน้ำ�จะใหญ่โตซักเพียงใด ั แต่มนก็สามารถที่จะเป็ นถังที่วางเปล่าได้ดวย รูเล็กๆเพียงรูเดียว ั ่ ้ เช่นกัน ความโ กรธถึงมันจะมากมายซักแค่ไหน แต่มนก็สามารถบรรเทาได้ดวยรอ ยยิ้ มเล็กๆบนใบหน้าของกันและกัน ั ้ รอยยิมคือเวทมนต์ที่เรี ยนรู้ ได้ ง่ายที่สดและทุกคนบนโลกสามารถที่ ้ ุ จะใช้ มนได้ เพราะรอยยิ ้มมันคือเวทมนต์ที่ใช้ เพียงแค่มมปาก ั ุ และมัน ไม่เคยมี เครื่ อ งส�ำอางยี่ ห้อ ใดในโลกที่ แ ต่ง หน้ า ได้ สวยงาม เทียบเท่ารอยยิ ้ม “ยิ ้มให้ แก่กนและกัน แล้ วชีวิตของคุณและโลกใบนี ้จะน่าอยูมากยิ่งขึ ้น” ั ่ 73
  • 75. ผ มกับน้ อ งอุ๊ก็ค บกันมาเรื่ อ ยๆ มี อ ยู่เย็นของวัน หนึ่ง หลัง จากที่ ผม กลับ มาจากที่ ท� ำ งาน ในจั ง หวะที่ ผ มก� ำ ลั ง จะก้ าวเข้ าไปในประตู บ้ า น เสียงโทรศัพท์มือถือของผมก็ดงขึ ้น และปลายสายเป็ นเสียงสะอื ้นของผู้หญิง ั คนหนึง ผมจึงพูดกลับไปว่า ่ ธรรม : อุ๊! เป็ นอะไรค่ะ อุ๊ : พี่ธรรม! พ่ออุ๊เข้ าโรงพยาบาล แม่โทรมาบอกให้ อ๊ กลับขอนแก่นด่วน ุ ธรรม : อื ้อ! ได้ ๆ เดี๋ยวพี่ไปรับอุ๊ที่ห้องนะ! เดี๋ยวพี่พาอุ๊กลับขอนแก่น แฟนผมเธอเป็ นคนจังหวัดขอนแก่นแต่ต้องเข้ ามาท�ำงานในกรุ งเทพ และหลังจากที่ผมสอบถามเธอ ผมก็ได้ ร้ ูวา พ่อของเธอเป็ นโรคหัวใจ แล้ วหลัง ่ จากที่พ่อของแฟนผมท่านกลับมาจากที่ท�ำงานประกอบกับด้ วยเวลานันอากาศ ้ มันร้ อนจัด ท�ำให้ ท่านเข้ าไปอาบน� ้ำในห้ องน� ้ำทันที แต่หลังจากที่ทานออกมา ่ จากห้ องน�ำ พ่อของแฟนผมท่านก็ล้มลงกับพืนจนทางบ้ านต้ องรี บน�ำตัวส่ง ้ ้ โรงพยาบาล ตลอดช่วงเวลาที่เดินทางจากกรุ งเทพกลับขอนแก่น ผมคิดว่า นี่คงเป็ นช่วงเวลาที่ทรมานที่สดในชีวิตของแฟนผม และคราบน� ้ำตาที่ไหลลงมา ุ รดที่ แ ก้ ม ทัง สองข้ า งของเธอก็ ไ ม่ เ คยที่ จ ะเหื อ ดแห้ ง เลยตลอดการเดิ น ทาง ้ และพอมาถึงโรงพยาบาล สิงที่เจ็บปวดที่สดครังหนึงในชีวิตของแฟนผมและผม ่ ุ ้ ่ ก็ บัง เกิ ด ขึน “พ่อ ของเธอเสีย ชี วิต แล้ วจากอาการหัว ใจวาย” เธอก้ มลงกอด ้ ร่ างที่ไร้ วิญญาณของพ่อเธอ ทันใดนันน�ำตาของผมมันก็ไหลออกมาจากตา ้ ้ ทังสองข้ างเองโดยที่ไม่ได้ สงมันซักนิด ้ ั่ คนเราจะอยู่ด้วยกันวันนี หรื อจะจากกันไปวันไหนไม่มี ใครสามารถ ้ บอกได้ สิ่ง ที่ ผ มท� ำหลังจากนันคื อ การหยิ บโทรศัพท์ มือถื อขึนมาโทรหาพ่อ ้ ้ แล้ วพูดกับพ่อไปว่า
  • 76. ธรรม : พ่อเป็ นยังไงบ้ าง ธรรมคิดถึงพ่อนะ พ่อ : ครับ! เป็ นอะไรหรื อเปล่าลูก ปกติไม่เคยเห็นพูดแบบนี ้ ธรรม : ไม่มีอะไรหรอกครับพ่อ ธรรมแค่อยากให้ พอรู้ไว้ วา ่ ่ “ธรรมรักพ่อกับแม่มากนะ” พ่อ : อืม! ดูแลตัวเองดีๆนะลูก การเกิดเป็ นลูกผู้ชาย มันก็ไม่คอยที่จะเก่งนักกับการแสดงออกในการ ่ บอกรัก “พ่อกับแม่” หลายๆคนบ้ าพอที่จะท�ำได้ ทกๆเรื่ องในโลกใบนี ้ แต่กบการ ุ ั บอกรักพ่อแม่ มันคงเป็ นเรื่ องที่เกินความสามารถอย่างมากมาย หลายคนอาจ จะติดที่ค�ำว่า “อาย” แต่สิ่งที่ผมอยากบอกก็คือ คุณจะ “อาย” ในตอนที่ยงมี ั พวกท่า นอยู่ห รื อ อยากจะ “บอกรั ก ” ในตอนที่ ไ ม่มี พ วกท่า นแล้ ว หลายต่อ หลายคนท� ำ งานจนแทบจะไม่ มี เ วลาหยิ บ โทรศัพ ท์ ขึ น มารั บ สายพ่ อ กับ แม่ ้ อย่าให้ จินตนาการถึงการเป็ นฝ่ ายที่โทรหาพวกท่านเองก่อนเลย มันแทบจะนับ ครังได้ แต่มีสงหนึงที่ผมไม่อยากเห็น เวลาที่ทานจากพวกเราไปแล้ วคือการที่ ้ ิ่ ่ ่ หลายต่อหลายคนบอกว่ายังไม่มีโอกาสได้ ท�ำดี ยังไม่มีโอกาสได้ ดแล ยังไม่มี ู โอกาสได้ ตอบแทน “เทวดา” ทังสององค์เลย ้ สิ่ ง หนึ่ ง ที่ เ ป็ นบทเรี ย นให้ กั บ ชี วิ ต ของผมในครั ง นั น ก็ คื อ ค� ำ ว่ า ้ ้ “เอาไว้ ก่อน” “เดี๋ยวค่อยท�ำ” “พรุ่งนี ้แล้ วกัน” กลับกลายมาเป็ นค�ำที่ผมเกลียด และไม่อยากจะพูดมันออกมาเด็ดขาด อย่าให้ ชวตได้ พดค�ำว่าเสียใจทียงไม่ได้ ทำ ีิ ู ่ ั � จงรักพ่อรักแม่กอนที่ท่านจะไม่อยูให้เรารัก ่ ่ จงบอกพ่อบอกแม่กอนที่ท่านจะไม่อยูให้เราบอก ่ ่ 75
  • 77. ห ลังจากหลายๆเรื่ องเศร้ าในชีวิตผ่านพ้ นไป เรื่ องดีๆที่ผมคิดขึ ้นมาได้ อีก เรื่ องหนึงนันก็คือ “การแต่งงาน” ผมไม่ร้ ูวามันจริ งหรื อเปล่า มีหลายต่อหลายคน ่ ่ ่ บอกว่าการแต่งงานคือความสุขที่ผ้ หญิงใฝ่ หา แต่ก็มีอีกหลายต่อหลายคนที่บอก ู ว่าการแต่งงานคือการฆ่าตัวตายทางอ้ อมของผู้ชาย ฮา ผมก็อายุล่วงเลยมาถึง 32 ขวบแล้ ว เคยคิดจะขอแฟนแต่งงานอยูหลายรอบ แต่ก็ยงไม่คอยแน่ใจ จนมี ่ ั ่ อยู่วนหนึ่งผมได้ ไปหยิบนิตยสารเล่มหนึ่งมาอ่านขณะที่นงรอกาแฟในร้ านประจ� ำ ั ั่ แห่งหนึง เขาลงบทสัมภาษณ์ครักคูหนึงก่อนที่จะแต่งงานกัน โดยมีข้อความอยูวา ่ ู่ ่ ่ ่่ ผู้ชาย : ในที่สดก็ถงเวลาซะที ผมรอวันนี ้มานานแล้ ว! ุ ึ ผู้หญิง : แล้ วคุณจะ “เลิกกับฉัน” ไหม ผู้ชาย : ไม่มีทาง ท�ำไมคุณคิดอย่างนัน ้ ผู้หญิง : ถ้ าฉัน “งอน” คุณจะ “ง้ อ” ฉันหรื อเปล่า ผู้ชาย : ส�ำหรับคุณแล้ ว ผมจะพยายามท�ำทุกวิธี ผู้หญิง : แล้ วคุณคิดจะรังแกฉันบ้ างไหม ผู้ชาย : ผมต้ องฆ่าตัวตายแน่ๆ ถ้ าท�ำอย่างนันกับคุณ ้ ผู้หญิง : จูบฉันซิ มันเป็ นบทสัมภาษณ์ธรรมดาๆ แต่ผมอ่านแล้ วรู้ สกดีอย่างบอกไม่ถก ึ ู บทสัมภาษณ์นี ้มันท�ำให้ ผมตัดสินใจได้ อย่างหนักแน่นที่จะขอแฟนของผมแต่งงาน หลังจากนันผมจึงตัดสินใจที่จะไปปรึกษาเพื่อนสนิทคนหนึง พอไปหามันผมจึงเล่า ้ ่ ถึงที่มาที่ไปว่าได้ ไปอ่านบทสัมภาษณ์ของหนังสือเล่มหนึงมา อ่านแล้ วรู้สกอยาก ่ ึ แต่งงาน แล้ วเพื่อนผมมันก็ท�ำหน้ างงๆ แล้ วก็บอกผมว่ามันก็ได้ อานบทสัมภาษณ์ ่ ในหนังสือเล่มนันเหมือนกัน แล้ วมันก็พูดกับผมว่า “มึงอยากแต่งจริ งเหรอวะ ้ บทสัมภาษณ์ที่เขาเอามาลงนะคือค�ำพูดที่พดก่อนจะแต่งงานกัน แต่สงสัยมึงไม่ ู สังเกตเห็น มุมล่างขวาของบทสัมภาษณ์ เขาเขียนตัวหนังสือตัวเล็กๆเอาไว้ ว่า ก่อนแต่งอ่านจากบนลงล่าง หลังแต่งอ่านจากล่างขึ ้นบน มึงลองอ่านจากล่างขึ ้น บนดูซ” แล้วหลังจากนันคุณก็นาจะรู้วาบทสัมภาษณ์บทนี ้มันลึกซึ ้งมากมายขนาดไหน ิ ้ ่ ่
