PS 704 ผศ.เสาวลักษณ์ สุขวิรัช วันที่ 28 สิงหาคม
2553 (ช่วงบ่าย)
ค่านิยมและความเชื่อหลักของเสรีนิยม (ต่อ)
1. ให้ความสำาคัญก...
วอร์แตร์ นักปราชญ์ชาวฝรั่งเศส เป็นนักเสรีนิยมจ๋า
กล่าวคำาพูดอมตะว่า “ถึงแม้ผมจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของ
คุณ แต่หากใครมาห้า...
อุดมการณ์เสรีนิยมสมัยใหม่ที่สนับสนุนระบบสวัสดิการและการ
แทรกแซงโดยรัฐ
2. รัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ เสรีนิยมเห็นความจำาเป็นใน
การ...
ระบอบประชาธิปไตยแบ่งเป็น 2 ระบบใหญ่คือ ระบบ
ประธานาธิบดีและระบบรัฐสภา ในระบบประธานาธิบดี
ประชาชนเลือกฝ่ายบริหารโดยตรง ประเ...
อำานาจของรัฐบาล ดังนั้น องค์กรตุลาการจึงต้องเป็นอิสระ ไม่
ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใด
3. กฎประชาธิปไตย (Democratic Rule)
Democrac...
เสรีนิยมสายกลาง เช่น อเล็กซิส เดอท็อคเกอร์วิล
กล่าวว่าประชาธิปไตยอาจเป็นศัตรูของเสรีภาพของปัจเจกบุ
คชนเพราะกฎเสียงข้างมากอ...
หนี้จนเจ้าหนี้เอาเงินคืนด้วยการตัดถนนขายเป็นสายๆ ตั้งเป็น
โทรเวย์เก็บเงินผ่านทาง สมบัติของชาติจึงหมดเกลี้ยงเพราะ
ถูกยึด ทั...
ปรัชญาสังคม ขบวนการทางการเมืองและพรรคการเมือง เช่น
อเมริกามีความหลากหลาย แต่สังคมมีความอดกลั้นสูง
3. เสรีประชาธิปไตยแบ่งแย...
เสรีนิยมแบบคลาสสิค (Classical Liberalism)
เป็นเสรีนิยมยุคแรก เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านจากสังคม
ศักดินาไปสู่ทุนนิยม รุ่งโรจ...
ของสัตว์ สิทธิของดาวพระเคราะห์ และปี 1948
สหประชาชาติประกาศสิทธิมนุษยชนแห่งจักรวาล
ล็อคและเจฟเฟอร์สันเห็นว่าสิทธิเป็นเรื่อ...
และประกันว่าสัญญาประชาคมยังใช้ได้อยู่ นอกนั้นเป็นหน้าที่
ของประชาชน โดยเฉพาะหน้าที่ทางเศรษฐกิจ เจฟเฟอร์สัน
กล่าวว่ารัฐบาลท...
2547-2548 คนต้องการเช่าเป็นจำานวนมาก รุ่น 30-31 ให้
เช่าถึงองค์ละล้านห้า พระวัดต่างๆ จึงปลุกเสกจตุคามฯกัน
ยกใหญ่จนล้นตลาด ...
อยู่ในสังคมมนุษย์ว่า ผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการอยู่รอดจะลอย
ขึ้นสู่ข้างบน ส่วนผู้เหมาะสมน้อยกว่าจะจมปฐพี ความไม่เท่า
เทียมกั...
เสรีนิยมของศตวรรษที่ 20 เห็นว่าแม้การพัฒนา
อุตสาหกรรมจะก่อให้เกิดความมั่งคั่ง แต่ก็ทำาให้เกิดสลัม ความ
ยากจน ความไม่รู้ โร...
ร่วมมือร่วมใจและน่าคบหา แนวคิดของเขาเรียกว่าเสรีนิยม
แบบสังคมนิยม
กรีนเห็นว่าเสรีภาพในทางลบคือการทำาอะไรก็ได้ จึง
ทำาให้เก...
ตนเอง รับผิดชอบตนเอง ที่ต่างออกไปคือการสร้างเงื่อนไข
ทางสังคมที่จะทำาให้คนพึ่งตนเองได้
3. เสรีนิยมทางสังคม ศตวรรษที่ 20 จะ...
อยู่อาศัย เพื่อชดเชยความเสียเปรียบทางสังคมที่พวกเขาได้รับ
เช่น ให้โควตาคนผิวดำาเข้ามหาวิทยาลัยทั้งที่สอบได้คะแนน
น้อยกว่าค...
ให้รัฐบาลเข้ามาจัดการกับระบบเศรษฐกิจโดยเพิ่มอุปสงค์รวม
โดยรัฐต้องเข้ามาลงทุนในโปรเจกส์ใหญ่ๆ ที่ภาคเอกชนทำาไม่
ไหว เพื่ออัด...
X คือรายได้จากการส่งออก M คือค่าใช้จ่ายจาก
การนำาเข้า
สมัยคุณบรรหาร การส่งออกลดลง สถาบันการเงินเจ๊ง
ภาคเอกชนปิดโรงงาน คนจึ...
ไม่ไหวจนต้องคืนให้รัฐ คนรวยจึงนิยมตั้งกองทุนเพื่อยกเป็น
มรดกให้ลูก ลูกจะไม่เสียภาษีตราบใดที่ยังไม่แปลงหุ้นออกมา
เป็นเงิน แ...
2540 ทำาให้คนจนที่มี 9% เพิ่มเป็น 16% เราพยายามลด
ตัวเลขคนจนลง ปัจจุบันเหลือ 4% สภาพความเป็นอยู่ของคนดี
ขึ้น แสดงว่าประสบค...
การเมืองใหม่ (New Political Economy) หรือ นีโอเคน
เซียนนิสม์ เพราะเกิดความล้มเหลวจากการปฏิวัติของตลาด
เสรีในทศวรรษ 1980
ทศ...
2. ทฤษฎี Structural Change เป็น Supply Side เชื่อ
ในเรื่องการไหลลง ได้รับอิทธิพลจากเคนเซียน ส่งเสริมให้
พัฒนาอุตสาหกรรมเพื...
Ps 704 saowalak 28 aug 2010 line 4 (3)
Upcoming SlideShare
Loading in...5
×

Ps 704 saowalak 28 aug 2010 line 4 (3)

445

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total Views
445
On Slideshare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
0
Actions
Shares
0
Downloads
5
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

Ps 704 saowalak 28 aug 2010 line 4 (3)

  1. 1. PS 704 ผศ.เสาวลักษณ์ สุขวิรัช วันที่ 28 สิงหาคม 2553 (ช่วงบ่าย) ค่านิยมและความเชื่อหลักของเสรีนิยม (ต่อ) 1. ให้ความสำาคัญกับปัจเจกบุคคลและปัจเจกชน คือสิทธิ ในชีวิต สิทธิในเสรีภาพและสิทธิในทรัพย์สิน 2. เชื่อเรื่องเสรีภาพ เสรีภาพทำาให้มนุษย์มีทางเลือกและ เป็นเงื่อนไขที่ทำาให้มนุษย์สามารถพัฒนาตัวเองได้ แต่เสรีภาพ ต้องมีขอบเขต หากไม่มีขอบเขตก็จะไปละเมิดสิทธิเสรีภาพ ของคนอื่น 3. เชื่อในเรื่องเหตุผล ในยุคศักดินามนุษย์ถูกครอบงำา ด้วยความเชื่อทางศาสนาซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักการ ทางวิทยาศาสตร์ นักปรัชญาเมธีในยุคแสงสว่างแห่งภูมิปัญญา สามารถหาหลักฐานเชิงประจักษ์มาโต้แย้งว่า จริงๆแล้วมนุษย์ พัฒนาการมาจากสัตว์ โลกกลมและไม่ได้เป็นศูนย์กลางของ จักรวาล เหตุผลจึงปลดปล่อยมนุษย์จากความงมงาย ไสยศาสตร์และการครอบงำาทางความเชื่อ จึงเปิดโอกาสให้คน ได้แสวงหาความรู้ ให้ความสำาคัญกับการศึกษา เพื่อให้คนได้ พัฒนาตัวเองและปรับปรุงความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น เสรีนิยมไม่ชอบ ความรุนแรง มองว่ามนุษย์รู้จักใช้เหตุผล ไม่ใช้ความรุนแรง หรือก้าวร้าว 4. ความยุติธรรม เป็นแนวคิดที่อยู่บนพื้นฐานของความ เสมอภาคด้านสิทธิและโอกาส ที่จะพัฒนาทักษะและความ สามารถที่ไม่เท่าเทียมกันกับคนอื่น คนเราต้องได้รับผล ตอบแทนตามความสามารถ และเชื่อในระบบคุณธรรม คือหลัก ความสามารถ การได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำาแหน่งหรือเพิ่มเงินเดือน ขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถ 5. ขันติธรรม มีความอดทน ขันติ อดกลั้น ต่อความคิด เห็นที่แตกต่าง อดกลั้นต่อความหลากหลายของมาตรฐานทาง ศีลธรรม วัฒนธรรมและการเมือง อดกลั้นหรือเต็มใจให้คนอื่น ได้พูด คิดและทำาในสิ่งที่เราไม่เห็นด้วย ขันติธรรมเป็นการกา รันตีเสรีภาพของบุคคลและเชื่อในสังคมดุลยภาพ 1