  • 78. แต่สงที่ท�ำให้ ผมตัดสินใจได้ อย่างเด็ดขาดที่จะแต่งงาน ไม่ใช่เพราะ ิ่ บทความนี บทความเดียวหรอก คนที่จะอยู่ด้วยกันได้ ทังชี วิตมันมีหลายสิ่ง ้ ้ ที่ต้องคิดต้ องตัดสินใจ แต่ผ้ หญิงคนนี ้คือคนที่ผมคิดว่าเป็ น “เนื ้อคู่” ของผม ู อย่างแท้ จริ ง ท�ำไมนะเหรอ ก็เพราะผมคิดว่า “เนื้ อ คู” คือคนที่ทำให้เราเป็ นตัวของตัวเอง ่ � ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะเป็ นได้ และผู้ห ญิ ง คนนี คื อ คนที่ ท� ำ ให้ ผ มได้ เ ป็ นแบบนัน เป็ น “ตัว เอง” ้ ้ แล้ วหลังจากนันผมก็ตดสินใจที่จะมี 2 ร่างกายแต่มีหวใจหนึงดวง ้ ั ั ่ หลังจากที่แต่งงานกันมาได้ ปีครึ่ง และแล้ วในวันที่โลกใบนี ้กลายเป็ น โลกที่สดใสและสวยงามที่สดในจักรวาลก็มาถึง หลังจากที่ผมพาภรรยาของ ุ ผมไปทานอาหารมื ้อค�่ำเสร็จ ก่อนที่จะออกมาจากร้ านมีประโยคหนึงที่ภรรยา ่ ได้ บอกกับผม เธอพูดว่า “อุ๊รักพี่แค่คนเดียวนะและคนต่อไปที่อ๊ จะรักได้ เท่าพี่ ุ ก็ คื อ ลูก ของเราที่ อ ยู่ใ นท้ อ งอุ๊ใ นตอนนี ”้ หลัง จากที่ เ ธอพูด ประโยคนัน จบ ้ หัวสมองผมเบลอๆมาก กระบวนการประมวณผลในสมองมันช้ าจนแทบจะ หยุดลง หมายความว่ายังไง หมายความว่าภรรยาผมท้ องเหรอ หมายความ ว่าผมจะมีลกเหรอ หมายความว่าผมจะเป็ นพ่อคนเหรอ ผมไม่ร้ ูวาในตอนนัน ู ่ ้ ในหัวสมองมันคิดอย่างไร รู้ตวอีกที ผมก็เข้ าไปสวมกอดกับภรรยาของผมไว้ ั อย่างแนบแน่น และในวันที่ “ลูกสาว” ของผมลืมตาออกมาดูโลกใบนี ้ เธอคือสิ่งที่ สวยงามที่สุดในชีวิตที่ผมเคยเจอ ผมรับรู้ ได้ ในทันทีว่าความรักที่พ่อแม่มีให้ ต่อลูกนันมันยิ่งใหญ่ขนาดไหน และชีวิตนี ้ของผมก็พร้ อมที่จะท�ำได้ ทกอย่าง ้ ุ เพื่อลูกสาวคนนี ้ 77
  • 79. ผ มเป็ นคนที่ท�ำงานหนักอย่างมากคนหนึง เงินเดือนก็คอยๆเพิ่มขึ ้นใน ่ ่ ทุกๆปี โบนัสในแต่ละปี ก็ใช่ย่อย และที่ส�ำคัญตัวผมถือว่าเป็ นที่เคารพของคน เกื อ บทัง บริ ษั ท เกิ ด ความรู้ สึก ว่ า นี่ คื อ สิ่ ง ที่ ผ้ ูค นส่ว นมากเขาพากัน เรี ย กว่า ้ “ความส�ำเร็ จในชีวิต” และสิ่งเหล่า นันที่ ผมได้ รับมา ก็เพราะว่าเวลาที่ผมจะ ้ ท�ำงานชิ ้นใดๆก็ตาม ผมจะถือคติ “ค�ำว่าดีที่สุด มีไว้ ส�ำหรับงานต่อไปเสมอ” แต่แ ล้ ว ก็ อ ยู่ม าจนถึ ง วัน ที่ ผ มจ� ำ ได้ ติ ด ตาอย่ า งมากวัน หนึ่ง ในชี วิ ต วันนันตรงกับวันศุกร์ ผมกลับจากที่ท�ำงานมาถึงบ้ านดึกมาก สิงที่นาแปลกใจ ้ ่ ่ คือลูกสาวที่น่ารักอายุประมาณ 4 ขวบของผมเธอยังไม่นอน ซึ่งถ้ าตามปกติ เธอจะหลับไปนานแล้ ว พอผมเดินเข้ าไปในประตูบ้าน ลูกสาวที่นารักก็วิ่งเข้ ามา ่ หาผมพร้ อมกับพูดว่า ลูกสาว : พ่อค่ะ! พรุ่งนี ้วันเสาร์ พาหนูไปเที่ยวสวนสัตว์หน่อยนะค่ะ พ่อธรรม : เอ่ อ ! พอดี พ รุ่ ง นี พ่ อ มี ป ระชุม ค่ะ ลูก เอาไว้ ใ ห้ พ่ อ ว่ า งก่ อ นนะค่ะ ้ ถ้ างันเอาอย่างนีละกัน พรุ่ งนีพอพ่อประชุมเสร็ จเดี๋ยว พ่อจะซื ้อ ้ ้ ้ ตุ๊กตาตัวโตๆมาฝากหนูด้วยนะ ลูกสาว : หนูไม่ได้ อยากได้ ต๊ ุกตา หนูไม่ได้ อยากให้ พ่อซื ออะไรมาให้ หนูเลย ้ ที่หนูอยากได้ ก็คือ “พ่อของหนู” หลังจากลูกสาวของผมพูดจบ น� ้ำตาของเธอก็ไหลออกมา หลังจาก นันเธอก็หนหลังกลับวิ่งเข้ าไปสวมกอดแม่ของเธอ ความรู้ สึกที่ผมเคยคิดว่า ้ ั ตนเองเป็ นคนที่ “ประสบความส�ำเร็ จ” ในชี วิต ตลอดมา มันพลัน สูญ สลาย หายไปสิ ้น ความส�ำเร็จในหน้ าทีการงาน เงินทองมากมาย บ้ านหลังใหญ่โต ่ รถยนต์คนงาม ในวินาทีนนมันไม่มีอะไรที่จะเทียบได้ เลยกับ “น� ้ำตาหยดเล็กๆ” ั ั้ ของลูก สาวผม ผมตังหน้ าตังตาท�ำงานอย่างหนักเพื่อให้ มีชีวิตที่ประสบความ ้ ้ ส�ำเร็ จในหน้ าที่การงาน แต่สิ่งนันมันต้ องแลกมาด้ วย “เวลา” ที่ไม่เคยให้ กบ ้ ั ครอบครัว ซึ่ง ผมละเลย “สิ่ ง ที่ ส� ำ คัญ ที่ สุด ในชี วิ ต ” ไปอย่ า งไม่ น่ า ให้ อ ภัย ณ วินาทีนนผมกลายเป็ น “คนที่ประสบความล้ มเหลวในชีวิต” ไปในทันที ั้ 79
  • 80. หลายๆคนมักหาข้ ออ้ างที่วาถ้ าไม่ท�ำงานแล้ วจะเอาที่ไหนกิน ไม่มีเงิน ่ แล้ วจะเอาที่ไหนซื ้อบ้ านซื ้อรถ ท�ำงานโดยมีข้ออ้ างบอกกับลูกว่า “พ่อท�ำงาน หาเงินมาก็เพื่ออนาคตของลูก” แต่เงินซักกี่ร้อยล้ านบาทที่หามาได้ มันเทียบ ไม่ได้ เลยกับเวลาเพียงแค่ “พาไปเที่ยว” หรื อ “พาไปหาหมอ” เพียงแค่ซกวัน ั ในความรู้สกของลูกหลายๆคน ึ หันกลับมาท�ำงานให้กบค ร อบครัวของคุณบ้าง ั ก่อนที่ครอบครัวของคุณจะไม่มีงานให้คุณท�ำ หลัง จากคื น นัน ผ่ า นไป พอตื่ น มาในเช้ า วัน เสาร์ ผ มรี บ โทรหา ้ “พี่ไพศาล” เจ้ าของบริ ษัทยาทันที ธรรม : พี่ไพศาล วันนี ้ผมขอลานะพี่ พี่ไพศาล : อ่าว! วันนีมันมีประชุมที่คุณต้ องเป็ นคนน� ำเสนองานให้ บริ ษัทยา ้ ต่างชาติฟังไม่ใช่เหรอ ธรรม : ที่บ้านผม ครอบครัวผมก็มีประชุมใหญ่เหมือนกันครับ ต้ องขอโทษด้ วยจริ งๆ พี่ไพศาล : แต่วนนี ้มันเป็ นวันส�ำคัญของคุณนะ ั ธรรม : ใช่ ค รั บ วัน นี มัน เป็ นวั น ส� ำ คั ญ ของผม เพราะถ้ าผมไม่ อ ยู่ กั บ ้ ครอบครัวในวันนี ้ ทังชี วิตของผมก็จะ “ล้ มเหลว” ลงอย่างไม่มีชินดี ้ ้ พี่ไพศาล : วันอาทิตย์คอยอยูบ้านไม่ได้ เหรอ ่ ่ เพราะวันนี ้มันเป็ นวันที่ส�ำคัญจริ งๆนะ