  2. 2. วอร์แตร์ นักปราชญ์ชาวฝรั่งเศส เป็นนักเสรีนิยมจ๋า กล่าวคำาพูดอมตะว่า “ถึงแม้ผมจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของ คุณ แต่หากใครมาห้ามไม่ให้คุณพูดในสิ่งที่คุณคิด ผมจะขอสู้ ”จนตัวตายเพื่อให้คุณได้พูดในสิ่งที่คุณคิดและอยากพูด วอร์ แตร์เทิดทูนเสรีภาพและมีความอดทนอดกลั้นต่อความคิดเห็นที่ แตกต่าง เสรีนิยมกับประชาธิปไตย เสรีนิยมมักมาคู่กับประชาธิปไตย ประเทศคอมมิวนิสต์ไม่ เป็นประชาธิปไตยเพราะมีพรรคการเมืองพรรคเดียว ประชาชนจึงไม่มีทางเลือก 1. รัฐเสรี เชื่อว่ารัฐเป็นสิ่งจำาเป็นของมนุษย์ เพราะมนุษย์ โลภ เห็นแก่ตัวและแสวงหาอำานาจ มนุษย์อาจทะเลาะกันเอง จนเกิดสงครามไม่รู้จบ อาจใช้สิทธิของตัวเองไปละเมิดสิทธิ ของคนอื่น มนุษย์/ประชาชนจึงยอมเสียสละสิทธิเสรีภาพบาง อย่างแล้วมาทำาสัญญาประชาคม เพื่อจัดตั้งรัฐอธิปไตยที่จะ ทำาให้ชีวิตมนุษย์มีความมั่นคง มนุษย์ยอมสละเสรีภาพบาง อย่างเพื่อจัดตั้งระบบกฎหมายเพื่อพิทักษ์สิทธิและชีวิตของตน ต้องเชื่อฟังรัฐบาลและเคารพกฎหมาย นักปรัชญาการเมืองที่ เสนอแนวคิดนี้คือโทมัส ฮอบส์, จอห์น ล็อค, โทมัส เจฟเฟอร์สัน รัฐเกิดจากประชาชนและเพื่อประชาชน คือรับใช้ผล ประโยชน์และความจำาเป็นของประชาชน รัฐเกิดจากข้อตกลง และการยอมรับของผู้ใต้ปกครอง อำานาจทางการเมืองจึงต้อง ชอบด้วยกฎหมายและชอบธรรม เป็นที่ยอมรับของผู้ใต้ ปกครอง หากรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย ประชาชนก็มีสิทธิ ก่อการกบฏ รัฐต้องเป็นกลาง ดูแลผลประโยชน์ของทุกคน หากประชาชนมีความขัดแย้งกัน รัฐต้องบังคับใช้กฎหมาย อย่างตรงไปตรงมา เฮเกล นักปรัชญาเยอรมัน เห็นว่ารัฐสมัยใหม่ทำาให้ มนุษยชาติมีความก้าวหน้า รัฐเป็นสิ่งที่ดี มีผลกระทบต่อ 2
  3. 3. อุดมการณ์เสรีนิยมสมัยใหม่ที่สนับสนุนระบบสวัสดิการและการ แทรกแซงโดยรัฐ 2. รัฐบาลตามรัฐธรรมนูญ เสรีนิยมเห็นความจำาเป็นใน การมีรัฐและเห็นอันตรายที่รัฐจะใช้อำานาจอธิปไตยมาคุกคาม ประชาชน หรือเป็นทรราชของประชาชน เช่น รัฐบาล เผด็จการของมุสโสลินีและฮิตเลอร์ ควบคุมชีวิตของประชาชน เบ็ดเสร็จ เสรีนิยมเชื่อว่าอำานาจทางการเมืองมีความฉ้อฉลใน ตัวเอง ลอร์ดแอคตันกล่าวอมตะวาจาว่า “Power trends to corrupt and absolute power corrupt absolutely” แปลว่าอำานาจทำาให้เกิดการคอรัปชั่น อำานาจสูงสุดจนไม่ สามารถตรวจสอบได้ ก็จะคอรัปชั่นแบบสุดๆ เสรีนิยมจึงจำากัด อำานาจของรัฐบาลโดยรัฐธรรมนูญนิยม (Constitutionalism) รัฐธรรมนูญคือชุดของกฎต่างๆ ที่กำาหนดงาน อำานาจและ หน้าที่ของสถาบันต่างๆ ของรัฐใน 2 สถานคือ (1) ระบุเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับเดียว เช่น อเมริกา ประเทศที่ใช้รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรคืออังกฤษ อังกฤษมีประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองแบบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์มานาน สภาเป็นผู้ออกกฎหมายลูก พอ เปลี่ยนการปกครอง กษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ จึงไม่มี การร่างรัฐธรรมนูญแต่จะเอากฎหมายลูกมาเป็นหลักในการ ตีความ ศาลสูงเป็นผู้ตีความ อาจใช้ขนบธรรมเนียม จารีต ประเพณี มีประชาชนเป็นคณะลูกขุน คำาตัดสินของคณะลูกขุน กลายเป็นบรรทัดฐาน/กฎหมาย หากมีคดีใกล้เคียงก็จะดูคำา ตัดสินของคดีที่ผ่านมา (2) ระบุการแบ่งแยกอำานาจ เช่น ระบุว่าอำานาจอธิปไตย เป็นของปวงชน ใช้อำานาจผ่านทางสถาบันใดบ้าง โดยทั่วไป อำานาจอธิปไตยแบ่งเป็น 3 อำานาจคือ บริหาร นิติบัญญัติและ ตุลาการ มีการตรวจสอบและถ่วงดุลกัน แนวคิดนี้ถูกนำาเสนอ โดยนักปรัชญาชาวฝรั่งเศสชื่อมองเตสกิเออร์ ดังคำากล่าวว่า อำานาจควรตรวจสอบอำานาจด้วยกันโดยเฉพาะในระบบรัฐสภา 3
  4. 4. ระบอบประชาธิปไตยแบ่งเป็น 2 ระบบใหญ่คือ ระบบ ประธานาธิบดีและระบบรัฐสภา ในระบบประธานาธิบดี ประชาชนเลือกฝ่ายบริหารโดยตรง ประเทศที่มีพระมหา กษัตริย์เป็นประมุข การเมืองมักเป็นระบบรัฐสภา เช่น อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม เดนมาร์ก สวีเดน นอรเวย์ ไทย ประชาชนจะเลือกผู้แทน ผู้แทนจะไปเป็นสมาชิกในสภาแล้ว โหวตว่าพรรคใดจะได้เป็นรัฐบาล ไทยไม่เคยมีรัฐบาลพรรค เดียวยกเว้นพรรคไทยรักไทย แต่ตอนเริ่มต้นพรรคไทยรักไทย ไม่ได้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว มีการควบรวมกับพรรคเล็กคือเสรี ธรรม มวลชน ประชากรไทย ความหวังใหม่ ราษฎร ชาติ พัฒนา ไทยเราจึงมีรัฐบาลพรรคเดียวเป็นครั้งแรก พรรคฝ่าย ค้านมีหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุล การเมืองของไทยที่ผ่านมา รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพเพราะ เป็นรัฐบาลผสม นักการเมืองย้ายพรรคบ่อย เพื่อให้รัฐบาลมี เสถียรภาพมากขึ้นจึงร่างรัฐธรรมนูญ 2540 แต่รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ถูกด่าบ่อย เช่น คุณสมัครด่าว่าเป็นรัฐธรรมนูญเฮงซวย แต่พอตนได้เป็นรัฐบาลในรัฐธรรมนูญ 2550 กลับเรียกร้อง รัฐธรรมนูญ 2540 และบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ส่วน ป๋าเหนาะร้องไห้ในสภาบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำาให้นักการ เมืองติดคุกทางการเมือง เพราะระบุว่าหากลาออกจาก พรรคการเมืองที่สังกัดขณะที่ยังเป็นส.ส.อยู่ หรือถูกพรรคไล่ ออก ก็จะหมดสมาชิกภาพ พรรคที่ได้รับเลือกตั้งแล้วมีสมาชิก ไม่ถึง 5% จะถูกยุบพรรค เช่น พรรคของคุณวัฒนา อัศวเหม หากพรรคฝ่ายค้านมีเสียงไม่ถึง 1 ใน 4 ก็จะไม่มีสิทธิอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาล พอคุณทักษิณควบรวมพรรคเล็กพรรคน้อย ได้จึงกลายเป็นเสียงข้างมากเด็ดขาดคือ 377 เสียง พรรคฝ่าย ค้านได้ 123 เสียง จึงไม่สามารถทำาหน้าที่ตรวจสอบและถ่วง ดุลรัฐบาลได้ รัฐบาลจึงไม่แคร์พรรคฝ่ายค้านและสภาเลย เวลาสภาตั้งกระทู้ถาม รัฐมนตรีจึงไม่มาตอบกระทู้ ที่สำาคัญ คุณทักษิณถูกตั้งกระทู้นับร้อยแต่มาตอบคำาถามแค่ 4-5 กระทู้ เท่านั้น จึงเกิดเป็นเผด็จการรัฐสภา สถาบันตุลาการจึงต้องเข้า มาตีความเจตนารมณ์ของกฎหมายและตรวจสอบการใช้ 4
  5. 5. อำานาจของรัฐบาล ดังนั้น องค์กรตุลาการจึงต้องเป็นอิสระ ไม่ ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใด 3. กฎประชาธิปไตย (Democratic Rule) Democracy มาจากภาษากรีก รากศัพท์คือ Demos (ประชาชน) + Kratos (อำานาจหรือกฎ) + Cracy (ระบอบ) = การปกครองโดยประชาชน แบ่งออกเป็นประชาธิปไตยทาง ตรงและประชาธิปไตยทางอ้อม ประชาธิปไตยทางตรงใช้ในยุคกรีกโบราณ เป็นรัฐชาติ เล็กๆ ประชากรไม่มาก เช่น เอเธนส์ สปาร์ตา คนที่มีสิทธิ ทางการเมืองต้องเป็นพลเมืองของรัฐนั้นๆ ใจกลางเมืองจะมี เวทีที่ใช้ในการประชุม จำานวนคนเข้าประชุมจึงมีไม่มาก แต่ ปัจจุบันประชากรเพิ่มมากขึ้น ไม่สามารถใช้ประชาธิปไตย แบบทางตรงได้ จึงเปลี่ยนมาเป็นประชาธิปไตยแบบทางอ้อม ซึ่งใกล้เคียงกับคำาว่า Government for the People มากกว่า Government by the People ทัศนคติของเสรีนิยมที่มีต่อประชาธิปไตยค่อนข้าง หลากหลาย ในศตวรรษที่ 19 เสรีนิยมมองประชาธิปไตยว่าเป็น อันตราย ซึ่งสะท้อนแนวคิดของเพลโตและอริสโตเติลที่มองว่า ประชาธิปไตยคือการปกครองโดยคนหมู่มากแต่ขาดปัญญา คนไม่ได้ติดตามข่าวสารจึงไม่รู้ว่าจะเลือกใคร จึงเลือกคนที่ให้ เงินแทน ประชาธิปไตยจึงเป็นเรื่องของการใช้เงิน หากไม่มี เงินก็อย่าริอ่านไปเล่นการเมืองเพราะภาษีสังคมเยอะ เพลโต และอริสโตเติลส่งเสริมการปกครองแบบราชาปราชญ์ (Philosopher King) ผู้ปกครองคนเดียว แต่ฉลาด เสียสละ และรักประชาชน ประเทศชาติจึงจะก้าวหน้าและพัฒนาไปได้ มากกว่า บางประเทศไม่ค่อยเป็นประชาธิปไตยแต่เจริญ เช่น สิงคโปร์มีพรรคฝ่ายค้านคนเดียว ที่เหลือเป็นฝ่ายรัฐบาล ลีก วนยูเป็นคนรักชาติ ให้กำาเนิดประเทศสิงคโปร์และปกครอง สิงคโปร์มาตั้งแต่ 1965 บรูไนฯเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์แต่ ประชาชนมีความสุข 5
  6. 6. เสรีนิยมสายกลาง เช่น อเล็กซิส เดอท็อคเกอร์วิล กล่าวว่าประชาธิปไตยอาจเป็นศัตรูของเสรีภาพของปัจเจกบุ คชนเพราะกฎเสียงข้างมากอาจทำาให้เกิดทรราชของเสียงข้าง มากได้ เสียงข้างน้อยจึงต้องหุบปากและทำาตาม เจมส์ เมเดิสัน เป็นผู้ร่วมร่างรัฐธรรมนูญและเคยเป็น ประธานาธิบดีสมัยหนึ่งของอเมริกา เห็นด้วยกับทัศนะของ เดอท็อคเกอร์วิล เสนอให้มีการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลที่ต้อง ตอบสนองต่อชนกลุ่มน้อย เช่น ปกป้องคนรวยที่มีจำานวนน้อย จากคนจนที่มีจำานวนมากกว่า เจมส์ สจ๊วต มิลล์ กล่าวว่าภูมิปัญญาทางการเมืองของ คนมีไม่เท่ากันและมักเชื่อมโยงกับการศึกษา คนที่ไม่มีการ ศึกษามักทำาตามผลประโยชน์ที่แคบๆของชนชั้นตน ขณะที่คน มีการศึกษาสามารถใช้ประสบการณ์และปัญญาเพื่อคนอื่น นักการเมืองเป็นคนฉลาดและมีประสบการณ์ทางการเมืองจึง พูดตามความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง มากกว่าสะท้อนทัศนะของ ผู้เลือกตั้ง คนที่มีการศึกษามากกว่าควรมีสิทธิ์เสียงในการเลือก ตั้งมากกว่าหนึ่งเสียง เช่น จบปริญญาตรีเลือกได้ 3 เสียง ปริญญาโท 5 เสียง นักสังคมวิทยาชาวสเปนเตือนว่าประชาธิปไตยของคนหมู่ มากจะนำาไปสู่ความล่มสลายของสังคมศิวิไลซ์และระเบียบทาง ศีลธรรม ซึ่งเปิดทางให้ผู้ปกครองแบบเผด็จการได้ครอง อำานาจโดยเอาใจคนหมู่มาก คำากล่าวนี้กล่าวไว้ช่วงสงคราม ปัจจุบันยังเป็นจริงอยู่ เช่น อาร์เจนตินา ประธานาธิบดีฮวน เปรองหาเสียงโดยใช้นโยบายประชานิยม นางเอวิตา เปรอง ภรรยาซึ่งเคยเป็นนักร้องและนักแสดงมาก่อนจึงช่วยหาเสียง โดยสร้างภาพเป็นแม่พระใจดี เอาของไปแจก เปรองเสนอ นโยบายเอาใจคนจนโดยเฉพาะกรรมกร เปรองจึงได้รับเลือก ตั้ง นางเอวิตาป่วยเป็นมะเร็งเต้านม ก่อนเสียชีวิตอยากพูดกับ ประชาชน ประชาชนจึงมายืนรอฟัง สิ่งที่นางพูดได้แต่งออกมา เป็นเพลง Don’t cry for me Argentina จากนั้นประเทศ อาร์เจนตินาก็ดิ่งลงเหว ทุกวันนี้การเมืองไร้เสถียรภาพ หนึ่งปี เปลี่ยนประธานาธิบดี 4-5 คน อัตราเงินเฟ้อ 80% ประเทศเป็น 6
  7. 7. หนี้จนเจ้าหนี้เอาเงินคืนด้วยการตัดถนนขายเป็นสายๆ ตั้งเป็น โทรเวย์เก็บเงินผ่านทาง สมบัติของชาติจึงหมดเกลี้ยงเพราะ ถูกยึด ทั้งรถไฟ เครื่องบิน ถนน โรงไฟฟ้า ประปา ประชาชน จึงตายลูกเดียว เกิดปัญหาอาชญากรรมฉกชิงวิ่งราว ศตวรรษที่ 20 พวกเสรีนิยมกลุ่มหนึ่งมองว่า ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ดี เช่น กลุ่มประโยชน์นิยมมองว่า ประชาธิปไตยช่วยปกป้องประโยชน์ของประโยชน์นิยม รุสโซ มองว่าประชาธิปไตยทำาให้เกิดการพัฒนาความ สามารถของมนุษย์อย่างสูงสุด การมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ประชาชนทำาให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้ที่นำาไปสู่การ พัฒนาตัวบุคคลนั้นๆ โจเซฟ ชูปิเตอร์ มองว่าการแข่งขันในการเลือกตั้งจะ ทำาให้เกิดตลาดการเมือง ซึ่งบังคับให้นักการเมืองต้องให้ความ สนใจประโยชน์ของบุคคลกลุ่มต่างๆ หากอยากชนะการเลือก ตั้งก็ต้องเสนอนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของปัจเจก ชนมาแข่งขันกัน ประชาชนจึงมีทางเลือก โรเบิร์ต ดาห์ล และชาร์ลส์ ลินบลอม เรียกระบอบ ประชาธิปไตยยุคใหม่ว่า Polyarchies คือการปกครองโดย คนจำานวนมากแต่ไม่ใช่ทุกคน อาจโหวตให้ข้าราชการพ้น ตำาแหน่งได้ด้วย ระบบนี้จะทำาให้เกิดดุลยภาพในสังคมปัจจุบัน ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็ว ระบบการเมืองแบบเสรีประชาธิปไตยมีลักษณะเป็น ลูกผสมระหว่างเสรีกับประชาธิปไตย ส่วนที่เป็นเสรีคือการ จำากัดอำานาจของรัฐ ส่วนประชาธิปไตยคือรัฐบาลต้องรับผิด ชอบต่อประชาชน ประชาชนตรวจสอบได้และมีความรู้สึกไว ต่อความต้องการของประชาชน เสรีประชาธิปไตยมี 3 ประการ 1. เสรีประชาธิปไตยคือรูปแบบประชาธิปไตยทางอ้อม และตัวแทน โดยมีการเลือกตั้งแบบ One Man One Vote 2. เสรีประชาธิปไตยเป็นพหุนิยมทางการเมืองที่มีการ แข่งขันกันผ่านการเลือกตั้ง มีพรรคการเมืองหลายพรรคมาให้ ประชาชนเลือก มีขันติธรรมในความแตกต่างทั้งด้านความเชื่อ 7
  8. 8. ปรัชญาสังคม ขบวนการทางการเมืองและพรรคการเมือง เช่น อเมริกามีความหลากหลาย แต่สังคมมีความอดกลั้นสูง 3. เสรีประชาธิปไตยแบ่งแยกรัฐออกจากประชาชนอย่าง ชัดเจน ระบบนี้ดำารงอยู่ได้โดยการตรวจสอบอำานาจรัฐทั้ง ภายในและภายนอก ทั้งจากกลุ่มอิสระ กลุ่มผลประโยชน์ที่ หลากหลายและองค์การต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม สิ่งสำาคัญของเสรีประชาธิปไตยไม่ได้อยู่ที่คนส่วนมาก เลือกรัฐบาล แต่อยู่ที่ต้องมีการตรวจสอบและถ่วงดุล ปีหนึ่ง อ.