  • 81. ธรรม : ผมไม่อยากเลื่อนไปให้ ใครในครอบครัวรอและผิดหวังในตัวผมอีกแล้ ว ครับ ผมพึ่งตระหนักได้ วนนี ้แหละพี่ว่าในชีวิตผมไม่มีสิ่งไหนส�ำคัญ ั เกินไปกว่า “ครอบครัว” อีกแล้ วครับ พี่ไพศาล : ฮาๆ พูดได้ ดี เอาก็เอา ไม่มาก็ไม่มา แต่จ�ำไว้ เลยนะ ตราบใดที่พี่ ยังอยู่ที่บริ ษัทแห่งนี ้ พี่จะไม่มีวนให้ คุณ “ลาออก” จากบริ ษัทของพี่ ั อย่างเด็ดขาด ธรรม : ฮาๆ ขอบคุณมากครับพี่ เพราะพี่เป็ นแบบนี ้แหละ ผมถึงได้ เลือกท�ำงานที่บริ ษัทพี่ จาก “น� ้ำตาหยดเล็กๆ” ของลูกสาวผมในวันนัน มันท�ำให้ ผมตระหนัก ้ ได้ วาสิงใดที่ส�ำคัญที่สดในชีวิตของผม ่ ่ ุ “ครอบครั ว ” คื อ ความสุข ที่ ต่อ ให้ คุณ มี เ งิ น ทองมากมายแค่ไ หนก็ ไม่สามารถจะซื ้อหามันได้ อย่าให้ ความล้ มเหลวในชีวิตเกิดขึนกับตัวของคุณ ้ เพียงเพราะค�ำพูดที่วา ท�ำงานจนไม่มี “เวลา” ให้ กบ “ครอบครัว” ่ ั 81
  • 82. ชี วิ ต ก็ อ ยู่ม านานพอสมควรจนกระทั่งค� ำ ว่า “แก่ ” เริ่ มเข้ า มาเยื อน กลายเป็ นคุณตาของหลานๆ รู้สกใช้ ชีวิตมาอย่างคุ้มค่า ไม่มีสงใดในชีวิตที่ต้อง ึ ิ่ เสี ย ใจหรื อ ให้ แ ก้ ไขซัก อย่าง และสิ่ ง หนึ่ ง ที่ เ ป็ นยิ่ ง กว่า “ก� ำ ไร” ในชี วิ ตก็ คื อ การมีคุณยายคอยอยู่เคียงข้ างเสมอมาไม่ว่าจะสุขหรื อทุกข์ ก็ตาม ปี นีก็เป็ น ้ ปี ที่ 38 แล้ วที่ไม่เคยจะทอดทิ ้งกันไปไหน มีอยูวนหนึงก่อนที่จะนอน ยายพูด ่ั ่ ขึ ้นมาว่า ยาย : อะไรรอเราอยูหลังความตายเหรอ ตา! ่ ตา : ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะยาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ร้ ู แน่ๆคือ มันต้ องเป็ นสถานที่ที่สบายมากๆอย่างแน่นอน ยาย : อ้ าว! ท�ำไมตาถึงแน่ใจว่ามันจะสบายละ ตา : “ก็ ถ้ ามันล�ำบากนะยาย พวกที่ จากไปเขาก็ คงจะกลับมากัน หมด แล้ วแหละ” ยาย : ฮาๆ รู้ สึ ก ว่ า ตั ด สิ น ใจไม่ ผิ ด จริ ง ๆเลยนะที่ แ ต่ ง งานกั บ ตาเนี่ ย ขนาดคุยเรื่ องความตายกัน ตาก็ยังมองโลกใน “แง่ดี” และก็ท�ำให้ ยายมีรอยยิมเสมอ ้
  • 83. 83
  • 84. หลัง จากที่ พูด จบ ยายก็ ขยับตัวเข้ ามากอดตา แล้ ว เราทัง สองก็ ้ นอนหลับไปพร้ อมกับรอยยิ ้มที่มีให้ กนและกัน ั มั น อาจจะมี ห ลายๆสิ่ ง ในโลก ที่ ถู ก มองว่ า เป็ นเรื่ อ งที่ เ ลวร้ าย แต่ “ความตาย” ไม่ได้ รวมเป็ นหนึงอยูในนันอย่างแน่นอน ความตายเป็ นสิงที่ ่ ่ ้ ่ ท�ำให้ เราหลุดพ้ นจากกิเลส จากความอยากอย่างแท้ จริ ง ความตายไม่ใช่เรื่ อง น่ากลัว แต่สิ่งที่น่ากลัวคือก่อนตายเราสร้ างอะไรไว้ ให้ คนรุ่ นหลังมากพอแล้ ว หรื อยัง มีคนกล่าวไว้ วา “อยูเ่ พื่อตนเอง อยูแค่สิ ้นลมหายใจ อยูเ่ พื่อคนทัวไป ่ ่ ่ อยูตราบชัวฟาดินสลาย” หากใครสามารถปล่อยวางให้ เรื่ องความตายเป็ นเรื่ อง ่ ่ ้ ที่ไม่เลวร้ ายได้ คนๆนันจะไม่มีสงใดในชีวิตให้ ต้องเป็ นทุกข์อีกต่อไป ้ ิ่
  • 85. ชี วิตผมด�ำเนินผ่านกาลเวลามาเรื่ อยๆ อยูมาวันหนึง หลานชายอายุ ่ ่ ประมาณ 7 ขวบ ชื่อว่า “อ๊ อฟ” วิ่งเข้ ามาหาผมพร้ อมด้ วยเสียงร้ องไห้ ไอ้ เรา ก็ตกใจ เห็นหลานร้ องไห้ กอดหลานไว้ อย่างแน่น แล้ วก็ถามหลานไปว่า ตาธรรม : เป็ นอะไรไป! อ๊ อฟ! หลานอ๊ อฟ : แม่ตีผมครับตา ตาธรรม : แล้ วเราไปท�ำอะไรให้ แม่โกรธละ หลานอ๊ อฟ : ผมแค่เอาตังค์ไปซื ้อของเล่นเฉยๆครับตา ตาธรรม : แล้ วเราเอาตังค์มาจากไหนละ ได้ ขอตังค์จากแม่ไปซื ้อของเล่นหรื อเปล่า หลานอ๊ อฟ : ผมเห็นมันอยูในกระเป๋ ากางเกงที่แม่ห้อยไว้ ครับตา ่ ผมก็เลยหยิบมา ตาธรรม : นันไงละ! แบบนันเขาเรี ยกว่าขโมย! ก็สมควรแล้ วไงที่โดนแม่ตี ่ ้ หลานอ๊ อฟ : แม่ไม่รักผม! แม่ตีผม! ผมไม่รักแม่แล้ ว! ตาธรรม : ฮาๆ หลายเอ้ ย! ก่อนที่หลานจะพูดค�ำว่าแม่ไม่รักอ๊ อฟแล้ ว ตามี นิทานเรื่ องหนึ่งที่จะเล่าให้ หลานฟั ง ฟั งให้ จบก่อนที่จะบอกว่า ไม่รักแม่นะ มันเป็ นนิทานเรื่ องเดียวกันกับที่ตาเคยเล่าให้ แม่ของ หลานฟั งตอนที่แม่หลานยังเด็กๆอยู อ๊ อฟพร้ อมจะฟั งรึเปล่า ่ หลานอ๊ อฟ : ฟั งก็ได้ ครับตา (แต่ ห ลานก็ ยั ง ร้ องไห้ อยู่ ) 85
  • 86. ตาธรรม : เรื่ องมันมีอยูวา มีชายหนุมวัยกลางคนผู้หนึงอาศัยอยูกบแม่ที่แก่ชรา ่่ ่ ่ ่ ั มากแล้ ว เขามีฐานะที่ยากจนมาก มีชีวิตอยู่อย่างอดสูและล�ำบาก โดยเฉพาะแม่ เธอเป็ นอั ม พาตช่ ว งล่ า งและสายตาฝ าฟาง ้ ไม่ส ามารถช่วยเหลือ ตัวเองได้ เลย ชายหนุ่ ม ผู้นัน จึง คิดจะพาแม่ ้ ของตนไปปล่อยในป่ า เพื่อจะได้ ไม่ต้องเป็ นภาระของตัวเองอีกต่อไป เพราะในสมัยก่อนยังไม่มีสถานสงเคราะห์คนชราเหมือนในสมัยนี ้ ระหว่างทางที่ชายหนุ่มเข็นแม่ของเขาเข้ าไปในป่ า เธอไม่ได้ ร้องขอ หรื ออ้ อนวอนอะไรทังสิ ้นกับลูกชายของเธอ แค่เพียงก้ มหน้ าหักกิ่งไม้ ้ ทิ ้งไว้ ตามทางไปเรื่ อยๆจนกระทังถึงที่หมาย ชายหนุมจึงปล่อยรถเข็น ่ ่ ของหญิงชราผู้เป็ นแม่ไว้ ที่ข้างๆโขดหิน แล้ วหันหลัง เดิน กลับออกไป โดยไม่มีการสังเสียใดๆทังสิ ้น เมื่อเขาก้ า วเท้ า เดินออกห่างก็พลัน ่ ้ ได้ ยินเสียงของผู้เป็ นแม่ดงขึ ้นตามหลังมาว่า ั เดินตามทางที่แม่หกกิ่งไม้ทิ้งไว้นะลูก จะได้ไม่หลง ั อ๊ อฟรู้ไหมว่ามันหมายความว่ายังไง (หลานของผมนั่ ง เงี ยบ นั่ ง ฟั งอย่ า ง ตั ้ง อ กตั ง ใจ โดยที่ หารู้ ไม่ ว่ า ตั ว เองได้ ้ หยุ ด ร้ องไห้ ไปแล้ ว) ตาธรรม : มี ผ้ ูหญิ งอยู่เยอะแยะบนโลกใบนี ้ แต่แม่คือผู้หญิ ง “เพียงคนเดียวในโลก” ที่ในชีวิตนีจะไม่มีทางบอกว่า ้ “ไม่รักอ๊ อฟแล้ ว” หลานอ๊ อฟ : ครับตา! อ๊ อฟเข้ าใจแล้ ว อ๊ อฟจะไปขอโทษแม่ครับ ยามเจ้าเกิดคนที่เจ็ บก็คือแม่ ยามเจ้าแพ้คนที่ ช้ำ�ใช่แม่ไหม ยามเจ้าท้อคนที่รองแม่ของใคร ้ ยามร�ำไห้แม่นังมองนองน�้ำตา ่ ่