สุรพลออกข้อสอบว่า ท่ามกลางความขัดแย้งในสังคมไทย อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มีเสียงเรียกร้องกระบวนการตุลาการ ภิวัตน์ให้มาแก้ปัญหาความขัดแย้งและได้รับการขานรับอย่าง มาก ให้นักศึกษาใช้เหตุผลทางรัฐศาสตร์อธิบายว่าเป็นเพราะ เหตุใด นักศึกษาที่เรียนรัฐศาสตร์มาจึงอ้างมองเตสกิเออและ เดอท็อคเกอร์วิลล์ ที่ว่าประชาธิปไตยต้องมีการตรวจสอบและ ถ่วงดุล หากไม่มีการตรวจสอบและถ่วงดุลก็จะเกิดทรราชโดย เสียงข้างมาก ช่วงนั้นบ้านเมืองถึงทางตัน ในหลวงทรงสะกิด ให้สังคมคิดถึงอำานาจอธิปไตยอำานาจที่สามตอนที่คณะศาล ปกครองสูงสุดเพื่อถวายครุย ทรงตรัสสั้นๆว่าให้ทำาหน้าที่ของ ตัวเองด้วยความสุจริต ยุติธรรมและกล้าหาญ คนไทยจึงถึง บางอ้อ รัฐธรรมนูญกำาหนดให้มีศาลฎีกาแผนกคดีอาญา นักการเมือง ศาลจึงเข้ามาและมีการฟ้องร้องกันหลายคดี คดี แรกที่ตัดสินที่ทำาให้คุณทักษิณเข้าประเทศตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คือคดีที่ดินรัชดา คุณทักษิณทำาผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 100 (1) ผู้ ดำารงตำาแหน่งทางการเมืองจะทำานิติกรรมกับหน่วยงานของรัฐ ไม่ได้ ที่ดินรัชดาซื้อจากกองทุนฟื้นฟูซึ่งเป็นหน่วยงานของ ธนาคารแห่งประเทศไทย การที่คุณทักษิณให้ภรรยาตัวเองไป ซื้อแล้วท่านเป็นสามีโดยถูกต้องตามกฎหมาย ถือว่าเป็นบุคคล คนเดียวกันจึงผิดกฎหมาย หลังจากนั้นคดีอื่นจึงตามมา เช่น คดียึดทรัพย์ สภาเข้าไปตรวจสอบไม่ได้เพราะคะแนนเสียงไม่ ถึง 125 เสียง หากมีการโหวต รัฐบาลก็ชนะทุกครั้ง องค์กร อิสระถูกครอบงำา จึงจำาเป็นต้องให้ตุลาการเข้ามาตรวจสอบ 8
  9. 9. เสรีนิยมแบบคลาสสิค (Classical Liberalism) เป็นเสรีนิยมยุคแรก เกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านจากสังคม ศักดินาไปสู่ทุนนิยม รุ่งโรจน์ที่สุดในช่วงที่มีการปฏิวัติ อุตสาหกรรมในอังกฤษ อาจเรียกว่าเป็นเสรีนิยมในศตวรรษที่ 19 มีบ่อเกิดในอังกฤษ แต่ฝังรากลึกในกลุ่มประเทศแองโกร แซ็คซอน (ประเทศที่มีเชื้อสายแบบอังกฤษ เช่น อเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) เสรีนิยมมองว่ารัฐเป็นสิ่งชั่วร้ายที่จำาเป็น รัฐจะวางระเบียบ และความมั่นคงเพื่อประกันว่าสัญญาประชาคมจะถูกบังคับใช้ แต่รัฐมีความชั่วร้ายตรงที่เอาเจตนาของส่วนรวมมาบังคับใช้ กับสังคมในนามของเสียงข้างมาก จำากัดเสรีภาพและความรับ ผิดชอบของประชาชน เสรีนิยมคลาสสิคเห็นว่ารัฐควรมี บทบาทน้อยที่สุด โดยเฉพาะเมื่อทุนอุตสาหกรรมก่อให้เกิด เงื่อนไขที่ปัจเจกชนจะแสวงหาผลประโยชน์ของตนเอง มี ความรับผิดชอบต่อตนเอง เมื่อปัจเจกชนพึ่งตนเองได้จึงพึ่งพา รัฐน้อย รัฐมีหน้าที่สนับสนุนและไม่เป็นอุปสรรคขัดขวาง เท่านั้น อุดมการณ์เสรีนิยมคลาสสิคได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่ง ช่วงครึ่งหลังศตวรรษที่ 20 ในอังกฤษและอเมริกาในรูปของ Neo-liberalism แนวคิดนี้มีอิทธิพลครอบงำาไทยมาก โดย เฉพาะตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา เป็นปฏิกิริยาตอบโต้ จากที่รัฐเข้าไปข้องเกี่ยวกับสังคมอย่างมากในช่วงหลัง สงครามโลก อุดมการณ์เสรีนิยมอยู่บนพื้นฐานของหลักการต่อไปนี้ 1. สิทธิตามธรรมชาติ นักทฤษฎีในศตวรรษที่ 17-18 เช่น จอห์น ล็อค, โทมัส เจฟเฟอร์สัน แนวคิดนี้มีอิทธิพลต่อ เสรีนิยมมาจนถึงปัจจุบัน อาจเรียกหลายชื่อ เช่น National Rights (สิทธิของชาติ), Human Rights (สิทธิมนุษยชน), Civil Rights (สิทธิพลเมือง), Political Rights (สิทธิ ทางการเมือง) และมีสิทธิด้านต่างๆ เพิ่มขึ้น สิทธิในยุคที่สอง คือความเสมอภาคทางเพศ สิทธิสตรี สิทธิในยุคที่สามคือสิทธิ ในการทำางานได้ สิทธิที่จะได้รับการรักษาพยาบาลฟรี สิทธิ 9
  10. 10. ของสัตว์ สิทธิของดาวพระเคราะห์ และปี 1948 สหประชาชาติประกาศสิทธิมนุษยชนแห่งจักรวาล ล็อคและเจฟเฟอร์สันเห็นว่าสิทธิเป็นเรื่องธรรมชาติที่ พระเจ้าประทานมาให้มนุษย์ทุกคนและเป็นเงื่อนไขในการมี ชีวิตของมนุษย์ ใครจะมาพรากไปไม่ได้ เจฟเฟอร์สันมองว่า มนุษย์มีสิทธิในการแสวงหาความสุข ยุคที่ล็อคเสนอแนวคิดนี้ ได้ไปสนับสนุนทุนนิยม เพราะมองว่าหากทำามาหากินแล้ว รำ่ารวยย่อมมีสิทธิครอบครองทรัพย์สิน และสิทธินี้สามารถให้ เป็นมรดกให้ลูกหลานได้ แม้ฮอบส์จะเห็นด้วยกับสัญญา ประชาคมแต่จะให้ความสำาคัญกับความเป็นระเบียบของสังคม มากกว่าเสรีภาพ ตราบเท่าที่รัฐปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานนี้ ประชาชนก็จะ นับถือรัฐบาลและเชื่อฟังกฎหมาย แต่หากรัฐละเมิดสิทธิของ พลเมือง พลเมืองก็มีสิทธิที่จะเป็นกบฏ เช่น หลังสภาพโซเวียต ล่มสลาย พลเมืองรูเมเนียอ้างความชอบธรรมในการขับไล่ ทรราชเพราะรัฐบาลเอาเงินไปสร้างรัฐสภาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งที่ประชาชนไม่มีจะกิน เด็กพิการ เด็กยากจนและคนแก่ที่ ช่วยตัวเองไม่ได้จะถูกกวาดออกจากสังคมไปไว้ในที่ที่รอความ ตาย แล้วสร้างภาพว่าประเทศไม่มีขอทานและเด็กพิการ ยากจน ประชาชนจึงเดินขบวนขับไล่และบุกไปที่ทำาเนียบ ประธานาธิบดี จับประธานาธิบดีเชาเชสกูกับภรรยามาแขวน คอ ทุบตีจนน่วม พอตายก็แขวนเท้าเอาหัวลง เสื้อผ้าจึงลุ่ยลง ศพจึงอยู่ในสภาพเกือบเปลือย ในสังคมตะวันตกถือว่าการ แขวนเท้าเอาหัวห้อยลงเป็นการทำาลายศักดิ์ศรีของมนุษย์อย่าง ถึงที่สุด (พระเยซูถูกตรึงกางเขนแบบธรรมดา แต่สาวกเซนต์ปี เตอร์มีความผิดร้ายแรงเพราะนำาคำาสอนไปเผยแผ่จนทำาให้ ชาวโรมันเชื่อ จึงถูกตรึงกางเขนแบบห้อยหัวลง ปัจจุบันศพ ของเซนต์ปีเตอร์ถูกฝังใต้โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ สำาคัญที่สุดของวาติกัน) ล็อคและเจฟเฟอร์สันเห็นพ้องต้องกันว่ารัฐควรมีบทบาท น้อยที่สุด เพียงแต่รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยในสังคม ปกป้องทรัพย์สินของประชาชน ปกป้องการโจมตีจากภายนอก 10
  11. 11. และประกันว่าสัญญาประชาคมยังใช้ได้อยู่ นอกนั้นเป็นหน้าที่ ของประชาชน โดยเฉพาะหน้าที่ทางเศรษฐกิจ เจฟเฟอร์สัน กล่าวว่ารัฐบาลที่ดีที่สุดคือรัฐบาลที่ปกครองน้อยที่สุด 2. อุดมการณ์ประโยชน์นิยม นักคิดแนวประโยชน์นิยม มองว่ามนุษย์แสวงหาความสุขให้มากที่สุดเท่าที่จะทำาได้และ หลีกเลี่ยงความเจ็บปวดหรือการไม่มีความสุข ความชอบธรรม ของนโยบายหรือสถาบันต่างๆ อยู่ที่การส่งเสริมความสุขให้ ประชาชนจำานวนมากที่สุด แต่อุดมการณ์นี้ขัดแย้งกับเสรีนิยม คือ การเอาความสุขของคนส่วนใหญ่เหนือส่วนน้อย จึงอาจ เกิดทรราชของเสียงข้างมาก 3. เสรีนิยมทางเศรษฐกิจ ช่วงหลังศตวรรษที่ 18 ถึงต้น ศตวรรษที่ 19 มีทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จากอดัม สมิธ และริคาร์ โด อดัม สมิธ เขียนหนังสือชื่อ The Wealth of Nations เป็นตำาราเศรษฐศาสตร์เล่มแรก เขียนถึงการจำากัดบทบาทของ รัฐในทางเศรษฐกิจและโจมตีลัทธิพาณิชย์นิยมในศตวรรษที่ 16-17 อุดมการณ์พาณิชย์นิยมคือรัฐเข้าไปแทรกแซง กิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น ผูกขาดการค้าระหว่างประเทศ ส่ง ออกมากนำาเข้าน้อย หากได้ทองคำาเข้ามามากและเก็บภาษี ประชาชนหนัก ประเทศก็จะรำ่ารวย แต่ทำาให้ภาคเอกชนเป็น ง่อย ผลิตภาพของประเทศจึงตกตำ่า เงินในท้องพระคลังจึงมี น้อย พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เรียกรัฐมนตรีพระคลังมาถามถึง สาเหตุ รัฐมนตรีพระคลังไปถามพ่อค้าได้คำาตอบว่า ปล่อยฉัน ไป อย่ามาควบคุมแทรกแซงกิจการทางเศรษฐกิจของภาค เอกชน หากเก็บภาษีสูง เอกชนก็จะไม่มีแรงจูงใจในการผลิต อดัม สมิธ เชื่อในเสรีภาพของตลาดและเสรีภาพในการ เลือกของประชาชน ประชาชนตัดสินใจจะบริโภคอะไรหรือไม่ บริโภคอะไรเรียกว่าอุปสงค์ อุปสงค์เป็นตัวกำาหนดอุปทาน ผู้ ผลิตจะผลิตมาตอบสนองความต้องการของประชาชน อุปสงค์ และอุปทานจึงเป็นกลไกตลาด ระบบเศรษฐกิจควรปลอดจาก การแทรกแซงของรัฐเพราะตลาดจะมีมือที่มองไม่เห็นมา จัดการเอง เช่น จตุคามรามเทพ ปี 2530 ไม่มีราคา แต่ปี 11
  12. 12. 2547-2548 คนต้องการเช่าเป็นจำานวนมาก รุ่น 30-31 ให้ เช่าถึงองค์ละล้านห้า พระวัดต่างๆ จึงปลุกเสกจตุคามฯกัน ยกใหญ่จนล้นตลาด เหลือให้เช่า 5 องค์ร้อย บางครั้งแจกฟรี พออุปสงค์ลดลง พ่อค้าจึงหยุดการผลิต (อ.พิมลมักออกข้อสอบ เรื่องลัทธิพาณิชย์นิยมและเรื่องมือที่มองไม่เห็น) อดัม สมิธ เชื่อว่าระบบตลาดเสรีจะนำามาซึ่งประสิทธิภาพ ในทางเศรษฐกิจเพราะผู้บริโภคมีเสรีภาพในการเลือกบริโภค จึงมีอธิปไตย ผู้ผลิตต้องการตอบสนองผู้บริโภค ขณะที่ผู้ บริโภคต้องการกำาไร จึงต้องทำาให้ต้นทุนตำ่า หากราคาสินค้า สูงเกินไปก็จะเกิดคู่แข่ง พอมีคู่แข่งก็จะฉุดราคาให้ตำ่าลง กำาไร ก็จะลดลงและเกิดดุลยภาพด้านราคา คือราคาที่เหมาะสมถูก กำาหนดโดยกลไกตลาด เช่น เทเลวิซทำาเจ้าเดียวจึงกำาหนด ราคาสูง แต่พอมีคู่แข่งจึงลดราคาให้แข่งกับคนอื่นได้ แนวคิดตลาดเสรีมีอิทธิพลต่ออังกฤษและอเมริกาใน ศตวรรษที่ 19 จุดสูงสุดของตลาดเสรีคือลัทธิปล่อยเสรี เชื่อว่า รัฐไม่ต้องมีบทบาททางเศรษฐกิจ ปล่อยให้เอกชนทำาอะไรก็ได้ ตามใจชอบ ทุนนิยมในยุคแรกจึงกดขี่ผู้ใช้แรงงานมากเพราะ ไม่มีกฎหมายมาควบคุมโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การใช้ แรงงานเด็ก การควบคุมเวลาทำางาน หรือการกำาหนดสภาพ การจ้างงาน แนวคิดนี้ถูกท้าทายในทศวรรษ 1930 แต่กลับ ฟื้นคืนชีพอีกครั้งหลังศตวรรษที่ 20 ภายใต้การบริหารงาน ของประธานาธิบดีเรแกน นางมาร์กาเร็ต แทชเชอร์ และนาย จอห์น เมเจอร์ ซึ่งมาจากพรรคอนุรักษ์นิยม คนเหล่านี้คาดหวัง ในประสิทธิภาพและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรัฐไม่ เข้าแทรกแซง ปล่อยให้กลไกตลาดทำางาน 4. Social Darwinism ชาร์ลส์ ดาร์วิน เป็นนักชีวิทยา ศึกษาวิวัฒนาการของ สิ่งมีชีวิตแล้วบอกว่าบอกว่าสิ่งมีชีวิตจะปรับตัว ตัวที่แข็งแรง ที่สุดจะอยู่รอด ตัวที่อ่อนแอจะตายไปเอง เฮอร์เบิร์ต สเปนเซอร์ นำาทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์ วินที่กล่าวถึงกระบวนการคัดเลือกของธรรมชาติและหลักการ อยู่รอดของผู้ที่เหมาะสมที่สุด มาอธิบายการต่อสู้และการดำารง 12
  13. 13. อยู่ในสังคมมนุษย์ว่า ผู้ที่เหมาะสมที่สุดในการอยู่รอดจะลอย ขึ้นสู่ข้างบน ส่วนผู้เหมาะสมน้อยกว่าจะจมปฐพี ความไม่เท่า เทียมกันของฐานะทางเศรษฐกิจ สถานภาพทางสังคมและ อำานาจทางสังคมจึงเป็นเรื่องธรรมชาติ รัฐไม่ต้องเข้าไป แทรกแซง พวกนี้จึงปฏิเสธรัฐสวัสดิการ มองว่าคนเกิดมาต้อง ทำางานหนัก ต่อสู้กับสิ่งที่ตนต้องการ คนที่มีความสามารถและ เต็มใจทำางานก็จะเจริญรุ่งเรือง คนที่ไม่มีความสามารถและขี้ เกียจก็จะยากจน ซัมมูเอล สไมล์ เขียนหนังสือชื่อ Self Help วลีที่ดังคือ สวรรค์จะช่วยคนที่ช่วยตนเองเท่านั้น อุดมการณ์เสรีนิยมแบบ Social Darwinism จึงมีจุดยืน ตรงข้ามกับแนวคิดสวัสดิการสังคม มองว่าหากรัฐให้สวัสดิการ คนก็จะขี้เกียจและลดความนับถือตัวเอง หากส่งเสริมให้คนยืน บนขาตัวเอง คนก็จะรู้สึกว่ามีศักดิ์ศรีและเป็นสมาชิการผลิต ของสังคม แนวคิดนี้มีอิทธิพลต่อเสรีนิยมแนวขวาใหม่ใน ศตวรรษที่ 20 เห็นชัดในนโยบายของประธานาธิบดีเรแกน ยุคหนึ่งคุณทักษิณเคยพูดว่าไม่จำาเป็นต้องมีสภาพัฒน์ รัฐไม่ ต้องกำาหนดอะไรเพราะภาคเอกชนรู้ว่าควรผลิตอะไร รัฐบาลเร แกนส่งเสริมอุดมการณ์ Frontier Ideological คือการ แสวงหาสิ่งใหม่ทางตะวันตก ไม่ยึดติดของเก่า ต้องกล้าเผชิญ กับสิ่งใหม่ เน้นให้คนพึ่งตนเอง สร้างธุรกิจของตนเอง นางมาร์ กาเร็ต แทชเชอร์และเมเจอร์โจมตีลัทธิพึ่งพา สรุป เสรีนิยมคลาสสิคเชื่อในเรื่องสิทธิ การแข่งขัน การ ยืนบนขาตัวเอง คนที่ขยันคือคนชนะ คนขี้เกียจคือคนแพ้ รัฐ ต้องมีบทบาทเล็กลง มีหน้าที่แค่ดูแลความสงบเรียบร้อยทั้ง ภายในและภายนอก นอกนั้นให้เอกชนทำา เชื่อเรื่องการปล่อย เสรี ไม่ต้องเข้าไปควบคุม กลไกตลาดจะทำางานเอง แนวคิดนี้ ทำาให้เกิดเศรษฐศาสตร์แบบคลาสสิคและมีอิทธิพลต่อ เศรษฐศาสตร์แบบนีโอคลาสสิค คิดว่าระบบเศรษฐกิจจะหา ดุลยภาพของตัวเอง แต่เกิดเหตุการณ์หนึ่งที่ทำาให้แนวคิดนี้ เปลี่ยนไป และทำาให้เกิดแนวคิดเสรีนิยมสมัยใหม่ขึ้น เสรีนิยมสมัยใหม่ (Modern Liberalism) 13
  14. 14. เสรีนิยมของศตวรรษที่ 20 เห็นว่าแม้การพัฒนา อุตสาหกรรมจะก่อให้เกิดความมั่งคั่ง แต่ก็ทำาให้เกิดสลัม ความ ยากจน ความไม่รู้ โรคภัยไข้เจ็บ ชนชั้นแรงงานถูกเอาเปรียบ ถูกกดค่าจ้าง ตกงาน สภาพความเป็นอยู่และสภาพการทำางาน เลวลง ความไม่เท่าเทียมเกิดขึ้นจนไม่อาจละเลยปัญหาเหล่านี้ ได้อีกต่อไป สภาพสังคมในอเมริกาและยุโรปส่งผลกระทบต่อ อังกฤษตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา อังกฤษจึงเกิดพรรค แรงงานมาคิดสวัสดิการสังคมเพื่อช่วยเหลือกรรมกร คนจน คนเสียเปรียบและคนด้อยโอกาส อเมริกาเพิ่งได้รับผลกระทบ ตอนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในทศวรรษ 1930 เสรีนิยมเห็นว่าทุนนิยมอุตสาหกรรมไม่ได้ให้ความมั่งคั่ง แก่ทุกคน แต่การแสวงหาผลประโยชน์อย่างไม่มีข้อจำากัด ทำาให้เกิดความไม่เป็นธรรมในสังคม จึงต้องทบทวนบทบาท ของรัฐใหม่ เพราะรัฐที่มีอำานาจน้อยจะไม่สามารถจัดการกับ ความอยุติธรรมและความไม่เสมอภาคในหมู่ประชาชนได้ พวก เสรีนิยมสมัยใหม่จึงสนับสนุนให้รัฐเข้าแทรกแซง (Interventionist) เพื่อช่วยขจัดความอยุติธรรมและความไม่ เสมอภาคต่างๆ แนวคิดพื้นฐานของเสรีนิยมสมัยใหม่ มีดังนี้ 1. ความเป็นปัจเจกบุคคล แนวคิดของจอห์น สจ๊วต มิลล์ ถูกจัดให้เป็นเสรีนิยมเพราะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเสรีนิยม แบบคลาสสิคกับเสรีนิยมสมัยใหม่ มิลล์สนใจส่งเสริมชนิดของ ความสุขที่ช่วยพัฒนาปัญญา ศีลธรรมหรือความรู้สึกทาง สุนทรียภาพ มิลล์วางพื้นฐานเสรีภาพในทางบวกแต่ไม่ได้ให้ รัฐเข้ามาช่วยด้านการศึกษาเพราะเกรงว่ารัฐจะครอบงำาให้คน มีความคิดเหมือนๆ กัน 2. เสรีภาพในทางบวก เสรีภาพสมัยใหม่แยกออกจาก เสรีภาพคลาสสิคด้วยผลงานของกรีน ที่เชื่อว่าการแสวงหา กำาไรอย่างไร้ข้อจำากัดทำาให้เกิดรูปแบบใหม่ของความยากจน และความไม่ยุติธรรม ปัจเจกชนมีความเห็นใจซึ่งกันและกัน ช่วยและหวังดีต่อคนอื่น มีความรับผิดชอบต่อสังคม แนวคิดนี้ ได้รับอิทธิพลจากนักสังคมนิยมที่เน้นธรรมชาติของมนุษย์ที่ 14