  • 87. เ ริ่ มแก่ตวลงทุกวันๆ มานึกอีกทีก็ถงเวลาที่หลานชายสุดที่รักโตพอจน ั ึ จะเข้ าเรี ยนในมหาวิทยาลัย อยูมาเย็นวันหนึงหลานชายคนนี ้ก็มานังลงบนเก้ าอี ้ ่ ่ ่ ตัวที่ตงอยูตรงกันข้ ามกับผม แล้ วก็ถามผมขึ ้นมาว่า ั้ ่ หลาน : ตาครับ! ตาก็อยู่มานานนับตังแต่บ้านเมืองของเรายังสงบสุข ้ คนไทยรั กกันดี จนถึงตอนนี ที่บ้านเมืองเรามันแบ่งแยกออก ้ เป็ นฝั่ งเป็ นฝ่ าย ตาคิดยังไงกับการเมืองในปั จจุบนนีครับ ั ้ ตา : งันเราไปหยิบแก้ วน� ้ำที่อยูตรงนันมาให้ ตาก่อนซิ ้ ่ ้ แล้ วตาจะเล่าอะไรให้ ฟัง (หลั ง จากที่ ห ลานไปหยิ บ แก้ วจากอี ก โต๊ ะหนึ่ ง มาให้ ผม หลั ง จากนั น ผมก็ ถ าม ้ หลานชายว่ า ) ตา : เอ้ า! เราลองดูซวาแก้ วใบนี ้มันมีหแก้ วไหม! ิ่ ู (หลั ง จากที่ ห ลานท� ำ หน้ าตา งงๆ ก็ ต อบตากลั บ ไป) หลาน : ก็ต้องมีซครับคุณตา! ก็เห็นๆกันอยู่ ิ 87 ตา : มันจะมีได้ ยงไง! ก็ในเมื่อมองจากฝั่ งนี ้ตาไม่ยกกะเห็นว่า ั ั แก้ วใบนี ้มันมีหู
  • 88. (แล้ วหลานก็ ท� ำ หน้ าตา งงๆ อี ก ครั ง ) ้ ตา : ค�ำตอบของหลานมันอาจจะถูก แต่ค�ำตอบของตามันก็ไม่ได้ ผิดเช่น เดียวกัน เพราะมองจากฝั่ งที่ตานั่งแล้ ว แก้ วใบนี มันก็ไม่มีหูจริ งๆ ้ การเมืองในสมัยนี ้มันก็เหมือนกัน ฝ่ ายหนึงมองจากด้ านหลานก็บอก ่ ว่าแก้ วใบนี ้มีหู แต่อีกฝ่ ายมองจากด้ านตาก็จะบอกว่าแก้ วใบนี ้ไม่มีหู หลาน : แล้ วทางออกมันอยูตรงไหนละครับคุณตา ่ ตา : แล้ วถ้ าเราหันแก้ วใบนี ้ให้ หแก้ วมาอยูตรงกลาง ซึ่งเราก็จะมองเห็นหู ู ่ แก้ วทังสองคน แล้ วค�ำตอบที่ได้ จากทังสองฝ่ ายมันก็จะตรงกันคือ ้ ้ แก้ วใบนี ้มีมนมีหู ั
  • 89. หลาน : ลึกซึ ้งมากครับตา! แล้ วใครจะเป็ นคนที่มาหมุนแก้ วของประเทศไทย ให้ เห็นหูแก้ วกันทังสองฝ่ ายละครับตา ้ ตา : มันไม่ยากเลย! ในเมื่อทังสองฝ่ ายการเมืองมองคนละมุมกัน คนที่จะ ้ ท�ำให้ ทงสองฝั่ งมองมุมเดียวกันได้ ก็คือ ประชาชนในประเทศนี่แหละ ั้ ก็ถ้าประชาชนมองในมุม เดี ย วกันหมด ฝ่ ายการเมืองจะมองยังไง มันก็คงไม่ส�ำคัญแล้ วแหละหลานเอ้ ย! มันต้ องมีวนที่คนไทยหันมา ั “ยิ ้ม” ใส่กนเหมือนแต่ก่อนแต่เก่าซิ ั หลาน : ฮาๆ ชอบจังครับ คุยกับตาแล้ วเห็นหลากหลายมุมมองดี เอ่อ! ตังแต่ดขาวการแบ่งพรรคแบ่งพวกมาเนี่ย ตามีฝ่ายไหมครับ ้ ู่ คุณตาอยูฝั่งไหนครับ ่ ตา : มีซ! ก็เห็นๆกันอยูวา ณ ตอนนี ้ตาอยูฝั่งไหน ิ ่่ ่ หลาน : อะไร! ยังไง! ฝั่ งไหนครับตา ตา : ก็ฝั่ง “ประชาชน” ไงละ การที่คนอื่นไม่ได้ คิด ไม่ได้ มองมุมเดียวกันกับเรา ใช่ว่าเขาคนนัน ้ จะผิดเสมอไป ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม่ใช่แค่การท�ำตาม เสียงส่วนใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่มนคือการท�ำให้คนส่วนน้อยที่อยูคนละฝ่ าย ั ่ เข้าใจในสิ่งที่เราท�ำต่างหาก 89
  • 90. ห ลังจากที่อาศัยมานานพอสมควรบนโลกที่สวยงามใบนี ้ ประสบการณ์ ในชีวิตก็ล่วงเลยผ่านมาถึงปี ที่ 86 เริ่ ม รู้ สึก เหนื่ อ ยล้ า อ่อนแรง เดินไปไหน มาไหนเองไม่ค่อยได้ เหมือนแต่ก่อน สิ่งที่พอมีแรงท�ำได้ ณ ตอนนี ้ก็มีเพียง แค่ เ ขี ย นบัน ทึ ก เก่ า แก่ เ ล่ ม นี ้ แล้ ว ก็ ม าถึ งอี ก วัน หนึ่ง ที่ ถือ เป็ นเหตุก ารณ์ ประวัตศาสตร์ ของประเทศแห่งรอยยิม ที่ชีวิตของผมได้ ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ ิ ้ ครังนันด้ วย ้ ้ “น� ้ำท่วม” ประเทศและท่วมบ้ านของผมด้ วย บ้ านเกิดของผมอยูที่ ่ จังหวัดอุบลราชธานี แต่ ผ มย้ ายมาท�ำงานและซื ้อบ้ านไว้ ที่จงหวัดปทุมธานี ั ตังแต่ยงหนุ่มยังแน่น ในช่วงที่เกิดน� ้ำท่วมก็ไม่ร้ ู ต้องปฏิบติตวอย่างไรเพราะ ้ ั ั ั ก็ไม่เคยเจอกับภัยพิบติแบบนี ้มาก่อน หลังจากที่ น� ้ำท่วมบ้ านของผมในช่วง ั แรกๆ ผมก็ไม่ยอมที่จะอพยพออกไปอยู่ที่อื่น จนอยู่มาหนึ่งอาทิตย์ กว่าๆ แขนขาก็เริ่ มอ่อนแรง เดินเหินก็ต้องมีคนคอยตามดูแล เหมือนได้ กลับมาเป็ น เด็กอีกครัง “ก็ บ้ า นมัน ท่ ว มไปแล้ ว จะให้ ท� ำ ยัง ไงละพ่ อ ” นันคือค�ำพูดของ ้ ่ ลูกสาวที่พยายามจะพาผมอพยพออกมาจากบ้ าน แต่ “บ้ าน” หลังนี ้คือสิ่งที่ ผมเฝาเพียรพยายามหามาทังชีวิต ต่อให้ ใครจะมาพูด กับ ผมยังไง ผมก็ไม่มี ้ ้ วันที่จะทิ ้งบ้ านหลังนี ้ไป แต่แล้ ววันที่ผมยอมที่จะเปลี่ยนความคิดออกไปอยู่ ที่อื่นก็มาถึง ในวันนันหลานสุดที่รักของผมพูดกับผมว่า ้
  • 91. ตาครับ อ๊อฟก็ไม่รหรอกนะว่าสิ่งไหนมันเป็ นสิ่งที่สำคัญ ู้ � กับชีวตของตาบ้าง แต่ออฟอยากให้ตารูไว้วา ิ ๊ ้ ่ ตาคือสิ่งที่ ญัคำ�ส กับชีวตของอ๊อฟ ิ ค�ำพูดของหลานประโยคนันท�ำให้ ผมได้ สติกลับคืนมาว่า สิ่งใดคือ ้ สิ่ง ที่ ส� ำ คัญ กับ ชี วิ ต ของผมมากที่ สุด เอาวะ! ก็ ใ นเมื่ อบ้ า นมัน ท่ว มไปแล้ ว จะมาห่วงให้ มนทุกข์ จะมาคิด ให้ มันเลวร้ ายลงไปกว่าเดิมอีกท�ำไม หันกลับ ั มาคิดในแง่บวก คิดเข้ าข้ างตัวเองไว้ ดีกว่า ก็ถือซะว่ามันเป็ นโอกาสดีที่เรา จะได้ ล้างบ้ านใหม่ ตกแต่งบ้ านใหม่หรื อไม่ก็ต่อเติมบ้ านใหม่หลังจากน�ำลด ้ ถึงน� ้ำท่วมมันจะสร้ างโทษและสร้ างผลเสียให้ แก่ประเทศเยอะแยะ แต่จะคิดให้ มันปวดหัวไปใย หาประโยชน์จากมันดีกว่า แล้ วผมก็ได้ รับรู้วาสิงที่ดีที่สดของ ่ ่ ุ การเกิดอุทกภัยในครังนี ้ก็คือ การที่คนไทยกลับมาสามัคคี ไม่แบ่งสีแยกฝ่ าย ้ น� ้ำใจที่หลังไหลออกมามันแสดงให้ ร้ ู ว่าประเทศไทยยังคงเป็ นประเทศที่น่าอยู่ ่ เพียงใด ถึงแม้ วาจะ ่ “ไม่เคยมีมนุษย์ผ้ ใดเคยชนะภัยธรรมชาติ ู แต่ก็ไม่เคยมีภยธรรมชาติครังใดเคยชนะใจมนุษย์เช่นกัน” ั ้ และถึงแม้ ว่าจะเกิดอุทกภัยร้ ายแรงซักแค่ไหนแต่จากการจัดอันดับ ก็ยงคงถือว่าประเทศไทยเป็ นประเทศที่น่าอยู่เป็ นอันดับหนึ่งของโลกเช่นเดิม ั จากการส�ำรวจและจัดอันดับโดย “ตัวผมเอง” “ผมโชคดีที่สดในโลกแล้ ว ที่ได้ เกิดมาเป็ นคนไทย” ุ 91