  15. 15. ร่วมมือร่วมใจและน่าคบหา แนวคิดของเขาเรียกว่าเสรีนิยม แบบสังคมนิยม กรีนเห็นว่าเสรีภาพในทางลบคือการทำาอะไรก็ได้ จึง ทำาให้เกิดการขูดรีด นายทุนมุ่งกำาไรสูงสุดจึงจ้างเด็กและผู้ หญิงเพราะค่าจ้างถูกกว่า ข่มเหงได้ง่ายกว่า การทำาสัญญาจ้าง ที่เอาเปรียบเพราะมีทางเลือกมากกว่า กรีนจึงเสนอเสรีภาพใน ทางบวกโดยให้คำาจำากัดความว่า เสรีภาพหมายถึงความ สามารถของปัจเจกบุคคลที่จะตระหนักในศักยภาพของตนเอง และพัฒนาตนเองในความรู้และทักษะเพื่อให้บรรลุความ ปรารถนา เสรีภาพในทางลบจะทำาให้อดตาย แต่เสรีภาพใน ทางบวกจะเพิ่มอำานาจและปกป้องปัจเจกบุคคลจากความชั่ว ร้ายทางสังคมที่คุกคามชีวิตคนจน เสรีภาพในทางบวกมีอิทธิพลต่อเสรีนิยมในศตวรรษที่ 20 เมื่อประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ และวินสตัน เชอร์ ชิลล์ ประกาศร่วมกันใน Atlantic Charter 1941 อ้างว่าที่ ต้องเข้าต่อสู้กับเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อให้ได้มา ซึ่งเสรีภาพ 4 ด้าน โดย 2 ด้านกลายเป็นเรื่อง Human Security ในศตวรรษที่ 20 คือเสรีภาพจากความกลัวและ เสรีภาพจากความหิว คืออเมริกาและอังกฤษเข้าร่วมสงคราม เพื่อปลดปล่อยชาวยุโรปจากภาวะสงคราม หากสงครามยุติ ประชาชนก็จะมีเสรีภาพจากความกลัวและความหิว อังกฤษมีรายงานชื่อ The Beveridge Report ซึ่งเป็น พื้นฐานของรัฐสวัสดิการของอังกฤษระบุเสรีภาพใน 5 ด้านคือ เสรีภาพจากความต้องการ จากโรคภัยไข้เจ็บ จากความไม่รู้ จากความยากแค้นขัดสน จากการไม่มีงานทำา กรีนเชื่อว่ารัฐมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตนในการ หยิบยื่นโอกาสที่เท่าเทียมกันในการพัฒนา แนวคิดนี้คล้าย สังคมนิยม แต่กรีนไม่ได้ให้สังคมมาก่อนปัจเจกบุคคล รัฐไม่ สามารถบังคับประชาชนให้เป็นคนดีได้ สร้างเพียงเงื่อนไขให้ ประชาชนตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบและมีศีลธรรม แนวคิดนี้คล้ายกับเสรีนิยมคลาสสิคตรงที่อยากให้ปัจเจกชนพึ่ง 15
  16. 16. ตนเอง รับผิดชอบตนเอง ที่ต่างออกไปคือการสร้างเงื่อนไข ทางสังคมที่จะทำาให้คนพึ่งตนเองได้ 3. เสรีนิยมทางสังคม ศตวรรษที่ 20 จะมีการแทรกแซง ของรัฐในหลายประเทศทางตะวันตกและประเทศกำาลังพัฒนา ในรูปสวัสดิการสังคม เพื่อขจัดปัญหาความยากจน การเจ็บ ป่วย ความไม่รู้ กลายเป็นรัฐสวัสดิการ เพราะรัฐต้องการ ประสิทธิภาพในการผลิต มีกำาลังแรงงานที่สุขภาพแข็งแรง มี กองทัพที่เข้มแข็ง รวมทั้งแรงกดดันของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง กรรมกรในโรงงานและเกษตรกรได้มีโอกาสที่เท่าเทียมกัน การแทรกแซงของรัฐไม่ได้ลดทอนสิทธิของปัจเจกบุคคลแต่ ขยายเป็นสิทธิทางสังคม เช่น สิทธิที่จะทำางาน สิทธิที่จะศึกษา เสรีนิยมคลาสสิคมองว่าสิทธิพลเมืองที่พึงได้รับเป็นสิทธิ ในทางลบเพราะขึ้นอยู่กับการจำากัดอำานาจของรัฐบาล ส่วน สิทธิเกี่ยวกับสวัสดิการเป็นสิทธิในทางบวก เกิดจากการกระทำา ในทางบวกของรัฐ เช่น การให้ประโยชน์แก่ประชาชน อังกฤษวางรากฐานรัฐสวัสดิการมาตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้ง ที่หนึ่ง และขยายสิทธิด้านต่างๆ มากขึ้นในช่วงสงครามโลก ครั้งที่สองในสมัยนายกฯแอตต์ลีจากพรรคแรงงาน มีการดูแล พลเมืองตั้งแต่เกิดจนตาย ดร.ป๋วยได้ทุนไปเรียนอังกฤษตั้งแต่ ปริญญาตรีถึงปริญญาเอก จึงรับแนวคิดนี้มาแล้วเขียนหนังสือ ชื่อคุณภาพชีวิตมนุษย์จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน คือรัฐ ดูแลสวัสดิการของคนตั้งแต่เกิดจนตาย อเมริกา ระบบสวัสดิการเกิดในทศวรรษ 1930 ยุค ประธานาธิบดีรูสเวลต์ภายใต้แผนการทางเศรษฐกิจที่ชื่อพันธ สัญญาใหม่ โดยช่วยเหลือคนว่างงาน คนพิการ คนชรา ระบบ นี้ถึงจุดสูงสุดในทศวรรษที่ 1960 จากนโยบาย New Frontier ของประธานาธิบดีเคเนดี้และโครงการ Great Society ของประธานาธิบดีจอห์นสัน ซึ่งเป็นแนวคิดการ กีดกันในทางบวก คือสังคมอเมริกันมีคนผิวดำาเป็นจำานวนมาก มีการเหยียดสีผิว คนผิวดำาจึงออกมาเดินขบวนเรียกร้องสิทธิที่ เท่าเทียมกัน เคเนดี้และจอห์นสันจึงออกนโยบายกีดกันในทาง บวก โดยช่วยเหลือคนผิวดำาที่มีรายได้น้อย ตกงาน ไม่มีบ้าน 16
  17. 17. อยู่อาศัย เพื่อชดเชยความเสียเปรียบทางสังคมที่พวกเขาได้รับ เช่น ให้โควตาคนผิวดำาเข้ามหาวิทยาลัยทั้งที่สอบได้คะแนน น้อยกว่าคนผิวขาว 4. เคนเซียนนิสม์ เป็นชื่อสำานักคิดทางเศรษฐศาสตร์ ตั้ง ชื่อตามจอห์น เมนาร์ด เคนส์ นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษ เขียนหนังสือชื่อ The General Theory of Employment Interest and Money ทศวรรษ 1930 จอห์นเป็นอาจารย์ ในมหาวิทยาลัยในอังกฤษ เกิดเศรษฐกิจตกตำ่า ตลาดหุ้นของ นิวยอร์ก บริษัทอุตสาหกรรมและสถาบันการเงินในอเมริกาล้ม กลไกตลาดทำาอะไรไม่ได้ เศรษฐีอเมริกันชอบเอาเงินไปฝาก ธนาคารในออสเตรีย ออสเตรียมีเงินล้นแบงค์จึงรีบปล่อยกู้โดย ไม่ตรวจสอบว่าผู้กู้กู้ไปเพื่ออะไร มีความสามารถในการคืนเงิน หรือไม่ ผลคือผู้กู้ไม่มีปัญญาใช้เพราะไม่ได้กู้เพื่อการผลิตแต่กู้ เพื่อบริโภค รัฐตามเก็บหนี้ไม่ได้ ธนาคารจึงล้ม ก่อน 1930 โลกอยู่ใต้อิทธิพลของเสรีนิยมแบบคลาสสิคคือปล่อยให้เป็นไป ตามกลไกตลาด แต่พอธนาคารล้ม นักธุรกิจอเมริกันจึงล้มตาม ต้องปิดโรงงาน คนจึงว่างงาน รายได้ลด การบริโภคลด เมื่อ คนซื้อลด คนผลิตก็ลดการผลิตและปลดคนงาน เศรษฐกิจจึง พุ่งหัวลงคล้ายก้นหอยที่หมุนเข้า กลไกตลาดไม่ยอมเข้ามา จัดการ ส่งผลกระทบไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไทยเราได้รับ ผลกระทบอย่างแรงในสมัยรัชกาลที่ 7 รัฐบาลไม่มีเงินจ่ายเงิน เดือนให้ข้าราชการ จึงทรงดุนข้าราชการออก ให้คนหนุ่มสาว ออกก่อนเพราะยังไม่มีภาระและหางานได้ง่าย ทหารหนุ่มจึงไม่ พอใจรวมกันเป็นคณะราษฎรและก่อการเปลี่ยนแปลงการ ปกครอง หลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา ตะวันตกจึงดำาเนิน นโยบายแทรกแซงทางเศรษฐกิจเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่เคยเกิด ขึ้นในปี 1930 โดยได้รับการชี้แนะจากจอห์น จอห์นท้าทาย แนวคิดเสรีนิยมแบบคลาสสิค ไม่เชื่อว่ากลไกตลาดจะจัดการ ได้ด้วยตัวเอง ระดับเศรษฐกิจและการมีงานทำาถูกกำาหนดโดย อุปสงค์รวม หากมีการลดค่าจ้าง อำานาจซื้อก็จะลดลง ทำาให้ เกิดสภาวะเศรษฐกิจตกตำ่าและไม่มีวันฟื้นได้อีก จอห์นจึงเสนอ 17
  18. 18. ให้รัฐบาลเข้ามาจัดการกับระบบเศรษฐกิจโดยเพิ่มอุปสงค์รวม โดยรัฐต้องเข้ามาลงทุนในโปรเจกส์ใหญ่ๆ ที่ภาคเอกชนทำาไม่ ไหว เพื่ออัดฉีดอุปสงค์เข้าไปในระบบเศรษฐกิจ คนที่ตกงาน จะได้มีงานทำา มีรายได้เพิ่ม การบริโภคเพิ่ม จึงมีการเพิ่มการ ผลิตและมีการจ้างงานเพิ่ม เศรษฐกิจจึงเฟื่องฟูขึ้นเป็นก้นหอย ที่หมุนออก วิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 (ดูหน้า 139) ค่าเงินของไทย แข็งตัวไม่สะท้อนความเป็นจริง การส่งออกในสมัยคุณบรรหาร ลดลงถึง 13-14% นักเศรษฐศาสตร์จึงส่งสัญญาณว่าให้ ดำาเนินนโยบายการเงินควบคู่กับนโยบายการคลัง และอย่าผูก ค่าเงินบาทกับเงินดอลลาร์ แต่คุณบรรหารซึ่งควบรมต.คลังไม่ สนใจ จอร์จ โซรอส จึงเข้ามาโจมตีค่าเงินบาท รัฐบาลไทยจึง เอาเงินสำารองออกไปสู้ สู้รอบแรกเราชนะ แต่รองที่สองเกทับ หมดหน้าตักจึงเจ๊ง เดือนสิงหาคมเรามีเงินสำารองเหลือ 0.8 พันล้านเหรียญ จากเดิม 39,000 พันล้านเหรียญ ขณะที่มี รายจ่ายล่วงหน้าเป็นจำานวนมาก คุณทะนงจึงไปยืมเงินญี่ปุ่น ช่วงนั้นญี่ปุ่นมีปัญหาขาดดุลเรื้อรังจึงให้ยืม 500 ล้านเหรียญ อินโดนีเซียให้ยืม 500 ล้านเหรียญ ซึ่งไม่พอ ไทยเราต้อง บากหน้าไปยืม IMF คุณทะนงไปโดยไม่เตรียมระเบียบวาระว่า จะรับได้แค่ไหน เขาเสนออะไรมาจึงรับหมด เงินกู้งวดแรกจึง เป็นเงินกู้ระยะสั้นดอกเบี้ยสูง อยู่มาไม่นานชาวสีลมออกมาไล่ รัฐบาลชวลิตเพราะคุณชวลิตโทษมือที่มองไม่เห็นว่ามันทำาให้ เศรษฐกิจพัง ได้รัฐบาลชวนแทน สมัยนั้นประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน คุณธารินทร์ นิมมาน เหมินทร์ จึงอภิปรายในสภาวิจารณ์ว่าเป็นเงื่อนไขที่ IMF ยัด ใส่มือคุณชวลิต เพราะทำาให้เราโดนเงื่อนไขบานตะไท เช่น รัฐต้องรัดเข็มขัด ลดค่าใช้จ่าย พร้อมกับอธิบายเศรษฐกิจแบบ เคนเซียนว่ารายได้ของประเทศมี 4 ทาง เหมือนเครื่องบินที่มี 4 เครื่องคือ Y = C + I + G + (X – M) Y คือรายได้ของประเทศ C คือการบริโภค I คือการลงทุน G คือค่าใช้จ่ายของรัฐ 18
  19. 19. X คือรายได้จากการส่งออก M คือค่าใช้จ่ายจาก การนำาเข้า สมัยคุณบรรหาร การส่งออกลดลง สถาบันการเงินเจ๊ง ภาคเอกชนปิดโรงงาน คนจึงตกงาน การบริโภคของ ประชาชนจึงลด เหลือ G เป็นเครื่องจักรตัวเดียวเท่านั้น แต่ IMF ให้ยาผิด บอกให้รัฐบาลรัดเข็มขัดลดค่าใช้จ่าย เครื่องบิน จึงตก คุณธารินทร์จึงบินไปหา IMF อาศัยความสัมพันธ์ส่วน ตัวกับผู้บริหารซึ่งจบฮาร์วาร์ดมาด้วยกันเพื่อเจรจาขอรี ไฟแนนซ์ ผ่อนยาวขึ้น ดอกเบี้ยลดลง แล้วนำาเงินที่ได้ไปโปะ หนี้เก่า และไปกู้เงินมิยาซาว่าจากญี่ปุ่นมาทำามิยาซาว่าโปร เจกส์ โดยจ้างบัณฑิตจบใหม่กลับไปทำางานที่บ้านของตัวเอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายและระบายความหนาแน่นในกรุงเทพฯ พ่อแม่ อบอุ่นที่ลูกกลับบ้าน เด็กได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่และผสมผสาน ภูมิปัญญาโบราณ พอครบสัญญาสองปี เด็กจึงขอทำาต่อ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบช็อตคือมาตรการของ รัฐบาลประชาธิปัตย์ คุณอภิสิทธิ์และคุณกรณ์เจอวิกฤติเศรษฐ กิจแฮมเบอเกอร์ กำาลังซื้อคนอเมริกันไม่มี การส่งออกของเรา จึงมีปัญหา มาตรการที่เร็วที่สุดคือเพิ่มความสามารถในการ บริโภค โดยแจกเช็คช่วยชาติ 2,000 บาทให้คนที่มีเงินเดือน ตำ่ากว่า 15,000 บาท เงื่อนไขคือนำาไปฝากแบงค์และใช้หนี้ นอกระบบไม่ได้ ต้องนำาไปซื้อของเท่านั้น ธุรกิจเอกชนอ่าน เกมส์ออกจึงติดป้ายต้อนรับ เช่น เช็ค 2,000 แลกซื้อกางเกง ยีนส์ลีวายส์ 2,500 บาท กิน MK ได้ 3,000 บาท พอคนไป ซื้อของ รัฐได้เก็บภาษี Vat พอโรงงานเพิ่มการผลิต รัฐก็เก็บ ภาษีนิติบุคคลได้เป็นทอดๆ เศรษฐกิจจึงกระเตื้องขึ้น นอกจากนี้ เคนส์เสนอให้เก็บภาษีคนรวย เช่น ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก ไทยเรายากจนและเกิดความเหลื่อมลำ้าเพราะปัญหา โครงสร้างที่สะสมมานาน แต่กฎหมายเก็บภาษีคนรวยออกไม่ ได้เพราะนักการเมืองซึ่งเป็นคนรวยไม่ยอมผ่านกฎหมาย นักการเมืองจึงรวยไม่รู้เรื่อง ครอบครองที่ดินแป็นจำานวนมาก ความคิดของคุณกรณ์ที่จะเก็บภาษีที่ดินจึงต้องเงียบไป ใน อเมริกา รัฐเก็บภาษีที่ดินและภาษีมรดกแบบก้าวหน้า คนจ่าย 19
  20. 20. ไม่ไหวจนต้องคืนให้รัฐ คนรวยจึงนิยมตั้งกองทุนเพื่อยกเป็น มรดกให้ลูก ลูกจะไม่เสียภาษีตราบใดที่ยังไม่แปลงหุ้นออกมา เป็นเงิน และหากตั้งมูลนิธิก็จะได้รับลดหย่อนภาษี คนอเมริกัน จึงนิยมตั้งมูลนิธิมาก ภาษีที่เก็บได้จากคนรวยจะนำาไปกระจายรายได้ใหม่ (Redistribution) ระบบทุนนิยมทำาให้คนแพ้จากไป เหลือแต่ คนที่รวยผูกขาดคล้ายกับการเล่นเกมเศรษฐี หากไม่มี มาตรการเก็บภาษีจากคนรวยแล้วปล่อยให้การแข่งขันเสรีใน ทางลบ คนที่แข่งไม่ได้ก็จะตายทีละราย คนที่เหลือก็จะกลาย เป็นการผูกขาด (Monopoly) ดังนั้น จึงต้องกระจายความ รำ่ารวยกลับไปสู่คนจนในรูปของสวัสดิการ ตอนแรกคนระแวง ว่าเคนส์จะเป็นคอมมิวนิสต์ แต่เคนส์ทำาให้ช่องว่างระหว่าง คนรวยและคนจนลดลง จึงชะลอปัญหาความเหลื่อมลำ้าซึ่งเป็น เหยื่อของคอมมิวนิสต์ ตัวแบบที่น่ายกย่องคือสวีเดนที่เก็บภาษี แบบก้าวหน้า คนรวยต้องจ่ายภาษีเงินได้ 70% แต่ในไทย คน 100 คนแบ่งเป็น 5 กลุ่มๆละ 20 คน คนรวยสุดมี 20 คน จน สุดมี 20 บาท ยิ่งพัฒนาช่องว่างก็ยิ่งถ่างมากขึ้น ปี 2551 เงิน 100 บาท คนรวยสุดเอาไป 59.50 บาท คนจนสุดได้ 3.50 บาท ทำาให้เกิดปัญหาความเหลื่อมลำ้าและความยากจน ความยากจนมี 2 ประเภทคือ (1) ยากจนสัมบูรณ์ (Absolute Poverty) คือยากจน ทรัพย์สิน รายได้ตำ่า ไม่มีปัจจัยการผลิต ไม่มีจะกิน เสื้อผ้า มอซอ บ้านหลังคามุงจากและฝาเป็นรู ทางเศรษฐศาสตร์จะนำา ไปเทียบกับเส้นความยากจน ปัจจุบันคือ 1,400 กว่าบาท หาก มีรายจ่ายตำ่ากว่านี้ถือว่าเป็นคนจน เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องแก้ ปัญหา การพัฒนาที่ผ่านมา 50 ปี เราแก้ปัญหาความยากจน ได้ค่อนข้างดี ตอนเริ่มแผนฯ 1 ไทยมีคนยากจน 43% ปี 2546 คุณทักษิณประกาศนโยบายว่าจะทำาให้คนจนหมดไป จากแผ่นดินไทย แต่ตัวเลขความยากจนไม่ตายตัว หากมีระดับ การพัฒนามากขึ้น ค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคก็จะสูงขึ้น จาก เดิมกินข้าวอิ่มหนึ่งมือ พอมีเงินก็เปลี่ยนไปเป็นกินข้าวอิ่มสอง มือ พอเป็นสองมื้อแล้วก็จะเกิดคนจนขึ้นอีก วิกฤติเศรษฐกิจปี 20