  • 92. ผมโชคดีที่สุดในโลกแล้ว ที่ได้เกิดมาเป็ นคนไทย นั่น คื อ ประโยคสุด ท้ ายที่ คุณตาของผมได้ เ ขี ยนลงในบัน ทึกเล่มนี ้ โดยหลัง จากที่ คุณ ตาของผมยอมที่ จ ะอพยพออกมาจากบ้ า นที่ ถูก น� ำ ท่ ว ม ้ ที่จังหวัดปทุมธานี ครอบครั วของเราก็มีแผนที่จะย้ ายกลับไปอยู่ที่บ้านเกิ ด ของคุณตาซักช่วงเวลาหนึ่ง นันก็คือที่จงหวัดอุบลราชธานี ในขณะที่หลาน ่ ั อย่า งผมอุ้มคุณ ตามาลงเรื อ ที่ จอดรออยู่หน้ าบ้ าน เพื่ ออพยพออกมาจาก หมูบ้านนัน คุณตาได้ บอกกับผมว่า ่ ้ “หลานรัก ไปเอาสมุดบันทึกที่วางอยูในลิ ้นชักข้ างเตียงนอนในห้ อง ่ ของตามาด้ วยนะ แล้ ว หลานก็ เ ก็ บ มัน เอาไว้ ดี ๆ มันคือของขวัญชิ ้นสุดท้ าย ที่ตาจะสามารถมอบให้ แก่หลานได้ ” ตอนที่คณตาท่านบอกกับผม ผมก็ไม่ได้ ใส่ใจในค�ำว่า “ของขวัญชิ ้น ุ สุดท้ าย” เท่าไหร่นก ั หลังจากที่ครอบครัวของเราขึ ้นเรื ออพยพออกมาจากบ้ านที่ถกน�ำท่วม ู ้ เราก็เดินทางต่อทันทีด้วยรถยนต์เพื่อกลับบ้ านเกิดของคุณตา แต่พอใกล้ ที่จะ ถึงบ้ านที่จงหวัดอุบลราชธานี คุณตาของผมท่านบอกว่ารู้สกเหนื่อยและก็เกิด ั ึ อาการเจ็บบริ เวณหน้ าอกอย่างมาก เพราะปกติทานมีโรคความดันกับโรคหัวใจ ่ เป็ นโรคประจ�ำตัวอยูแล้ ว และจากการเดินทางที่ไกลมันจึงท�ำให้ ท่านเหนื่อย ่ มากกว่าปกติ ยังไม่ทนที่จะได้ เห็นหลังคาบ้ าน ครอบครัวของเราทังหมดก็ต้อง ั ้ พาคุณตาไปหาหมอที่โรงพยาบาลประจ� ำจังหวัดเสียก่อน และหลังจากที่ คุณหมอตรวจเช็คร่ างกายของคุณตาผมเสร็ จ หมอบอกว่ ารู้ สึกเหมือนจะมี ลิ ้นหัวใจรั่ว จึงต้ องให้ คณตานอนดูอาการที่โรงพยาบาลไปก่อนซักระยะหนึง ุ ่ 93
  • 93. ผ่า นมาหนึ่งอาทิ ต ย์ กับการที่ ต้ อ งพักรั กษาตัว อยู่ใ นโรงพยาบาล ผมก็ไปเฝาคุณตาของผมทุกวัน รู้ สึกว่าคุยกับท่านแล้ วชีวิตมันดูมีความสุข ้ อย่างบอกไม่ถก แต่อาการของคุณตาผม ท่านก็มีอาการหายใจไม่เต็มอิ่มและ ู เหนื่อยหอบมากขึ ้นในทุกๆวัน ท่านเคยบอกกับผมว่า “ตาอยากกลับไปพักอยู่ ที่บ้าน” และสิ่งนันมันอาจจะเป็ นสิ่งสุดท้ ายที่คุณตาของผมท่านอยากจะท�ำ ้ แต่ไม่มีโอกาสที่จะท�ำ เพราะคุณหมอสังให้ เฝาดูอาการอย่างใกล้ ชิด จึงต้ องอยู่ ่ ้ ใกล้ ๆกับมือหมอในโรงพยาบาล และในวันที่คณตาของผมท่านเข้ าโรงพยาบาล ุ ได้ ครบ 2 อาทิตย์พอดี มันก็เป็ นวันที่ผมรู้สกสูญเสียครังยิ่งใหญ่วนหนึงในชีวิต ึ ้ ั ่ คุณตาของผมท่านจากผมไปอย่างไม่มีวนที่จะหวนกลับมาหาผมอีก ในวันนัน ั ้ มันอธิบายความรู้สกออกมาเป็ นค�ำพูดไม่ได้ เลย เพราะนี่คือวันที่ผมได้ สญเสีย ึ ู บุคคลซึงเป็ นคนที่ผมรักมากกว่า “ตัวผมเอง” ด้ วยซ� ้ำไป ่ ถึงแม้ วาตัวท่านจะจากผมไปแล้ ว แต่ความคิดและตัวตนของท่านจะ ่ ยังคงอยูในหัวใจและตัวตนของผมเสมอ นี่คือบุคคลที่ท�ำให้ ผมได้ “เข้ าใจ” ชีวิต ่ ในมุมที่ “ต่าง” ออกไป ในชีวตของคนเรามันจะมีสิ่งที่เรียกกันว่า ความทุกข์ ิ เกิดขึ้ นได้ไม่กี่ครั้งหรอก ถ้าเรารูจกคิดให้เป็ น ้ั
  • 94. ในความคิดของผม ชีวิตของคนเรามันก็เปรี ยบเสมือนกับการเดินทาง อันแสนยาวไกล “สิงส�ำคัญที่สดไม่ได้ อยูที่ ปลายทาง ่ ุ ่ และสิงส�ำคัญที่สดก็ไม่ได้ อยูที่ ระหว่างทาง ่ ุ ่ แต่สงส�ำคัญที่สดอยูที่การกล้ าที่จะออกเริ่ มต้ นเดินทาง ิ่ ุ ่ ในการไขว่ขว้ าหาความฝั นต่างหาก” ได้ เกิดมาทังทีจงกล้ าที่จะเป็ นตัวของตัวเอง จงกล้ าที่จะเดิมตาม ้ “ความฝั น ” ที่ ต นเองตังไว้ ถึงแม้ มนจะเป็ นหนทางที่ยากล�ำบากและไม่มีใคร ้ ั สามารถบอกได้ วา มันจะเป็ นหนทางแห่งความส�ำเร็จหรื อไม่ จงอย่าได้ ใส่ใจ ่ เพราะคนที่ “กล้ า” ที่จะเสี่ยงเดินทางไปให้ ไกลที่สดเท่าที่จะท�ำได้ เท่านัน ที่ จ ะ ุ ้ สามารถหาค�ำตอบได้ วา “ตัวเรานันสามารถไปได้ ไกลที่สดแค่ไหน” ่ ้ ุ จงจากโลกใบนี ้ไปด้ วยใบหน้ าที่เปื อนยิ ้ม ้ และความคิดที่ไม่มีสงใดให้ เสียใจในภายหลัง ิ่ แต่อย่าจากไปด้ วยใบหน้ าที่หมองเศร้ า เพียงเพราะว่าชีวิตของเรา “ขาด” สิงที่ยงไม่ได้ ท�ำ ่ ั 95
  • 95. เอ่อ! ผมลืมบอกไปหนึ่งอย่าง เกี่ยวกับชื่อจริ งของคุณตาของผม คุณตาบอกกับผมว่า ชื่อเล่น “ธรรม” ของท่าน มันก็ไม่เชิงว่าย่อมาจาก ธรรมะ ซะทีเดียวเพราะชื่อจริ งของคุณตาของผมคือ “ธรรมดา” แล้ ว ท่ า นก็ เ ล่ า ให้ ผ มฟั ง ว่ า ตอนที่ คุณ ตาของผมเข้ า ไปถามแม่ ของท่านถึงที่มาของชื่อนี ้ แม่ของคุณตาผมบอกกับท่านว่า “แม่อยากให้ ลกเป็ น ู คนที่ มี ธ รรมะในหัว ใจ แล้ ว ก็ ไ ม่ ต้ อ งอยากที่ จ ะไปเป็ นเหมื อ นใครต่ อ ใคร แม่ขอให้ ลูกเป็ นตัวของตัวเอง ขอให้ เป็ นแค่ “คนธรรมดา” ที่มีความสุขที่สุด ในโลกใบนี ้ก็เพียงพอแล้ ว” จริ งๆแล้ วในชีวิตของคนเรา คนที่มองเห็น "ความพิเศษ" ในสิ่ง "ธรรมดา" ที่ทกคนมองข้ าม นันอาจจะเป็ น "ความสุข" ที่หลายๆคนตามหามา ุ ่ ตลอดทังชีวิตก็เป็ นได้ นันแหละคือสิงที่ผมจะด�ำเนินรอยตามคุณตาของผม ้ ่ ่ คนธ รรมดาที่มีความสุ ขที่สุดบนโ ลกใบนี้
  • 96. ต่งและหนังสือ ั ู้ เกี่ยวกบผแ ห ลังจากที่ลงเรี ยนผ่านทุกวิชา ก่อนจะจบการศึกษาระดับปริ ญญาตรี และมีสทธิเข้ าพิธีรับปริ ญญาพร้ อมเพื่อนๆนัน ผมก็จะต้ องสอบจบของคณะ ิ ้ ให้ ผานเสียก่อน ซึงมันเป็ นการสอบที่คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ่ ่ เป็ นคนจัดทดสอบเอง เพื่อก� ำหนดเป็ นมาตรฐานก่อนที่นักศึกษาจะส�ำเร็ จ ออกไปท�ำงานเป็ นเภสัชกรอย่างเต็มตัว แต่คนที่ “ต่าง” อย่างผมก็มกจะเป็ น ั “คนส่วนน้ อย” ที่สอบจบไม่ผ่านในรอบแรกเหมือนอย่างคนอื่นเขา แถมสอบ รอบสองก็ยังยืนยันอย่างหนักแน่นที่จะยังคงเป็ น “คนส่วนน้ อย” อยู่เช่นเคย แต่ อ่าว! ชิบหาย ถ้ าอย่างนันผมก็ไม่มีสทธิที่จะเข้ ารับปริ ญญาพร้ อมเพื่อนๆ ้ ิ นะซิ เคยบอกกับ แม่ไว้ ว่า หลัง จากสอบรอบสองเสร็ จ ก็ จ ะออกไปท� ำ งาน แต่พอรู้ ว่าทุกอย่างมันไม่ได้ เป็ นไปตามแผนที่วางไว้ แล้ วชีวิตผมต้ องด�ำเนิน ต่อไปอย่างไร สับสนในตัวเองอย่างบอกไม่ถก ตัดสินใจโทรหาพ่อ แล้ วเพียง ู แค่ได้ ยินเสียงพ่อ น� ้ำตาของผมมันก็เริ่ มไหลออกมาเองโดยที่ไม่ได้ สง รู้สกว่า ั่ ึ มันเป็ นความผิ ด พลาดครั งหนึ่งในชี วิต รู้ สึก เหนื่ อ ย, ท้ อแท้ , หมดเรี่ ยวแรง ้ แต่ค�ำพูดที่พอพูดกลับมาบอกผมคือ ่ “ไม่เป็ นไรหรอกลูก การสอบมันก็เป็ นเพียงแค่กติกาของระบอบการ ศึ ก ษา ซึ่ ง มั น ไม่ ไ ด้ เป็ นตัวชี วัด สติปัญญาของเราอย่า งแท้ จริ ง เอาใหม่ๆ ้ สอบบ่อยๆมันจะได้ เก่งๆ” ค� ำ พูด ประโยคนัน มัน ท� ำ ให้ น� ำ ตาที่ ห ลั่ง ไหลออกมาเริ่ ม ที่ จ ะหยุด ้ ้ แต่พ่อผมท่านก็พูดถูกนะ เพราะอย่างน้ อยก่ อนที่ จ ะรับปริ ญญาในปี นันมัน ้ ก็ เ หลื อ สอบจบอี ก ตังหนึ่งรอบ แต่ผ มก็ ต้ อ งรอไปก่ อนอี กประมาณ 4 เดื อน ้ โดยที่ไม่ร้ ูวาผมจะท�ำอะไรในระหว่างที่รอ ่
  • 97. จากครั ง หนึ่ ง ที่ เ คยคิ ด ว่ า การสอบจบของคณะไม่ ผ่ า น มัน คื อ ้ “ความผิดพลาด” ครั งหนึ่งในชีวิต แต่สิ่งที่ผมเรี ยกมันว่าความผิดพลาดนัน ้ ้ มัน กลับ เป็ นสิ่ ง ที่ ท� ำ ให้ ผ มตัด สิ น ใจจะสอบเรี ย นต่อ ปริ ญ ญาโทในช่ ว งที่ ร อ การสอบจบของคณะในรอบที่สาม และในท้ ายที่สดการเรี ยนปริ ญญาโทมันก็ ุ ท�ำให้ ร้ ูวาตัวตนที่แท้ จริ งของผมเป็ นคนเช่นไร มีความคิดเป็ นอย่างไรและตนเอง ่ ต้ องการสิงใด สุดท้ ายแล้ วสิ่งที่เคยคิดว่าเป็ นสิ่งที่ผิดพลาดในชีวิต มันกลับ ่ กลายมาเป็ นจุดเปลี่ยนที่ส�ำคัญที่ท�ำให้ ผมได้ ท�ำตาม “ความฝั น” นันคือการ ่ หล่อหลอมความคิดให้ เกิดเป็ นหนังสือเล่มนี ้ขึ ้นมา มีสงหนึงที่ผมอยากบอกกับ ิ่ ่ หลายๆคนที่อานหนังสือเล่มนี ้คือ ่ “สิ่งเดียวที่เป็ นสิ่งผิดพลาดในชีวตของคุณก็คือ ิ การคิดว่าชีวตของคุณเคยมีสิ่งที่ผิดพลาดเกิดขึ้ น” ิ ในชีวิตของคนเรามันไม่เคยมี “สิงผิดพลาด” ่ เพราะทุกสิงที่เกิดขึ ้นล้ วนเป็ น “สิงเติมเต็ม” ่ ่ ถึงแม้ วาในชีวิตคุณจะชอบสีอะไรหรื อเกลียดสีอะไรก็ตาม แต่ถ้าสี ่ ทัง หมดในโลกนี ม ารวมกัน สีที่ได้ อ อกมามันจะเป็ น “สี ข าว” เช่น เดี ยวกัน ้ ้ ต่อให้ ชีวิตคุณจะประสบความส�ำเร็ จ, มีความสุข, พลาดพลัง, ล้ มเหลวหรื อ ้ มี ค วามทุก ข์ มากมายแค่ไหน จงคิด ไว้ เถอะว่าชี วิ ตที่ ผ่า นมาทัง หมดจนถึง ้ ณ ตอนนี ้คือ “ชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่สด” ุ
  • 98. ค “ วามฝั น ” คื อ สิ่ ง ที่ ห ลายต่ อ หลายคนอาจใช้ เวลาทั ง ชี วิ ต เพื่ อ ้ ตามหามัน แต่ มี น้ อ ยคนนัก ที่ จ ะ “ค้ น พบ” มัน ได้ ใครพอจะจ�ำตอนเด็กๆที่ คุณครูอนุบาลมักถามเราได้ หรื อเปล่าว่า “โตขึ ้นหนูอยากเป็ นอะไรค่ะ” ค�ำตอบ ที่ได้ ก็อยากเป็ นนู่นบ้ างอยากเป็ นนี่บ้าง พอโตขึนมาอีกหน่อยความฝั นของ ้ คนเราก็เริ่ มเปลี่ยนแปลงไปตามวัยและสภาพแวดล้ อม แล้ วพอเติบโตกลาย มาเป็ นผู้ใ หญ่ อ ย่ า งเต็ ม ตัว ความฝั น ของหลายต่ อ หลายคนที่เคยคิดเคย จินตนาการไว้ ก็อาจจะแทบไม่เหลือเค้ าโครงของมันอยูเ่ ลย อาจจะเพราะปั จจัย หลากหลายอย่ า งที่ ท� ำ ให้ คนเราไปไม่ ถึ ง ฝั่ ง ฝั น หรื อ อาจจะเป็ นเพราะ สภาพแวดล้ อมที่จ�ำกัดมันจึงท�ำให้ คนเราเลิกที่จะตามหาและปล่อยความฝั น นันทิงไป ผมก็เป็ น “คนธรรมดา” อีกหนึ่งคนที่พยายามจะตามหาความฝั น ้ ้ ของตนเองเช่นเดียวกัน มัน เริ่ ม ต้ น ขึ น เมื่ อ “แม่ ” ของผมคลอดผมออกมาลื ม ตาดูโ ลก ้ ณ ละติจดที่ 15 องศาเหนือ ลองติจดที่ 104 องศาตะวันออก เมื่อดูในแผนที่ ู ู แล้ วมันตรงกับ “อ�ำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี” ผู้หญิงที่ผมรักมากที่สด ุ ในโลกตังชื่อจริ งให้ ผมว่า “ธีรภัทร บุตรจันทร์ ” และคนแถวบ้ านพากันเรี ยกผม ้ ว่ า “อ๊ อฟ” ผมถู ก ส่ ง ไปเข้ าโรงเรี ยนระดับประถมศึกษาที่ตวอ�ำเภอ “โรงเรี ยน ั เขื่องในเจริ ญราษฎร์ ” และ “พ่อ” ผู้ชายที่เก่งที่สดในโลกและเป็ นต้ นแบบในการ ุ ด�ำเนินชีวิตในทุกๆด้ านของผมก็เฝาสอนทังความรู้ ในต�ำราและความรู้ ในการ ้ ้ ใช้ ชี วิ ต ให้ กั บ ผ ม จ น ใ น ที่ สุ ด เด็ ก บ้ านนอกตั ว ด� ำ ๆก็ ส อบติ ด โรงเรี ย น มัธยมศึกษาที่ดงที่สดในจังหวัดอุบลราชธานี “โรงเรี ยนเบ็ญจะมะมหาราช” ั ุ คุ ณ ครู แ ละญาติ พี่ น้ องทั ง หลายต่ า งเป็ นก� ำ ลั ง ใจให้ ผมในการสอบเข้ า ้ มหาวิทยาลัย สถานที่ที่บ่มเพาะความฝั นของผมให้ เกิดเป็ นรู ปเป็ นร่ างขึ ้นมา “คณะเภสัช ศาสตร์ มหาวิ ท ยาลัย ขอนแก่ น ” ลองผิ ด ลองถูก เพื่ อ ตามหา ความฝั นอยู่หลายครัง จนในที่สดก็มาพบเจอกับสิ่งที่ใช่ในตอนที่ก�ำลังเรี ยน ้ ุ ปริ ญญาโท เหตุมนเป็ นเพราะหลักสูตรเภสัชศาสตร์ บณฑิตของมหาวิทยาลัย ั ั ขอนแก่นได้ สอนให้ คนรู้ จกการคิดอย่างอิสระ ซึ่งสิ่งนี ้เองมันท�ำให้ ความฝั น ั ของผมจากที่เคยเลือนรางมันเริ่ มมีรูปมีร่างขึนมา ในวันหนึ่งหลังจากที่เรี ยน ้ ปริ ญญาโทมาได้ เกือบๆปี ครึ่ง ผมได้ ค้นพบสิงที่ตนเองอยากท�ำมากๆครังหนึง ่ ้ ่ ในชีวิตและสิงนันผมเรี ยกมันว่า “ความฝั น” ่ ้