  21. 21. 2540 ทำาให้คนจนที่มี 9% เพิ่มเป็น 16% เราพยายามลด ตัวเลขคนจนลง ปัจจุบันเหลือ 4% สภาพความเป็นอยู่ของคนดี ขึ้น แสดงว่าประสบความสำาเร็จในการแก้ปัญหา ภูมิภาคที่จน ที่สุดคืออีสาน จังหวัดที่จนที่สุดมักอยู่ตามตะเข็บชายแดน เช่น แม่ฮ่องสอน ยะลา นราธิวาส ศรีสะเกษ ยโสธร บุรีรัมย์ หนองบัวลำาภู ชัยภูมิ (2) ยากจนสัมพัทธ์ (Relative Poverty) คือความ ยากจนโดยเปรียบเทียบระหว่างคนจนกับคนรวย ช่องว่างของ รายได้และความเหลื่อมลำ้า คุณทักษิณไม่เคยพูดถึงความ ยากจนสัมพัทธ์เลย ไม่คิดว่าทำาอย่างไรจึงจะเอาเงินของ คนรวย 59% มาแบ่งให้คนจนมากขึ้น คนรวยอาจเหลือ 30 กว่าบาทแล้วคนจนเพิ่มเป็น 20 กว่าบาท จึงทำาให้ความรวย กระจุกอยู่ที่คุณทักษิณคนเดียว ปัญหาโครงสร้างจะต้องแก้ที่เก็บภาษีคนรวยและดูแลไม่ ให้มีการรั่วไหลในการเก็บภาษี นักธุรกิจหนีภาษีเกือบทั้งนั้น คนออกมาประท้วงคุณทักษิณเพราะไม่ยอมเสียภาษี นอกจากนี้ ลดดอกเบี้ยเพื่อให้เศรษฐกิจพองตัว หากดอกเบี้ยแพง นัก ธุรกิจไม่กล้ากู้และประชาชนไม่อยากถอนเงินออกมาใช้ ดังนั้น จึงต้องลดภาษี เคนเซียนนิสม์มีอิทธิพลไปทั่วโลก ไทยรับมาเต็มๆตั้งแต่ แผนฯ 1-4 คือรัฐเป็นผู้กำาหนดทิศทางการพัฒนาประเทศ ลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคใหญ่ กู้เงิน World Bank มา ทำาโครงการเขื่อนพลังนำ้า เขื่อนแห่งแรกคือเขื่อนภูมิพล และ ทำาให้เกิดรัฐวิสาหกิจ เห็นชัดในยุครัฐบาลคึกฤทธิ์ ราคานำ้ามัน แพงค่าโดยสารจึงเพิ่ม รัฐบาลจึงซื้อกิจการรถเมล์มาเป็น ข.ส.ม.ก. เคนส์ได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่าทำาให้เศรษฐกิจ เติบโตและรุ่งเรืองยาวนานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในทศวรรษ 1950-1960 จนเกิดปัญหาวิกฤตินำ้ามันในปี 1970 รัฐบาล หันมาใช้นโยบายการเงิน คือลดอัตราเงินเฟ้อแทนที่การจ้าง งานเต็มที่ เพราะการใช้จ่ายของรัฐทำาให้เกิดอัตราเงินเฟ้อสูง แต่เคนเซียนนิสม์ได้ฟื้นคืนชีพอีกครั้งในแนวคิดเศรษฐศาสตร์ 21
  22. 22. การเมืองใหม่ (New Political Economy) หรือ นีโอเคน เซียนนิสม์ เพราะเกิดความล้มเหลวจากการปฏิวัติของตลาด เสรีในทศวรรษ 1980 ทศวรรษ 1960-1970 ได้รับอิทธิพลของแนวคิดแบบ เสรีนิยมที่ทันสมัยหรือเคนเซียนนิสม์ คือรัฐเข้ามาแทรกแซง ชี้แนะในการวางแผนพัฒนาและทิศทางการพัฒนา รัฐกู้เงิน การันตีเงินกู้ให้วิสาหกิจและหาแหล่งทุนให้เอกชน แต่ ทศวรรษ 1970 เริ่มเห็นความล้มเหลวของรัฐวิสาหกิจ โดย เฉพาะในอังกฤษ รัฐบาลพรรคแรงงานใช้นโยบายสวัสดิการ ติดต่อกันสามสมัย ทำาให้รัฐมีค่าใช้จ่ายสูงจนปิดหีบไม่ลง พรรคอนุรักษ์นิยมของนางมาร์กาเร็ต แทชเชอร์ จึงประกาศหา เสียงว่าจะปฏิรูประบบราชการและรัฐวิสาหกิจ พอชนะการ เลือกตั้ง นางจึงแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ยกเลิกรัฐสวัสดิการ กิจการ ใดที่ไม่สำาคัญก็ยุบ (ไทยยกเลิกโรงงานฟอกหนังและร.ส.พ.) ทศวรรษ 1980 นางมาร์กาเร็ตและเรแกนมีแนวนโยบาย คล้ายกันคือ Neo-Liberalism เน้นเสรี รัฐทบทวนภารกิจว่า อะไรควรทำาและไม่ควรทำา เป็นที่มาของการปฏิรูประบบ ราชการไทยในปี 2540 เป็นต้นมา เห็นเป็นรูปธรรมในรัฐบาล ทักษิณเมื่อมีก.พ.ร. เกิดขึ้น และนำาแนวคิดแบบภาคเอกชนมา ใส่ในภาครัฐ เช่น เน้นความเป็นเลิศ ประสิทธิผล จึงมีการ ประเมินบ่อย แต่แนวนี้ก็ถูกวิจารณ์ว่าไม่ได้ผล ทศวรรษ 1990-2000 แนวคิดของเคนส์กลับมาอีกครั้ง ในรูป นีโอเคนเซียน หรือ New Political Economy รัฐเข้า แทรกแซงในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ที่สำาคัญคือ อุดหนุนการศึกษาและสาธารณสุข ทฤษฎีการพัฒนา แบ่งเป็น 5 กลุ่มทฤษฎี (ดูเพิ่มเติมใน หน้า 18) 1. กลุ่มทฤษฎีการเจริญเติบโตเป็นขั้นเป็นตอน คือทฤษฎี ของรอสทาว ทฤษฎีวัฏจักรความยากจน และทฤษฎีการเติบโต ของฮารอสโดมา ได้รับอิทธิพลจากอุดมการณ์เสรีนิยมแบบ สมัยใหม่คือของเคนส์ 22
  23. 23. 2. ทฤษฎี Structural Change เป็น Supply Side เชื่อ ในเรื่องการไหลลง ได้รับอิทธิพลจากเคนเซียน ส่งเสริมให้ พัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดการจ้างงาน แต่ทำาให้เกิด มลภาวะ และทฤษฎีของฮอร์ริสชินนารี ทั้งสองทฤษฎีเป็น ทฤษฎีกระแสหลัก 3. ทฤษฎี International Dependence Revolution เป็นทฤษฎีกระแสวิพากษ์ของพวกฝ่ายซ้าย มองว่าการพัฒนา ที่ผ่านมาทำาให้ประเทศยากจนตกอยู่ในภาวะพึ่งพา ต้องขึ้นต่อ ประเทศรำ่ารวย เป็นอาณานิคมทางเศรษฐกิจ ด่า IMF ว่าคำา แนะนำาของผู้เชี่ยวชาญทางตะวันตกเป็นการให้ยาผิดเพราะ รู้จักประเทศเราไม่ดีพอ การพัฒนาแบบทุนนิยมยิ่งทำาให้เกิด ปัญหาทวิลักษณ์ (หน้า 24) ข้อเสนอคือปฏิวัติสังคม เปลี่ยน จากทุนนิยมเป็นสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ หรือไม่ก็แยกตัวออก จากระบบทุนนิยมโลก ซึ่งแนวคิดนี้เป็นไปไม่ได้เพราะสหภาพ โซเวียตล่มสลาย จีนหันมาคบกับทุนนิยม สิ่งที่ช่วยได้คือการ พัฒนาแบบพึ่งตนเอง จึงกลายเป็นกระแสการพัฒนาทางเลือก ที่สาม 4. ทฤษฎี Neo Classical Counter Revolution ทศวรรษ 1970 ประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์เหมือนจะชนะ เพราะเวียดนามเหนือรวมเวียดนามใต้ได้สำาเร็จ เขมรแดงยึด กรุงพนมเปญในปี 1975 และเฮงสำารินไล่เขมรแดงได้สำาเร็จ ในปี 1978 ข้อเสนอในทศวรรษนี้จึงน่ากลัวต่อโลกเสรี โลก เสรีหาทางแก้ปัญหาโดยการให้ระบบสวัสดิการสังคมเพื่อลด ความเหลื่อมลำ้าของคนจนและคนรวย แต่อังกฤษไม่สำาเร็จและ นางมาร์กาเร็ตประกาศกลับไปหาเสรีนิยมใหม่ นโยบายของนา งมาร์กาเร็ตและเรแกนเป็นการต้านการปฏิวัติด้วยแนวคิด เศรษà

×