  • 99. มัน คื อ การเขี ย นหนังสือ ขึนมาเล่ม หนึ่ง โดยใช้ ชื่ อเรื่ องว่า “คิดต่า ง ้ สร้ างใหม่” คุณลองถามตัวคุณเองดูว่าตังแต่เกิดเป็ นมนุษย์มา คุณเคยรู้ สึก ้ อยากที่จะท�ำอะไรซักอย่างด้ วยความรู้ สึกที่ “อยาก” ท�ำมันมากๆโดยที่ไม่ถูก บีบบังคับหรื อเปล่า ถ้ าค�ำตอบในใจคือ มี นั่นคือคุณเจอความฝั นอีกอย่าง ของคุณแล้ วแหละ แต่ในบางครั งที่หลายๆคนอาจจะประสบพบเจอมาก็คือ ความฝั น ้ ที่อยู่ในจินตนาการกับชีวิตจริ งในการท�ำงานที่เป็ นอยู่ในตอนนี ้มันช่างแตกต่าง กันเหลือเกิน แล้ วเราควรจะต้ องท�ำอย่างไร ทิ ้งชีวิตจริ งแล้ วเดินตามความฝั น หรื อทิ ้งความฝั นเพื่อเดินตามชีวิตจริ ง ผมคิดว่าคนเราทุกคนล้ วนมีพรสวรรค์ และมี ค วามสามารถมากพอที่ จ ะท� ำ ให้ ชี วิ ต จริ ง และความฝั น เป็ นส่ว นหนึ่ง ของกันและกัน ผมก็เป็ นอีกคนหนึงที่เจอสิงที่อยากท�ำ เจอความฝั น แต่มนดัน ่ ่ ั มาเจอในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะไม่ควรเท่าไหร่นก ั
  • 100. เรื่ องของเรื่ องคือ ในขณะที่ผมรู้ตวว่าอยากเขียนหนังสือเล่มนี ้มากๆ ั แต่ในช่วงเวลานันผมก็ยงคงมีบทคัดย่อของวิทยานิพนธ์ปริ ญญาโทที่ต้องเขียน ้ ั เล่มส่งคณะและสอบบทคัดย่อกับคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้วย แล้ วผมควร ท�ำอย่างไร ในใจก็ร้ ูดีวาหน้ าที่ที่ส�ำคัญที่สดในชีวิตจริ ง ณ ตอนนันคือการเขียน ่ ุ ้ บทคัดย่อของวิทยานิพนธ์และสอบ หลายคนอาจจะบอกว่า คุณก็ท�ำบทคัดย่อ และสอบให้ เสร็ จก่อนซิแล้ วค่อยมาเขียนหนังสือ แต่ผมขอบอกกับคุณได้ เลยว่า หากใครซักคนค้ นพบความฝั นของตนเองแล้ ว เขาแทบที่จะไม่อยากท�ำสิงอื่นใด ่ ในโลกใบนี ้เลย นอกจากการเดินตามสิงที่ฝัน และผมเองก็เป็ นเช่นนัน ในใจ ่ ้ ลึก ๆ แทบจะอยากหยุด ทุก สิ่งทุก อย่างไว้ แล้ วหันหน้ า กลับมาเขี ยนหนัง สื อ เล่มนีเ้ พียงอย่างเดียว ในเมื่อความเป็ นจริ งในชีวิตและความฝั นมันเกิดขึน ้ ในช่ว งเวลาที่ ไ ม่เ หมาะไม่ค วรเท่าไหร่ นัก ผมควรที่ จะเลื อ กอย่ า งไหนดี พระพุทธเจ้ าสอนให้ เราไม่เลือกซ้ าย ไม่เลือกขวา พระพุทธเจ้ าสอนให้ เราเลือก ในทางสายกลางซึงเป็ นหนทางที่ดีที่สด เพราะอย่างนันผมจึงเลือกท�ำบทคัดย่อ ่ ุ ้ ของวิทยานิพนธ์เป็ นหลักและในเวลาว่างก็มานังเขียนหนังสือที่ผมใฝ่ ฝั น ่ การทิ ง ชี วิต จริ งเพื่ อ ตามหาความฝั นมันคงไม่ใ ช่สิ่ง ที่ ถูกต้ องและ ้ การทิ ้งความฝั นเพราะข้ อจ�ำกัดในชีวิตจริ งมันก็ไม่ใช่ข้ออ้ างที่ดีนก ได้ เกิดมา ั เป็ นคนทังที “จงเติมเต็มชีวิตจริ งของคุณด้ วยความฝั นที่คณอยากท�ำ” ตามหา ้ ุ มันให้ เจอแล้ วชีวิตของคุณมันจะไม่นาเบื่ออีกต่อไป ่
  • 101. หนังสือเล่มนี ้เริ่ มต้ นมาจากการที่ผมสร้ างเพจขึ ้นมาใน facebook เป็ นชื่อเดียวกันกับชื่อหนังสือคือ “คิดต่าง สร้ างใหม่” เป็ นเพจที่มีค�ำคม ข้ อคิด หรื อข้ อความที่อาจเปลี่ยนแนวคิดเดิมๆของคุณให้ ตางออกไป แล้ วพอข้ อความ ่ เหล่า นัน มัน เริ่ ม เยอะขึน ผมจึงรวบรวมเอามาเริ่ มเขี ยนเป็ นหนัง สื อเล่น ๆ ้ ้ เป็ นตอนๆไป
  • 102. ผมต้ องขอออกตัว ก่อนที่ใครจะด่าจะว่าผมหลังจากอ่านหนังสือ เล่มนี ้จบ เพราะเนื ้อหาหรื อข้ อความ “บางตอน” ในหนังสือเล่มนี ้ คือการที่ผม ไปเอามันมาจากอินเตอร์ เน็ตบ้ าง เอามาจากค�ำพูดคนอื่นบ้ าง แล้ วน�ำมาเขียน ในรู ปแบบของผม แต่มนก็เป็ นข้ อความที่ผมได้ อ่านแล้ วรู้ สึกว่ามันเป็ นอะไรที่ ั “ใช่ ” มากๆส� ำ หรั บ หนัง สื อ เล่ ม นี ผมจึ ง เอามาลงด้ ว ยแต่ ก็ เ ป็ นเพี ย งแค่ ้ ส่วนน้ อยเท่านัน ลึกๆในใจของผมคิดเพียงแค่วา ไม่วาข้ อความเหล่านันมันจะ ้ ่ ่ ้ มาจากที่ใดหรื อมันจะมาจากใคร ถ้ าคนอ่านได้ อ่านแล้ วกลับมามีก�ำลังใจ กลับ มามี แ รงบัล ดาลใจหรื อ มี แ รงต่ อ สู้กับ ชี วิ ต อี ก ครั ง แค่ นัน “ข้ อ ความ” ้ ้ เหล่านัน มันก็คงได้ ท�ำหน้ าที่ของมันอย่างดีที่สดแล้ ว มันก็เหมือนกับการท�ำให้ ้ ุ คนอื่นกลับมาเป็ นคนดี ไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหนหรื อวิธีใด แต่ถ้าสามารถ ท�ำให้ คนอื่นคิดได้ ท�ำให้ คนอื่นกลับตัวได้ ส�ำหรับผมแล้ ว มันไม่เคยมีทางที่จะ “ผิด” ไม่วาใครจะว่าอย่างไรก็ตาม ่ แล้ วพอผมเขียนได้ เป็ นโครงร่ างของหนังสือแบบคร่ าวๆแล้ ว จึงส่ง ไปให้ ส�ำนักพิมพ์พิจารณาต้ นฉบับแบบคร่ าวๆ 3 แห่ง ซึ่งในตอนนันคิดแค่ว่า ้ ท�ำเล่นๆ ไม่ได้ คาดหวังอะไร ส่งไปให้ ส�ำนักพิมพ์พิจารณาเล่นๆ แต่ด้วยการที่ ไม่คาดหวัง มันกลับกลายมาเป็ นความหวังว่าอยากมีหนังสือเป็ นของตัวเอง ให้ ได้ เพราะมีส�ำนักพิมพ์แห่งหนึงตอบรับต้ นฉบับกลับมา แต่เขาบอกว่าขอคุย ่ กับทางทีมงานก่อนว่าจะท�ำหนังสือเล่มนี ้ออกมาแนวใด เขาบอกว่าขอเวลาอีก 2 อาทิตย์แล้ วจะติดต่อกลับมาทีหลัง และหลังจากวันนันมันท�ำให้ ผมเริ่ มลงมือ ้ เขียนหนังสือเล่มนีอย่างจริ งๆจังๆ แต่ก็อย่างว่า สิ่งที่เรี ยกกันว่า “ความฝั น” ้ ใช่วามันจะเอื ้อมถึงกันได้ งายๆ เพราะหลังจากวันนันผ่านมาอีก 1 เดือน ก็ยง ่ ่ ้ ั ไม่มีเสียงใดๆตอบรับกลับมา แต่สงที่ผมก�ำลังท�ำมันเกิดจากการ “รัก” ที่จะท�ำ ิ่ มันจึงไม่มีอาการท้ อแท้ แต่อย่างใด พยายามเขียนให้ มนเยอะขึ ้น เขียนให้ มน ั ั ดี ขึ น แล้ ว หลัง จากนัน ก็ พ ยายามส่ ง ไปให้ ส� ำ นัก พิ ม พ์ พิ จ ารณาอี ก หลาย ้ ้ ส� ำ นัก พิ ม พ์ แต่ ทุก สิ่ ง ใช่ ว่ า จะเป็ นไปตามที่ เ ราคาดหวัง ไว้ เ สมอไป ไม่ มี ส�ำนักพิมพ์ใดยอมรับต้ นฉบับของหนังสือเล่มนี ้ เริ่ มรู้สกท้ อเล็กน้ อย แต่ยงคง ึ ั เชื่อมันในสิงที่ก�ำลังท�ำอย่างเต็มเปี่ ยม ถ้ าไม่มีส�ำนักพิมพ์ใดมองเห็นคุณค่าใน ่ ่ หนังสือเล่มนี ้ ถ้ าอย่างนันผมก็ท�ำหนังสือขึ ้นมาด้ วยตัวเองเลยดีกว่า ้
  • 103. เพราะส�ำหรับผมแล้วเหตุผลเดียวที่ทางมัน “ตัน” ก็เพียงเพราะว่ามันอยากให้เราสร้างหนทาง “ใหม่” ขึ้ นมา ผมจึงเขียนเนื ้อเรื่ องให้ เสร็จ อ่าว! แต่ผมท�ำ graphic และท�ำรูป ประกอบข้ างในเล่มไม่เป็ น แล้ วจะท�ำไงดีเนี่ย! คิด ๆ ๆ ถ้ าคนอื่น (ส�ำนักพิมพ์) ไม่เอาด้ วย เราก็ให้ “ครอบครัว” เราช่วยแล้ วกัน และครอบครัวของผมก็คือ คนในเพจที่ผมสร้ างขึ ้นมานี่แหละ ผมจึงไปเขียนโพสบอกว่า ใครท�ำ graphic ใครท�ำรู ปประกอบเป็ นบ้ าง ช่วยผมด้ วย! และครอบครั ว ก็ ไม่เคยท�ำให้ ผม ผิดหวังซักครัง ผมมีคนช่วยท�ำรูปหน้ าปกของหนังสือเล่มนี ้นันก็คือ บีม แต่เขา ้ ่ ก็มีงานประจ�ำเช่นกัน จึงไม่มีเวลาว่างพอที่จะมาช่วยท�ำทังเล่ม งันท�ำยังไงดี ้ ้ คิด ๆ ๆ หาทางออกไม่เจออีกครัง บอกตัวเองว่า ถ้ าอยากให้ งานออกมาเป็ น ้ เล่มคงหวังพึงใครไม่ได้ แล้ วนอกจาก “ตัวเอง” จากที่ผมไม่เคยมีความรู้ด้าน ่ โปรแกรม adobe photoshop และ adobe indesign มาก่อน นังดูไปดูมา ่ นังท�ำไปท�ำมา ด้ วยตนเอง อ่าว! อันนี ้ท�ำอย่างนี ้เหรอ อันนันท�ำอย่างนี ้เหรอ ่ ้ ถึงมันจะออกมาไม่คอยสวยเท่าที่ควร แต่ก็ภมิใจ นันแหละคือสิงที่ผมได้ จาก ่ ู ่ ่ สิ่ง ที่ เ รี ย กว่า “อุปสรรค” ในการท� ำงาน มันคื อ “skill” ที่ เ พิ่ มขึนมาในชี วิ ต ้ ของผม ถ้ าอย่างนัน เนื ้อเรื่ องก็มีแล้ ว รูปก็มีแล้ ว แต่ปัญหาสุดท้ ายคือแล้ วผม ้ จะพิมพ์ให้ มนออกมาเป็ นเล่มได้ ที่ไหน ส�ำนักพิมพ์ผมก็ไม่มี คิด ๆ ๆ และเมื่อ ั ผมคิดอะไรไม่ออก (อีกครัง) มีสงหนึงที่ชวยผมได้ อย่างแน่นอนก็คือ ผมลองไป ้ ิ่ ่ ่ ถามอาจารย์ “กรู ” หรื อชื่ อเต็มๆก็คือ “Google” อยากได้ อะไรพิมพ์ ลงไป แล้ วสุดท้ ายโรงพิมพ์ที่จะพิมพ์หนังสือให้ ผมก็ปรากฏขึนมาให้ เห็นบนหน้ าจอ ้ และสุดท้ ายด้ วยการพยายามท�ำทุกๆอย่างด้ วยความเชื่ อมั่นว่าตนเองท� ำได้ “ความฝั น” เล่มนี ้ของผมก็ได้ มาอยูบนมือคุณ ่
  • 104. ในเพจ “คิ ด ต่ า ง สร้ างใหม่ ” มัก จะมี ค นไปถามผมอยู่เ สมอว่ า “ท� ำ อย่ า งไรถึ ง จะคิ ด ให้ ต่ า งได้ ” และสิ่ ง ที่ ผ มตอบกลับ ไปทุก ครั ง ก็ คื อ ให้ ้ “ชีวิตคิดบวก” เข้ าไว้ คิดให้ ชีวิตมีความสุขกับทุกๆเรื่ องที่ผานเข้ ามา เพราะใน ่ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมนุษย์แล้ ว ทุกคนชอบที่จะคิดในแง่ลบสุดๆ อยูเ่ สมอ ถ้ าเราสามารถคิดในมุม “ต่าง” ได้ ทุกๆอย่างในชีวิตไม่วาจะดีหรื อร้ าย ่ มันก็จะสามารถให้ ความสุขกับชี วิตของเราได้ และถึงแม้ จะกับช่วงที่เรามี “ความสุข” ก็ตาม มันก็กลับไม่ได้ ให้ ประสบการณ์อะไรมากมายกับชีวิตของเรา นักหรอก แต่กบ “ความทุกข์” ความล้ มเหลวต่างหากที่มนจะสอนให้ เราเติบโต ั ั ขึ ้น สอนให้ เราคิดเป็ น และถ้ าขนาดความทุกข์มนยังมีข้อดี แล้ วในชีวิตนี ้เรา ั จะต้ องกลัวอะไรอีก “คิดให้ เป็ น คิดให้ ตาง แล้ วมันจะสร้ างสิงใหม่ๆให้ กบชีวิตคุณ” ่ ่ ั หลายๆอย่างที่ผมพยายามท�ำมา มันสอนให้ ร้ ูวา หากคุณเชื่อมัน ่ ่ ในสิงที่คณก�ำลังท�ำ ไม่วาผลลัพธ์หรื อคนอื่นจะมองว่ามันเป็ นอย่างไร จงลงมือ ่ ุ ่ ท�ำมันอย่างสุดก�ำลัง เพราะหากตัวเรามีความเชื่อมั่น ค�ำที่คนอื่นเคยพูดด่า เราว่ า “คิ ด บ้ า ๆ” ซัก วัน มัน จะกลับ กลายมาเป็ นค� ำ ชื่ น ชมว่ า “คิ ด ได้ ไ ง” และถึงผลลัพธ์มนจะล้ มเหลวลงอย่างไม่มีชิ ้นดีก็ตาม แต่มนก็ยงดีกว่ามานัง ั ั ั ่ เสียใจในภายหลังกับสิ่งที่เราพลาดโอกาสที่จะท�ำมัน และต่อให้ คนอื่นจะด่า จะว่าคุณขนาดไหนหรื อต่อให้ คนอื่นจะมองคุณว่าอย่างไร แต่เชื่อผมเถอะว่า ผมเป็ นคนอีกหนึงคนที่พร้ อมจะเชื่อมันในตัวคุณอย่างสุดหัวใจ ่ ่ หากวันใดท้ อ แท้ , เศร้ าใจ, เหงาหงอย, เบื่ อหน่า ยหรื อทุกข์ ใ จ ขอให้ ผมและหนังสือ “คิดต่าง สร้ างใหม่” เป็ นสิงที่ชวยให้ คณกลับมามีความคิด ่ ่ ุ ในมุมที่ “ต่าง” คิดอย่างมี “ความสุข” อีกครัง ้
  • 105. ต่อให้ สิ่งที่คุณก� ำลังท�ำอยู่จะไม่มีคนเชื่ อมั่น, ต่อให้ ฝันที่คุณก� ำลัง สร้ างอยู่จะไม่มีคนมองเห็น, ต่อให้ ชีวิตที่ก�ำลังเป็ นอยู่ของคุณก�ำลังจะโดนคน ดูถกหรื อเหยียบย�่ำ และต่อให้ อะไรก็ตามแต่ในโลกนี ้ที่มนก�ำลังท�ำให้ คณท้ อแท้ ู ั ุ และสิ ้นหวังจนมองไม่เห็นที่ “พึงพิง” ่ จงจ� ำไว้ ให้ ขึนใจว่าจะยังคงมีมืออยู่ 2 ข้ างที่พร้ อมจะฉุดดึงคุณให้ ้ ลุกขึ ้นมาจากสิงเหล่านันเสมอ ่ ้ มือข้ างที่หนึ่งคือมือที่สะท้ อนอยู่ด้านซ้ ายเมื่อคุณยื่นมือซ้ ายของคุณ เข้ าหากระจก “มือของตนเองที่ต้องดึงตัวเอง” ขึ ้นมา มื อ ข้ า งที่ ส องคื อ มื อ ขวาของคุณ ปล่อ ยจากการจับหนัง สื อเล่มนี ้ แล้ วจับมือข้ างขวาด้ านบนของผมไว้ เป็ นมือของ “คนธรรมดา” ที่ต่อให้ จะแต่ง ด้ วย photoshop แล้ ว มือมันก็ยงไม่ขาวขึ ้นกว่าเดิม แต่ด้วยความสัตย์จริ ง ั ต่อให้ คุณจะไม่เหลือใคร มือข้ างนี ของผมนี่ แหละ จะดึง คุณให้ กลับมามี ้ ก�ำลังใจ, กลับมามีแรงบัลดาลใจและกลับมามีชวตทีมจตใจอีกครัง “ผมสาบาน” ีิ ่ ีิ ้